Saturday, January 30, 2010
เทคนิคช่วยให้ลูกหลับนานขึ้น
- ควบคุมแสงสว่างในห้อง
ลูกจะจดจำสภาวะก่อนที่จะหลับไว้ หากตื่นขึ้นมาแล้วเห็นว่าห้องเปลี่ยนไป จะรู้สึกไม่ปลอดภัย ดังนั้นหากจะให้ลูกหลับในเวลากลางคืน อาจจะเปิดไฟสลัวๆ ไว้ให้พอมองเห็น จากนั้นค่อยกล่อมให้หลับ และเปิดไฟนั้นทิ้งไว้ตลอดคืน เพราะบ่อยครั้งที่ลูกรู้สึกตัวขึ้นมากลางดึก ก็จะสามารถหลับต่อได้เองหากคุ้นเคยกับสภาวะห้องนอน แต่การนอนในห้องที่มืดสนิทตั้งแต่เด็กจะลดอาการกลัวการนอนในที่มืดของเด็ก เมื่อโตขึ้นได้ และความมืดยังช่วยกระตุ้นให้ร่างกายหลั่งสารเมลาโทนิน ซึ่งเป็นยานอนหลับตามธรรมชาติ ทำให้ลูกนอนหลับได้เร็วขึ้น
- ควบคุมอุณหภูมิภายในห้องนอน
หากอุณหภูมิของห้องหนาวหรือร้อนเกินไป ก็จะทำให้ลูกนอนไม่สบายตัว อุณหภูมิที่เหมาะในการนอนคือประมาณ 24-26 องศาเซลเซียส ดังนั้นหากอยากให้ลูกนอนหลับได้นานขึ้น ก็อาจจะตั้งเวลาปิดแอร์ให้ช้าลงกว่าเดิมเพื่อให้เด็กนอนได้นานขึ้น
- ควบคุมเรื่องเสียง
บ่อยครั้งที่ลูกตกใจตื่นเพราะเสียงที่ดังมาจากรอบๆ บ้าน เช่น เสียงเห่าจากสุนัข เสียงรถยนต์วิ่ง เสียงแตร หรือเสียงกริ่งหน้าบ้าน ลองแก้ไขด้วยการย้ายที่นอนหรือห้องนอนไปอยู่ในโซนที่เงียบสงบกว่าเดิม แต่ถ้าไม่สามารถหลีกเลี่ยงเสียงเหล่านี้ได้ ก็ต้องฝึกให้ชินกับเสียงเหล่านั้นแทน
- สร้างบรรยากาศ และจุดสนใจ
โดยลองแขวนโมบายล์เล็กๆ ไว้เหนือเปล หรือเตียงของลูกในระดับที่ลูกสามารถมองเห็นได้ คือประมาณ 1-3 ฟุตจากระยะสายตา เวลาที่ลูกตื่น ก็จะจ้องมองโมบายล์และสุดท้ายก็จะหลับต่อได้เอง นอกจากนั้นอาจจะเล่นกับลูกในห้องนอนตอนกลางวัน เพื่อให้ลูกคุ้นเคยกับสภาวะแวดล้อมของห้องมากขึ้น เพื่อที่เวลาตื่นมา จะไม่ตกใจมาก
เพียงเท่านี้ ก็จะทำให้ลูกหลับได้นานยิ่งขึ้นแล้ว
ที่มา: เดลินิวส์ออนไลน์ วันอาทิตย์ ที่ 31 มกราคม 2553 http://www.dailynews.co.th/newstartpage/index.cfm?page=content&categoryId=424&contentId=45499
Friday, January 29, 2010
ดวง 12 ราศี ปี 2553
โดย อ.ลักษณ์ เลขานิเทศ
ถอดเทปจากรายการศึก 12 ราศี
ฟันธงดวงชะตาราศีมังกร ปี 2553
ราศีมังกร เกิดระหว่างวันที่ 16 ม.ค. – 12 ก.พ.
เป็นปีที่พ้นทุกข์โศกโพยภัย พันเคราะห์และความอัปมงคลทั้งมวล จากนี้เป็นต้นไปชีวิตจะสว่างสดใสเจิดจรัส ประสบความสำเร็จทุกประการ
เรื่องการเรียน จังหวะนี้ถ้าเกิดมีการสอบ การเรียน การศึกษาหาความรู้ สำเร็จทุกประการ
เรื่องการงาน ใครตกงานจะได้งาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งงานที่เกี่ยวข้องกับของกินของใช้ ธุรกิจบริการ ของสวยงาม งานดรตรี ศิลปะ คนที่อยู่ในธุรกิจบันเทิงบริการทุกประเภท ดวงชะตากำลังดี ดวงชะตากำลังโดดเด่น จะมีผมงานเป็นที่ประจักษ์อีกครั้ง จะมีชื่อเสียง จะมีความเจริญก้าวหน้า เห็นได้ชัดเจนว่าตั้งแต่มกราคมถึงเมษายน จังหวะนี้เป็นจังหวะขาขึ้นของชาวราศีมังกร
เรื่องการเงิน คนที่เกิดในราศีมังกร ปีที่แล้วเป็นวินาศได้เงินมาจ่ายเงินไป......แต่ปีนี้จะหาได้มากกว่า เป็นทวี เท่า เช่น แต่ก่อนหาได้ร้อยนึง เช่าบ้านใช้สองร้อย เป็นหนี้ ลำบาก เดี๋ยวนี้จะหาได้หมื่น ใช้สองร้อย เหลือตั้งเท่าไหร่ จากนี้ไป 1 ปีดีแน่นอน
เรื่อง ความรัก จะสมหวังในความรัก จะสุขใจที่ได้เจอคนรัก จะสุขใจที่ได้เจอคนแอบรัก จะสุขใจที่มีคนที่เราแอบรัก จะมีความสุขใจที่คนรักของเรามีความสำเร็จ ในช่วงนี้เป็นช่วงที่น่าอิจฉา เป็นช่วงที่มีความสุข เพราะฉะนั้นในช่วงนี้คู่รักของชาวราศีมังกร ชาวราศีมังกรจะกินเด็ก จะได้คู่เด็ก จะได้คู่แก่แต่หน้าเด็ก......เรื่องราวของความรักในปีนี้จะมีความสุข
เรื่อง สุขภาพและอุบัติเหตุ คนเกิดราศีมังกรแปลก คิดว่าเป็นก็เป็น คิดว่าหายก็หาย เป็นโรคตามอารมณ์ เห็นได้ชัดเจนว่าสุขภาพแข็งแรง อุบัติเหตุไม่ปรากฎ แคล้วคลาดปลอดภัยทุกประการ อย่ากังวล
เรื่องเคล็ดเกล็ดมงคล ควรหาโอกาสไปกราบสักการะ หลวงพ่อไพรีพินาศ วัดบวรนิเวศวิหาร หรืหาพญานาคราชไว้บูชา เพราะราศีมังกรมีดาวเสาร์เป็นดาวประจำตัว พญานาคราชเกี่ยวข้องกับพระเสาร์ หรือทุกครั้งที่ทำบุญต้องอุทิศบุญให้พญานาคราช แล้วที่สำคัญปีนี้มีเกณฑ์จะรวยมีโชคลาภทางเรื่องการเงิน ต้องบูชา 2 สิ่ง 1.หาองค์ไฉ่ซิงเอี๊ยหรือท้าวเวสสุวรรณมาบูชาประจำตัวประจำบ้าน หรือไปกราบสักการะที่วัดจุฬามณี จ.สมุทรสงคราม หรือหาโอกาสไปกราบสักการะพระมหาเศรษฐีนวโกฎิหรือเศรษฐี 9 หน้า และที่สำคัญชาวราศีมังกรเมื่อดวงชะตากำลังจะดี เทพเจ้าองค์นึงที่บันดาลดลให้เกิดความสุขความเจริญสมดั่งที่ปรารถนา คือ พระพิฆเนศ ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ ที่อุทยานพระพิฆเนศ จ.นครนายก และปีนี้หาโอกาสไปบวชชีพราหมณ์ ไปปฏิบัติธรรมซัก 3-7 วัน ตามกำลัง ก็จะเป็นมหามงคล เป็นมหากุศลที่ดลให้เกิดความสุข สมดั่งที่ปรารถนา ฟันธง
ฟันธงดวงชะตาราศีกุมภ์ ปี 2553
ราศีกุมภ์ เกิดระหว่างวันที่ 13 ก.พ. – 13 มี.ค.
ปีนี้เป็นปีแห่งความรุ่งโรจน์ จะประสบความสำเร็จหลายอย่างหลายประการ
เรื่องการเรียน ประสบความสำเร็จในการศึกษาเล่าเรียน เรียนรู้สิ่งใด จะสามารถเรียนรู้ เข้าใจทุกบททุกตอน สามารถสอบผ่าน รับรองว่าจะมีโชคดีที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของการเรียนอย่างแน่นอน
เรื่องการงาน ถ้าเป็นนักแสดง งานเข้า มีโอกาสได้งานใหญ่ งานเล็กก็เข้ามามากมาย จะประสบความสำเร็จในเรื่องของการงาน คนที่รับราชการจะมีการโยกย้าย เปลี่ยนแปลง และประสบความสำเร็จในการโยกย้ายในการเปลี่ยนแปลงนั้น และประการสำคัญตัวเองเป็นลาภของตัวเอง แปลว่าคิดจะทำอะไรหากไปผิดกฎหมายและศีลธรรม แล้วลุยและทำ จะประสบความสำเร็จอย่างแน่นอน มกราคมถึงเมษายนงานเข้า แต่ระหว่างนั้นน้ำหนักขึ้นด้วย อย่าทานเยอะ
เรื่อง การเงิน เงินทองไหลมาเทมา จะเป็นปีที่ได้เงินสมใจปรารถนา เป็นปีที่รอคอยตามกาลเวลา ให้อธิษฐานว่า เงินแห่งข้าพเจ้า ทองแห่งข้าพเจ้า สิ่งที่สะสมไว้ทุกชาติทุกภพ จงบรรจบให้มีเงินมีทองสมปรารถนา ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป อธิษฐานให้ดี ถ้าปีนี้เก็บเงินเก็บทองไม่ได้ ก็ยากที่จะมีโชคลาภในปีไหน เพราะต้องรออีก 12 ปีจึงจะมีอย่างนี้อีกครั้ง ก็ขอให้ใช้จังหวะตรงนี้ ฉกฉวย ทำทุ่มเทให้เต็มที่ รับรองว่าจะมีเงินดีไหลเข้ากระเป๋าอย่างแน่นอน
เรื่องความรัก จะมีคู่เด็ก คู่ที่อายุน้อยกว่าแต่เป็นผู้ใหญ่ ทางความคิด จะมีโอกาสได้สมหวังในความรัก จะได้เจอคนรู้ใจ จะได้เจอคู่แท้ มีโอกาสได้แต่งงานลงเอย จังหวะนี้ถ้าเกิดเจอใคร คบใครให้พากันไปทำบุญ จะเกื้อกูลให้สมหวังตามที่ปรารถนา ความทุกข์ในความรักที่เคยมีจะถูกลบล้างไปสิ้นในปีนี้
เรื่องสุขภาพและอุบัติเหตุ เทพพฤหัสบดีคุ้มครองดวงชะตา อุบัติเหตุเภทภัยผ่านพ้น ไม่มีผลทำอะไรได้ สุขภาพดีเหลือหลาย ป่วยเป็นอะไรหมอรักษาได้ทันท่วงที 2 ประการนี้จึงเลิกกังวล
เรื่องเคล็ดเกล็ดมงคล ควรหาโอกาสไปกราบสักการะพระพุทธรูปปางสมาธิทั่วราชอาณาจักร กราบขอพรจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่พระธาตุนาดูน จ.หมาสารคาม หรือไปกราบพระพุทธรูปหินอ่อนวัดพระพุทธบาท จ.ยโสธร ไปกราบพระพุทธบุศยรัตน์ (พระแก้วหยดน้ำค้าง) จ.ยโสธร มีพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ที่จ.หนองคาย คือหลวงพ่อพระใส และข้ามสะพานมิตรภาพไทยลาว ไปกราบขอพรจากพระธาตุหลวง นครเวียงจันทร์ ประเทศลาว และควรมีพระกริ่งไว้แขวนคอประจำตัว หรือสร้างพระพุทธรูปอันศักดิ์สิทธิ์ ใครสร้างพระพุทธรูปที่ไหน มีโอกาสไปร่วมเททองหล่อพระ อธิษฐาน ชีวิตจะหลอมหล่อทุกข์และโศกให้หมดไป เหลือแต่ชัยชนะคือความสำเร็จทุกประการตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ปีนี้จะตั้งหลักปักฐานได้อย่างแน่นอน ฟันธง
ฟันธงดวงชะตาราศีมีน ปี 2553
ราศีมีน เกิดระหว่างวันที่ 14 มี.ค. – 12 เม.ย.
ปีนี้เป็นปีแห่งการพลิกผันจากร้ายการเป็นดี เป็นปีแห่งการเปลี่ยนแปลง ดวงชะตาจะเปลี่ยนไป ก่อนเมษายนปีนี้อะไรๆก็ติดขัด มีปัญหาอุปสรรคไปหมดซะทุกยอ่าง พอพ้น 26 เมษายนเป็นต้นไป จะเป็นจังหวะของดวงชะตาที่จะยิ่งใหญ่ มีความเจริญก้าวหน้า ประสบความสำเร็จในทุกสิ่งที่ปรารถนา
เรื่อง การเรียน ตั้งแต่ธันวา 2552 ที่ผ่านมา จนถึงเมษายนปีนี้ ถ้าเกิดสอบแข่งขัน จะมีเกณฑ์ที่ไม่ได้มากกว่าได้ แต่ที่สำคัญเวลาสอบ ระวังท้องเสียหรือมีปัญหาสุขภาพ ดูแลสุขภาพให้ดี
เรื่องการงาน มีมุมที่จะเปลี่ยนงานย้ายงาน เบื่อเซ็งเหลือเกิน เปลี่ยนแล้วดี เพราะฉะนั้นคนที่เป็นเจ้าของธุรกิจมีโอกาสขยับขยาย เพิ่มเติมหรือเปลี่ยนแปลงธุรกิจที่ทำแล้วให้ถูกใจ ถูกกับชะตา หรือคนที่ตกงาน สมัครงานก็จะได้งาน
เรื่องการเงิน ก่อนวันที่ 26 เมษายน จะได้อะไรหรือทำอะไรต้องให้ผู้ใหญ่สนับสนุน ส่งเสริม ผู้ใหญ่ฝากฝัง เพราะฉะนั้นแปลว่าก่อนเมษายนให้ตระเวณไหว้พระทำบุญ ขอพรจากผู้หลักผู้ใหญ่ จะเป็นมหามงคลให้เกิดความสุขความเจริญ ตั้งแต่มกราคมถึงเมษายนจะเป็นจังหวะที่พึ่งพาคนอื่น พึ่งพาเทวดา แต่หลังจากเมษายนเป็นต้นไปแล้วต้องพึ่งพาตัวเอง และจะประสบความสำเร็จ แล้วหลังจากเดือนกรกฎาคมเป็นต้นไปถึงประมาณเดือนตุลาคม พฤศจิกายน สะดุดติดขัด และจะดีอีกครั้งหลังจากพฤศจิกายน ธันวาคมไปแล้ว
เรื่องความรัก คนรักเป็นคนช่างพูดช่างเจรจา ปีนี้จะสมหวังในความรักตามที่ปรารถนา และที่ผ่านมามีคนเก่ากลับคืนหวนมา ขอให้จงพิจารณาคนที่เข้ามาใหม่ๆ อาจจะมีเรื่องของความรักให้เข้ามาชื่นใจมากกว่าของเก่าๆที่เคยมีมา หลายคนอาจจะได้แต่งงานครองคู่ ถ้าใครยังไม่มีคู่ ปีนี้จะได้เจอคู่แน่ๆ
เรื่อง สุขภาพและอุบัติเหตุ มีปัญหาสุขภาพในช่วงต้นปี หลอดลม ทางเดินหายใจ ระบบต่างๆมีปัญหา แต่พอผ่านพ้น จากเดือนเมษายน สุขภาพเริ่มแข็งแรง สุขภาพเริ่มดีขึ้น แต่อุบัติเหตุปีนี้ต้องระมัดระวังยิ่งนัก ประมาทไม่ได้เป็นอันขาด
เรื่องเคล็ดเกล็ดมงคล ควรหาหลวงปู่ทวดแขวนไว้ประจำตัว แล้วเมาไม่ขับ อย่าไปกับเพื่อนที่ชอบเมา อันตราย ควรหาโอกาสไปกราบสักการะพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ โดยไปกราบพระพุทธรูปที่ใกล้น้ำหรือ ติดน้ำ เช่น พระพุทธนวล้านตื้อ พระเชียงแสนสี่แผ่นดิน จ.เชียงราย หรือไปกราบพระพุทธรูป หลวงพ่อสายรุ้งที่วัดถ้ำผาจม ศักดิ์สิทธิ์ยิ่งนัก หรือไปกราบพระพุทธรูปหินพันปีที่วัดป่าธรรมโสภณ จ.ลพบุรี และที่สำคัญให้ไปกราบพระพุทธรูปที่เป็นพระพุทธรูปประจำจังหวัด อาจจะอยู่ติดกับศาลหลักเมือง หรือเป็นตัวแทนขององค์ศาลหลักเมือง จะเป็นมหามงคลให้เกิดความสุขความเจริญ คนที่เกิดในราศนี้จะมีปัญหาเรื่องการเงิน ควรที่จะทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้พระมหาเศรษฐีนวโกฎิ ควรไหว้ขอพรหรือมีไว้บูชา ปีนี้ถ้าเกิดตั้งหลักตั้งใจให้ดี ปีนี้จะเป็นปีที่มีชัย และประสบความสำเร็จได้ดั่งปรารถนา ฟันธง
ฟันธงดวงชะตาราศีเมษ ปี 2553
ราศีเมษ เกิดระหว่างวันที่ 13 เม.ย. – 13 พ.ค.
คนที่เกิดราศีเมษถือว่าเกิดราศีเดียวกับดวงเมืองประเทศไทย ประเทศไทยมีปัญหา ชีวิตคุณย่อมมีปัญหา แต่มีทางแก้ไข
เรื่อง การเรียน ขอให้มีความตั้งใจ มุ่งมั่น ใฝ่เรียนรู้ ในช่วงมกราคมถึง 26 เมษายน จะมีเกณฑ์สอบได้ประสบความสำเร็จ แต่หลังจากนั้นแล้วก็ประคับประคอง อดทน ขยันเป็นทวีคุณ จึงจะผ่านปัญหา หรืออุปสรรคที่เกี่ยวข้องกับการเรียน
เรื่อง การงาน ปีนี้การงานอยู่ในภาวะเริ่มต้น ตั้งต้น เหมือนสร้างเมืองใหม่ เหมือนฟ้าใหม่กำลังจะเกิดขึ้น ขอให้ตั้งใจ มุ่งมั่น ทุ่มเท การต่อสู้การเริ่มต้นด้วยความมุ่งมั่นด้วยความตั้งใจ จากนี้ไป 2 ปีเหนื่อยลากเลือด แต่ความเหนื่อยตรงนี้เป็นฐานของชีวิต ที่ทำให้มีประสบการณ์ มีความสำเร็จเกิดขึ้นตามมาอย่างแน่นอน
เรื่องการเงิน มีเรื่องของรายจ่าย การหมุนเงินตลอดทั้งปี ช่วงต้นปีเงินทองไหลมาเทมา จะมีโชคลาภทางการเงิน พอหลังจากนั้นปลายๆเมษายนมีราย จ่ายมาก มีปัญหาเรื่องการเงิน พฤษภาคมการเงินดี มิถุนายนเสียเงิน กรกฎาคมการเงินดี สิงหาคมเสียเงินสลับกัน การเงินจะต้องหมุนเงินอย่างหนัก มีสภาพวูบไหวหรือหวั่นไหวตลอดทั้งปี คือมีรายจ่าย แต่จะมีเงินให้ได้ใช้ได้จ่ายทั้งปี
เรื่องความรัก ถ้าปีนี้เอาเวลาของชีวิตไปทุ่มเทกับการงาน การหาเงิน การสร้างความมั่นคงให้ชีวิต การเรียนจะดีกว่า ความรักพักใจไว้ที่รักซักครู่ ถ้าเกิดคนที่คบอยู่ไม่ใช่คู่แท้ก็จะเลิกกัน ถ้าใช่คู่แท้ก็ต้องอดทน ประคับประคองกันไป ใครเป็นโสดอยู่ก็โชคดีไป เพราะไม่มีเรื่องปวดหัว เรื่องแก้ไข เรื่องที่ต้องแก้ตัว คู่เป็นคนดีมีเสน่ห์ หน้าตาดีมาก ทำกับข้าวเก่งมาก ถ้าไม่ใช่รอต่อไป
เรื่อง สุขภาพและอุบัติเหตุ ปีนี้ต้องระวัง ดาวเสาร์เป็นอริกับดวงชะตา ดาวพฤหัสกำลังจะเป็นวิบาก แปลว่าไม่ใกล้หมอ ทำงานจนลืมเวลาไปหาหมอ หรือดูแลสุขภาพ รับประทานอาหารไม่เป็นเวลา ถ้าไม่มีปัญหาเรื่องช่องท้องกับลำไส้ จะมีปัญหาเกี่ยวกับกรดไหลย้อน แต่โรคร้ายๆอุบัติเหตุใหญ่ๆไม่ปรากฎ
เรื่องเคล็ดเกล็ดมงคล ควรหาโอกาสช่วงปีใหม่ ไปกราบสักการะสถานที่ที่เป็นมงคลอันเกี่ยวข้องกับประเทศไทย เพราะดวงเป็นดวงราศีเดียวกับประเทศไทย เพราะฉะนั้นสิ่งคู่เมืองอันเป็นมงคลคือไปกราบสักการะพระแก้วมรกต จากนั้นเดินข้ามฟากมาสักการะผูกผ้าแพรสามสีที่ศาลหลักเมือง จะได้มีหลักชัยตั้งหลักในชีวิตได้ และไปขึ้นภูเขาทองวัดสระเกศ เพราะวัดสระเกศเดิมชื่อวัดสระแก รัชกาลที่ 1 ก่อนปราบดาภิเษก ทำพิธีมูรธาภิเษกเสกน้ำที่วัดสระแก เมื่อปราบดาภิเษกขึ้นเป็นปฐมวงศ์แห่งราชวงศ์จักรี ชีวิตจะมีแต่ความรุ่งเรืองรุ่งโรจน์และความเป็นมงคล อัปมงคลและอุปสรรคทั้งหลายจะมลายไป จะเหลือแต่ความยิ่งใหญ่และเจริญก้าวหน้า ทำอย่างนี้แล้วจะเป็นปีแห่งมงคลอีกปี ฟันธง
ฟันธงดวงชะตาราศีพฤษภ ปี 2553
ราศีพฤษภ เกิดระหว่างวันที่ 14 พ.ค. – 13 มิ.ย.
ปีนี้เป็นปีทองผ่องอำไพ ชีวิตจะสดใสมีความสำเร็จ
เรื่องการเรียน ตั้งใจ มุ่งมั่น จะประสบความสำเร็จทุกประการในการเรียน
เรื่องการงาน เป็นปีแห่งการเริ่มต้น ขยับขยาย เปลี่ยนแปลง คนที่เป็นลูกน้องลูกจ้างจะได้รับการโปรโมต สนับสนุน ส่งเสริม เป็นปีแห่งการเปลี่ยนแปลงอันไป สู่ความสำเร็จ เป็นปีที่ชื่นใจ เป็นปีที่รอคอยมาระยะเวลานึง เวลานั้นมาถึงแล้วคือปีพ.ศ.นี้ ขอให้ชื่นฉ่ำในหัวใจ มีกำลังใจที่จะมุ่งหวังตั้งใจ ใช้ความวิริยะ อุตสาหะ อย่ารอฟ้ารอดิน ฟ้าเปิดดินเปิดบาดาลเปิด ต้องใช้ความสามารถอันเป็นเลิศ คือความขยัน มุ่งตั้งใจทำดั่งปรารถนา จะสมปรารถนาทุกประการ
เรื่องการเงิน ปีนี้เป็นปีแห่งการได้เงินเป็นกอบเป็นกำ เป็นปีแห่งความสำเร็จในด้านการเงิน จะหาเงินได้คล่องมือ มีหนี้สินจะพร่องไปหรือหมดไป หรือมีเงินเหลือใช้เหลือเก็บ ปีนี้เป็นปีแห่งโชคดี
เรื่องความรัก คู่รักมักเป็นคนขี้หึง คู่รักเป็นคนดุเอาเรื่อง ปีนี้คู่รักช่วยเหลือเรื่องการ งานได้เป็นอย่างดี เค้าจะยุ่งกับการงาน เค้าจะช่วยให้กำลังใจ เค้าจะช่วยวางแผนหรือลงมือทำ จนไม่มีเวลามาตามหึงหวง เพราะฉะนั้นเรื่องงานปีนี้จะมีความสุขในความรักที่เกื้อกูลกัน ใครไม่มีครอบครัวหรือไม่มีคู่จะได้เจอคนรู้ใจ ใครที่มีครอบครัวจะได้บุตรไว้สืบวงศ์ตระกูลในปีนี้
เรื่อง สุขภาพและอุบัติเหตุ ไม่ปรากฎสิ่งใดที่จะเกิดปัญหา เป็นปีที่ดีมาก สุขภาพกายแข็งแรงสุขภาพจิตดี อุบัติเหตุแคล้วคลาดปลอดภัย จะไปเหนือล่องใต้อย่าได้กังวล
เรื่องเคล็ดเกล็ดมงคล ปีนี้ควรหาโอกาสไปกราบสักการะบูชาใน 2 สถาน 1 ประการ หาโอกาสไปกราบสักการะพระเจ้าตากสินมหาราช ที่พระบรมราชานุสาวรีย์ วงเวียนใหญ่ หรือพระบรมราชานุสาวรีย์ในทุกที่ หรือจะเป็นที่อู่ต่อเรื่องของพระองค์ที่บ้านเสม็ดงาม จ.จันทบุรี ตั้งจิตอุทิศผลบุญกุศลถวายเป็นพระราชกุศลแด่ดวงพระวิญญาณของพระองค์ สถานที่ที่ 2 วัดหน้าพระเมรุ จ.พระนครศรีอยุธยา ไปกราบหลวงพ่อพระประธานทรงเครื่องจักรพรรดิ์มหาราชา จะร่ำรวยสมปรารถนา และบูชาพระให้สมกับดาวประจำตัวคือ ดาวศุกร์คือดาวแห่งเงินตราหรือดาวแห่งโชคลาภ คือพระมหาเศรษฐีนวโกฎิ ต้องบูชาด้วยจิตอันกุศล เพราะท่านเป็นเศรษฐีที่ทำบุญสมัยพุทธกาล โดยเฉพาะได้ไปกราบสักการะหรือได้รับมอบมาฟรีๆยิ่งเป็นมหามงคล เป็นสิ่งอำนวยกุศล เป็นกำลังเสริมชีวิตให้เป็นสิริมงคลในปีนี้ ปีนี้ดวงดีตลอดทั้งปี ฟันธง
ฟันธงดวงชะตาราศีเมถุน ปี 2553
ราศีเมถุน เกิดระหว่างวันที่ 14 มิ.ย. – 14 ก.ค.
ปีนี้เป็นปีแห่งการเปลี่ยนแปลง จากสภาพแห่งความเบื่อเซ็ง มาเป็นโอกาส เป็นความหวัง เป็นความสุขและความสำเร็จ เป็นการเปลี่ยนแปลงแบบก้าวกระโดดที่ทำให้ชาวเมถุนชื่นใจ
เรื่องการเรียน คนที่อยู่วัยเรียน ไม่ว่าจะอายุน้อย อายุมาก ที่ผ่านมามีปัญหา สมองจะปลอดโปร่ง โล่งใจ โดยเฉพาะเรื่องการเรียนทุกบททุกกลอน ในช่วงประมาณหลัง 26 เมษายนเป็นต้นไปจนถึงเดือนกรกฎาคม แปลว่าองค์ประกอบของการเรียนสำเร็จในทุกประตู
เรื่องการงาน มักจะทำงานที่เกี่ยวกับการติดต่อสื่อ สาร การประสาน การคิด การวางแผน สื่อสิ่งพิมพ์ หนังสือ วิทยุ โทรทัศน์ เพราะมีดาวประจำตัวคือดาวพุธ อันเป็นเทพเจ้าแห่งการสื่อสาร ที่ผ่านมาเบื่อๆเซ็งๆล้าๆ ปีนี้ดวงดีอย่างเห็นได้ชัด และมีจังหวะแห่งการก้าวกระโดด มีความหวัง มีเป้าหมายชัดเจนขึ้น เนื่องจากดาวพฤหัสกำลังจะทำมุมดีกับดวงชะตา หลังวันที่ 26 เมษายนจะมั่นคงจะรู้ว่านี่คือใช่นี่คือไม่ใช่ และจะชัดเจนและมีความตั้งใจในสิ่งอันใด ที่จะกระทำในเรื่องเกี่ยวกับการงาน มักจะมีผลสรุปคือสำเร็จเจริญก้าวหน้า แต่อย่างไรก็ตามเรื่องนิติกรรม สัญญา ข้อตกลงหรือข้อต่อรองอันใด ในช่วงครึ่งปีหลังต้องระมัดระวัง
เรื่องการเงิน ปีนี้จะได้เงินเป็นกอบเป็นกำ แต่จะมีหนี้สินเกี่ยวข้องกับการผ่อนบ้านผ่อนรถ หรืออะไรก็ตาม มีเรื่องรายจ่ายเข้ามาเกี่ยวข้อง แต่เป็นหนี้ไว้นิดๆดี จะทำให้เลือดในกายร้อน และจะทำให้มีหลังที่จะหาเงินได้ดั่งใจปรารถนา แปลว่าในปีนี้เป็นหนี้แล้วดี จะมีเงินให้ได้ใช้ได้จ่ายตลอดทั้งปี
เรื่องความรัก จะได้คู่เป็นผู้ใหญ่กว่า คู่ครองจะมีนิสัยเหมือนครูบา อาจารย์เจ้าระเบียบ ส่วนชาวราศีเมถุนเป็นคนรักอิสระ จะโดนครูปราบ ที่ผ่านมาดาวคู่ครองผุบๆโผล่ๆ แต่ปีนี้จะเจอตัวจริงที่ใช่ โดยเฉพาะหลังวันที่ 26 เมษายนเป็นต้นไป และชี้ชัดว่าคู่ครองที่แท้จริงถ้าเจอในปีนี้ เค้าจะมาช่วยเหลือเรื่องการงาน เค้าจะมาให้คำแนะนำ เกื้อกูล สนับสนุน ส่งเสริม ทำให้การงานพัฒนาทั้งทางตรงและทางอ้อม นี่คือเครื่องชี้ชัดว่านั่นคือคู่แท้ สรุปความรักในปีนี้ ชื่นใจ สุขใจ ชัดเจนกว่าปีที่ผ่านมาอย่างแน่นอน
เรื่องสุขภาพและอุบัติเหตุ ไม่มีปัญหา แต่ระวังสุนัขกัด สัตว์มีเขี้ยว สัตว์มีเล็บ เช่น แมวข่วน คือสัตว์มีเขี้ยวมีเล็บไว้ใจไม่ได้ ต้องระมัดระวัง อุบัติเหตุใหญ่ๆไม่ปรากฎ แคล้วคลาดปลอดภัย
เรื่องเคล็ดเกล็ดมงคล เนื่องจากชีวิตในปีนี้เป็นปีแห่งการเริ่มต้น เหมือนพ่อค้าจะลงทุน ดังนั้นในปีนี้ควรหาโอกาสไปกราบสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระ นั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 3) ตรงริมถนนราชดำเนินหน้าวัดราชนัดดา อีกที่นึงไปกราบสักการะพระพุทธรูปอันศักดิ์สิทธิ์ที่พระองค์คุมการก่อสร้าง เองที่วัดราชโอรสาราม เขตจอมทอง จะเป็นมหามงคล เป็นบุญกุศลเกื้อกูลให้ชีวิตสูงส่ง สำเร็จทุกอย่างตามที่ปรารถนา ปีนี้เป็นปีแห่งการเริ่มต้น เปลี่ยนแปลง ขอให้ตั้งใจมุ่งมั่น แล้วจะประสบความสำเร็จอย่างแน่นอน ฟันธง
ฟันธงดวงชะตาราศีกรกฎ ปี 2553
ราศีกรกฎ เกิดระหว่างวันที่ 15 ก.ค. – 16 ส.ค.
ปีนี้ดวงชะตาแกว่ง ดวงชะตาบางช่วงดี บางช่วงร้าย บางช่วงโดดเด่น บางช่วงตกต่ำ
เรื่อง การเรียน ก่อนวันที่ 26 เมษายน ต้องอดทนอดกลั้น ต้องขยันมากกว่าเดิมเป็น 2 เท่า แต่หลังจาก 26 เมษายน ชีวิตจะรุ่งโรจน์ดั่งใจคิด ดั่งที่ปรารถนาอย่างแน่นอน
เรื่องการงาน ปีนี้เป็นปีที่ต้องอยู่กับงาน แต่งกับงาน หนักกับการงาน เพราะดาวอังคารมากุมจุดเกิด มกราคมถึง 26 เมษายน จะทำอะไรให้รัดกุมรอบคอบ อย่าประมาทเป็นอันขาด โดยเฉพาะนิติกรรมหรือสัญญา หรือการที่จะทำอะไรกับใคร อย่าไว้ใจบริวารและคนรอบตัว หลังจากเข้าเมษายนไปแล้วจนถึงกรกฎาคม การงานจะรุ่งโรจน์สมดั่งที่ปรารถนา ไม่ว่าจะลูกน้องลูกจ้าง ทำการค้าขายจะขายดีทุกประการ ข้าราชการจะได้เลื่อนขั้นเลื่อนตำแหน่ง ดวงชะตาจะดร็อปลงไปช่วงนึง ในช่วงกรกฎาคมถึงพฤศจิกายน แล้วจะดีอีกครั้งในช่วงพฤศจิกายนถึงธันวาคม
เรื่องการเงิน จะได้เงินอย่างฟลุ๊คๆ แปลกประหลาด ในช่วงประมาณเดือนมกราคมถึงเมษายน เหมาะแก่การเสี่ยงโชคเสี่ยงดวง ส่วนเรื่องที่คาดหวังไว้จะได้ดั่งที่ปรารถนา การเงินจะค่อยๆไหลมาเทมาหลังจากเมษายนเป็นต้นไป
เรื่องความรัก จะได้คู่เป็นคนหน้าแก่ เป็นคนแก่กว่า และที่สำคัญอาจจะได้คู่เป็นพ่อม่ายแม่ม่าย หรือชาวต่างชาติต่างภาษา ถ้าได้พบกันหลังจากเดือนเมษายน คู่ที่เข้ามาจะมาเกื้อกูลเรื่องงานให้มีเงินใช้ ปีนี้ความรักจะมีความสุขมากกว่าสองสามปีที่ผ่านมา
เรื่องสุขภาพและอุบัติเหตุ สุขภาพแข็งแรง แต่ช่วงมกราคมถึงเมษายนจะเป็นโรค เช่น โรครำคาญ โรคหงุดหงิด โรคลมจะไปลมจะมา เหมือนโรควัยทอง หรือโรคที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพภายในอันเกี่ยวข้องกับตับไตไส้พุง ให้ไปตรวจ อุบัติเหตุใหญ่ๆไม่ปรากฎ แต่พอเลยเมษายนไปแล้วก็ไม่เป็นอะไร
เรื่องเคล็ดเกล็ดมงคล ปีนี้อยากให้ไปไหว้พระหรือสักการะพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ ชื่อที่เป็นความงดงามหรือความหอมหวล หลวงพ่อเกษร หลวงพ่อนั่ง หลวงพ่อนอน ที่วัดสามพระยา ถือว่าเป็นมหามงคลที่จะดลให้ตั้งหลักได้ นั่งและนอนจะทำให้มีกินมีใช้สบายไปทั้งปี ถ้าปรารถนาความร่ำรวยต้องบูชา พระมหาเศรษฐีนวโกฎิหรือท้าวเวสสุวรรณ (ไฉ่ซิงเอี๊ย) หรือถ้าจะไปกราบสักการะต้องไปที่วัดจุฦามณี จ.สมุทรสงคราม ปีนี้จะเป็นปีแห่งการเริ่มต้นใหม่ เพราะผ่านทุกข์และภัยมาหลายปี ขอให้โชคดี จากนี้จะมีแต่ความสุขความเจริญ ฟันธง
ฟันธงดวงชะตาราศีสิงห์ ปี 2553
ราศีสิงห์ เกิดระหว่างวันที่ 17 ส.ค. – 16 ก.ย.
ปีนี้ดวงชะตาอยู่ในลักษณะที่แกว่งไปแกว่งมา ตั้งแต่ปี 2549 – 2552 ที่ผ่านมา มีปัญหาเรื่องความรัก ครอบครัว การงาน แต่จากนี้เป็นต้นไปดวงชะตากำลังจะเปลี่ยนแปลง
เรื่องการเรียน คนที่อยู่ในวัยศึกษา เล่าเรียน ในช่วงประมาณเดือนมกราคมถึงเมษายนจะฉลุย แต่หลังจากเดือนเมษายนเป็นต้นไปจนถึงปลายปี ดวงชะตาจะเงียบฉี่ หมดแรงหมดกำลัง แล้วจะไปโดดเด่นอีกครั้งหลังจากเข้าปี 2554 เมษายนปีหน้าไปแล้ว จากนั้นดวงจะดีไปอีก 4 ปี
เรื่องการงาน คนที่ทำงานเกี่ยวข้องกับอาหาร การกิน ของสวยงาม ธุรกิจบริการ ของกินของใช้ทุกประเภท ธุรกิจขายตรง อาชีพที่เกี่ยวข้องกับการเกษตร ผลิตภัณฑ์ยา จะประสบความสำเร็จ งานที่เกี่ยวข้องกับสถานบันการเงิน ไฟแนนซ์ การซื้อขาย เช่น ทอง พลอย จิลเวอรี่ จะมีเกณฑ์ที่ประสบความสำเร็จแบบแกว่งๆ มกราคมถึงเมษายนรุ่งโรจน์สม ปรารถนา การงานรุ่งเรือง ทั้งลูกน้องลูกจ้าง เจ้าของธุรกิจ ข้าราชการ รัซฐวิสาหกิจ พันจากเดือนเมษายนไปแล้ว ดวงชะตาจะตกลง แต่มีอะไรรองรับ ไม่ถึงขนาดเจ็บเหมือน 2 – 3 ปีที่ผ่านมา เพราะฉะนั้นจากนี้เป็นต้นไปจะไม่หนักอย่างเก่า แต่ขออย่าให้ประมาท เพราะดวงชะตายังเหวี่ยงไปเหวี่ยงมา
เรื่องการเงิน 2 ปีจากนี้เป็นต้นไป จะมีเงินใช้อย่างเป็นกอบเป็นกำ มกราคมถึงเมษายนได้เงินง่ายเสียเงิน ง่าย ได้มาจ่ายไป ได้มาแสนจ่ายแสน ได้มาล้านจ่ายล้าน แต่หลังจากเมษายนเป็นต้นไป ได้เงินยากเหลือเงินเยอะ ได้เงินหมื่นจ่ายห้าพันเหลือห้าพัน ได้เงินแสนจ่ายสองพันเหลือมาก ใน 2 ปีนี้ถ้ามุ่งมั้นตั้งใจจะเก็บเงินซักก้อนเพื่อซื้อบ้าน ซื้อรถ จะสมปรารถนา
เรื่องความรัก ใน 2-3 ปีที่ผ่านมา หากมีคนรักมีคู่รักที่ไม่ใช่คู่แท้ จะต้องมีการเจ็บ จาก เลิก เพราะในปีนี้ คู่จะมีลักษณะ Modern Classic อยู่ตลอดเวลา คือทันสมัยและมีลักษณะนิสัยบางอย่างโบราณไม่เปลี่ยนแปลง อาจจะมีอายุมากกว่าแต่นิสัยแบบ เด็ก ขี้เล่น ประกอบกับจะเป็นคนหัวเถิก ตาโต และเป็นคนมีหน้าผากป่องๆ จะเป็นคนที่จับผิดเก่ง ขี้หึงแบบน่ากลัว ลักษณะนี้จะเป็นคู่แท้ ถ้าเจอแล้วและเพิ่งเจอ จะมีโอกาสแต่งงานแบบสายฟ้าแล่บในช่วงมกราคมถึงเมษายน ถ้าใครมีครอบครัวแล้วและเป็นคู่แท้ ปี 2553 นี้ต้นปีจะมีบุตรไว้สืบวงศ์ตระกูลสมปรารถนา หลังจากเข้าพฤษภาคมถึงธันวาคมดวงจะตก จะมีเรื่องที่ปรากฏที่ไม่ชอบ และถ้าเผลอกายเผลอใจไปแล้ว จะถอนตัวลำบาก และถ้าใครมีลูกในครึ่งปีหลัง เมษายนถึงธันวาคมลูกอาจจะหลุด
เรื่องสุขภาพและอุบัติเหตุ มีปัญหาสุขภาพใจ เพราะป่วยใจมาหลายปี อุบัติเหตุต้องระวัง มกราคมถึงมีนาคมจะเกิดอุบัติเหตุรอบๆตัว แล้วแคล้วคลาดปลอดภัย แต่เมษายนถึงธันวาคม อุบัติเหตุจะถึงเนื้อถึงตัว ต้องไปบริจาคโลหิต ต้องทำบุญปล่อยชีวิตสัตว์ เพื่อเสริมบุญเสริมบารมี เพื่อเป็นบุญราศีคุ้มครองให้พ้นโพยภัย
เรื่องเคล็ดเกล็ดมงคล และจะไปไหนมาไหนให้แขวนหลวงปู่ทวดเหยียบน้ำทะเลจืด ปีนี้ควรไปไหว้ในที่สูง ชีวิตจะได้สูงส่ง หาโอกาสไปกราบสักการะพระบรมสารีริก ธาตุบนยอดภูเขาทองวัดสระเกศ (พระเจดีย์บรมบรรพต วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร) พระธาตุดอยสุเทพ พระธาตุดอยตุง ถ้าเป็นคนอีสาน ควรไปกราบสักการะพระธาตุนาดูน จ.มหาสารคาม จะเป็นมหามงคล มีชีวิตที่สูงส่ง เจริญก้าวหน้าดุจยอดแห่งเจดีย์ คนที่เกิดในราศีสิงห์มีดาวประจำตัวคือดาวอาทิตย์ เกิดราชสีห์ เพราะฉะนั้นจะเกื้อกูลกับหมูและราชสีห์ มีไว้ประจำตัวจะโชคดีตลอดทั้งปี ถ้าใช้จังหวะเวลาของปีนี้ โดยเฉพาะช่วงต้นปี มกราคมถึงเมษาจะประสบความสำเร็จทุกประการ ฟันธง
ฟันธงดวงชะตาราศีกันย์ ปี 2553
ราศีกันย์ เกิดระหว่างวันที่ 17 ก.ย. – 16 ต.ค.
ปีนี้เป็นปีแห่งการเริ่มต้นที่ลากเลือด หฤโหด ฟ้าจะประทานความทุกข์ อุปสรรค ปัญหาให้คุณ 108 พันประการ แต่จะเกิดขึ้นหลักจาก 30 กันยายน 2552 และจะประทานโชคดีให้เกิดขึ้นในช่วงเมษายนถึงธันวาคมอย่างอัศจรรย์
เรื่องการเรียน คนที่อยู่ในวัยศึกษาเล่าเรียน ธันวาคม 2552 ถึงเมษายน 2553 กิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับกับการสอบการเรียนการศึกษาทุกประเภทมีปัญหา ไม่ประสบความสำเร็จ ผิดหวัง แต่อย่างทุกข์ใจ เพราะดวงชะตาจะโดดเด่นและสมหวังดั่งใจปรารถนาเมื่อผ่านวันที่ 26 เมษายนเป็นต้นไป เพราะดาวพฤหัสดาวแห่งโชคดีและดาวแห่งความสำเร็จจะบรรเลงดวงชะตา
เรื่องการงาน คนที่เกิดในราศีมักจะเป็นบุคคล ที่ทำงานเกี่ยวข้องกับทีวี หนังสือพิมพ์ ประชาสัมพันธ์ การติดต่อการสื่อสารทุกประเภท มีมุมของดวงชะตาที่ตึงเครียด กดดันมา 2 ปี จะมีโอกาสหรือจังหวะที่เปลี่ยนงาน ย้ายงาน แล้วดี หลังจากวันที่ 26 เมษายน ไม่เกิน 1 ปี ชีวิตของคุณจะต้องเปลี่ยนงาน ย้ายบ้าน เปลี่ยนที่ เปลี่ยนชีวิต ด้วยเหตุผลดาวพฤหัสเล็งดาวเสาร์ โหรทุกคนทั่วประเทศรู้ว่าพฤหัสเล็ง เสาร์ จะเจอกันครั้งนึง 12 ปีหรือ 30 ปีกว่าจะเจอกัน อยู่ในจุดของการเปลี่ยนแปลง เพราะฉะนั้นเชียร์ให้เปลี่ยนงาน ให้ย้ายงาน จากลูกน้องมาเป็นเจ้าของกิจการ จากบริษัทเดิมมาเป็นบริษัทใหม่ นี่คือสิ่งที่จะนำไปสู่ความยิ่งใหญ่ความสำเร็จ
เรื่องการเงิน ปีนี้จะเป็นเงินได้เป็นกอบเป็นกำ จะมีโชคลาภ จะมีโอกาสดีๆเกิดขึ้นมากกมาย จะเป็นปีที่มีโชคมีชัย จะมีโชคิลาภดั่งทีปรารถนา ช่วงดีๆเมษายนถึงกรกฎาคม ช่วงที่สองพฤศจิกายนถึงธันวาคม
เรื่องความรัก คนที่เกิดในราศีกันย์มีคู่ยาก เหลือเกิน เป็นวิบากแห่งชะตากรรม ปีนี้จะเจอคู่แท้เสียที คู่ของคุณจะเป็นผู้ใหญ่ เป็นคนสง่างาม มีมุขน่ารัก และมีความเป็นผู้นำ เป็นคนรักความสะอาดสะอ้าน เป็นคนเจ้าระเบียบ อยู่ใกล้ชิดแล้วอบอุ่น จะเจอคนๆนั้น แล้วถ้าได้เจอคบไป 1 ปีไม่เกิน 2 ปี มีโอกาสได้แต่งงานลงเอย และถ้าเกิดเกิน 2 ปี แล้วไม่ได้แต่งงาน ชาตินี้ก็คงได้แต่งยาก
เรื่องสุขภาพและอุบัติเหตุ ปีนี้จะเป็นโรคอ้วน เนื่องจากการงานก็ดีขึ้น และมีลักษณะเงินทองไหลมาเทมา กินจนอ้วน ระวังจะเกิดขึ้นกับคุณ คนที่เกิดราศีกันย์และวันพฤหัสจะเป็นโรคปัญหาที่ผิวหนัง ความเครียด ความกดดัน ถ้าไม่ได้เกิดวันพฤหัสไม่ต้องกลัว สุขภาพแข็งแรง เป็นอะไรก็จะหาย เพราะถึงเวลาที่ดวงชะตาโรคภัยไข้เจ็บจะหายไป
เรื่องเคล็ดเกล็ดมงคล ในปีนี้ควรหาโอกาสไปกราบสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์รัชกาลที่ 4 ที่วัดบวรนิเวศวิหาร เพราะพระองค์มีพระราชลักขณาอยู่ในราศีกันย์ ควรหาโอกาสไปกราบอนุสาวรีย์วีรชนค่ายบางระจันที่จ.สิงห์บุรี และอย่าลืมไปกราบพระพุทธไสยยาสน์ วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม เพื่อให้ชีวิตนอนมามั่นคง เจริญรุ่งเรือง และที่สำคัญไปกราบพระมหากษัตริย์นักรบ ที่อนุสาวรีย์พระเจ้าตากสินมหาราชที่วงเวียนใหญ่ ในปีนี้ควรจะมีพระพิฆเนศติดไว้บูชาประจำตัว และพระพิฆเนศที่เป็นมงคลนั้นควรมีหนูหรือเทพของพระองค์อยู่ติดที่องค์พระ พิฆเนศ ส่วนจะไปกราบไหว้พระพิฆเนศที่ใดนั้นก็แล้วแต่สะดวก ปีนี้จะเป็นปีที่มงคลแน่นอน ฟันธง
ฟันธงดวงชะตาราศีตุลย์ ปี 2553
ราศีตุลย์ เกิดระหว่างวันที่ 17 ต.ค. – 15 พ.ย.
เมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา ชาวราศีตุลย์มีโอกาสหลายอย่าง มีความสำเร็จที่น่าจะเกิดขึ้นหลายอย่าง แต่วิบากกรรมแห่งชะตากรรม ทำให้หลายอย่างไม่สามารถขยับไปข้างหน้า ทำให้อึดอัดมีความไม่สบายใจ จากนี้จะเหมือนเสือติดปีก แต่จะโดดเด่นเป็นสง่ามีกำลังวังชาแค่ช่วงมกราคมถึงเมษายน หลังจากนั้นเหมือนเริ่มต้น เพราะฉะนั้นแปลว่าคนที่เกิดในราศีตุลย์มีมุมที่จะเปลี่ยนแปลงวิถีและทางเดิน ของชีวิตโดยที่ตัวเองจะเป็นผู้ลิขิตหรือเป็นผู้สร้าง แปลว่าเป็นคนที่เป็นเจ้าของธุรกิจ เป็นคนที่จะคิดจะทำอะไรเป็นของตัวเอง จึงประสบความสำเร็จมากกว่าลูกน้องลูกจ้างในองค์กรหน่วยงาน
เรื่องการเรียน คนที่อยู่ในวัยศึกษาเล่าเรียน กิจกรรมที่เกี่ยวข้องการกับการเรียนจะประสบความสำเร็จ เตรียมได้ยินได้ฟังข่าวดี เมษายนถึงธันวาคมการเรียนมีอุปสรรคหนักหนาสาหัส ให้อดทน ตั้งใจให้ต่อสู้ และจะมีความสำเร็จตามมา
เรื่อง การงาน งานที่เกี่ยวข้องกับการบริการ ติดต่อพบปะ ประชาสัมพันธ์ การให้บริการทุกประเภท จะมีมุมที่ประสบความสำเร็จ เพราะชาวราศีตุลย์ถนัด ชาวราศีตุลย์เป็นคนชอบดนตรี ศิลปะ เป็นคนมี Art of Life, Art of Love แปลว่ามีมุมของชีวิตที่จะทำเรื่องราวในทางสร้างสรร ตั้งแต่ปลายปีที่ 2552 และจะมาประสบความสำเร็จถึงความเจริญก้าวหน้าอย่างรวดเร็วในช่วงมกราคมถึง เมษายน แต่หลังจากเมษายนจนถึงธันวาคมโดยประมาณ เหนื่อยหนัก ต้องต่อสู้ ต้องบุกเบิก ต้องบุกบัน ถ้าเป็นคนตั้งใจดี คิดดีและทำดี อย่าได้กลัวในสิ่งใด รับรองไปได้มั่นคงและแน่นอน
เรื่องการเงิน มีมุมที่จะได้เงินก้อนใหญ่ มีมุมที่จะประสบความสำเร็จในการเงิน ในช่วงมกราคมถึงเมษายน หลักจากนั้นจะมีรายจ่ายเข้ามามากมาย แต่เป็นการจ่ายเพื่อการลงทุน จ่ายเพื่อซื้อทรัพย์สินขนาดใหญ่ และหลังจากนั้นรายจ่ายจะค่อยๆลดกำลังลงไป จะมีรายจ่ายน้อยลงจากเดือนสิงหาคมถึงพฤศจิกายน และปลายพฤศจิกายนต่อธันวาคม ก็มีรายจ่ายเยอะ แต่เป็นรายจ่ายเพื่อสร้างความมั่นคง ให้กับธุรกิจหรือชีวิต บริหารเรื่องการเงินให้ดี ปีนี้หนี้สินจะหมดไป จะมีทรัพย์สินเพิ่มพอกพูนมา เช่น ที่ดิน บ้าน รถยนต์ หรือทรัพย์สินอื่นๆอีกมากมาย
เรื่องความรัก จะเจอคนรักจากการทำงาน คนรักจะมาช่วยเหลือเกื้อกูลในเรื่องการงาน ตั้งแต่ปลายปีที่ผ่านมา และโดดเด่น หากมีคนรัก คนรักจะเจ็บไข้ได้ป่วย ไม่สบาย ในช่วงมีนาคม ต้องดูแลคนรักให้ดี ปีนี้จะมีโอกาสที่จะได้คนรัก คนถูกใจ ถ้ายังเป็นโสด การแต่งงานอาจะยังไม่เกิดขึ้น แต่ประเด็นสำคัญคือจะแต่งกับงาน เรื่องราวของความรักในปีนี้ มีมุมหรือเรื่องให้น่าชื่นใจอย่างแน่นอน
เรื่องสุขภาพและอุบัติเหตุ ปีนี้จะมีปัญหาสุขภาพอยู่บ้างและ ซึมลึก ในช่วงกรกฎาคมถึงตุลาคม ไปหาหมอให้ตรวจร่างกาย เกี่ยวข้องกับระบบหายใจ ตับไตไส้พุง ทางเดินอาหาร ลมในกระเพาะ ลมในลำไส้ จะมีปํญหาอยู่พอสมควร เพราะพักผ่อนไม่เพียงพอ และอาจจะไม่ค่อยได้ดูแลสุขภาพ
เรื่องเคล็ดเกล็ดมงคล ปีนี้อยากให้ไปกราบสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์อันเป็นมงคลที่เกี่ยวข้องกับทอง คือไปกราบหลวงพ่อพระทองคำ วัดไตรมิตรวิทยาราม หรือหลวงพ่อพระพุทธรูปอู่ทอง วัดแค จ.สุพรรณบุรี ขอพรกุมารทองคำโดยเฉพาะท่านที่ทำ การค้าการขาย ไปขอพรขุนแผนให้มีเมตตามหานิยม เป็นสิ่งที่เป็นบุญเป็นกุศล และที่สำคัญป่วยไข้ไม่สบาย กราบขอพรหมอชีวกโกมารภัจจ์ หรือมีหมอชีวกโกมารภัจจ์ไว้บูชา แต่ถ้าเกิดอยากจะให้รวยสมปรารถนา ควรจะมีพระมหาเศรษฐีนวโกฏิไว้บูชาด้วยอีกองค์นึง แล้วจะประสบความสำเร็จทุกอย่างตามที่ปรารถนา เหนื่อยแต่สำเร็จ ฟันธง
ฟันธงดวงชะตาราศีพิจิก ปี 2553
ราศีพิจิก เกิดระหว่างวันที่ 16 พ.ย. – 15 ธ.ค.
ปีนี้ดวงชะตาถือว่าเป็นจังหวะที่ดี
เรื่องการเรียน สำหรับคนที่อยู่ในวัยศึกษาเล่าเรียน มีโอกาสเหลือเกินที่จะประสบความสำเร็จในการสอบ การเรียน การศึกษา โดยเฉพาะในช่วงมกราคมถึงเมษายน จะประสบความสำเร็จมีข่าวดี
เรื่องการงาน งานที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจต่างประเทศ ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับน้ำ ทองคำ ทรัพย์ในดิน เช่น จิลเวอรี่ เพชร พลอย หรือสิ่งต่างๆ การเกษตร แม้กระทั่งเครื่องสำอางค์ ของสวยงามที่เป็นไฮคลาส ของที่ไม่ใช่ของตลาด รับรองว่าจะมีมุมที่ประสบความสำเร็จอย่างประหลาด อย่างอัศจรรย์ ถ้าใครเป็นลูกน้องลูกจ้าง จะมีเกณฑ์ได้ปรับเลื่อนตำแหน่ง ขยับเงินเดือน หรือมีมุมที่ได้โบนัสพิเศษ อย่างไรก็ตามในช่วงประมาณเดือนมกราคมถึงกันยายน อาจจะแผ่ว ให้อดทนต่อสู้ แล้วชีวิตจะพุ่งกระฉูดอีกครั้งในช่วงปลายปีพฤศจิกายน ธันวามคม อย่างแน่นอน
เรื่องการเงิน มีมุมของดาวการเงินของชาวราศีพิจิก จะได้เงินเป็นกอบเป็นกำตั้งแต่มกราคมถึงเมษายน ยิ่งเมษายนถึงกรกฎาคมยิ่งได้เงินก้อน ใหญ่ ได้เงินจากทุกทางทุกกรณี เพราะฉะนั้นทุ่มเทสุดชีวิต สุดจิตใจ ในการที่จะหาเงิน พอเดือนกรกฏาคมถึงพฤศจิกายน เงินจะแผ่วๆ มีรายจ่ายเยอะ อย่าให้ใครหยิบยืม ระมัดระวังกระเป๋าสตางค์จะหาย ถูกฉ้อโกงฉ้อฉล
เรื่องความรัก ชาวราศีพิจิกมักจะอาภัพในเรื่องราวของความรัก มักจะเจอคู่แท้ยาก ปีนี้เป็นปีแห่งการทะเลาะเบาะแว้ง ขัดแย้งเถียงกันตลอดทั้งปี คู่ของชาวราศีพิจิกมักจะเป็นคนที่มีดนตรี ศิลปะในหัวใจ เป็นคนที่มีเสน่ห์ เป็นคนที่รู้จักเอาอกเอาใจ หรือเป็นคนที่บางครั้งอาจจะขวานผ่าซาก เป็นคนที่มหลากหลายอรรถรสอยู่ในตัวตนและจิตวิญญาณ ถ้ามีครอบครัวแล้วอาจจะมีบุตรไว้สืบวงศ์ตระกูลในช่วงเมษายนถึงกรกรฎาคม หรือช่วงพฤศจิกายนถึงธันวาคมจะมีได้อีกครั้ง และถ้าเกิดใครยังไม่มีคู่หรือมีแล้วยังไม่ลงเอย ให้รออีกซัก 2-3 ปี ค่อยมาว่ากันอีกที
เรื่องสุขภาพและอุบัติเหตุ ต้องระวังปัญหาสุขภาพ ต้องระวังอุบัติเหตุอันเกี่ยวข้องกับรถยนต์ หม้อน้ำ ไฟฟ้า ระบบต่างๆภายในรถยนต์ที่ขับ ระวังเรื่องแก็สระเบิด เรื่องฟืนไฟในปีนี้ตลอดทั้งปี
เรื่อง เคล็ดเกล็ดมงคล นอกจากระวังแล้ว หาของมาแก้ไขเสริมดวงชะตา หลวงปู่ทวดเหยียบน้ำทะเลจืด แขวนประจำรถ แขวนประจำตัว หรือผ้ายันต์นารายณ์ทรงครุฑปราบภัยพาลทุกประการ ให้หาโอกาสไปกราบสักการะ เสาพระหลักเมืองประจำจังหวัด ศาลหลักเมืองหรือเสาหลักเมืองที่มีมากที่สุด อยู่ที่จ.เชียงราย (เสาสะดือเมืองเชียงราย) มีถึง 108 ต้น คือ 108 องค์ เป็นที่แห่งเดียวในประเทศไทย และอย่าลืมไปสักการะขอพรจากพ่อขุนเม็งรายมหาราชที่พระบรมราชานุสาวรีย์และ ที่วัดดอยงำเมือง จะเป็นมงคลที่เป็นบารมีคุ้มคุณสูงส่ง หรือมีพระยานาคราช จะเป็นแหวนหรือเป็นรูปพระยานาคราชไว้บูชา จะเป็นพลังที่ทำให้พันโพ้ยภัยและมีโชคลาภดั่งใจปรารถนา ฟันธง
ฟันธงดวงชะตาราศีธนู ปี 2553
ราศีธนู เกิดระหว่างวันที่ 16 ธ.ค. – 15 ม.ค.
ดวงชะตาในปีนี้รุ่งโรจน์โชติช่วงชัชวาลย์ จะสมหวังดั่งปรารถนา ปีนี้เทพพฤหัสบดีซึ่งเป็นเทพประจำตัวโคจรเดินหน้า มีกำลังวังชา และเป็นจังหวะที่มีกำลังแรงที่สุดตั้งแต่ธันวาที่ผ่านมา การงานจะรุ่งโรจน์ลำดับที่ 1 ตั้งแต่มกราคมถึงเมษายน ลำดับที่ 2 เมษายนถึงกรกฎาคมรุนแรงอย่างยิ่งใหญ่ ประสบความสำเร็จมาก เพราะฉะนั้นให้ถือจังหวะน้ำขึ้นให้รีบตัด จังหวะที่มีเหตุเภทภัยก็ระงับยับยั้ง
เรื่องการงาน เป็นปีที่จะมั่นคงโดยเฉพาะข้าราชการหรือทำงานรัฐวิสาหกิจ จะมีตำแหน่งที่มั่นคงขึ้น ประสบความสำเร็จมากขึ้น จะมีบ้านมีรถ มีความมั่นคงในฐานะและตำแหน่ง
เรื่องการเงิน ผ่านการถูกล้มละลาย ผ่านความวิบัติในเรื่องของ การเงินมาได้ใน 2 ปีที่ผ่านมา แต่ถึงจุดตรงนี้แล้วยังอยู่ได้ จากนี้เป็นต้นไป เริ่มต้นรวย มีโอกาสจะได้เงินเป็นกอบเป็นกำ มีโอกาสที่จะได้หมดหนี้หมดสิน เพิ่มพูนทรัพย์สิน และสิ้นซึ่งความทุกข์โศกโพยภัย
เรื่องความรัก จะได้คนรักที่เป็นคนช่วงพูดช่างเจรจา ปีนี้จะสมปรารถนา ถ้าเกิดคนที่คบอยู่ไม่ใช่คู่แท้ จะมีเกณฑ์เลิก จบกันด้วยดี แต่ถ้าเกิดว่าเป็นโสดอยู่ จะเจอคู่อย่างปุบปับฉับพลัน และมีโอกาสลงเอยแบบวิวาห์เหาะอย่างรวดเร็ว ถ้าคบกันมาหลายปีและปีนี้ยังไม่ได้แต่ง อาจจะมีเกณฑ์ต้องแต่งเพราะมีน้อง เพราะราหูโคจรทับจุดเกิด จะมีเกณฑ์ของชีวิตที่จะได้เจอคู่จากการเดินทาง ติดต่อพบปะ และที่สำคัญในปีนี้ต้องระวังเพศเดียวกันเข้ามามีความสัมพันธ์แบบไม่เต็มใจ แต่รู้สึกว่าป้องกันตัวเองไม่ได้ แล้วเลยตามเลย และที่แปลกคือชอบด้วย สุภาพสตรีนั้นให้หาสลอดหรือยาถ่ายแบบรุนแรงไว้ประจำในกระเป๋า ยามที่เข้าคราวขับขันให้กินยาถ่ายอย่างรุนแรงหรือสลอดเข้าไป ไม่มีใครอยากจะข่มขืนคนถ่ายท้องหรือท้องเสียอย่างหนัก ต้องหาทางระวังป้องกันภัยกลางคืน กลางคืนยามดึกยามดื่นอย่าไป
เรื่อง สุขภาพและอุบัติเหตุ ใครที่อายุมาก ป่วย ให้ย้ายบ้านมาอยู่ใกล้หมอ และถ้าใครอายุยังไม่มาก ระวังสิ่งที่น่ากลัวก็คือ การถูกมอมเมา ถูกล่อถูกลวง ทำให้เจ็บปวดในหัวใจมากกว่าป่วยทางกาย
เรื่องเคล็ดเกล็ดมงคล ควรหาโอกาสไปกราบสักการะขอพรจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ดังต่อไปนี้ 1.หมอชีวกโกมารภัจจ์ 2.ควรหาโอกาสไปกราบสักการะพระอุ้มบาตร หลวงพ่อวัดบ้านแหลม และหลวงพ่อโตวัดอินทรวิหาร บางขุนพรหม ปางอุ้มบาตรแปลว่ามีกินมีใช้ จะได้มีความร่ำรวยมีโชคลาภสมดั่งปรารถนา และที่สำคัญให้หาโอกาสไปกราบพระพุทธรูปปางสมาธิ ขอพรจากหลวงพ่อพระประธานในวัดสระเกศ ไปกราบสักการะพระแก้วมรกต ส่วนสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ควรมีไว้ติดตัวเป็นมงคลคือ รูปเคารพฤาษีทุกประเภท บูชาเศียรเทพเศียรครูต่างๆ แขวนไว้ประจำตัว จะบันดาลดลให้โชคดี เพราะคนที่เกิดในราศีธนูมีดาวพฤหัสบดีเป็นเทพฤาษีที่พิทักษ์รักษา ความสำเร็จนานาประการ จะเกิดขึ้นอย่างแน่นอน ฟันธง
ใส่แว่นกันแดดตอนฝนตก มองเห็นชัด 90%
บนถนนสายเอเชีย ประมาณตี 1 - ตี 3 คืนวันที่ 15 เข้าเช้ามืด 16กรกฎาคมที่ผ่านมา เป็นรถคันที่ผมอยู่ในเหตุการณ์ด้วย
เป็นประสบการณ์ตรงล่าสุดที่อยากจะมาถ่ายทอดเป็นเชิงวิชาการแบบง่ายๆ ครับ
ขากลับจากพะเยา ผมโชคดีได้ พี่คนหนึ่งที่สนิทกันช่วยขับรถกลับให้
เพราะต้องกลับกรุงเทพเหมือนกัน ผมนั่งคุยกับแกมาตลอดทาง จนฝนตกหนัก
แกถามว่าในรถมีแว่นกันแดดไหมจึงหยิบให้เขา
เขาให้ผมลองใส่ดูปรากฏว่าเห็นทางชัดเจนมาก ทัศนะวิสัยดีมาก
ถึงจะไม่เทียบเท่ากับตอนฝนไม่ตก แต่ก็เกือบ 90%
แล้วผมก็รีบเอาแว่นให้พี่เขา ความรู้โดยบังเอิญตรงนี้พี่เขาก็เล่าสถานการณ์ให้ฟัง
ผมก็ฟังไปด้วย คิดถึงเหตุผล ไปด้วยจนค่อนข้างแน่ใจว่า
โดยคุณสมบัติของแว่นกันแดดแล้วจะทำหน้าที่กรองที่เกินความจำเป็นในการมองเห็นและทำอันตรายของดวงตาออกไปยิ่งมีคุณสมบัติดียิ่งมีการเคลือบหรือเทคนิคในการผลิตดีตามและราคาสูง ดังนั้นถ้าเป็นเรื่องนี้ไม่ควรประหยัด
เมื่อเม็ดฝนที่ตกหนักตามแรงโน้มถ่วงของโลก จากที่สูงขนาดของเม็ดฝนซึ่งมีขนาด
ต่างๆ ตกกระทบฝากระโปรงหน้าด้วยแรงกระแทกมหาศาลทำให้เม็ดฝนแตกกระจายอย่างละเอียดรวมทั้งบนหน้ากระจกรถของเราด้วย
ในตอนกลางคืนหรือกลางวันก็ตาม
จะมีแสงจากธรรมชาติอยู่แล้ว หรืออาจจะมาจากที่มนุษย์สร้างขึ้นเป็น
แสงสว่างต่างๆเม็ดฝนมีการสะท้อนแสง
หรือบางขณะก็รวมตัวกันมากๆ แบบไม่เป็นระเบียบ
> > จึงทำให้ภาพที่เรามองไปข้างหน้าบนถนน มี " ตัวกลาง " มากั้น
ซึ่งก็คือม่านน้ำฝน และละอองฝน ซึ่งตัวมันเองก็มีค่าดัชนีหักเหอยู่แล้ว
เมื่อบวกกับการสะท้อนแสง ของละอองฝน ทำให้ทัศนวิสัยจึงแย่มาก
แว่นกันแดดจึงกรองแสงจ้าที่เกิดการสะท้อนจากละอองฝนและสายฝนที่อาบอยู่
บนกระจกหน้ารถ ชนิดที่เรียกว่า ที่ปัดน้ำฝน speed ! แรงสุดก็เอาไม่อยู่ ออกไป
จึงทำให้ทัศนวิสัยในขณะขับรถตอนกลางคืน ฝนตกหนักเยี่ยมมาก
ดังนั้นจึงสามารถใช้ความเร็วได้ในระดับหนึ่ง และปลอดภัยมาก
ผมยังเชื่อว่า ถ้าเป็นตอนกลางวัน และฝนตกหนัก
ก็น่าจะใช้ได้เหมือนกัน ถึงจะยังไม่ได้ทดลอง
แต่คิดว่าน่าจะไม่มีปัญหาอะไร
ผมหวังว่าความรู้ที่ได้จากประสบการณ์ตรงครั้งนี้
คงเป็นประโยชน์กับทุกคน
สุดท้ายนี้ภาพที่คมชัดขึ้นกับคุณภาพแว่นกันแดดด้วย
==============
**แว่นกันแดดยังสามารถช่วยแก้อาการเมารถ เมาเรือ ได้อีกด้วย
Monday, January 18, 2010
คำแผ่เมตตา
คำแผ่เมตตา
ขอเดชะตั้งจิตอุทิศผล
บุญกุศลนี้แผ่ไปให้ไพศาล
ถึงมารดา บิดา ครู อาจารย์
ทั้งลูกหลาน ญาติมิตรสนิทกัน
อีกผู้เคยร่วมกิจการงานทั้งหลาย
ขอให้ได้ส่วนกุศลผลชองฉัน
ทั้งเจ้ากรรม นายเวร เทพเทวัญ
ขอทุกท่านได้กุศลผลนี้เทอญฯ
Wednesday, December 30, 2009
แก้ปีชง แก้กรรมด้วยการทำบุญที่ยิ่งใหญ่
และในวันสิ้นปีเช่นนี้ แนะนำให้คุณผู้อ่านร่วมทำบุญรับศักราชใหม่ด้วยการบริจาคโลหิตหรืออวัยวะ ซึ่งควรมีความเข้าใจถึงหน้าที่และความจำเป็นของสิ่งที่จะบริจาคกันก่อน
เริ่มจากการบริจาคโลหิต แบ่งเป็น 2 ส่วน ประกอบด้วย เม็ดโลหิต (เม็ดโลหิตแดง ขาว เกล็ดโลหิต) และพลาสมา โดยทั่วไปผู้คนมักร่วมบริจาคโลหิต เนื่องจากร่างกายของคนเรามีโลหิต 17-18 แก้วน้ำ แต่ใช้งานเพียง 15-16 แก้วน้ำ ดังนั้นส่วนที่เหลือจึงสามารถบริจาคได้โดยไม่เป็นอันตราย ในการบริจาคจะใช้เลือดเพียง 350 – 450 ซีซี แล้วจะนำไปช่วยเหลือผู้ป่วยจากอุบัติเหตุ ผ่าตัด คลอดบุตร เฉลี่ยร้อยละ 77 ส่วนอีกร้อยละ 23 ของโลหิตที่ได้รับการบริจาคจะนำไปรักษาผู้ป่วยเฉพาะโรค เช่น ธาลัสซีเมีย เกล็ดโลหิตต่ำ ฮีโมฟีเลีย เป็นต้น
แต่ยังมีการบริจาคส่วนประกอบสำคัญในโลหิตที่แบบเฉพาะเจาะจงลงไป คือ ‘เกล็ดโลหิต’ ซึ่งจะรับบริจาคเมื่อมีการร้องขอจากโรงพยาบาล เนื่องจากเมื่อนำเกล็ดโลหิตออกจากร่างกาย จะมีอายุการใช้งานภายใน 24 ชั่วโมง – 5 วัน แถมยังต้องถูกเก็บรักษาในตู้ที่อุณหภูมิ 22 องศาเซลเซียส โดยนำไปช่วยเหลือผู้ป่วยโรคมะเร็งเม็ดโลหิตขาว ไขกระดูกไม่ทำงาน โรคไข้เลือดออก มะเร็งต่อมน้ำเหลือง เพราะผู้ป่วยเหล่านั้นจะมีเกล็ดโลหิตในร่างกายต่ำกว่า 1-5 แสนตัวต่อลูกบาศก์มิลลิเมตร
เฉพาะส่วนของเลือดยังมี ‘เม็ดโลหิตแดง’ ส่วน ประกอบสำคัญที่นำออกซิเจนจากปอดไปเลี้ยงส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย ใช้ช่วยเหลือผู้ป่วยอุบัติเหตุ ผ่าตัด หรือมีภาวะซีดเพราะเม็ดโลหิตแดงผิดปกติ สำหรับการบริจาคเม็ดโลหิตแดงจะรับได้จากผู้บริจาค 2 ยูนิตต่อราย การนำไปใช้แพทย์จะเตรียมเม็ดโลหิตแดงจากผู้บริจาครายเดียวจึงลดความเสี่ยงใน การติดเชื้อ
‘พลาสมา’ หรือน้ำเหลือง คือภูมิต้านทานโรคติดต่อและเชื้อโรค การแยกพลาสมาออกจากโลหิตนั้นจะได้เพียง 100 – 150 ซีซี จึงมีการเกิดรับบริจาคเฉพาะพลาสมามากขึ้น เนื่องจากการบริจาคเพียงแต่พลาสมา จะทำให้ได้ปริมาณ 500 ซีซีต่อคน นำไปใช้เป็นส่วนประกอบโลหิต และสร้างผลิตภัณฑ์โลหิตเพื่อฉีดเข้าเส้นสำหรับป้องกันไวรัสตับบีหรือพิษ สุนัขบ้า
และ ‘เซลล์ต้นกำเนิดเม็ดโลหิต’ (Stem Cell) เซลล์ตัวอ่อนของโลหิตที่จะเจริญเติบโตเป็นเม็ดโลหิตแดง ขาว และเกล็ดโลหิต ร่างกายสร้างขึ้นตลอดเวลา โดยนำไปช่วยผู้ป่วยธาลัสซีเมีย โลหิตจางชนิดไขกระดูกฝ่อ มะเร็งเม็ดโลหิต เป็นต้น
นอกเหนือจากการบริจาคโลหิตแล้ว การบริจาคอวัยวะก็ยังเป็นที่ต้องการอยู่ แต่เพราะเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อน การบริจาคอวัยวะจึงมีจำนวนไม่มาก
การบริจาคดวงตา หลังผู้ที่บริจาคเสียชีวิตลง ภายใน 6 ชั่วโมง ผู้เชี่ยวชาญจะต้องทำการจัดเก็บ ก่อนสภาพศพเน่าเปื่อย ทั้งยังไม่ควรมีการฉีดน้ำยากันเน่าด้วย ดวงตาที่บริจาคนั้นจักษุแพทย์สามารถนำไปแยกส่วนเพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในการ รักษาผู้ที่มีความต้องการกระจกตา เพราะมีอาการกระจกตาขุ่นเป็นฝ้าขาว กระจกตามีความโค้งนูนผิดปกติ หรือตาขาว
การบริจาคเยื่อหุ้มรก Amniotie Humbrane เยื่อบางใสหุ้มทารกและน้ำคร่ำขณะเด็กอยู่ในครรภ์มารดา หลังคลอดเยื่อหุ้มรกจะติดค้างกับรถ มี 2 ส่วนประกอบสำคัญ คือ เซลล์และแผ่นฐานรองรับเซลล์ ที่เรียกว่า basement membrane และส่วนของเนื้อเยื่อผูกพันที่อยู่กันอย่างหลวม ๆ และมีสารหลายอย่างละลายอยู่ข้างใน นำไปใช้ประโยชน์ในการผ่าตัดรักษาช่องท้อง ปกปิดแผลที่ถูกไฟไหม้ น้ำร้อนลวก ทดแทนเนื้อเยื่อ ช่วยสมานแผล ทั้งยังช่วยในการรักษาโรคที่เกี่ยวกับผิวดวงตา
ศูนย์กลางการรับบริจาคแห่งใหญ่ในบ้านเราอยู่ที่ ‘สภากาชาดไทย’ ซึ่ง ยังต้องการโลหิต ดวงตา และอวัยวะอื่นๆ เช่น ปอด ไต หัวใจ ตับ รวมทั้งร่างกายเพื่อการศึกษาของนักเรียนแพทย์ ผู้มีจิตศรัทธาต้องการทราบรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.redcross.or.th
takecareDD@gmail.com
ที่มา ‘มุมสุขภาพ’ เดลินิวส์ออนไลน์ วันพฤหัสบดี ที่ 31 ธันวาคม 2552 http://www.dailynews.co.th/newstartpage/index.cfm?page=content&categoryId=457&contentID=40254
Sunday, December 27, 2009
การตักบาตร และอานิสงส์ในการตักบาตร
๑.เป็นการสั่งสมบุญในแต่ละวัน เพราะการสั่งสมเป็นเหตุนำความสุขมาให้ นอกจากนี้ยังทำให้เป็นผู้ถึงพร้อมด้วย อายุ วรรณะ สุขะ พละ และปฏิภาณ
๒.เป็นการเริ่มต้นวันใหม่ด้วยการทำบุญทำให้จิตใจแจ่มใส เพื่อให้มีกำลังใจที่เข้มแข็ง เพราะผู้ที่ไม่มีบุญ
เกื้อหนุนอยู่ในใจ ย่อมพ่ายแพ้ต่อบาปได้ง่าย
๓.เป็นการทำที่พึ่งคือบุญให้แก่ตนเองในอนาคต เพราะทำให้มีความแข็งแรง มีอายุขัยยืนยาว ไม่มีโรคภัยไข้เจ็บ
๔.เป็นการช่วยรักษาพุทธประเพณี เพราะพระพุทธเจ้าทั้งหลายในอดีตและที่จะมาตรัสรู้ในอนาคต
ด้วนแต่ดำรงพระชนม์ชีพด้วยอาหารบิณฑบาต
๕.เป็นการช่วยสืบทอดพระพุทธศาสนา เพราะพระสงฆ์เป็นผู้ศึกษา ปฏิบัติพระธรรมวินัย
แล้วนำมาสั่งสอนให้ประชาชนไดรับรสแห่งพระธรรมด้วย อีกทั้งยังดำรงตนเป็นตัวอย่างด้านความประพฤติิดีงามของสังคม ฉะนั้น ชาวพุทธควรทำบุญตักบาตรเป็นประจำทุกวัน เพื่อเป็นการสั่งสมบุญให้แก่ตนเองที่จะต้องนำไป ดุจเสบียงเดินทาง ในการท่องเที่ยวเวียนเกิดและเวียนตายอยู่ในวัฏฏสงสาร อันไม่ปรากฏเบื้องต้นและที่สุด และบุญที่สั่งสมไว้นี้ จะช่วยเกื้อกูลให้พ้นจากทุกข์ทั้งปวงได้
๖. ทำให้เป็นผู้มั่งคั่ง มีทรัพย์สมบัติมาก เป็นมหาเศรษฐี ผู้ใจบุญ ค้ำจุนพระพุทธศาสนา
๗. มีสติปัญญา และ ผิวพรรณ วรรณะผ่องใส มียศถาบรรดาศักดิ์ เกรียงไกร
๘. ไม่พลัดพรากจากของรัก มีความสุขในทุกสถาน
๙. ทำให้เป็นผู้เกิดภายใต้ร่มเงาบวรพระพุทธศาสนาตลอดไป
๑๐. บรรลุธรรมได้โดยง่ายไปทุกภพชาติ
อนึ่ง ประโยชน์ส่วนรวมที่จะเกิดขึ้น คือ เป็นการสืบทอดอายุพระพุทธศาสนา เพระพระสงฆ์ซึ่งเป็น
ผู้นำของพุทธบริษัท ที่เป็นฐานกำลังสำคัญแห่งกองทัพธรรมนั้น ท่านดำรงชีพอยู่ได้ด้วยปัจจัยที่คฤหัสถ์จัด
ถวาย ท่านจึงสามารถมีกำลังกาย กำลังใจที่จะศึกษาพระพุทธพจน์ คือ พระไตรปิฎก ให้เข้าใจ ทรงจำ นำมาประพฤติปฏิบัติ และกล่าวสอนมวลมนุษย์ได้
การทำบุญตักบาตรจะสมบูรณ์ได้ต้องมีองค์ประกอบที่สำคัญดังนี้
๑.ต้องเตรียมใจให้พร้อม ข้อนี้ถือว่าสำคัญมาก เพราะบุญที่แท้จริงนั้นอยู่ที่ใจของผู้ถวาย ท่านแนะนำให้รักษาเจตนาให้บริสุทธิ์ทั้ง ๓ ขณะ คือ
๑.๑ ก่อนถวาย ตั้งใจเสียสละอย่างแท้จริง
๑.๒ ขณะถวาย ก็มีใจเลื่อมใส ถวายด้วยความเคารพ
๑.๓ หลังจากถวายแล้ว ต้องยินดีในทานของตัวเองจิตใจเบิกบานเมื่อนึกถึงทานที่ตนเองได้ถวายไปแล้ว
การทำใจให้ได้ทั้ง ๓ ขณะดังกล่าวนี้ นับว่ายากมาก เพราะมีเหตุปัจจัยหลายอย่างที่อาจทำให้จิตใจของเรา
เศร้าหมองในขณะใดขณะหนึ่งได้
๒.ผู้รับ คือ พระภิกษุสามเณร เป็นผู้สำรวมระวัง มีข้อวัตรปฏิบัติที่ดีงามตามพระธรรมวินัย ใฝ่ศึกษาเล่าเรียน
พระพุทธพจน์ ทรงจำ นำมาบอกกล่าว สั่งสอนได้ และเป็นผู้ประพฤติปฏิบัติเพื่อบรรเทาราคะ โทสะ โมหะ
จนสามารถละขาดได้อย่างสิ้นเชิง
๓.สิ่งของที่ถวาย จะต้องได้มาด้วยวิธีที่สุจริต ไม่เบีดเบียนผู้อื่นให้เดือดร้อน และที่สำคัญคือสิ่งนั้นต้องเหมาะสมแก่พระภิกษุสามเณรด้วย
ทำบุญตักบาตรให้หมั่นอธิษฐาน
เมื่อองค์ประกอบ ๓ อย่างข้างต้นบริบูรณ์ สิ่งที่จะต้องทำก่อนตักบาตร คือ "การอธิษฐาน" การอธิษฐานนี้นับว่า
เป็นสิ่งที่สำคัญยิ่ง เพราะจะทำให้บุญของเราหนักแนน่ ก่อให้เกิดความเชื่อมั่นมากขี้น และยังทำให้เราทราบเป้าหมาย ในการทำบุญด้วย นอกจากนี้ การอธิษฐานยังสามารภสร้างพลังขึ้นในจิตใจให้มากขึ้น เป็นการสั่งสมกำลังแห่งความบากบั่น อดทน เพื่อเป็นพื้นฐานที่สำคัญให้เราก้าวไปสู่สิ่งที่ปรารถนาได้ การอธิษฐานในขณะที่บำเพ็ญบุญนั้น ผลบุญย่อม หนุนส่งให้สำเร็จตามที่ปรารถนาไว้ ถึงแม้จะขึ้นอยู่กับเวลาและโอกาสบ้างก็ตาม แต่ความดีที่ทำไว้ย่อมไม่เสียหายไป แน่นอน
ฉะนั้น ก่อนตักบาตร ควรอธิษฐานโดยนั่งหรือยืนก็ได้ แล้วแต่สถานที่จะอำนวย ยกสี่งของที่จะถวายขึ้นเสมอหน้าผาก แล้วอธิษฐานตามที่ต้องการที่ชอบธรรมเป็นภาษาใดก็ได้ จะว่าในใจหรือออกเสียงเบา ๆ ก็ได้ จากนั้นจึงถวาย อาหารบิณฑบาตด้วยความเคารพ ถ้ามีดอกไม้ธูปเทียนให้ถวายหลังจากที่ถวายอาหารบิณฑบาตเสร็จแล้ว ถ้าเป็นสตรี ให้วางดอกไม้ธูปเทียนไว้บนฝาบาตร เมื่อพระท่านปิดบาตรแล้ว
คำอธิษฐานก่อนตักบาตร
ตามหลักคำสอนในพระพุทธศาสนา มีเป็นหมายเพื่อให้มนุษย์ปลดเปลื้องตนเองจากทุกข์ มีจิตใจเป็นอิสระ
เหนือทุกข์ทุกอย่าง (พระนิพพาน) หลักการดำเนินชีวีตของชาวพุทธนั้นต้องสอดคล้องกับเป้าหมายดังกล่าว ซึ่งพระ โบราณาจารย์ท่านจึงบัญญัติคำ อธิษฐานที่เป็นสากลนิยมไว้ว่า
อิทัง ทานัง สีละวันตานัง ภิกขูนัง นิยยาเทมิ สุทินนัง วะตะ เม ทานัง นิพพานะปัจจะโย โหตุ อะนาคะเต กาเล ฯ ข้าพเจ้าขอน้อมถวายทานนี้แด่พระสงฆ์ผู้มีศีล ขอท่านที่ข้าพเจ้าถวายดีแล้ว จงเป็นเหตุให้ถึงพระนิพพาน ในอนาคตกาล เบื้องหน้าโน้นเทอญ ฯ
อีกบทหนึ่งเป็นคำอธิษฐานถึงพระสังฆรัตนะ ว่า
นัตถิ เม สะระณัง อัญญัง, สังโฆ เม สะระณัง วะรัง, เอเตนะ สังจะวัชเชนะ, โสตถิ เม โหตุ สัพพะทา ฯ ที่พึ่งอื่นของข้าพเจ้าไม่มี พระสงฆ์เป็นที่พึ่งอันประเสริฐของข้าพเจ้า ด้วยคำสัตย์ นี้ ขอความสวัสดีจงมีแก่ข้าพเจ้าในกาลทุกเมื่อ เทอญ ฯ
Saturday, December 26, 2009
“โรคคอมพิวเตอร์”
ยังมีโรคภัยที่อาจเกิดขึ้น อันเป็นผลจากการใช้งานคอม พิวเตอร์นาน ๆ บ่อย ๆ ดังต่อไปนี้
มือ คนส่วนมากใช้คอมพิวเตอร์ก็ต้องเป็นอวัยวะมือเป็นหลัก ที่จะคอย กด คลิก เลื่อน พิมพ์งาน ซึ่งหากใช้มือใน การพิมพ์งานมาก ๆ ก็อาจเกิด อาการเมื่อยนิ้วเมื่อยมือได้ แต่การใช้งานคอมพิวเตอร์มีอีก 2 ลักษณะที่อาจเป็นปัญหาจากการใช้งานได้ นั่นคือ ข้อมือข้างที่ถนัดที่มักใช้เมาส์ มีการขยับข้อมือมาก จนบางครั้งเกิดการอักเสบของพังผืดบริเวณข้อมือ ทำให้มีอาการบวมไปกดเส้นประสาทที่วิ่งผ่านใต้พังผืดบริเวณของข้อ จนเกิดอาการชานิ้วหรือฝ่ามือได้ ทางการแพทย์เรียกภาวะนี้ว่า carpal tunnel syndrome
การรักษาภาวะนี้ที่สำคัญคือ การลดการใช้งานข้อมือลงให้ลดการอักเสบยุบบวม แต่หากไม่ดีขึ้นอาจต้องรักษาด้วยการฉีดยาหรือผ่าตัด อีกปัญหาหนึ่งที่อาจเกิดขึ้นกับมือข้างถนัดที่ใช้เมาส์คือ การอักเสบของเส้นเอ็นของนิ้วชี้ที่ใช้คลิกเมาส์เนื่องจากการใช้มากเกินไป การรักษาก็ต้องพักหรือลดการใช้งานให้น้อยลง ในกรณีของการใช้จอยสติ๊กหรือเครื่องกดในการเล่นเกมคอมพิวเตอร์ ก็อาจมีการอักเสบของเส้นเอ็นหรือข้อนิ้วอื่นในมือได้เช่นเดียวกัน
โรคกระเพาะอาหาร อาจสงสัยว่า การใช้งานคอมพิวเตอร์มีความเกี่ยวข้องกับโรคกระเพาะอาหารได้อย่างไร ต้องอธิบายว่า เพราะในปัจจุบันมีการใช้งานคอมพิวเตอร์กันมาก โดยเฉพาะส่วนของอินเทอร์เน็ต ซึ่งมีใช้กันอย่างแพร่หลายแทบทุกเครื่องต้องมีการใช้งาน ซึ่งประโยชน์ของการใช้งานก็จะทำให้ได้รับข้อมูลข่าวสาร และใช้ติดต่อสื่อสารกันอย่างกว้างขวางเสมือนกับเป็นการย่อโลกลงมา แต่ในขณะเดียวกัน การใช้อินเทอร์เน็ตก็มักจะทำให้ผู้ใช้เพลิดเพลินจนเลยเวลารับประทานอาหาร นั่นทำให้รับประทานอาหารไม่ตรงเวลา จนอาจทำให้เกิดแผลในกระเพาะอาหาร และมีอาการปวดท้องจากโรคกระเพาะอาหารได้ รู้อย่างนี้แล้วก็อย่าลืมมื้ออาหารของแต่ละวันกันด้วย
โรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบ นี่ก็เป็นอีกโรคหนึ่งที่สามารถเกิดขึ้นได้กับผู้ใช้งานคอมพิวเตอร์เป็นเวลา นาน โรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบเป็นโรคแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นกับผู้ที่นั่งทำงาน กับเครื่องคอมพิวเตอร์เป็นเวลานานหลายชั่วโมงได้ และเป็นเหตุให้ไม่ได้ไปปัสสาวะหรือกลั้นปัสสาวะเอาไว้ กะว่ารอจนทำงานเสร็จค่อยไปปัสสาวะโดยเฉพาะในผู้หญิง การกลั้นปัสสาวะไว้นาน ๆ จะทำให้มีโอกาสที่เชื้อโรคบริเวณปากช่องคลอดจะเข้าไปในท่อปัสสาวะทำให้เกิด การอักเสบติดเชื้อของกระเพาะปัสสาวะทำให้มีอาการปัสสาวะบ่อย เวลาปัสสาวะจะมีอาการแสบขัด บางรายถึงกับลุกลามเป็นกรวยไตอักเสบ มีอาการมีไข้ ปวดหลังได้ ดังนั้นในระหว่างที่ใช้คอมพิวเตอร์ ถ้ารู้สึกปวดปัสสาวะควรไปห้องน้ำทันที ไม่ควรรอ
โรคขาดอาหาร การเล่นเครื่องคอมพิวเตอร์นานๆ โดยเฉพาะกลุ่มผู้เล่นเป็นเด็กที่กำลังเจริญเติบโต อาจถึงทำให้เกิดภาวะขาดอาหารได้ เนื่องจากไม่สนใจการรับประทานอาหาร ไม่อยากอาหาร หรือหากทานอาหารก็จะทานอาหาร ที่หาง่ายทำง่าย เช่น บะหมี่ปรุงสำเร็จ ที่ทำให้ร่างกายขาดสารอาหารที่จำเป็น จนส่งผลต่อการเจริญเติบโตของร่างกายได้
ปวดหลัง หลาย ๆ คนที่นั่งทำงานกับคอมพิวเตอร์นาน ๆ จะรู้สึกปวดหลัง ทั้ง หลังส่วนบนและหลังส่วนล่าง ทั้งนี้เนื่องจากการนั่งในท่า เดิมเป็นเวลานาน โดยไม่ได้ขยับเปลี่ยนท่า กล้ามเนื้อหลังตั้งแต่ บ่า สะบัก และกล้ามเนื้อสองข้างของกระดูกสันหลัง จะต้องมีการหดเกร็งตัวเพื่อรักษาร่างกายให้อยู่ในท่าเดิมตลอดเวลา
ในความเป็นจริงแล้ว ปกติเวลานั่งในท่าเดิมระยะหนึ่งจะรู้สึกปวดเมื่อย แล้วก็มักจะขยับตัวเปลี่ยนท่าเอง แต่ในระหว่างการใช้คอมพิวเตอร์ คนส่วนใหญ่มักจะให้ความสนใจและมีสมาธิกับสิ่งที่อยู่ในจอมอนิเตอร์ จนละเลยความรู้สึกปวดเมื่อยของกล้ามเนื้อหลัง กระทั่งไม่ได้เปลี่ยนอิริยาบถของร่างกาย กว่าจะรู้ตัว กล้ามเนื้อหลัง ก็มีการเกร็งตัวเป็นเวลานานจนรู้สึกปวดมากแล้ว การแก้ไขคือ พยายามเปลี่ยนอิริยาบถ เปลี่ยนท่านั่งบ่อย ๆ ในระหว่างการทำงานกับเครื่องคอมพิวเตอร์
การขาดการออกกำลังกาย การใช้งานคอมพิวเตอร์เป็นประจำจนติด เช่น ติดการใช้อินเทอร์เน็ต ติดเกมคอมพิวเตอร์ ทำให้ใช้เวลาในแต่ละวันนั่งหน้าจอคอมพิวเตอร์หลาย ๆ ชั่วโมง จนบางครั้งไม่มีเวลาหรือไม่มีความคิดที่จะออกกำลังกาย
การขาดการออกกำลังกาย ทำให้ร่างกายไม่แข็งแรง กล้ามเนื้อในร่างกายขาดการฝึกฝนใช้งาน ทำให้กล้ามเนื้อหดลีบ ขาดความคล่องตัว ดังที่มีคนทำนายไว้ว่า มนุษย์เราในอนาคตจะมีลักษณะหัวโต เพราะใช้สมองมาก แต่ตัวลีบ เพราะขาดการออกกำลังกาย จะมีแต่นิ้วที่ยาวแต่แข็งแรงไม่มากเพราะใช้แต่คอมพิวเตอร์ ภูมิคุ้มกันของร่างกายก็จะอ่อนแอลง ทำให้ติดเชื้อโรคได้ง่าย เป็นหวัด เจ็บคอบ่อย ๆ จากการติดเชื้อทางเดินหายใจ เพราะนั่งใช้คอมพิวเตอร์อยู่แต่ในห้องที่ใช้เครื่องปรับอากาศเกือบตลอดเวลา ไม่ค่อยออกไปสัมผัสกับแสงแดดและอากาศบริสุทธิ์
ที่กล่าวมาแล้วเป็นเพียงตัวอย่างของโรคที่เกิดขึ้นได้จากการใช้คอมพิวเตอร์ และจะเพิ่มมากขึ้นในอนาคต ซึ่งเป็นกิจวัตรที่คนจำนวนไม่น้อยทำในแต่ละวัน โรคที่มากับการใช้คอมพิวเตอร์ก็จะเป็นปัญหาที่พบได้มากขึ้นตามไปด้วย แต่ส่วนมากเป็นโรคหรือภาวะที่หลีกเลี่ยงหรือป้องกันได้เมื่อทราบและมีการ ปฏิบัติที่ถูกต้อง
จึงควรหันมาใส่ใจตนเองให้มากขึ้น เมื่อต้องมีการใช้งานคอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน
ฝากข่าวประชาสัมพันธ์กิจกรรมสำหรับผู้ที่มีภาวะเข่าเสื่อม ภาควิชาออร์โธปิดิกส์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ความรู้เรื่องการดูแลเข่า ผู้สนใจโทร 0-2201-1688, 0-2201-1584.
ผศ.นพ.กิตติ โตเต็มชัยการ
อาจารย์ประจำภาควิชาอายุรศาสตร์
คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล
ที่มา เดลินิวส์ออนไลน์ วันเสาร์ ที่ 26 ธันวาคม 2552 http://dailynews.co.th/newstartpage/index.cfm?page=content&categoryID=493&contentID=39449
ลายมือที่มีความสำเร็จด้วยปัญญา
ความหมายตามลายเส้น
หมายเลข ๑-๑
เส้นพฤหัสมาจากเส้นสมอง จะประสบความสำเร็จในการศึกษามีความรู้สูง สติปัญญาดีในการบริหารการปกครองที่สูงส่งได้
หมายเลข ๒-๒
เส้นเสาร์มาจากเส้นสมอง หมายถึงการทำงานใหญ่ที่มีความก้าวหน้าในตำแหน่งหน้าที่ มีกิจการที่ยิ่งใหญ่ด้วยความสามารถของตนเอง

หมายเลข ๓-๓
เส้นอาทิตย์มาจากสมอง จะมีความสำเร็จมีชื่อเสียงโด่งดังมีฐานะการเงินมหาศาล มีการลงทุนการค้าขนาดใหญ่ ด้วยปัญญาของ ตนเอง
หมายเลข ๔-๔
เส้นพุธมาจากเส้นสมอง หมายถึงความสำเร็จในการค้าการตลาดที่มีความสามารถในการลงทุนด้วยความคิด และความสามารถตนเอง
ต้อย ตุลา
ที่มา เดลินิวส์ออนไลน์ เสาร์ ที่ 26 ธันวาคม 2552 http://dailynews.co.th/newstartpage/index.cfm?page=content&categoryId=492&contentId=39459
ทุก(ข์)ปัญหามีทางออก: There is always a solution to life's problem
“ช่วงนี้คนไทยเป็นโรคเครียดกันมากขึ้น ความเครียดเป็นโทษต่อร่างกาย ก็อยากให้มองเป็นเรื่องขำๆ ไปซะ มองชีวิตในแง่บวกทุกวัน ทุกชั่วโมง เราต้องเอาธรรมะมากู้วิกฤติ คนที่ไม่เคยเข้าวัด บางคนพอได้ธรรมะดีๆ ไปสักข้อสองข้อ ชีวิตดีขึ้นก็มีเยอะ ลองปรับความคิดตามหลักพุทธศาสนาว่ามันไม่มีอะไรแน่นอน วันนี้ดี พรุ่งนี้แย่ ล้วนเป็นธรรมชาติที่ไม่มีอะไรจีรังยั่งยืน จำไว้ว่าความทุกข์จากโลกเป็นเรื่องธรรมดา แต่มันไม่ได้มีไว้ให้แบก ทุกอย่างเกิดจากเหตุและผล ฉะนั้น เมื่อผลของเหตุทำให้เราเกิดทุกข์ เราก็ต้องไปดับทุกข์ที่นั่น มองหาสาเหตุหรือต้นตอแล้วขุดขึ้นมาแก้ไขตรงนั้นเลย เมื่อความทุกข์ไม่มี ปัญหาสังคมไม่เกิด ชีวิตก็จะสงบสุข การแก้ปัญหาแบบอริยสัจ 4 การเสียสละ หรือแม้แต่การมองโลกในแง่ดี มันไม่เคยตกยุค เพราะอย่างนี้ธรรมะถึงยังช่วยกู้วิกฤติได้ทุกสถานการณ์”
ในวาระดิถีขึ้นปีใหม่นี้ พระมหาสมปองยังแนะให้คนไทยทุกคนใช้ชีวิตบนความไม่ประมาท ยึดปรัชญาหลัก ‘เศรษฐกิจพอเพียง’ ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงพระราชทาน แล้วเราก็จะมีความสุขทุกๆ วัน ทุกๆ เดือนเป็นต้นไป ปัญหาบางสิ่งบางอย่างถ้าได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน เพื่อหาทางออกที่ดีที่สุด นั่นคือความหมายของความสามัคคีที่ไม่ใช่เพียงแค่การรวมกำลังกาย แต่ยังรวมกำลังใจและกำลังสมองเข้าด้วยกัน โดยมีธรรมะเป็นเครื่องกำกับให้เดินไปได้อย่างถูกทำนองครองธรรม สุดท้ายขอให้ยิ้ม หัวเราะ มีความสุข ร่าเริง เพื่อเป็นกำลังใจต่อชีวิต วันไหนที่หงุดหงิด ชีวิตก็ขาดทุน ฉะนั้น เรามาสร้างกำไรให้ชีวิตด้วยรอยยิ้มและเสียงหัวเราะกันดีกว่า เจริญพร
Friday, December 25, 2009
มหัศจรรย์แห่งชีวิต หลักคิดจากท่าน ว.วชิรเมธี Miracle of Life As of W.Vajiramete
| ๑. กลัวลูกมีเซ็กส์ในวัยเรียน ?
|
| ไม่อยากให้เกิด ต้องเอาปัญญาใส่ในมือลูก
|
| ให้เงินลูกน้อยๆ ให้ความรู้แก่ลูกมากๆ
|
| ด่าลูกน้อยๆ ให้คำสอนลูกมากๆ
|
|
|
| ๒. ไหว้พระขอพรอะไรดี ?
|
| ( ๑) ขออย่าให้โลภจนหน้ามืด
|
| ( ๒) ขออย่าให้โกรธจนทำร้ายตัวเอง
|
| ( ๓) ขออย่าให้หลงจนไม่รู้ดีรู้ชั่ว
|
| ( ๔) ขออย่าให้ตายในสงคราม ระหว่างคนไทยด้วยกันเอง
|
|
|
| ๓. ท้อแท้กับปัญหามากมายทำอย่างไรดี ?
|
| ปลาที่ยังเป็นอยู่ ล้วนเรียนรู้ที่จะว่ายทวนน้ำ
|
| ส่วนปลาตาย มักไหลตามน้ำ
|
| ปัญหาทำให้คนธรรมดาท้อ แต่ทำให้คนมีปัญญาลุกขึ้นมาแก้ไข
|
|
|
| ๔. ทะเลาะกับแฟนจนไม่มีสมาธิทำงาน ?
|
| งานส่วนงาน แฟนส่วนแฟน
|
| รู้จักแบ่งเวลาให้งาน รู้จักแบ่งเวลาให้แฟน
|
| อย่าเสียงานเพราะแฟน อย่าเสียแฟนเพราะงาน
|
|
|
| ๕. โกรธ! ถูกเพื่อนนินทา ?
|
| โบราณว่าไม่มีใครเตะหมาที่ตายแล้ว
|
| คุณถูกนินทาแสดงว่าคุณยังมีความหมาย
|
| คุณเป็นคนโชคดี จู่ๆ ก็มีกระจกวิเศษสะท้อนความอัปลักษณ์
|
| ให้เห็นความบกพร่องของตัวเอง
|
|
|
| ๖. จับได้ว่าแฟนมีกิ๊กทำอย่างไรดี ?
|
| ( ๑) ถามตัวเองว่าเราดีกับเขาพอหรือยัง
|
| ( ๒) ระหว่างเรากับกิ๊กมีข้อดีข้อด้อยต่างกันตรงไหน
|
| ( ๓) ถามแฟนว่าจะเลือกใครก็รีบทำ ไม่รักฉัน อย่าทำให้ฉันเสียเวลา
|
|
|
| ๗. โดนเพื่อนร่วมงานแย่งซีนทำอย่างไร ?
|
| เขาแย่งจากเราได้เพียงแค่ซีนและภาพลักษณ์เท่านั้น
|
| แต่เขาไม่สามารถแย่งความรู้และความสามารถไปจากเราได้
|
|
|
| ๘. งานเยอะมากทำอย่างไรดี ?
|
| ( ๑) รู้ว่างานเยอะต้องรีบทำ
|
| ( ๒) อย่าดองงานข้ามปีข้ามชาติ
|
| ( ๓) เรียงลำดับความสำคัญของงาน
|
| สำคัญก่อนให้รีบทำ สำคัญน้อยค่อยทยอยทำ
|
|
|
| ๙. ทำงานดี มีแต่คนริษยา จะรับมืออย่างไร ?
|
| โบราณว่า ไม้ใหญ่ย่อมเจอขวานคม
|
| คนเด่นต้องมีคนด่า คนมีปัญญาจึงมีคนลองดี
|
| คนทำงานดีจึงมีคนริษยา ปรากฏการณ์เช่นว่านี้
|
| เป็นของธรรมดา ทำงานดีจนมีคนริษยา
|
| ยังดีกว่าทำงานไม่ดี จึงเป็นได้อย่างดีแค่คนที่คอยริษยา
|
|
|
| ๑๐. ทำงานแทบตาย เงินไม่พอใช้ ทำอย่างไรดี ?
|
| ( ๑) หางานใหม่
|
| ( ๒) ลดความต้องการให้น้อยลง อยู่กับความจริงให้มาก
|
| ( ๓) บริโภคปัจจัยสี่โดยมุ่งประโยชน์ อย่ามุ่งประดับ
|
| ( ๔) ทำบัญชีรายรับรายจ่าย รับมากกว่าจ่ายจึงนับว่ายอด
|
| จ่ายมากกว่ารับนับว่าแย่
|
|
|
| ๑๑. ถูกนายด่า อารมณ์เสีย ?
|
| คนที่ด่าคนอื่นสะท้อนว่าระบบข้างใจกำลังพัง
|
| คนอารมณ์เสียเพราะถูกด่า
|
| แสดงว่าระบบของตัวเองก็พังตามไปด้วย
|
|
|
| ๑๒. ไถ่ชีวิตโคได้บุญมากไหม ?
|
| ถ้าไถ่แล้วโคอยู่รอด คุณได้บุญ
|
| แต่หากไถ่เพื่อทำให้วัดอยู่รอด คุณได้บาป
|
| แทนที่จะไถ่โคกระบือ คุณควรไถ่ตัวเองให้พ้นจากความโลภ โกรธ หลง ดีกว่า
|
|
|
| ๑๓. แฟนติดหนังเกาหลี ดูทั้งคืนไม่ยอมนอน ?
|
| ขอให้คิดว่าอย่างน้อยเธอยังนั่งดูอยู่ในบ้าน
|
| ถึงเธอจะติดหนังเกาหลี ก็ยังดีกว่าติดผู้ชายขี้หลีที่อยู่นอกบ้าน
|
|
|
| ๑๔. ลูกค้าจู้จี้ทำอย่างไรดี ?
|
| มีลูกค้าจู้จี้ยังดีกว่าวันทั้งวันไม่มีใครแวะเวียน
|
| ผ่านมาเยี่ยมเยียนถึงในร้าน
|
| ลูกค้าจู้จี้ได้ แต่คุณต้องทำให้เขาประทับใจเอาไว้เสมอ
|
|
|
| ๑๕. ไปงานวันเกิดควรได้อะไร ?
|
| ( ๑) ได้ถามตัวเองว่า เราเกิดมาเพื่ออะไร
|
| ( ๒) ได้ถามตัวเองว่า เราเกิดมาจากใคร
|
| ( ๓) ได้ถามตัวเองว่า เรากตัญญูต่อผู้ให้กำเนิดแล้วหรือยัง
|
|
|
| ๑๖. สวดมนต์บทไหนดี ?
|
| ( ๑) สวดพุทธคุณเพื่อเตือนว่า จงเป็นผู้ตื่น
|
| ( ๒) สวดธรรมคุณเพื่อเตือนว่า จงเว้นสิ่งที่ควรเว้น จงทำสิ่งที่ควรทำ
|
| ( ๓) สวดสังฆคุณเพื่อเตือนว่า พระอรหันต์ที่แท้
|
| คือพ่อกับแม่ที่อยู่ในบ้านของเรานั่นเอง
|
|
|
| ๑๗. สามีไม่สนใจธรรมะเลยทำอย่างไรดี ?
|
| ( ๑) เราควรมีธรรมะให้เขาดู
|
| ( ๒) เราควรอยู่ให้เขาเห็น
|
| ( ๓) เราควรสงบเย็นให้เขาได้สัมผัส
|
| เนื่องเพราะ หนึ่งการกระทำสำคัญกว่าพันคำพูด
|
|
| ๑๘. โดนขับรถปาดหน้า โมโหมาก ?
|
| ( ๑) บอกตัวเองว่าโกรธคือโง่ โมโหคือบ้า ด่าคือมาร ระรานคือบาป
|
| ( ๒) เปลี่ยนการด่าเป็นการแผ่เมตตาให้เขาถึงที่หมายโดยปลอดภัย
|
| ( ๓) เตือนตนไว้ว่า อย่าขับรถปาดหน้าใคร เพราะอาจมีอันตรายรอบด้าน
|
|
| ๑๙. อยู่ในกลุ่มเพื่อนชอบนินทาจะตีจากดีไหม ?
|
| ท่านพุทธทาสกล่าวว่า คนชอบนินทาคือคนที่ชอบกินของเน่า
|
| ถ้าเราร่วมผสมโรงไปกับเขา
|
| แสดงว่าเราเองก็ชอบกินของเน่าไม่เบาเหมือนกัน
|
|
| ๒๐. ทำไมมักเจอสิ่งที่ไม่ชอบใจอยู่เสมอ ?
|
| ผู้รู้บอกว่า ศิลปินอย่าดูหมิ่นศิลปะ กองขยะดูดีๆ ยังมีศิลป์
|
| ดังนั้น ในสิ่งที่คุณไม่ชอบ ย่อมมีแง่มุมที่คุณชอบอย่างแน่นอน
|
Thursday, December 24, 2009
ความหมายตามลายมือ
เส้นการเงินและชื่อเสียง
หมายเลข ๑
เส้นอาทิตย์มาจากเนินอังคารใน ชื่อเสียงการเงินมักมาจากการต่อสู้ การแข่งขันการกีฬาหรือการต่อสู้ทั่วไป
หมายเลข ๒
เส้นอาทิตย์มาจากเนินศุกร์ ชื่อเสียงการเงินมาจากการได้คู่ครองความรักที่ดีหรือมาจากความสวยงาม

หมายเลข ๓
เส้นอาทิตย์มาจากเส้นชีวิต การมีชื่อเสียงมาจากการงานและมีความสำเร็จใหญ่มาจากความสำเร็จทั่วไป
หมายเลข ๔
เส้นอาทิตย์มาจากเนินจันทร์ ความสำเร็จมาจากการเป็นนักแสดง ความ สามารถทางความคิดการเสี่ยง
หมายเลข ๕
เส้นอาทิตย์มาจากเนินอังคารนอก การเงินและความสำเร็จ ชื่อเสียงมาหลายทาง แต่จะต้องได้มาจากการต่อสู้
ความหมายของลายเส้นยังมีส่วนประกอบอีกมากมาย
ต้อย ตุลา
ที่มา เดลินิวส์ออนไลน์ เสาร์ ที่ 12 ธันวาคม 2552 http://dailynews.co.th/newstartpage/index.cfm?page=content&contentId=36906&categoryID=503
ปันพลังใจ ให้ของขวัญ คนงานไทรอัมพ์
***
แทนการสรวลเสเฮฮา 24 ธันวา วันคริสตมาสอีฟ ในหมู่คนกันเอง -อยากเชิญชวนเพื่อนๆไปมอบของขวัญ+กำลังใจให้กรรมกรหญิงไทรอัมพ์ เกือบ 2,000 ชีวิตถูกลอยแพ ตั้งแต่เดือนมิถุนา นายจ้างต่างชาติไล่คนงานออกโดยไม่มีการเจรจา ละเมิดทั้งกฎหมายแรงงานสัมพันธ์ และหลักการของ ILO (International Labour Organization) บางรายอุ้มลูกน้อยมาร่วมชุมนุม บางรายนั่งถักผ้าพันคอไหมพรมขายแลกเอาเงิน สหภาพแรงงานถูกยุบ แต่รัฐบาล (อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ไหนว่า ประชาชนต้องมาก่อน) กระทรวงแรงงานกลับเมินเฉย กรรมกรหญิงเหล่านี้จึงมาปักหลักขอความเห็นใจ
การต่อสู้ที่ยืดเยื้อย่อมทำให้อ่อนล้า กรรมกรไทรอัมพ์กำลังแสวงหาความยุติธรรมในสังคมไทยที่ไร้ความยุติธรรม กำลังรักษาสิทธิแรงงาน ขณะที่ขบวนการแรงงานแตกแยกและอ่อนแอ กำลังต่อสู้เพื่อสิทธิมนุษยชน ขณะที่นับวันสิทธิมนุษยชนในสังคมไทยยิ่งสูญหายไป...ช่วยเสริมพลังใจ...ไปมอบสิ่งดีๆ
ลายมือที่มีความสำเร็จด้วยตนเอง
ความสำเร็จที่เกิดจากตนเองไม่ว่าทางการงานการเงิน การ ค้าและธุรกิจต่าง ๆ มาจากความสามารถของตนเองและต้องผ่านอุปสรรคและต้องต่อสู้ด้วยตนเองมีดังนี้
หมายเลข ๑-๑
เส้นพฤหัสมาจากเส้นชีวิต ความสำเร็จการงาน ตำแหน่งหน้าที่มาจากตนเองด้วยความสามารถเป็นพิเศษของตนเองเท่านั้น
หมายเลข ๒-๒
เส้นเสาร์มาจากเส้นชีวิต ความสำเร็จทางการงานทุกอย่างจะต้องผ่านอุปสรรคอย่างมาก และต้องเลี้ยงดูคนอื่นอีกด้วย

หมายเลข ๓-๓
เส้นอาทิตย์มาจากเส้นชีวิต ความสำเร็จทางการเงินความร่ำรวยทุก อย่างมาจากพร สวรรค์ของตนเองและชีวิตเด่นดัง
หมายเลข ๔-๔
เส้นพุธมา จากเส้นชีวิต ความสำเร็จทางการค้าหรือธุรกิจทุกอย่างการค้าการลงทุนทุกอย่างและความร่ำรวยมาจากตนเอง.
ต้อย ตุลา
ที่มา: เดลินิวส์ออนไลน์ วันเสาร์ ที่ 19 ธันวาคม 2552 http://dailynews.co.th/newstartpage/index.cfm?page=content&contentId=38164&categoryID=503
หลับเวร
และได้ฟันธงบวกคอนเฟิร์มว่ามาตรา ๙๒ ของกฎหมาย ป.ป.ช. น่าจะขัดต่ออำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการ ป.ป.ช.ที่กำหนดไว้ตามรัฐธรรมนูญ
มีความเห็นเป็นประการใดยังรับความคิดเห็นจากทุกท่านอยู่ขอรับ
ข้าราชการพลเรือนนั้นเหมือนลูกเมียน้อยต้องลงโทษตามฐานความผิดที่ ป.ป.ช.ชี้มูลเท่านั้น
แต่ข้าราชการตุลาการ ตุลาการศาลปกครอง และข้าราชการอัยการ กฎหมาย ป.ป.ช.ท่านให้ส่งสำนวนไปยังคณะกรรมการที่ดูแลการบริหารงานบุคคล เช่น คณะกรรมการตุลาการ คณะกรรมการตุลาการศาลปกครอง คณะกรรมการอัยการ เป็นผู้ดำเนินการสอบสวนลงโทษทางวินัย
ถ้าคณะกรรมการท่านเห็นว่าไม่มีมูลที่จะลงโทษทางวินัย ก็ให้รายงาน ป.ป.ช.ทราบเท่านั้นเอง
แล้วจะไม่น้อยใจแทนข้าราชการพลเรือนได้ยังไง
ขนาดจะนอนหลับทั้งทียังมีเวรเลย
เรื่องนี้ เป็นเรื่องของลูกจ้างประจำตำแหน่งนักการภารโรงในมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง
เผลอหลับไปหน่อยระหว่างอยู่เวรดูแลรับผิดชอบสถานที่และทรัพย์สินนอกเวลาทำงานปกติตามคำสั่งของมหาวิทยาลัย
มีทรัพย์สินสูญหายระหว่างนั้น งานเข้าเต็ม ๆ มหาวิทยาลัยมีคำสั่งให้ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนตามความเห็นของกระทรวงการคลัง
ท่านว่ามหาวิทยาลัยมีคำสั่งให้อยู่เวรตลอดคืน การที่ไปนอนหลับในเวลาหลังเที่ยงคืนจึงเป็นการละทิ้งหน้าที่ราชการ
ไอ้ที่ไปนอนหลับมันก็มีเหตุน่าเห็นใจไม่ใช่ด้วยความไม่รับผิดชอบนะท่านอาจารย์
ก็สั่งให้ไปอยู่เวรหลังจากที่ทำหน้าที่ตามปกติมาแล้วทั้งวันและเสร็จจากอยู่เวรครั้งนี้แล้วยังต้องทำงานต่อในวันรุ่งขึ้นอีก
คนนะไม่ใช่เครื่องจักร
อย่างนี้ถือว่าไม่เป็นธรรม คุณภารโรงจึงฟ้องมหาวิทยาลัยขอให้เพิกถอนคำสั่งให้ชดใช้ค่าสินไหมทดแทน
กรณีในเรื่องนี้เป็นเรื่องเจ้าหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่ทำให้เกิดความเสียหาย ต่อหน่วยงานของรัฐตามมาตรา ๑๐ แห่ง พ.ร.บ. ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. ๒๕๓๙ ที่ให้หน่วยงานของรัฐเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนจากเจ้าหน้าที่ได้
และตามมาตรา ๑๐ พระราชบัญญัติฉบับดังกล่าว กำหนดให้การเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนได้ถ้าเจ้าหน้าที่ผู้กระทำละเมิดได้ กระทำการนั้นไปด้วย ความจงใจหรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง
สิทธิเรียกร้องให้ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนท่านให้คำนึงถึงระดับความร้ายแรงแห่ง การกระทำและความเป็นธรรมในแต่ละกรณีเป็นเกณฑ์โดยมิต้องให้ใช้เต็มจำนวนของ ความเสียหายก็ได้
ถ้าการละเมิดเกิดจากความผิดหรือความบกพร่องของหน่วยงานของรัฐหรือระบบการดำเนินงานส่วนรวม ให้หักส่วนแห่งความรับผิดดังกล่าวออกด้วย
หนีไปนอนหลับระหว่างอยู่เวรจนของหายเข้าข่ายต้องรับผิด เต็ม ๆ ไม่ใช่เป็นการจัดฉากแน่นอน แต่มหาวิทยาลัยก็ใช้งานจนหัวปักหัวปาแบบนี้ก็น่าคิดเหมือนกันนะ
เรื่องนี้ศาลปกครองสูงสุดท่านวินิจฉัยไว้เป็นแนวทางการปฏิบัติราชการต่อไปไว้ดังนี้
เมื่อปรากฏว่าคำสั่งของมหาวิทยาลัยผู้ถูกฟ้องคดีให้ผู้ฟ้องคดีอยู่เวรดัง กล่าว เป็นคำสั่งที่มีผลทำให้ผู้ฟ้องคดีต้องปฏิบัติหน้าที่ทั้งใน เวลาทำงานปกติและนอกเวลาทำงานปกติรวมกันถึงสองวันกับหนึ่งคืนติดต่อกัน
ดังนั้น โดยสภาพการทำงานจึงต้องยอมให้ผู้ฟ้องคดีได้นอนพักผ่อนระหว่างอยู่เวรในตอนกลางคืน
และเมื่อปรากฏด้วยว่าเงินค่าตอบแทนการอยู่เวรเป็นเงินค่าตอบแทนที่อยู่นอกเหนือจากการปฏิบัติหน้าที่ตามปกติไม่ใช่เงินค่าจ้างเฝ้ายาม
ผู้ฟ้องคดีจึงไม่ต้องรับผิดดังเช่นพนักงานรักษาความปลอดภัย ผู้มีอาชีพเฝ้ายามโดยเฉพาะ และคำสั่งไม่ได้ห้ามผู้ฟ้องคดีนอนพักผ่อนระหว่างปฏิบัติหน้าที่และไม่ได้ กำหนดวิธีการในการอยู่เวรจะต้องตรวจตราอาคารหรือทรัพย์สินโดยเฉพาะผู้ฟ้อง คดีจึงตรวจเยี่ยงวิญญูชนจะพึงกระทำตามปกติ
ผู้ฟ้องคดีได้ใช้ความระมัดระวังตามสมควรอันพึงปฏิบัติแล้วโดยตรวจสอบปิดล็อก ประตูหน้าต่างก่อนเข้านอนพักผ่อนและไม่พบสิ่งผิดปกติแต่ประการใด
จึงเป็น การปฏิบัติหน้าที่ตามปกติ ไม่อาจถือได้ว่าเป็นการละทิ้งหน้าที่ในการดูแลทรัพย์สิน ประกอบกับผลการสอบสวนสรุปว่า ทรัพย์สินสูญหายโดยไม่ทราบสาเหตุ อีกทั้งไม่ปรากฏว่ามีเหตุการณ์หรือสิ่งผิดปกติที่ผู้ฟ้องคดีรู้หรือควรรู้ แล้วไม่ป้องกันแก้ไข
จึงฟังไม่ได้ว่าผู้ฟ้องคดีจงใจหรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงผู้ฟ้องคดีไม่ ต้องรับผิดชดใช้ ให้เพิกถอนคำสั่งที่เรียกให้ผู้ฟ้องคดีชดใช้ค่าเสียหาย (คำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดที่ อ. ๗๙/๒๕๔๙).
พิสิษฐู พลรักษ์เขตต์
praepim@yahoo.com
ที่มา: กฎหมายข้างตัว เดลินิวส์ออนไลน์ http://dailynews.co.th/newstartpage/index.cfm?page=content&categoryID=337&contentID=38120
Wednesday, December 23, 2009
ใช้สติร่วมแก้ปัญหาครอบครัวฝ่าฟันปัญหาเศรษฐกิจ
นพ. กัมปนาท ตันสิถบุตรกุล จิตแพทย์โรงพยาบาลมนารมย์ กล่าวว่า เป็นห่วงสุขภาพจิตของคนไทย โดยเฉพาะผู้ที่เป็นหัวหน้าครอบครัว "พ่อ" ที่เป็นเสาหลักของครอบครัว ซึ่งหลายครอบครัวต้องเผชิญกับปัญญาเศรษฐกิจที่รุมเร้า โดยเฉพาะในครอบครัวที่ต้องถูกเลิกจ้างในช่วงนี้ถือว่ามีความเสี่ยงสูงที่จะ เกิดความเครียด และป่วยเป็นโรคซึมเศร้า ที่อาจจะนำไปสู่การฆ่าตัวตาย และทำร้ายคนในครอบครัว ตามที่เคยได้มีการนำเสนอข่าวผ่านสื่อต่างๆ เนื่องจากกลุ้มใจ คิดว่าไม่สามารถแก้ไขปัญหาให้ครอบครอบครัว และคิดว่าไม่สามารถแบกรับภาระอันหนักอึ้งได้อีกต่อไปแล้ว และไม่รู้ว่าจะสามารถพาสมาชิกในครอบครัวให้ผ่านพ้นสถานการณ์เช่นนี้ได้อย่าง ไร
"ความจริงแล้วไม่ว่าจะเป็นพ่อหรือแม่ เมื่อเจอปัญหาก็อาจจะคิดเหมือนกัน แต่เรามักจะมองว่าผู้ชายเข้มแข็งกว่าผู้หญิง เคยมีงานวิจัยพบว่าผู้หญิงมีความอดทนมากกว่าผู้ชาย เมื่อเจอปัญหาในผู้ชายที่มีความคิดอยากทำร้ายตนเองและผู้อื่นนั้น พบว่าจะทำได้สำเร็จมากกว่าผู้หญิง สุภาพบุรุษที่ดีคงไม่มีใครคิดแก้ปัญหาด้วยการจบชีวิต เพราะคนเหล่านี้จะมีมุมมองว่าการมีชีวิตอยู่บนโลกมนุษย์เป็นสิ่งที่ดีและ สามารถมองเห็นมุมมองที่ดีแม้ในภาวะที่เป็นลบได้" จิตแพทย์กล่าวนพ.กัมปนาท กล่าวว่า ในสถานการณ์นี้อยากให้ทุกคนได้เอาใจใส่ผู้ที่เป็นหัวหน้าครอบครัว หรือผู้ที่เป็นพ่อช่วยกันสังเกตุและให้กำลังใจ แสดงความร่วมมือร่วมใจ โดยช่วยกันทำความเข้าใจว่าสถานการณ์เศรษฐกิจที่เกิดขึ้นนั้นเป็นสิ่งที่หลีก เลี่ยงไม่ได้ แต่หากในครอบครัว ได้มีเตรียมตัวและปรับใจยอมรับสถานการณ์ ก็จะสามารถนำพาครอบครัวให้อยู่รอดต่อไปได้ โดยทุกครอบครัวควรจะมีการเตรียมตัวตั้งแต่เนิ่นๆ ด้วยการประหยัด ลดรายจ่ายในบ้านที่ไม่จำเป็นลง ด้วยการเริ่มต้นทบทวนรายรับรายจ่ายอย่างละเอียด และแจ้งนโยบายการประหยัดให้ทุกคนในครอบครัวทราบ รวมถึงค่าใช้จ่ายอื่นๆที่ต้องช่วยกันประหยัดคือการใช้พลังงานในบ้าน เช่นไฟฟ้า และ น้ำประปา เป็นต้น ไม่ควรใช้จ่ายไปกับสิ่งของฟุ่มเฟือย แต่อย่างไรก็ตามคงไม่ต้องหยุดทำทุกสิ่งทุกอย่างมากจนเกินไป เพราะจะยิ่งทำให้เกิดความเครียดหรือการตื่นตระหนก (panic) ตามมาก็ได้ อาจทำให้สถานการณ์ยิ่งแย่เข้าไปอีก นอกจากนั้นสิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือ ทุกคนในครอบครัวจะต้องปรับจิตใจและความคิดให้เข้าใจถึงสภาวะที่เกิดขึ้นของ โลก มองเป็นเรื่องธรรมดาที่มีขึ้นมีลง อย่าอยู่บนความคาดหวังที่ไม่ยอมยืดหยุ่น เพราะสิ่งสำคัญคือความสุขใจของคนในครอบครัว มากกว่าทรัพย์สินเงินทอง
นพ. กัมปนาท ชี้ว่า แทนที่หัวหน้าครอบครัว จะปล่อยให้ตนเองเครียด สามารถพลิกวิกฤติเป็นโอกาสนำครอบครัวสูการใช้ชีวิตแบบพอเพียงได้ มีความอบอุ่น ช่วยกันคิดฝ่าวิกฤติ
"คนที่เป็นพ่อหรือหัวหน้าครอบครัวจะต้องทำตัวเป็นผู้นำทางความคิดให้กับ สมาชิกในครอบครัวให้ได้ ควรทำตัวเป็นแบบอย่างในเรื่องของการประหยัด ไม่ควรแสดงสีหน้าถึงความเครียดมากจนเกินไปให้กับสมาชิกในครอบครัวเห็น เพราะจะยิ่งทำให้คนอื่นๆ พลอยเครียดตามไปด้วย อาจจะเริ่มต้นคุยกันดีๆกับสมาชิกในครอบครัวให้หันมาช่วยกันประหยัด และลดค่าใช้จ่ายได้อย่างไร ในขณะเดียวกันจะหาทางเพิ่มรายรับให้กับครอบครัวในช่องทางไหนบ้าง ควรให้ทุกคนในครอบครัวมีส่วนร่วมในการช่วยคิดและร่วมมือกันปฏิบัติ เพราะถ้าพ่อเป็นคนรับผิดชอบทั้งหมด ก็จะทำให้พ่อเครียดอยู่คนเดียว ในขณะที่ลูกๆไม่สามารถที่จะเรียนรู้ประสบการณ์การช่วยเหลือครอบครัวเลย ถ้าเป็นแบบนี้ไปเรื่อยๆ ในที่สุดพ่อจะเครียดจนอาจเป็นโรคซึมเศร้าและอาจแสดงพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม เช่น ไม่สามารถควบคุมอารมณ์ได้ สมาชิกในครอบครัวยิ่งไม่พอใจ รังเกียจ ไม่มีใครอยากคุยด้วย ทั้งๆ ที่พ่ออาจจะเป็นผู้ปรารถนาดีต่อครอบครัว" นพ.กัมปนาทกล่าว
ส่วนวิธีการปรับใจนั้น นพ.กัมปนาท มองว่าเป็นเรื่องของทัศนคติที่ต้องปรับเปลี่ยนตามสถานการณ์ ซึ่งก่อนอื่นสมาชิกในครอบครัวจะต้องเปลี่ยนความคิดจากลบให้กลายเป็นบวกเสีย ก่อน โดยมองว่าตนเองไม่ได้เจอกับปัญหาเพียงคนเดียว แต่ยังมีคนอีกจำนวนมากที่ต้องเจอกับปัญหาแบบนี้เหมือนกัน และบางครอบครัวอาจจะแย่กว่าตนเองด้วยซ้ำ นอกจากนั้นต้องคอยหาประสบการณ์ดีๆ มาคอยย้ำเตือนตัวเองอยู่เสมอว่า แม้วันนี้สิ่งที่ทำอยู่อาจจะไม่ดีไม่สำเร็จหรือมีปัญหา แต่สิ่งที่ได้มาคือประสบการณ์อันล้ำค่าที่เกิดจากความตั้งใจ ความพากเพียรในอดีตที่ทำให้ชีวิตและครอบครัวดำเนินมาถึงทุกวันนี้ได้ แสดงว่าคุณก็เป็นคนที่มีศักยภาพมากเหมือนกัน พยายามบอกตัวเองอยู่เสมอว่าคุณเป็นคนที่มีคุณค่า เพื่อเป็นกำลังใจให้กับตัวเองในการฝ่าฟันอุปสรรคต่างๆ อย่างไรก็ตามถ้าบางคนเป็นคนที่เริ่มมีปัญหาสุขภาพจิตแล้ว การจะให้เปลี่ยนความคิดจากลบเป็นบวกอาจจะยากในช่วงแรก ซึ่งจะต้องใช้เวลาปรับเปลี่ยนความคิดนานสักหน่อย แต่ก็ไม่ยากเกินความสามารถ ถ้าหากสมาชิกในครอบครัวร่วมใจกัน
นพ.กัมปนาท แนะนำหลักการปฏิบัติตัวที่สามารถนำไปใช้ได้จริงในภาวะเศรษฐกิจแบบนี้ คือ
- ให้มองและสำรวจสุขภาพจิตของตนเองก่อนว่าเป็นอย่างไร เมื่อต้องเจอกับสถานการณ์แบบนี้ ถ้าเริ่มมีปัญหาแล้ว ก็ต้องรีบหาทางปรึกษาและแก้ไข โดยให้สมาชิกในครอบครัวช่วยกันสังเกต เมื่อพบว่าไม่ปรกติก็ควรหาทางรักษา และไม่ควรเก็บปัญหาไว้คนเดียว เพราะจะยิ่งทำให้เครียดหนักเข้าไปอีก
- พยายามมีสติในการแก้ไขปัญหา อย่าใช้อารมณ์ ควรคิดให้รอบคอบ หลายๆ ด้าน คิดแบบมีเหตุผล หากคิดไม่ออกก็ควรปล่อยวาง และหากิจกรรมอย่างอื่นทำไปก่อน เมื่อสมองปลอดโปร่งแล้วก็ค่อยกลับมาคิดหาทางแก้ไขใหม่อีกรอบ
- ครอบครัวควรจะวางนโยบายเพื่อให้สมาชิกในครอบครัวรับทราบ เช่นการประหยัด น้ำประปา ไฟฟ้า และสิ่งของฟุ่มเฟือยต่างๆ โดยอาจจะทำป้ายต่างๆ เพื่อขอความร่วมมือคนในครอบครัวให้ช่วยกันประหยัด เช่น "ปิดสวิชต์ทุกครั้งหลังออกจากห้องน้ำนะจ๊ะ" หรือไม่ก็อาจจะกำหนดช่วงเวลาการเปิดปิดเครื่องปรับอากาศภายในบ้าน เป็นต้น
- ต้องคอยเตือนตัวเองไว้เสมอว่า "คุณมีสิทธิ์ท้อได้แต่อย่าเพิ่งถอย"
- คิดว่าไม่มีใครเก่งอยู่คนเดียว เมื่อเจอปัญหา ควรหาช่องทางแก้ไขตั้งแต่เนิ่นๆ โดยให้ทุกคนในครอบครัวมีส่วนร่วมในการร่วมแก้ปัญหาวิกฤติเศรษฐกิจ เพราะว่าเรื่องครอบครัวไม่ควรมองว่าใครเป็นช้างเท้าหน้าหรือเท้าหลัง อยากให้มองว่าทุกคน เป็นทุกเซลล์เล็กๆที่ต้องร่วมมือ ร่วมแรงร่วมใจกันในการที่จะพาครอบครัวให้ผ่านอุปสรรคต่างๆไปให้ได้ การมองว่าพ่อเป็นช้างเท้าหน้า อาจจะมองว่าเป็นบทบาทที่ทางสังคมมอบให้ หรือยัดเยียดให้ ความจริงแล้วทุกคนควรรับผิดชอบชีวิตของตนเองให้ดี และพร้อมที่จะร่วมแบ่งปันให้ความช่วยเหลือซึ่งกันและกัน
นพ.กัมปนาท สรุปทิ้งท้ายว่า บุคคลรอบข้างมีส่วนสำคัญในการสร้างกำลังใจมากที่สุด โดยเฉพาะครอบครัว ซึ่งถือเป็นสถาบันที่สำคัญที่สุดของการดูแลสุขภาพจิตซึ่งกันและกัน และยังเป็นหัวใจสำคัญที่จะประคับประคองให้ผ่านพ้นช่วงวิกฤติไปได้ โดยจะต้องมีความรัก ความสามัคคี ใช้มธุรสวาจา และถ้อยทีถ้อยอาศัยซึ่งกันและกัน ก็จะทำให้ความสัมพันธ์ในครอบครัวยิ่งแน่นแฟ้นขึ้น และทำให้สามารถฝ่าฟันกับอุปสรรคต่างๆ ไปได้ด้วยดี
รายงานดัชนีผลกระทบการอ้างอิงของวารสารไทย 2545-2548 Thai Journal Impact Factor
| ลำดับ | ชื่อวารสาร: ISSN | Thai Journal Impact Factor | |||
| 2548 | 2547 | 2546 | 2545 | ||
| 1 | วารสารโลหะ วัสดุ และแร่ 0857-6149 | 0.342 | 0 | 0 | 0 |
| 2 | วารสารวิจัยและวัดผลการศึกษา มหาวิทยาลัยบูรพา 1685-6740 | 0.294 | 0.250 | 0 | 0 |
| 3 | จดหมายเหตุทางแพทย์แพทยสมาคมแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ 0125-2208 | 0.120 | 0.075 | 0.086 | 0.078 |
| 4 | วารสารวิจัยและพัฒนา มจธ.0125-278x | 0.119 | 0.053 | 0 | 0.021 |
| 5 | วารสารสัตวแพทยศาสตร์ มข.0858-2297 | 0.109 | 0.200 | 0 | 0 |
| 6 | วารสารวิจัยวิทยาศาสตร์การแพทย์ 0857-4421 | 0.103 | 0 | 0 | 0.087 |
| 7 | วารสารมหาวิทยาลัยนเรศวร 0858-7418 | 0.102 | 0 | 0.024 | 0 |
| 8 | The Southeast Asian Journal of Tropical Medicine and Public Health 0038-3619 | 0.100 | 0.120 | 0.156 | 0.158 |
| 9 | วารสารพยาบาลศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 0858-1231 | 0.091 | 0.073 | 0.022 | 0.077 |
| 10 | วารสารสงขลานครินทร์ ฉบับวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 0125-3395 | 0.091 | 0.068 | 0.085 | 0.092 |
| 11 | วารสารสุขภาพจิตแห่งประเทศไทย 2859-497-X | 0.091 | 0.049 | 0 | 0 |
| 12 | วิศวกรรมสารฉบับวิจัยและพัฒนา 0857-7951 | 0.074 | 0.067 | 0.04 | 0 |
| 13 | วารสารพยาบาล 0125-0078 | 0.071 | 0 | 0.079 | 0 |
| 14 | วารสารวิจัยวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 0125-6335 | 0.071 | 0.037 | 0 | 0.130 |
| 15 | The Journal of the Siam Society 0857-7099 | 0.067 | 0 | 0 | 0 |
| 16 | วารสารทันตแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 0215-2534 | 0.067 | 0.047 | 0.022 | 0.044 |
| 17 | เวชชสารสัตวแพทย์ 0125-6491 | 0.064 | 0.054 | 0.083 | 0.083 |
| 18 | วารสารวิจัยทางการพยาบาล 0859-7685 | 0.061 | 0.036 | 0.047 | 0.077 |
| 19 | รัฐศาสตร์สาร 0125-135X | 0.057 | 0.043 | 0 | 0.048 |
| 20 | วารสารเศรษฐศาสตร์ธรรมศาสตร์ 0000-0000 | 0.054 | 0.027 | 0.040 | 0 |
| 21 | สงขลานครินทร์เวชสาร 0125-8435 | 0.054 | 0 | 0.015 | 0.030 |
| 22 | วารสารวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ 0857-2178 | 0.050 | 0 | 0 | 0 |
| 23 | รามาธิบดีพยาบาลสาร 0857-0852 | 0.047 | 0.025 | 0.051 | 0.070 |
| 24 | KMITL Science Journal 0685-2044 | 0.045 | 0.054 | 0 | 0 |
| 25 | วชิรเวชสาร 0125-1252 | 0.044 | 0.019 | 0.067 | 0.033 |
| 26 | วารสารวิศวกรรมสิ่งแวดล้อมไทย 1686-2961 | 0.043 | 0 | 0 | 0 |
| 27 | วารสารสงขลานครินทร์ ฉบับสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ 0859-1113 | 0.043 | 0.043 | 0 | 0.031 |
| 28 | วารสารสภาการพยาบาล 1513-1262 | 0.043 | 0.024 | 0.020 | 0.200 |
| 29 | ศรีนครินทรวิโรฒเภสัชสาร 0859-6255 | 0.043 | 0.125 | 0 | 0 |
| 30 | ศรีนครินทร์เวชสาร 0857-3123 | 0.042 | 0.049 | 0 | 0 |
| 31 | ScienceAsia 1513-1874 | 0.041 | 0.017 | 0.028 | 0.054 |
| 32 | วารสารวิจัย มข. 0859-3957 | 0.039 | 0.032 | 0.125 | 0.083 |
| 33 | วารสารเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล 0125-1570 | 0.037 | 0 | 0.083 | 0 |
| 34 | แก่นเกษตร 0125-0485 | 0.036 | 0 | 0 | 0 |
| 35 | ไทยเภสัชสาร 0125-4685 | 0.034 | 0 | 0 | 0.125 |
| 36 | วิทยาสารเกษตรศาสตร์ สาขาวิทยาศาสตร์ 0075-5192 | 0.034 | 0.060 | 0.017 | 0.033 |
| 37 | วารสารพยาบาลทหารบก1513-5217 | 0.032 | 0 | 0.067 | 0 |
| 38 | วารสารวิทยาศาสตร์ลาดกระบัง 0857-9512 | 0.032 | 0 | 0 | 0 |
| 39 | วารสารโลหิตวิทยา และ เวชศาสตร์บริการโลหิต 0858-2025 | 0.030 | 0.030 | 0.069 | 0.068 |
| 40 | วารสารสังคมศาสตร์ 0125-0590 | 0.029 | 0.026 | 0 | 0.133 |
| 41 | MANUSYA Journal of Humanities 0859-9920 | 0.028 | 0.024 | 0.029 | 0 |
| 42 | วารสารราชบัณฑิตยสถาน 0215-2968 | 0.028 | 0.077 | 0.126 | 0.025 |
| 43 | วารสารกีฏและสัตววิทยา 0125-3794 | 0.027 | 0 | 0.026 | 0.035 |
| 44 | วารสารศิลปศาสตร์ 1513-9131 | 0.027 | 0 | 0 | 0 |
| 45 | วารสารบริหารธุรกิจ 0125-233x | 0.025 | 0.061 | 0.036 | 0 |
| 46 | วารสารวิชาการเกษตร 0125-8389 | 0.023 | 0.045 | 0.023 | 0.045 |
| 47 | Thai Journal of Agricultural Science 0049-03589 | 0.022 | 0.026 | 0.058 | 0.049 |
| 48 | จุฬาลงกรณ์วารสาร 0857-6483 | 0.020 | 0.077 | 0 | 0 |
| 49 | วารสารพระจอมเกล้าลาดกระบัง 0858-8430 | 0.019 | 0 | 0 | 0 |
| 50 | วิศวสารลาดกระบัง 0125-1724 | 0.019 | 0.009 | 0.064 | 0.039 |
| 51 | วารสารวิทยาศาสตร์ มข. 0125-2364 | 0.018 | 0.019 | 0 | 0 |
| 52 | สารศิริราช 0125-152X | 0.018 | 0.047 | 0.056 | 0.154 |
| 53 | ASEAN Journal on Science and Technology for Development 0217-5460 | 0.016 | 0 | 0 | 0 |
| 54 | Asian Pacific Journal of Allergy and Immunology 0125-877X | 0.016 | 0.076 | 0.113 | 0.100 |
| 55 | Thammasat International Journal of Science and Technology 0859-4074 | 0.016 | 0.036 | 0.021 | 0.042 |
| 56 | วารสารคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ 0125-2526 | 0.016 | 0.113 | 0 | 0.030 |
| 57 | วารสารครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 0859-8835 | 0.016 | 0 | 0 | 0 |
| 58 | จุฬาลงกรณ์เวชสาร 0125-6483 | 0.015 | 0.031 | 0.048 | 0.053 |
| 59 | Asian Journal of Energy and Environment 1513-4121 | 0 | 0 | 0.125 | 0 |
| 60 | Chiang Mai University Journal 1685-1994 | 0 | 0 | 0 | 0 |
| 61 | Chulalongkorn Journal of Economics 0857-8397 | 0 | 0 | 0 | 0 |
| 62 | Engineering Transactions 0859-9238 | 0 | 0.027 | 0.026 | 0 |
| 63 | Journal of Science, Technology, and Humanities 1685-6600 | 0 | 0.053 | 0 | 0 |
| 64 | The Natural History Bulletin of the Siam Society 0080-9462 | 0 | 0 | 0.042 | 0.020 |
| 65 | เชียงใหม่เวชสาร 0125-5983 | 0 | 0.041 | 0.018 | 0.098 |
| 66 | เวชสารคณะแพทยศาสตร์มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ 0859-3299 | 0 | 0 | 0 | 0 |
| 67 | จุฬาลงกรณ์ธุรกิจปริทัศน์ 0125-6524 | 0 | 0 | 0.053 | 0 |
| 68 | บรรณารักษศาสตร์และสารนิเทศศาสตร์ มข. 0215-8427 | 0 | 0.022 | 0.125 | 0 |
| 69 | พยาบาลสาร 0125-5118 | 0 | 0.073 | 0 | 0 |
| 70 | ภาษาและภาษาศาสตร์ 0857-1406 | 0 | 0 | 0 | 0 |
| 71 | วนสาร 0943-0916 | 0 | 0 | 0 | 0 |
| 72 | วารสาร มฉก.วิชาการ 0859-9343 | 0 | 0.024 | 0.015 | 0 |
| 73 | วารสารเทคโนโลยีสุรนารี 0858-849X | 0 | 0.012 | 0 | 0 |
| 74 | วารสารเทคนิคการแพทย์และกายภาพบำบัด 0857-6653 | 0 | 0.030 | 0 | 0 |
| 75 | วารสารเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ 0858-9291 | 0 | 0 | 0 | 0.036 |
| 76 | วารสารเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ 0589-8479 | 0 | 0 | 0 | 0 |
| 77 | วารสารกรมการแพทย์ 0125-1643 | 0 | 0 | 0 | 0.022 |
| 78 | วารสารกายภาพบำบัด 0125-4634 | 0 | 0 | 0 | 0 |
| 79 | วารสารธรรมศาสตร์ 0125-3670 | 0 | 0 | 0 | 0 |
| 80 | วารสารประชากรศาสตร์ 0857-2143 | 0 | 0.053 | 0 | 0 |
| 81 | วารสารปาริชาต 0857-0884 | 0 | 0 | 0 | 0 |
| 82 | วารสารพัฒนบริหารศาสตร์ 0125-3689 | 0 | 0 | 0.026 | 0 |
| 83 | วารสารภาษา 0125-2488 | 0 | 0 | 0 | 0 |
| 84 | วารสารภาษาปริทัศน์ 0857-7285 | 0 | 0 | 0 | 0 |
| 85 | วารสารมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร 1686-445X | 0 | 0 | 0 | 0 |
| 86 | วารสารมนุษยศาสตร์ สังคมศาสตร์ 0125-5061 | 0 | 0 | 0 | 0 |
| 87 | วารสารมนุษยศาสตร์และ สังคมศาสตร์มหาวิทยาลัยนเรศวร 0858-7396 | 0 | 0 | 0 | 0 |
| 88 | วารสารมหาวิทยาลัยคริสเตียน 1685-1412 | 0 | 0.026 | 0 | 0 |
| 89 | วารสารมหาวิทยาลัยทักษิณ 0859-9807 | 0 | 0 | 0 | 0 |
| 90 | วารสารมหาวิทยาลัยบูรพา 0859-2535 | 0 | 0 | 0 | 0 |
| 91 | วารสารมหิดล 0859-2586 | 0 | 0 | 0 | 0.077 |
| 92 | วารสารร่มไทรทอง 0858-2688 | 0 | 0 | 0 | 0 |
| 93 | วารสารร่มพฤกษ์ 0125-7609 | 0 | 0 | 0 | 0 |
| 94 | วารสารวิจัยและสาระสถาปัตยกรรม 1685-361X | 0 | 0 | 0 | 0 |
| 95 | วารสารวิจัยและสาระสถาปัตยกรรม/การผังเมือง 1905-2022 | 0 | 0 | 0 | 0 |
| 96 | วารสารวิจัยวิทยาศาสตร์ (Section T) 1685-2923 | 0 | 0 | 0 | 0 |
| 97 | วารสารวิจัยสภาวะแวดล้อม 0125-6939 | 0 | 0.043 | 0 | 0 |
| 98 | วารสารวิจัยสังคม 0857-9180 | 0 | 0 | 0 | 0 |
| 99 | วารสารวิชาการพระจอมเกล้าพระนครเหนือ 0857-684x | 0 | 0 | 0.013 | 0 |
| 100 | วารสารวิชาการมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย 0125-2437 | 0 | 0.016 | 0 | 0 |
| 101 | วารสารวิชาชีพบัญชี 1686-8293 | 0 | 0 | 0 | 0 |
| 102 | วารสารวิทยาศาสตร์ มก. 0125-7730 | 0 | 0 | 0.273 | 0 |
| 103 | วารสารวิทยาศาสตร์ มศว. 0857-1600 | 0 | 0 | 0 | 0 |
| 104 | วารสารวิทยาศาสตร์ และ เทคโนโลยี มหาวิทยาลัยมหาสารคาม 0125-7498 | 0 | 0 | 0 | 0 |
| 105 | วารสารวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 0858-4435 | 0 | 0 | 0.022 | 0.043 |
| 106 | วารสารวิทยาศาสตร์การกีฬา และสุขภาพ 1513-7430 | 0 | 0 | 0 | 0 |
| 107 | วารสารวิทยาศาสตร์บูรพา 0858-7612 | 0 | 0 | 0 | 0 |
| 108 | วารสารวิทยาศาสตร์มหาวิทยาลัยนเรศวร 1686-5561 | 0 | 0 | 0 | 0 |
| 109 | วารสารวิธีวิทยาการ วิจัย 0857-2933 | 0 | 0.043 | 0.036 | 0.143 |
| 110 | วารสารศรีนครินทรวิโรฒวิจัยและพัฒนา 0857-5290 | 0 | 0 | 0 | 0 |
| 111 | วารสารศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร 0859-9688 | 0 | 0 | 0.059 | 0.053 |
| 112 | วารสารศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น 0857-1511 | 0 | 0 | 0 | 0 |
| 113 | วารสารศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร 0859-5121 | 0 | 0 | 0.047 | 0 |
| 114 | วารสารสมาคมเศรษฐศาสตร์ธรรมศาสตร์ xxxx-xxxx | 0 | 0 | 0 | 0 |
| 115 | วารสารสมาคมจิตแพทย์แห่งประเทศไทย 0125-6985 | 0 | 0 | 0.239 | 0.2 |
| 116 | วารสารสหเวชศาสตร์ 1513-4865 | 0 | 0 | 0.04 | 0.059 |
| 117 | วารสารสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ 0125-2860 | 0 | 0.031 | 0 | 0 |
| 118 | วารสารสัตวแพทย์ 0125-5169 | 0 | 0.032 | 0.031 | 0.031 |
| 119 | วารสารสาธารณสุขศาสตร์ 0125-1678 | 0 | 0 | 0.047 | 0 |
| 120 | วารสารสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ 0028-0011 | 0 | 0.08 | 0.04 | 0.042 |
| 121 | วารสารสุโขทัยธรรมาธิราช 8057-6955 | 0 | 0.049 | 0.015 | 0.017 |
| 122 | วารสารอนามัยสิ่งแวดล้อม 0857-0965 | 0 | 0 | 0 | 0 |
| 123 | วารสารอักษรศาสตร์ 0125-4820 | 0 | 0 | 0 | 0 |
| 124 | วิทยาสารเกษตรศาสตร์ สาขาสังคมศาสตร์ 0125-8370 | 0 | 0.061 | 0 | 0 |
| 125 | วิศวกรรมสาร มข. 0125-8273 | 0.000 | 0.002 | 0.003 | 0 |
| 126 | ศรีปทุมปริทัศน์ 1513-7287 | 0 | 0 | 0 | 0 |
Saturday, December 19, 2009
หลักทักษา: วันเกิดกับสีของรถที่ถูกโฉลก
สีที่เป็นมงคล ควรเป็นสีชมพู สีโอโรส เพราะเป็นเดช อำนาจ และบารมี สีเขียวเป็นสีแห่งโชคลาภเงินทอง หรือสีดำ สีเทา สีควันบุหรี่เป็นสีของมนตรี มีคนคอยช่วยเหลือ ผู้ใหญ่สนับสนุนดี
* สีอื่นๆไม่ดีและไม่เสีย (ธรรมดา) สีที่ต้องห้าม คือ สีฟ้า สีน้ำเงิน (เป็นสีที่อัปมงคลตลอดชีวิต) เพราะเป็นสีที่เป็นกาลกินีของบุคคลที่เกิดวันอาทิตย์
นอกจากนี้แล้ว บุคคลที่เกิดวันวันอาทิตย์
* อายุย่าง 23 , 32 , 41 , 50 , 59 , 68และอายุ 77 ปีห้ามซื้อรถสีชมพู สีโอโรส เพราะเป็นสีที่โชคร้ายในช่วงอายุที่ย่างมาถึง
* สำหรับช่วงอายุย่าง 24 , 33 , 42 ,51 ,60 ,และ 69 สีที่ห้ามซื้อคือสีเขียวทุกชนิด
* และช่วงอายุย่าง 18 , 27 , 36 ,45 ,54 , 63 และ 72ปี สีที่ห้ามซื้อคือ สีดำ สีเทา สีควันบุหรี่ เพราะเป็นสีที่โชคร้าย ในช่วงอายุที่มาถึงเช่นกัน
* ถ้าไม่ใช่อายุจรที่ย่างมาถึงดังกล่าวข้างต้นก็สามารถเลือกซื้อสีที่เป็นมงคลได้ตลอด
- ตามหลักทักษาคนที่เกิดวันอาทิตย์ ห้ามใช้ ศ ษ ส ห ฬ ฮ เพราะเป็นอักษรกาลกิณี
- เลขทะเบียนรถห้าม ไม่ให้มีเลข 6 และเลข 3
- ไม่ควรทำการมงคลต่างๆ ในวันศุกร์ เพราะเป็นกาลกิณีในวันเกิดและไม่ควรทำการมงคลต่างๆ ในวันอังคาร เพราะเป็นวันคู่ศัตรูวันเกิด
- ถ้าจะออกรถ สีรถที่ควรเลือกใช้หรือสีรถที่ถูกโฉลก ของคนเกิดวันอาทิตย์
รถสีแดงก่ำ หรือ สีแดงเลือดหมู
เสริมสง่าราศี มากด้วยบุญญาบารมี มีอำนาจวาสนา คนนบนอบยำเกรง
รถสีดำ
เสริมความน่าเคารพนับถือ เสริมดวงเรื่องทรัพย์สินเงินทอง การเงิน
รถสีขาว สีครีม
เสริมความสงบปลอดภัยจากเหตุร้าย เช่น อุบัติเหตุ แคล้วคลาดจากอันตรายทั้งปวง
รถสีม่วงเปลือกมังคุด
เสริมดวงด้านศรัทธา ความน่าเชื่อถือ ความไว้วางใจ และดวงเรื่องการเงิน
รถสีเขียว
เสริมดวงให้คนรักเมตตา อุปถัมภ์ค้ำชู ช่วยเหลือทำให้สะดวกราบรื่นในเรื่องต่างๆ
รถสีบรอนซ์ สีเทา สีทอง
เสริมดวงเรื่องเมตตามหานิยม เสริมเสน่ห์ การสนับสนุนเกื้อกูล
รถสีฟ้า สีน้ำเงิน ไม่ควรออกรถสีนี้ เพราะเป็นกาลกิณี หมายถึง โชคร้าย อัปมงคล ความเป็นเสนียด ศัตรูคู่แข่ง อุปสรรคในการดำเนินชีวิต
บุคคลที่เกิดวันจันทร์
สีที่เป็นมงคล ควรเป็นสีเขียว เพราะเป็นเดช อำนาจ และบารมี สีดำ สีม่วงเป็นสีแห่งโชคลาภเงินทอง หรือสีฟ้า สีน้ำเงินเป็นสีของมนตรี มีคนคอยช่วยเหลือ ผู้ใหญ่สนับสนุนดี
* สีอื่นๆไม่ดีและไม่เสีย (ธรรมดา) ส่วนสีที่ต้องห้าม คือ สีแดง (เป็นสีที่อัปมงคลตลอดชีวิต)
นอกจากนี้แล้ว บุคคลที่เกิดวันจันทร์
* ช่วงอายุย่าง 22 , 31 , 40 , 49 , 58 และ 67 ปีห้ามซื้อรถสีเขียวทุกชนิด เพราะเป็นสีที่โชคร้ายในช่วงอายุที่ย่างมาถึง
* สำหรับช่วงอายุย่าง 23 , 32 , 41 ,50 ,59 และ 68 ปี สีที่ห้ามซื้อคือสีดำ , สีม่วง
* และช่วงอายุย่าง 26 , 35 , 44 , 53 , 62 , 71 และ 80 ขึ้นไป สีที่ห้ามซื้อคือ สีฟ้า สีน้ำเงิน เพราะเป็นสีที่โชคร้าย ในช่วงอายุที่มาถึงเช่นกัน
* ถ้าไม่ใช่อายุจรที่ย่างมาถึงดังกล่าวข้างต้นก็สามารถเลือกซื้อสีที่เป็นมงคลได้ตลอด ยกเว้นสีแดงสีเดียว
- ตามหลักทักษาคนที่เกิดวันจันทร์ ห้ามใช้ สระทั้งหมด (เว้นไม้หันอากาศและตัวการันต์) เพราะเป็นอักษรกาลกิณี
- เลขทะเบียนรถห้าม ไม่ให้มีเลข 1 และเลข 5
- ไม่ควรทำการมงคลต่างๆ ในวันอาทิตย์ เพราะเป็นกาลกิณีในวันเกิดและไม่ควรทำการมงคลต่างๆ ในวันพฤหัสบดี เพราะเป็นวันคู่ศัตรูวันเกิด
- ถ้าจะออกรถ สีรถที่ควรเลือกใช้หรือสีรถที่ถูกโฉลก ของคนเกิดวันจันทร์
รถสีส้ม สีเหลืองแก่
เสริมดวงเรื่องการเงิน ความมั่นคง ทุนทรัพย์ ราคาและคุณค่าที่จะเพิ่มพูนให้แก่ตนเองในปัจจุบันและภายภาคหน้า
รถสีดำ
เสริมความสงบปลอดภัยจากเหตุร้าย เช่น อุบัติเหตุ แคล้วคลาดจากอันตรายทั้งปวง
รถสีน้ำเงิน สีทอง
เสริมเสน่ห์ ผู้ใหญ่รักเมตตาและเอ็นดู มีแต่สิ่งที่เป็นสิริมงคลแก่ชีวิต หลักทรัพย์ โชคลาภ เสน่ห์ที่ทำให้คนรัก เมตตา และศรัทธาในตัวเรา
รถสีม่วงเปลือกมังคุด
เสริมดวงด้านความสะดวกราบรื่นทุกอย่าง
รถสีชมพู เสริมดวงให้ประสพผลสำเร็จได้รับการอุปถัมภ์ค้ำชู ได้รับการสงเคราะห์เกื้อหนุนจากผู้ใหญ่ ได้รับการส่งเสริมในการดำเนินชีวิตและหน้าที่การงาน
รถสีฟ้า
เสริมดวงให้ประสพความสำเร็จในการดำเนินชีวิตและหน้าที่การงาน
รถสีเขียว
อำนาจวาสนา บารมี เกียรติยศ และชื่อเสียงตำแหน่งหน้าที่การงาน อานุภาพอิทธิพลที่ทำให้คนเคารพยำเกรง มีความสามารถในการควบคุมบังคับบัญชาคน
รถสีแดง สีต้องห้าม เพราะเป็น กาลกิณี หมายถึง โชคร้าย อัปมงคล ความเป็นเสนียด ศัตรูคู่แข่ง อุปสรรคในการดำเนินชีวิต

บุคคลที่เกิดวันอังคาร
สีที่เป็นมงคล ควรเป็นสีดำ หรือสีม่วง เพราะเป็นเดช อำนาจ และบารมี สีเหลืองแก่ สีแสด สีบรอนซ์ทองเป็นสีแห่งโชคลาภเงินทอง หรือสีแดงเป็นสีของมนตรี มีคนคอยช่วยเหลือ ผู้ใหญ่สนับสนุนดี
* สีอื่นๆไม่ดีและไม่เสีย (ธรรมดา) สีที่ต้องห้าม คือ สีบรอนซ์เงิน สีขาว สีเหลืองอ่อน เพราะเป็นสีที่เป็นกาลกินีของบุคคลที่เกิดวันอังคาร
นอกจากนี้แล้ว บุคคลที่เกิดวันอังคาร
* อายุย่าง 22 , 31 , 40 , 49 , 58 และ 67 ปีห้ามซื้อรถสีดำและสีม่วง เพราะเป็นสีที่เป็นกาลกินีของบุคคลที่เกิดวันอังคาร
* สำหรับช่วงอายุย่าง 23 , 32 , 41 ,50 ,59 และ 68 ปี สีที่ห้ามซื้อคือสีหลืองแก่ สีแสด สีบรอนซ์ทอง
* และช่วงอายุย่าง 18 , 27 , 36 ,45 ,54 , 63 และ 72ปี สีที่ห้ามซื้อคือ สีแดง เพราะเป็นสีที่โชคร้าย ในช่วงอายุที่มาถึงเช่นกัน
* ถ้าไม่ใช่อายุจรที่ย่างมาถึงดังกล่าวข้างต้นก็สามารถเลือกซื้อสีที่เป็นมงคลได้ตลอด
- ตามหลักทักษาคนที่เกิดวันอังคาร ห้ามใช้ ก ข ค ฆ ง เพราะเป็นอักษรกาลกิณี
- เลขทะเบียนรถห้าม ไม่ให้มีเลข 2 และเลข 1 และห้ามเลข เพราะทะเบียนที่มีเลข จะมีเรื่องและเกิดอุบัติบ่อยๆ
ทำให้เสียเงินทองหรือทำให้เจ้าของได้รับบาดเจ็บ
- ไม่ควรทำการมงคลต่างๆ ในวันจันทร์ เพราะเป็นกาลกิณีในวันเกิดและไม่ควรทำการมงคลต่างๆ ในวันอาทิตย์ เพราะเป็นวันคู่ศัตรูวันเกิด
- ถ้าจะออกรถ สีรถที่ควรเลือกใช้หรือสีรถที่ถูกโฉลก ของคนเกิดวันอังคาร
รถสีม่วงแก่
เสริมวาสนาบารมี โชคลาภ ความโชคดี
รถสีดำ เสริมดวงด้านพลังอำนาจ เกียรติยศ และชื่อเสียงตำแหน่งหน้าที่การงาน อานุภาพอิทธิพลที่ทำให้คนเคารพยำเกรง มีความสามารถในการควบคุมบังคับ
รถสีบรอนซ์ สีเทา
เสริมความน่าเชื่อถือ ความไว้วางใจ
รถสีทอง สีแสด
เสริมความสงบปลอดภัยจากเหตุร้าย เช่น อุบัติเหตุ แคล้วคลาดจากอันตรายทั้งปวง
รถสีน้ำตาล
เสริมดวงด้านความมั่นคงในชีวิต เช่นมั่นคงเรื่อง หลักทรัพย์ ทรัพย์สิน หน้าที่การงาน
รถสีเขียว
เสริมดวงด้านการแก้ปัญหา ไร้อุปสรรค ไร้ศัตรูและคู่แข่ง
รถสีแดง สีชมพู
เสริมดวงให้ประสพผลสำเร็จได้รับการอุปถัมภ์ค้ำชู ได้รับการสงเคราะห์เกื้อหนุนจากผู้ใหญ่ ได้รับการส่งเสริม ในการดำเนินชีวิตและหน้าที่การงาน
รถสีขาว สีเหลืองนวล เป็นสีต้องห้าม เพราะเป็น กาลกิณี หมายถึง โชคร้าย อัปมงคล ความเป็นเสนียด ศัตรูคู่แข่ง อุปสรรคในการดำเนินชีวิต
บุคคลที่เกิดวันพุธ(กลางวัน)
สีที่เป็นมงคล ควรเป็นสีเหลืองแก่ สีแสด สีบรอนซ์ทอง เพราะเป็นเดช อำนาจ และบารมี สีดำ สีเทาเป็นสีแห่งโชคลาภเงินทอง หรือสีขาว สีขาวนวล สีบรอนซ์ทอง สีเหลืองอ่อนเป็นสีของมนตรี มีคนคอยช่วยเหลือ ผู้ใหญ่สนับสนุนดี
* สีอื่นๆไม่ดีและไม่เสีย (ธรรมดา) สีที่ต้องห้าม คือ สีชมพู สีโอโรส (เป็นสีที่อัปมงคลตลอดชีวิต) เพราะเป็นสีที่เป็นกาลกินีของบุคคลที่เกิดวันพุธ(กลางวัน)
นอกจากนี้แล้ว บุคคลที่เกิดวันพุธ(กลางวัน)
* อายุย่าง 22 , 31 , 40 , 49 , 58 และ 67 ปีห้ามซื้อรถสีเหลืองแก่ สีแสด และสีบรอนซ์ทอง เพราะเป็นสีที่โชคร้ายในช่วงอายุที่ย่างมาถึง
* สำหรับช่วงอายุย่าง 23 , 32 , 41 ,50 ,59 และ 68 ปี สีที่ห้ามซื้อคือสีดำ , สีเทา
* และช่วงอายุย่าง 18 , 27 , 36 ,45 ,54 , 63 และ 72ปี สีที่ห้ามซื้อคือ สีขาว สีขาวนวล สีบรอนซ์เงิน สีเหลืองอ่อน เพราะเป็นสีที่โชคร้าย ในช่วงอายุที่มาถึงเช่นกัน
* ถ้าไม่ใช่อายุจรที่ย่างมาถึงดังกล่าวข้างต้นก็สามารถเลือกซื้อสีที่เป็นมงคลได้ตลอด
- ตามหลักทักษาคนที่เกิดวันพุธ (กลางวัน) ห้ามใช้ จ ฉ ช ซ ฌ ญ เพราะเป็นอักษรกาลกิณี
- เลขทะเบียนรถห้าม ไม่ให้มีเลข 3 และเลข 8
- ไม่ควรทำการมงคลต่างๆ ในวันอังคาร เพราะเป็นกาลกิณีในวันเกิดและไม่ควรทำการมงคลต่างๆ ในวันพุธ (กลางคืน) เพราะเป็นวันคู่ศัตรูวันเกิด
- ถ้าจะออกรถ สีรถที่ควรเลือกใช้หรือสีรถที่ถูกโฉลก ของคนเกิดวันพุธ (กลางวัน)
รถสีน้ำเงิน สีฟ้า
เสริมดวงด้านความเคารพนับถือ ยกย่องยอมรับ
รถสีน้ำตาล สีทอง
เสริมดวงด้านพลังอำนาจ เกียรติยศ และชื่อเสียงตำแหน่งหน้าที่การงาน อานุภาพอิทธิพลที่ทำให้คนเคารพยำเกรง มีความสามารถในการควบคุมบังคับ
รถสีขาว สีเหลืองอ่อน
เสริมดวงให้ประสพผลสำเร็จได้รับการอุปถัมภ์ค้ำชู ได้รับการสงเคราะห์เกื้อหนุนจากผู้ใหญ่ ได้รับการส่งเสริม ในการดำเนินชีวิตและหน้าที่การงาน
รถสีเทา สีบรอนซ์ เสริมความสงบปลอดภัยจากเหตุร้าย เช่น อุบัติเหตุ แคล้วคลาดจากอันตรายทั้งปวง
รถสีดำ
เสริมดวงด้านการแก้ปัญหา ไร้อุปสรรค ไร้ศัตรูและคู่แข่ง ชีวิตมีแต่ความสะดวก ราบรื่น
รถสีม่วงแก่
เสริมโชควาสนา เสริมวาสนาบารมี โชคลาภ ความโชคดี
รถสีเขียว
เสริมดวงด้านเสน่ห์ที่ทำให้คนรักใคร่เมตตา และศรัทธาในตัวเรา
รถสีชมพู สีแสด เป็นสีต้องห้าม เพราะเป็น กาลกิณี หมายถึง โชคร้าย อัปมงคล ความเป็นเสนียด ศัตรูคู่แข่ง อุปสรรคในการดำเนินชีวิต
บุคคลที่เกิดวันพุธ(กลางคืน)
สีที่เป็นมงคล ควรเป็นสีแดง เพราะเป็นเดช อำนาจ และบารมี สีขาว สีขาวนวล สีบรอนซ์เงิน สีเหลืองอ่อนเป็นสีแห่งโชคลาภเงินทอง หรือสีดำ สีม่วงเป็นสีของมนตรี มีคนคอยช่วยเหลือ ผู้ใหญ่สนับสนุนดี
* สีอื่นๆไม่ดีและไม่เสีย (ธรรมดา) สีที่ต้องห้าม คือ สีเหลืองแก่ สีบรอนซ์เงิน สีแสด (เป็นสีที่อัปมงคลตลอดชีวิต) เพราะเป็นสีที่เป็นกาลกินีของบุคคลที่เกิดวันพุธ(กลางคืน)
นอกจากนี้แล้ว บุคคลที่เกิดวันพุธ(กลางคืน)
* อายุย่าง 23 , 32 , 41 , 50 , 59 , 68และ 77 ปีห้ามซื้อรถสีแดง เพราะเป็นสีที่โชคร้ายในช่วงอายุที่ย่างมาถึง
* สำหรับช่วงอายุย่าง 24 , 33 , 42 ,51 ,60 และอายุ 69 สีที่ห้ามซื้อคือสีขาว สีขาวนวล สีบรอนซ์เงินและสีเหลืองอ่อน
* และช่วงอายุย่าง 22 , 31 , 40 ,49 ,58 และ 67ปี สีที่ห้ามซื้อคือ สีดำ สีม่วง เพราะเป็นสีที่โชคร้าย ในช่วงอายุที่มาถึงเช่นกัน
* ถ้าไม่ใช่อายุจรที่ย่างมาถึงดังกล่าวข้างต้นก็สามารถเลือกซื้อสีที่เป็นมงคลได้ตลอด
- ตามหลักทักษาคนที่เกิดวันพุธ (กลางคืน) ห้ามใช้ บ ป ผ ฝ พ ฟ ภ ม เพราะเป็นอักษรกาลกิณี
- เลขทะเบียนรถห้าม ไม่ให้มีเลข 5 และเลข 4
- ไม่ควรทำการมงคลต่างๆ ในวันพฤหัสบดี เพราะเป็นกาลกิณีในวันเกิดและไม่ควรทำการมงคลต่างๆ ในวันพุธ (กลางวัน) เพราะเป็นวันคู่ศัตรูวันเกิด
- ถ้าจะออกรถ สีรถที่ควรเลือกใช้หรือสีรถที่ถูกโฉลก ของคนเกิดวันพุธ (กลางคืน)
รถสีชมพู
เสริมดวงให้คนเชื่อถือและไว้วางใจ
รถสีดำ
เสริมดวงด้านความเจริญรุ่งเรืองในหน้าที่การงาน
รถสีเทา สีบรอนซ์
เสริมความสงบปลอดภัยจากเหตุร้าย เช่น อุบัติเหตุ แคล้วคลาดจากอันตรายทั้งปวง
รถสีม่วงแก่
เสริมดวงให้ประสพผลสำเร็จได้รับการอุปถัมภ์ค้ำชู ได้รับการสงเคราะห์เกื้อหนุนจากผู้ใหญ่ ได้รับการส่งเสริม ในการดำเนินชีวิตและหน้าที่การงาน
รถสีน้ำเงิน สีฟ้า
เสริมดวงด้านการแก้ปัญหา ไร้อุปสรรค ไร้ศัตรูและคู่แข่ง ชีวิตมีแต่ความสะดวก ราบรื่น
รถสีแดง สีน้ำตาล
เสริมโชควาสนา เสริมวาสนาบารมี โชคลาภ ความโชคดี
รถสีส้ม สีทอง เป็นสีต้องห้าม เพราะเป็น กาลกิณี หมายถึง โชคร้าย อัปมงคล ความเป็นเสนียด ศัตรูคู่แข่ง อุปสรรคในการดำเนินชีวิต
บุคคลที่เกิดวันพฤหัสบดี
สีที่เป็นมงคล ควรเป็นสีฟ้า สีน้ำเงิน เพราะเป็นเดช อำนาจ และบารมี สีแดงเป็นสีแห่งโชคลาภเงินทอง หรือสีเขียวเป็นสีของมนตรี มีคนคอยช่วยเหลือ ผู้ใหญ่สนับสนุนดี
* สีอื่นๆไม่ดีและไม่เสีย (ธรรมดา) สีที่ต้องห้าม คือ สีดำ สีม่วง (เป็นสีที่อัปมงคลตลอดชีวิต) เพราะเป็นสีที่เป็นกาลกินีของบุคคลที่เกิดวันพฤหัสบดี
นอกจากนี้แล้ว บุคคลที่เกิดวันพฤหัสบดี
* อายุย่าง 22 , 31 , 40 , 49 , 58 และ 67 ปีห้ามซื้อรถสีฟ้า สีน้ำเงิน เพราะเป็นสีที่โชคร้ายในช่วงอายุที่ย่างมาถึง
* สำหรับช่วงอายุย่าง 24 , 33 , 42 ,51 ,60 , 69และอายุย่าง 78 ปี สีที่ห้ามซื้อคือสีแดง
* และช่วงอายุย่าง 18 , 27 , 36 ,45 ,54 , 63 และ 72ปี สีที่ห้ามซื้อคือ สีเขียวทุกชนิด เพราะเป็นสีที่โชคร้าย ในช่วงอายุที่มาถึงเช่นกัน
* ถ้าไม่ใช่อายุจรที่ย่างมาถึงดังกล่าวข้างต้นก็สามารถเลือกซื้อสีที่เป็นมงคลได้ตลอด
- ตามหลักทักษาคนที่เกิดวันพฤหัสบดี ห้ามใช้ ด ต ถ ท ธ น เพราะเป็นอักษรกาลกิณี
- เลขทะเบียนรถห้าม ไม่ให้มีเลข 7
- ไม่ควรทำการมงคลต่างๆ ในวันเสาร์ เพราะเป็นกาลกิณีในวันเกิด
- ถ้าจะออกรถ สีรถที่ควรเลือกใช้หรือสีรถที่ถูกโฉลก ของคนเกิดวันพฤหัสบดี
รถสีขาว
เสริมดวงให้คนเชื่อถือและไว้วางใจ
รถสีแดง
เสริมดวงด้านความสงบปลอดภัยจากเหตุร้าย เช่น อุบัติเหตุ แคล้วคลาดจากอันตรายทั้งปวง
รถสีเทา สีบรอนซ์
เสริมดวงด้านการแก้ปัญหา ไร้อุปสรรค ไร้ศัตรูและคู่แข่ง ชีวิตมีแต่ความสะดวก ราบรื่น
รถสีฟ้า
เสริมโชควาสนา เสริมวาสนาบารมี โชคลาภ ความโชคดี
รถสีเขียว
เสริมดวงให้ประสพผลสำเร็จได้รับการอุปถัมภ์ค้ำชู ได้รับการสงเคราะห์เกื้อหนุนจากผู้ใหญ่ ได้รับการส่งเสริม ในการดำเนินชีวิตและหน้าที่การงาน
รถสีส้ม สีทอง
เสริมความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต หลักทรัพย์ โชคลาภ เสน่ห์ที่ทำให้คนรักใคร่เมตตา และศรัทธาในตัวเรา
รถสีดำ สีม่วง สีน้ำเงิน เป็นสีต้องห้าม เพราะเป็น กาลกิณี หมายถึง โชคร้าย อัปมงคล ความเป็นเสนียด ศัตรูคู่แข่ง อุปสรรคในการดำเนินชีวิต
บุคคลที่เกิดวันศุกร์
สีที่เป็นมงคล ควรเป็นสีขาวนวล สีบรอนซ์เงิน สีเหลืองอ่อนเพราะเป็นเดช อำนาจ และบารมี สีชมพู และสีโอโรสเป็นสีแห่งโชคลาภเงินทอง หรือสีแสด สีเหลืองแก่ สีบรอนซ์ทอง เป็นสีของมนตรี มีคนคอยช่วยเหลือ ผู้ใหญ่สนับสนุนดี
* สีอื่นๆไม่ดีและไม่เสีย (ธรรมดา) สีที่ต้องห้าม คือ สีเทา สีดำ สีควันบุหรี่ (เป็นสีที่อัปมงคลตลอดชีวิต) เพราะเป็นสีที่เป็นกาลกินีของบุคคลที่เกิดวันศุกร์
นอกจากนี้แล้ว บุคคลที่เกิดวันศุกร์
* อายุย่าง 23 , 32 , 41 , 50 , 59 , 68 และ 77 ปีห้ามซื้อรถสีขาวนวล สีบรอนซ์เงิน สีเหลืองอ่อน เพราะเป็นสีที่โชคร้ายในช่วงอายุที่ย่างมาถึง
* สำหรับช่วงอายุย่าง 24 , 33 , 42 ,51 ,60 , 69 ปี สีที่ห้ามซื้อคือสีชมพู สีโอโรส
* และช่วงอายุย่าง 18 , 27 , 36 ,45 ,54 , 63 และ 72ปี สีที่ห้ามซื้อคือ สีเหลืองแก่ สีบรอนซ์ทอง และสีแสด เพราะเป็นสีที่โชคร้าย ในช่วงอายุที่มาถึงเช่นกัน
* ถ้าไม่ใช่อายุจรที่ย่างมาถึงดังกล่าวข้างต้นก็สามารถเลือกซื้อสีที่เป็นมงคลได้ตลอด
- ตามหลักทักษาคนที่เกิดวันศุกร์ ห้ามใช้ ย ร ล ว เพราะเป็นอักษรกาลกิณี
- เลขทะเบียนรถห้าม ไม่ให้มีเลข 8 และเลข 7
- ไม่ควรทำการมงคลต่างๆ ในวันพุธ (กลางคืน) เพราะเป็นกาลกิณีในวันเกิดและไม่ควรทำการมงคลต่างๆ ในวันเสาร์ เพราะเป็นวันคู่ศัตรูวันเกิด
- ถ้าจะออกรถ สีรถที่ควรเลือกใช้หรือสีรถที่ถูกโฉลก ของคนเกิดวันศุกร์
รถสีเขียว
เสริมดวงให้คนเชื่อถือและไว้วาง
รถสีสีแดง สีทอง
เสริมดวงด้านความก้าวหน้าเจริญรุ่งเรืองในหน้าที่การงาน
รถสีแดง สีชมพู
เสริมดวงด้านความสงบปลอดภัยจากเหตุร้าย เช่น อุบัติเหตุ แคล้วคลาดจากอันตรายทั้งปวง
รถสีเหลือง
เสริมดวงให้ประสพผลสำเร็จได้รับการอุปถัมภ์ค้ำชู ได้รับการสงเคราะห์เกื้อหนุนจากผู้ใหญ่ ได้รับการส่งเสริมในการดำเนินชีวิตและหน้าที่การงาน
รถสีดำ
เสริมดวงด้านการแก้ปัญหา ไร้อุปสรรค ไร้ศัตรูและคู่แข่ง ชีวิตมีแต่ความสะดวก ราบรื่น
รถสีน้ำตาล
เสริมโชควาสนา เสริมวาสนาบารมี โชคลาภ ความโชคดี
รถสีฟ้า สีน้ำเงิน
เสริมความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต หลักทรัพย์ โชคลาภ เสน่ห์ที่ทำให้คนรักใคร่เมตตา และศรัทธาในตัวเรา
รถสีเทา สีบรอนซ์ สีม่วง เป็นสีต้องห้าม เพราะเป็น กาลกิณี หมายถึง โชคร้าย อัปมงคล ความเป็นเสนียด ศัตรูคู่แข่ง อุปสรรคในการดำเนินชีวิต
บุคคลที่เกิดวันเสาร์
สีที่เป็นมงคล ควรเป็นสีเทา สีดำ เพราะเป็นเดช อำนาจ และบารมี สีฟ้า สีน้ำเงินเป็นสีแห่งโชคลาภเงินทอง หรือสีชมพู สีโอโรสเป็นสีของมนตรี มีคนคอยช่วยเหลือ ผู้ใหญ่สนับสนุนดี
* สีอื่นๆไม่ดีและไม่เสีย (ธรรมดา) สีที่ต้องห้าม คือ สีเขียวทุกชนิด (เป็นสีที่อัปมงคลตลอดชีวิต) เพราะเป็นสีที่เป็นกาลกินีของบุคคลที่เกิดวันเสาร์
นอกจากนี้แล้ว บุคคลที่เกิดวันเสาร์
* อายุย่าง 22 , 31 , 40 , 49 , 58 และ 67 ปีห้ามซื้อรถสีเทา สีดำ เพราะเป็นสีที่โชคร้ายในช่วงอายุที่ย่างมาถึง
* สำหรับช่วงอายุย่าง 23 , 32 , 41 ,50 ,59 , 68และอายุย่าง 77 ปี สีที่ห้ามซื้อคือสีฟ้า สีน้ำเงิน
* และช่วงอายุย่าง 18 , 27 , 36 ,45 ,54 , 63 และ 72ปี สีที่ห้ามซื้อคือ สีชมพู สีโอโรส เพราะเป็นสีที่โชคร้าย ในช่วงอายุที่มาถึงเช่นกัน
* ถ้าไม่ใช่อายุจรที่ย่างมาถึงดังกล่าวข้างต้นก็สามารถเลือกซื้อสีที่เป็นมงคลได้ตลอด
- ตามหลักทักษาคนที่เกิดวันเสาร์ ห้ามใช้ ฎ ฏ ฐ ฑ ฒ ณ เพราะเป็นอักษรกาลกิณี
- เลขทะเบียนรถห้าม ไม่ให้มีเลข 4 และเลข 6
- ไม่ควรทำการมงคลต่างๆ ในวันพุธ (กลางวัน) เพราะเป็นกาลกิณีในวันเกิดและไม่ควรทำการมงคลต่างๆ ในวันศุกร์ เพราะเป็นวันคู่ศัตรูวันเกิด
- ถ้าจะออกรถ สีรถที่ควรเลือกใช้หรือสีรถที่ถูกโฉลก ของคนเกิดวันเสาร์
รถสีแดง
เสริมดวงให้คนยอมรับเชื่อถือและไว้วางใจ
รถสีชมพู
เสริมดวงให้ประสพผลสำเร็จได้รับการอุปถัมภ์ค้ำชู ได้รับการสงเคราะห์เกื้อหนุนจากผู้ใหญ่ ได้รับการส่งเสริมในการดำเนินชีวิตและหน้าที่การงาน
รถสีน้ำเงิน สีฟ้า
เสริมดวงด้านความสงบปลอดภัยจากเหตุร้าย เช่น อุบัติเหตุ แคล้วคลาดจากอันตรายทั้งปวง
รถสีทา สีบรอนซ์
เสริมโชควาสนา เสริมวาสนาบารมี โชคลาภ ความโชคดี
รถสีทอง สีเหลือง
เสริมดวงด้านการแก้ปัญหา ไร้อุปสรรค ไร้ศัตรูและคู่แข่ง ชีวิตมีแต่ความสะดวก ราบรื่น
รถสีดำ สีม่วงแก่
เสริมความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต หลักทรัพย์ โชคลาภ เสน่ห์ที่ทำให้คนรักใคร่เมตตา และศรัทธาในตัวเรา
รถสีเขียว สีแสด เป็นสีต้องห้าม เพราะเป็น กาลกิณี หมายถึง โชคร้าย อัปมงคล ความเป็นเสนียด ศัตรูคู่แข่ง อุปสรรคในการดำเนินชีวิต