Saturday, April 17, 2010

ชี้ทางรวย

ขอให้รวย ให้ร่ำให้รวย ให้รวย ๆ โดยการไหว้ พระพุทธรูป "หลวงพ่อเงินไหลมาเทมา" วัดท่าซุง จังหวัดอุทัยธานี วัดท่าซุง เคยเป็นที่พำนักของเจ้าอาวาสวัดชื่อดัง หลวงพ่อฤาษีลิงดำ

แม่ชีทศพร บอกว่า หากผู้ใดปารถนาจะได้ลาภเงินทอง และความร่ำรวย ให้ไปที่วัดท่าซุง จังหวัดอุทัยธานี

เพื่อไปสักการะ พระพุทธรูปองค์หนึ่งที่อยู่ภายในวัด ซึ่งเป็นพระพุทธรูปปางอุ้มบาตร

พระพุทธรูปองค์นี้ มีชื่อว่า "หลวงพ่อเงินไหลมาเทมา"

ขึ้นตอนในการสัการระนะครับ แม่ชีบอกว่า

1 ให้น้อมเคารพ สักการะพระพุทธรูปองค์นี้

2 ให้นำผ้าไตรจีวรของวัดมาห่มคลุมองค์พระพุทธรูปนี้

3 ให้สวดพระคาถาสำหรับบูชาพระพุทธองค์นี้ จากทางวัด

4 ให้อธิษฐานขอพร จากพระพุทธรูปองค์นี้
เพียงข้อเดียวเท่านั้น อย่าขอพร่ำเพรื่อ
(เช่น ขอให้ร่ำรวย มีเงินเป็นแสน เป็นล้าน ก็ว่าไป )

5 ให้กลับมาสวด "พระคาถาเงินล้าน"
ของหลวงพ่อฤาษีลิงดำ
สวดทุกวัน วันละ 9 จบ

6 เมื่อสิ่งที่ร้องขอนั้นได้ส่งผลกับคุณแล้ว
อย่าลืมทำบุญและอุทิศส่วนบุญกุศลบูชาคุณพระรัตนตรัย
และบูชา องค์พระพุทธรูป "หลวงพ่อเงินไหลมาเทมา" ด้วย


นี่แหละคือสิ่งที่แม่ชีชี้ทางบุญให้สำหรับคนที่อยากมีทรัพย์ เงินทอง
อยากร่ำรวย

ใครอยากร่ำรวย มีเงินทอง หากมีโอกาส
ก็ลองไปสักการะ พระพุทธรูปองค์นี้
และทำตามขั้นตอนที่แม่ชีบอกไว้ดูนะครับ

พระพุทธรูป "หลวงพ่อเงินไหลมาเทมา"

คาถาเงินล้าน หลวงพ่อฤาษีลิงดำ


===คาถาเงินล้าน===

นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมา สัมพุทธัสสะ (ว่า 3 จบ)
* พระพุทธัง ประสิทธิโชคลาภ
* พระธัมมัง ประสิทธิโชคลาภ
* พระสังฆัง ประสิทธิโชคลาภ


นาสังสิโม พรหมมา จะ มหาเทวา สัพเพยักขา ปะรายันติ , (คาถาปัดอุปสรรค)
พรหมมา จะ มหาเทวา อะภิลาภา ภะวันตุ เม, (คาถาเงินแสน)
มะหาปุญโญ มหาลาโภ ภะวันตุ เม, (คาถาลาภไม่ขาดสาย)
มิเตพาหุหะติ (คาถาเงินล้าน)
พุทธะมะอะอุ นะโมพุทธายะ ,วิระทะโย วิระโคนายัง
วิระหิงสา วิระทาสี วิระทาสา วิระอิตถิโย พุทธัสสะ
มานีมามะ พุทธัสสะ สวาโหม (คาถาพระปัจเจกพุทธเจ้า)
สัมปะติจฉามิ (คาถาเร่งลาภให้ได้ผลเร็ว)
เพ็งๆ พาๆ หาๆ ฤาๆ
(บูชา ๙ จบ ตัวคาถาต้องว่าทั้งหมด)

5 วิธีคิดหลุดพ้นความยากจนของคนไทย

คณะครุศาสตร์ จุฬาฯ ศึกษาวิจัยความสุขของครอบครัวผู้มีรายได้น้อย พบปัจจัยที่ทำให้ครอบครัวยากจนมีความสุข มี 5 ปัจจัย...

รศ.ดร. สมพงษ์ จิตระดับ อาจารย์คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดเผยว่า คณะครุศาสตร์ จุฬาฯ ได้ศึกษาวิจัยความสุขของครอบครัวผู้มีรายได้น้อย โดยศึกษาครอบครัวผู้ยากจน 100 ครอบครัว ซึ่งมีอาชีพเกษตรกร รับจ้าง ขับรถบรรทุก ภารโรง ผู้ใช้แรงงานหาเช้ากินค่ำ ทั้งในเขตกรุงเทพฯและต่างจังหวัด มีการศึกษาระดับประถม รายได้เฉลี่ยต่อเดือน 10,825 บาท รายจ่าย 8,722 บาท มีหนี้สินเฉลี่ย 46,000 บาทต่อเดือน ค่าใช้จ่ายส่วนใหญ่เป็นเรื่องการศึกษาบุตร ซึ่งมีเฉลี่ยครอบครัวละ 2 คน เรียนอยู่ชั้นประถมศึกษา มัธยมศึกษา นอกจากนี้ยังมีค่าใช้จ่ายด้านอุปโภคบริโภค แต่ค้นพบว่าครอบครัวร้อยละ 80 มีความสุข แม้จะจนแต่ก็หลุดพ้นจากความทุกข์ได้ เรียกว่าถึงจนก็มีความสุข ส่วนอีกร้อยละ 20 ทั้งจนทั้งทุกข์

อาจารย์คณะครุศาสตร์กล่าวต่อว่า ปัจจัยที่ทำให้ครอบครัวยากจนมีความสุข มี 5 ปัจจัย คือ
1. เป็นครอบครัวที่คิดนอกกรอบ ไม่ถูกครอบงำด้วยระบบทุนนิยม เห็นได้ว่าครอบครัวเหล่านี้ ลูกจะไม่ใช้โทรศัพท์มือถือ ไม่ฟุ้งเฟ้อไปตามกระแสทุนนิยม

2. เป็นครอบครัวที่คิดดี คิดบวก มีความสุข โดยความสุขของพ่อแม่ คือการศึกษาของลูก และลูกก็เป็นเด็กเรียนดี เชื่อฟังพ่อแม่ ช่วยงานบ้าน ส่วนโรงเรียน ทั้งครูและผู้บริหารก็ให้การสนับสนุน ยกย่องเมื่อเด็กทำดี ทำให้เด็กมีกำลังใจในการทำความดี

3. เป็นครอบครัวที่มีวิถีชีวิตสอดคล้องกับหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เช่น ทำบัญชีรายรับ-รายจ่าย ไม่ยุ่งเกี่ยวกับอบายมุข เช่น หวย ทั้งพ่อก็เลิกกินเหล้า เลิกสูบบุหรี่ โดยนำเงินจากการซื้อเหล้า-บุหรี่ มาใช้เพื่อการศึกษาของลูกแทน เป็นต้น

4. การบริหารการจัดการที่ดี ทั้งเรื่องเงินและเวลา โดยกำหนดว่าทุกวันเวลา 6 โมงเย็น เป็นเวลาครอบครัวที่จะรับประทานอาหารเย็น ดูโทรทัศน์ และปรึกษาหารือกัน การแก้ปัญหาความขัดแย้งจะใช้เหตุผล ไม่ใช้อารมณ์ เป็นต้น

5. การปฏิวัติความธรรมดาให้เป็นสิ่งที่ไม่ธรรมดา เช่น ความคิดที่ว่าคนจนต้องจนต่อไป เปลี่ยนเป็นความจนสามารถหลุดพ้นได้ เป็นต้น

โดย แนวทางการใช้ชีวิตของครอบครัวเหล่านี้ จะเป็นต้นแบบให้รัฐบาลสามารถนำไปขยายผล เพื่อให้ครอบครัวยากจนอื่นๆ ทั่วประเทศ ขณะเดียวกันจุฬาฯก็จะรวบรวมข้อมูล จัดทำหนังสือเผยแพร่ในโครงการฟอรั่มปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อฉลองจุฬาฯครบรอบ 100 ปีต่อไป

ที่มา: ไทยรัฐออนไลน์ http://www.thairath.co.th/content/edu/77220 อาทิตย์ที่ 18 เมษายน พ.ศ.2553

Saturday, March 27, 2010

เที่ยวฮ่องกง สนุกจัง ตังก์อยู่ครบ กับ ดูราเกรส

กระเบื้องปูพื้น+ผนัง ดูราเกรสให้โชค พาไปเที่ยวฮ่องกง บินการบินไทย กินอิ่มอร่อย นอนสบาย กับกระเบื้องคุณภาพ ดูราเกรส ระหว่างวัน ศุกร์ 12-เสาร์ 13-อาทิตย์ 14 มีนาคม 2553 พร้อม ๆ กับเหล่าดารา เช่น เสนาลิง อิม-อชิตะ

โปรแกรมเที่ยวค่อนข้างที่จะสนุกสนานเฮฮา พร้อมกับ ๆ การแจกรางวัลระหว่างทางอีกมากมายจริง ๆ

เพื่อน ๆ ร่วมทาง ได้ฝากขอบคุณสำหรับการเดินทางครั้่งนี้ กับ ดูราเกรส เที่ยวฮ่องกง สนุกจัง ตังก์อยู่ครบ กับ ดูราเกรส เที่ยว...ชิม...ช้อป...ท่องดิสนีย์แลนด์

บัสสี่ ฝากบอกว่า พวกเราขอขอบคุณ บริษัท สหโมเสคอุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตและจำหน่ายกระเบื้องปูพื้นและบุผนัง “ดูราเกรส” “ดูราเกรส-ลีลา” และกระเบื้องโมเสก “ยูเอ็มไอ” มา ณ ที่นี้ด้วย

ลายมือลงช่องระหว่างนิ้ว

ในความเข้าใจก็ไม่ผิดนักที่ใครก็ตามมีลายมือลงช่องระหว่างนิ้ว มีความหมายถึงการเก็บเงินไม่อยู่ แต่ต้องเข้าใจว่า เส้นที่ลงช่องเป็นเส้นวาสนาก็ต้องมีความหมายในทางที่ดีด้วย

หมายเลข ๑-๑
เส้นเสาร์ลงช่องระ หว่างนิ้วชี้กับนิ้วกลาง ถือว่าเป็นเส้นที่ดีเป็นคนมีเกียรติ รักชื่อเสียง จะทำอะไรก็ต้องเหนือผู้อื่นหรืออย่างน้อยก็เสมอกัน การดำเนินชีวิตมีความสุข
หมายเลข ๒-๒
เส้นอาทิตย์ลงช่องระหว่างนิ้วกลางกับนิ้วนาง แสดงถึงการมีชื่อเสียงหรือมีความร่ำรวยแบบเงียบและเป็นคนชอบใช้ชีวิตแบบสงบ มีเงินทองมากมายมหาศาล

หมายเลข ๓-๔
เส้นพุธลงช่องระหว่างนิ้วนางกับนิ้วก้อย แสดงถึงการแพทย์ที่มีความสามารถสูง ได้คิดค้นตำราต่าง ๆ ทางการแพทย์ และมีการรักษาที่สำเร็จหายขาดได้

ความหมายเหล่านี้ต้องประกอบกับเส้นอื่น ๆ ด้วย จึงจะมีการพยากรณ์ที่แม่นยำมากขึ้น

ต้อย ตุลา

ที่มา: เดลินิวส์ออนไลน์ เสาร์ ที่ 27 มีนาคม 2553

Saturday, March 20, 2010

ลายมือความรักมีความสุข

การจะดูเรื่องเส้นความรักหรือเส้นแต่งงาน มีตำราหรือความคิดเห็นแตกต่างกันไป แต่ส่วนมากจะดูเส้นแต่งงานอย่างเดียว คือเป็นเส้นที่คมชัดเจนยาวเป็นเส้นตรง ก็เป็นการเพียงพอของความรักมีความสุขได้ แต่ความจริงแล้วต้องประกอบด้วยเส้นอื่นอีกด้วย เช่น เส้นพุธที่ชัดเจน เส้นอาทิตย์ เส้นเสาร์ และเส้นพฤหัส จึงจะบอกถึงความสุขที่มีทั้งการเงิน ชื่อเสียง สุขภาพ อำนาจวาสนาครบถ้วน จึงจะทำให้ความรักมีความสุขได้ แต่ก็มีเส้นที่แสดงความรักความสุขโดยตรงดังนี้

หมายเลข ๑
เส้นแต่งงานที่ยาวตรงชัดเจน แสดงถึงการแต่งงานที่มีอย่างแน่นอน และการแต่งงานจะเกิดจากความรัก
หมายเลข ๒
เส้นหัวใจที่ยาวไปยังเนินพฤหัส ปลายเป็นง่ามคมและชัดเจน แสดงถึงความรักที่มีความมั่นคงและมีเกียรติ

หมายเลข ๓ เส้นดาวพระศุกร์ที่ขึ้นหลายเส้นโค้งเป็นแนวเดียวกับ เส้นชีวิต หมายถึง ความรักมีความสุขเอื้ออาทรต่อกัน

หมายเลข ๔
เส้นค้ำยันปลายเส้นชีวิตที่โค้งสวยงาม เป็นเส้นที่แสดงถึงความมั่นคงในการดำเนินชีวิตที่มีหลักฐานแน่นอน

หมายเลข ๕
เส้นค้ำยันเส้นวาสนาที่มาจากเนินจันทร์ หมายถึง การมีครอบครัวที่ดี และได้รับการสนับสนุนช่วยเหลือตลอดไป

ต้อย ตุลา

ที่มา: เดลินิวส์ออนไลน์ เสาร์ ที่ 06 มีนาคม 2553

ลายมือกิจการภายในครอบครัว

ลายมือที่จะศึกษาหายากมากที่จะแสดงให้เห็นความเป็นจริงและเจ้าของลายมือก็ ไม่อยากให้เปิดเผย แต่ความจริงแล้วการศึกษาลายมือต้องศึกษาแบบมีหลักเกณฑ์เป็นขั้นตอน จึงจะทำความเข้าใจให้กับผู้ศึกษา วิชาลายมือมีอยู่มากมายหลายแบบ เช่นเดียวกับวิชาโหราศาสตร์ที่จะต้องมีการศึกษาหลายแบบที่จะทำให้เกิดเป็น หลักการที่แน่นอน แต่อย่างไรก็ตามวิชาการพยากรณ์ที่ถูกต้องไม่มีความงมงายอย่างแน่นอน เพียงแต่ต้องศึกษาอย่างตลอดไป

ความหมายตามลายมือ

หมายเลข ๑-๑
เส้นพฤหัสมาจากเนินศุกร์ หมายถึงการงานมีความสำเร็จมาจากการช่วยเหลือกันภายในครอบครัว และลักษณะใหญ่โต
หมายเลข ๒-๒
เส้นเสาร์มาจากเนินศุกร์ หมายถึงการงานที่เป็นบริษัทหรืองานอุตสาหกรรมมาจากการทำงานภายในครอบครัวบริหาร

หมายเลข ๓-๓
เส้นอาทิตย์มาจาก เนินศุกร์ หมายถึง ความสำเร็จของชีวิตจะมาจากครอบครัวช่วยกันทำมาหากินจนร่ำรวยเป็นหลักฐาน

หมายเลข ๔-๔
เส้นพุธมาจากเนินศุกร์ หมายถึง ความสำเร็จมาจากการทำงานมาจากครอบครัว มีการค้าธุรกิจเป็นญาติพี่น้องด้วยกัน

ต้อย ตุลา

ที่มา: เดลินิวส์ออนไลน์ เสาร์ ที่ 13 มีนาคม 2553

เส้นเสริมดวงชะตา

เส้นลายมือที่เป็นหลักสำคัญจะมีอยู่ ๓ เส้น คือ เส้นหัวใจ เส้นสมอง และเส้นชีวิต เส้นอื่น ๆ เป็นส่วนประกอบในทางพยากรณ์ทางวาสนาได้อีกคือ เส้นพฤหัส เส้นเสาร์ เส้นอาทิตย์ และเส้นพุธ แต่ มีเส้นสำคัญที่จะเป็นการเสริมชะตาให้แน่นอนเด่นขึ้นมาอีกคือ เส้นที่แยกตรงปลายเส้น

ความหมายตามลายเส้น

หมายเลข ๑-๑
เส้นหัวใจที่แยกตรงปลาย หมายถึงคนที่มีหัวใจดี และสามารถดำเนินชีวิต ที่มีความมั่นคงในด้านจิตใจที่เข้มแข็งขึ้นหมายเลข ๒-๒
เส้นสมองที่ปลายมีเส้นแยก แสดงถึงการมีมันสมอง ที่ดีกว่าคนธรรมดา สามารถคาดการณ์ ล่วงหน้าได้อย่างแม่นยำ

หมายเลข ๓-๓
เส้นชีวิต ที่ตรงปลายมีเส้นแยก แสดงถึงความมั่นคง ในชีวิต และการดำเนินชีวิต จะมีความสำเร็จ สุขภาพที่ดี มีหลักฐาน

ต้อย ตุลา

Wednesday, March 17, 2010

ลายมือเส้นแต่งงาน

การศึกษาลายมือจะหาของจริงได้ยาก แต่ก็มักจะเจอได้แบบแปลก ๆ น้อยมาก แต่อย่างไรก็ตามก็มีได้อย่างแน่นอน โดยเฉพาะเส้นแต่งงานมีหลายแบบ จะได้นำมาศึกษาอย่างละเอียดต่อไป แต่ที่สำคัญต้องหาประสบการณ์เอาเอง ซึ่งความจริงความลึกลับยังมีอีกมากมาย สำหรับเรื่องแต่งงาน ลายมือเส้นแต่งงาน ของคนที่จะแต่งงานกัน

หมายเลข ๑-๑
เส้นแต่งงานที่ยาวจากเนินพุธไปจนถึงเนินพฤหัส การแต่งงานจะทำให้เกิดความยิ่งใหญ่และมีอำนาจวาสนา
หมายเลข ๒-๒
เส้นแต่งงานที่ยาวจากเนินพุธไปจนถึงเนินเสาร์ การแต่งงานที่จะทำให้เกิดการงานที่ยิ่งใหญ่ที่จะได้รับ

หมายเลข ๓-๓
เส้นแต่งงานที่ยาวจากเนินพุธไปจนถึงเนินอาทิตย์ การแต่งงานจะทำให้เกิดความร่ำรวยและมีชื่อเสียงโด่งดังมาก

หมายเลข ๔-๔
เส้นแต่งงานที่ยาวและโค้งขึ้นไปยังเนินพุธแต่ไม่เป็นเส้นตรง หมายถึงการแต่งงานจะมีธุรกิจใหญ่โต

ความหมายของเส้นแต่งงานต้องพิจารณาเส้นอื่น ๆ ด้วยจะหวังที่เส้นแต่งงาน อย่างเดียวไม่ได้

ต้อย ตุลา
ที่มา: เดลินิวส์ออนไลน์ เสาร์ ที่ 20 กุมภาพันธ์ 2553

เส้นแต่งงาน

การจะดูเส้นแต่งงานต้องมีประสบการณ์สูงพอสมควร การจะดูว่ามีคู่กี่คนอย่าเหมาเอาว่ามีจำนวนตามเส้นนั้น บางคนมีหลายเส้นแต่มีคู่คนเดียวและแต่งงานครั้งเดียว ดังนั้นการดูลายมือหรือการดูดวงชะตาแบบโหราศาสตร์ ต้องมีทั้งศาสตร์และศิลป์ เส้นแต่งงานที่ถูกต้องยาวและชัดเจน ส่วนเส้นสั้นและบางเป็นเส้นแค่ชอบพอกันเท่านั้น

ความหมายตามลายเส้น

หมายเลข ๑-๑
เส้นแต่งงานที่สั้น มีความหมายที่มีการแต่งงานแบบเพื่อนฝูงไม่ได้มีความรักลึกซึ้งอะไรมากนัก
หมายเลข ๒-๒
เส้นแต่งงานที่ยาวอยู่บนเนินพุธเต็มเนิน เป็นความหมายที่มีการแต่งงานที่แน่นอน และเป็นความรักที่แท้จริง

หมายเลข ๓-๓
เส้นแต่งงานที่ยาวมากไปจนถึงเนินอาทิตย์ เป็นความรักที่ยิ่งใหญ่และมีความจริงจังสุดซึ้ง และได้คู่ครองที่ดีร่ำรวยและมีชื่อเสียงการแต่งงานจะมีความยิ่งใหญ่อย่างสม เกียรติ

ความหมายของเส้นแต่งงานยังมีอีกมากจะต้องมีการศึกษาอีกมากมายต่อไป

ต้อย ตุลา

ที่มา: เดลินิวส์ออนไลน์ เสาร์ ที่ 13 กุมภาพันธ์ 2553

ลายมือของผู้ยิ่งใหญ่ระดับโลก

ความหมายของลายมือมีมากมายไม่รู้จบ แต่คนที่รู้จริง ๆ นั้นมีน้อย และมักถูกทำลายหรือเก็บเป็นความลับจนตัวตายไปกับความรู้ ตำราที่เขียนจึงเป็นส่วนน้อยมากที่ยังไม่เปิดเผย เพราะมีคุณค่ามหาศาล ใครเล่าจะเปิดเผยได้

ความหมายของลายมือ

หมายเลข ๑
เส้นพฤหัสที่มาจากจุดเดียวกันที่โคนมือ จะมีความหมายถึงความสำเร็จถึงทุกอย่างรวมกัน คืออำนาจและตำแหน่ง
หมายเลข ๒
เส้นเสาร์ที่มาจากจุดเดียวกัน มีความหมายถึงวาสนาที่มีความมั่นคงแน่นอน มีหลักฐาน และมีความสำเร็จยั่งยืนตลอดไป

หมายเลข ๓
เส้นอาทิตย์มาจากโคนมือจุดเดียวกัน หมายถึงชื่อเสียงเกียรติยศและอำนาจเงินทองมหาศาล เพราะมาจากจุดเดีียวกัน

หมายเลข ๔
เส้นพุธมาจากจุดเดียวกันมาจากเส้นอาทิตย์ เสาร์ และพฤหัส จึงมีความหมายถึงธุรกิจการค้าการลงทุนร่ำรวยมหาศาล

เส้นที่มาจากจุดเดียวกัน
เมื่อเส้นพฤหัส เสาร์ อาทิตย์ และพุธ มาจากจุดเดียวกันที่โคนฝ่ามือ ความหมายถึงประกอบด้วยอำนาจวาสนาชื่อเสียง เกียรติยศธุรกิจเงินทองในระดับโลกได้อย่างแน่นอน.

ต้อย ตุลา

เส้นอิทธิพลที่เกิดจากเส้นพฤหัส

เส้นพฤหัสถือว่าเป็นเส้นวาสนาที่ดีที่สุดเส้นหนึ่งในด้านความสำเร็จก้าวหน้า ระดับชั้นผู้นำระดับประเทศหรือของโลก คนที่จะมีเส้นพฤหัสที่ยาวจากฐานมือไปสู่เนินพฤหัสน้อยมาก

ความหมายตามลายเส้น
หมายเลข ๑-๑
เส้นพฤหัสที่เกิดจากฐานมือไปสู่ เนินพฤหัส แสดงถึงการเป็นผู้นำที่มีความสำเร็จใหญ่โต
หมายเลข ๒-๒
เส้นอิทธิพลที่เกิดจากเส้นพฤหัสไปสู่เนินเสาร์ เป็นความสำเร็จในการงานที่เป็นผู้นำในช่วงที่เส้นขึ้นขณะนั้น

หมายเลข ๓-๓
เส้นอิทธิพลที่เกิดจากเส้นพฤหัสไปสู่เนินอาทิตย์ หมายถึงความก้าวหน้าและความสำเร็จมีชื่อเสียงที่ยิ่งใหญ่เงินทอง มหาศาล

หมายเลข ๔-๔
เส้นอิทธิพลที่เกิดจากเส้นพฤหัสและพุ่งไปสู่เนินพุธ หมายถึงความสำเร็จ ที่ก้าวหน้าร่ำรวยในการค้าและธุรกิจที่ยิ่งใหญ่

ต้อย ตุลา
ที่มา: เดลินิวส์ออนไลน์ เสาร์ ที่ 30 มกราคม 2553

เส้นอิทธิพลเกิดจากเส้นอาทิตย์

เส้นอาทิตย์เป็นเส้นวาสนาเส้นที่ดีที่สุดเส้นหนึ่ง ทางด้านชื่อเสียงการเงิน ความร่ำรวย และความสำเร็จทั่วไป ถ้าเป็นเส้นที่เกิดเดี่ยว ๆ ก็มีความหมายที่ดี แต่ถ้ามีเส้นแตกออกเป็นเส้นอิทธิพล ก็จะนำความสำเร็จได้มากขึ้น

ความหมายตามลายเส้น
หมายเลข ๑-๑
เป็นเส้นอาทิตย์ที่สวยงามมาก ขึ้นตรงจากฐานมือไปจนถึงเนินอาทิตย์ บ่งบอกถึงความสำเร็จและความร่ำรวย

หมายเลข ๒-๒
เส้นอิทธิพลเกิดจากเส้นอาทิตย์ไปถึงเนินพฤหัส หมายความว่าจะได้ตำแหน่งใหญ่ในบ้านเมือง

หมายเลข ๓-๓
เส้นอิทธิพลเกิดจากเส้นอาทิตย์ไป สู่เนินเสาร์ หมายถึง จะมีการขายที่ดินหลักทรัพย์หรือได้มรดก และความสำเร็จทั่วไป อีกด้วย

หมายเลข ๔-๔
เส้นอิทธิพลเกิดจากเส้นอาทิตย์ไปสู่เนินพุธ หมายถึง ความสำเร็จในการค้าการลงทุนจนเกิดความร่ำรวยมหาศาล

ต้อย ตุลา
ที่มา: เดลินิวส์ออนไลน์ เสาร์ ที่ 16 มกราคม 2553

เส้นอิทธิพลบนเส้นพุธ

เส้นพุธถือว่าเป็นเส้นวาสนาเส้นหนึ่ง มีความสำคัญไม่น้อยไปกว่าเส้น เสาร์เส้นอาทิตย์และเส้นพฤหัส เมื่อมี เส้นมาแยกไปสู่เนินต่าง ๆ ความสำคัญก็มากขึ้น

ความหมายตามลายเส้น

หมายเลข ๑-๑
เส้นพุธเป็นเส้นสุขภาพหรือเส้นที่เกี่ยวกับการค้าการลงทุน

หมายเลข ๒-๒
เส้นอิทธิพลแยกจากเส้นพุธไปสู่เนินอาทิตย์ การค้าจะร่ำรวยมาก

หมายเลข ๓-๓
เส้นอิทธิพลแยกจากเส้นพุธไปสู่เนินเสาร์ หมายถึงธุรกิจการค้าที่ดินการก่อสร้างจะร่ำรวย ตำแหน่งหน้าที่สูงขึ้น

หมายเลข ๔-๔
เส้นอิทธิพลแยกจากเส้นพุธไปสู่เนินพฤหัส หมายถึงการค้าการลงทุนในเรื่องการเมืองจะมีความสำเร็จสูงส่ง

ต้อย ตุลา

ที่มา: เดลินิวส์ออนไลน์ เสาร์ ที่ 23 มกราคม 2553

เส้นแต่งงานมีปัญหา

เส้นแต่งงานมีมากมายหลายแบบ คำพยากรณ์ก็แล้วแต่ประสบการณ์ที่มีมานาน และได้ทำสถิติเก็บไว้อย่างมากมาย นักพยากรณ์จึงอาจมีความเห็นแตกต่างกัน จำเป็นที่จะต้องศึกษาไปก่อนอย่าพยากรณ์ให้เกิดความผิดพลาดรุนแรง จะเกิดความเสียหายทางด้านวิชาการและความเสื่อมศรัทธาในวิชาลายมือ ดังนั้นจึงต้องใช้ความรู้ที่แท้จริงจากประสบ การณ์มากกว่าที่จะยึดถือตามตำราและมีเส้นแต่งงานอีกแบบหนึ่งที่ควรศึกษาต่อไปนี้

หมายเลข ๑
เส้นแต่งงานที่โค้งลงไปสู่เส้นใจ มีความเห็นแตกต่างกัน แต่ความเห็นจะหมายถึงการแต่งงานกำลังจะมีการตกลงเกิดขึ้นในเร็ววันนี้
หมายเลข ๒
เส้นแต่งงานที่ปลายแยก จะมีความเห็นถึงการแตกแยกกับคู่ครองต่างคนต่างอยู่ หรือคู่ครองได้แยกกันไปอยู่ต่างแดนต่างประเทศ

หมายเลข ๓
เส้นแต่งงานที่มีเกาะในเส้นหรือปลายเส้นหรือจะเป็นจุดดำก็ได้ เป็นความหมายไม่ดี เรื่องความผิดหวังและความเศร้าอย่างหนัก

หมายเลข ๔เส้นแต่งงานที่งอขึ้นไปด้านบน แสดงถึงความรักกำลังจะจืดจางหรือขาดความสนใจในเรื่องคู่ครองไม่ยอมแต่งงานหรือขึ้นคาน

ต้อย ตุลา

ที่มา: เดลินิวส์ออนไลน์ เสาร์ ที่ 27 กุมภาพันธ์ 2553

ข้อคิดคนดัง

ผมบอกพนักงานอยู่เสมอ คือในโลกนี้ ไม่มีคนไหนเก่งไปตลอดกาล
วันนี้คุณอาจเก่ง แต่พรุ่งนี้ อาจมีคนเก่งกว่าคุณ เพราะฉะนั้น
คนใดก็ตามที่ภูมิใจว่า ตนเองเก่ง จงจำเอาไว้ได้เลยว่า
ความหายนะใกล้มาถึงตัวคุณแล้วความโง่คืบคลานมา ใกล้ตัวคุณแล้ว
------------ --------- --------- --------- --------- ธนินท์ เจียรวนนท์


ผมพร้อมจะ เป็นน้ำนิ่ง อาจมีเขื่อนมาขวางหน้า แต่ถ้าวันใด
ที่เขื่อนนั้นเปราะ บางและโอกาสแห่งการสำแดงพลังมาถึง
ผมก็พร้อมจะกลายเป็นกระแสน้ำที่เชี่ยว กรากโหมกระหน่ำใส่ทุกสิ่งที่ขวางกั้น
แม้กระทั่งเขื่อนที่ครั้งหนึ่งผม เคยสยบยอมก็ตาม
------------ --------- --------- --------- --------- เจริญ สิริวัฒนภักดี

ถ้าคุณอดทน เพื่อจะทำอะไรสักอย่างให้สำเร็จ
คุณจำเป็นอย่างมากที่จะต้องลงมือศึกษา เรื่องนั้นๆ อย่างเป็นจริงเป็นจัง
แต่ถ้าคุณไม่อดทน โอกาสที่คุณจะผิดพลาดก็ย่อมมีสูงเช่นกัน
------------ --------- --------- --------- ------- อนันต์ กาญจนพาสน์


จงเดินไปหาภูเขา อย่าให้ภูเขาเดินมาหาเรา เพราะผมคิดว่า
ปกติ ผู้บริหารทั่วไปมักจะเรียกพนักงานมาประชุมกับเรา
มันเหมือนเราย้าย พนักงานทั้งกองทัพมาหาเรา แต่สำหรับผมผมจะเดินไปหาเขา
ผมบอกลูกน้อง ของผมว่าเราต้องเดินไปหาลูกค้า อย่าให้ลูกค้ามาหาเรา
------------ --------- --------- --------- -------- พรเทพ พรประภา

ใน เรื่องของการพิจารณา ความดีความชอบ
ผมจะฟังเสียงตอบรับจากลูกค้าเป็นหลัก ว่าลูกน้องแต่ละคนทำงานลงไปแล้วลูกค้า
พอใจแค่ไหนอย่างไร
ผมจะ ไม่เชื่อหัวหน้าอย่างเดียวเพราะถ้าเกิดหัวหน้าบางคนไม่ชอบลูกน้อง อาจ
เกิดกรณีหัวหน้าแกล้งลูกน้องได้
------------ --------- --------- --------- ------ ประกิต อภิสารธนรักษ์

ผมมีหลักของอาจารย์ที่สอนผมอย่างหนึ่งว่า มนุษย์เกิดมาไม่มีใครเก่งที่สุด
ดีที่สุด หรือแม้แต่เลวที่สุด
เพราะ คนที่ดีสุดและเลวที่สุดได้ตายจากโลกนี้นานแล้ว
คนที่เหลืออยู่จึง เป็นเพียง ชีวิตที่มีขึ้นมีลงอย่างเดียว
------------ --------- --------- --------- -- ไชยวัฒน์ เหลืองอมรเลิศ

ไม่ว่าคุณจะ ทำอะไรก็ตามคุณต้องศึกษาให้รู้แจ้งเสียก่อน ก่อนที่จะลงมือทำ
และ เมื่อลงมือทำแล้ว ก็ต้องทำให้จริงๆ จังๆให้มันรู้ไปเลยว่า
เราทำไม่ไหว แล้ว
------------ --------- --------- --------- --------- - ชวน ตั้งมติธรรม

1. จงเผชิญกับความจริงอย่างที่เป็นอยู่ มิใช่อย่างที่คุณอยากเป็น
2. จริงใจกับทุกคน
3. อย่าเป็นแค่นักบริหารแต่จงออกไปนำทัพ
4. จงเปลี่ยนแปลงก่อนที่เหตุการณ์จะบังคับให้ต้องเปลี่ยน
5. ถ้าท่านไม่มีจุดแข็ง หรือข้อได้เปรียบจงอย่าแข่งกับเขา
6. จงคุมชะตาด้วยตนเองมิฉะนั้น ผู้อื่นจะมาคุมแทน
------------ --------- --------- ------ ท่านผู้หญิงนิรมล สุริยสัตย์

ในการทำงานใดๆ ไม่ว่าจะเป็นลูกจ้าง
หรือนายจ้างควรจะรับฟังความคิดของผู้ร่วมงาน เสมอ
การเปิดใจรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น
คือเป็นการเพิ่มประ สบการณ์อื่นเป็นความรู้
นอกเหนือจากที่ได้รับมาจากการเอา เปรียบผู้อื่น
ไม่ใช่ความสำเร็จที่แท้จริง
------------ --------- --------- --------- -------- โพธิ์พงษ์ ล่ำซำ

ที่ชอบเป็นพิเศษ คือคำพูดของซุนวู่ ที่บอกว่า รู้เขา รู้เรา
รบร้อยครั้งชนะร้อยครั้ง ผมฟังปุ๊บ รู้สึกประทับใจทันทีและเข้าใจว่า
คนเราถ้าอยู่ใกล้ใคร มักอยากเป็นแบบนั้น
ตอนนั้นจำได้ว่าผมอยากเป็นนักเขียนมาก
แต่ ที่ได้รับคำแนะนำว่าถ้าคุณอยากเขียนหนังสือจงเริ่มต้นจากสิ่งที่ คุณรู้
ก่อนเป็นอันดับแรก
------------ --------- --------- --------- ----- อมรเทพ ดีโรจนวงศ์

เรื่องมีอยู่ว่า ชาวนาจีนแก่ ๆ
คนหนึ่งเดินไปตามถนนบนบ่ามีมีไม้พาดอยู่และ ที่ปลายไม้นั้นก็มีหม้อดินใส่แกง
จืดเต้าหู้ผูกห้อยไว้ ขณะที่เดินไปเขาเกิดสะดุดก้อนหิน
และหม้อดินก็หล่นลงกระทบพื้นแตก กระจัดกระจายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย
ชาวนาผู้เฒ่าคนนี้ก็ลุกขึ้นแล้วก้ม หน้าก้มตาเดินต่อไป
โดยไม่แสดงความรู้สึกใด ๆ
ชายหนุ่มคนหนึ่งที่เห็น เหตุการณ์รีบวิ่งมาหา แล้วพูดด้วยความตื่นเต้นว่า
"นี่ ๆ พ่อเฒ่าท่านไม่รู้หรือว่าหม้อดินหล่น"
ชายชราหันไปตอบว่า "ฉันรู้ ฉันได้ยินเสียงมันหล่นอยู่"
ผู้ อ่อนอาวุโสมีสีหน้าประหลาดใจเมื่อได้ยินคำตอบเช่นนั้น
"อ้าว แล้วทำไมท่านไม่ย้อนกลับไปทำอย่างใดอย่างหนึ่งล่ะ"
สีหน้าของผู้ เฒ่ายังเป็นปกติขณะที่ตอบชายหนุ่มด้วยคำพูดที่หนักแน่นชัดเจนว่า
" ก็หม้อดินมันแตกแล้วแกงจืดก็ไม่เหลือแล้วจะให้ฉัน ทำอะไรอีกล่ะ"
พูดจบชายชราผู้มากด้วยประสบการณ์ ชีวิตก็ย่างเท้าก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคง
วันวานนี้สิ้นสุดลงตั้ง แต่เมื่อคืนนี้แล้ว ทุก ๆ วันคือจุดเริ่มต้นใหม่
เรียนทักษะของการ ลืมอดีต แล้วก้าวไปข้างหน้าด้วยความมั่นใจ
เสมอต้น,เสมอปลาย...

ชีวิตพอเพียง แบบ Warren Buffet

ชีวิตพอเพียง แบบ Warren Buffet

ชายแก่คน นั้นทำงานในบริษัท แต่เขาไม่มีโทรศัพท์มือถือ ไม่มีเครื่องคอมพิวเตอร์ ไม่มีคนขับรถขับรถคันเก่าไปไหนมาไหนด้วยตัวเอง

เขาไม่ใช่คนยากไร้ ตรงกันข้ามเขาเป็นคนร่ำรวยอันดับที่หนึ่งของโลก* ประมาณว่าความร่ำรวยราวห้าหมื่นสองพันล้านดอลลาร์ ด้วยเงินของเขาสามารถซื้อเครื่องบินส่วนตัวได้หลายลำ แต่เขาไม่เคยเดินทางด้วยเครื่องบินส่วนตัว เขาอาศัยอยู่ในบ้านหลังเดิมที่เขาซื้อเมื่อครึ่งศตรรษที่แล้ว กินอาหารง่ายๆ ใช้ชีวิตง่ายๆ การหย่อนใจของเขาคือนอนดูโทรทัศน์รายการโปรดบนโซฟา กินข้าวโพดคั่วที่ทำเอง เขาไม่ใช่คนขี้เหนียว ตรงกันข้ามเขาเพิ่งบริจาคเงิน 83 เปอร์เซ็นต์ของเขาให้องค์กรการกุศล (ประมาณสามหมื่นล้านดอลลาร์) เป็นเงินบริจาคที่สูงที่สุดก้อนหนึ่งในประวัติศาสตร์ ชายแก่คนนั้นชื่อ วอร์เรนบัพเฟตต์

วอร์เรน บัฟเฟตต์ เริ่มทำงานครั้งแรกกับพ่อตอนอายุสิบเอ็ดขวบ เป็นงานนายหน้าค้าหุ้น ปีนั้นเขาซื้อหุ้นตัวแรก คือหุ้น ซิตีส์ เซอร์วิสเซส หุ้นละ 38.25 เหรียญ เขาขายเมื่อหุ้นขึ้นถึง 40 เหรียญ และไม่กี่ปีต่อมามันขึ้นถึง 200 เหรียญ สิ่งนี้สอนให้เขาเห็นค่าของการลงทุนกับหุ้นที่ดีใน ระยะยาว อายุสิบสี่ เขาซื้อที่ดิน 40 เอเคอร์ ราคา 1,200 เหรียญ แล้วให้ชาวนาเช่า ตอนเป็นนักเรียนมัธยมปลาย เขากับเพื่อนซื้อเครื่องเล่นพินบอลราคา 25 เหรียญ ตั้งในร้านตัดผม ภายในสามเดือนพวกเขามีเครื่องสามเครื่องในร้านต่างๆเมื่ออายุสิบ หกเขามีเงินเก็บถึงห้าพันเหรียญเขารู้สึกว่าการเรียนในวิทยาลัย เป็นความสูญเปล่า แต่ก็ยอมเรียนต่อเพราะพ่อขอไว้ และเป็นนักศึกษาระดับต้นๆ ด้วยคะแนนสูงลิ่วเมื่อเรียนจบ เขาก็ไปทำงานไม่กี่ปีก็ก่อตั้งบริษัทเล็กๆ ในวัยยี่สิบหก สร้างตัวมาจากความไม่มีด้วยสองมือจนกลายเป็นซีอีโอของบ ริษัทขนาดยักษ์เงินเดือนทั้งปีของเขาในปี 2549 คือ หนึ่งแสนเหรียญ จัดว่าน้อยมากสำหรับหมายเลขหนึ่งของบริษัท ซีอีโอทั่วไปมีรายได้ต่อปีเฉลี่ยเก้าล้านดอลลาร์เขาบอกว่า สหรัฐอเมริกาจ่ายเงินให้นักมวยสิบล้านเพื่อที่จะน็อกคู่ต่อสู้ให้ ล้มในเวลาสิบวินาที แต่ไม่สามารถจ่ายเงินดีแก่ครูที่เก่งที่สุด พยาบาลที่ดีที่สุด เป็นการจ่ายที่ไม่สมเหตุผลอย่างยิ่งเขาเห็นคุณค่าของ การทำงานที่เป็นประโยชน์เท่านั้นด้วยเหตุนี้เขาจึงไม่คิดจะย้าย บ้านที่อยู่มาตั้งแต่หนุ่มไปอยู่คฤหาสน์ที่ไหนสักแห่ง เขาบอกว่า ซื้อบ้านใหม่ทำไม ในเมื่อเขามีทุกอย่างที่ต้องการในบ้านหลังนี้แล้ว การย้ายบ้านเพียงเพื่อให้ 'สมฐานะ' ของตัวเองเป็นเรื่องเหลวไหล หลายปีก่อนเคยมีการสัมภาษณ์มหาเศรษฐีชั้นนำของโลกจำนวนหนึ่ง และพบว่ามหาเศรษฐีที่ร่ำรวยจริงๆ ล้วนเป็นคนมัสยัสถ์อย่างยิ่ง ใช้เงินเท่าที่จำเป็น เพราะพวกเขาเห็นว่าเงินทองไม่ใช่ทุกสิ่งในชีวิต โลกเราเต็มไปด้วยคนรวยกลวงๆ คนที่พยายามทำตัวให้ดูรวย เมื่อไม่มีเงินก็พยายามกู้เงินมาด้วยค่านิยมที่ว่า"คนที่กู้เงิน ได้คือคนที่มีเครดิต"คนรวยเช่น วอร์เรน บัฟเฟตต์ กลับบอกว่าจงหลีกห่างจากบัตรเครดิตไปไกลๆที่แตกต่างจาก คนอื่นก็คือ ลูกหลานของเขาจะไม่ได้รับมรดกมากเท่าส่วนบริจาค เขาบอกว่า "ผมต้องการให้ลูกหลานของผมมากพอที่พวกเขารู้สึกว่า สามารถทำอะไรก็ได้แต่ไม่มากพอที่ทำให้พวกเขาไม่ทำอะไรเลย"เมื่อ มองทะลุวัตถุนิยม ก็เริ่มแลเห็นความหมายและคุณค่าที่แท้จริงของชีวิต
Your browser may not support display of this image.

บท สัมภาษณ์หนึ่งชั่วโมงของสถานีโทรทัศน์ CNBC สัมภาษณ์ วอร์เรน บัพเฟตต์ มหาเศรษฐีอันดับหนึ่งของโลก ซึ่งบริจาคเงินให้การกุศล 31,000 ล้านดอลล่าร์

ต่อไป นี้คือแง่มุมบางส่วนที่น่าสนใจยิ่งจากชีวิตของเขา:

1) เขา เริ่มซื้อหุ้นครั้งแรกเมื่ออายุ 11 ขวบและปัจจุบันบอกว่ารู้สึกเสียใจที่เริ่มช้าไป!

2) เขา ซื้อไร่เล็กๆเมื่ออายุ 14 โดยใช้เงินเก็บจากการส่งหนังสือพิมพ์

3) เขายังอาศัยอยู่ในบ้านเล็กหลังเดิมขนาด 3 ห้องนอนกลางเมืองโอมาฮา ที่ซื้อไว้หลังแต่งงานเมื่อ 50 ปีก่อน เขาบอกว่ามีทุกสิ่งที่ต้องการในบ้านหลังนี้บ้านเขาไม่มีรั้ว หรือกำแพงล้อม

4) เขาขับรถไปไหนมาไหนต้วยตนเอง ไม่มีคนขับรถหรือคนคุ้มกัน

5) เขาไม่ เคยเดินทางด้วยเครื่องบินส่วนตัวแม้จะเป็นเจ้าของบริษัทขาย เครื่องบินส่วนตัวที่ใหญ่สุดในโลก

6) บริษัท เบิร์กไช แฮทะเวย์ ของเขามีบริษัทในเครือ 63 บริษัทเขาเขียนจดหมายถึงซีอีโอของบริษัท เหล่านี้เพียงปีละฉบับเดียวเพื่อให้เป้าหมายประจำปี เขาไม่เคยนัดประชุมหรือโทรคุยกับซีอีโอเหล่านี้เป็นประจำ

7) เขา ให้กฎแก่ซีอีโอเพียงสองข้อ กฎข้อ1 อย่าทำให้เงินของผู้ถือหุ้นเสียหาย กฎข้อ 2 อย่าลืมกฎข้อ1

8 ) เขาไม่สมาคมกับพวกไฮโซ การพักผ่อนเมื่อกลับบ้านคือทำข้าวโพดคั่วกินและดูโทรทัศน์

9) บิล เกตส์ คนที่เคยรวยที่สุดในโลกเพิ่งพบเขาเป็นครั้งแรกเมื่อห้าปีก่อน บิล เกตส์ คิดว่าตนเองไม่มีอะไรเหมือน วอร์เรน บัพเฟตต์ เลย จึงให้เวลานัดไว้เพียงครึ่งชั่วโมง แต่เมื่อ บิล เกดส์ได้พบ บัฟเฟตต์ จริงๆปรากฏว่าคุยกันนานถึงสิบชั่วโมง และ บิลเกตส์กลายเป็นผู้มีศรัทธาในตัววอร์เรน บัพเฟตต์

10) วอร์เรน บัพเฟตต์ ไม่ใช้มือถือและไม่มีคอมพิวเตอร์บนโต๊ะทำงาน

11) เขา แนะนำเยาวชนคนหนุ่มสาวว่า: จงหลีกห่างจากบัตรเครดิตและลงทุนในตัวคุณเอง

ที่สุดของชีวิต คือ มีปัจจัย๔ อย่างพอเพียง นั่นคือ
  • มหาเศรษฐีหรือยาจก กินข้าวแล้วก็อิ่ม 1 มื้อเท่ากัน
  • มหา เศรษฐีหรือยาจก มีเสื้อผ้ากี่ชุดก็ใส่ได้ทีละชุดเท่ากัน
  • มหา เศรษฐีหรือยาจก มีบ้านหลังใหญ่แค่ไหนพื้นที่ที่ใช้จริงๆก็เหมือนกันคือห้องนอน ห้องน้ำ ห้องครัว เหมือนกัน
  • มหา เศรษฐีหรือยาจก จะมียารักษาโรคดีแค่ไหนยื้อชีวิตไปได้นานเพียงไรสุดท้ายก็ต้องตาย เหมือนกัน

Wednesday, March 10, 2010

พ่อ + แม่ + ลูก อ่านเถอะ 3 นาที อาจช่วยพลิกชีวิตได้

เรื่องนี้น่าสนใจอ่านแล้วดีมาก ๆ อ่านให้จบนะคะ เสียเวลาเพียง 3 นาทีเองสำหรับคนที่เป็นพ่อแม่ กำลังจะเป็น และคนที่เป็นลูก

เรื่องนี้ไว้สอนสำหรับคนเป็นพ่อแม่โดยเฉพาะ อ่านแล้วค่อยให้ลูก ๆ อ่านต่อ

ในระหว่างทานข้าวกลางวัน วนิดาซึ่งเป็นซีอีโอ
ถามกิตติผู้บริหารระดับสูงคนหนึ่งที่รายงานตรงต่อเธอว่า

“กิตติ พี่สังเกตว่าคุณไม่เคยปิดมือถือเลย แม้กระทั่งเวลาประชุม แล้วพี่ก็เห็นคุณขอตัวออกไปจากที่ประชุมกลางคันเพื่อรับโทรศัพท์ พี่อยากรู้ว่าเป็นโทรศัพท์ของใครหรือ ทำไมมันสำคัญขนาดรอจนจบประชุมไม่ได้ พี่เห็นเป็นประจำเลยนะ”

กิตติมีท่าทีอึดอัด เขาตอบว่า
“ไม่มีอะไรหรอกครับ เรื่องส่วนตัวนะครับ ผมขอโทษ”

วนิดายิ้มแบบผู้ใหญ่ใจดี เธอเงียบไปสักครู่จึงพูดต่อ

เธอจะตำหนิเขาโดยตรงในเรื่องพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมในที่ประชุมแบบเจ้านายกับลูกน้อง วิธีนี้ได้ผล! กิตติสารภาพออกมาแบบกระอักกระอ่วน

“ก็...คือว่า...พี่อย่าโกรธผมนะครับ มันเป็นโทรศัพท์มาจากลูกสาวผมเอง

เธอเพิ่งไปเรียนไฮสคูลที่ออสเตรเลียเมื่อไม่กี่เดือน
โรงเรียนที่ลูกสาวผมเรียนนี้ค่อนข้างจะเข้มงวด แถมมีการบ้านจมเลย
ตอนลูกสาวผมเรียนที่นี่ ผมช่วยติวและทำการบ้านร่วมกับเธอบ่อยๆ
ลูกคนเดียวเธอคือดวงใจของผมเลยครับ ผมบอกเธอว่าไปอยู่นั่น
ติดขัดเรื่องการบ้านละก็โทรมาหาผมได้ทุกเมื่อไม่ว่าจะเป็นเวลาใด
ผมจะคอยช่วยเหลือเธอผมไม่ต้องการเห็นเธอล้มเหลว

ตอนค่ำเมื่อกลับบ้านผมก็แทบจะไม่ได้พักผ่อน
แต่จะไปช่วยเธอทำการบ้านแล้วก็แฟ็กซ์ส่งไปเรื่องคณิตศาสตร์บ้าง
ภาษาอังกฤษบ้าง ผมอยากให้เธอประสบความสำเร็จ

ผมต้องขอโทษที่บริหารเวลาไม่ค่อยได้เรื่อง ”
กิตติจบเรื่องลงด้วยท่าทีละอายใจ วนิดาแสดงความเห็นใจ

“เรื่องของคุณมันฟังแล้วคุ้นๆมากเลย พี่พอจะจินตนาการออก ถึงความลำบากใจของเธอ พี่เองก็มีลูกสาวเรียนปริญญาโทอยู่ที่อเมริกา
พี่เคยทำแบบคุณเหมือนกัน เพราะลูกสาวพี่จบตรี แล้วไปต่อโทเลย จึงไม่มีประสบการณ์ในการทำงาน ดังนั้นพอทำกรณีศึกษาก็มักจะ ไม่ทันเพื่อนเขา หรือไม่เข้าใจ แถมยังไม่กล้าถามอาจารย์อีก

พี่เลยต้องช่วยทำเคส แล้วก็อีเมล์ไปให้เธอ แต่ว่าตอนนี้พี่หยุดช่วยเธอแบบนั้นแล้วล่ะค่ะ ”

กิตติถามด้วยความประหลาดใจ

“ ทำไมล่ะครับ พี่ไม่รักเธอแล้วหรือ หรือว่าพี่เห็นว่างานมีความสำคัญกว่าครอบครัวครับ ”

วนิดาตอบพร้อมกับยิ้มอย่างอารมณ์ดีว่า

“ พี่ยังรักลูก และเห็นคุณค่าของครอบครัวและงานเหมือนเดิม

พี่โชคดีที่มีเพื่อนชาวอเมริกันคนหนึ่ง เขาสังเกตเห็นวิธีที่พี่ช่วยลูกสาว

แล้ววันหนึ่งเขาก็ให้หนังสือเล่มหนึ่งชื่อ The Power of Failure

โดย Charles C. Manz และมีการแปลเป็นไทยในชื่อ วิกฤติคือโอกาส

โดยพสุมดี กุลมา เรียบเรียงโดย นราธิป นัยนา

เพื่อนอเมริกันเขาคั่นเรื่องๆหนึ่งให้พี่อ่านโดยเฉพาะเลย พี่จะเล่าให้เธอฟัง ”

........

มีชายคนหนึ่งนั่งมองผีเสื้อที่กำลังดิ้นรนจะออกจากรังไหม

เจ้าผีเสื้อดิ้นรนไปซักพัก จนกระทั่งใยรังไหมเริ่มขาดเป็นรูเล็กๆ

ชายคนนั้นมองด้วยความสนใจ เจ้าผีเสื้อดูเหมือนจะหยุดไป ที่จริงผีเสื้อมันพักเพื่อที่จะดิ้นรนต่อไป

แต่ว่าชายคนนั้นคิดไปเองว่าผีเสื้อคงติดใยรังไหม ไม่สามารถจะออกมาได้ด้วยตนเอง

ด้วยความหวังดี เขาจึงนำกรรไกรขนาดเล็กมาตัดใยรังไหมนั้น ทำให้รูมันขยายใหญ่ขึ้น เจ้าผีเสื้อเห็นรูขยายใหญ่ขึ้นมันก็คลานต้วมเตี้ยมออกมา แต่เขาสังเกตว่าตัวมันมีขนาดเล็กกว่าปกติ ปีกเหี่ยวย่น แถมลำตัวของเจ้าผีเสื้อก็มีลักษณะบวมผิดปกติ กลายเป็นว่าในขณะที่ผีเสื้อต้องดิ้นรนออกแรงตะเกียกตะกาย เพื่อพยายามจะดันตัวมันออกจากรังไหมนั้น เป็นกระบวนการธรรมชาติที่จะกระตุ้นให้ของเหลวชนิดหนึ่ง ที่อยู่ในลำตัวผีเสื้อเคลื่อนที่มาสู่ปีก เพื่อทำให้ปีกแข็งแรงเพียงพอจะบินได้

ด้วยความปรารถนาดีของชายคนนั้น

ผีเสื้อตัวนี้ปีกจึงเหี่ยวย่นไม่แข็งแรงเพียงพอจะบินได้

แถมยังมีรูปร่างพิกลพิการ เพราะของเหลวที่ควรจะอยู่ที่ปีก ดันไปติดคั่งค้างอยู่ที่ลำตัว

เจ้าผีเสื้อตัวนี้ออกจากใยมาได้ด้วยความสบาย

แต่ต้องพิกลพิการ และบินไม่ได้ไปชั่วชีวิตของมัน

.....

อุปสรรคและความล้มเหลวในชีวิตของคน ก็คล้ายๆกันกับสิ่งที่เจ้าผีเสื้อเผชิญ ไม่ว่าจะเป็นการเรียนรู้ ความก้าวหน้าในชีวิต การพัฒนาทักษะ ความกล้าหาญ ความมุ่งมั่น ล้วนแล้วแต่น่าสงสารและน่าเห็นใจ แต่จะได้คุณค่ามาก็ด้วยการล้มเหลวอย่างถูกวิธี เราจะคาดหวังว่าจะประสบความสำเร็จในชีวิต โดยไม่มีความล้มเหลวนั้นเป็นไปไม่ได้ เมื่อเราเผชิญอุปสรรค แล้วเราหลีกเลี่ยงที่จะแก้ไขหรือต่อสู้กับมัน เท่ากับว่าเรากำลังเสียโอกาสสำคัญในการเรียนรู้บทเรียนที่จำเป็นอย่างยิ่งต่อความสำเร็จในชีวิตของคน

กิตติฟังด้วยความสนใจ
“โอ้โฮ เรื่องนี้จุดประกายน่าดูครับ แต่ผมกลัวว่าลูกผมจะเกลียดผมนะซีครับ ”

วนิดาเสริมต่อ
“มีคำพูดที่ว่า 'No pain No gain' "ไม่เจ็บ ไม่ได้เรียนรู้"

ที่จริงพวกเรานะผิดเองที่ป้อนลูกๆ เรามากไป

สำหรับกรณีของพี่ พี่อธิบายให้ลูกเขาเข้าใจด้วยการเล่าเรื่องนี้แหละ

หลังจากนั้น พี่ก็ขอโทษสำหรับการให้ความช่วยเหลือลูกแบบผิดๆในอดีต

ลูกๆ ของเราเขาฉลาดพอจะเข้าใจเรื่องราวเหล่านี้นะ ...

กิตติ คุณลองมองไปรอบๆตัวเราสิ เรามีพนักงานที่มีความรู้ มาจากครอบครัวที่มีฐานะ หลายคนที่เหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อ พวกเขาไม่อดทนต่อปัญหาและอุปสรรค คนที่ควรถูกตำหนิคือ พ่อแม่ของเขา คุณอยากถูกคนอื่นเขาต่อว่าแบบนี้ในอนาคตไหมล่ะ

แถมลูกๆ ของเรายังอ่อนแอไม่สามารถจะฟันฝ่าปัญหาอุปสรรคได้ .....

คุณมีสิทธิ์เลือกนะ … ”

Saturday, March 6, 2010

เส้นอิทธิพลที่เกิดจากเส้นเสาร์

เส้นเสาร์หรือที่เรียกกันว่าเส้นวาสนา ได้เส้นหนึ่ง ความจริงเส้นอาทิตย์ เส้นพุธ และเส้นพฤหัสก็เป็นเส้นวาสนาได้เช่นเดียวกัน แต่เส้นเสาร์จะเป็นเส้นหลักในการดำเนินชีวิตที่มั่นคง เหมือนเส้นชีวิต เส้นสมองและเส้นหัวใจได้เลย เส้นเสาร์แม้จะเกิดเพียงสั้น ๆ ไม่จำเป็นต้องยาวไปถึงเนินเสาร์ ก็ถือว่ามีค่าด้วยกัน แต่การพยากรณ์ต้องใช้วิธีการเปลี่ยนแปลงไปบ้าง เส้นที่แยกจากเส้นเสาร์มีความสำคัญที่จะบ่งบอกถึงความสำเร็จในระยะที่เส้น ขึ้น และอาจจะหายไปก็ได้ เราเรียกว่าเส้นอิทธิพล

เส้นอิทธิพลที่เกิดบนเส้นวาสนา (เสาร์)

หมายเลข ๑-๑
เส้นเสาร์พุ่งตรงขึ้นไปถึงเนินเสาร์ เป็นหลักว่าจะทำงานอย่างมั่นคงไม่เปลี่ยนแปลง

หมายเลข ๒-๒
เส้นอิทธิพลแยกจากเส้นเสาร์ไปยังเนินพฤหัส มีความหมายถึงความยิ่งใหญ่ก้าวหน้า

หมายเลข ๓-๓
เส้นอิทธิพลแยกจากเส้นเสาร์ไปยังเนินอาทิตย์ หมายถึง การเงินและชื่อเสียงเด่นดังขึ้น

หมายเลข ๔-๔
เส้นอิทธิพลที่แยกจากเส้นเสาร์ไปสู่เนินพุธ หมายถึง ความสำเร็จในด้านการค้าร่ำรวย

ต้อย ตุลา

ที่มา: เดลินิวส์ออนไลน์ วันเสาร์ ที่ 09 มกราคม 2553

ลายมือที่มีความสำเร็จด้วยตนเอง

ความสำเร็จที่เกิดจากตนเองไม่ว่าทางการงานการเงิน การ ค้าและธุรกิจต่าง ๆ มาจากความสามารถของตนเองและต้องผ่านอุปสรรคและต้องต่อสู้ด้วยตนเองมีดังนี้ความหมายตามลายเส้น

ความสำเร็จที่เกิดจากตนเองไม่ว่าทางการงานการเงิน การ ค้าและธุรกิจต่าง ๆ มาจากความสามารถของตนเองและต้องผ่านอุปสรรคและต้องต่อสู้ด้วยตนเองมีดังนี้

หมายเลข ๑-๑
เส้นพฤหัสมาจากเส้นชีวิต ความสำเร็จการงาน ตำแหน่งหน้าที่มาจากตนเองด้วยความสามารถเป็นพิเศษของตนเองเท่านั้น

หมายเลข ๒-๒
เส้นเสาร์มาจากเส้นชีวิต ความสำเร็จทางการงานทุกอย่างจะต้องผ่านอุปสรรคอย่างมาก และต้องเลี้ยงดูคนอื่นอีกด้วย

หมายเลข ๓-๓
เส้นอาทิตย์มาจากเส้นชีวิต ความสำเร็จทางการเงินความร่ำรวยทุก อย่างมาจากพร สวรรค์ของตนเองและชีวิตเด่นดัง

หมายเลข ๔-๔
เส้นพุธมา จากเส้นชีวิต ความสำเร็จทางการค้าหรือธุรกิจทุกอย่างการค้าการลงทุนทุกอย่างและความร่ำรวยมาจากตนเอง.

ต้อย ตุลา

ที่มา: เดลินิวส์ออนไลน์ 19 ธันวาคม 52

ลายมือที่มีความสำเร็จด้วยปัญญา

ความสำเร็จที่เกิดจากปัญญาความคิด การวางแผนในอนาคตที่ไม่ผิดพลาด มีความรู้การศึกษาที่ดี และสามารถดำเนินการชีวิตด้วยมันสมองและความสามารถของตนเอง จนประสบความสำเร็จทั้งการงานการเงินและชื่อเสียงอันโด่งดัง ก็ด้วยเส้นสมองมีเส้นแยกไปสู่เนินต่าง ๆ ดังนี้

ความหมายตามลายเส้น

หมายเลข ๑-๑
เส้นพฤหัสมาจากเส้นสมอง จะประสบความสำเร็จในการศึกษามีความรู้สูง สติปัญญาดีในการบริหารการปกครองที่สูงส่งได้

หมายเลข ๒-๒
เส้นเสาร์มาจากเส้นสมอง หมายถึงการทำงานใหญ่ที่มีความก้าวหน้าในตำแหน่งหน้าที่ มีกิจการที่ยิ่งใหญ่ด้วยความสามารถของตนเอง

หมายเลข ๓-๓
เส้นอาทิตย์มาจากสมอง จะมีความสำเร็จมีชื่อเสียงโด่งดังมีฐานะการเงินมหาศาล มีการลงทุนการค้าขนาดใหญ่ ด้วยปัญญาของ ตนเอง

หมายเลข ๔-๔
เส้นพุธมาจากเส้นสมอง หมายถึงความสำเร็จในการค้าการตลาดที่มีความสามารถในการลงทุนด้วยความคิดและความสามารถ ตนเอง.

ต้อย ตุลา

ที่มา: เดลินิวส์ออนไลน์ วันเสาร์ ที่ 26 ธันวาคม 2552

ความสำเร็จอยู่ที่ใจ

เรื่องใจเป็นเรื่องสำคัญในการดำเนินชีวิตที่จะมีความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่หรือไม่ ก็อยู่ที่ใจจะถึงหรือไม่ คนที่ใจ ไม่ถึงไม่สามารถทำงานใหญ่ได้ และไม่สามารถที่จะเป็นผู้นำได้ ผู้ที่มีชื่อเสียงหรือผู้ทำงานในระดับโลกต้องอยู่ที่เส้นใจเป็นหลัก

หมายเลข ๑-๑
เส้นใจที่แยกไปสู่เนินพฤหัส มีความสำเร็จในด้านบริหารที่ยิ่งใหญ่ เป็นที่เคารพนับถือมีบารมีสูง

หมายเลข ๒-๒
เส้นใจที่แยกไปสู่เนินเสาร์ มีความสำเร็จในการงาน การบริหารที่มีตำแหน่งใหญ่ มีอำนาจวาสนา

หมายเลข ๓-๓
เส้นใจที่แยกไปสู่เนินอาทิตย์ มีชื่อเสียงโด่งดังรวมทั้งการเงินมีไม่ขาด หาเงินได้อย่างคล่องตัว

หมายเลข ๔-๔
เส้นใจที่แยกไปสู่เนินพุธ มีความสำเร็จในเรื่องการค้าการลงทุน มีวาจาคำพูดหรือการเจรจาสำเร็จ.

ต้อย ตุลา

ที่มา: เดลินิวส์ออนไลน์ วันเสาร์ ที่ 02 มกราคม 2553

Monday, March 1, 2010

เสื้อเกราะกันกระสุน

เมื่อหลายปีก่อน มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี ได้เปิดตัวเสื้อเกราะกันกระสุน จากเส้นใยไหมแท้ 100% เป็นตัวแรกของโลกมาแล้ว เสื้อเกราะดังกล่าวผลิตขึ้นด้วยกระบวนการทอลายตะกร้า น้ำหนัก 1.6 กิโลกรัม สามารถป้องกันกระสุนปืนขนาด .22, .38 และ 11 มม. ด้วยราคาต้นทุนในงานวิจัยตัวละประมาณ 8-9 พันบาท

จากความสำเร็จดังกล่าว ทีมนักวิจัย ประกอบด้วย รศ.สุจิระ ขอจิตต์เมตต์, ผศ.ดร.สมประสงค์ ภาษาประเทศ และผศ.ดร.อภิชาติ สนธิสมบัติ ได้ต่อยอดไปสู่การพัฒนาเสื้อเกราะกันกระสุนที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น

ความแตกต่างจากเสื้อเกราะรุ่นเก่าคือ กระบวนการผลิตที่มีวิวัฒนาการสูงขึ้น และสมรรถนะการป้องกันอาวุธร้ายแรง เสื้อเกราะรุ่นใหม่ ผลิตขึ้นด้วยกระบวนการทางวิศวกรรมสิ่งทอ ด้วยการนำเส้นใยสังเคราะห์มาเคลือบด้วยแผ่นฟิล์ม โดยกำหนดถึงแรงดัน การทนความร้อน แรงยืดหยุ่นตัว จากนั้นจึงนำมาเข้าสู่กระบวนการอัดขึ้นรูปเป็นแผ่นแล้วมาจัดเรียงเป็นชั้น ๆ ซึ่งไม่ใช่เพียงการทอเส้นใยอีกต่อไป

เมื่อมีการพัฒนาและกระบวนการที่ซับซ้อน ประสิทธิภาพก็ ย่อมเพิ่มขึ้น ซึ่งเจ้าของผลงานบอกว่า สมรรถนะ ของเสื้อเกราะรุ่นใหม่สามารถป้องกันกระสุนจากปืนพกสั้นทั้งหมด รวมทั้งป้องกันปืน เอ็ม 16 ซึ่งเป็นอาวุธสงครามอีกด้วย

สำนักงานทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีได้ให้ทุน นำเทคโนโลยีดังกล่าว เพื่อผลิตชุดเก็บกู้กับระเบิดสังหารบุคคล ส่งไปใช้จริงที่ภาคใต้ 15 ชุดจนถึงปัจจุบัน ได้รับการตอบรับที่ดีจากทหารที่ใช้ อยู่ กระทรวงกลาโหมได้มอบหมายให้ทำเพิ่มอีก 77 ชุด เพื่อส่งมอบให้กับทางทหารในจัง หวัดชายแดนภาคใต้ ล่าสุดผู้วิจัยได้พัฒนา เพิ่มเติมในส่วนที่ล่อแหลมและเสี่ยง โดยเพิ่มการ์ดป้องกัน ปลายคาง ต้นคอ แขน และลำตัว เพื่อให้มีประสิทธิภาพการป้องกันมากที่สุด

รศ.สุจิระ บอกว่า นอกจากประสิทธิภาพที่มากขึ้น มีการผลิตเพื่อการป้องกันที่มากขึ้นแล้ว ผลประโยชน์ที่เกิดกับประเทศไม่ได้มีเท่านั้น เพราะหากเรานำเข้าจากต่างประเทศ ราคาชุดละ 1.8 ล้านบาท แต่ของผลิตในประเทศแค่ชุดละ 12,000 บาท ทำให้เหลืองบประมาณไปใช้ประโยชน์ด้านอื่นได้มหาศาล

ที่มา: เดลินิวส์ออนไลน์ วันจันทร์ ที่ 01 มีนาคม 2553 http://www.dailynews.co.th/newstartpage/index.cfm?page=content&categoryId=316&contentID=51316

Thursday, February 18, 2010

มะเร็ง ภูมิแพ้ ฯลฯ รักษาด้วยการกินข้าวโพดเหลือง

รักษาโรคต่าง ๆ ด้วยข้าวโพดเหลือง Sickness treatment with Thailand's yellow corn
ข้าวโพดเหลืองเมื่อต้มสุกด้วยเวลานานประมาณ 1 ชั่วโมง จะอุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ มีความสามารถในการช่วยบรรเทา และรักษาโรคได้ ไม่ว่าจะเป็น มะเร็ง ภูมิแพ้น้ำมูกเหลืองเขียว และโรคอื่น ๆ ข้าวโพดเหลืองยังสามารถช่วยให้ฟื้นไข้จากการรักษาของแพทย์ได้เร็วยิ่งขึ้น ถ้าคุณไม่ต้มข้าวโพดเหลืองเอง จะไปซื้อที่ตลาดก็ได้

When boiling Thai's yellow corn, take approximately 1 hour, it will be rich in substance anti-free radicals (anti-oxidants). Thailand's yellow corn have the ability to alleviate and act as treatments such as cancer, allergy snot yellow green. Thailand's yellow corn can also not only help to cure diseases, but can also help to convalesce from medical treatment faster. If you do not own boiled yellow corn by yourself, you can buy from the markets all over Thailand. Thailand's corn is a specific spicy to contain more anti-free radicals (anti-oxidants) substance to fight as such cancer and other diseases.

วิธีกินข้าวโพดเหลือง How to eat Thailand's yellow corn.
การกินสามารถกินข้าวโพดเหลืองได้โดยใช้ฟันกัดกิน หรือ จะนำไปปั่นก็ได้ ควรกินประมาณ 3 ฝักต่อวันเป็นอย่างน้อย You can eat Thailand's yellow corn using teeth bite or using fruit blender machine to produce corn juice. At least 3 Thailand yellow corns should be consumed each day.

อาหารที่ควรงดระหว่างการรักษาด้วยข้าวโพดเหลืองต้มสุก 1 ชั่วโมง Food should refrain during treatment with yellow corn boiled 1 hour
สำหรับคนที่รักษาโรคมะเร็ง ภูมิแพ้มีน้ำมูก ด้วย ข้าวโพดเหลืองต้มสุก ควรงดการกิน ผัก-ผลไม้ที่ฉ่ำน้ำ เช่น สัปปะรด แก้วมังกร ส้ม หัวไช้เท้า มะม่วงสุก หลังการรักษาดีขึ้นแล้วจึงกินอาหารเหล่านี้ได้ For those who treat cancer, allergic mucous with Thailand's yellow corn should ban eating juicy vegetable-fruit such as pineapple, dragon fruits, orange, radish, mango. After recovery from the treatment you can then eat them.

ป้องกันโรคด้วยข้าวโพดเหลือง Prevention your sickness with Thailand's yellow corn
แนะนำให้ทุกคนกินข้าวโพดเหลืองบ่อย ๆ เพราะสามารถที่จะ่ช่วยป้องกันโรคที่ไม่พึงปรารถนาได้
Encourage everyone to eat Thailand's yellow corn because it often can help prevent undesired diseases.

If you can to visit Thailand, you must eat Thailand's corns. Best of luck to you all.

Wednesday, February 17, 2010

คาถารักษาไข้ คาถาให้หายป่วย คาถาให้หายเจ็บ คาถาให้หายจา่กไม่สบาย

คาถารักษาไข้ สำหรับคาถารักษาไข้ ใช้ภาวนาเมื่อเวลาที่ไม่สบายกับยาที่ใช้ทานอยู่ คาถารักษาไข้ จะช่วยให้หายป่วย หายเจ็บไข้ได้เร็วขึ้น

(นะโม 3 จบ)

โพชฌังโค สติสังขาโต ธัมมานัง วิจโย ตถา วิริยัมปิติ บัสสัทธิ
โพชฌังคา จ ตถา ปเร สมาธุ เปกขโพชฌังคา สัตเต เต สัพพทัสสินา
มุนินา สัมมะทักขาตา ภาวนา พหูลีกะตา สังวัตตันติ อภิญญายะ นิพพานะยะ จะโพธิยา
==============

จากที่ได้มาหลายบุคคลหายจากการเจ็บ หายจากการป่วย หายจากการไม่สบาย โดยได้รับผลจากอานุภาพแห่งพระคาถาชินบัญชร ทั้งนี้ ผู้ใดได้สวดภาวนาพระคาถาชินบัญชรนี้ เป็นประจำอยู่สม่ำเสมอ จะทำให้เกิดความสิริมงคลสมบูรณ์พูนผล ศัตรูหมู่พาลไม่กลํ้ากราย ไปทางใด ย่อมเกิดเมตตามหานิยม เกิดลาภผลพูนทวี ขจัดภัยจากภูตผีปีศาจ ตลอดจนคุณไสยต่าง ๆ ทำน้ำมนต์รดแก้วิกลจริตแก้สรรพโรคภัยหายสิ้น เป็นสิริมงคลแก่ชีวิต มีคุณานุภาพตามแต่จะปรารถนา ดังคำโบราณว่า "ฝอยท่วมหลังช้าง" จะเดินทางไปที่ใด ๆ สวด ๑๐ จบ แล้วอธิษฐานจะสำเร็จสมดังใจ
- อดทนสวดวันละ 9 จบ เป็นเวลา ๓๐ วัน อาการไม่สบายต่าง ๆ สามารถบรรเทาเบาบาง และ หายได้

การเริ่มต้นและวิธีสวด

การเริ่มต้นสวดภาวนาให้หาวันดี คือ วันพฤหัสบดีเป็นวันเริ่มต้น โดยน้อมนำดอกไม้ ธูปเทียนถวายบูชาคุณพระรัตนตรัยและดวงพระวิญญาณอันศักดิ์สิทธิ์ของเจ้าประคุณสมเด็จ ฯ ถ้าไปที่วัดระฆังก็ใช้ได้ ถ้าไปไม่ได้ก็ให้ระลึกถึงท่านและหันหน้าไปทางวัดระฆังก็ใช้ได้ เมื่อบูชาพระรัตนตรัยและดวงวิญญาณของเจ้าประคุณสมเด็จแล้ว จึงเริ่มต้นสวดโดยอ่านตามบทให้ได้ ๑ จบ ก็เป็นอันเสร็จพิธีเริ่มต้น


พระคาถาชินบัญชร
สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี)
วัดระฆังโฆสิตาราม วรมหาวิหาร

เพื่อให้เกิดอานุภาพยิ่งขึ้น ก่อนเจริญภาวนาชินบัญชรให้ตั้งนะโม ๓ จบ แล้วระลึกถึงและบูชา เจ้าประคุณสมเด็จด้วยคำว่า

ปุตตะกาโม ละเภ ปุตตัง ธะนะกาโม ละเภ ธะนัง อัตถิ กาเย กายะญายะ เทวานัง ปิยะตัง สุตตะ วา อิติปิ โส ภะคะวา ยะมะราชาโน ท้าวเวสสุวัณโณ มะระณัง สุขัง อะระหัง สุคะโต นะโม พุทธายะ

เพื่อให้เกิดอานุภาพยิ่งขึ้นก่อนเจริญภาวนาชินบัญชรตั้งนะโม 3 จบก่อน แล้วระลึกถึง
สมเด็จพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี)

1. ชะยาสะนากะตา พุทธา เชตะวา มารัง สะวาหะนัง จะตุสัจจาสะภัง ระสัง เย ปิวิงสุ นะราสะภา

2. ตัณหังกะราทะโย พุทธา อัฏฐาวีสะติ นายะกา สัพเพ ปะติฏฐิตา มัยหัง มัตถะเก เต มุนิสสะรา

3. สีเส ปะติฏฐิโต มัยหัง พุทโธ ธัมโม ทะวิโล จะเน สังโฆ ปะติฏฐิโต มัยหัง อุเร สัพพะคุณากะโร

4. หะทะเย เม อะนุรุทโธ สารีปุตโต จะ ทักขิเณ โกณฑัญโญ ปิฏฐิภาคัสมิง โมคคัลลาโน จะวามะเก

5. ทักขิเณ สะวะเน มัยหัง อาสุง อานันทะ ราหุโล กัสสะโป จะ มะหานาโน อุภาสุง วามโสตะเก

6. เกสะโต ปิฏฐิภาคัสมิง สุริโย วะ ปะภังกะโร นิสินโน สิริสัมปันโน โสภีโต มุนิ ปุงคะโว

7. กุมาระกัสสะโป เถโร มะเหสี จิตตะวาทะโก โส มัยหัง วะทะเน นิจจัง ปะติฏฐาสิ คุณากะโร

8. ปุณโณ อังคุลิมาโลจะ อุปาลี นันทะสีวะลี เถรา ปัญจะอิเมชาตา นะลาเฏ ติละกา มะมะ

9. เสสาสีติ มะหาเถรา วิชิตา ชินะสาวะกา เอเตสีติ มะหาเถรา ชิตะวันโต ชินโนระสา
ชะลันตา สีละเตเชนะ อังคะมังเคสุ สัณฐิตา

10. ระตะนัง ปุระโต อาสิ ทักขิเณ เมตตะสุต ตะกัง ธะชัคคัง ปัจฉะโต อาสิ วาเม อังคุลิมาละกัง

11. ขันธะโมระปะริตตัญจะ อาฏานาฏิยะ สุตตะ กัง อากาเส ฉะทะนัง อาสิ เสสา ปาการะสัณฐิตา

12. ชินา นานา วะระสังยุตตา สัตตัปปาการะลัง กาตา วาตะปิตตาทิสัญชาตา พาหิรัชฌัตตุปัททะวา

13. อะเสสา วินะยัง ยันตุ อะนันตะชินะเตชะสา วะเสโต เม สะกิจเจนะ สะทา สัมพุทธะปัญชะเร

14. ชินะปัญชะระมัชฌัมหิ วิหะรันตัง มะหีตะเล*
สะทา ปาเลนตุ มัง สัพเพ เต มะหาปุริสา สะภา

15. อิจเจวะมันโต สุคุตโต สุรักโข ชินานุภาเวนะ
ชิตูปัททะโว ธัมมานุภาเวนะ ชิตาริสังโฆ สังฆานุภาเวนะ
ชิตันตะวาโย สัทธัมมานุภาวะปาลิโต จะรามิชินะปัญชะเรติ.

*บางตำราใช้ เกเสนเต,เกสะโต,ก็มี : ซึ่งฉบับสิงหลไม่มีวรรคนี้
*.มะหีตะเล บาลีออกเสียงเป็น มะฮีตะเล


.......................................
คำแปลชินบัญชร

1. ชะยาสะนากะตา พุทธา เชตะวา มารัง
สะวาหะนัง จะตุสัจจาสะภัง ระสัง เย ปิวิงสุ นะราสะภา

พระพุทธเจ้าและพระนราสภาทั้งหลายผู้ประทับนั่งแล้วบนชัยบัลลังก์ ทรงพิชิตพระยามาราธิราช ผู้พรั่งพร้อมด้วยเสนาราชพาหนะแล้ว เสวยอมตรสคือ อริยสัจธรรมทั้งสี่ประการ เป็นผู้นำสรรพสัตว์ให้ข้ามพ้นจากกิเลสและกองทุกข์

2. ตัณหังกะราทะโย พุทธา อัฏฐาวีสะติ นายะกา
สัพเพ ปะติฏฐิตา มัยหัง มัตถะเก เต มุนิสสะรา

มี 28 พระองค์ คือพระผู้ทรงพระนามว่า ตัณหังกรเป็นอาทิพระพุทธเจ้าจอมมุนีทั้งหมดนั้น.

3. สีเส ปะติฏฐิโต มัยหัง พุทโธ ธัมโม ทะวิโล
จะเน สังโฆ ปะติฏฐิโต มัยหัง อุเร สัพพะคุณากะโร

ข้าพระพุทธเจ้าขออัญเชิญมาประดิษฐานเหนือเศียรเกล้าองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ประดิษฐานอยู่บนศีรษะพระธรรมอยู่ที่ดวงตาทั้งสอง พระสงฆ์ผู้เป็นอากรบ่อเกิดแห่งสรรพคุณ อยู่ที่อก.

4. หะทะเย เม อะนุรุทโธ สารีปุตโต จะ ทักขิเณ
โกณฑัญโญ ปิฏฐิภาคัสมิง โมคคัลลาโน จะวามะเก

พระอนุรุทธะอยู่ที่ใจ พระสารีบุตรอยู่เบื้องขวา พระโมคคัลลาน์อยู่เบื้องซ้าย พระอัญญาโกณฑัญญะอยู่เบื้องหลัง

5. ทักขิเณ สะวะเน มัยหัง อาสุง อานันทะ
ราหุโล กัสสะโป จะ มะหานาโน อุภาสุง วามโสตะเก

พระอานนท์กับพระราหุลอยู่หูขวา พระกัสสะปะกับพระมหานามะอยู่หูซ้าย

6. เกสะโต ปิฏฐิภาคัสมิง สุริโย วะ ปะภังกะโร
นิสินโน สิริสัมปันโน โสภีโต มุนิ ปุงคะโว

มุนีผู้ประเสริฐ คือ พระโสภิตะผู้สมบูรณ์ด้วยสิริ ดังพระอาทิตย์ส่องแสงอยู่ที่ทุกเส้นขน ตลอดร่างทั้งข้างหน้าและข้างหลัง

7. กุมาระกัสสะโป เถโร มะเหสี จิตตะวาทะโก
โส มัยหัง วะทะเน นิจจัง ปะติฏฐาสิ คุณากะโร

พระเถระกุมาระกัสสะปะผู้แสวงบุญทรงคุณอันวิเศษ มีวาทะอันวิจิตรไพเราะอยู่ปากเป็นประจำ

8. ปุณโณ อังคุลิมาโลจะ อุปาลี นันทะสีวะลี
เถรา ปัญจะอิเมชาตา นะลาเฏ ติละกา มะมะ

พระปุณณะ พระอังคุลิมาล พระอุบาลี พระนันทะ และพระสีวะลี พระเถระทั้ง 5 นี้ จงปรากฏเกิดเป็นกระแจะจุณเจิมที่หน้าผาก

9. เสสาสีติ มะหาเถรา วิชิตา ชินะสาวะกา
เอเตสีติ มะหาเถรา ชิตะวันโต ชินโนระสา
ชะลันตา สีละเตเชนะ อังคะมังเคสุ สัณฐิตา

ส่วนพระอสีติมหาเถระที่เหลือ ผู้มีชัยและเป็นพระโอรสเป็นพระสาวกของพระพุทธเจ้าผู้ทรงชัย แต่ละองค์ล้วนรุ่งเรืองไพโรจน์ด้วยเดชแห่งศีลให้ดำรงอยู่ทั่วอวัยวะน้อยใหญ๋

10. ระตะนัง ปุระโต อาสิ ทักขิเณ เมตตะสุต
ตะกัง ธะชัคคัง ปัจฉะโต อาสิ วาเม อังคุลิมาละกัง

พระรัตนสูตรอยู่เบื้องหน้า พระเมตตาสูตรอยู่เบื้องขวา พระอังคุลิมาลปริตรอยู่เบื้องซ้าย พระธชัคคะสูตรอยู่เบื้องหลัง

11. ขันธะโมระปะริตตัญจะ อาฏานาฏิยะ สุตตะ
กัง อากาเส ฉะทะนัง อาสิ เสสา ปาการะสัณฐิตา

พระขันธปริตร พระโมรปริตรและพระอาฏานาฏิยสูตร เป็นเครื่องกางกั้นดุจหลังคาอยู่บนนภากาศ

12. ชินา นานา วะระสังยุตตา สัตตัปปาการะลัง
กาตา วาตะปิตตาทิสัญชาตา พาหิรัชฌัตตุปัททะวา

อนึ่งพระชินเจ้าทั้งหลายนอกที่ได้กล่าวมาแล้วนี้ ผู้ประกอบพร้อมด้วยกำลังนานาชนิดมีศีลาทิคุณอันมั่นคง คือสัตตะปราการเป็นอาภรณ์มาตั้งล้อมเป็นกำแพงคุ้มครองเจ็ดชั้น

13. อะเสสา วินะยัง ยันตุ อะนันตะชินะเตชะสา
วะเสโต เม สะกิจเจนะ สะทา สัมพุทธะปัญชะเร

ด้วยเดชานุภาพแห่งพระอนันตชินเจ้าไม่ว่าจะทำกิจการใด ๆ เมื่อข้าพระพุทธเจ้าเข้าอาศัยอยู่ในพระบัญชรแวดวงกรงล้อม แห่งพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ขอโรคอุปัทวะทุกข์ทั้งภายนอกและภายใน อันเกิดแต่โรคร้าย คือ โรคลมและโรคดีเป็นต้น เป็นสมุฏฐานจงกำจัดให้พินาศไปอย่าได้เหลือ

14. ชินะปัญชะระมัชฌัมหิ วิหะรันตัง มะหีตะเล
สะทา ปาเลนตุ มัง สัพเพ เต มะหาปุริสา สะภา

ขอพระมหาบุรุษผู้ทรงพระคุณอันล้ำเลิศทั้งปวงนั้น จงอภิบาลข้าพระพุทธเจ้า ผู้อยู่ในภาคพื้นท่ามกลางพระชินบัญชร ข้าพระพุทธเจ้าได้รับการคุ้มครองปกปักรักษาภายในเป็นอันดี ฉะนี้แล

15. อิจเจวะมันโต สุคุตโต สุรักโข ชินานุภาเวนะ
ชิตูปัททะโว ธัมมานุภาเวนะ ชิตาริสังโฆ สังฆานุภาเวนะ
ชิตันตะวาโย สัทธัมมานุภาวะปาลิโต จะรามิชินะปัญชะเรติ.

ข้าพระพุทธเจ้า ได้รับการอภิบาลด้วยคุณานุภาพแห่งสัทธรรม จึงชนะเสียได้ซึ่งอุปัทวะอันตรายใด ๆ ด้วยอานุภาพแห่งพระชินะพุทธเจ้า ชนะข้าศึกศัตรูด้วยอานุภาพแห่งพระธรรม ชนะอันตรายทั้งปวงด้วยอานุภาพแห่งพระสงฆ์ ขอข้าพระพุทธเจ้าจงได้ปฏิบัติและรักษาดำเนินไปโดยสวัสดีเป็นนิจนิรันดร เทอญ ฯ

พุทธะมังคะละคาถา
ของสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรฺหมรังสี)

สัมพุทโธ ทิปะทัง เสฏโฐ
นิสินโน เจวะ มัชฌิเม
โกณทัญโญ ปุพพะภาเค จะ
อาคเณยเย จะ กัสสะโป
สารีปุตโต จะ ทักขิเณ
หะระติเย อุปาลิ จะ
ปัจฉิเมปิ จะ อานันโท
พายัพเพ จะ ควัมปะติ
โมคคัลลาโน จะ อุตตะเร
อีสาเนปิ จะ ราหุโล
อิเม โข มังคะลา พุทธา
สัพเพ อิธะ ปะติฏฐิตา
วันทิตา เต จะ อัมเหหิ
สักกาเรหิ จะ ปูชิตา
เอเตสัง อานุภาเวนะ
สัพพะโสตถี ภะวันตุ โน

อิจเจวะมัจจันตะนะมัสสะเนยยัง
นะมัสสะมาโน ระตะนัตตะยังยัง
ปุญญาภิสันทัง วิปุลัง อะลัตถัง
ตัสสานุภาเวนะ หะตันตะราโย


อานิสงส์ชินบัญชร

พระคาถาชินบัญชรนี้เป็นคาถาที่ศักดิ์สิทธิ์ยิ่งนัก ตกทอดมาจากลังกาเจ้าประคุณสมเด็จ ฯ ค้น พบในคัมภีร์โบราณได้ดัดแปลงแก้ไขแต่งเติมให้ดีขึ้นเป็นเอกลักษณ์พิเศษได้ เนื้อถ้อยกระทงความสมบูรณ์แปลออกมาแล้วมีแต่สิ่งสิริมงคลแก่ผู้สวดภาวนาทุก ประการ

พระคาถานี้เป็นการอัญเชิญพระพุทธานุภาพแห่งพระบรมศาสดาสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าและพระพุทธเจ้าที่ได้เคยมาตรัสรู้ก่อนหน้านั้น จากนั้นเป็นการอัญเชิญพระอรหันต์ขีณาสพ อันสำเร็จคุณธรรมวิเศษแต่ละองค์ไม่เหมือนกัน นอกนั้นยังอัญเชิญพระสูตรต่าง ๆ อันโบราณาจารย์เจ้าถือว่า เป็นพระพุทธมนต์อันวิเศษแต่ละสูตรมารวมกันสอดคล้องเป็นกำแพงแก้วคุ้มกันตั้งแต่กระหม่อมจอมขวัญของผู้ภาวนาพระคาถาลงมาจนล้อมรอบตัว จนกระทั่งหาช่องโหว่ให้อันตรายสอดแทรกเข้ามามิได้


ที่มา: พระคาถาชินบัญชร จากเวปไซด์ วัดพรหมคุณาราม มลรัฐอริโซน่า สหรัฐอเมริกา http://www.watprom.iirt.net/chant_14.html

Sunday, February 7, 2010

คณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรม (ก.พ.ค.): กรรมการวินิจฉัย อุทธรณ์และร้องทุกข์ (ก.ว.ฉ.)

มุมข้าราชการ 06/02/53
การคัดเลือก กรรมการวินิจฉัยอุทธรณ์และร้องทุกข์ ใน คณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรม (ก.พ.ค.) มีผลออกมาแล้ว โดย จรวยพร ธรณินทร์ กรรมการและโฆษก ก.พ.ค. แจ้งว่า มีผู้ได้รับการคัดเลือก 12 ราย จะได้รับแต่งตั้งเริ่มปฏิบัติงาน 15 ก.พ. 2553

กรรมการวินิจฉัยอุทธรณ์และร้องทุกข์ (ก.ว.ฉ.) ทั้ง 12 คน ประกอบด้วย สุธา วิจักขณ์สุรการย์ ชวรัตน์ รุกขพันธุ์ สุรพงษ์ วิชญกิตติ สุวิทย์ อินทุรัตน วิชิต กุลสินนิธิพงศ์ จุมพฏ ธิติเวสส อนุชา วงษ์บัณฑิตย์ ทินกร ตุงคโสภา วัธนี ตรีทอง สมชัย ไหลสุพรรณวงศ์ สุชฎา จันทรวงศ์ สิทธิศักดิ์ ไม้สนธิ...

12 ก.ว.ฉ. ต้องทำงานเต็มเวลา มีเงินประจำตำแหน่งเดือนละ 64,340 บาท เงินเพิ่มเดือนละ 30,000 บาท มีวาระการทำงาน 6 ปี และสามารถทำงานต่อได้อีกโดยใช้วิธีการประเมินหรือการคัดเลือกตามที่ ก.พ.ค.กำหนด...

"ซี.12"
มุมข้าราชการ 06/02/53 ไทยรัฐออนไลน์ http://www.thairath.co.th/column/pol/corner/63309
===== กวฉ.อย่าทำลำเอียง กวฉ.อย่าอยุติธรรม ถ้าทำไม่ได้ก็ลาออกไปจาก กวฉ.ซะ ======

Wednesday, February 3, 2010

คาถาเสริมอำนาจ/เสน่ห์

คาถามหาอำนาจ

เอวัง ราชะสีโห มะหานาทัง สีหะนาทะกัง สีหะนะ เม สีละ เตเชนะ นามะ ราชะสีโห
อิทธิถทธิ์ พระพุทธังรักษา สารพัดศัตรู อะปะราชะยัง
อิทธิฤทธิ์ พระธัมมังรักษา สารพัดศัตรู อะปะราชะยัง
อิทธิฤทธิ์ พระสังฆังรักษา สารพัดศัตรู อะปะราชะยัง

ใช้เสกน้ำล้างหน้าทุกวันตอนเช้า แล้วจะมีอำนาจเป็นที่ยำเกรงของคนทั้งปวง

================
คาถาสาริกาลิ้นทอง

พุทธา อะเนนา มะลิยา สุสังคะเยมิ
พุทธา อิริมะลิยา สุสังคะเยมิ
พุทธา อิรปะโย เคมะคุณนะ ปักเขสะเมมะมิ
อุนาโลมา ปันนะ วิชายะเต

(ใช้สวดภาวนาหากต้องการให้คนรักใคร่ พูดจาเป็นเสน่ห์ ตอนท่องถึงคำว่า มิ ก็ให้แตะที่ลิ้นด้วยทุกครั้ง)

================
คาถามงกุฎพระพุทธเจ้า


อิติปิ โส วิเสเสอิ อิเสเสพุทธะนาเมอิ
อิเมนาพุทธะตังโสอิ อิโสตังพุทธปิติอิ ฯ

ภาวนาทุกวันมิตกนรก เสกน้ำล้างหน้าทุกวันกันโรคภัยไข้เจ็บคุณไสยทั้งมวล ถ้าจะให้มีตบะเดชะให้ภาวนาทุกวัน เกิดสง่าราศีเป็นที่เมตตาแก่คนทั้งหลาย ให้ภาวนาแล้วแผ่เมตตาให้คนทั้งปวง ใครคิดร้ายก็ต้องมีอันเป็นไป ถ้าปรารถนาสิ่งใดให้ภาวนาคาถานี้ ๑๘ คาบ เป็นไปได้ ดังใจนึก ถ้าจะให้เป็นมหาจังงัง ให้ภาวนาคาถานี้ ๘ คาบ เป็นมหาจังงังแล ถ้าจะให้เป็นมหาละลวยให้ภาวนา ๙ คาบ ถ้าช้างม้าวัวควายสัตว์ที่ดุร้ายทั้งหลาย ให้เสกหญ้าเสกของให้มันกิน กลับใจอ่อนรักเราแล ถ้าภูตพรายมันเข้าอยู่คน เสกข้าวให้มันกินออกแล ถ้าปรารถนาจะให้เสียงเพราะ ให้เสกสีผึ้งสีปากเสกหมากกิน ไปเทศนาสวดร้องเป็นที่พอใจคนทั้งหลาย ให้เสกแป้งผัดหน้า เสกมงกุฎรัดเกล้า เป็นสง่าราศีใครเห็นใครรักทุกคน อนึ่งให้เอาใบลานหรือกระดาษว่าวมาลงคาถานี้ทำเป็นมงคลเสกด้วยตัวเอง สารพัดกันศาส ตราอาวุธทั้งหลายเป็นวิเศษนัก พระคาถาบทนี้ พระมหากษัตริย์ แต่เก่าก่อนทรงใช้ประจำทุกพระองค์แล

คาถาขอให้รวย


หมั่นสวดมนต์ภาวะนาคาถาเหล่านี้เป็นประจำ พร้อม ๆ กับการทำความดีต่าง ๆ จะร่ำรวยอย่างคาดคิดไม่ถึง

คาถาเสริมทรัพย์

ตั้งนะโม ๓ จบ

พุทธะ มะอะอุ นะโมพุทธายะ (ว่า ๑ จบ)

วิระทะโย วิระโคนายัง วิระหิงสา วิระทาสี
วิระทาสา วิระอิตถิโย พุทธัสสะ มานีมามะ
พุทธัสสะ สวาโหมะ

ใช้สวดภาวนาก่อนนอน ๓ จบ ตื่นนอนเช้า ๓ จบ เวลาใส่บาตรจบขันข้าว ๑ จบ แล้วให้ระลึกถึงคุณพระรัตนตรัย และพระปัจเจกโพธิ อย่าได้เว้น นอกนั้นว่างเมื่อไรท่องเมื่อนั้น จะบังเกิดโภคทรัพย์มากมาย
* เร่งให้คาถานี้สัมฤทธิ์ โดยให้เร่งทำความดีเสริมบารมี
* ยิ่งทำความดี ยิ่งให้ ยิ่งรวย ยิ่งสุข ยิ่งอายุยืน

=============
คาถามหาลาภ
นะมามีมา มะหาลาภา อิติพุทธัสสะ สุวัณณังวา
ระชะตังวา มะณีวา ธะนังวา พีชังวา อัตถังวา
ปัตถังวา เอหิ เอหิ อาคัจเฉยยะ อิติมีมา นะมามิหัง

ใช้สวดภาวนาก่อนนอน ๓ จบ และตื่นนอนเช้า ๓ จบ

=============
คาถาโชคลาภ

พระ นาชาลีติ พระฉิมพลีจะมหาเถโร สุวรรณรัตนจินดามณีมามะ วัตถุวัตถามามะ โภชนะมามะ อาหารมามะ พลาพละมามะ มหาลาโภ มหาพรหมามามะ มหาอินทรมามะ มหาราชามามะ มหาราชเทวีมามะ มหาราชกุมาโรมามะ มหาราชกุมารีมามะ อัครมหาเสนาบดีมามะ มหาเศรษฐีมามะ มหาเศรษฐีนีมามะ

สัพเพชนา มหาชนา สัพพะสุขัง สวัสดิลาภัง มหาลาภัง ภวันตุเม
นะโมพุทธายะ นะมะ พะทะ จะ ภะ กะ สะ นะ อุ อุ นะ
เตชะสุเนนะ มะภูจะนาวิเวอิติ นะยะปะรังยุตเต
(ใช้ภาวนากับกระเป๋าสตางค์ จะทำให้ไม่ขัดสน)

คาถาโชคลาภ ๒
นะโมพุทธายะ สัพพะสิเนหา จะปูชิโต สัพพะโกรธาวินาสสันตุ
อะเสสะโต เมตตากรุณายัง ทะยะวิสา โสปิยามะนา โปเม สัพพะโลกัสสมิง
(ใช้ภาวนาเพื่อให้เกิดโชคลาภ อาจจะใช้เสกกับน้ำแล้วใช้ล้างหน้าก็ได้)

คาถาโชคลาภ ๓
โพธิ มะหิสะกะ อิถิพุนะ อิถิสัตโต อิถีวาโย
เอหิ มะ มะ นะกาโร โหติ สัมภะโว
(เป็นอีกคาถาหนึ่งที่ใช้สวดภาวนาเพื่อให้เกิดโชคลาภแบบฟลุ้คๆขึ้นมาได้ เอามาเสกกับน้ำแล้วแตะหน้าผาก)

===============
คาถาร่ำรวย

ธะนัง โภคัง ทุสะ มะนิ นะนัง โภคัง ทุสะ มะนิ อุมิ อะมิ มะหิสุตัง สนะพุทธัง
อะ สุ นะ อะ นะ มะ พะ ทะ จะ ภะ กะ สะ

ใช้ภาวนากับน้ำแล้วนำเอามาพรมให้ทั่วร้าน หรือบ้านจะนำทาซึ่งเงินทองไม่ขาดสาย

================
คาถาเงินล้าน (หลวงพ่อพระราชพรหมยาน - ฤๅษีลิงดำ)

นาสังสีโม
พรหมา จะ มหาเทวา สัพเพ ยักขา ปะรายันติ
พรหมา จะ มหาเทวา อภิลาภา ภะวันตุ เม
มหาปุญโญ มหาลาโภ ภะวันตุ เม
มิเตพาหุหะติ
พุทธะมะอะอุ นะโม พุทธายะ วิระทะโย วิระโคนายัง วิระหิงสา วิระทาสี วิระทาสา วิระอิตถิโย พุทธัสสะ มานีมามะ พุทธัสสะ
สวาโหม
สัมปะฏิจฉามิ
(ให้สวด ๙ จบ)

คาถาหว่านทราย

คาถาหว่านทราย ให้อ่านรายละเอียดของพระคาถาหว่านทรายข้างล่าง

อิมัส์มิง ราชะเสมานา เขตเต สะมันตา สะตะโยชะนะสะตะ-
สะหัสสานิ พุทธะ ชาละปะริกเขตเต รักขันตุ สุรักขันตุ ฯ
อิมัส์มิง ราชะเสมานา เขตเต สะมันตา สะตะโยชะนะสะตะ-
สะหัสสานิ ธัมมะ ชาละปะริกเขตเต รักขันตุ สุรักขันตุ ฯ
อิมัส์มิง ราชะเสมานา เขตเต สะมันตา สะตะโยชะนะสะตะ-
สะหัสสานิ ปัจเจกะพุทธะ ชาละปะริกเขตเต รักขันตุ สุรักขันตุ ฯ
อิมัส์มิง ราชะเสมานา เขตเต สะมันตา สะตะโยชะนะสะตะ-
สะหัสสานิ สังฆะ ชาละปะริกเขตเต รักขันตุ สุรักขันตุ ฯ


คาถาหว่านทรายนี้ ใช้สวดไล่ภูตผีปีศาจร้ายต่างๆ ถ้าสวดเป็นประจำทำให้เทวดารักษา อยู่ก็เป็นสุข ไปก็เป็นสุข และเจริญด้วย อายุ วรรณะ สุขะ พละ

สวดก่อนนอนได้ครับ ตั้งนะโม 3 จบก่อนนะครับ เพื่อระลึกถึงองค์พระ สัมมาสัมพุทธเจ้า ทำจิตใจให้สงบ น้อมระลึกถึงองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า แล้วสวดภาวนาครับ

==หมายเหตุ 2== คุณ ไก่ แสงทิพย์ แสดงความเห็นไว้ว่า
คาถาหว่านทรายคือคาถาที่ใช้ปลุกเสกใส่ทรายหรือกรวดโดยอธิษฐานจิตขออานุภาพพระรัตนตรัยให้มาประจุอยู่ที่เม็ดทราย /กรวดนั้นๆ จากนั้นก็หว่านทราย/กรวดนั้นๆไปที่ที่เราต้องการ ส่วนใหญ่จะใช้ในทางป้องกันภูติผีปีศาจมิให้มารบกวน และบางครั้งยังใช้ในการไล่ภูติผีปีศาจให้ออกไปจากที่นั้น ๆ ได้อีกด้วย

กรณีที่ใช้คาถาหว่านทราย ส่วนใหญ่เช่น
- กรณีมีหญิงคลอดลูกในบ้าน (แถวภาคอีสานหรือถิ่นทุรกันดารจะนำหนามมาวางไว้รอบ ๆ และใต้ถุนบ้านด้วย)
- กรณีมีภูติผีปีศาจมารบกวนในบ้านหรือมีหมอผีหมอไสยศาสตร์ส่งผีมารบกวนหรือทำ ร้ายเราต่างๆ ถ้าเรารู้ทันก็จะนำทรายมาปลุกเสกและไปหว่านไว้รอบๆบริเวณ
- กรณีไล่ผีหรือขับไล่เสนียดจัญไร เช่นเวลาทำบุญชำระก็จะนำกรวดทรายไปหว่านจนทั่วปริเวณเพื่อขับไล่สิ่งไม่ดีออกไป

ข้อควรระวัง
- ไม่ควรหว่านมั่วจนเกินไปเผื่อหว่านไปถูกศาลเจ้าหรือที่ที่เจ้าที่แรงท่านอาจ จะเล่นงานเอาได้ (อะไรวะ อยู่ดีๆเอาทรายมาหว่านใส่ หนอยแน่ะ เก่งนักเหรอ ......)
- ควรอธิษฐานขับไล่หรือป้องกันเฉพาะภูผีปีศาจที่เป็นโทษเป็นภัยหรือเป็นมิจฉา ทิฎฐิเท่านั้น ใครที่ไม่มีโทษก็อย่าให้ท่านเป็นอะไร (เอาที่ดีไว้ กันที่ไม่ดีออกไป)

ขอให้ข้อมูลพอเข้าใจเพียงเท่านี้

Saturday, January 30, 2010

เทคนิคช่วยให้ลูกหลับนานขึ้น

เทคนิคช่วยให้ลูกนอนหลับนานขึ้นมีอะไรบ้าง ...

- ควบคุมแสงสว่างในห้อง

ลูกจะจดจำสภาวะก่อนที่จะหลับไว้ หากตื่นขึ้นมาแล้วเห็นว่าห้องเปลี่ยนไป จะรู้สึกไม่ปลอดภัย ดังนั้นหากจะให้ลูกหลับในเวลากลางคืน อาจจะเปิดไฟสลัวๆ ไว้ให้พอมองเห็น จากนั้นค่อยกล่อมให้หลับ และเปิดไฟนั้นทิ้งไว้ตลอดคืน เพราะบ่อยครั้งที่ลูกรู้สึกตัวขึ้นมากลางดึก ก็จะสามารถหลับต่อได้เองหากคุ้นเคยกับสภาวะห้องนอน แต่การนอนในห้องที่มืดสนิทตั้งแต่เด็กจะลดอาการกลัวการนอนในที่มืดของเด็ก เมื่อโตขึ้นได้ และความมืดยังช่วยกระตุ้นให้ร่างกายหลั่งสารเมลาโทนิน ซึ่งเป็นยานอนหลับตามธรรมชาติ ทำให้ลูกนอนหลับได้เร็วขึ้น

- ควบคุมอุณหภูมิภายในห้องนอน

หากอุณหภูมิของห้องหนาวหรือร้อนเกินไป ก็จะทำให้ลูกนอนไม่สบายตัว อุณหภูมิที่เหมาะในการนอนคือประมาณ 24-26 องศาเซลเซียส ดังนั้นหากอยากให้ลูกนอนหลับได้นานขึ้น ก็อาจจะตั้งเวลาปิดแอร์ให้ช้าลงกว่าเดิมเพื่อให้เด็กนอนได้นานขึ้น

- ควบคุมเรื่องเสียง

บ่อยครั้งที่ลูกตกใจตื่นเพราะเสียงที่ดังมาจากรอบๆ บ้าน เช่น เสียงเห่าจากสุนัข เสียงรถยนต์วิ่ง เสียงแตร หรือเสียงกริ่งหน้าบ้าน ลองแก้ไขด้วยการย้ายที่นอนหรือห้องนอนไปอยู่ในโซนที่เงียบสงบกว่าเดิม แต่ถ้าไม่สามารถหลีกเลี่ยงเสียงเหล่านี้ได้ ก็ต้องฝึกให้ชินกับเสียงเหล่านั้นแทน

- สร้างบรรยากาศ และจุดสนใจ

โดยลองแขวนโมบายล์เล็กๆ ไว้เหนือเปล หรือเตียงของลูกในระดับที่ลูกสามารถมองเห็นได้ คือประมาณ 1-3 ฟุตจากระยะสายตา เวลาที่ลูกตื่น ก็จะจ้องมองโมบายล์และสุดท้ายก็จะหลับต่อได้เอง นอกจากนั้นอาจจะเล่นกับลูกในห้องนอนตอนกลางวัน เพื่อให้ลูกคุ้นเคยกับสภาวะแวดล้อมของห้องมากขึ้น เพื่อที่เวลาตื่นมา จะไม่ตกใจมาก

เพียงเท่านี้ ก็จะทำให้ลูกหลับได้นานยิ่งขึ้นแล้ว


ที่มา: เดลินิวส์ออนไลน์ วันอาทิตย์ ที่ 31 มกราคม 2553 http://www.dailynews.co.th/newstartpage/index.cfm?page=content&categoryId=424&contentId=45499

Friday, January 29, 2010

ดวง 12 ราศี ปี 2553

ดวง 12 ราศี ปี 2553

โดย อ.ลักษณ์ เลขานิเทศ
ถอดเทปจากรายการศึก 12 ราศี

ฟันธงดวงชะตาราศีมังกร ปี 2553
ราศีมังกร เกิดระหว่างวันที่ 16 ม.ค. – 12 ก.พ.
เป็นปีที่พ้นทุกข์โศกโพยภัย พันเคราะห์และความอัปมงคลทั้งมวล จากนี้เป็นต้นไปชีวิตจะสว่างสดใสเจิดจรัส ประสบความสำเร็จทุกประการ
เรื่องการเรียน จังหวะนี้ถ้าเกิดมีการสอบ การเรียน การศึกษาหาความรู้ สำเร็จทุกประการ
เรื่องการงาน ใครตกงานจะได้งาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งงานที่เกี่ยวข้องกับของกินของใช้ ธุรกิจบริการ ของสวยงาม งานดรตรี ศิลปะ คนที่อยู่ในธุรกิจบันเทิงบริการทุกประเภท ดวงชะตากำลังดี ดวงชะตากำลังโดดเด่น จะมีผมงานเป็นที่ประจักษ์อีกครั้ง จะมีชื่อเสียง จะมีความเจริญก้าวหน้า เห็นได้ชัดเจนว่าตั้งแต่มกราคมถึงเมษายน จังหวะนี้เป็นจังหวะขาขึ้นของชาวราศีมังกร
เรื่องการเงิน คนที่เกิดในราศีมังกร ปีที่แล้วเป็นวินาศได้เงินมาจ่ายเงินไป......แต่ปีนี้จะหาได้มากกว่า เป็นทวี เท่า เช่น แต่ก่อนหาได้ร้อยนึง เช่าบ้านใช้สองร้อย เป็นหนี้ ลำบาก เดี๋ยวนี้จะหาได้หมื่น ใช้สองร้อย เหลือตั้งเท่าไหร่ จากนี้ไป 1 ปีดีแน่นอน
เรื่อง ความรัก จะสมหวังในความรัก จะสุขใจที่ได้เจอคนรัก จะสุขใจที่ได้เจอคนแอบรัก จะสุขใจที่มีคนที่เราแอบรัก จะมีความสุขใจที่คนรักของเรามีความสำเร็จ ในช่วงนี้เป็นช่วงที่น่าอิจฉา เป็นช่วงที่มีความสุข เพราะฉะนั้นในช่วงนี้คู่รักของชาวราศีมังกร ชาวราศีมังกรจะกินเด็ก จะได้คู่เด็ก จะได้คู่แก่แต่หน้าเด็ก......เรื่องราวของความรักในปีนี้จะมีความสุข
เรื่อง สุขภาพและอุบัติเหตุ คนเกิดราศีมังกรแปลก คิดว่าเป็นก็เป็น คิดว่าหายก็หาย เป็นโรคตามอารมณ์ เห็นได้ชัดเจนว่าสุขภาพแข็งแรง อุบัติเหตุไม่ปรากฎ แคล้วคลาดปลอดภัยทุกประการ อย่ากังวล
เรื่องเคล็ดเกล็ดมงคล ควรหาโอกาสไปกราบสักการะ หลวงพ่อไพรีพินาศ วัดบวรนิเวศวิหาร หรืหาพญานาคราชไว้บูชา เพราะราศีมังกรมีดาวเสาร์เป็นดาวประจำตัว พญานาคราชเกี่ยวข้องกับพระเสาร์ หรือทุกครั้งที่ทำบุญต้องอุทิศบุญให้พญานาคราช แล้วที่สำคัญปีนี้มีเกณฑ์จะรวยมีโชคลาภทางเรื่องการเงิน ต้องบูชา 2 สิ่ง 1.หาองค์ไฉ่ซิงเอี๊ยหรือท้าวเวสสุวรรณมาบูชาประจำตัวประจำบ้าน หรือไปกราบสักการะที่วัดจุฬามณี จ.สมุทรสงคราม หรือหาโอกาสไปกราบสักการะพระมหาเศรษฐีนวโกฎิหรือเศรษฐี 9 หน้า และที่สำคัญชาวราศีมังกรเมื่อดวงชะตากำลังจะดี เทพเจ้าองค์นึงที่บันดาลดลให้เกิดความสุขความเจริญสมดั่งที่ปรารถนา คือ พระพิฆเนศ ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ ที่อุทยานพระพิฆเนศ จ.นครนายก และปีนี้หาโอกาสไปบวชชีพราหมณ์ ไปปฏิบัติธรรมซัก 3-7 วัน ตามกำลัง ก็จะเป็นมหามงคล เป็นมหากุศลที่ดลให้เกิดความสุข สมดั่งที่ปรารถนา ฟันธง

ฟันธงดวงชะตาราศีกุมภ์ ปี 2553
ราศีกุมภ์ เกิดระหว่างวันที่ 13 ก.พ. – 13 มี.ค.
ปีนี้เป็นปีแห่งความรุ่งโรจน์ จะประสบความสำเร็จหลายอย่างหลายประการ
เรื่องการเรียน ประสบความสำเร็จในการศึกษาเล่าเรียน เรียนรู้สิ่งใด จะสามารถเรียนรู้ เข้าใจทุกบททุกตอน สามารถสอบผ่าน รับรองว่าจะมีโชคดีที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของการเรียนอย่างแน่นอน
เรื่องการงาน ถ้าเป็นนักแสดง งานเข้า มีโอกาสได้งานใหญ่ งานเล็กก็เข้ามามากมาย จะประสบความสำเร็จในเรื่องของการงาน คนที่รับราชการจะมีการโยกย้าย เปลี่ยนแปลง และประสบความสำเร็จในการโยกย้ายในการเปลี่ยนแปลงนั้น และประการสำคัญตัวเองเป็นลาภของตัวเอง แปลว่าคิดจะทำอะไรหากไปผิดกฎหมายและศีลธรรม แล้วลุยและทำ จะประสบความสำเร็จอย่างแน่นอน มกราคมถึงเมษายนงานเข้า แต่ระหว่างนั้นน้ำหนักขึ้นด้วย อย่าทานเยอะ
เรื่อง การเงิน เงินทองไหลมาเทมา จะเป็นปีที่ได้เงินสมใจปรารถนา เป็นปีที่รอคอยตามกาลเวลา ให้อธิษฐานว่า เงินแห่งข้าพเจ้า ทองแห่งข้าพเจ้า สิ่งที่สะสมไว้ทุกชาติทุกภพ จงบรรจบให้มีเงินมีทองสมปรารถนา ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป อธิษฐานให้ดี ถ้าปีนี้เก็บเงินเก็บทองไม่ได้ ก็ยากที่จะมีโชคลาภในปีไหน เพราะต้องรออีก 12 ปีจึงจะมีอย่างนี้อีกครั้ง ก็ขอให้ใช้จังหวะตรงนี้ ฉกฉวย ทำทุ่มเทให้เต็มที่ รับรองว่าจะมีเงินดีไหลเข้ากระเป๋าอย่างแน่นอน
เรื่องความรัก จะมีคู่เด็ก คู่ที่อายุน้อยกว่าแต่เป็นผู้ใหญ่ ทางความคิด จะมีโอกาสได้สมหวังในความรัก จะได้เจอคนรู้ใจ จะได้เจอคู่แท้ มีโอกาสได้แต่งงานลงเอย จังหวะนี้ถ้าเกิดเจอใคร คบใครให้พากันไปทำบุญ จะเกื้อกูลให้สมหวังตามที่ปรารถนา ความทุกข์ในความรักที่เคยมีจะถูกลบล้างไปสิ้นในปีนี้
เรื่องสุขภาพและอุบัติเหตุ เทพพฤหัสบดีคุ้มครองดวงชะตา อุบัติเหตุเภทภัยผ่านพ้น ไม่มีผลทำอะไรได้ สุขภาพดีเหลือหลาย ป่วยเป็นอะไรหมอรักษาได้ทันท่วงที 2 ประการนี้จึงเลิกกังวล
เรื่องเคล็ดเกล็ดมงคล ควรหาโอกาสไปกราบสักการะพระพุทธรูปปางสมาธิทั่วราชอาณาจักร กราบขอพรจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่พระธาตุนาดูน จ.หมาสารคาม หรือไปกราบพระพุทธรูปหินอ่อนวัดพระพุทธบาท จ.ยโสธร ไปกราบพระพุทธบุศยรัตน์ (พระแก้วหยดน้ำค้าง) จ.ยโสธร มีพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ที่จ.หนองคาย คือหลวงพ่อพระใส และข้ามสะพานมิตรภาพไทยลาว ไปกราบขอพรจากพระธาตุหลวง นครเวียงจันทร์ ประเทศลาว และควรมีพระกริ่งไว้แขวนคอประจำตัว หรือสร้างพระพุทธรูปอันศักดิ์สิทธิ์ ใครสร้างพระพุทธรูปที่ไหน มีโอกาสไปร่วมเททองหล่อพระ อธิษฐาน ชีวิตจะหลอมหล่อทุกข์และโศกให้หมดไป เหลือแต่ชัยชนะคือความสำเร็จทุกประการตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ปีนี้จะตั้งหลักปักฐานได้อย่างแน่นอน ฟันธง

ฟันธงดวงชะตาราศีมีน ปี 2553
ราศีมีน เกิดระหว่างวันที่ 14 มี.ค. – 12 เม.ย.
ปีนี้เป็นปีแห่งการพลิกผันจากร้ายการเป็นดี เป็นปีแห่งการเปลี่ยนแปลง ดวงชะตาจะเปลี่ยนไป ก่อนเมษายนปีนี้อะไรๆก็ติดขัด มีปัญหาอุปสรรคไปหมดซะทุกยอ่าง พอพ้น 26 เมษายนเป็นต้นไป จะเป็นจังหวะของดวงชะตาที่จะยิ่งใหญ่ มีความเจริญก้าวหน้า ประสบความสำเร็จในทุกสิ่งที่ปรารถนา
เรื่อง การเรียน ตั้งแต่ธันวา 2552 ที่ผ่านมา จนถึงเมษายนปีนี้ ถ้าเกิดสอบแข่งขัน จะมีเกณฑ์ที่ไม่ได้มากกว่าได้ แต่ที่สำคัญเวลาสอบ ระวังท้องเสียหรือมีปัญหาสุขภาพ ดูแลสุขภาพให้ดี
เรื่องการงาน มีมุมที่จะเปลี่ยนงานย้ายงาน เบื่อเซ็งเหลือเกิน เปลี่ยนแล้วดี เพราะฉะนั้นคนที่เป็นเจ้าของธุรกิจมีโอกาสขยับขยาย เพิ่มเติมหรือเปลี่ยนแปลงธุรกิจที่ทำแล้วให้ถูกใจ ถูกกับชะตา หรือคนที่ตกงาน สมัครงานก็จะได้งาน
เรื่องการเงิน ก่อนวันที่ 26 เมษายน จะได้อะไรหรือทำอะไรต้องให้ผู้ใหญ่สนับสนุน ส่งเสริม ผู้ใหญ่ฝากฝัง เพราะฉะนั้นแปลว่าก่อนเมษายนให้ตระเวณไหว้พระทำบุญ ขอพรจากผู้หลักผู้ใหญ่ จะเป็นมหามงคลให้เกิดความสุขความเจริญ ตั้งแต่มกราคมถึงเมษายนจะเป็นจังหวะที่พึ่งพาคนอื่น พึ่งพาเทวดา แต่หลังจากเมษายนเป็นต้นไปแล้วต้องพึ่งพาตัวเอง และจะประสบความสำเร็จ แล้วหลังจากเดือนกรกฎาคมเป็นต้นไปถึงประมาณเดือนตุลาคม พฤศจิกายน สะดุดติดขัด และจะดีอีกครั้งหลังจากพฤศจิกายน ธันวาคมไปแล้ว
เรื่องความรัก คนรักเป็นคนช่างพูดช่างเจรจา ปีนี้จะสมหวังในความรักตามที่ปรารถนา และที่ผ่านมามีคนเก่ากลับคืนหวนมา ขอให้จงพิจารณาคนที่เข้ามาใหม่ๆ อาจจะมีเรื่องของความรักให้เข้ามาชื่นใจมากกว่าของเก่าๆที่เคยมีมา หลายคนอาจจะได้แต่งงานครองคู่ ถ้าใครยังไม่มีคู่ ปีนี้จะได้เจอคู่แน่ๆ
เรื่อง สุขภาพและอุบัติเหตุ มีปัญหาสุขภาพในช่วงต้นปี หลอดลม ทางเดินหายใจ ระบบต่างๆมีปัญหา แต่พอผ่านพ้น จากเดือนเมษายน สุขภาพเริ่มแข็งแรง สุขภาพเริ่มดีขึ้น แต่อุบัติเหตุปีนี้ต้องระมัดระวังยิ่งนัก ประมาทไม่ได้เป็นอันขาด
เรื่องเคล็ดเกล็ดมงคล ควรหาหลวงปู่ทวดแขวนไว้ประจำตัว แล้วเมาไม่ขับ อย่าไปกับเพื่อนที่ชอบเมา อันตราย ควรหาโอกาสไปกราบสักการะพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ โดยไปกราบพระพุทธรูปที่ใกล้น้ำหรือ ติดน้ำ เช่น พระพุทธนวล้านตื้อ พระเชียงแสนสี่แผ่นดิน จ.เชียงราย หรือไปกราบพระพุทธรูป หลวงพ่อสายรุ้งที่วัดถ้ำผาจม ศักดิ์สิทธิ์ยิ่งนัก หรือไปกราบพระพุทธรูปหินพันปีที่วัดป่าธรรมโสภณ จ.ลพบุรี และที่สำคัญให้ไปกราบพระพุทธรูปที่เป็นพระพุทธรูปประจำจังหวัด อาจจะอยู่ติดกับศาลหลักเมือง หรือเป็นตัวแทนขององค์ศาลหลักเมือง จะเป็นมหามงคลให้เกิดความสุขความเจริญ คนที่เกิดในราศนี้จะมีปัญหาเรื่องการเงิน ควรที่จะทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้พระมหาเศรษฐีนวโกฎิ ควรไหว้ขอพรหรือมีไว้บูชา ปีนี้ถ้าเกิดตั้งหลักตั้งใจให้ดี ปีนี้จะเป็นปีที่มีชัย และประสบความสำเร็จได้ดั่งปรารถนา ฟันธง

ฟันธงดวงชะตาราศีเมษ ปี 2553
ราศีเมษ เกิดระหว่างวันที่ 13 เม.ย. – 13 พ.ค.
คนที่เกิดราศีเมษถือว่าเกิดราศีเดียวกับดวงเมืองประเทศไทย ประเทศไทยมีปัญหา ชีวิตคุณย่อมมีปัญหา แต่มีทางแก้ไข
เรื่อง การเรียน ขอให้มีความตั้งใจ มุ่งมั่น ใฝ่เรียนรู้ ในช่วงมกราคมถึง 26 เมษายน จะมีเกณฑ์สอบได้ประสบความสำเร็จ แต่หลังจากนั้นแล้วก็ประคับประคอง อดทน ขยันเป็นทวีคุณ จึงจะผ่านปัญหา หรืออุปสรรคที่เกี่ยวข้องกับการเรียน
เรื่อง การงาน ปีนี้การงานอยู่ในภาวะเริ่มต้น ตั้งต้น เหมือนสร้างเมืองใหม่ เหมือนฟ้าใหม่กำลังจะเกิดขึ้น ขอให้ตั้งใจ มุ่งมั่น ทุ่มเท การต่อสู้การเริ่มต้นด้วยความมุ่งมั่นด้วยความตั้งใจ จากนี้ไป 2 ปีเหนื่อยลากเลือด แต่ความเหนื่อยตรงนี้เป็นฐานของชีวิต ที่ทำให้มีประสบการณ์ มีความสำเร็จเกิดขึ้นตามมาอย่างแน่นอน
เรื่องการเงิน มีเรื่องของรายจ่าย การหมุนเงินตลอดทั้งปี ช่วงต้นปีเงินทองไหลมาเทมา จะมีโชคลาภทางการเงิน พอหลังจากนั้นปลายๆเมษายนมีราย จ่ายมาก มีปัญหาเรื่องการเงิน พฤษภาคมการเงินดี มิถุนายนเสียเงิน กรกฎาคมการเงินดี สิงหาคมเสียเงินสลับกัน การเงินจะต้องหมุนเงินอย่างหนัก มีสภาพวูบไหวหรือหวั่นไหวตลอดทั้งปี คือมีรายจ่าย แต่จะมีเงินให้ได้ใช้ได้จ่ายทั้งปี
เรื่องความรัก ถ้าปีนี้เอาเวลาของชีวิตไปทุ่มเทกับการงาน การหาเงิน การสร้างความมั่นคงให้ชีวิต การเรียนจะดีกว่า ความรักพักใจไว้ที่รักซักครู่ ถ้าเกิดคนที่คบอยู่ไม่ใช่คู่แท้ก็จะเลิกกัน ถ้าใช่คู่แท้ก็ต้องอดทน ประคับประคองกันไป ใครเป็นโสดอยู่ก็โชคดีไป เพราะไม่มีเรื่องปวดหัว เรื่องแก้ไข เรื่องที่ต้องแก้ตัว คู่เป็นคนดีมีเสน่ห์ หน้าตาดีมาก ทำกับข้าวเก่งมาก ถ้าไม่ใช่รอต่อไป
เรื่อง สุขภาพและอุบัติเหตุ ปีนี้ต้องระวัง ดาวเสาร์เป็นอริกับดวงชะตา ดาวพฤหัสกำลังจะเป็นวิบาก แปลว่าไม่ใกล้หมอ ทำงานจนลืมเวลาไปหาหมอ หรือดูแลสุขภาพ รับประทานอาหารไม่เป็นเวลา ถ้าไม่มีปัญหาเรื่องช่องท้องกับลำไส้ จะมีปัญหาเกี่ยวกับกรดไหลย้อน แต่โรคร้ายๆอุบัติเหตุใหญ่ๆไม่ปรากฎ
เรื่องเคล็ดเกล็ดมงคล ควรหาโอกาสช่วงปีใหม่ ไปกราบสักการะสถานที่ที่เป็นมงคลอันเกี่ยวข้องกับประเทศไทย เพราะดวงเป็นดวงราศีเดียวกับประเทศไทย เพราะฉะนั้นสิ่งคู่เมืองอันเป็นมงคลคือไปกราบสักการะพระแก้วมรกต จากนั้นเดินข้ามฟากมาสักการะผูกผ้าแพรสามสีที่ศาลหลักเมือง จะได้มีหลักชัยตั้งหลักในชีวิตได้ และไปขึ้นภูเขาทองวัดสระเกศ เพราะวัดสระเกศเดิมชื่อวัดสระแก รัชกาลที่ 1 ก่อนปราบดาภิเษก ทำพิธีมูรธาภิเษกเสกน้ำที่วัดสระแก เมื่อปราบดาภิเษกขึ้นเป็นปฐมวงศ์แห่งราชวงศ์จักรี ชีวิตจะมีแต่ความรุ่งเรืองรุ่งโรจน์และความเป็นมงคล อัปมงคลและอุปสรรคทั้งหลายจะมลายไป จะเหลือแต่ความยิ่งใหญ่และเจริญก้าวหน้า ทำอย่างนี้แล้วจะเป็นปีแห่งมงคลอีกปี ฟันธง

ฟันธงดวงชะตาราศีพฤษภ ปี 2553
ราศีพฤษภ เกิดระหว่างวันที่ 14 พ.ค. – 13 มิ.ย.
ปีนี้เป็นปีทองผ่องอำไพ ชีวิตจะสดใสมีความสำเร็จ
เรื่องการเรียน ตั้งใจ มุ่งมั่น จะประสบความสำเร็จทุกประการในการเรียน
เรื่องการงาน เป็นปีแห่งการเริ่มต้น ขยับขยาย เปลี่ยนแปลง คนที่เป็นลูกน้องลูกจ้างจะได้รับการโปรโมต สนับสนุน ส่งเสริม เป็นปีแห่งการเปลี่ยนแปลงอันไป สู่ความสำเร็จ เป็นปีที่ชื่นใจ เป็นปีที่รอคอยมาระยะเวลานึง เวลานั้นมาถึงแล้วคือปีพ.ศ.นี้ ขอให้ชื่นฉ่ำในหัวใจ มีกำลังใจที่จะมุ่งหวังตั้งใจ ใช้ความวิริยะ อุตสาหะ อย่ารอฟ้ารอดิน ฟ้าเปิดดินเปิดบาดาลเปิด ต้องใช้ความสามารถอันเป็นเลิศ คือความขยัน มุ่งตั้งใจทำดั่งปรารถนา จะสมปรารถนาทุกประการ
เรื่องการเงิน ปีนี้เป็นปีแห่งการได้เงินเป็นกอบเป็นกำ เป็นปีแห่งความสำเร็จในด้านการเงิน จะหาเงินได้คล่องมือ มีหนี้สินจะพร่องไปหรือหมดไป หรือมีเงินเหลือใช้เหลือเก็บ ปีนี้เป็นปีแห่งโชคดี
เรื่องความรัก คู่รักมักเป็นคนขี้หึง คู่รักเป็นคนดุเอาเรื่อง ปีนี้คู่รักช่วยเหลือเรื่องการ งานได้เป็นอย่างดี เค้าจะยุ่งกับการงาน เค้าจะช่วยให้กำลังใจ เค้าจะช่วยวางแผนหรือลงมือทำ จนไม่มีเวลามาตามหึงหวง เพราะฉะนั้นเรื่องงานปีนี้จะมีความสุขในความรักที่เกื้อกูลกัน ใครไม่มีครอบครัวหรือไม่มีคู่จะได้เจอคนรู้ใจ ใครที่มีครอบครัวจะได้บุตรไว้สืบวงศ์ตระกูลในปีนี้
เรื่อง สุขภาพและอุบัติเหตุ ไม่ปรากฎสิ่งใดที่จะเกิดปัญหา เป็นปีที่ดีมาก สุขภาพกายแข็งแรงสุขภาพจิตดี อุบัติเหตุแคล้วคลาดปลอดภัย จะไปเหนือล่องใต้อย่าได้กังวล
เรื่องเคล็ดเกล็ดมงคล ปีนี้ควรหาโอกาสไปกราบสักการะบูชาใน 2 สถาน 1 ประการ หาโอกาสไปกราบสักการะพระเจ้าตากสินมหาราช ที่พระบรมราชานุสาวรีย์ วงเวียนใหญ่ หรือพระบรมราชานุสาวรีย์ในทุกที่ หรือจะเป็นที่อู่ต่อเรื่องของพระองค์ที่บ้านเสม็ดงาม จ.จันทบุรี ตั้งจิตอุทิศผลบุญกุศลถวายเป็นพระราชกุศลแด่ดวงพระวิญญาณของพระองค์ สถานที่ที่ 2 วัดหน้าพระเมรุ จ.พระนครศรีอยุธยา ไปกราบหลวงพ่อพระประธานทรงเครื่องจักรพรรดิ์มหาราชา จะร่ำรวยสมปรารถนา และบูชาพระให้สมกับดาวประจำตัวคือ ดาวศุกร์คือดาวแห่งเงินตราหรือดาวแห่งโชคลาภ คือพระมหาเศรษฐีนวโกฎิ ต้องบูชาด้วยจิตอันกุศล เพราะท่านเป็นเศรษฐีที่ทำบุญสมัยพุทธกาล โดยเฉพาะได้ไปกราบสักการะหรือได้รับมอบมาฟรีๆยิ่งเป็นมหามงคล เป็นสิ่งอำนวยกุศล เป็นกำลังเสริมชีวิตให้เป็นสิริมงคลในปีนี้ ปีนี้ดวงดีตลอดทั้งปี ฟันธง

ฟันธงดวงชะตาราศีเมถุน ปี 2553
ราศีเมถุน เกิดระหว่างวันที่ 14 มิ.ย. – 14 ก.ค.
ปีนี้เป็นปีแห่งการเปลี่ยนแปลง จากสภาพแห่งความเบื่อเซ็ง มาเป็นโอกาส เป็นความหวัง เป็นความสุขและความสำเร็จ เป็นการเปลี่ยนแปลงแบบก้าวกระโดดที่ทำให้ชาวเมถุนชื่นใจ
เรื่องการเรียน คนที่อยู่วัยเรียน ไม่ว่าจะอายุน้อย อายุมาก ที่ผ่านมามีปัญหา สมองจะปลอดโปร่ง โล่งใจ โดยเฉพาะเรื่องการเรียนทุกบททุกกลอน ในช่วงประมาณหลัง 26 เมษายนเป็นต้นไปจนถึงเดือนกรกฎาคม แปลว่าองค์ประกอบของการเรียนสำเร็จในทุกประตู
เรื่องการงาน มักจะทำงานที่เกี่ยวกับการติดต่อสื่อ สาร การประสาน การคิด การวางแผน สื่อสิ่งพิมพ์ หนังสือ วิทยุ โทรทัศน์ เพราะมีดาวประจำตัวคือดาวพุธ อันเป็นเทพเจ้าแห่งการสื่อสาร ที่ผ่านมาเบื่อๆเซ็งๆล้าๆ ปีนี้ดวงดีอย่างเห็นได้ชัด และมีจังหวะแห่งการก้าวกระโดด มีความหวัง มีเป้าหมายชัดเจนขึ้น เนื่องจากดาวพฤหัสกำลังจะทำมุมดีกับดวงชะตา หลังวันที่ 26 เมษายนจะมั่นคงจะรู้ว่านี่คือใช่นี่คือไม่ใช่ และจะชัดเจนและมีความตั้งใจในสิ่งอันใด ที่จะกระทำในเรื่องเกี่ยวกับการงาน มักจะมีผลสรุปคือสำเร็จเจริญก้าวหน้า แต่อย่างไรก็ตามเรื่องนิติกรรม สัญญา ข้อตกลงหรือข้อต่อรองอันใด ในช่วงครึ่งปีหลังต้องระมัดระวัง
เรื่องการเงิน ปีนี้จะได้เงินเป็นกอบเป็นกำ แต่จะมีหนี้สินเกี่ยวข้องกับการผ่อนบ้านผ่อนรถ หรืออะไรก็ตาม มีเรื่องรายจ่ายเข้ามาเกี่ยวข้อง แต่เป็นหนี้ไว้นิดๆดี จะทำให้เลือดในกายร้อน และจะทำให้มีหลังที่จะหาเงินได้ดั่งใจปรารถนา แปลว่าในปีนี้เป็นหนี้แล้วดี จะมีเงินให้ได้ใช้ได้จ่ายตลอดทั้งปี
เรื่องความรัก จะได้คู่เป็นผู้ใหญ่กว่า คู่ครองจะมีนิสัยเหมือนครูบา อาจารย์เจ้าระเบียบ ส่วนชาวราศีเมถุนเป็นคนรักอิสระ จะโดนครูปราบ ที่ผ่านมาดาวคู่ครองผุบๆโผล่ๆ แต่ปีนี้จะเจอตัวจริงที่ใช่ โดยเฉพาะหลังวันที่ 26 เมษายนเป็นต้นไป และชี้ชัดว่าคู่ครองที่แท้จริงถ้าเจอในปีนี้ เค้าจะมาช่วยเหลือเรื่องการงาน เค้าจะมาให้คำแนะนำ เกื้อกูล สนับสนุน ส่งเสริม ทำให้การงานพัฒนาทั้งทางตรงและทางอ้อม นี่คือเครื่องชี้ชัดว่านั่นคือคู่แท้ สรุปความรักในปีนี้ ชื่นใจ สุขใจ ชัดเจนกว่าปีที่ผ่านมาอย่างแน่นอน
เรื่องสุขภาพและอุบัติเหตุ ไม่มีปัญหา แต่ระวังสุนัขกัด สัตว์มีเขี้ยว สัตว์มีเล็บ เช่น แมวข่วน คือสัตว์มีเขี้ยวมีเล็บไว้ใจไม่ได้ ต้องระมัดระวัง อุบัติเหตุใหญ่ๆไม่ปรากฎ แคล้วคลาดปลอดภัย
เรื่องเคล็ดเกล็ดมงคล เนื่องจากชีวิตในปีนี้เป็นปีแห่งการเริ่มต้น เหมือนพ่อค้าจะลงทุน ดังนั้นในปีนี้ควรหาโอกาสไปกราบสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระ นั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 3) ตรงริมถนนราชดำเนินหน้าวัดราชนัดดา อีกที่นึงไปกราบสักการะพระพุทธรูปอันศักดิ์สิทธิ์ที่พระองค์คุมการก่อสร้าง เองที่วัดราชโอรสาราม เขตจอมทอง จะเป็นมหามงคล เป็นบุญกุศลเกื้อกูลให้ชีวิตสูงส่ง สำเร็จทุกอย่างตามที่ปรารถนา ปีนี้เป็นปีแห่งการเริ่มต้น เปลี่ยนแปลง ขอให้ตั้งใจมุ่งมั่น แล้วจะประสบความสำเร็จอย่างแน่นอน ฟันธง

ฟันธงดวงชะตาราศีกรกฎ ปี 2553
ราศีกรกฎ เกิดระหว่างวันที่ 15 ก.ค. – 16 ส.ค.
ปีนี้ดวงชะตาแกว่ง ดวงชะตาบางช่วงดี บางช่วงร้าย บางช่วงโดดเด่น บางช่วงตกต่ำ
เรื่อง การเรียน ก่อนวันที่ 26 เมษายน ต้องอดทนอดกลั้น ต้องขยันมากกว่าเดิมเป็น 2 เท่า แต่หลังจาก 26 เมษายน ชีวิตจะรุ่งโรจน์ดั่งใจคิด ดั่งที่ปรารถนาอย่างแน่นอน
เรื่องการงาน ปีนี้เป็นปีที่ต้องอยู่กับงาน แต่งกับงาน หนักกับการงาน เพราะดาวอังคารมากุมจุดเกิด มกราคมถึง 26 เมษายน จะทำอะไรให้รัดกุมรอบคอบ อย่าประมาทเป็นอันขาด โดยเฉพาะนิติกรรมหรือสัญญา หรือการที่จะทำอะไรกับใคร อย่าไว้ใจบริวารและคนรอบตัว หลังจากเข้าเมษายนไปแล้วจนถึงกรกฎาคม การงานจะรุ่งโรจน์สมดั่งที่ปรารถนา ไม่ว่าจะลูกน้องลูกจ้าง ทำการค้าขายจะขายดีทุกประการ ข้าราชการจะได้เลื่อนขั้นเลื่อนตำแหน่ง ดวงชะตาจะดร็อปลงไปช่วงนึง ในช่วงกรกฎาคมถึงพฤศจิกายน แล้วจะดีอีกครั้งในช่วงพฤศจิกายนถึงธันวาคม
เรื่องการเงิน จะได้เงินอย่างฟลุ๊คๆ แปลกประหลาด ในช่วงประมาณเดือนมกราคมถึงเมษายน เหมาะแก่การเสี่ยงโชคเสี่ยงดวง ส่วนเรื่องที่คาดหวังไว้จะได้ดั่งที่ปรารถนา การเงินจะค่อยๆไหลมาเทมาหลังจากเมษายนเป็นต้นไป
เรื่องความรัก จะได้คู่เป็นคนหน้าแก่ เป็นคนแก่กว่า และที่สำคัญอาจจะได้คู่เป็นพ่อม่ายแม่ม่าย หรือชาวต่างชาติต่างภาษา ถ้าได้พบกันหลังจากเดือนเมษายน คู่ที่เข้ามาจะมาเกื้อกูลเรื่องงานให้มีเงินใช้ ปีนี้ความรักจะมีความสุขมากกว่าสองสามปีที่ผ่านมา
เรื่องสุขภาพและอุบัติเหตุ สุขภาพแข็งแรง แต่ช่วงมกราคมถึงเมษายนจะเป็นโรค เช่น โรครำคาญ โรคหงุดหงิด โรคลมจะไปลมจะมา เหมือนโรควัยทอง หรือโรคที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพภายในอันเกี่ยวข้องกับตับไตไส้พุง ให้ไปตรวจ อุบัติเหตุใหญ่ๆไม่ปรากฎ แต่พอเลยเมษายนไปแล้วก็ไม่เป็นอะไร
เรื่องเคล็ดเกล็ดมงคล ปีนี้อยากให้ไปไหว้พระหรือสักการะพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ ชื่อที่เป็นความงดงามหรือความหอมหวล หลวงพ่อเกษร หลวงพ่อนั่ง หลวงพ่อนอน ที่วัดสามพระยา ถือว่าเป็นมหามงคลที่จะดลให้ตั้งหลักได้ นั่งและนอนจะทำให้มีกินมีใช้สบายไปทั้งปี ถ้าปรารถนาความร่ำรวยต้องบูชา พระมหาเศรษฐีนวโกฎิหรือท้าวเวสสุวรรณ (ไฉ่ซิงเอี๊ย) หรือถ้าจะไปกราบสักการะต้องไปที่วัดจุฦามณี จ.สมุทรสงคราม ปีนี้จะเป็นปีแห่งการเริ่มต้นใหม่ เพราะผ่านทุกข์และภัยมาหลายปี ขอให้โชคดี จากนี้จะมีแต่ความสุขความเจริญ ฟันธง

ฟันธงดวงชะตาราศีสิงห์ ปี 2553
ราศีสิงห์ เกิดระหว่างวันที่ 17 ส.ค. – 16 ก.ย.
ปีนี้ดวงชะตาอยู่ในลักษณะที่แกว่งไปแกว่งมา ตั้งแต่ปี 2549 – 2552 ที่ผ่านมา มีปัญหาเรื่องความรัก ครอบครัว การงาน แต่จากนี้เป็นต้นไปดวงชะตากำลังจะเปลี่ยนแปลง
เรื่องการเรียน คนที่อยู่ในวัยศึกษา เล่าเรียน ในช่วงประมาณเดือนมกราคมถึงเมษายนจะฉลุย แต่หลังจากเดือนเมษายนเป็นต้นไปจนถึงปลายปี ดวงชะตาจะเงียบฉี่ หมดแรงหมดกำลัง แล้วจะไปโดดเด่นอีกครั้งหลังจากเข้าปี 2554 เมษายนปีหน้าไปแล้ว จากนั้นดวงจะดีไปอีก 4 ปี
เรื่องการงาน คนที่ทำงานเกี่ยวข้องกับอาหาร การกิน ของสวยงาม ธุรกิจบริการ ของกินของใช้ทุกประเภท ธุรกิจขายตรง อาชีพที่เกี่ยวข้องกับการเกษตร ผลิตภัณฑ์ยา จะประสบความสำเร็จ งานที่เกี่ยวข้องกับสถานบันการเงิน ไฟแนนซ์ การซื้อขาย เช่น ทอง พลอย จิลเวอรี่ จะมีเกณฑ์ที่ประสบความสำเร็จแบบแกว่งๆ มกราคมถึงเมษายนรุ่งโรจน์สม ปรารถนา การงานรุ่งเรือง ทั้งลูกน้องลูกจ้าง เจ้าของธุรกิจ ข้าราชการ รัซฐวิสาหกิจ พันจากเดือนเมษายนไปแล้ว ดวงชะตาจะตกลง แต่มีอะไรรองรับ ไม่ถึงขนาดเจ็บเหมือน 2 – 3 ปีที่ผ่านมา เพราะฉะนั้นจากนี้เป็นต้นไปจะไม่หนักอย่างเก่า แต่ขออย่าให้ประมาท เพราะดวงชะตายังเหวี่ยงไปเหวี่ยงมา
เรื่องการเงิน 2 ปีจากนี้เป็นต้นไป จะมีเงินใช้อย่างเป็นกอบเป็นกำ มกราคมถึงเมษายนได้เงินง่ายเสียเงิน ง่าย ได้มาจ่ายไป ได้มาแสนจ่ายแสน ได้มาล้านจ่ายล้าน แต่หลังจากเมษายนเป็นต้นไป ได้เงินยากเหลือเงินเยอะ ได้เงินหมื่นจ่ายห้าพันเหลือห้าพัน ได้เงินแสนจ่ายสองพันเหลือมาก ใน 2 ปีนี้ถ้ามุ่งมั้นตั้งใจจะเก็บเงินซักก้อนเพื่อซื้อบ้าน ซื้อรถ จะสมปรารถนา
เรื่องความรัก ใน 2-3 ปีที่ผ่านมา หากมีคนรักมีคู่รักที่ไม่ใช่คู่แท้ จะต้องมีการเจ็บ จาก เลิก เพราะในปีนี้ คู่จะมีลักษณะ Modern Classic อยู่ตลอดเวลา คือทันสมัยและมีลักษณะนิสัยบางอย่างโบราณไม่เปลี่ยนแปลง อาจจะมีอายุมากกว่าแต่นิสัยแบบ เด็ก ขี้เล่น ประกอบกับจะเป็นคนหัวเถิก ตาโต และเป็นคนมีหน้าผากป่องๆ จะเป็นคนที่จับผิดเก่ง ขี้หึงแบบน่ากลัว ลักษณะนี้จะเป็นคู่แท้ ถ้าเจอแล้วและเพิ่งเจอ จะมีโอกาสแต่งงานแบบสายฟ้าแล่บในช่วงมกราคมถึงเมษายน ถ้าใครมีครอบครัวแล้วและเป็นคู่แท้ ปี 2553 นี้ต้นปีจะมีบุตรไว้สืบวงศ์ตระกูลสมปรารถนา หลังจากเข้าพฤษภาคมถึงธันวาคมดวงจะตก จะมีเรื่องที่ปรากฏที่ไม่ชอบ และถ้าเผลอกายเผลอใจไปแล้ว จะถอนตัวลำบาก และถ้าใครมีลูกในครึ่งปีหลัง เมษายนถึงธันวาคมลูกอาจจะหลุด
เรื่องสุขภาพและอุบัติเหตุ มีปัญหาสุขภาพใจ เพราะป่วยใจมาหลายปี อุบัติเหตุต้องระวัง มกราคมถึงมีนาคมจะเกิดอุบัติเหตุรอบๆตัว แล้วแคล้วคลาดปลอดภัย แต่เมษายนถึงธันวาคม อุบัติเหตุจะถึงเนื้อถึงตัว ต้องไปบริจาคโลหิต ต้องทำบุญปล่อยชีวิตสัตว์ เพื่อเสริมบุญเสริมบารมี เพื่อเป็นบุญราศีคุ้มครองให้พ้นโพยภัย
เรื่องเคล็ดเกล็ดมงคล และจะไปไหนมาไหนให้แขวนหลวงปู่ทวดเหยียบน้ำทะเลจืด ปีนี้ควรไปไหว้ในที่สูง ชีวิตจะได้สูงส่ง หาโอกาสไปกราบสักการะพระบรมสารีริก ธาตุบนยอดภูเขาทองวัดสระเกศ (พระเจดีย์บรมบรรพต วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร) พระธาตุดอยสุเทพ พระธาตุดอยตุง ถ้าเป็นคนอีสาน ควรไปกราบสักการะพระธาตุนาดูน จ.มหาสารคาม จะเป็นมหามงคล มีชีวิตที่สูงส่ง เจริญก้าวหน้าดุจยอดแห่งเจดีย์ คนที่เกิดในราศีสิงห์มีดาวประจำตัวคือดาวอาทิตย์ เกิดราชสีห์ เพราะฉะนั้นจะเกื้อกูลกับหมูและราชสีห์ มีไว้ประจำตัวจะโชคดีตลอดทั้งปี ถ้าใช้จังหวะเวลาของปีนี้ โดยเฉพาะช่วงต้นปี มกราคมถึงเมษาจะประสบความสำเร็จทุกประการ ฟันธง

ฟันธงดวงชะตาราศีกันย์ ปี 2553
ราศีกันย์ เกิดระหว่างวันที่ 17 ก.ย. – 16 ต.ค.
ปีนี้เป็นปีแห่งการเริ่มต้นที่ลากเลือด หฤโหด ฟ้าจะประทานความทุกข์ อุปสรรค ปัญหาให้คุณ 108 พันประการ แต่จะเกิดขึ้นหลักจาก 30 กันยายน 2552 และจะประทานโชคดีให้เกิดขึ้นในช่วงเมษายนถึงธันวาคมอย่างอัศจรรย์
เรื่องการเรียน คนที่อยู่ในวัยศึกษาเล่าเรียน ธันวาคม 2552 ถึงเมษายน 2553 กิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับกับการสอบการเรียนการศึกษาทุกประเภทมีปัญหา ไม่ประสบความสำเร็จ ผิดหวัง แต่อย่างทุกข์ใจ เพราะดวงชะตาจะโดดเด่นและสมหวังดั่งใจปรารถนาเมื่อผ่านวันที่ 26 เมษายนเป็นต้นไป เพราะดาวพฤหัสดาวแห่งโชคดีและดาวแห่งความสำเร็จจะบรรเลงดวงชะตา
เรื่องการงาน คนที่เกิดในราศีมักจะเป็นบุคคล ที่ทำงานเกี่ยวข้องกับทีวี หนังสือพิมพ์ ประชาสัมพันธ์ การติดต่อการสื่อสารทุกประเภท มีมุมของดวงชะตาที่ตึงเครียด กดดันมา 2 ปี จะมีโอกาสหรือจังหวะที่เปลี่ยนงาน ย้ายงาน แล้วดี หลังจากวันที่ 26 เมษายน ไม่เกิน 1 ปี ชีวิตของคุณจะต้องเปลี่ยนงาน ย้ายบ้าน เปลี่ยนที่ เปลี่ยนชีวิต ด้วยเหตุผลดาวพฤหัสเล็งดาวเสาร์ โหรทุกคนทั่วประเทศรู้ว่าพฤหัสเล็ง เสาร์ จะเจอกันครั้งนึง 12 ปีหรือ 30 ปีกว่าจะเจอกัน อยู่ในจุดของการเปลี่ยนแปลง เพราะฉะนั้นเชียร์ให้เปลี่ยนงาน ให้ย้ายงาน จากลูกน้องมาเป็นเจ้าของกิจการ จากบริษัทเดิมมาเป็นบริษัทใหม่ นี่คือสิ่งที่จะนำไปสู่ความยิ่งใหญ่ความสำเร็จ
เรื่องการเงิน ปีนี้จะเป็นเงินได้เป็นกอบเป็นกำ จะมีโชคลาภ จะมีโอกาสดีๆเกิดขึ้นมากกมาย จะเป็นปีที่มีโชคมีชัย จะมีโชคิลาภดั่งทีปรารถนา ช่วงดีๆเมษายนถึงกรกฎาคม ช่วงที่สองพฤศจิกายนถึงธันวาคม
เรื่องความรัก คนที่เกิดในราศีกันย์มีคู่ยาก เหลือเกิน เป็นวิบากแห่งชะตากรรม ปีนี้จะเจอคู่แท้เสียที คู่ของคุณจะเป็นผู้ใหญ่ เป็นคนสง่างาม มีมุขน่ารัก และมีความเป็นผู้นำ เป็นคนรักความสะอาดสะอ้าน เป็นคนเจ้าระเบียบ อยู่ใกล้ชิดแล้วอบอุ่น จะเจอคนๆนั้น แล้วถ้าได้เจอคบไป 1 ปีไม่เกิน 2 ปี มีโอกาสได้แต่งงานลงเอย และถ้าเกิดเกิน 2 ปี แล้วไม่ได้แต่งงาน ชาตินี้ก็คงได้แต่งยาก
เรื่องสุขภาพและอุบัติเหตุ ปีนี้จะเป็นโรคอ้วน เนื่องจากการงานก็ดีขึ้น และมีลักษณะเงินทองไหลมาเทมา กินจนอ้วน ระวังจะเกิดขึ้นกับคุณ คนที่เกิดราศีกันย์และวันพฤหัสจะเป็นโรคปัญหาที่ผิวหนัง ความเครียด ความกดดัน ถ้าไม่ได้เกิดวันพฤหัสไม่ต้องกลัว สุขภาพแข็งแรง เป็นอะไรก็จะหาย เพราะถึงเวลาที่ดวงชะตาโรคภัยไข้เจ็บจะหายไป
เรื่องเคล็ดเกล็ดมงคล ในปีนี้ควรหาโอกาสไปกราบสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์รัชกาลที่ 4 ที่วัดบวรนิเวศวิหาร เพราะพระองค์มีพระราชลักขณาอยู่ในราศีกันย์ ควรหาโอกาสไปกราบอนุสาวรีย์วีรชนค่ายบางระจันที่จ.สิงห์บุรี และอย่าลืมไปกราบพระพุทธไสยยาสน์ วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม เพื่อให้ชีวิตนอนมามั่นคง เจริญรุ่งเรือง และที่สำคัญไปกราบพระมหากษัตริย์นักรบ ที่อนุสาวรีย์พระเจ้าตากสินมหาราชที่วงเวียนใหญ่ ในปีนี้ควรจะมีพระพิฆเนศติดไว้บูชาประจำตัว และพระพิฆเนศที่เป็นมงคลนั้นควรมีหนูหรือเทพของพระองค์อยู่ติดที่องค์พระ พิฆเนศ ส่วนจะไปกราบไหว้พระพิฆเนศที่ใดนั้นก็แล้วแต่สะดวก ปีนี้จะเป็นปีที่มงคลแน่นอน ฟันธง

ฟันธงดวงชะตาราศีตุลย์ ปี 2553
ราศีตุลย์ เกิดระหว่างวันที่ 17 ต.ค. – 15 พ.ย.
เมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา ชาวราศีตุลย์มีโอกาสหลายอย่าง มีความสำเร็จที่น่าจะเกิดขึ้นหลายอย่าง แต่วิบากกรรมแห่งชะตากรรม ทำให้หลายอย่างไม่สามารถขยับไปข้างหน้า ทำให้อึดอัดมีความไม่สบายใจ จากนี้จะเหมือนเสือติดปีก แต่จะโดดเด่นเป็นสง่ามีกำลังวังชาแค่ช่วงมกราคมถึงเมษายน หลังจากนั้นเหมือนเริ่มต้น เพราะฉะนั้นแปลว่าคนที่เกิดในราศีตุลย์มีมุมที่จะเปลี่ยนแปลงวิถีและทางเดิน ของชีวิตโดยที่ตัวเองจะเป็นผู้ลิขิตหรือเป็นผู้สร้าง แปลว่าเป็นคนที่เป็นเจ้าของธุรกิจ เป็นคนที่จะคิดจะทำอะไรเป็นของตัวเอง จึงประสบความสำเร็จมากกว่าลูกน้องลูกจ้างในองค์กรหน่วยงาน
เรื่องการเรียน คนที่อยู่ในวัยศึกษาเล่าเรียน กิจกรรมที่เกี่ยวข้องการกับการเรียนจะประสบความสำเร็จ เตรียมได้ยินได้ฟังข่าวดี เมษายนถึงธันวาคมการเรียนมีอุปสรรคหนักหนาสาหัส ให้อดทน ตั้งใจให้ต่อสู้ และจะมีความสำเร็จตามมา
เรื่อง การงาน งานที่เกี่ยวข้องกับการบริการ ติดต่อพบปะ ประชาสัมพันธ์ การให้บริการทุกประเภท จะมีมุมที่ประสบความสำเร็จ เพราะชาวราศีตุลย์ถนัด ชาวราศีตุลย์เป็นคนชอบดนตรี ศิลปะ เป็นคนมี Art of Life, Art of Love แปลว่ามีมุมของชีวิตที่จะทำเรื่องราวในทางสร้างสรร ตั้งแต่ปลายปีที่ 2552 และจะมาประสบความสำเร็จถึงความเจริญก้าวหน้าอย่างรวดเร็วในช่วงมกราคมถึง เมษายน แต่หลังจากเมษายนจนถึงธันวาคมโดยประมาณ เหนื่อยหนัก ต้องต่อสู้ ต้องบุกเบิก ต้องบุกบัน ถ้าเป็นคนตั้งใจดี คิดดีและทำดี อย่าได้กลัวในสิ่งใด รับรองไปได้มั่นคงและแน่นอน
เรื่องการเงิน มีมุมที่จะได้เงินก้อนใหญ่ มีมุมที่จะประสบความสำเร็จในการเงิน ในช่วงมกราคมถึงเมษายน หลักจากนั้นจะมีรายจ่ายเข้ามามากมาย แต่เป็นการจ่ายเพื่อการลงทุน จ่ายเพื่อซื้อทรัพย์สินขนาดใหญ่ และหลังจากนั้นรายจ่ายจะค่อยๆลดกำลังลงไป จะมีรายจ่ายน้อยลงจากเดือนสิงหาคมถึงพฤศจิกายน และปลายพฤศจิกายนต่อธันวาคม ก็มีรายจ่ายเยอะ แต่เป็นรายจ่ายเพื่อสร้างความมั่นคง ให้กับธุรกิจหรือชีวิต บริหารเรื่องการเงินให้ดี ปีนี้หนี้สินจะหมดไป จะมีทรัพย์สินเพิ่มพอกพูนมา เช่น ที่ดิน บ้าน รถยนต์ หรือทรัพย์สินอื่นๆอีกมากมาย
เรื่องความรัก จะเจอคนรักจากการทำงาน คนรักจะมาช่วยเหลือเกื้อกูลในเรื่องการงาน ตั้งแต่ปลายปีที่ผ่านมา และโดดเด่น หากมีคนรัก คนรักจะเจ็บไข้ได้ป่วย ไม่สบาย ในช่วงมีนาคม ต้องดูแลคนรักให้ดี ปีนี้จะมีโอกาสที่จะได้คนรัก คนถูกใจ ถ้ายังเป็นโสด การแต่งงานอาจะยังไม่เกิดขึ้น แต่ประเด็นสำคัญคือจะแต่งกับงาน เรื่องราวของความรักในปีนี้ มีมุมหรือเรื่องให้น่าชื่นใจอย่างแน่นอน
เรื่องสุขภาพและอุบัติเหตุ ปีนี้จะมีปัญหาสุขภาพอยู่บ้างและ ซึมลึก ในช่วงกรกฎาคมถึงตุลาคม ไปหาหมอให้ตรวจร่างกาย เกี่ยวข้องกับระบบหายใจ ตับไตไส้พุง ทางเดินอาหาร ลมในกระเพาะ ลมในลำไส้ จะมีปํญหาอยู่พอสมควร เพราะพักผ่อนไม่เพียงพอ และอาจจะไม่ค่อยได้ดูแลสุขภาพ
เรื่องเคล็ดเกล็ดมงคล ปีนี้อยากให้ไปกราบสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์อันเป็นมงคลที่เกี่ยวข้องกับทอง คือไปกราบหลวงพ่อพระทองคำ วัดไตรมิตรวิทยาราม หรือหลวงพ่อพระพุทธรูปอู่ทอง วัดแค จ.สุพรรณบุรี ขอพรกุมารทองคำโดยเฉพาะท่านที่ทำ การค้าการขาย ไปขอพรขุนแผนให้มีเมตตามหานิยม เป็นสิ่งที่เป็นบุญเป็นกุศล และที่สำคัญป่วยไข้ไม่สบาย กราบขอพรหมอชีวกโกมารภัจจ์ หรือมีหมอชีวกโกมารภัจจ์ไว้บูชา แต่ถ้าเกิดอยากจะให้รวยสมปรารถนา ควรจะมีพระมหาเศรษฐีนวโกฏิไว้บูชาด้วยอีกองค์นึง แล้วจะประสบความสำเร็จทุกอย่างตามที่ปรารถนา เหนื่อยแต่สำเร็จ ฟันธง

ฟันธงดวงชะตาราศีพิจิก ปี 2553
ราศีพิจิก เกิดระหว่างวันที่ 16 พ.ย. – 15 ธ.ค.
ปีนี้ดวงชะตาถือว่าเป็นจังหวะที่ดี
เรื่องการเรียน สำหรับคนที่อยู่ในวัยศึกษาเล่าเรียน มีโอกาสเหลือเกินที่จะประสบความสำเร็จในการสอบ การเรียน การศึกษา โดยเฉพาะในช่วงมกราคมถึงเมษายน จะประสบความสำเร็จมีข่าวดี
เรื่องการงาน งานที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจต่างประเทศ ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับน้ำ ทองคำ ทรัพย์ในดิน เช่น จิลเวอรี่ เพชร พลอย หรือสิ่งต่างๆ การเกษตร แม้กระทั่งเครื่องสำอางค์ ของสวยงามที่เป็นไฮคลาส ของที่ไม่ใช่ของตลาด รับรองว่าจะมีมุมที่ประสบความสำเร็จอย่างประหลาด อย่างอัศจรรย์ ถ้าใครเป็นลูกน้องลูกจ้าง จะมีเกณฑ์ได้ปรับเลื่อนตำแหน่ง ขยับเงินเดือน หรือมีมุมที่ได้โบนัสพิเศษ อย่างไรก็ตามในช่วงประมาณเดือนมกราคมถึงกันยายน อาจจะแผ่ว ให้อดทนต่อสู้ แล้วชีวิตจะพุ่งกระฉูดอีกครั้งในช่วงปลายปีพฤศจิกายน ธันวามคม อย่างแน่นอน
เรื่องการเงิน มีมุมของดาวการเงินของชาวราศีพิจิก จะได้เงินเป็นกอบเป็นกำตั้งแต่มกราคมถึงเมษายน ยิ่งเมษายนถึงกรกฎาคมยิ่งได้เงินก้อน ใหญ่ ได้เงินจากทุกทางทุกกรณี เพราะฉะนั้นทุ่มเทสุดชีวิต สุดจิตใจ ในการที่จะหาเงิน พอเดือนกรกฏาคมถึงพฤศจิกายน เงินจะแผ่วๆ มีรายจ่ายเยอะ อย่าให้ใครหยิบยืม ระมัดระวังกระเป๋าสตางค์จะหาย ถูกฉ้อโกงฉ้อฉล
เรื่องความรัก ชาวราศีพิจิกมักจะอาภัพในเรื่องราวของความรัก มักจะเจอคู่แท้ยาก ปีนี้เป็นปีแห่งการทะเลาะเบาะแว้ง ขัดแย้งเถียงกันตลอดทั้งปี คู่ของชาวราศีพิจิกมักจะเป็นคนที่มีดนตรี ศิลปะในหัวใจ เป็นคนที่มีเสน่ห์ เป็นคนที่รู้จักเอาอกเอาใจ หรือเป็นคนที่บางครั้งอาจจะขวานผ่าซาก เป็นคนที่มหลากหลายอรรถรสอยู่ในตัวตนและจิตวิญญาณ ถ้ามีครอบครัวแล้วอาจจะมีบุตรไว้สืบวงศ์ตระกูลในช่วงเมษายนถึงกรกรฎาคม หรือช่วงพฤศจิกายนถึงธันวาคมจะมีได้อีกครั้ง และถ้าเกิดใครยังไม่มีคู่หรือมีแล้วยังไม่ลงเอย ให้รออีกซัก 2-3 ปี ค่อยมาว่ากันอีกที
เรื่องสุขภาพและอุบัติเหตุ ต้องระวังปัญหาสุขภาพ ต้องระวังอุบัติเหตุอันเกี่ยวข้องกับรถยนต์ หม้อน้ำ ไฟฟ้า ระบบต่างๆภายในรถยนต์ที่ขับ ระวังเรื่องแก็สระเบิด เรื่องฟืนไฟในปีนี้ตลอดทั้งปี
เรื่อง เคล็ดเกล็ดมงคล นอกจากระวังแล้ว หาของมาแก้ไขเสริมดวงชะตา หลวงปู่ทวดเหยียบน้ำทะเลจืด แขวนประจำรถ แขวนประจำตัว หรือผ้ายันต์นารายณ์ทรงครุฑปราบภัยพาลทุกประการ ให้หาโอกาสไปกราบสักการะ เสาพระหลักเมืองประจำจังหวัด ศาลหลักเมืองหรือเสาหลักเมืองที่มีมากที่สุด อยู่ที่จ.เชียงราย (เสาสะดือเมืองเชียงราย) มีถึง 108 ต้น คือ 108 องค์ เป็นที่แห่งเดียวในประเทศไทย และอย่าลืมไปสักการะขอพรจากพ่อขุนเม็งรายมหาราชที่พระบรมราชานุสาวรีย์และ ที่วัดดอยงำเมือง จะเป็นมงคลที่เป็นบารมีคุ้มคุณสูงส่ง หรือมีพระยานาคราช จะเป็นแหวนหรือเป็นรูปพระยานาคราชไว้บูชา จะเป็นพลังที่ทำให้พันโพ้ยภัยและมีโชคลาภดั่งใจปรารถนา ฟันธง

ฟันธงดวงชะตาราศีธนู ปี 2553
ราศีธนู เกิดระหว่างวันที่ 16 ธ.ค. – 15 ม.ค.
ดวงชะตาในปีนี้รุ่งโรจน์โชติช่วงชัชวาลย์ จะสมหวังดั่งปรารถนา ปีนี้เทพพฤหัสบดีซึ่งเป็นเทพประจำตัวโคจรเดินหน้า มีกำลังวังชา และเป็นจังหวะที่มีกำลังแรงที่สุดตั้งแต่ธันวาที่ผ่านมา การงานจะรุ่งโรจน์ลำดับที่ 1 ตั้งแต่มกราคมถึงเมษายน ลำดับที่ 2 เมษายนถึงกรกฎาคมรุนแรงอย่างยิ่งใหญ่ ประสบความสำเร็จมาก เพราะฉะนั้นให้ถือจังหวะน้ำขึ้นให้รีบตัด จังหวะที่มีเหตุเภทภัยก็ระงับยับยั้ง
เรื่องการงาน เป็นปีที่จะมั่นคงโดยเฉพาะข้าราชการหรือทำงานรัฐวิสาหกิจ จะมีตำแหน่งที่มั่นคงขึ้น ประสบความสำเร็จมากขึ้น จะมีบ้านมีรถ มีความมั่นคงในฐานะและตำแหน่ง
เรื่องการเงิน ผ่านการถูกล้มละลาย ผ่านความวิบัติในเรื่องของ การเงินมาได้ใน 2 ปีที่ผ่านมา แต่ถึงจุดตรงนี้แล้วยังอยู่ได้ จากนี้เป็นต้นไป เริ่มต้นรวย มีโอกาสจะได้เงินเป็นกอบเป็นกำ มีโอกาสที่จะได้หมดหนี้หมดสิน เพิ่มพูนทรัพย์สิน และสิ้นซึ่งความทุกข์โศกโพยภัย
เรื่องความรัก จะได้คนรักที่เป็นคนช่วงพูดช่างเจรจา ปีนี้จะสมปรารถนา ถ้าเกิดคนที่คบอยู่ไม่ใช่คู่แท้ จะมีเกณฑ์เลิก จบกันด้วยดี แต่ถ้าเกิดว่าเป็นโสดอยู่ จะเจอคู่อย่างปุบปับฉับพลัน และมีโอกาสลงเอยแบบวิวาห์เหาะอย่างรวดเร็ว ถ้าคบกันมาหลายปีและปีนี้ยังไม่ได้แต่ง อาจจะมีเกณฑ์ต้องแต่งเพราะมีน้อง เพราะราหูโคจรทับจุดเกิด จะมีเกณฑ์ของชีวิตที่จะได้เจอคู่จากการเดินทาง ติดต่อพบปะ และที่สำคัญในปีนี้ต้องระวังเพศเดียวกันเข้ามามีความสัมพันธ์แบบไม่เต็มใจ แต่รู้สึกว่าป้องกันตัวเองไม่ได้ แล้วเลยตามเลย และที่แปลกคือชอบด้วย สุภาพสตรีนั้นให้หาสลอดหรือยาถ่ายแบบรุนแรงไว้ประจำในกระเป๋า ยามที่เข้าคราวขับขันให้กินยาถ่ายอย่างรุนแรงหรือสลอดเข้าไป ไม่มีใครอยากจะข่มขืนคนถ่ายท้องหรือท้องเสียอย่างหนัก ต้องหาทางระวังป้องกันภัยกลางคืน กลางคืนยามดึกยามดื่นอย่าไป
เรื่อง สุขภาพและอุบัติเหตุ ใครที่อายุมาก ป่วย ให้ย้ายบ้านมาอยู่ใกล้หมอ และถ้าใครอายุยังไม่มาก ระวังสิ่งที่น่ากลัวก็คือ การถูกมอมเมา ถูกล่อถูกลวง ทำให้เจ็บปวดในหัวใจมากกว่าป่วยทางกาย
เรื่องเคล็ดเกล็ดมงคล ควรหาโอกาสไปกราบสักการะขอพรจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ดังต่อไปนี้ 1.หมอชีวกโกมารภัจจ์ 2.ควรหาโอกาสไปกราบสักการะพระอุ้มบาตร หลวงพ่อวัดบ้านแหลม และหลวงพ่อโตวัดอินทรวิหาร บางขุนพรหม ปางอุ้มบาตรแปลว่ามีกินมีใช้ จะได้มีความร่ำรวยมีโชคลาภสมดั่งปรารถนา และที่สำคัญให้หาโอกาสไปกราบพระพุทธรูปปางสมาธิ ขอพรจากหลวงพ่อพระประธานในวัดสระเกศ ไปกราบสักการะพระแก้วมรกต ส่วนสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ควรมีไว้ติดตัวเป็นมงคลคือ รูปเคารพฤาษีทุกประเภท บูชาเศียรเทพเศียรครูต่างๆ แขวนไว้ประจำตัว จะบันดาลดลให้โชคดี เพราะคนที่เกิดในราศีธนูมีดาวพฤหัสบดีเป็นเทพฤาษีที่พิทักษ์รักษา ความสำเร็จนานาประการ จะเกิดขึ้นอย่างแน่นอน ฟันธง

ใส่แว่นกันแดดตอนฝนตก มองเห็นชัด 90%

ใส่แว่นกันแดดตอนฝนตก มองเห็นชัด 90%
บนถนนสายเอเชีย ประมาณตี 1 - ตี 3 คืนวันที่ 15 เข้าเช้ามืด 16กรกฎาคมที่ผ่านมา เป็นรถคันที่ผมอยู่ในเหตุการณ์ด้วย
เป็นประสบการณ์ตรงล่าสุดที่อยากจะมาถ่ายทอดเป็นเชิงวิชาการแบบง่ายๆ ครับ

ขากลับจากพะเยา ผมโชคดีได้ พี่คนหนึ่งที่สนิทกันช่วยขับรถกลับให้
เพราะต้องกลับกรุงเทพเหมือนกัน ผมนั่งคุยกับแกมาตลอดทาง จนฝนตกหนัก
แกถามว่าในรถมีแว่นกันแดดไหมจึงหยิบให้เขา
เขาให้ผมลองใส่ดูปรากฏว่าเห็นทางชัดเจนมาก ทัศนะวิสัยดีมาก
ถึงจะไม่เทียบเท่ากับตอนฝนไม่ตก แต่ก็เกือบ 90%
แล้วผมก็รีบเอาแว่นให้พี่เขา ความรู้โดยบังเอิญตรงนี้พี่เขาก็เล่าสถานการณ์ให้ฟัง
ผมก็ฟังไปด้วย คิดถึงเหตุผล ไปด้วยจนค่อนข้างแน่ใจว่า
โดยคุณสมบัติของแว่นกันแดดแล้วจะทำหน้าที่กรองที่เกินความจำเป็นในการมองเห็นและทำอันตรายของดวงตาออกไปยิ่งมีคุณสมบัติดียิ่งมีการเคลือบหรือเทคนิคในการผลิตดีตามและราคาสูง ดังนั้นถ้าเป็นเรื่องนี้ไม่ควรประหยัด

เมื่อเม็ดฝนที่ตกหนักตามแรงโน้มถ่วงของโลก จากที่สูงขนาดของเม็ดฝนซึ่งมีขนาด
ต่างๆ ตกกระทบฝากระโปรงหน้าด้วยแรงกระแทกมหาศาลทำให้เม็ดฝนแตกกระจายอย่างละเอียดรวมทั้งบนหน้ากระจกรถของเราด้วย
ในตอนกลางคืนหรือกลางวันก็ตาม
จะมีแสงจากธรรมชาติอยู่แล้ว หรืออาจจะมาจากที่มนุษย์สร้างขึ้นเป็น
แสงสว่างต่างๆเม็ดฝนมีการสะท้อนแสง
หรือบางขณะก็รวมตัวกันมากๆ แบบไม่เป็นระเบียบ
> > จึงทำให้ภาพที่เรามองไปข้างหน้าบนถนน มี " ตัวกลาง " มากั้น
ซึ่งก็คือม่านน้ำฝน และละอองฝน ซึ่งตัวมันเองก็มีค่าดัชนีหักเหอยู่แล้ว
เมื่อบวกกับการสะท้อนแสง ของละอองฝน ทำให้ทัศนวิสัยจึงแย่มาก
แว่นกันแดดจึงกรองแสงจ้าที่เกิดการสะท้อนจากละอองฝนและสายฝนที่อาบอยู่
บนกระจกหน้ารถ ชนิดที่เรียกว่า ที่ปัดน้ำฝน speed ! แรงสุดก็เอาไม่อยู่ ออกไป
จึงทำให้ทัศนวิสัยในขณะขับรถตอนกลางคืน ฝนตกหนักเยี่ยมมาก
ดังนั้นจึงสามารถใช้ความเร็วได้ในระดับหนึ่ง และปลอดภัยมาก
ผมยังเชื่อว่า ถ้าเป็นตอนกลางวัน และฝนตกหนัก
ก็น่าจะใช้ได้เหมือนกัน ถึงจะยังไม่ได้ทดลอง
แต่คิดว่าน่าจะไม่มีปัญหาอะไร
ผมหวังว่าความรู้ที่ได้จากประสบการณ์ตรงครั้งนี้
คงเป็นประโยชน์กับทุกคน
สุดท้ายนี้ภาพที่คมชัดขึ้นกับคุณภาพแว่นกันแดดด้วย
==============
**แว่นกันแดดยังสามารถช่วยแก้อาการเมารถ เมาเรือ ได้อีกด้วย

Monday, January 18, 2010

คำแผ่เมตตา

คำแผ่เมตตา หรือ บทแผ่เมตตา นี้ มีความขลัง และความสำคัญยิ่ง ที่ทำให้เกิดความสบายใจสบายกาย พบความสุข ได้ด้วยบทแผ่เมตตา หรือ เมตตาธรรมค้ำจุนโลก จึงขอแนะนำให้ทุก ๆ ท่านได้ทำการแผ่เมตตาบ่อย ๆ และขออนุโมทนาผลแห่งการแผ่เมตตาของทุก ๆ ท่านด้วยเทอญ ความสว่าง ความสงบ และ ความสุขจงยังถึงทุก ๆ ท่านที่แผ่เมตตานี้ สาธุ

คำแผ่เมตตา

ขอเดชะตั้งจิตอุทิศผล
บุญกุศลนี้แผ่ไปให้ไพศาล
ถึงมารดา บิดา ครู อาจารย์
ทั้งลูกหลาน ญาติมิตรสนิทกัน

อีกผู้เคยร่วมกิจการงานทั้งหลาย
ขอให้ได้ส่วนกุศลผลชองฉัน
ทั้งเจ้ากรรม นายเวร เทพเทวัญ
ขอทุกท่านได้กุศลผลนี้เทอญฯ