จดหมายฉบับสุดท้าย
นักร้อง:: ต้อม เรนโบว์
Bb Intro 9 bars...8...
9...ความ รักเราเคย มั่น
บอกคำสัญญากันจาก ใจ ซึ้งในความรัก
ผูกใจสัมพันธ์ ไม่เสื่อมคลาย
แต่นานไป นั้น ดั่งเธอใจ ร้าย
กลับทำลาย หัวใจ ไม่คืนมา
ใจ ฉันเกินทน ได้
หากยามพบใครเคียงคู่ เธอ
เห็นเธอมีรัก จะไปแสนไกลไม่อยาก เจอ
แต่จงจำไว้ ฝากดวงใจ เพ้อ
ยังรักเธอ .. คนเดียว ไม่เปลี่ยนแปลง
จะกลับมาหา เสี้ยวเวลา ที่เคยรัก
ครั้นมีเรา รักซึ้ง ตรึงอุรา
จะบอกเธอ ให้เธอได้รู้ ใจนี้
ว่ายังมี เธออยู่ ทุกครา
ความรัก ยังคงมั่น
ฝากความรักจริง ในจดหมาย
ขอเธอเพียงรู้ จะมีรักเธอไม่เสื่อมคลาย
ฝากเป็นรอยรัก สลักเป็นความหมาย
หากตัวตาย รักยังไม่คลาย .. ต่อเธอ
Solo 9 bars...8...
9... ใจ ฉันเกินทน ได้
หากยามพบใครเคียงคู่ เธอ
เห็นเธอมี รัก จะไปแสนไกลไม่อยาก เจอ
ให้จงจำไว้ ฝากดวงใจเพ้อ
ยังรักเธอ คนเดียว ไม่ เปลี่ยนแปลง
จะกลับมาหา เสี้ยวเวลา ที่เคยรัก
ครั้นมีเรา รักซึ้ง ตรึงอุรา
จะบอกเธอ ให้เธอได้รู้ ใจนี้
ว่ายังมี เธออยู่ ทุกครา
ความรัก ยัง คงมั่น
ฝากความรักจริง ในจดหมาย
ขอเธอเพียงรู้ จะมีรักเธอไม่เสื่อม คลาย
ฝากเป็นรอยรัก สลักเป็นความหมาย
หากตัวตาย รักยังไม่คลายต่อเธอ
เลือดแห่งความรัก สลักเป็นความหมาย
หากตัวตาย รักยังไม่คลายต่อเธอ
..
Sunday, September 7, 2014
Tuesday, September 2, 2014
พ่อไม่ยอมแก่:: “พ่อคะ หนูขอโทษ”
พ่อไม่ยอมแก่
พ่ออายุเยอะกว่าฉัน 50 ปี พ่อมีฉันตอนที่อายุมากแล้ว วันที่ฉันเกิด พ่อเลี้ยงญาติพี่น้อง 10 โต๊ะ
ตอนที่ฉันอายุได้ 8 ขวบ พ่ออายุ 58 ปี หัดขี่มอเตอไซค์ แล้วตัดสินใจซื้อมอเตอร์ไซค์ 1 คัน เพื่อไปรับฉันจากการเรียนขิมหลังจากเลิกโรงเรียน ไม่งั้น ฉันคงต้องนอน 5 ทุ่มทุกวันเป็นแน่
ตอนที่ฉันอายุ 10 ขวบ พ่ออายุ 60 ปี
หลังจากเกษียณได้ 3 วัน พ่อก็ไปรับจ้างซ่อมรองเท้าที่ตลาด เพื่อนของพ่อต่างก็แปลกใจในสิ่งที่พ่อทำ
“แปะ เงินบำเหน็จไม่พอใช้เหรอ? อายุขนาดนี้แล้วจะมาซ่อมรองเท้าอีกทำไม?”
พ่อทำงานไปยิ้มไป
“ยังหนุ่มอยู่เลย อยู่บ้านเฉยๆ เดี๋ยวโรคภัยก็ถามหา” ฉันฟังอยู่ ก็รู้สึกสงสารพ่อจัง
ตอนที่ฉันเรียนมัธยมปลาย พ่อตัดสินใจเช่าบ้านใกล้ๆ โรงเรียน เลียนแบบพ่อแม่คนอื่นเพื่อมาคอยดูแลฉัน และพ่อก็ยังคงรับซ่อมรองเท้าเหมือนเดิม
ตอนที่ฉันไปเรียน พ่อทำกับข้าวอยู่ที่บ้าน ตอนที่ฉันเลิกเรียน พ่อก็เปิดแผงซ่อมรองเท้า ตอนเก็บร้าน ฉันเข้าไปช่วยพ่อ คุณน้าที่มาซ่อมรองเท้าพูดกับพ่อว่า
“หลานก็โตเป็นสาวแล้วนะ ลุงทำไมไม่อยู่บ้านให้ลูกๆ เลี้ยงละ มาซ่อมรองเท้าทำไหม?” ฉันได้ฟังก็รู้สึกโมโหมาก
“พ่อคะ วันหลังพ่อไม่ต้องซ่อมรองเท้าได้ไหม บ้านเราใช่ว่าจะลำบากอะไรนี่นา!”
พ่อนิ่งไปครูหนึ่ง สีหน้าไม่สบายใจนัก
“พ่อยังแข็งแรง ยังหาเงินได้อยู่ อยู่บ้านเฉยๆ ก็ไม่รู้จะทำอะไร” ตอนที่พ่อพูดกับฉันวันนั้น พ่ออายุ 68 ปีแล้ว
ตอนที่ฉันเรียนมหาวิทยาลัย ฉันต้องไปเรียนที่อื่น นานๆ ถึงกลับมาเยี่ยมพ่อกับแม่
มีเพียงสิ่งเดียวที่พอจะทำให้เราพ่อลูกไม่ห่างกันเกินไปก็คือโทรศัพท์ พ่อมักจะบอกกับฉันเสมอว่า “อยากกินอยากได้อะไรก็ซื้อเลยนะลูก ไม่ต้องอดนะ พ่อยังไม่แก่ เลี้ยงลูกได้สบาย”
หลังจากเรียนจบแล้ว ฉันก็ได้งานทำที่ไกลจากบ้านมากขึ้น งานที่กดดันมาก ทำให้ฉันแทบไม่ได้โทรหาพ่อเลย แต่ทุกครั้งที่โทรไปหาพ่อ ก็มักจะได้ยินคำเดิมๆ
“พ่อสบายดี พ่อยังหนุ่มอยู่ หากงานหนักเกินไปก็กลับมาอยู่บ้านนะลูก พ่อเลี้ยงได้ ไม่ต้องห่วง”
ได้ยินพ่อพูดอย่างนี้ ฉันก็รู้สึกสบายใจหายห่วงทุกที แม้แต่ตอนแต่งงาน เงินที่ซื้อบ้านก็เป็นเงินของพ่อแม่ ตอนนั้น พ่ออายุ 80 แล้ว ฉันรู้ พ่อแก่ชรามากแล้ว
ฉันคิดว่าพ่อยังแข็งแรง พ่อไม่มีโรคภัยอะไรใดๆ จนถึงตอนที่แม่โทรมา ฉันถึงรู้ว่าพ่อปิดบังอะไรมากมายไม่ให้ฉันได้รู้
พ่อเส้นเลือดในสมองแตก พ่อเป็นความดันโลหิตสูง พ่อกินยามาเป็นเวลานาน แม่บอกว่า วันที่เกิดเหตุอากาศร้อนมาก เด็กหนุ่มๆ ยังทนไม่ไหว แล้วคนแก่อย่างพ่อจะทานทนได้ยังไง
พ่อนอนอยู่บนเตียง เบ้าตาลึก ผอมจนหนังหุ้มกระดูก ผมบนศีรษะขาวก็ไปหมด แต่เมื่ออาทิตย์ที่แล้ว พ่อยังพูดกับฉันทางโทรศัพท์
“พ่อยังหนุ่มอยู่”
เมื่อเห็นฉัน ก็พยายามที่จะพูดกับฉันด้วยเสียงอับแหบพร่า “พ่อไม่กล้าแก่ เกรงว่าถ้าพ่อแก่แล้ว ลูกจะไม่มีพ่อให้ช่วยเหลือ ไม่มีพ่อให้รัก แต่พ่อก็แก่แล้วจริงๆ”
ที่แท้ หลายปีที่ผ่านมา พ่อพยายามบอกตัวเองว่ายังไม่แก่ เพื่อให้ตนเองรู้สึกว่ายังหนุ่มอยู่ หาเงินให้ฉันใช้จ่าย หาเงินให้ฉันเรียน ให้ความรักแก่ฉันอย่างไม่เคยขาดพร่อง
พ่อพยายามไม่ให้ฉันเป็นห่วง ว่าพ่อแก่ชราแล้ว
แต่ฉันนี่สิ เนรคุณไม่รู้ความ ฉันไม่รู้ว่าพ่อทำไมต้องลำบากตรากตรำ ทุกครั้งที่พ่อบอกฉันว่า “พ่อยังหนุ่มอยู่” ฉันแอบรู้สึกว่าพ่อไม่ยอมรับความจริง
มาถึงวันนี้ พ่อที่นอนอยู่บนเตียง แก่ชราดั่งไม้เก่าที่ผุกร่อน
“พ่อคะ หนูขอโทษ”
พ่ออายุเยอะกว่าฉัน 50 ปี พ่อมีฉันตอนที่อายุมากแล้ว วันที่ฉันเกิด พ่อเลี้ยงญาติพี่น้อง 10 โต๊ะ
ตอนที่ฉันอายุได้ 8 ขวบ พ่ออายุ 58 ปี หัดขี่มอเตอไซค์ แล้วตัดสินใจซื้อมอเตอร์ไซค์ 1 คัน เพื่อไปรับฉันจากการเรียนขิมหลังจากเลิกโรงเรียน ไม่งั้น ฉันคงต้องนอน 5 ทุ่มทุกวันเป็นแน่
ตอนที่ฉันอายุ 10 ขวบ พ่ออายุ 60 ปี
หลังจากเกษียณได้ 3 วัน พ่อก็ไปรับจ้างซ่อมรองเท้าที่ตลาด เพื่อนของพ่อต่างก็แปลกใจในสิ่งที่พ่อทำ
“แปะ เงินบำเหน็จไม่พอใช้เหรอ? อายุขนาดนี้แล้วจะมาซ่อมรองเท้าอีกทำไม?”
พ่อทำงานไปยิ้มไป
“ยังหนุ่มอยู่เลย อยู่บ้านเฉยๆ เดี๋ยวโรคภัยก็ถามหา” ฉันฟังอยู่ ก็รู้สึกสงสารพ่อจัง
ตอนที่ฉันเรียนมัธยมปลาย พ่อตัดสินใจเช่าบ้านใกล้ๆ โรงเรียน เลียนแบบพ่อแม่คนอื่นเพื่อมาคอยดูแลฉัน และพ่อก็ยังคงรับซ่อมรองเท้าเหมือนเดิม
ตอนที่ฉันไปเรียน พ่อทำกับข้าวอยู่ที่บ้าน ตอนที่ฉันเลิกเรียน พ่อก็เปิดแผงซ่อมรองเท้า ตอนเก็บร้าน ฉันเข้าไปช่วยพ่อ คุณน้าที่มาซ่อมรองเท้าพูดกับพ่อว่า
“หลานก็โตเป็นสาวแล้วนะ ลุงทำไมไม่อยู่บ้านให้ลูกๆ เลี้ยงละ มาซ่อมรองเท้าทำไหม?” ฉันได้ฟังก็รู้สึกโมโหมาก
“พ่อคะ วันหลังพ่อไม่ต้องซ่อมรองเท้าได้ไหม บ้านเราใช่ว่าจะลำบากอะไรนี่นา!”
พ่อนิ่งไปครูหนึ่ง สีหน้าไม่สบายใจนัก
“พ่อยังแข็งแรง ยังหาเงินได้อยู่ อยู่บ้านเฉยๆ ก็ไม่รู้จะทำอะไร” ตอนที่พ่อพูดกับฉันวันนั้น พ่ออายุ 68 ปีแล้ว
ตอนที่ฉันเรียนมหาวิทยาลัย ฉันต้องไปเรียนที่อื่น นานๆ ถึงกลับมาเยี่ยมพ่อกับแม่
มีเพียงสิ่งเดียวที่พอจะทำให้เราพ่อลูกไม่ห่างกันเกินไปก็คือโทรศัพท์ พ่อมักจะบอกกับฉันเสมอว่า “อยากกินอยากได้อะไรก็ซื้อเลยนะลูก ไม่ต้องอดนะ พ่อยังไม่แก่ เลี้ยงลูกได้สบาย”
หลังจากเรียนจบแล้ว ฉันก็ได้งานทำที่ไกลจากบ้านมากขึ้น งานที่กดดันมาก ทำให้ฉันแทบไม่ได้โทรหาพ่อเลย แต่ทุกครั้งที่โทรไปหาพ่อ ก็มักจะได้ยินคำเดิมๆ
“พ่อสบายดี พ่อยังหนุ่มอยู่ หากงานหนักเกินไปก็กลับมาอยู่บ้านนะลูก พ่อเลี้ยงได้ ไม่ต้องห่วง”
ได้ยินพ่อพูดอย่างนี้ ฉันก็รู้สึกสบายใจหายห่วงทุกที แม้แต่ตอนแต่งงาน เงินที่ซื้อบ้านก็เป็นเงินของพ่อแม่ ตอนนั้น พ่ออายุ 80 แล้ว ฉันรู้ พ่อแก่ชรามากแล้ว
ฉันคิดว่าพ่อยังแข็งแรง พ่อไม่มีโรคภัยอะไรใดๆ จนถึงตอนที่แม่โทรมา ฉันถึงรู้ว่าพ่อปิดบังอะไรมากมายไม่ให้ฉันได้รู้
พ่อเส้นเลือดในสมองแตก พ่อเป็นความดันโลหิตสูง พ่อกินยามาเป็นเวลานาน แม่บอกว่า วันที่เกิดเหตุอากาศร้อนมาก เด็กหนุ่มๆ ยังทนไม่ไหว แล้วคนแก่อย่างพ่อจะทานทนได้ยังไง
พ่อนอนอยู่บนเตียง เบ้าตาลึก ผอมจนหนังหุ้มกระดูก ผมบนศีรษะขาวก็ไปหมด แต่เมื่ออาทิตย์ที่แล้ว พ่อยังพูดกับฉันทางโทรศัพท์
“พ่อยังหนุ่มอยู่”
เมื่อเห็นฉัน ก็พยายามที่จะพูดกับฉันด้วยเสียงอับแหบพร่า “พ่อไม่กล้าแก่ เกรงว่าถ้าพ่อแก่แล้ว ลูกจะไม่มีพ่อให้ช่วยเหลือ ไม่มีพ่อให้รัก แต่พ่อก็แก่แล้วจริงๆ”
ที่แท้ หลายปีที่ผ่านมา พ่อพยายามบอกตัวเองว่ายังไม่แก่ เพื่อให้ตนเองรู้สึกว่ายังหนุ่มอยู่ หาเงินให้ฉันใช้จ่าย หาเงินให้ฉันเรียน ให้ความรักแก่ฉันอย่างไม่เคยขาดพร่อง
พ่อพยายามไม่ให้ฉันเป็นห่วง ว่าพ่อแก่ชราแล้ว
แต่ฉันนี่สิ เนรคุณไม่รู้ความ ฉันไม่รู้ว่าพ่อทำไมต้องลำบากตรากตรำ ทุกครั้งที่พ่อบอกฉันว่า “พ่อยังหนุ่มอยู่” ฉันแอบรู้สึกว่าพ่อไม่ยอมรับความจริง
มาถึงวันนี้ พ่อที่นอนอยู่บนเตียง แก่ชราดั่งไม้เก่าที่ผุกร่อน
“พ่อคะ หนูขอโทษ”
Wednesday, August 27, 2014
ต้องแจ้ง กรณีนำเงิน เข้า*เอาออก จากสิงคโปร์ เกิน 20000 เหรียญสิงคโปร์ (หรือเทียบเท่า)
ผู้ที่เดินทางเข้าออกสิงคโปร์ ต้องแจ้ง (declare) กรณีนำเงิน เข้า*เอาออก จากสิงคโปร์ ที่มีเงินเข้า / ออก มากกว่า 20000 เหรียญสิงคโปร์ (เทียบเท่า) กฎนี้รวมทุกอย่าง ไม่ว่า จะเป็นเงินสด เช็คเดินทาง ทั้งนี้ กฎนี้ มีเพื่อตรวจสอบการไหลเงินของผู้ก่อการร้าย และ อาชญากรต่าง ๆ
ทั้งนี้ อเมริกา ออสเตรเลีย และ นิวซีแลนด์ มีกฎที่ต้องแจ้ง เมื่อนำ เงิน เข้า*เอาออก จากประเทศนั้น ที่มีการนำเงินเข้า / ออก มากกว่า 10000 เหรียญของเงินประเทศนั้น (เทียบเท่า)
Each traveler needs to declare to the authorities if you carry more than S$20,000 in or out of Singapore (equivalent amount). This starts from September 01, 2014.
Well, United States, Australia and New Zealand are $10,000 thresholds that each traveler needs to declare.
ทั้งนี้ อเมริกา ออสเตรเลีย และ นิวซีแลนด์ มีกฎที่ต้องแจ้ง เมื่อนำ เงิน เข้า*เอาออก จากประเทศนั้น ที่มีการนำเงินเข้า / ออก มากกว่า 10000 เหรียญของเงินประเทศนั้น (เทียบเท่า)
Each traveler needs to declare to the authorities if you carry more than S$20,000 in or out of Singapore (equivalent amount). This starts from September 01, 2014.
Well, United States, Australia and New Zealand are $10,000 thresholds that each traveler needs to declare.
Thursday, August 21, 2014
龜苓膏 ไม่ใช่เฉาก๊วย ??
龜苓膏 ไม่ใช่เฉาก๊วย
# Summer snacks including guiling
guiling is traditional medicine with a long history, legend, initially was exclusively for the Emperor in Qing dynasty palace food expensive drugs. It mainly with rare turtle of the olecranon and smilax glabra as raw materials, with licorice, formed along with drugs such as Habitat. Is generally solidified cream, jelly, or hot drinks.
#消夏小食大搜羅 龜苓膏
龜苓膏是歷史悠久的傳統藥膳,相傳最初是清宮中專供皇帝食用的名貴藥物。它主要以名貴的鷹嘴龜和土茯苓為原料,以甘草,再配生地等藥物精製而成。一般呈凝 固的膏狀,似涼粉,也可熱飲。其性溫和,不涼不燥,老少皆宜,具有清熱去濕,旺血生肌,滋陰補腎,養顏提神等功效,因而倍受人們喜愛,暢銷中外。
夏天食用龜苓膏時,可隨意搭配入蜂蜜、鮮牛奶、優酪乳、紅豆羹、椰汁等製成龜苓膏甜品或飲料。
Wikipedia::
เฉาก๊วย หรือ หญ้าเฉาก๊วย (xiancao (仙草, 仙人草, 仙草舅, 涼粉草) ใน ภาษาจีนกลาง, sian-chháu ในภาษาจีนไต้หวัน, leung fan cao (涼粉草) ใน ภาษาจีนกวางตุ้ง sương sáo ใน ภาษาเวียดนาม)
ลิเบีย:: รู้แล้วจะอึ้ง!!! ทำไมต้องสังหาร"กอซซาฟี" ???
อาลัย‘กอซซาฟี’และ เหตุผลการล่าสังหาร‘กอซซาฟี’ เรื่องบางอย่างที่คุณไม่เคยรู้ เกี่ยวกับ กอซซาฟี่
หากจะเทียบความโชคดีของประชาชนในประเทศต่างๆโดยวัดจากสวัสดิการที่รัฐบาลให้แก่ประชาชนแล้ว ชาวลิเบียน่าจะเป็นประชาชนที่โชคดีที่สุด
เพราะอะไรหรือครับ?
หากจะเทียบความโชคดีของประชาชนในประเทศต่างๆโดยวัดจากสวัสดิการที่รัฐบาลให้แก่ประชาชนแล้ว ชาวลิเบียน่าจะเป็นประชาชนที่โชคดีที่สุด
เพราะอะไรหรือครับ?
คำตอบก็คือ ชาวลิเบียทั้งหมดใช้ไฟฟ้าฟรีเนื่องจากไม่มีการเก็บค่าไฟฟ้าในลิเบีย
ธนาคารในลิเบียเป็นของรัฐและกฎหมายกำหนดให้ประชาชนกู้เงินโดยปลอดดอกเบี้ย ประชาชนลิเบียจึงกู้เงินโดยไม่เสียดอกเบี้ย
การมีบ้านเป็นของตนเองถือเป็นสิทธิมนุษยชนในลิเบีย
คู่แต่งงานใหม่ทุกคู่ในลิเบียจะได้รับเงินจากรัฐบาลเป็นเงิน 60,000 ดีนาร์ (ประมาณ 1,500,000 บาท) เพื่อซื้อบ้านหลังแรกเป็นการเริ่มต้นครอบครัว
ประชาชนลิเบียได้รับการศึกษาและการรักษาพยาบาลโดยไม่คิดมูลค่า ก่อนหน้าสมัยพันเอกมุอัมมาร์ กอซซาฟี เป็นผู้นำ ลิเบียมีผู้อ่านออกเขียนได้เพียง 25% แต่ปัจจุบันลิเบียมีผู้อ่านออกเขียนได้เพิ่มขึ้นจำนวน 83%
ชาวลิเบียคนใดที่ต้องการประกอบอาชีพเกษตรกรรมจะได้รับที่ดินทำการเกษตร บ้าน เครื่องมือการเกษตร เมล็ดพันธุ์พืชและพันธุ์สัตว์แบบให้เปล่าเพื่อเริ่มต้นอาชีพเกษตรกรรม
ถ้าชาวลิเบียคนใดไม่สามารถหาบริการทางด้านการศึกษาและการแพทย์ที่ตัวเองต้อง การ รัฐบาลจะจ่ายเงินให้และยังจัดสรรเงินอีกประมาณ 70,000 บาทเป็นค่าที่พักและค่าพาหนะอีกด้วย
ถ้าชาวลิเบียคนใดซื้อรถ รัฐบาลจะออกเงินให้ครึ่งหนึ่ง
ราคาน้ำมันรถยนต์ในลิเบียลิตรละประมาณ 5-6 บาท
ลิเบียไม่มีหนี้ภายนอก เงินสำรองของลิเบียมีอยู่ 1.5 แสนล้านดอลลาร์ทั่วโลกซึ่งขณะนี้ถูกอายัดโดยชาติมหาอำนาจ
ถ้าชาวลิเบียจบการศึกษาและไม่สามารถหางานทำ รัฐจะจ่ายเงินเดือนให้พอๆกับคนที่ทำงานจนกว่าจะหางานได้
เงินส่วนหนึ่งจากการขายน้ำมันของรัฐบาลจะถูกโอนเข้าบัญชีพลเมืองชาวลิเบียโดยตรง
ผู้หญิงลิเบียที่คลอดลูกจะได้รับเงิน 150,000 บาท
ขนมปัง 40 ก้อนในลิเบียราคาประมาณ 5 บาท
ปัจจุบันชาวลิเบีย 25% จบการศึกษาระดับมหาวิทยาลัย
กอซซาฟีเป็นผู้ทำโครงการชลประทานที่ใหญ่ที่สุดในโลกที่เรียกกันว่า
“โครงการแม่น้ำใหญ่ที่มนุษย์ทำขึ้น”
เพื่อส่งน้ำไปเลี้ยงผืนทะเลทรายทั่วประเทศ
ดังนั้น จึงไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรที่พันเอกมุอัมมาร์ กอซซาฟี จะปกครองประเทศลิเบียนานถึง 42 ปีโดยที่ไม่มีชาวลิเบียลุกขึ้นมาประท้วงผู้นำของตนว่าเป็นเผด็จการ
ในทางตรงข้าม ระหว่างวันที่ 1 กรกฎาคมถึงปลายเดือนสิงหาคม 2554 ซึ่งเป็นช่วงที่กองทัพนาโต้โจมตีลิเบียอย่างไร้เหตุผล ประชาชนชาวลิเบียตามเมืองต่างๆประมาณ 1.7 ล้านคนได้ออกมาเดินขบวนสนับสนุนผู้นำของตน แต่ภาพเหล่านี้กลับไม่ได้ถูกนำออกมาเผยแพร่ในตะวันตก
แต่สิ่งที่สื่อกระแสหลักของตะวันตกนำมาแพร่เพื่อลวงโลกก็คือ กอซซาฟีเป็นเผด็จการ ทั้งๆที่ก่อนกองทัพภาคีนาโต้จะโจมตีลิเบีย สหประชาชาติกำลังเตรียมที่จะมอบรางวัลให้แก่ประธานาธิบดีมุอัมมาร์ กอซซาฟี ในฐานะผู้สร้างความสำเร็จในด้านสิทธิมนุษยชน
ลิเบียผลิตน้ำมันดิบคุณภาพสูงและการผลิตน้ำมันของลิเบียมีต้นทุน 1 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล แต่ชาติตะวันตกซื้อไปกลั่นขายในตลาดโลกราคาบาร์เรลละหลายสิบหรือบางครั้งก็ เหยียบ 100 ดอลลาร์ กระนั้นก็ตาม สหภาพยุโรปและสหรัฐกลับเป็นหนี้ลิเบีย 200,000 ล้านดอลล่าร์สำหรับค่าน้ำมัน
ใน ค.ศ. 2012 สัมปทานการขุดเจาะน้ำมันของชาติตะวันตกจะหมดอายุลง และกอซซาฟีกล่าวว่าถ้าชาติตะวันตกไม่จ่ายหนี้ให้ลิเบีย เขาจะให้สัมปทานใหม่แก่บริษัทของจีนและรัสเซีย นี่เป็นอีกเหตุผลหนึ่งสำหรับจุดจบของกอซซาฟี
เหตุผลของการกำหนดเขตห้ามบินและการทิ้งระเบิดลิเบียมิใช่เพื่อคุ้มครอง พลเมืองลิเบียดังที่ชาติภาคีนาโต้กล่าวอ้าง แต่มันคือความเหี้ยมโหดของบริษัทน้ำมันและนายธนาคารโลกที่ต้องการปล้น ทรัพย์สินของลิเบียไปแก้ปัญหาการเงินที่กำลังเกิดขึ้นในสหรัฐและยุโรป
ทหารกบฏที่ไล่ล่ากอซซาฟีมิใช่ทหารลิเบีย แต่เป็นทหารรับจ้างจากสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์และกาตาร์ที่นาโต้ส่งเข้าไป เพราะกองกำลังนาโต้ไม่มีเหตุผลเพียงพอที่จะส่งทหารจากชาติภาคีของตนเข้าไป ปฏิบัติการในลิเบีย
แม้จะมั่งคั่งร่ำรวย แต่ลิเบียก็ไม่มีแสนยานุภาพทางทหารเพียงพอที่จะไปต่อกรกับกองทัพนาโต้ ยิ่งถ้าต่อสู้ บ้านเมืองก็มีแต่จะเสียหาย ผู้คนจะต้องบาดเจ็บและล้มตายอีกเป็นจำนวนมาก กอซซาฟีจึงได้แต่ถอยหนีเพื่อรักษาชีวิตประชาชนที่เขาดูแลมาตลอดเวลาที่ครอง อำนาจ และในที่สุดก็ต้องจบชีวิตลงอย่างน่าสงสาร
สิ้นผู้นำที่ชื่อว่ามุอัมมาร์ กอซซาฟีแล้ว ชาวลิเบียจะได้รับสวัสดิการเหมือนกับที่ตัวเองได้รับจากผู้นำคนเก่าหรือไม่ เป็นเรื่องที่หลายคนเริ่มสงสัย?
เหตุผลการล่าสังหาร ‘กอซซาฟี’
ไม่ใช่เรื่องธรรมดาที่ชาติมหาอำนาจตะวันตกจะร่วมกันลงขันหาทางสังหาร ประธานาธิบดีมุอัมมาร์ ก็อซซาฟี ผู้นำประเทศลิเบีย ที่เป็นชาติเล็กๆในแอฟริกาอย่างเอาเป็นเอาตาย เหมือนกับที่สหรัฐใช้เวลานับสิบปีและงบประมาณอีกหลายพันล้านดอลลาร์ตามฆ่า “บิน ลาดิน” เพียงคนเดียว
มีเหตุผลอะไรที่ทำให้ชาติตะวันตกพยายามเข่นฆ่าสังหารก็อซซาฟี?
ไม่ใช่เพราะกอซซาฟีเข่นฆ่าสังหารประชาชนของตนอย่างที่สื่อตะวันตกพยายามจะลวงชาวโลกแน่นอน
กอซซาฟีจะฆ่าประชาชนของตัวเองทำไม ในเมื่อเขาให้การศึกษา การรักษาพยาบาลแบบให้เปล่าแก่ประชาชน ไม่เพียงเท่านั้น หนุ่มลิเบียคนใดที่แต่งงานและยังไม่มีงานทำก็จะได้รับห้องพักอาศัยโดยไม่ ต้องเสียค่าเช่า ประชาชนลิเบียจึงไม่ได้ลุกขึ้นประท้วงเขาเหมือนในตูนิเซียและอียิปต์ก่อน หน้านั้น
แต่เหตุผลสำคัญที่ผู้นำชาติตะวันตกต้องการให้กอซซฟาฟีตายก็คือ
เขาต้องการปลดปล่อยชาติแอฟริกาให้พ้นจากการถูกกดขี่เอารัดเอาเปรียบโดยชาติตะวันตกนั่นเอง
ใน ค.ศ. 1992 ชาติต่างๆในทวีปแอฟริกา 45 ประเทศได้ตัดสินใจที่จะมีดาวเทียมเป็นของตัวเองเพื่อให้บริการสื่อสารโทร คมนาคมในแอฟริกา โครงการนี้ต้องใช้เงินถึง 500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และจำเป็นต้องจ่ายเงินทันที 400 ล้านดอลลาร์เพื่อให้โครงการเกิดขึ้น เดิมทีชาติแอฟริกาตัดสินใจจะไปกู้เงินจากกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) แต่ใน ค.ศ. 2007 ก็อซซาฟีได้อาสาเข้ามาเป็นผู้ให้ความช่วยเหลือรายใหญ่โดยจ่ายให้ 300 ล้านดอลลาร์ แน่นอนการสนับสนุนทางการเงินเช่นนี้เป็นการทำให้ไอเอ็มเอฟสูญเสียประโยชน์ จากดอกเบี้ยเงินกู้และการมีอิทธิพลในแอฟริกา
เหตุผลประการต่อมาก็คือ ประธานาธิบดีก็อซซาฟีต้องการที่จะสร้างสถาบันการเงินที่สำคัญ 3 แห่งขึ้นในแอฟริกา
1) สถาบันการเงินแรกคือ กองทุนการเงินแอฟริกา (African Monetary Fund) ซึ่งจะตั้งขึ้นใน ค.ศ. 2011 โดยมีสำนักงานใหญ่ในแคเมอรูน ถ้าสถาบันการเงินนี้เกิดขึ้นก็จะทำให้ชาติแอฟริกาไม่ต้องพึ่งพาอาศัยไอเอ็ม เอฟอีกต่อไป นั่นหมายความว่าไอเอ็มเอฟจะสูญเสียผลประโยชน์ในอนาคต
2)สถาบันการเงินแห่งที่สองที่จะตั้งขึ้นโดยความร่วมมือกันของชาติแอฟริกาภาย ใต้การนำและการสนับสนุนของก็อซซาฟีก็คือ ธนาคารกลางแอฟริกา (Central African Bank) ซึ่งจะมีสำนักงานใหญ่ในเมืองอาบูญาของไนจีเรีย สถาบันการเงินนี้จะทำให้ชาติแอฟริกาเลิกใช้สกุลเงินยุโรปและหันมามีสกุลเงิน กลางของตัวเอง
3)สถาบันการเงินแห่งที่สามที่จะเปิดคือ ธนาคารเพื่อการลงทุน (Bank of Investment) จะเปิดขึ้นในลิเบีย ธนาคารนี้จะควบคุมการลงทุนในแอฟริกา
ใครๆในโลกนี้ก็รู้ว่าชาติผิวขาวดูถูกและเอารัดเอาเปรียบ กดขี่ขูดรีดชนชาติผิวดำซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวแอฟริกามานานแล้ว ก็อซซาฟีจึงคิดที่จะปลดปล่อยชาติแอฟริกาให้พ้นจากกับดักของชาติตะวันตก ผู้นำชาติต่างๆในทวีปแอฟริกาจึงเห็นชอบร่วมกันในโครงการดังกล่าว แต่มหาอำนาจชาติยุโรปไม่ชอบด้วยเพราะตัวเองจะเสียประโยชน์
เหตุผลอีกประการที่ทำให้ประธานาธิบดีกอซซาฟีตกเป็นเป้าสังหารคือ
เขาต้องการที่จะรวมชาติต่างๆในแอฟริกาเป็นสหรัฐแอฟริกา (United States of Africa) เหมือนกับสหรัฐอเมริกา แน่นอนถ้าชาติแอฟริการวมตัวกันเมื่อใด แอฟริกาก็จะเป็นชาติใหญ่ที่มีอำนาจต่อรองมากขึ้นและถูกเอารัดเอาเปรียบน้อย ลง
จึงไม่ใช่เรื่องยากอะไรที่เราจะเข้าใจได้ว่าทำไมชาติมหาอำนาจของโลกจึงใช้ นโยบายแบ่งแยกแล้วปกครอง และแบ่งแยกแล้วทำลาย แน่นอน ใครคิดจะทำลายบ้านหลังใหญ่ที่มีความรักใคร่กลมเกลียวกันก็ต้องหาทางให้คนใน บ้านหลังนั้นทะเลาะกัน
ประการถัดไปก็คือ ทำให้คนในบ้านนั้นไร้การศึกษา เพื่อที่คนในบ้านหลังนั้นจะได้ไม่รู้เท่าทันเล่ห์เหลี่ยมของตน
สุดท้ายก็คือการตั้งผู้ปกครองเผด็จการขึ้นมาปกครองประเทศที่ตัวเองต้องการจะ ครอบงำและมีอิทธิพล เมื่อประชาชนในตูนิเซียและอียิปต์ลุกขึ้นประท้วงผู้ปกครองของตน ชาติตะวันตกต่างสนับสนุนผู้นำเผด็จการที่ตัวเองหนุนหลังให้สังหารประชาชน แต่ในกรณีของลิเบีย ประชาชนมิได้ประท้วงผู้นำของตน ชาติตะวันตกจึงสนับสนุนฝ่ายกบฏและร่วมกันสังหารประชาชนลิเบียเอง มิหนำซ้ำยังหน้าด้านอ้างว่าทำไปเพื่อมนุษยธรรมเสียอีก
ชาติยุโรปในสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ (NATO) กำลังจะล่มสลาย สหรัฐเองก็เป็นชาติที่มีหนี้สินมากที่สุดในโลก ด้วยความกังวลว่าจะสูญเสียแอฟริกา นางฮิลลารี คลินตัน รัฐมนตรีต่างประเทศของสหรัฐ อุตส่าห์เดินทางไปยังประเทศต่างๆในแอฟริกา เพื่อชักชวนชาติเหล่านั้นไม่ให้สนับสนุนกอซซาฟี ชักชวนพวกกบฏในลิเบียให้ไปเปิดสถานทูตของตัวเองในวอชิงตัน ไม่เพียงเท่านั้น ยังชักชวนให้ชาติแอฟริกาเลิกคบค้ากับจีนด้วย เพราะจีนและรัสเซียจะช่วยผลิตดาวเทียมให้แอฟริกานั่นเอง
(ฝรั่ง)ช่างสามานย์ไม่สร่างจริงๆ นับเป็นผู้ก่อการร้ายตัวจริง นักเลง อันธพาลของโลก
บทความโดยอาจารย์บรรจง บินกาซัน
หมายเหตุ :: บทความนี้แพร่หลายใน Facebook
:: post in ประชาชาติแห่งอิสลาม(Islamic Nations)
ธนาคารในลิเบียเป็นของรัฐและกฎหมายกำหนดให้ประชาชนกู้เงินโดยปลอดดอกเบี้ย ประชาชนลิเบียจึงกู้เงินโดยไม่เสียดอกเบี้ย
การมีบ้านเป็นของตนเองถือเป็นสิทธิมนุษยชนในลิเบีย
คู่แต่งงานใหม่ทุกคู่ในลิเบียจะได้รับเงินจากรัฐบาลเป็นเงิน 60,000 ดีนาร์ (ประมาณ 1,500,000 บาท) เพื่อซื้อบ้านหลังแรกเป็นการเริ่มต้นครอบครัว
ประชาชนลิเบียได้รับการศึกษาและการรักษาพยาบาลโดยไม่คิดมูลค่า ก่อนหน้าสมัยพันเอกมุอัมมาร์ กอซซาฟี เป็นผู้นำ ลิเบียมีผู้อ่านออกเขียนได้เพียง 25% แต่ปัจจุบันลิเบียมีผู้อ่านออกเขียนได้เพิ่มขึ้นจำนวน 83%
ชาวลิเบียคนใดที่ต้องการประกอบอาชีพเกษตรกรรมจะได้รับที่ดินทำการเกษตร บ้าน เครื่องมือการเกษตร เมล็ดพันธุ์พืชและพันธุ์สัตว์แบบให้เปล่าเพื่อเริ่มต้นอาชีพเกษตรกรรม
ถ้าชาวลิเบียคนใดไม่สามารถหาบริการทางด้านการศึกษาและการแพทย์ที่ตัวเองต้อง การ รัฐบาลจะจ่ายเงินให้และยังจัดสรรเงินอีกประมาณ 70,000 บาทเป็นค่าที่พักและค่าพาหนะอีกด้วย
ถ้าชาวลิเบียคนใดซื้อรถ รัฐบาลจะออกเงินให้ครึ่งหนึ่ง
ราคาน้ำมันรถยนต์ในลิเบียลิตรละประมาณ 5-6 บาท
ลิเบียไม่มีหนี้ภายนอก เงินสำรองของลิเบียมีอยู่ 1.5 แสนล้านดอลลาร์ทั่วโลกซึ่งขณะนี้ถูกอายัดโดยชาติมหาอำนาจ
ถ้าชาวลิเบียจบการศึกษาและไม่สามารถหางานทำ รัฐจะจ่ายเงินเดือนให้พอๆกับคนที่ทำงานจนกว่าจะหางานได้
เงินส่วนหนึ่งจากการขายน้ำมันของรัฐบาลจะถูกโอนเข้าบัญชีพลเมืองชาวลิเบียโดยตรง
ผู้หญิงลิเบียที่คลอดลูกจะได้รับเงิน 150,000 บาท
ขนมปัง 40 ก้อนในลิเบียราคาประมาณ 5 บาท
ปัจจุบันชาวลิเบีย 25% จบการศึกษาระดับมหาวิทยาลัย
กอซซาฟีเป็นผู้ทำโครงการชลประทานที่ใหญ่ที่สุดในโลกที่เรียกกันว่า
“โครงการแม่น้ำใหญ่ที่มนุษย์ทำขึ้น”
เพื่อส่งน้ำไปเลี้ยงผืนทะเลทรายทั่วประเทศ
ดังนั้น จึงไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรที่พันเอกมุอัมมาร์ กอซซาฟี จะปกครองประเทศลิเบียนานถึง 42 ปีโดยที่ไม่มีชาวลิเบียลุกขึ้นมาประท้วงผู้นำของตนว่าเป็นเผด็จการ
ในทางตรงข้าม ระหว่างวันที่ 1 กรกฎาคมถึงปลายเดือนสิงหาคม 2554 ซึ่งเป็นช่วงที่กองทัพนาโต้โจมตีลิเบียอย่างไร้เหตุผล ประชาชนชาวลิเบียตามเมืองต่างๆประมาณ 1.7 ล้านคนได้ออกมาเดินขบวนสนับสนุนผู้นำของตน แต่ภาพเหล่านี้กลับไม่ได้ถูกนำออกมาเผยแพร่ในตะวันตก
แต่สิ่งที่สื่อกระแสหลักของตะวันตกนำมาแพร่เพื่อลวงโลกก็คือ กอซซาฟีเป็นเผด็จการ ทั้งๆที่ก่อนกองทัพภาคีนาโต้จะโจมตีลิเบีย สหประชาชาติกำลังเตรียมที่จะมอบรางวัลให้แก่ประธานาธิบดีมุอัมมาร์ กอซซาฟี ในฐานะผู้สร้างความสำเร็จในด้านสิทธิมนุษยชน
ลิเบียผลิตน้ำมันดิบคุณภาพสูงและการผลิตน้ำมันของลิเบียมีต้นทุน 1 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล แต่ชาติตะวันตกซื้อไปกลั่นขายในตลาดโลกราคาบาร์เรลละหลายสิบหรือบางครั้งก็ เหยียบ 100 ดอลลาร์ กระนั้นก็ตาม สหภาพยุโรปและสหรัฐกลับเป็นหนี้ลิเบีย 200,000 ล้านดอลล่าร์สำหรับค่าน้ำมัน
ใน ค.ศ. 2012 สัมปทานการขุดเจาะน้ำมันของชาติตะวันตกจะหมดอายุลง และกอซซาฟีกล่าวว่าถ้าชาติตะวันตกไม่จ่ายหนี้ให้ลิเบีย เขาจะให้สัมปทานใหม่แก่บริษัทของจีนและรัสเซีย นี่เป็นอีกเหตุผลหนึ่งสำหรับจุดจบของกอซซาฟี
เหตุผลของการกำหนดเขตห้ามบินและการทิ้งระเบิดลิเบียมิใช่เพื่อคุ้มครอง พลเมืองลิเบียดังที่ชาติภาคีนาโต้กล่าวอ้าง แต่มันคือความเหี้ยมโหดของบริษัทน้ำมันและนายธนาคารโลกที่ต้องการปล้น ทรัพย์สินของลิเบียไปแก้ปัญหาการเงินที่กำลังเกิดขึ้นในสหรัฐและยุโรป
ทหารกบฏที่ไล่ล่ากอซซาฟีมิใช่ทหารลิเบีย แต่เป็นทหารรับจ้างจากสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์และกาตาร์ที่นาโต้ส่งเข้าไป เพราะกองกำลังนาโต้ไม่มีเหตุผลเพียงพอที่จะส่งทหารจากชาติภาคีของตนเข้าไป ปฏิบัติการในลิเบีย
แม้จะมั่งคั่งร่ำรวย แต่ลิเบียก็ไม่มีแสนยานุภาพทางทหารเพียงพอที่จะไปต่อกรกับกองทัพนาโต้ ยิ่งถ้าต่อสู้ บ้านเมืองก็มีแต่จะเสียหาย ผู้คนจะต้องบาดเจ็บและล้มตายอีกเป็นจำนวนมาก กอซซาฟีจึงได้แต่ถอยหนีเพื่อรักษาชีวิตประชาชนที่เขาดูแลมาตลอดเวลาที่ครอง อำนาจ และในที่สุดก็ต้องจบชีวิตลงอย่างน่าสงสาร
สิ้นผู้นำที่ชื่อว่ามุอัมมาร์ กอซซาฟีแล้ว ชาวลิเบียจะได้รับสวัสดิการเหมือนกับที่ตัวเองได้รับจากผู้นำคนเก่าหรือไม่ เป็นเรื่องที่หลายคนเริ่มสงสัย?
เหตุผลการล่าสังหาร ‘กอซซาฟี’
ไม่ใช่เรื่องธรรมดาที่ชาติมหาอำนาจตะวันตกจะร่วมกันลงขันหาทางสังหาร ประธานาธิบดีมุอัมมาร์ ก็อซซาฟี ผู้นำประเทศลิเบีย ที่เป็นชาติเล็กๆในแอฟริกาอย่างเอาเป็นเอาตาย เหมือนกับที่สหรัฐใช้เวลานับสิบปีและงบประมาณอีกหลายพันล้านดอลลาร์ตามฆ่า “บิน ลาดิน” เพียงคนเดียว
มีเหตุผลอะไรที่ทำให้ชาติตะวันตกพยายามเข่นฆ่าสังหารก็อซซาฟี?
ไม่ใช่เพราะกอซซาฟีเข่นฆ่าสังหารประชาชนของตนอย่างที่สื่อตะวันตกพยายามจะลวงชาวโลกแน่นอน
กอซซาฟีจะฆ่าประชาชนของตัวเองทำไม ในเมื่อเขาให้การศึกษา การรักษาพยาบาลแบบให้เปล่าแก่ประชาชน ไม่เพียงเท่านั้น หนุ่มลิเบียคนใดที่แต่งงานและยังไม่มีงานทำก็จะได้รับห้องพักอาศัยโดยไม่ ต้องเสียค่าเช่า ประชาชนลิเบียจึงไม่ได้ลุกขึ้นประท้วงเขาเหมือนในตูนิเซียและอียิปต์ก่อน หน้านั้น
แต่เหตุผลสำคัญที่ผู้นำชาติตะวันตกต้องการให้กอซซฟาฟีตายก็คือ
เขาต้องการปลดปล่อยชาติแอฟริกาให้พ้นจากการถูกกดขี่เอารัดเอาเปรียบโดยชาติตะวันตกนั่นเอง
ใน ค.ศ. 1992 ชาติต่างๆในทวีปแอฟริกา 45 ประเทศได้ตัดสินใจที่จะมีดาวเทียมเป็นของตัวเองเพื่อให้บริการสื่อสารโทร คมนาคมในแอฟริกา โครงการนี้ต้องใช้เงินถึง 500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และจำเป็นต้องจ่ายเงินทันที 400 ล้านดอลลาร์เพื่อให้โครงการเกิดขึ้น เดิมทีชาติแอฟริกาตัดสินใจจะไปกู้เงินจากกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) แต่ใน ค.ศ. 2007 ก็อซซาฟีได้อาสาเข้ามาเป็นผู้ให้ความช่วยเหลือรายใหญ่โดยจ่ายให้ 300 ล้านดอลลาร์ แน่นอนการสนับสนุนทางการเงินเช่นนี้เป็นการทำให้ไอเอ็มเอฟสูญเสียประโยชน์ จากดอกเบี้ยเงินกู้และการมีอิทธิพลในแอฟริกา
เหตุผลประการต่อมาก็คือ ประธานาธิบดีก็อซซาฟีต้องการที่จะสร้างสถาบันการเงินที่สำคัญ 3 แห่งขึ้นในแอฟริกา
1) สถาบันการเงินแรกคือ กองทุนการเงินแอฟริกา (African Monetary Fund) ซึ่งจะตั้งขึ้นใน ค.ศ. 2011 โดยมีสำนักงานใหญ่ในแคเมอรูน ถ้าสถาบันการเงินนี้เกิดขึ้นก็จะทำให้ชาติแอฟริกาไม่ต้องพึ่งพาอาศัยไอเอ็ม เอฟอีกต่อไป นั่นหมายความว่าไอเอ็มเอฟจะสูญเสียผลประโยชน์ในอนาคต
2)สถาบันการเงินแห่งที่สองที่จะตั้งขึ้นโดยความร่วมมือกันของชาติแอฟริกาภาย ใต้การนำและการสนับสนุนของก็อซซาฟีก็คือ ธนาคารกลางแอฟริกา (Central African Bank) ซึ่งจะมีสำนักงานใหญ่ในเมืองอาบูญาของไนจีเรีย สถาบันการเงินนี้จะทำให้ชาติแอฟริกาเลิกใช้สกุลเงินยุโรปและหันมามีสกุลเงิน กลางของตัวเอง
3)สถาบันการเงินแห่งที่สามที่จะเปิดคือ ธนาคารเพื่อการลงทุน (Bank of Investment) จะเปิดขึ้นในลิเบีย ธนาคารนี้จะควบคุมการลงทุนในแอฟริกา
ใครๆในโลกนี้ก็รู้ว่าชาติผิวขาวดูถูกและเอารัดเอาเปรียบ กดขี่ขูดรีดชนชาติผิวดำซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวแอฟริกามานานแล้ว ก็อซซาฟีจึงคิดที่จะปลดปล่อยชาติแอฟริกาให้พ้นจากกับดักของชาติตะวันตก ผู้นำชาติต่างๆในทวีปแอฟริกาจึงเห็นชอบร่วมกันในโครงการดังกล่าว แต่มหาอำนาจชาติยุโรปไม่ชอบด้วยเพราะตัวเองจะเสียประโยชน์
เหตุผลอีกประการที่ทำให้ประธานาธิบดีกอซซาฟีตกเป็นเป้าสังหารคือ
เขาต้องการที่จะรวมชาติต่างๆในแอฟริกาเป็นสหรัฐแอฟริกา (United States of Africa) เหมือนกับสหรัฐอเมริกา แน่นอนถ้าชาติแอฟริการวมตัวกันเมื่อใด แอฟริกาก็จะเป็นชาติใหญ่ที่มีอำนาจต่อรองมากขึ้นและถูกเอารัดเอาเปรียบน้อย ลง
จึงไม่ใช่เรื่องยากอะไรที่เราจะเข้าใจได้ว่าทำไมชาติมหาอำนาจของโลกจึงใช้ นโยบายแบ่งแยกแล้วปกครอง และแบ่งแยกแล้วทำลาย แน่นอน ใครคิดจะทำลายบ้านหลังใหญ่ที่มีความรักใคร่กลมเกลียวกันก็ต้องหาทางให้คนใน บ้านหลังนั้นทะเลาะกัน
ประการถัดไปก็คือ ทำให้คนในบ้านนั้นไร้การศึกษา เพื่อที่คนในบ้านหลังนั้นจะได้ไม่รู้เท่าทันเล่ห์เหลี่ยมของตน
สุดท้ายก็คือการตั้งผู้ปกครองเผด็จการขึ้นมาปกครองประเทศที่ตัวเองต้องการจะ ครอบงำและมีอิทธิพล เมื่อประชาชนในตูนิเซียและอียิปต์ลุกขึ้นประท้วงผู้ปกครองของตน ชาติตะวันตกต่างสนับสนุนผู้นำเผด็จการที่ตัวเองหนุนหลังให้สังหารประชาชน แต่ในกรณีของลิเบีย ประชาชนมิได้ประท้วงผู้นำของตน ชาติตะวันตกจึงสนับสนุนฝ่ายกบฏและร่วมกันสังหารประชาชนลิเบียเอง มิหนำซ้ำยังหน้าด้านอ้างว่าทำไปเพื่อมนุษยธรรมเสียอีก
ชาติยุโรปในสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ (NATO) กำลังจะล่มสลาย สหรัฐเองก็เป็นชาติที่มีหนี้สินมากที่สุดในโลก ด้วยความกังวลว่าจะสูญเสียแอฟริกา นางฮิลลารี คลินตัน รัฐมนตรีต่างประเทศของสหรัฐ อุตส่าห์เดินทางไปยังประเทศต่างๆในแอฟริกา เพื่อชักชวนชาติเหล่านั้นไม่ให้สนับสนุนกอซซาฟี ชักชวนพวกกบฏในลิเบียให้ไปเปิดสถานทูตของตัวเองในวอชิงตัน ไม่เพียงเท่านั้น ยังชักชวนให้ชาติแอฟริกาเลิกคบค้ากับจีนด้วย เพราะจีนและรัสเซียจะช่วยผลิตดาวเทียมให้แอฟริกานั่นเอง
(ฝรั่ง)ช่างสามานย์ไม่สร่างจริงๆ นับเป็นผู้ก่อการร้ายตัวจริง นักเลง อันธพาลของโลก
บทความโดยอาจารย์บรรจง บินกาซัน
หมายเหตุ :: บทความนี้แพร่หลายใน Facebook
:: post in ประชาชาติแห่งอิสลาม(Islamic Nations)
Tuesday, August 5, 2014
ToT บริการห่วย แถมโกงอีก
ที่บ้านติดเน็ต ToT จากศูนย์ ToT ธรรมศาสตร์รังสิต ระบบห่วย ระบบ Call Center สุดห่วย แถมโกงอีก ผมติดเน็ต วันที่ 5 แต่คิดเงินว่าติดวันที่ 2 ทำเรื่องร้องไปก็เงียบ ตอนนี้ ตัดเน็ตผมบ่อย เพราะผมจ่ายเงินช้า ติดเงินแค่สองสามพัน ทำเป็นติดมากมาย ตอนกรรมการ ToT เอาเงินเป็นล้านไปตีก๊อฟ Golf ไม่เป็นไร ลูกค้าติดเงินนิดหน่อย ทำนิสัยแย่ ๆ
วันที่ ToT คิดเงินผมหรือเปล่า ???
วันนี้ตัดขาด ToT อย่างสมบูรณ์แบบ
ศูนย์ ToT ธรรมศาสตร์รังสิตบริการดีพอควร แต่ยังไงก็สงสารเด็กธรรมศาสตร์รังสิต ที่ต้องใช้เน็ต ToT อย่างไม่มีทางเลือกไปใช้เน็ตบริษัทอื่น ๆ .. ผู้บริหารมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ศูนย์รังสิต ควรพิจารณาบริษัทอื่น ๆ เป็นทางเลือกด้วย ไม่ใช่ให้แต่ ToT
สรุปในภาพรวม ToT บริการห่วย แถมโกงอีก ปรับโครงสร้างหนี้คงไม่ช่วยให้รอดไปได้ ..
วันที่ ToT คิดเงินผมหรือเปล่า ???
วันนี้ตัดขาด ToT อย่างสมบูรณ์แบบ
ศูนย์ ToT ธรรมศาสตร์รังสิตบริการดีพอควร แต่ยังไงก็สงสารเด็กธรรมศาสตร์รังสิต ที่ต้องใช้เน็ต ToT อย่างไม่มีทางเลือกไปใช้เน็ตบริษัทอื่น ๆ .. ผู้บริหารมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ศูนย์รังสิต ควรพิจารณาบริษัทอื่น ๆ เป็นทางเลือกด้วย ไม่ใช่ให้แต่ ToT
สรุปในภาพรวม ToT บริการห่วย แถมโกงอีก ปรับโครงสร้างหนี้คงไม่ช่วยให้รอดไปได้ ..
Sunday, January 12, 2014
เหตุผลของการที่ต้องปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง !!!!
•ไม่อยากอยู่ในประเทศที่อันธพาลเป็นใหญ่
•ไม่อยากมีรัฐบาลที่ได้เสียงข้างมากด้วยการใช้กิเลสหนักๆเป็นตัวล่อ โดยไม่สนใจอนาคต (เพราะผลประโยชน์มหาศาลมันน่าสนใจกว่า)
•ไม่อยากเห็นคนจนต้องเป็นเหยื่อ ไม่ว่าจะเป็นเหยื่อของเงินตรา หรือเหยื่อของความรุนแรง (ซึ่งการชุมนุมของนปช.เราก็เห็นๆกันอยู่)
จะดีกว่าไหมถ้าท่านแก้ 1เรื่อง เพื่อไปแก้อีก 1เรื่อง โดยเรียงลำดับ
ถ้า ท่านมาเสริมการปฏิรูปก่อน การปฏิรูปจะเกิดขึ้นได้ในเวลาอันรวดเร็ว ด้วยพลังที่หลายๆท่านมี และในทางกลับกัน ด้วยพลังของพวกท่าน ก็สามารถคานความคิด จนเกิดส่วนผสมที่ลงตัวต่อการปฏิรูปได้
อย่าลืม!!
พระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
"ใน บ้านเมืองนั้น มีทั้งคนดีและคนไม่ดี ไม่มีใครจะทำให้คนทุกคนเป็นคนดีได้ทั้งหมด การทำให้บ้านเมืองมีความปรกติสุขเรียบร้อยจึงมิใช่การทำให้ทุกคนเป็นคนดี หากแต่อยู่ที่การส่งเสริมคนดี ให้คนดีได้ปกครองบ้านเมือง และควบคุมคนไม่ดีไม่ให้มีอำนาจ ไม่ให้ก่อความเดือดร้อนวุ่นวายได้"
*******
กรรมที่เกิดแก่ชาติบ้านเมือง
".. กรรมที่เกิดแก่ส่วนรวม คือเกิดแก่บ้านเมืองแก่ประเทศชาติ
ตามเหตุผลแล้วต้องเป็นกรรมของส่วนรวมของประเทศชาติ
ซึ่งมีเราทุกคนรวมอยู่เป็นหนึ่งแน่นอน
ยอมรับว่า ความร้อนของบ้านเมืองเรา
ซึ่งต้องเกิดแต่กรรมไม่ดีไม่งามแน่นอน
เราต้องเป็นหนึ่งในผู้ก่อกรรม
อันยังให้ความเดือดร้อนนั้นเกิด
ถ้าทุกคนหรือมากคน ยอมคิดได้เช่นนี้
...แล้วยอมแก้ไขด้วยการพยายามทำกุศลกรรม
คือทำดี ลดละการทำอกุศล คือทำไม่ดี
ให้เต็มสติปัญญาความสามารถ
ย่อมยังให้เกิดผลดีได้ มากคนคิดได้ มากคนทำดี
มากคนลดละเลี่ยงหลีกการทำความชั่ว การทำบาปอกุศล
ย่อมยังให้เกิดผลดีได้มากเป็นธรรมดา แก่ประเทศชาติ
ทำเหตุดีมาก ผลดีย่อมมาก แน่นอน .."
พระนิพนธ์ แสงส่องใจ
สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก
ศักดิ์ศรีตำรวจไทย?
ตาม พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๔๒ ได้ให้ความหมายไว้ว่า
ศักดิ์ศรี น. เกียรติศักดิ์ เช่น ประพฤติตนไม่สมศักดิ์ศรี.
อาชีพตำรวจ “ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์” เป็นอาชีพที่มีเกียรติในตัวเอง ตำรวจที่ดีจะต้องรู้จักรักษาศักดิ์ศรี เกียรติศักดิ์ของตนเอง “เกียรติศักดิ์รักของข้า มอบไว้แก่ตัว”
ประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณของตำรวจ พ.ศ. ๒๕๕๓ ได้กล่าวไว้ชัดเจน
สิ่งที่ทำให้ตำรวจต้องไร้ศักดิ์ศรี หลัก ๆ มาจากตำรวจเอง เพราะท่านต้องหาเงินส่งนาย (???) ทำให้ชาวบ้านเสื่อมศรัทธากับ การรับส่วย รับสินบน คุมซ่อง คุมบ่อน คุมวิน คุมหวย เป็นการหารายได้พิเศษอันมิชอบแล้วแบ่งปันกัน วิ่งเต้นซื้อตำแหน่ง ไม่รู้จักพอใจในฐานะหน้าที่ของตน ไม่รู้จักข่มใจตน ยอมตนตกเป็นทาสของความอยากมี อยากเป็น อยากได้ จึงทุจริตเพื่อหาเงินซื้อตำแหน่ง
ตำรวจมาเลเซียปฏิรูป ตามแผนปี 2020 เพิ่มเงินเดือน ห้ามรับสินบน ห้ามรับส่วย ห้ามยัดข้อหา อยากให้ตำรวจไทยปฏิรูปด้วย .. เพื่อให้ท่านเป็นที่พึ่งของประชาชน ไม่ใช่เป็นลูกเบี้ยของนักการเมืองโกงชาติ
ศักดิ์ศรี น. เกียรติศักดิ์ เช่น ประพฤติตนไม่สมศักดิ์ศรี.
อาชีพตำรวจ “ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์” เป็นอาชีพที่มีเกียรติในตัวเอง ตำรวจที่ดีจะต้องรู้จักรักษาศักดิ์ศรี เกียรติศักดิ์ของตนเอง “เกียรติศักดิ์รักของข้า มอบไว้แก่ตัว”
ประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณของตำรวจ พ.ศ. ๒๕๕๓ ได้กล่าวไว้ชัดเจน
สิ่งที่ทำให้ตำรวจต้องไร้ศักดิ์ศรี หลัก ๆ มาจากตำรวจเอง เพราะท่านต้องหาเงินส่งนาย (???) ทำให้ชาวบ้านเสื่อมศรัทธากับ การรับส่วย รับสินบน คุมซ่อง คุมบ่อน คุมวิน คุมหวย เป็นการหารายได้พิเศษอันมิชอบแล้วแบ่งปันกัน วิ่งเต้นซื้อตำแหน่ง ไม่รู้จักพอใจในฐานะหน้าที่ของตน ไม่รู้จักข่มใจตน ยอมตนตกเป็นทาสของความอยากมี อยากเป็น อยากได้ จึงทุจริตเพื่อหาเงินซื้อตำแหน่ง
ตำรวจมาเลเซียปฏิรูป ตามแผนปี 2020 เพิ่มเงินเดือน ห้ามรับสินบน ห้ามรับส่วย ห้ามยัดข้อหา อยากให้ตำรวจไทยปฏิรูปด้วย .. เพื่อให้ท่านเป็นที่พึ่งของประชาชน ไม่ใช่เป็นลูกเบี้ยของนักการเมืองโกงชาติ
ประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณของตำรวจ พ.ศ. ๒๕๕๓
(แนบท้ายกฎ ก.ตร. ว่าด้วยประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณของตำรวจ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๓) |
ด้วยสำนักงานตำรวจแห่งชาติมีอำนาจและหน้าที่ที่
สำคัญ ได้แก่ การรักษาความปลอดภัยสำหรับองค์พระมหากษัตริย์ พระราชินี
พระรัชทายาท ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ พระบรมวงศานุวงศ์ ผู้แทนพระองค์
และพระราชอาคันตุกะ และการรักษากฎหมายคุ้มครองชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน
รักษาความสงบเรียบร้อยของสังคม บริการชุมชนให้เกิดความร่มเย็น
ป้องกันและปราบปรามผู้กระทำผิดกฎหมาย
และดำเนินการเพื่อนำผู้กระทำผิดกฎหมายเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม
ดังนั้น เพื่อให้การปฏิบัติตามอำนาจหน้าที่ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติมีประสิทธิภาพ ประสิทธิผล และประชาชนมีความศรัทธาเชื่อมั่น จึงจำเป็นต้องกำหนดประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณของตำรวจ เป็นกรอบการประพฤติปฏิบัติของข้าราชการตำรวจให้มีคุณธรรม จริยธรรม และจรรยาบรรณที่ดีและเป็นมาตรฐาน |
ข้อ ๑ ประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณของตำรวจประกอบด้วย
ส่วนที่ ๑ มาตรฐานคุณธรรม และอุดมคติของตำรวจ เป็นเครื่องเหนี่ยวรั้งให้ข้าราชการตำรวจอยู่ในกรอบของศีลธรรมและคุณธรรม ขณะเดียวกันก็เป็นแนวทางชี้นำให้ข้าราชการตำรวจบรรลุถึงปณิธานของการเป็นผู้ พิทักษ์สันติราษฎร์ ส่วนที่ ๒ มาตรฐานทางจริยธรรมและจรรยาบรรณของตำรวจ ประกอบด้วย (๑) มาตรฐานทางจริยธรรมตำรวจ คือ คุณความดีที่เป็นข้อประพฤติตนและปฏิบัติหน้าที่ของข้าราชการตำรวจเพื่อให้ ประชาชนศรัทธา เชื่อมั่นและยอมรับ
(๒) จรรยาบรรณของตำรวจ คือ
ประมวลความประพฤติในการปฏิบัติหน้าที่ของวิชาชีพตำรวจที่ข้าราชการตำรวจต้อง
ยึดถือปฏิบัติ
เพื่อธำรงไว้ซึ่งศักดิ์ศรีและเกียรติภูมิของข้าราชการตำรวจและวิชาชีพตำรวจ
ข้อ ๒ ในประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณของตำรวจนี้ “การไม่เลือกปฏิบัติ” หมายความว่า การไม่ใช้ความรู้สึกพึงพอใจหรือไม่พึงพอใจส่วนตัวต่อบุคคลหรือกลุ่มบุคคล อันเนื่องมาจากชาติกำเนิด เพศ ศาสนาหรือความเชื่อ เชื้อชาติ สัญชาติ อายุ การศึกษา ความเห็นทางการเมืองหรือความเห็นอื่น ความนิยมทางเพศส่วนบุคคล ความพิการ สภาพร่างกาย จิตใจหรือสุขภาพ หรือสถานะทางเศรษฐกิจหรือสังคม “ประโยชน์” หมายความว่า เงิน ทรัพย์สิน บริการ ตำแหน่งหน้าที่การงานสิทธิประโยชน์ หรือประโยชน์อื่นใดหรือคำมั่นสัญญาที่จะให้หรือจะได้รับสิ่งดังกล่าวในอนาคต ด้วย “การทารุณหรือทารุณกรรม” หมายความว่า การปฏิบัติหรือกระทำใด ๆ ต่อร่างกายหรือจิตใจของบุคคล ในลักษณะที่โหดร้าย ไร้มนุษยธรรม หรือก่อให้เกิดความเจ็บปวดอย่างแสนสาหัส หรือดูถูกศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ข้อ ๓ ข้าราชการตำรวจต้องเคารพและปฏิบัติตามประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณของตำรวจ อย่างเคร่งครัด เมื่อตนได้ละเมิด ฝ่าฝืน หรือไม่ปฏิบัติตามประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณของตำรวจ จะต้องรายงานผู้บังคับบัญชาเป็นหนังสือทันที หากไม่แน่ใจว่าการที่ตนได้กระทำหรือตัดสินใจ หรือจะกระทำหรือจะตัดสินใจเป็นหรือจะเป็นการละเมิด ฝ่าฝืน หรือไม่ปฏิบัติตามประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณของตำรวจหรือไม่ ให้ข้าราชการตำรวจนั้นปรึกษาหารือผู้บังคับบัญชา หรือปรึกษากับศูนย์ให้คำปรึกษาแนะนำตามกฎ ก.ตร. ข้อ ๘ วรรคสาม |
|
ส่วนที่ ๑
มาตรฐานคุณธรรม และอุดมคติของตำรวจ ข้อ ๔ ข้าราชการตำรวจพึงยึดถือคุณธรรมสี่ประการตามพระบรมราโชวาทเป็นเครื่องเหนี่ยวรั้งในการประพฤติตนและปฏิบัติหน้าที่ ดังนี้ (๑) การรักษาความสัจ ความจริงใจต่อตัวเองที่จะประพฤติปฏิบัติแต่สิ่งที่เป็นประโยชน์และเป็นธรรม (๒) การรู้จักข่มใจตนเอง ฝึกตนเองให้ประพฤติปฏิบัติอยู่ในความสัจ ความดีเท่านั้น (๓) การอดทน อดกลั้น และอดออม ที่จะไม่ประพฤติล่วงความสัจสุจริต ไม่ว่าด้วยเหตุประการใด (๔) การรู้จักละวางความชั่ว ความทุจริต และรู้จักสละประโยชน์ส่วนน้อยของตนเพื่อประโยชน์ส่วนใหญ่ของบ้านเมือง ข้อ ๕ ข้าราชการตำรวจพึงยึดถืออุดมคติของตำรวจ ๙ ประการ เป็นแนวทางชี้นำการประพฤติตนและปฏิบัติหน้าที่เพื่อบรรลุถึงปณิธานของการ เป็นผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ ดังนี้ (๑) เคารพเอื้อเฟื้อต่อหน้าที่ (๒) กรุณาปราณีต่อประชาชน (๓) อดทนต่อความเจ็บใจ (๔) ไม่หวั่นไหวต่อความยากลำบาก (๕) ไม่มักมากในลาภผล (๖) มุ่งบำเพ็ญตนให้เป็นประโยชน์แก่ประชาชน (๗) ดำรงตนในยุติธรรม
(๘) กระทำการด้วยปัญญา
(๙) รักษาความไม่ประมาทเสมอชีวิต ข้อ ๖ ข้าราชการตำรวจพึงหมั่นศึกษาหาความรู้อยู่ตลอดเวลา เพื่อพัฒนาตนเองให้ทันโลกทันเหตุการณ์ และมีความชำนาญการในงานที่อยู่ในความรับผิดชอบ รวมทั้งต้องศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับกฎหมาย ระเบียบ ธรรมเนียมการปฏิบัติของส่วนราชการในกระบวนการยุติธรรมอื่นที่เกี่ยวข้องกับ หน้าที่และความรับผิดชอบของตน เพื่อสามารถประสานงานได้อย่างกลมกลืนแนบเนียน และเป็นประโยชน์ต่อราชการของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ส่วนที่ ๒ มาตรฐานทางจริยธรรมและจรรยาบรรณของตำรวจ (๑) มาตรฐานทางจริยธรรมของตำรวจ ข้อ ๗ ข้าราชการตำรวจต้องเคารพ ศรัทธา และยึดมั่นการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ซึ่งต้องประพฤติปฏิบัติ ดังนี้ (๑) จงรักภักดีและเทิดทูนพระมหากษัตริย์ พระราชินี และพระรัชทายาท และไม่ยอมให้ผู้ใดล่วงละเมิด (๒) สนับสนุนการเมืองประชาธิปไตยด้วยศรัทธา มีความเป็นกลางทางการเมือง ไม่เป็นผู้บริหารหรือกรรมการพรรคการเมือง และไม่กระทำการใด ๆ อันเป็นคุณหรือเป็นโทษแก่พรรคการเมือง หรือผู้สมัครรับเลือกตั้งทั้งในระดับชาติและท้องถิ่น ข้อ ๘ ข้าราชการตำรวจต้องเคารพสิทธิและเสรีภาพของประชาชนตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ และตามกฎหมายอื่นโดยเคร่งครัด โดยไม่เลือกปฏิบัติ
ข้อ ๙
ข้าราชการตำรวจต้องปฏิบัติหน้าที่อย่างมีประสิทธิภาพ
ประสิทธิผลและเกิดประโยชน์สูงสุด โดยคำนึงถึงประโยชน์ของทางราชการ ประชาชน
ชุมชน และประเทศชาติเป็นสำคัญ ซึ่งต้องประพฤติปฏิบัติ ดังนี้
(๑) ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรวดเร็ว กระตือรือร้น รอบคอบ โปร่งใส ตรวจสอบได้และเป็นธรรม (๒) ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความวิริยะอุตสาหะ ขยันหมั่นเพียร เสียสละ ใช้ปฏิภาณไหวพริบ กล้าหาญและอดทน (๓) ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรับผิดชอบ ความเต็มใจ ไม่ละทิ้งหน้าที่ ไม่หลีกเลี่ยงหรือปัดความรับผิดชอบ (๔) ดูแลรักษาและใช้ทรัพย์สินของทางราชการอย่างประหยัดคุ้มค่า โดยระมัดระวังมิให้เสียหายหรือสิ้นเปลืองเยี่ยงวิญญูชนจะพึงปฏิบัติต่อ ทรัพย์สินของตนเอง (๕) รักษาความลับของทางราชการ และความลับที่ได้มาจากการปฏิบัติหน้าที่ หรือจากประชาชนผู้มาติดต่อราชการ เว้นแต่เป็นการเปิดเผยเพื่อประโยชน์ในกระบวนการยุติธรรม หรือการตรวจสอบตามที่กฎหมาย กฎ ข้อบังคับ กำหนด ข้อ ๑๐ ข้าราชการตำรวจต้องมีจิตสำนึกของความเป็นผู้พิทักษ์สันติราษฎร์เพื่อให้ประชาชนศรัทธาและเชื่อมั่น ซึ่งต้องประพฤติปฏิบัติดังนี้ (๑) มีท่าทีเป็นมิตร มีมนุษยสัมพันธ์อันดี และมีความสุภาพอ่อนโยนต่อประชาชน ผู้รับบริการ รวมทั้งให้บริการประชาชนด้วยความเต็มใจ รวดเร็ว และไม่เลือกปฏิบัติ (๒) ปฏิบัติตนให้เป็นที่เชื่อถือไว้วางใจของประชาชน ไม่เบียดเบียน ไม่แสดงกริยาหรือท่าทางไม่สุภาพหรือไม่ให้เกียรติ รวมทั้งไม่ใช้ถ้อยคำ กริยา หรือท่าทาง ที่มีลักษณะหยาบคาย ดูหมิ่น หรือเหยียดหยามประชาชน
(๓) เอื้อเฟื้อ สงเคราะห์
และช่วยเหลือประชาชนเมื่ออยู่ในฐานะที่จำเป็นต้องได้รับความช่วยเหลือ
หรือประสบเคราะห์จากอุบัติเหตุ การละเมิดกฎหมาย หรือภัยอื่น ๆ
ไม่ว่าบุคคลนั้นจะเป็นผู้ต้องสงสัยหรือผู้กระทำผิดกฎหมายหรือไม่
(๔) ปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบว่าด้วยข้อมูลข่าวสารของทางราชการอย่างเคร่งครัด การให้ข้อมูลข่าวสารแก่ประชาชนที่ร้องขอ ต้องดำเนินการด้วยความรวดเร็ว ไม่ถ่วงเวลาให้เนิ่นช้า และไม่ให้ข้อมูลข่าวสารอันเป็นเท็จแก่ประชาชน ข้อ ๑๑ ข้าราชการตำรวจต้องมีความซื่อสัตย์ สุจริตและยึดมั่นในศีลธรรม โดยยึดประโยชน์ส่วนรวมเหนือประโยชน์ส่วนตน ซึ่งต้องประพฤติปฏิบัติ ดังนี้ (๑) ไม่ใช้ตำแหน่ง อำนาจหรือหน้าที่ หรือไม่ยอมให้ผู้อื่นใช้ตำแหน่ง อำนาจหรือหน้าที่ของตน แสวงหาประโยชน์สำหรับตนเองหรือผู้อื่น (๒) ไม่ใช้ตำแหน่ง อำนาจหรือหน้าที่ หรือไม่ยอมให้ผู้อื่นใช้ตำแหน่ง อำนาจหรือหน้าที่ของตน ไปในทางจูงใจหรือมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจ การใช้ดุลพินิจ หรือการกระทำของข้าราชการตำรวจหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐอื่น อันเป็นผลให้การตัดสินใจ การใช้ดุลพินิจ หรือการกระทำของผู้นั้นสูญเสียความเที่ยงธรรมและยุติธรรม (๓) ไม่รับของขวัญนอกเหนือจากโอกาสและกาลตามประเพณีนิยม และของขวัญนั้นต้องมีมูลค่าตามที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริต แห่งชาติประกาศกำหนดเว้นแต่ญาติซึ่งให้โดยเสน่หาตามจำนวนที่เหมาะสมตาม ฐานานุรูปหรือการให้โดยธรรมจรรยา (๔) ไม่ใช้เวลาราชการหรือทรัพย์ของราชการเพื่อธุรกิจหรือประโยชน์ส่วนตน (๕) ไม่ประกอบอาชีพเสริมซึ่งมีลักษณะเป็นผลประโยชน์ทับซ้อน หรือเป็น
การขัดกันระหว่างประโยชน์ส่วนตนกับประโยชน์ส่วนรวม
(๖) ดำรงชีวิตส่วนตัวไม่ให้เกิดมลทินมัวหมองต่อตำแหน่งหน้าที่ ไม่ทำผิดกฎหมายแม้เห็นว่าเป็นเรื่องเล็กน้อย ไม่หมกมุ่นในอบายมุขทั้งหลาย ไม่ฟุ้งเฟ้อหรูหรา และใช้จ่ายประหยัดตามฐานะแห่งตน ข้อ ๑๒ ข้าราชการตำรวจต้องภาคภูมิใจในวิชาชีพ กล้ายืนหยัดกระทำในสิ่งที่ถูกต้องดีงามเพื่อเกียรติศักดิ์และศักดิ์ศรีของ ความเป็นตำรวจ ซึ่งต้องประพฤติปฏิบัติ ดังนี้ (๑) ปฏิบัติหน้าที่อย่างตรงไปตรงมาตามครรลองของการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมี พระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ตามรัฐธรรมนูญและกฎหมายอย่างเคร่งครัด (๒) ไม่สั่งให้ผู้ใต้บังคับบัญชาปฏิบัติการในสิ่งที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายหรือขัดต่อคุณธรรมและศีลธรรม (๓) ไม่ปฏิบัติตามคำสั่งที่ตนรู้หรือควรจะรู้ว่าไม่ชอบด้วยกฎหมาย ในการนี้ให้ทักท้วงเป็นลายลักษณ์อักษรต่อผู้บังคับบัญชาผู้สั่ง (๔) ไม่เลี่ยงกฎหมาย ใช้หรือแนะนำให้ใช้ช่องโหว่ของกฎหมายเพื่อประโยชน์สำหรับตนเองหรือผู้อื่น หรือทำให้สูญเสียความเป็นธรรมในกระบวนการยุติธรรม ข้อ ๑๓ ในฐานะเป็นผู้บังคับบัญชา ข้าราชการตำรวจต้องประพฤติปฏิบัติ ดังนี้ (๑) ประพฤติปฏิบัติตนเป็นผู้นำและเป็นแบบอย่างที่ดี รวมทั้งเป็นที่ปรึกษาและที่พึ่งของผู้ใต้บังคับบัญชา (๒) หมั่นอบรมให้ผู้ใต้บังคับบัญชายึดถือปฏิบัติตามประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณ ว่ากล่าวตักเตือนด้วยจิตเมตตา และให้ความรู้เกี่ยวกับงานในหน้าที่
(๓)
ปกครองบังคับบัญชาด้วยหลักการและเหตุผลที่ถูกต้องตามทำนองคลองธรรม
ยอมรับฟังความคิดเห็น และไม่ผลักความรับผิดชอบให้ผู้ใต้บังคับบัญชา
(๔) ใช้หลักคุณธรรมในการบริหารงานบุคคลที่อยู่ในความรับผิดชอบ ของตนอย่างเคร่งครัด และปราศจากความลำเอียง ข้อ ๑๔ ?ในฐานะผู้ใต้บังคับบัญชาและเพื่อนร่วมงาน ข้าราชการตำรวจต้องประพฤติปฏิบัติ ดังนี้ (๑) เคารพเชื่อฟัง และปฏิบัติตามคำสั่งผู้บังคับบัญชาที่ชอบด้วยกฎหมาย (๒) รักษาวินัยและความสามัคคีในหมู่คณะ (๓) ปฏิบัติต่อผู้บังคับบัญชาและเพื่อนร่วมงานด้วยความสุภาพมีน้ำใจ รักใคร่สมานฉันท์ และมีมนุษยสัมพันธ์ รวมทั้งรับฟังความคิดเห็นของเพื่อนร่วมงาน (๔) อุทิศตนเอง ไม่หลีกเลี่ยงหรือเกี่ยงงาน ร่วมมือร่วมใจปฏิบัติหน้าที่โดยยึดความสำเร็จของงานและชื่อเสียงของหน่วย เป็นที่ตั้ง ข้อ ๑๕ ข้าราชการตำรวจต้องปฏิบัติตามค่านิยมหลักของมาตรฐานจริยธรรมสำหรับเจ้าหน้าที่ของรัฐ ตามที่ผู้ตรวจการแผ่นดินกำหนด ดังนี้ (๑) การยึดมั่นในคุณธรรมและจริยธรรม (๒) การมีจิตสำนึกที่ดี ซื่อสัตย์ สุจริต และรับผิดชอบ (๓) การยึดถือประโยชน์ของประเทศชาติเหนือกว่าประโยชน์ส่วนตน และไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อน (๔) การยืนหยัดทำในสิ่งที่ถูกต้อง เป็นธรรม และถูกกฎหมาย (๕) การให้บริการแก่ประชาชนด้วยความรวดเร็ว มีอัธยาศัย และไม่เลือกปฏิบัติ (๖) การให้ข้อมูลข่าวสารแก่ประชาชนอย่างครบถ้วน ถูกต้อง และ ไม่บิดเบือนข้อเท็จจริง
(๗) การมุ่งผลสัมฤทธิ์ของงาน รักษามาตรฐาน มีคุณภาพ โปร่งใส แ?ละตรวจสอบได้
(๘) การยึดมั่นในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (๙) การยึดมั่นในหลักจรรยาวิชาชีพขององค์การ (๒) จรรยาบรรณของตำรวจ ข้อ ๑๖ ข้าราชการตำรวจจะต้องสำนึกในการให้บริการประชาชนด้านอำนวยความยุติธรรม และความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญและสิทธิมนุษยชน เพื่อให้ประชาชนมีความเลื่อมใส เชื่อมั่นและศรัทธา ซึ่งต้องประพฤติปฏิบัติ ดังนี้ (๑) อำนวยความสะดวกแก่ประชาชนในการร้องทุกข์ กล่าวโทษ ขออนุญาต ขอข้อมูลข่าวสาร หรือติดต่อราชการอื่น ด้วยความเต็มใจ เป็นมิตร ไม่เลือกปฏิบัติ และรวดเร็ว เพื่อไม่ให้ประชาชนเสียสิทธิหรือเสรีภาพตามกฎหมาย (๒) สุภาพ อ่อนน้อม และให้เกียรติประชาชนเพื่อให้เกิดความน่าเคารพยำเกรง ไม่ใช้ถ้อยคำ กริยา หรือท่าทาง ที่มีลักษณะหยาบคาย ดูหมิ่น หรือเหยียดหยามประชาชน (๓) ในขณะปฏิบัติหน้าที่ ต้องดำรงตนให้อยู่ในสภาพที่พร้อมและเหมาะสมแก่การปฏิบัติหน้าที่ด้วยความน่าเชื่อถือและน่าไว้วางใจ (๔) พกพาอาวุธตามระเบียบแบบแผน ไม่จับหรือถืออาวุธ หรือเล็งอาวุธไปยังบุคคลโดยปราศจากเหตุอันสมควร (๕) พกพาเอกสารหรือตราประจำตัว และแสดงเอกสารหรือตราประจำตัวเมื่อมีบุคคลร้องขอ
ข้อ ๑๗ เมื่อเข้าจับกุมหรือระงับการกระทำผิด ข้าราชการตำรวจต้อง
ยึดถือและปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญและกฎหมายอย่างเคร่งครัด ซึ่งต้องประพฤติปฏิบัติดังนี้ (๑) แสดงถึงการอุทิศตนและจิตใจให้แก่การปฏิบัติหน้าที่อย่างกล้าหาญและมีสติปัญญา (๒) ยืนหยัดเจตนารมณ์ในการรักษากฎหมายให้ถึงที่สุด และดำเนินการตามกฎหมายต่อผู้กระทำความผิด ทั้งนี้ให้ระลึกเสมอว่าการใช้กฎหมายจะต้องคำนึงถึงหลักมนุษยธรรมด้วย (๓) ไม่ใช้มาตรการรุนแรง เว้นแต่การใช้มาตรการปกติ แล้วไม่เพียงพอ ที่จะหยุดยั้งผู้กระทำความผิดหรือผู้ต้องสงสัยได้ ข้อ ๑๘ ข้าราชการตำรวจต้องตระหนักว่า การใช้อาวุธ กำลัง หรือความรุนแรงเป็นมาตรการที่รุนแรงที่สุด ข้าราชการตำรวจอาจใช้อาวุธ กำลัง หรือความรุนแรง ได้ต่อเมื่อมีความจำเป็นภายใต้กรอบของกฎหมายและระเบียบแบบแผน หรือเมื่อผู้กระทำความผิดหรือผู้ต้องสงสัยใช้อาวุธต่อสู้ขัดขวางการจับกุม หรือเพื่อช่วยบุคคลอื่นที่อยู่ในอันตรายต่อชีวิต เมื่อมีการใช้อาวุธ กำลัง หรือความรุนแรง ไม่ว่าจะมีผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิตหรือไม่ ข้าราชการตำรวจต้องรายงานเป็นหนังสือต่อผู้บังคับบัญชาตามระเบียบแบบแผน ทันที ข้อ ๑๙ ในการรวบรวมพยานหลักฐาน การสืบสวนสอบสวน การสอบปากคำ หรือการซักถามผู้กระทำความผิด ผู้ต้องหา ผู้ที่อยู่ในความควบคุมตามกฎหมาย ผู้เสียหาย ผู้รู้เห็นเหตุการณ์ หรือบุคคลอื่น ข้าราชการตำรวจต้องแสดงความเป็นมืออาชีพโดยใช้ความรู้ความสามารถทางวิชาการ ตำรวจ รวมทั้งใช้ปฏิภาณไหวพริบและสติปัญญา เพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงและธำรงไว้ซึ่งความยุติธรรม ซึ่งต้องประพฤติปฏิบัติ ดังนี้ (๑) ไม่ทำการทารุณหรือทารุณกรรมต่อบุคคล หรือต่อบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้องสัมพันธ์กับบุคคลนั้น (๒) ไม่ใช้ จ้าง วาน หรือยุยงส่งเสริม หรือปล่อยปละละเลยให้มีการทารุณหรือทารุณกรรมต่อบุคคล หรือต่อบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้องสัมพันธ์กับบุคคลนั้น (๓) ไม่กระทำการข่มขู่หรือรังควาน หรือไม่ใช้อำนาจที่มิชอบ หรือแนะนำเสี้ยมสอนบุคคลให้ถ้อยคำอันเป็นเท็จหรือปรักปรำผู้อื่น (๔) ไม่กักขังหรือหน่วงเหนี่ยวบุคคลที่ยังไม่ได้ถูกจับกุมตามกฎหมาย เพื่อการสอบปากคำ (๕) ไม่ใช้อำนาจที่มิชอบเพื่อให้ได้มาซึ่งพยานหลักฐาน ข้อ ๒๐ ข้าราชการตำรวจต้องควบคุมดูแลบุคคลที่อยู่ในการควบคุมของตนอย่างเคร่งครัดตามกฎหมายและมีมนุษยธรรม ซึ่งต้องประพฤติปฏิบัติ ดังนี้ (๑) ไม่ผ่อนปรนให้บุคคลนั้นมีสิทธิหรือได้ประโยชน์โดยไม่ชอบด้วยกฎหมายและระเบียบแบบแผน (๒) ไม่รบกวนการติดต่อสื่อสารระหว่างบุคคลกับทนายความตามสิทธิแห่งกฎหมาย (๓) จัดให้บุคคลได้รับการรักษาพยาบาลหรือการดูแลทางการแพทย์ตามสมควรแก่กรณีเมื่อบุคคลนั้นมีอาการเจ็บป่วยหรือร้องขอ (๔) ไม่ควบคุมเด็กและเยาวชนร่วมกับผู้กระทำความผิดที่เป็นผู้ใหญ่หรือไม่คุมขัง ผู้หญิงร่วมกับผู้ชาย เว้นแต่เป็นกรณีที่มีกฎหมายและระเบียบแบบแผนอนุญาต ข้อ ๒๑ ข้อมูลข่าวสารที่ข้าราชการตำรวจได้มาจากการ ปฏิบัติหน้าที่ตามข้อ ๑๙ หรือจากการปฏิบัติหน้าที่อื่น ข้าราชการตำรวจจะต้องรักษาข้อมูลข่าวสารนั้นเป็นความลับอย่างเคร่งครัดเพราะ อาจเป็นอันตรายต่อผลประโยชน์หรือชื่อเสียง
ของบุคคล หรืออาจเป็นคุณหรือเป็นโทษทั้งต่อผู้เสียหายหรือผู้กระทำความผิด ข้า
ราชการตำรวจจะเปิดเผยข้อมูลนั้นได้ต่อเมื่อมีความจำเป็นต่อการปฏิบัติ
หน้าที่หรือเพื่อประโยชน์ในราชการตำรวจที่ชอบด้วยกฎหมาย
หรือเพื่อการดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรมเท่านั้น
-------------------------------------
ระเบียบสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
ว่าด้วย จรรยาบรรณของพนักงานสอบสวน พ.ศ.๒๕๔๔ ---------------------------------------------- ตามข้อบังคับกระทรวงมหาดไทย ที่ ๔/๒๔๙๙ ลงวันที่ ๑๓ ตุลาคม ๒๔๙๙ เรื่อง วางระเบียบการตำรวจเกี่ยวกับคดี ซึ่งในลักษณะ ๘ การสอบสวน บทที่ ๑ ได้วางระเบียบว่าด้วย หลักทั่วไปว่าด้วยการสอบสวนไว้เป็นทางปฏิบัติแล้ว นั้น เนื่องจาก สำนักงานตำรวจแห่งชาติตระหนักถึงความสำคัญของการสอบสวนคดีอาญาอันเป็นภารกิจ หลักในการอำนวยความยุติธรรมให้แก่ประชาชน โดยมีพนักงานสอบสวนเป็นผู้ปฏิบัติหน้าที่นี้ ซึ่งการดำเนินการจะต้องมีความโปร่งใส สุจริต รวดเร็ว เสมอภาค และเที่ยงธรรมอย่างแท้จริง จึงได้กำหนดเป็นนโยบายเน้นหนักมุ่งปรับปรุงงานอำนวยความยุติธรรมทางอาญา โดยยึดหลักการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชนตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ ควบคู่ไปกับการรักษาความสงบสุขของสังคม และพัฒนาพนักงานสอบสวนให้มีคุณธรรม จริยธรรม จรรยาบรรณที่เหมาะสมต่อการดำรงไว้ซึ่งบทบาทหน้าที่ ความรับผิดชอบขององค์กรต้นธารของกระบวนการยุติธรรมทางอาญา การที่พนักงานสอบสวนจะปฏิบัติหน้าที่ให้สัมฤทธิผลและมีแนวทางการดำรงตนตาม ครรลองที่ถูกต้องได้ดีเพียงใดนั้น จำเป็นต้องอาศัยเครื่องมือในลักษณะของจริยธรรม หรือจรรยาบรรณในการปฏิบัติงานของพนักงานสอบสวนที่กำหนดขึ้นเป็นพิเศษ นอกเหนือจากจริยธรรมของข้าราชการตำรวจโดยทั่วไป ประกอบกับรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๔๐ มาตรา ๗๗ ได้บัญญัติให้รัฐจัดทำมาตรฐานทางคุณธรรมและจริยธรรมของข้าราชการตำรวจ เพื่อป้องกันการทุจริตและประพฤติมิชอบและเสริมสร้างประสิทธิภาพในการปฏิบัติ หน้าที่แผนปฏิรูป
ระบบบริหารภาครัฐกำหนดให้มีการรณรงค์และส่งเสริมค่านิยมสร้างสรรค์และ
จรรยาบรรณวิชาชีพของเจ้าหน้าที่ของรัฐ
รวมทั้งหลักการของระบบบริหารกิจการบ้านเมืองและสังคมที่ดี
เพื่อการอยู่ร่วมกันในสังคมอย่างสงบสุข ยุติธรรม โปร่งใสและความมีส่วนร่วม
เกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน สำนักงานตำรวจแห่งชาติเห็นเป็นการสมควรปรับปรุง
พัฒนาจรรยาบรรณของพนักงานสอบสวนให้เป็นมาตรฐานเหมาะสมสอดคล้องกับปัจจัย
ต่างๆ และมีความชัดเจน
บังเกิดผลในการปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรมยิ่งขึ้นโดยอาศัยการมีส่วนร่วม
จากกระบวนการประชาสังคม
จึงสมควรแก้ไขระเบียบในเรื่องนี้เสียใหม่เพื่อเป็นหลักเกณฑ์ในการประพฤติ
ปฏิบัติของพนักงานสอบสวนควบคู่ไปกับอุดมคติของตำรวจ
เพื่อให้เกิดประโยชน์สุขแก่ประชาชนและสังคมส่วนรวม
อาศัยอำนาจตามความในข้อ ๓ แห่งข้อบังคับกระทรวงมหาดไทย ที่ ๔/๒๔๙๙ ลงวันที่ ๑๓ ตุลาคม ๒๔๙๙ ประกอบกับมาตรา ๘ แห่งพระราชกฤษฎีกาโอนกรมตำรวจ กระทรวงมหาดไทย ไปจัดตั้งเป็นสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.๒๕๔๑ ที่ให้อำนาจผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ยกเลิก แก้ไข เพิ่มเติม ประมวลระเบียบการตำรวจทั้งในส่วนที่เกี่ยวกับคดีและในส่วนที่ไม่เกี่ยวกับ คดีได้ จึงวางระเบียบไว้ดังต่อไปนี้ ข้อ ๑ ให้ยกเลิกความในลักษณะ ๘ การสอบสวน บทที่ ๑ ข้อ ๒๐๘ แห่งประมวลระเบียบการตำรวจเกี่ยวกับคดีเสียทั้งหมด และให้ใช้ความที่แนบท้ายระเบียบนี้แทน ข้อ ๒ ให้เพิ่มความที่แนบท้ายระเบียบนี้ เป็นบทที่ ๑๗ จรรยาบรรณของพนักงานสอบสวน ลักษณะ ๘ การสอบสวน แห่งประมวลระเบียบการตำรวจเกี่ยวกับคดี
ข้อ ๓ ให้ใช้ระเบียบนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป
ประกาศ ณ วันที่ ๓๑ พฤษภาคม พ.ศ.๒๕๔๔ (ลงชื่อ) พลตำรวจเอก พรศักดิ์ ดุรงควิบูลย์ (พรศักดิ์ ดุรงควิบูลย์) ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ
ลักษณะ ๘
การสอบสวน บทที่ ๑๗ จรรยาบรรณของพนักงานสอบสวน ------------------- ด้วยสำนักงานตำรวจแห่งชาติตระหนักถึงความสำคัญของการสอบสวนคดีอาญา อันเป็นภารกิจหลักในการอำนวยความยุติธรรมให้แก่ประชาชนโดยมีพนักงานสอบสวน เป็นผู้ปฏิบัติหน้าที่นี้ ซึ่งการดำเนินการจะต้องมีความโปร่งใส สุจริต รวดเร็ว เสมอภาคและเที่ยงธรรมอย่างแท้จริง โดยยึดหลักการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชน ตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญควบคู่ไปกับการรักษาความสงบสุขของสังคม และพัฒนาพนักงานสอบสวนให้มีคุณธรรม จริยธรรม จรรยาบรรณที่เหมาะสมต่อการดำรงไว้ซึ่งบทบาทหน้าที่ความรับผิดชอบขององค์กร ต้นธารของกระบวนการยุติธรรมทางอาญาที่พนักงานสอบสวนจะปฏิบัติหน้าที่ให้ สัมฤทธิผล จึงจำเป็นต้องกำหนดให้มีจรรยาบรรณของพนักงานสอบสวนเป็นกรอบและแนวทางในการ ประพฤติปฏิบัติควบคู่ไปกับ "อุดมคติของตำรวจ" ที่ได้กำหนดไว้แล้วในประมวลระเบียบการตำรวจไม่เกี่ยวกับคดี ลักษณะที่ ๑๖ ตามผนวก แนบท้าย เพื่อให้เกิดประโยชน์สุขแก่ประชาชนและสังคมส่วนรวม ไว้ดังต่อไปนี้ ข้อ ๑ ระเบียบนี้เรียกว่า "ระเบียบสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ว่าด้วยจรรยาบรรณของพนักงานสอบสวน พ.ศ.๒๕๔๔" ข้อ ๒ บรรดาระเบียบ ข้อบังคับ หรือคำสั่งอื่นใดในส่วนที่กำหนดไว้แล้ว ซึ่งขัดหรือแย้งกับระเบียบนี้ให้ใช้ระเบียบนี้แทน ข้อ ๓ จรรยาบรรณของพนักงานสอบสวน ที่ต้องประพฤติปฏิบัติควบคู่ไปกับอุดมคติของตำรวจตามผนวกแนบท้ายระเบียบนี้ เพื่อให้เกิดประโยชน์สุขแก่ประชาชนและสังคมส่วนรวม มีดังนี้
(๑) พนักงานสอบสวนต้องเคารพในสิทธิและเสรีภาพของประชาชนตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ
(๒) พนักงานสอบสวนต้องมีความซื่อสัตย์ สุจริต และยึดมั่นในศีลธรรม (๓) พนักงานสอบสวนต้องอำนวยความยุติธรรม ด้วยความรวดเร็ว ต่อเนื่อง โปร่งใส และเป็นธรรมโดยปราศจากอคติ (๔) พนักงานสอบสวนต้องกล้ายืนหยัดกระทำในสิ่งที่ถูกต้อง (๕) พนักงานสอบสวนพึงปฏิบัติหน้าที่ด้วยความวิริยะ อุตสาหะ เสียสละ และอดทน เพื่อประโยชน์แห่งการอำนวยความยุติธรรม (๖) พนักงานสอบสวนพึงมีมนุษยสัมพันธ์ที่ดี ด้วยความสุภาพอ่อนโยนมีไมตรีจิต และเต็มใจให้บริการประชาชน (๗) พนักงานสอบสวนพึงหมั่นศึกษาหาความรู้ และพัฒนาตนเองตลอดเวลา (๘) พนักงานสอบสวบพึงสำนึก และยึดมั่นในวิชาชีพการสอบสวน มีความภาคภูมิใจในศักดิ์ศรีและวิชาชีพของตนเอง ให้ผู้บังคับบัญชาของพนักงานสอบสวนทุกระดับชั้น ทำความเข้าใจและสอดส่องควบคุม ดูแล ให้พนักงานสอบสวนยึดถือประพฤติปฏิบัติตามหลักจรรยาบรรณของพนักงานสอบสวน อย่างแท้จริง เพื่อให้บังเกิดผลดีแก่ทั้งการปฏิบัติหน้าที่ของตน และสร้างความเป็นธรรมให้เกิดขึ้นแก่สังคม หากมีการละเลยหรือทำให้เห็นว่าพนักงานสอบสวนผู้ใดฝ่าฝืน ก็ให้ผู้บังคับบัญชาได้พิจารณาไปตามระเบียบแบบแผนของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และหากเข้าข่ายผิดวินัยก็ให้ดำเนินการในเรื่องวินัยด้วย (ผนวกแนบท้ายระเบียบสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ว่าด้วยจรรยาบรรณของพนักงานสอบสวน พ.ศ.๒๕๔๔ ลงวันที่ ๓๑ พฤษภาคม พ.ศ.๒๕๔๔)
อุดมคติของตำรวจ
เคารพเอื้อเฟื้อต่อหน้าที่ กรุณาปรานีต่อประชาชน อดทนต่อความเจ็บใจ ไม่หวั่นไหวต่อความยากลำบาก ไม่มักมากในลาภผล บำเพ็ญประโยชน์แก่ประชาชน ดำรงตนในยุติธรรม กระทำการด้วยปัญญา รักษาความไม่ประมาทเสมอชีวิต *********************
จรรยาบรรณของพนักงานสอบสวน พ.ศ.๒๕๔๔
ข้อกำหนด ข้อ ๑ พนักงานสอบสวนต้องเคารพในสิทธิ และเสรีภาพของประชาชนตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ แนวทางปฏิบัติ - ต้องศึกษา ทำความเข้าใจกฎหมายและบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ ถึงสิทธิและเสรีภาพของประชาชนอย่างถ่องแท้ - ต้องแจ้งสิทธิตามกฎหมายให้ผู้ที่เกี่ยวข้องทราบ - ปลูกจิตสำนึกของพนักงานสอบสวนให้ตระหนักในหน้าที่ ต้องเคารพในสิทธิและเสรีภาพของ ประชาชนตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญโดยผู้บังคับบัญชาให้การอบรมเป็นประจำ - ให้พนักงานสอบสวนมีบทบาทในการประชาสัมพันธ์ ให้ความรู้ในเรื่องสิทธิตามบทบัญญัติแห่ง รัฐธรรมนูญ ข้อกำหนด ข้อ ๒ พนักงานสอบสวนต้องมีความซื่อสัตย์ สุจริต และยึดมั่นในศีลธรรม แนวทางปฏิบัติ - การปฏิบัติหน้าที่ต้องอยู่บนพื้นฐานของความสุจริต ตรงไปตรงมา ไม่มุ่งหวังหรือแสวงหาประโยชน์อันมิควรได้จากการปฏิบัติงาน ไม่ว่าจะด้วยการเรียกร้อง แสดงท่าทีหรือกิริยาอาการอื่นใด และสามารถตรวจสอบได้ - ไม่พยายามหลีกเลี่ยงหรือแสวงหาช่องว่างของกฎหมายเพื่อกระทำสิ่งที่ไม่ถูกต้อง - มีจิตสำนึกในการปฏิบัติงานในกรอบของศีลธรรมตามหลักศาสนา
ข้อกำหนด
ข้อ ๓ พนักงานสอบสวนต้องอำนวยความยุติธรรม ด้วยความรวดเร็ว ต่อเนื่อง โปร่งใส และเป็นธรรมโดยปราศจากอคติ แนวทางปฏิบัติ - ต้องปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเป็นกลาง ไม่เข้ากับฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง - ให้บริการแก่ประชาชนด้วยความรวดเร็ว อย่างเสมอภาคและเป็นธรรม ตามลำดับขั้นตอนภายในระยะเวลาที่ ตร.กำหนด - ต้องเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้าตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ได้ด้วยความเต็มใจ ข้อกำหนด ข้อ ๔ พนักงานสอบสวนต้องกล้ายืนหยัดกระทำในสิ่งที่ถูกต้อง แนวทางปฏิบัติ - ต้องปฏิบัติหน้าที่โดยยึดมั่นในความถูกต้อง ดีงาม และชอบธรรม - ต้องปฏิบัติหน้าที่โดยยึดหลักวิชาและจรรยาวิชาชีพ - ต้องปฏิบัติหน้าที่โดยไม่เกรงกลัวต่ออิทธิพลใดๆ ข้อกำหนด ข้อ ๕ พนักงานสอบสวนพึงปฏิบัติหน้าที่ด้วยความวิริยะ อุตสาหะ เสียสละ และอดทน เพื่อประโยชน์แห่งการอำนวยความยุติธรรม แนวทางปฏิบัติ - ปฏิบัติงานในหน้าที่ด้วยความรับผิดชอบ และอุทิศตนทุ่มเทสติปัญญา
ความรู้ความคิดที่มีอยู่ให้กับงานอย่างเต็มที่
- ปฏิบัติงานในหน้าที่โดยมีจิตสำนึกและหลักการตามกฎหมายเพื่อประโยชน์แห่งการอำนวยความยุติธรรม - ปลูกฝังจิตสำนึกพนักงานสอบสวนในเรื่องการเสียสละ อดทนและความรับผิดชอบในหน้าที่ ข้อกำหนด ข้อ ๖ พนักงานสอบสวนพึงมีมนุษยสัมพันธ์ที่ดี ด้วยความสุภาพ อ่อนโยน มีไมตรีจิต และเต็มใจให้บริการประชาชน แนวทางปฏิบัติ - พนักงานสอบปฏิบัติหน้าที่และให้บริการประชาชนด้วยความเป็นธรรม เอื้อเฟื้อมีน้ำใจและใช้กิริยาวาจาที่สุภาพ อ่อนโยน โดยมีจิตสำนึกการให้บริการประชาชน - เต็มใจแนะนำ ช่วยเหลือในการบริการประชาชนเสมือนญาติ ข้อกำหนด ข้อ ๗ พนักงานสอบสวนพึงหมั่นศึกษาหาความรู้ และพัฒนาตนเองตลอดเวลา แนวทางปฏิบัติ - ศึกษาหาความรู้เพิ่มเติม พัฒนาตนให้มีความรู้ ความชำนาญทันต่อเหตุการณ์ - ขยันหมั่นเพียร ทำความเข้าใจต่อกฎหมายและระเบียบปฏิบัติและนำไปยึดถือปฏิบัติโดยเคร่งครัด
- มีความริเริ่ม สร้างสรรค์ พัฒนาการปฏิบัติงานให้ทันสมัยอยู่ตลอดเวลา
ข้อกำหนด ข้อ ๘ พนักงานสอบสวนพึงสำนึกและยึดมั่นในวิชาชีพการสอบสวน มีความภาคภูมิใจในศักดิ์ศรีและวิชาชีพของตนเอง แนวทางปฏิบัติ - ดำรงตนให้เหมาะสมกับการเป็นข้าราชการในกระบวนการยุติธรรม ด้วยการใช้ชีวิตที่เรียบง่าย ไม่ฟุ้งเฟ้อ อย่างมีเกียรติ มีศักดิ์ศรี มีหลักการ มีคุณธรรม เป็นที่ยอมรับนับถือของประชาชน - ปฏิบัติหน้าที่ในวิชาชีพการสอบสวนด้วยความมั่นคงและความภาคภูมิใจใน เกียรติคุณและศักดิ์ศรีของความเป็นพนักงานสอบสวน - ปฏิบัติงานด้วยจิตวิญญาณของพนักงานสอบสวนให้เป็นที่เชื่อถือและศรัทธาของประชาชน
วิสัยทัศน์ พันธกิจ และยุทธศาสตร์
ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ วิสัยทัศน์ (Vision) สำนักงานตำรวจแห่งชาติเป็นหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายที่ประชาชน ให้ความไว้วางใจ เชื่อมั่น ศรัทธา และบริการประชาชน พันธกิจ (Mission) ๑. ถวายความปลอดภัยองค์พระมหากษัตริย์และพระบรมวงศานุวงศ์ ๒. ให้บริการที่ดีโดยยึดประชาชนเป็นศูนย์กลางและชุมชนเป็นฐาน ๓. ป้องกันและควบคุมอาชญากรรมโดยส่งเสริมให้ประชาชน ชุมชน และท้องถิ่น มีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหา ๔. อำนวยความยุติธรรมโดยยึดหลักนิติธรรม ๕. รักษาความสงบเรียบร้อยและความมั่นคงของชาติด้วยการบริหารจัดการที่ดี ยุทธศาสตร์ (Strategies) ประกอบด้วย ๖ ยุทธศาสตร์ที่สำคัญ ดังนี้ ๑. ยุทธศาสตร์การให้บริการที่ดีแก่ประชาชนและชุมชน ๑.๑ กระจายบริการลงสู่ชุมชนและรักษาความสงบเรียบร้อย ในชุมชนอย่างทั่วถึง ๑.๑.๑ กระจายบริการลงสู่ชุมชนอย่างทั่วถึง ๑.๑.๒ ปรับระบบและวิธีการทำงานให้สั้นกระชับ สะดวก รวดเร็ว และเสร็จสิ้น ณ จุดบริการประชาชน (One stop/contact service)
๑.๑.๓ มีศูนย์บริการรับแจ้งเหตุ (One call center) ที่เชื่อมโยงเป็นเครือข่ายครอบคลุมทั่วประเทศ
๑.๒ บริการอย่างมืออาชีพและมีภาวะผู้นำ ๑.๒.๑ บริการประชาชนอย่างมีทักษะตามศาสตร์ของวิชาชีพตำรวจ (Police Science) ๑.๒.๒ บริการด้วยความโปร่งใสตรวจสอบได้ ๑.๒.๓ มีความพร้อมในการปฏิบัติและแก้ไขสถานการณ์ ด้วยความรัดกุมรอบคอบ ๑.๓ บริการด้วยความเป็นกลาง เสมอภาค และไม่เลือกปฏิบัติ ๑.๓.๑ ถือปฏิบัติตามจรรยาบรรณวิชาชีพตำรวจอย่างเคร่งครัด ๑.๓.๒ มีระบบการตรวจสอบการใช้ดุลยพินิจอย่างสม่ำเสมอ ๑.๔ บริการภายใต้กรอบกฎหมาย โดยคำนึงถึงสิทธิเสรีภาพ ส่วนบุคคล ๑.๔.๑ ปฏิบัติหน้าที่โดยยึดหลักนิติธรรม (Rule of law) หรือเจตนารมณ์ของกฎหมาย ๑.๕ บริการด้วยความสุภาพ เป็นมิตร และมีจิตวิญญาณของความเป็นผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ เพื่อปกป้องผู้บริสุทธิ์และทรัพย์สินสาธารณะ ๑.๕.๑ บริการด้วยความเต็มใจ กระตือรือร้น และมีจิตสำนึก ในการให้บริการ (Service Mind) ๑.๕.๒ ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต และบังคับใช้กฎหมายอย่างเสมอภาคเป็นธรรมโดยยึดมั่นอยู่ในอุดมคติของตำรวจ และปฏิบัติตามแบบธรรมเนียมอันดีงามของตำรวจ
๒. ยุทธศาสตร์การควบคุมอาชญากรรมให้อยู่ในระดับที่ไม่กระทบต่อการดำเนินชีวิตอย่างปกติสุขของประชาชน
๒.๑ ป้องกันและแก้ไขปัญหาอาชญากรรม โดยให้ประชาชน ชุมชน และท้องถิ่นมีส่วนร่วม ๒.๑.๑. การมีส่วนร่วมของประชาชน ชุมชน และท้องถิ่น ๒.๑.๑.๑ ส่งเสริมให้ประชาชนมีความรู้พื้นฐานในการป้องกันอาชญากรรม ๒.๑.๑.๒ วิเคราะห์และประชาสัมพันธ์สถานการณ์อาชญากรรมในชุมชนให้ประชาชนได้รับทราบเป็นประจำ ๒.๑.๑.๓ รณรงค์ให้ทุกภาคส่วนในสังคมร่วมเป็น พลังแผ่นดินในการป้องกันและแก้ไขปัญหาอาชญากรรม ๒.๑.๑.๔ ส่งเสริมให้มีการจัดกิจกรรมชุมชนเข้มแข็งเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาอาชญากรรมในชุมชน/หมู่บ้าน ๒.๑.๒ การพัฒนาระบบสายตรวจ ๒.๑.๒.๑ จัดระบบสายตรวจให้ปฏิบัติงานในเชิงรุกและมีผลในเชิงป้องปราม ๒.๑.๒.๒ มีความพร้อมที่จะไปถึงที่เกิดเหตุได้อย่างรวดเร็ว สามารถระงับเหตุ และให้บริการประชาชนได้ทันสถานการณ์ ๒.๒ สืบสวนปราบปรามอาชญากรรม ๒.๒.๑ สืบสวนปราบปรามอาชญากรรมทั่วไป ๒.๒.๑.๑ จัดระบบฐานข้อมูลชุมชนและข้อมูลท้องที่ ให้เป็นปัจจุบันไว้ใช้ในการสืบสวนปราบปราม ๒.๒.๑.๒ มีการบูรณาการการข่าวอาชญากรรมกันได้ระหว่างหน่วยงาน
๒.๒.๑.๓ มีความพร้อมที่จะเข้าเผชิญเหตุและแก้ไขสถานการณ์พิเศษได้ทันกาล
๒.๒.๒ สืบสวน ปราบปรามอาชญากรรมที่เป็นขบวนการหรือเครือข่าย ๒.๒.๒.๑ มียุทธศาสตร์ย่อยและแนวทางที่ชัดเจน (Roadmap) ในการสืบสวนปราบปรามอาชญากรรมที่เป็นขบวนการหรือเครือข่าย ๒.๒.๒.๒ จัดให้มีฐานข้อมูลอาชญากรรมในลักษณะเป็นเครือข่ายเชื่อมโยงกันอย่างเป็นระบบ ๒.๒.๒.๓ พัฒนาบุคลากรให้มีความรู้ ทักษะ และ ความชำนาญ/เชี่ยวชาญเฉพาะทางในการสืบสวนปราบปรามอาชญากรรม ที่เป็นขบวนการหรือเครือข่าย ๓. ยุทธศาสตร์การอำนวยความยุติธรรม ๓.๑ พัฒนาโครงสร้าง ระบบงาน และบุคลากรด้านการสอบสวน ๓.๑.๑ ให้มีโครงสร้างสายงานสอบสวนที่ชัดเจน ๓.๑.๒ ให้พนักงานสอบสวนมีความรู้และทักษะพื้นฐานในงาน นิติวิทยาศาสตร์ ๓.๑.๓ ให้พนักงานสอบสวนได้รับค่าตอบแทนที่เทียบเคียงได้กับข้าราชการฝ่ายอื่นในกระบวนการยุติธรรม ๓.๑.๔ ปรับสารบบและเนื้อหาในสำนวนการสอบสวนให้กระชับและชัดเจน ๓.๑.๕ นำระบบเทคโนโลยีสารสนเทศมาช่วยในการสอบสวน ๓.๑.๖ ติดตามผลสัมฤทธิ์ของการดำเนินคดีและการใช้ดุลยพินิจในการสอบสวน
๓.๒ พัฒนางานนิติวิทยาศาสตร์
๓.๒.๑ ปรับปรุงงานนิติวิทยาศาสตร์ให้มีมาตรฐานสูงขึ้นและเป็นที่ยอมรับโดยทั่วไป ๓.๒.๒ มีความพร้อมที่จะทำงานควบคู่กับพนักงานสอบสวน ๓.๓ บูรณาการกับหน่วยงานในกระบวนการยุติธรรม ๓.๓.๑ มียุทธศาสตร์ย่อยและแนวทางที่ชัดเจนในการบังคับใช้กฎหมายแบบบูรณาการ ๓.๓.๒ เชื่อมโยงระบบฐานข้อมูลการดำเนินคดีกับผู้กระทำผิด ในชั้นการสอบสวน การพิจารณาของอัยการ ศาล ราชทัณฑ์และหน่วยงานอื่น ๔. ยุทธศาสตร์ความมั่นคงของชาติ ๔.๑ การถวายความปลอดภัยองค์พระมหากษัตริย์และพระบรม วงศานุวงศ์ ๔.๑.๑ มียุทธศาสตร์ย่อยและแนวทางที่ชัดเจนในการถวายความปลอดภัย โดยถือเป็นภารกิจที่มีความสำคัญสูงสุด ๔.๑.๒ สร้างเอกภาพในการกำหนดแผนงาน การควบคุม และ การกำกับดูแล ๔.๑.๓ มีมาตรการในการถวายความปลอดภัยอย่างรัดกุมและ มีประสิทธิภาพ ๔.๑.๔ มีความพร้อมทางด้านบุคลากร ยานพาหนะ และเครื่องมือเครื่องใช้อื่น ๆ ๔.๑.๕ นำเทคโนโลยีที่เหมาะสมมาใช้ในการถวายความปลอดภัย ๔.๒ การอารักขา และรักษาความปลอดภัยบุคคลและสถานที่สำคัญ ๔.๒.๑ มียุทธศาสตร์ย่อยและแนวทางที่ชัดเจนในการอารักขาและรักษาความปลอดภัยบุคคลและสถานที่สำคัญ
๔.๒.๒ มีความพร้อมในด้านบุคลากร และเครื่องมือเครื่องใช้ต่าง ๆ
๔.๓ งานการข่าวเพื่อความมั่นคงของชาติ ๔.๓.๑ พัฒนางานการข่าวด้านความมั่นคง ๔.๓.๑.๑ มียุทธศาสตร์ย่อยและแนวทางที่ชัดเจนเพื่อให้ได้ข่าวกรองที่ถูกต้อง รวดเร็วและ ทันสถานการณ์ ๔.๓.๑.๒ พัฒนาบุคลากรสายการข่าวกรองให้มีความรู้ ทักษะและความชำนาญ/เชี่ยวชาญเฉพาะทาง ๔.๓.๒ จัดให้มีระบบการต่อต้านข่าวกรอง ๔.๓.๒.๑ มีความพร้อมในด้านบุคลากร และเครื่องมือเครื่องใช้ต่าง ๆ ๔.๓.๒.๒ พัฒนาบุคลากรให้มีทักษะและความพร้อมในการปฏิบัติงาน ๔.๔ งานความมั่นคงของชาติในหน้าที่ตำรวจ ๔.๔.๑ มียุทธศาสตร์ย่อยและแนวทางที่ชัดเจนในการบริหารจัดการเชิงบูรณาการในงานความมั่นคงของชาติ ๔.๔.๒ รักษาความสงบเรียบร้อยและสนับสนุนการเสริมสร้างหมู่บ้าน/ชุมชนเข้มแข็งป้องกันตนเองตามแนวชายแดน ๔.๔.๓ เฝ้าระวัง ตรวจสอบ สกัดกั้น และสืบสวนปราบปรามการลักลอบหลบหนีเข้าเมือง นำเข้าบุคคลและสิ่งผิดกฎหมายที่เป็นภัยต่อความมั่นคงของชาติ ๔.๔.๔ ต่อต้านการก่อการร้ายสากล ๔.๔.๕ ป้องกันปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติที่เกี่ยวกับความมั่นคง
๕. ยุทธศาสตร์การควบคุมการจราจรและการบริการสังคม
๕.๑ ควบคุมการจราจรให้สะดวกปลอดภัย ๕.๑.๑ มียุทธศาสตร์ย่อยและแนวทางที่ชัดเจนในการควบคุมการจราจร ๕.๑.๒ มีความพร้อมในด้านบุคลากรและเครื่องมือเครื่องใช้ต่าง ๆ ๕.๑.๓ ส่งเสริมให้ประชาชนมีความรู้พื้นฐานในการป้องกัน และลดอุบัติเหตุบนท้องถนน ๕.๑.๔ รณรงค์ให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาจราจร ๕.๒ บริการประชาชนและสังคมภายในอำนาจหน้าที่ตำรวจ ๕.๒.๑ มีความพร้อมที่จะให้ความช่วยเหลือแก่ประชาชน ที่ประสบอุบัติภัยและบริการสังคมภายในอำนาจหน้าที่ตำรวจ ๕.๒.๒ บริการและให้ความปลอดภัยแก่นักท่องเที่ยว ๖. ยุทธศาสตร์การบริหารจัดการที่ดี ๖.๑ พัฒนาผู้บริหารในระดับต่าง ๆ ให้มีทักษะการบริหารจัดการที่ดีและบูรณาการทั้งภายในหน่วยและหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง ๖.๑.๑ เน้นการทำงานอย่างมียุทธศาสตร์ มุ่งผลสำเร็จของงาน ๖.๑.๒ ปรับวิธีการทำงานในทุกระดับให้มียุทธศาสตร์ย่อยและแนวทางที่ชัดเจน (Roadmap) ๖.๑.๓ มีการวิเคราะห์และติดตามสถานการณ์อาชญากรรม และการดำเนินการตามยุทธศาสตร์แต่ละด้านอย่างสม่ำเสมอในทุกระดับ ๖.๒ ปรับโครงสร้างและระบบการบริหารงานในทุกระดับ ( ตร. บช. บก./ภ.จว. สน./สภ. ) ให้เหมาะสมกับสถานการณ์ในปัจจุบัน
๖.๒.๑
ให้มีความเชื่อมโยงในการบูรณาการระหว่างตำรวจท้องที่ (Area)
ซึ่งเป็นพื้นฐานที่สำคัญยิ่งของตำรวจ กับหน่วยงานเฉพาะหน้าที่หรือเฉพาะทาง
(Function) ในลักษณะการสนับสนุน/ต้นแบบ
๖.๒.๒ จัดให้มีชั้นการบังคับบัญชาที่สั้นลง (Flat Organization) มีความรวดเร็วในการตัดสินใจและการบริการประชาชน ๖.๓ พัฒนาระบบการบริหารงานบุคคล ๖.๓.๑ มีความเป็นธรรมในการให้ความดีความชอบและ ลงทัณฑ์ข้าราชการตำรวจ โดยจัดให้มีหลักเกณฑ์ที่ชัดเจนเทียบเคียงได้กับข้อกำหนดของ ก.พ. ๖.๓.๒ ปรับค่าตอบแทนและสวัสดิการให้เหมาะสมสอดคล้องกับ ค่าครองชีพที่เป็นปัจจุบันโดยเฉพาะข้าราชการตำรวจในระดับล่าง ๖.๓.๓ มีข้อมูลประวัติงานเฉพาะบุคคล (Profile) และมีการประเมินผลการปฏิบัติงานประจำเดือน เพื่อใช้เป็นฐานในการพิจารณาความชอบ อันจะทำให้บุคคลได้ใช้ศักยภาพให้เกิดประโยชน์ในการทำงาน ๖.๓.๔ ดำรงชีพอยู่ในความพอดีตามรูปแบบเศรษฐกิจพอเพียง ไม่ใช้จ่ายเกินฐานะ โดยให้ผู้บังคับบัญชาประพฤติปฏิบัติเป็นแบบอย่างที่ดี ๖.๓.๕ มีความพิถีพิถันในการสรรหาบุคคลที่มีคุณสมบัติเหมาะสมที่จะมาเป็นตำรวจที่ดี ๖.๔ พัฒนาการศึกษาและฝึกอบรม ๖.๔.๑ มียุทธศาสตร์ย่อยและแนวทางที่ชัดเจนในการให้การศึกษา อบรมข้าราชการตำรวจ ๖.๔.๒ ผลิตและพัฒนาบุคลากรให้ตรงกับความต้องการของหน่วยงานและงานที่ปฏิบัติบนพื้น ฐานแห่งศาสตร์ของวิชาชีพตำรวจ โดยให้สถาบันอุดมศึกษาเข้ามามีส่วนร่วม
๖.๔.๓ มีการฝึกอบรมอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอ เพื่อการเรียนรู้ตลอดชีวิต โดยนำเทคโนโลยีทางการศึกษามาใช้สนับสนุน
๖.๔.๔ สงเสริมจริยธรรมในการทำงานโดยจัดให้มีการอบรมคุณธรรมอย่างสม่ำเสมอ ๖.๕ งานข้อมูลข่าวสารและเทคโนโลยี ๖.๕.๑ จัดระบบสารสนเทศ ให้สามารถนำมาช่วยในการบริหารจัดการ และสนับสนุนการปฏิบัติงานได้อย่างถูกต้อง แม่นยำ ทันสมัย เชื่อถือได้ ๖.๕.๒ นำเทคโนโลยีมาใช้ในการสนับสนุนการป้องกันปราบปรามอาชญากรรม และการให้บริการประชาชนในทุกระดับในลักษณะศูนย์บริการ รับแจ้งเหตุ (One call center) ๖.๕.๓ พัฒนาบุคลากรให้มีความรู้ ทักษะและความชำนาญ/เชี่ยวชาญเฉพาะในการตรวจพิสูจน์หลักฐานทางเทคโนโลยีและ คอมพิวเตอร์ (Computer Forensics) ๖.๕.๔ สามารถบูรณาการกับหน่วยงานภายในและหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายอื่นโดยเฉพาะหน่วยงานในกระบวนการยุติธรรม ๖.๖ งานกฎหมายและระเบียบ ๖.๖.๑ ยกเลิกกฎหมายและระเบียบที่ล้าสมัย ขาดสภาพการบังคับใช้ ๖.๖.๒ ปรับปรุง แก้ไขกฎหมายและระเบียบที่เป็นอุปสรรคต่อการบริการประชาชน ให้เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน ๖.๖.๓ จัดให้มีกฎหมายและระเบียบที่เอื้อต่อการแก้ไขปัญหาอาชญากรรม และบริการประชาชน
๖.๗
จัดให้มียุทธศาสตร์ย่อยและแนวทางที่ชัดเจน รองรับสถานการณ์เฉพาะในรอบปี
เช่น วันเทศกาล และวันนักขัตฤกษ์ต่าง ๆ (วันปีใหม่ วันตรุษจีน
วันสงกรานต์ ฯลฯ)
๖.๗.๑ จัดให้มีหน่วยงานหลักเป็นเจ้าภาพในการบริหารจัดการเชิงบูรณาการตามยุทธศาสตร์ย่อยเพื่อรองรับสถานการณ์เฉพาะ ๖.๘ จัดให้มียุทธศาสตร์ย่อยและแนวทางที่ชัดเจน รองรับสถานการณ์พิเศษ เช่น การเลือกตั้ง การประชุมระดับนานาชาติต่างๆ ๖.๘.๑ จัดให้มีหน่วยงานหลักเป็นเจ้าภาพในการบริหารจัดการเชิงบูรณาการตามยุทธศาสตร์ย่อยเพื่อรองรับสถานการณ์พิเศษ |
Friday, January 3, 2014
สูตรลดน้ำหนัก ลดความอ้วน แบบไม่ต้องอดอาหาร
วันนี้ ขอแนะนำ สูตรลดน้ำหนัก ลดความอ้วน แบบไม่ต้องอดอาหาร
ลดเอว 1 นิ้วภายใน 5-10 วัน แบบง่าย ๆ ...
เตรียมมะละกอดิบ (มะละกอส้มตำ) ขนาดกลาง (ยาว 10-12นิ้ว) +น้ำผึ้ง+มะนาว(+พริก)
* สูตรนี้เหมาะสำหรับผู้มีสุขภาพดีแข็งแรง และ มีแรงตั้งใจสูงที่จะสู้เพื่อลดน้ำหนัก
1. ล้างมะละกอดิบให้สะอาด ปอกเปลือกออก (เก็บเปลือกไว้ต้มน้ำกินต่อไป)
สับมะละกอแบบเส้น ๆ แบบส้มตำ ให้มีขนาดเล็กที่สุด ทั้งหมด ทั้งลูก
2. ใส่น้ำผึ้ง ประมาณ 3 ช้อนโต๊ะ แล้วบีบน้ำมะนาวใส่อีก 3 ลูก ถ้าต้องการรสแซบ ให้เติมพริกได้ ผสมคลุกเคล้ากัน
3. กินให้หมด ระหว่างกินหาอะไรดูหรืออะไรทำเพลิน ๆ ก็ได้
4. เปลือกมะละกอ ยางมะละกอไม่ต้องล้างออก เอามาต้มน้ำ น้ำนี้จะขมมาก ควรใส่ใบชา หรือใบเตย เพื่อกลบกลิ่น ถ้ากินไม่หมดให้เอาเข้าตู้เย็น
กินแบบนี้ 4 วัน กินมะละกอดิบวันละลูก จะสามารถลดขนาดเอวได้ 1นิ้ว แนะนำให้เป็นอาหารเย็น
เมื่อได้ทำการลดน้ำหนักตามสูตรง่าย ๆ นี้แล้ว ต้องหยุดพักสักหลายวัน แล้วค่อยลดน้ำหนักต่อ เพื่อให้ร่างการได้ปรับตัว ให้แข็งแรง
สูตรลดน้ำหนัก ลดความอ้วน แบบไม่ต้องอดอาหาร เห็นผลอย่างรวดเร็ว มารู้ตัวอีกทีก็เริ่มผอมแล้ว ไม่แพง ทำได้เองที่บ้าน สะดวก ถูก แถมล้างพิษได้อีกเล็กน้อยด้วย ขอให้กำลังใจทุกคนที่ตั้งใจลดหุ่นลดพุง วิธีนี้มีประสิทธิภาพมากในการลดความอ้วนลดเอว ..อาหารมื้ออื่น ๆสามารถทานได้เหมือนเดิม แนะนำให้ลดอาหารที่ใส่น้ำมันพืชทุกชนิด (ยกเว้นน้ำมันมะพร้าว + น้ำมันหมูโอเค แต่ถ้างดได้ก็ยิ่งดี)
** สูตรลดน้ำหนักด้วยมะละกอดิบนี้ ท่านต้องไม่มีปัญหาในเรื่องเกี่ยวกับเลือด (โรคที่เกี่ยวกับเลือด) หากมีให้ค่อยเป็นค่อยไป โปรดปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อน
ขอบคุณสำหรับสูตรดี ๆ
ได้ผลยังไงมาบอกกันหน่อยเด้อ
+++++++++++++
ลดเอว 1 นิ้วภายใน 5-10 วัน แบบง่าย ๆ ...
เตรียมมะละกอดิบ (มะละกอส้มตำ) ขนาดกลาง (ยาว 10-12นิ้ว) +น้ำผึ้ง+มะนาว(+พริก)
* สูตรนี้เหมาะสำหรับผู้มีสุขภาพดีแข็งแรง และ มีแรงตั้งใจสูงที่จะสู้เพื่อลดน้ำหนัก
1. ล้างมะละกอดิบให้สะอาด ปอกเปลือกออก (เก็บเปลือกไว้ต้มน้ำกินต่อไป)
สับมะละกอแบบเส้น ๆ แบบส้มตำ ให้มีขนาดเล็กที่สุด ทั้งหมด ทั้งลูก
2. ใส่น้ำผึ้ง ประมาณ 3 ช้อนโต๊ะ แล้วบีบน้ำมะนาวใส่อีก 3 ลูก ถ้าต้องการรสแซบ ให้เติมพริกได้ ผสมคลุกเคล้ากัน
3. กินให้หมด ระหว่างกินหาอะไรดูหรืออะไรทำเพลิน ๆ ก็ได้
4. เปลือกมะละกอ ยางมะละกอไม่ต้องล้างออก เอามาต้มน้ำ น้ำนี้จะขมมาก ควรใส่ใบชา หรือใบเตย เพื่อกลบกลิ่น ถ้ากินไม่หมดให้เอาเข้าตู้เย็น
กินแบบนี้ 4 วัน กินมะละกอดิบวันละลูก จะสามารถลดขนาดเอวได้ 1นิ้ว แนะนำให้เป็นอาหารเย็น
เมื่อได้ทำการลดน้ำหนักตามสูตรง่าย ๆ นี้แล้ว ต้องหยุดพักสักหลายวัน แล้วค่อยลดน้ำหนักต่อ เพื่อให้ร่างการได้ปรับตัว ให้แข็งแรง
สูตรลดน้ำหนัก ลดความอ้วน แบบไม่ต้องอดอาหาร เห็นผลอย่างรวดเร็ว มารู้ตัวอีกทีก็เริ่มผอมแล้ว ไม่แพง ทำได้เองที่บ้าน สะดวก ถูก แถมล้างพิษได้อีกเล็กน้อยด้วย ขอให้กำลังใจทุกคนที่ตั้งใจลดหุ่นลดพุง วิธีนี้มีประสิทธิภาพมากในการลดความอ้วนลดเอว ..อาหารมื้ออื่น ๆสามารถทานได้เหมือนเดิม แนะนำให้ลดอาหารที่ใส่น้ำมันพืชทุกชนิด (ยกเว้นน้ำมันมะพร้าว + น้ำมันหมูโอเค แต่ถ้างดได้ก็ยิ่งดี)
** สูตรลดน้ำหนักด้วยมะละกอดิบนี้ ท่านต้องไม่มีปัญหาในเรื่องเกี่ยวกับเลือด (โรคที่เกี่ยวกับเลือด) หากมีให้ค่อยเป็นค่อยไป โปรดปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อน
ขอบคุณสำหรับสูตรดี ๆ
ได้ผลยังไงมาบอกกันหน่อยเด้อ
+++++++++++++
Thursday, December 12, 2013
สิว รอยตีนกา ลักยิ้ม pimple wrinkle dimple
วันนี้เรามาพูดเรื่องที่เกิดขึ้นบนใบหน้ากัน ..
นั่นคือ สิว รอยตีนกา ลักยิ้ม
สิว = pimple / pimply, acne, zit, pustule, papule, blackhead
รอยตีนกา = wrinkle
ลักยิ้ม = dimple
เริ่มกันด้วเรื่องสิว ๆ
สิวหัวช้าง = large pimple = large acne
สิวเสี้ยน = small pimple = small acne = come-do (อ่าน คอมมีโด)
สิวหัวดำ สิวหัวปิดนั้น เรียกว่า blackhead
สิวหัวแดง เรียกเป็๋น Red come-done
ส่วนตุ่ม คล้าย ๆ สิว สีขาว ๆ บนร่างกายโดยเฉพาะบนหน้า นั้น เรียกว่า white-head
papilla เป็นพวก"ตุ่ม หูด"
If you are stressed, you'll get pimples.
if you cry, you'll getwrinkles..
So, why don't you smile & get dimples
นั่นให้ข้อคิดเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดบนใบหน้า ว่า
If you are stressed, you get pimples
ถ้าเราเครียด เราจะได้สิว
if you cry, you'll getwrinkles..
ถ้าเราร้องไห้ เราจะได้รอยเหี่ยวย่นรอยตีนกา
So, why don't you smile & get dimples
แล้วทำไมเราไม่ยิ้มหล่ะ เพราะเราจะได้ลักยิ้ม
Saturday, December 7, 2013
อังกฤษที่พูดผิดบ่อย ..
จาก Slang A-hO-lic
โอ้ยย...เจ้าพ่อคุณทูลหัว จะพูดผิดกันไปถึงหน๊ายยยย!
โอ้ย นี่มันเรื่องเก่าเล่าใหม่ชัด ๆ กับภาษาอังกฤษแบบ Thailand Only! ที่คน ไทยพูดผิดตลอด แล้วยังหลง..คิดว่าตัวเองพูดถูกอีกนะ เวร(น่ารุมสะ)กรรมจริง ๆ ตลอดเวลาที่เขียนเพจมา แอดมินก็พยายามพูดแล้ว พูดอีก แต่ถึงยังไงก็ดี ผมก็ยังได้ยินคนไทยพูดประโยคเหล่านี้อยู่ตลอด เอาล่ะ ไม่เป็นไร เรามาทบทวนกันอีกซักรอบ Here we go!
------------------------------------
1. เลิกพูดได้และ Again please!
------------------------------------
โอ้ย รอบที่ 100 แล้วมั้งที่บอกว่า again please! ที่คนไทยพูดกันเนี่ย ฝรั่งไม่ เคยใช้เลยสักแอะ (ใครแม่งคิดฟะ) ลองคิดกันง่าย ๆ นะ again = อีกครั้ง , please คะ/ครับ สรุปแล้ว Again please? (อีกครั้งได้มั้ยคะ) - ตกลงคุณจะ สื่ออะไรล่ะครับ? นั่งอีกครั้ง? กินอีกครั้ง? ชิมอีกครั้ง? หรือจะนอนอีกครั้ง? - อ้ะ ผมรู้นะคุณคิดไรกันอยู่ 55+ จริง ๆ แล้วไอ้ again please ที่คนไทยพูดกัน เพื่อสื่อความหมายว่า "ขอโทษนะคะ พูดอีกทีได้มั้ย ฟังไม่ได้ยิน" ฝรั่งเค้าพูดว่า I'm sorry? (อะไรนะคะ) / Can you say that again? (พูดอีกทีได้มั้ย) / What was that? (เมื่อกี้ พูดว่าไรนะ) ตะหากเล่า วู้ววว
--------------------------------------------------
2. ฝรั่งขอโทษ อย่าไปพูด You're welcome.!
--------------------------------------------------
คนไทยหลายล้าน ชอบจำว่า You're welcome. แปลว่า ไม่เป็นไร พอฝรั่งพูด I'm sorry. (ขอโทษครับ) ดั้นนนไปพูด You're welcome. (ไม่เป็นไรค่ะ ด้วยความยินดี) - อะเห้ย! ผิดมหันต์เลยนะครับ You're welcome. เอาไว้ใช้เฉพาะ เวลามีคนขอบคุณเรา ซาบซึ้งเรา อย่างเช่น Thank you for doing that. (ขอบคุณที่ทำสิ่งนั้นให้นะ) เราถึงมีสิทธิ์พูดว่า You're welcome. (ยินดีจ้ะ) สรุปแล้วหากใครมาพูด I'm sorry. ใส่เราอย่างเช่น เค้าเดินชนเรา ตอบกลับไปว่า That's okay. หรือ It's okay. ก็พอครับ
-------------------------------------------------------------------
3. เลิกพูด pattern I'm fine. Thank you. and you? ได้แล้ว
-------------------------------------------------------------------
pattern นี้ ไม่ได้ผิด แต่มันเป็นอะไรที่คนไทยท่องจำกันมา คือทั้งชีวิตคุณจะพูดกันแค่ประโยคนี้เรอะ? and you? (แล้วคุณล่ะ) ที่คนไทยพูด กันเนี่ย จริง ๆ ใช้ What about you? หรือ How about you? (แล้วคุณล่ะ เป็นไงบ้าง) ก็ได้ หรืออย่าง I'm fine. เนี่ย พูด I'm good. (ก็ดี) / I'm okay. (ก็โอเค) / I'm great. (เยี่ยมเลยล่ะ) ก็ได้ ซึ่งควรจะฝึกใช้หลากหลายครับ อย่าตายตัวพูดอยู่แบบเดียว มันซ้ำซาก จำเจ และบ่งบอกให้รู้ว่า คุณท่อง ๆ จำ ๆ มา แค่นั้น!
--------------------------------
4. พอทีเหอะกับ UP TO YOU
--------------------------------
คือภาษาอังกฤษกับภาษาไทยมันไม่ได้เหมือนกันเป้ะ ๆ นะครับ อย่างภาษาไทยคือ "มันก็แล้วแต่คุณ" สุดท้ายคนไทยก็พูดว่า "ก็แล้วแต่แก" (แม่ง)เลยทึกทักตัดมาแค่ up to you แล้วก็พูดกันทั่วบ้านทั่วเมือง ซึ่งผิด! น้อยคำมากในภาษาอังกฤษที่จะละประธานมาได้ เพราะฉะนั้นให้พูด It's up to you. เสมอนะครับ หลายคนเถียงก็หนูได้ยินฝรั่งพูด up to you มานี่คะ! - เอิ่มมีอยู่หลายกรณีครับ คือ 1.) เค้าอาจอยู่ไทยมานาน ได้ยินคนไทยแม่งพูดกะท่อนกะแท่นแบบเนี๊ย กุเลยพูดล้อเล่นตามซะเลย (เมิงจะได้เข้าใจกุ 55+) และ 2.) คือประมาทการรับฟังคุณอาจจะไม่ดีพอ เพราะฝรั่งมักชักรวบคำ It's-sup-to-you. สุดท้ายเลยได้ยินแค่ UP TO YOU เลยทึกทักตามอีหรอปคนไทย!
พอเข้าใจนะครับ นี่สรุปมาให้สั้น ๆ แล้วนะครับ (สั้นแล้วจริง ๆ 55+)
นายทีม เจ้าเก่า!
จาก Slang A-hO-lic FaceBook
โอ้ยย...เจ้าพ่อคุณทูลหัว จะพูดผิดกันไปถึงหน๊ายยยย!
โอ้ย นี่มันเรื่องเก่าเล่าใหม่ชัด ๆ กับภาษาอังกฤษแบบ Thailand Only! ที่คน ไทยพูดผิดตลอด แล้วยังหลง..คิดว่าตัวเองพูดถูกอีกนะ เวร(น่ารุมสะ)กรรมจริง ๆ ตลอดเวลาที่เขียนเพจมา แอดมินก็พยายามพูดแล้ว พูดอีก แต่ถึงยังไงก็ดี ผมก็ยังได้ยินคนไทยพูดประโยคเหล่านี้อยู่ตลอด เอาล่ะ ไม่เป็นไร เรามาทบทวนกันอีกซักรอบ Here we go!
------------------------------------
1. เลิกพูดได้และ Again please!
------------------------------------
โอ้ย รอบที่ 100 แล้วมั้งที่บอกว่า again please! ที่คนไทยพูดกันเนี่ย ฝรั่งไม่ เคยใช้เลยสักแอะ (ใครแม่งคิดฟะ) ลองคิดกันง่าย ๆ นะ again = อีกครั้ง , please คะ/ครับ สรุปแล้ว Again please? (อีกครั้งได้มั้ยคะ) - ตกลงคุณจะ สื่ออะไรล่ะครับ? นั่งอีกครั้ง? กินอีกครั้ง? ชิมอีกครั้ง? หรือจะนอนอีกครั้ง? - อ้ะ ผมรู้นะคุณคิดไรกันอยู่ 55+ จริง ๆ แล้วไอ้ again please ที่คนไทยพูดกัน เพื่อสื่อความหมายว่า "ขอโทษนะคะ พูดอีกทีได้มั้ย ฟังไม่ได้ยิน" ฝรั่งเค้าพูดว่า I'm sorry? (อะไรนะคะ) / Can you say that again? (พูดอีกทีได้มั้ย) / What was that? (เมื่อกี้ พูดว่าไรนะ) ตะหากเล่า วู้ววว
--------------------------------------------------
2. ฝรั่งขอโทษ อย่าไปพูด You're welcome.!
--------------------------------------------------
คนไทยหลายล้าน ชอบจำว่า You're welcome. แปลว่า ไม่เป็นไร พอฝรั่งพูด I'm sorry. (ขอโทษครับ) ดั้นนนไปพูด You're welcome. (ไม่เป็นไรค่ะ ด้วยความยินดี) - อะเห้ย! ผิดมหันต์เลยนะครับ You're welcome. เอาไว้ใช้เฉพาะ เวลามีคนขอบคุณเรา ซาบซึ้งเรา อย่างเช่น Thank you for doing that. (ขอบคุณที่ทำสิ่งนั้นให้นะ) เราถึงมีสิทธิ์พูดว่า You're welcome. (ยินดีจ้ะ) สรุปแล้วหากใครมาพูด I'm sorry. ใส่เราอย่างเช่น เค้าเดินชนเรา ตอบกลับไปว่า That's okay. หรือ It's okay. ก็พอครับ
-------------------------------------------------------------------
3. เลิกพูด pattern I'm fine. Thank you. and you? ได้แล้ว
-------------------------------------------------------------------
pattern นี้ ไม่ได้ผิด แต่มันเป็นอะไรที่คนไทยท่องจำกันมา คือทั้งชีวิตคุณจะพูดกันแค่ประโยคนี้เรอะ? and you? (แล้วคุณล่ะ) ที่คนไทยพูด กันเนี่ย จริง ๆ ใช้ What about you? หรือ How about you? (แล้วคุณล่ะ เป็นไงบ้าง) ก็ได้ หรืออย่าง I'm fine. เนี่ย พูด I'm good. (ก็ดี) / I'm okay. (ก็โอเค) / I'm great. (เยี่ยมเลยล่ะ) ก็ได้ ซึ่งควรจะฝึกใช้หลากหลายครับ อย่าตายตัวพูดอยู่แบบเดียว มันซ้ำซาก จำเจ และบ่งบอกให้รู้ว่า คุณท่อง ๆ จำ ๆ มา แค่นั้น!
--------------------------------
4. พอทีเหอะกับ UP TO YOU
--------------------------------
คือภาษาอังกฤษกับภาษาไทยมันไม่ได้เหมือนกันเป้ะ ๆ นะครับ อย่างภาษาไทยคือ "มันก็แล้วแต่คุณ" สุดท้ายคนไทยก็พูดว่า "ก็แล้วแต่แก" (แม่ง)เลยทึกทักตัดมาแค่ up to you แล้วก็พูดกันทั่วบ้านทั่วเมือง ซึ่งผิด! น้อยคำมากในภาษาอังกฤษที่จะละประธานมาได้ เพราะฉะนั้นให้พูด It's up to you. เสมอนะครับ หลายคนเถียงก็หนูได้ยินฝรั่งพูด up to you มานี่คะ! - เอิ่มมีอยู่หลายกรณีครับ คือ 1.) เค้าอาจอยู่ไทยมานาน ได้ยินคนไทยแม่งพูดกะท่อนกะแท่นแบบเนี๊ย กุเลยพูดล้อเล่นตามซะเลย (เมิงจะได้เข้าใจกุ 55+) และ 2.) คือประมาทการรับฟังคุณอาจจะไม่ดีพอ เพราะฝรั่งมักชักรวบคำ It's-sup-to-you. สุดท้ายเลยได้ยินแค่ UP TO YOU เลยทึกทักตามอีหรอปคนไทย!
พอเข้าใจนะครับ นี่สรุปมาให้สั้น ๆ แล้วนะครับ (สั้นแล้วจริง ๆ 55+)
นายทีม เจ้าเก่า!
จาก Slang A-hO-lic FaceBook
(ไร้)จุดยืนของ นาย ชูวิทย์ กมลวิศิษฏ์ ..
ชูวิทย์ กมลวิศิษฏ์
จาก Facebook ชูวิทย์ I'm No.5
จุดยืนของชูวิทย์
จุดยืนของผมชัดเจน เพราะไม่มีแม้แต่ครั้งเดียว ที่ผมจะแสดงว่าเข้าข้างฝั่งใดฝั่งหนึ่ง ผมอยู่ตรงนี้ และทำหน้าที่ของผม การที่ผมไม่แสดงตัวว่าอยู่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ไม่ได้หมายความว่าผมไม่มีจุดยืน เพียงแต่ผมเบื่อที่จะต้องมาทะเลาะ และขัดแย้งกันอยู่ร่ำไป
จริงอยู่ รัฐบาลมีอำนาจมากเกินไป และย่ามใจกับอำนาจ เพราะรัฐบาลคิดว่าระยะเวลาที่ผ่านมาสองปี การบริหารงานราบรื่น จึงนำเอากฎหมายนิรโทษกรรมเข้าสภาฯ ทั้งยังเร่งรีบแก้ไขรัฐธรรมนูญ ออกพรบ.เงินกู้ 2 ล้านล้าน
อย่างที่เขาบอก มีอำนาจมาก ก็ใช้อำนาจอย่างสิ้นเปลือง นี่ยังไม่พูดถึงบรรดาข้าราชการ ที่พยายามเอาใจรัฐบาลและเล่นการเมือง ทั้ง "มีวันนี้เพราะพี่ให้" และ "DSI คุณธาริต"
ไม่มีสักครั้ง ที่ผมจะโหวตแตกต่างจากพรรคประชาธิปัตย์ ผมโหวตตามพรรคประชาธิปัตย์ทุกครั้ง แม้ว่าผมไม่เคยได้ร่วมประชุมกับพรรคประชาธิปัตย์เลยแม้แต่ครั้งเดียว
นี่เป็นเพราะเสียงของผม มีสัดส่วนที่น้อยเกินไป
พรรคประชาธิปัตย์มีเสียงสู้รัฐบาลไม่ได้ มันเป็นคณิตศาสตร์ง่ายๆ ตัวเลขที่น้อยกว่า ย่อมแพ้ไปโดยปริยาย "น้ำน้อยย่อมแพ้ไฟ" แตกต่างจากพรรครัฐบาลที่ใครๆก็ต้องการเข้าร่วม ไม่ว่าคุณบรรหาร คุณสุวัจน์ หรือแม้กระทั่งพรรคการเมืองบางพรรคที่เป็นฝ่ายค้าน แต่ทำตัวเข้าข้างรัฐบาล
ผมไม่ไว้ใจคุณทักษิณ แต่ไม่ได้หมายความว่า ผมไว้ใจคุณสุเทพ ผมอยู่ในสภาฯ ย่อมรู้อะไรลึกซึ้งกว่าประชาชนคนธรรมดา แต่ผมไม่โทษใคร เพราะการเมืองไม่มีผิดหรือถูก อยู่ที่ความคิด ความเชื่อของแต่ละคน
พ่อผมเคยบอกว่า "จะเสียมารยาทมาก ถ้าเอาเรื่องการเมืองหรือเรื่องศาสนามาคุยกันบนโต๊ะอาหาร"
ผมเป็นพวก "ไทยอดทน" ไม่ใช่ "ไทยเฉย" ผมรับฟังทั้งสองฝ่ายมามาก อดทนกับความขัดแย้งนี้มานาน และถ้าปล่อยให้ทั้งสองฝ่ายผลัดกันขึ้นผลัดกันลงแบบนี้ มันจะเป็นแบบที่คุณเห็น ไม่จบไม่สิ้น ผมอดทนเงียบ และฟัง เป็นเพราะว่าเสียงของผมมันน้อยนิด ที่สำคัญ ผมไม่ชอบเล่นนอกกติกา
ดังนั้น จุดยืนของผมชัดเจนมั่นคง ตรงไปตรงมา หากผมจะเข้ามาหาประโยชน์ ผมจะไม่ประกาศตัวเป็น "ฝ่ายค้าน" ตั้งแต่เลือกตั้ง ผมไม่ได้ต้องการมีอำนาจ แค่อยากมาทำงานให้บ้านเมือง
ผมไม่จำเป็นจะต้องเข้าข้างฝ่ายใด หากคุณอยากให้ผมไปอยู่ฝั่งใดฝั่งหนึ่ง ขอให้เลือกพรรคฝั่งนั้นเลยดีกว่า ผมไม่ใช่พรรคเพื่อไทย ไม่ใช่พรรคประชาธิปัตย์ ผมผิดด้วยหรือที่ไม่ได้เข้าข้างใคร?
ผมเป็นหัวหน้าพรรครักประเทศไทย และผมไม่เห็นด้วยกับวิธีการของคุณสุเทพ ที่ไปบุกโน่นปิดนี่ จัดตั้ง "สภาประชาชน" เพราะมันไม่ถูกต้องตามกติกา
ผมต่อต้าน พรบ.นิรโทษกรรม แต่ไม่เห็นด้วยกับการตั้งนายกฯมาตรา 7 ผมเห็นด้วยที่คุณสุเทพออกมาต่อสู้ข้างนอก มันเป็นความกล้าหาญ ประกาศตัวตนชัดเจน และเป็นสิทธิของคุณสุเทพ แต่ผมไม่เห็นด้วยกับ "ทางลัด" ที่เริ่มก้าวออกห่างจากคำว่า "ประชาธิปไตย"
กติกามันมีอยู่ว่า เมื่อบ้านเมืองเดินไม่ได้ นายกฯต้องลาออก หรือไม่ก็ยุบสภา และจัดการเลือกตั้งใหม่ คืนอำนาจให้ประชาชนผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง พรรคการเมืองต้องใช้นโยบายมาต่อสู้ตอนหาเสียง เพื่อให้ประชาชนตัดสินใจเลือก ตามวิถีทางประชาธิปไตย
แต่วิธีการของคุณสุเทพ เป็นการอ้างอำนาจของประชาชนเพื่อขับไล่รัฐบาล และนำอำนาจนั้นมาอยู่กับตัวเอง จัดตั้งสภาประชาชนด้วยตัวเอง แบบนี้ผมไม่เห็นด้วย
ผมมีอุดมการณ์ของผม ผมจึงตั้งพรรครักประเทศไทย ผมกับคุณอาจมีความคิดเห็นไม่ตรงกัน แต่ไม่ได้หมายความว่า คุณกับผมจะเป็นศัตรูกัน
==(ไร้)จุดยืนของ นาย ชูวิทย์ กมลวิศิษฏ์ ===
ลองอ่านดู ..
เช็คบิลล์ร้านอาหาร...คุณนั่งไล่ดูที่ละรายการเพราะกลัวเค้าคิดค่าปูผัดผงกระหรี่ที่ไม่ได้เสริฟหรือเปล่า (ขอร้อง...อย่ามามั่วกะฉัน!)
แม่ค้าทอนเงินขาดแม้ไม่กี่บาท...คุณก็ขอคืน (ตั้งใจหรือเผลอเนี่ย!)
คนที่ทำงานแอบฝากตอกบัตรกันประจำ...คุณรีบบอกเจ้านาย ( ไม่ได้ขี้ฟ้อง แต่ฉันรักความยุติธรรม!)
คาดโทษลูกชายไว้ มันยังทำอีกไม่เกรงกลัว...มีหรือคุณจะไม่จัดการ (คำสั่งพ่อมันไม่ศักดิ์สิทธิ์ใช่มั้ย?)
เฮ้ย...คุณทำถูกแล้ว คุณรักษาความถูกต้อง คุณปกป้องสิทธิ์ คุณไม่ได้ผิดหรือเห็นแก่ตัว....ผมนับถือคุณโคตรๆ
แต่ผมงง...
มีคนหลอกให้คุณเป็นหนี้นับแสนๆล้าน
มีคนตอกบัตรแทนในภาระที่สำคัญสุดๆต่อประเทศ
มีคนเอาเงินคุณไปใช่มหาศาลโดยห้ามคุณรู้อะไร
มันทำผิดมากมายแต่ไม่ยอมรับโทษ แต่บังคับคุณยอมรับกฎระเบียบ
คุณที่รัก...ทำไมคุณยอมรับได้? คุณทำใจได้? คุณเงียบเป็นเป่าสาก คุณไม่ขยับปากแม้สักแอะ !!!!!
ที่เด็ดกว่า...คุณดันไปด่าคนที่ออกมาเรียกร้องความถูกต้องว่า โง่ ถูกหลอกใช้ สร้างความวุ่นวาย เอ๊ะ ผมงง หรือคุณงง มันมีอะไรผิดๆอยู่นะครับ
วันนี้ประชาชนทั้งประเทศกำลังต่อสู้กับความถูกต้อง มีคนทำผิดใหญ่หลวง มีคนเอาเปรียบหน้าด้านๆ มีคนโกงเราโกงลูกเรา มีคนจะทำความชั่วให้เป็นความถูก และข่มขืนให้เรายอมรับ !!!!
วันนี้มันไม่ใช่แค่ประชาธิปัตย์หรือเพื่อไทย วันนี้คนไทยก้าวข้ามการเมืองเละๆไปแล้ว เรากำลังต่อสู้เพื่อความดี ความถูกต้อง ความสวยงามแบบที่เมืองไทยเคยเป็น และควรเป็น...เพื่อเรา เพื่อพ่อแม่เรา เพื่อลูกเรา
วันนี้คนทั้งหลายกำลังทำสิ่งที่ดี ที่ถูกต้อง แบบที่ครั้งหนึ่ง..คุณก็เคยทำที่ร้านเซเว่นหรือที่ร้านอาหารนั่นแหละครับ เพียงแต่วันนี้...
เราทำที่...ประเทศไทย
Saturday, November 2, 2013
ทำนายนิสัยผู้หญิงตามวันเกิด
ทำนายนิสัยผู้หญิงตามวันเกิด
ผู้หญิงวันอาทิตย์ = ผู้หญิงที่เกิดวันนี้มักมีความปรารถนาในอารมณ์และจิตใจที่เกินอารมณ์ของบุคคลธรรมดา อาจจะอธิบายได้อย่างเข้าใจได้เด่นชัดก็ตรงจุดที่ว่าเป็นคนที่มีความคิดโลดแล่นและรวดเร็วใจร้อน และเจ้าอารมณ์สูงอยู่เหมือนกัน บางทีคิดจะทำอะไรก็โลดแล่นก้าวไกลอย่างรวดเร็ว บางทีก็ใจ เย็นชาไม่มีอารมณ์ทำอะไรได้เลยก็มีความคิดความอ่านก็มักจะรุดหน้า และพัฒนาด้วยความ ฉลาดที่แตกฉานของตนเองเป็นส่วนใหญ่ วัยเด็กเป็นคนที่มีชีวิตเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลันในครอบ ครัว บ้างก็จนก็รวยได้ทันที บ้างที่รวยก็ล้มล่มจมได้ทันทีเช่นกัน เพราะดวงดาวเกี่ยวกับธาตุนิสัย ของตนเองนั้นเป็นดวงดาวที่มีความร้อนรุ่มอยู่บ้าง ชอบการศึกษาและศาสตร์อันเร้นลับมีความ เชื่อและศรัทธาในอำนาจที่เร้นลับเป็นอย่างมาก ธาตุของหัวใจเป็นหินจึงมักเป็นคนที่ใจเค็ม และ ช่างตระหนี่คนหนึ่งเหมือนกัน
ผู้หญิงวันจันทร์ = ดวงอังคารเป็นดาวสงครามอารมณ์ ทำให้คุณที่เกิดวันจันทร์มักจะเป็นคนมีอารมณ์ เปลี่ยนแปลงง่าย เจ้าอารมณ์และโกรธง่ายหายเร็ว เวลามีพลังอารมณ์โกรธจะเอาจริงเอาจังที่ สำคัญ ตอนช่วงนั้นใครใกล้ชิดควรจะรู้จักเงียบเสีย เรื่องก็จะสงบจบเร็วขึ้น อารมณ์ดูเหมือนเรียบ สงบนิ่ง แต่จะเป็นคนที่คิดมาก กังวลสงสัยบ่อยจนทำให้รู้สึกรำคาญตัวเอง ผู้หญิงที่เกิดวันจันทร์ เป็นคนช่างเจรจา และมักเป็นคนชอบอ้างเหตุผลร้อยแปดหากต้องการให้คนเคียงข้างสยบเข้าใจ ตัวเอง วาจาอ่อนหวานและมีการแสดงอารมณ์ความรู้สึกทางใบหน้าได้ชัดเจน เป็นคนสนใจเรื่อง งานศิลปะ แต่หนักไปทางการวิจารณ์มากกว่าการปฏิบัติ เด็ดเดี่ยวและเชื่อมั่น จึงเป็นคนที่ต้อง ระวังว่าการตัดสินอะไรก็ตามด้วยอารมณ์โกรธ และหูเบาจะนำความหายนะมาให้ตนเองเสมอ มีเสน่ห์คนรักและเมตตามาก วัยเด็กจึงเป็นคนที่ได้รับการเลี้ยงดูเอาอกเอาใจ ระวังหากไม่ ได้ดั่งใจจะทำให้ตนเองหมดเสน่ห์ด้วยอารมณ์ได้ ชอบการเดินทางและการท่องเที่ยวเป็นพิเศษช่าง พูดและออดอ้อนเก่ง จึงเป็นที่รักของผู้ใหญ่มาก อย่าปล่อยให้อารมณ์เอาแต่ใจตนเองสิงในจิตใจ มากนัก โตแล้วจะแก้ไขลำบาก แม้ว่าภายนอกจะดูอ่อนโยน แต่ในจิตใจเป็นคนมีทิฐิมาก หาก มากเกินพอดี ย่อมเกิดผลเสียกับตนเอง อุปนิสัยที่น่าสังเกตเป็นพิเศษของผู้หญิงที่เกิดวันจันทร์ก็ คือเป็นคนเจ้าชู้เงียบ ชอบแอบมองคนที่ตรงสเป็คมากหน้าหลายคนเมื่อมีโอกาส แต่มีพฤติกรรม เป็นคนอนุรักษ์นิยม โบราณมากกว่าที่คนอื่น ๆ จะคิด
ผู้หญิงวันอังคาร = แม้ว่าคุณจะเป็นผู้หญิงที่เกิดวันอังคาร แต่ดาวพุธมาเล็งบนพื้นฐานอุปนิสัยของคุณด้วย ทำให้คุณมีลักษณะเป็นคนโลเล สับสน และเป็นคนเปลี่ยนแปลงอารมณ์ในการตัดสินใจแนวทาง ชีวิตของตัวเองอยู่เสมอ ช่างวิตกกังวลบางครั้งเครียดเป็นอาจิณ เป็นคนทรนง ต่อสู้ ภายนอกดู เหมือนจะเป็นคนอ่อนแอ แต่ภายในจะเป็นคนเอาจริง สู้ไม่ถอย พลังของดาวแห่งราศีชีวิต ทำให้ คุณเป็นคนฉลาด ช่างพูด และมีแววเป็นคนไม่ยอมคน มาตั้งแต่วัยเยาว์ ผู้หญิงที่เกิดวันอังคารไม่ ว่าจะกี่โมงกี่ยามก็ตาม จะเป็นคนมีอุปนิสัย จริงจังชัดเจน และเป็นคนที่ให้โอกาสคนผิดอยู่เสมอๆ ใจอ่อนทำให้เสียการปกครองในการทำงาน และมีเมตตามากจนเกินไป สำหรับคนที่ทำให้คุณบาด เจ็บ หลายต่อหลายครั้ง แต่ยังไม่รู้จักจำ อันนี้จะต้องระวังและให้เป็นคนมีเหตุผล ทำตามเหตุผล มีสติทุกครั้ง หากทำตามอารมณ์จะเป็นคนอ่อนไหว และเสียรู้คนรอบข้างเสมอๆ ชีวิตเมื่อวัยเด็กเป็นคนดื้อ และดันทุกรัง ไม่ยอมใคร แม้ว่าจะมีท่าทีที่เงียบเหมือนตั้งใจฟัง คำสอน แต่ลึกๆ ดวงตาจะบอกเสมอว่า ฉันไม่เชื่อ ฉันไม่ฟัง ฉันจะไปฉันจะทำในสิ่งที่ฉันฝัน ทำให้ เป็นคนที่ต้องเผชิญทุกข์หรือมรสุม ด้วยสองมือของตัวเอง จึงรู้สึกว่าคำเตือนมีผล การเลี้ยงดูผู้ หญิงที่เกิดวันอังคาร พ่อแม่อย่าไปห้ามเสียทุกอย่างจะเลี้ยงยาก จะต้องให้เธอลองบ้าง แล้วค่อย มาเตือนว่าเห็นไหม เหตุผลที่ห้ามก็ไม่อยากให้หล่อนต้องล้มและทรุดลงนั่นเอง มีความฝันและ จินตนาการ ชอบอิสระ และทำงานที่มีหนทางแห่งความฝัน อยากเป็นใหญ่ บางทีหากกิเลสตรงนี้ มันมากเกินวาสนา คุณจะเป็นคนที่น่ากลัว เพราะว่าทำได้ทุกวิธีเพื่อให้ได้มาในสิ่งที่ต้องการ ระวัง … โดยทั่วไปเป็นคนที่ชอบความสวยงาม และชอบการแต่งตัวให้เนี้ยบก่อนไปกรุยกรายสู่สังคม เสมอๆ ลำบากตอนวัยเด็ก และเป็นคนที่จะต้องประสบโชคร้ายดีอย่างรุนแรงเสมอในชีวิต ยามดีก็ ดีจนน่ามหัศจรรย์ ยามตกต่ำก็น่าช็อคตกใจ…
ผู้หญิงวันพุธ = ดาวพุธเป็นดาวแห่งราศีชีวิตคุณ ส่งผลให้ผู้หญิงที่เกิดวันพุธเป็นคนที่มีไหวพริบ เรียนรู้เร็ว และเป็นคนที่ชอบการพบปะผู้คน ช่วยเหลือ โอบอ้อมอารี มีน้ำใจมากคนหนึ่ง โดยทั่วไปจะชอบ การแต่งตัว รักสวยรักงาม มากกว่าวันอื่นๆ เพราะดาวแห่งราศีเป็นเทพีแห่งความงดงาม และการ สร้างสรรค์ ด้วยความเป็นคนที่เชื่อมั่นในความดีผู้หญิงวันนี้ จึงเป็นคนที่ช่วยตัวเอง ในการทำงาน สร้างฐานะ หรือว่าเจรจาพาทีในการทำงานได้ดีมากคนหนึ่ง ที่ เห็นชัดก็คือ เป็นคนชอบสังเกต และ วิเคราะห์ คิดละเอียดต่อสิ่งที่ตัวเองสัมผัส หากมีพลาดบ้างก็ตรงที่ว่าเป็นคนไว้ใจคนง่าย และเชื่อ ใจให้อภัยคนเกินไป ผู้หญิงราศีใดก็ตามที่เกิดวันพุธ มักจะเป็นคนสองอารมณ์เสมอ นั้นก็หมายถึง ว่า บางอารมณ์ก็อ่อนหวานมีเมตตา และเกื้อกูลมากมาย แต่ยามไม่พอใจ หรือว่ามีสิ่งกระทบใจ จะเป็นคนที่ปล่อยวางได้ทันที เป็นผู้หญิงมีทั้งความอ่อนหวานและเด็ดขาดในตัวเอง ให้สังเกตดูนะ ครับ อย่างไรก็ตาม คุณเป็นคนที่อยู่เฉยๆไม่ได้ ในตลอดชีวิตจะต้องหาเรื่อง หรือหางานทำอยู่ร่ำ ไป เพราะกลัวจะเป็นคนที่ไม่มีคุณภาพ ชีวิตเริ่มต้นด้วยการต่อสู้ หรือว่าเป็นคนที่มาจากฐานะแห่ง ชีวิตปานกลาง แต่จะสร้างตัวเองได้ด้วยตนเอง อย่างภาคภูมิใจ วัยเด็กเป็นคนที่ติดพ่อมากกว่าแม่ แต่ในที่สุดก็จะต้องดูแลแม่ในบั้นปลายชีวิต ชอบความร่มรื่นและชื่นเย็น อยู่ใกล้น้ำ หรือในที่ร่มๆจะ ถูกใจมากเป็นพิเศษบางคนความรู้ไม่จำเป็นต้องมีปริญญา แต่ภูมิปัญญาของตนเองพัฒนาได้ อย่างรวดเร็ว มักมีบริวารหรือเพื่อนรอบข้างมาก ที่ต้องระวังสำหรับผู้หญิงเกิดวันพุธเช่นกัน แต่เป็น เวลาหลัง 18.00 น. ตกวันพุธกลางคืน จะเป็นคนที่มีทั้งความเป็นคนดีมีเมตตา กลายเป็นนางยักษ์ ที่โหดร้ายได้เหมือนกัน อันนี้มันมาจากอิทธิพลของเวลาแห่งการเกิดนั้นเอง....
ผู้หญิงวันพฤหัส = แม้ว่าดาวแห่งอำนาจของคุณ จะเป็นดาวที่ส่งผลให้คนทั่วไป มีพลังความอดทนและต่อสู้เพื่อความสำเร็จ แต่สำหรับดวงชะตาของผู้หญิงที่เกิดวันพฤหัสบดีอย่างคุณ อำนาจของ"ดาวพฤหัสบดี" เป็นดาวที่เล็งแล้วเกิดอิทธิพลทั้งด้านบวกและลบให้แต่ละช่วงของชีวิตแตกต่างกันไป ทำให้ลักษณะนิสัยของผู้หญิงที่เกิดวันนี้ จะต้องทำนายด้วยการเพ่งมองอิทธิพลดาวจันทร์เป็นหลัก และเสริมด้วยกำลังของดาวพฤหัสบดีจึงจะชัดเจน บ่งชัดเจนว่านิสัยของผู้หญิงที่เกิดวันนี้ เป็นคนที่มีความอดทน บากบั่น และต่อสู้กับความ ยากลำบากได้เป็นอย่างดี เหนื่อยกายสำหรับคุณเป็นเรื่องไม่เคยท้อแท้ แต่คุณจะแคร์ความเหน็ดเหนื่อยทางจิตใจมากที่สุด อิทธิพลดวงดาวส่งผลให้ดวงชะตาคุณ ต้องเกิดขึ้นมาท่ามกลางคำถามมากมาย ความสับสนกับเรื่องภายในครอบครัว และคนใกล้ชิดจะเกิดขึ้นเสมอ ๆ ความอบอุ่นที่คุณเรียกร้องข้างในจิตใจ ก็เป็นสิ่งที่อ้างว้างและแสวงหาอย่างโหยหิว อยู่ตลอดเวลา แม้บางคนจะโชคดี เกิดในวงศ์ตระกูลมีทรัพย์มาก แต่ขาดความร่ำรวยทางหัวใจแน่นอน ในวัยเยาว์ของคุณ คุณเป็นคนชอบอาสา หรือว่าเป็นคนมีน้ำใจ สม่ำเสมอในการอยู่ร่วมกับผู้คนในสังคม ทำให้เป็นคนมีมนุษย์สัมพันธ์ที่ดีคนหนึ่ง แต่สิ่งที่ต้องแก้ไขบ้างก็คงจะเป็นเรื่องของการอดทนในการรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น โดยแท้แล้วคุณจะเป็นชอบพูด ช่างเจรจาให้คนอื่นฟังคุณมากกว่า แต่ขาดการพิจารณารับฟังจากผู้อื่น ระวังโตขึ้นจะเป็นคนที่หูเบา ระแวงง่าย และนิสัยเช่นนี้ก่อให้เกิดความวุ่นวายในจิตใจทั้งด้านการทำงานและครอบครัว หากไม่ระมัดระวังปรังปรุงตั้งแต่วัยเยาว์ของชีวิต เป็นคนที่มีความมานะแม้ยากจนในวัยเยาว์ แต่จะดิ้นรนสร้างตัวจนได้ดีและประสบความสำเร็จด้วยความสามารถของตนเอง หากลดความเป็นคนขี้บ่น จู้จี้ลดบ้าง จะเป็นคนที่มีพร้อมทั้งสติปัญญา ความอดทน และความสง่างามอย่างพอดีทีเดียว สิ่งที่จะช่วยแก้อิทธิพลของดาวพฤหัสบดีที่ส่งผลกับดวงชะตาด้านนิสัยของคุณก็คือ การฝึกสมาธิหรือการใช้เวลาอยู่คนเดียวเพื่อทบทวนสิ่งที่ผ่านมาในแต่ละวัน อย่างมีสติปัญญา คุณจะคลายความฟุ้งซ่านของชีวิตลงได้บ้าง เพื่อความสุขของตัวคุณเอง
ผู้หญิงวันศุกร์ = ดาวศุกร์ เป็นดาวที่ส่งอิทธิพลอย่างเต็มดวงกับเรื่องของอุปนิสัย และลักษณะของชีวิตพื้นฐานของผู้หญิงที่เกิดวันนี้ อำนาจของดาวศุกร์จะเป็นอำนาจแห่งศิลปะ และความรอบรู้ ความเข้าใจในเรื่องต่าง ๆ ได้อย่างมีพลังสังหรณ์ แต่ต้องมีสมาธิ และมีความสงบเงียบเป็นพื้นฐานด้วย คุณจึงสามารถจะคาดการณ์ ความคิดของผู้สนทนาร่วมด้วย ว่าเขาคิดอย่างไร ด้วยเหตุผลดังกล่าว ทำให้ผู้หญิงที่เกิดวันศุกร์ เป็นคนที่มีความฝัน และ เดินไปตามความต้องการ และปรารถนาของจินตนาการตัวเอง ด้วยความมั่นใจ เป็นคนมีเสน่ห์และอ่อนหวานได้อย่างจับใจ ยิ่งกว่านั้นคุณยังเป็นคนที่มีวาจาเฉลียวฉลาด ใช้คำพูดชัดเจน และมีความหมายเสมอ มีเพื่อนฝูงและมนุษย์สัมพันธ์ค่อนข้างดี แต่ระวังอารมณ์ที่ฉุนเฉียวหรือว่าร้อนอย่างวูบวาบ ก็เกิดขึ้นบ่อย ๆ เช่นกัน ทั่วไปผู้หญิงที่เกิดวันนี้ จะเป็นคนที่ดิ้นรน และต่อสู้ แม้ว่ามีความทุกข์และยากลำบากเพียงใดก็ตาม แต่ไม่เคยท้อแท้ หากว่าได้รับความเข้าใจจากคนรอบข้างที่ใกล้ชิด คุณจะทรุดหรือหมดกำลังใจ ก็ต่อเมื่อคุณรู้ว่าคนที่ใกล้ชิดของคุณ ไม่เข้าใจคุณเท่านั้นเอง เป็นคนที่กล้าได้ กล้าเสีย มีน้ำใจ เมื่อวัยเยาว์เป็นเด็กที่ช่างสังเกตอยากรู้อยากเห็นมาก และมักจะมีความน้อยใจในชะตาชีวิตตัวเองบ่อย ๆ ซึ่งไม่ควรจะสะสมอย่างยิ่ง เพราะบางสิ่งเป็นเรื่องไร้เหตุผล หากสะสมมากเกินไป ก็ย่อมเป็นอารมณ์กดดันเมื่อโตขึ้น ดาวศุกร์แม้ว่าจะส่งผลให้เทพแห่งความรักโอบกอดคุณไว้ในความอบอุ่นก็ตาม แต่ต้องระวังดาวราหูซึ่งมักจะมาแทรกดวงคุณ อันเป็นศัตรูของดาวศุกร์อย่างหนักดวงหนึ่ง ทำให้อารมณ์ของคุณโผงผาง ฉุนเฉียวง่าย และเป็นคนปากร้าย แต่จิตใจดีงามเหลืองาม....
ดวงวันนี้ของผู้หญิงวันเสาร์ = ดาวที่ส่งอิทธิพลต่อดวงชะตาชีวิตของคุณ ตั้งแต่เมื่อแรกเกิดจนกระทั่งดวงชะตาชีวิตสู่เส้น ทางการต่อสู้ การฝ่าฟัน ความสุขและความสำเร็จ สำหรับผู้หญิงที่เกิดวันเสาร์นั้น นอกจาก “ดวง เสาร์” ดวงแห่งอำนาจในเจ้าเรือนแล้วยังมีดาว “จันทร์” เป็นดาวที่เล็งกับดวงชะตาพื้นของคุณด้วย อำนาจของดาวเสาร์และดาวจันทร์ ทำให้คุณเป็นคนตื่นตัวและเป็นคนมีไหวพริบ และความทรงจำดีเป็นพิเศษ ผู้หญิงที่เกิดวันเสาร์นอกจากเป็นคนฉลาด และช่างสังเกต และโตเกินกว่าวัยของตนเองแล้ว ยังเป็นคนที่รับผิดชอบตนเองได้อย่างดี เป็นคนมีความฝันและมักจะวาดวิมานใน ความฝัน อย่างสวยงาม ไม่ท้อหากว่ามันล้มละลาย คุณจะแกร่งและลุกขึ้นมาเพื่อจะสร้างความฝันให้ เป็นจริงใหม่ให้จงได้ ลักษณะของดาวเสาร์ทำให้คุณเป็นคนซุกซน และระวังจะมีตำหนิ อาทิ แผล เป็น หรือว่าไฝปานในที่สำคัญ ๆ อย่างเห็นได้ชัดทีเดียว เป็นคนใจร้อน และชอบความซื่อสัตย์ และ จริงใจ หากใครก็ตามคิดว่าจะคบหาผู้หญิงเกิดวันเสาร์ จำไว้ว่าคุณจะต้องเป็นคนจริงใจ และเป็น คนชัดเจน คุณจะสามารถเอาหัวใจของเธอมาครองได้ อุปนิสัยเป็นคนที่ไม่เชื่ออะไรง่าย ๆ แต่ด้วย ความเป็นคนใจอ่อนมีเมตตาสูง จึงมักเสียเปรียบคนที่คอยจ้องล่าผลประโยชน์จากคุณอยู่เสมอ ๆ วัยเยาว์เป็นคนที่มีความเก่ง และฉลาด เห็นได้ชัดว่ามีแววของคนที่จะเติบโตเป็นคนที่ มีความสามารถในวันข้างหน้าอย่างแน่นอน ด้วยความที่คุณเป็นคนค่อนข้างพูดจา ตรงไปตรงมา หรือว่าเป็นคนชัดเจน ทำให้คุณจะเป็นคนที่ค่อนข้างเก็บตัวบ้าง หรือว่ามีเพื่อนสนิท น้อยคน แต่รู้ใจกัน ดาวจันทร์ เป็นดาวแห่งความเมตตา และแสงแห่งความนิ่มนวล ทำให้คุณเป็น คนที่มีจริตความเป็นผู้หญิง อันเป็นเสน่ห์ที่ทำให้เพศตรงข้ามสนใจเป็นอย่างดีทีเดียว งานฝีมือหรือ งานเกี่ยวกับอาหารการกิน ผู้หญิงที่เกิดวันเสาร์จะเป็นคนที่มีความสามารถ หรือว่าพอจะโชว์อวด เขาได้บ้างไม่มากก็น้อยแหละครับ อารมณ์อันร้อนแรง ชัดเจน ทำให้คุณดูภายนอกอาจจะเป็นคน ที่ใคร ๆ ก็บอกว่า ท่าจะเป็นผู้หญิงเย่อหยิ่งจองหอง แต่เมื่อได้มาสัมผัสมาคบหาแล้วจะรู้ว่า คุณ เป็นผู้หญิงที่น่ารัก และเป็นคนที่มีน้ำใจงามมากคนหนึ่งเลยทีเดียว บางคนชีวิตในวัยเยาว์ จะต้อง ยากลำบาก หรือว่าอยู่ในอุปถัมภ์ของญาติผู้ใหญ่ จึงเป็นคนแสวงหาความอบอุ่นจากคนรอบข้าง อยู่เสมอ ๆ จากอำนาจของดาวเสาร์และดาวจันทร์ที่สัมพันธ์ส่งผลกัน ทำให้ดวงชะตาของคุณ เป็น คนที่มีสองอารมณ์อยู่ในคน ๆ เดียวกัน บางอารมณ์ก็อ่อนหวาน และเยือกเย็น บางอารมณ์ก็จะ โผงผาง ชัดเจน ตรงไปตรงมา สุดแต่ว่าใครจะอยู่ในสถานการณ์ของชีวิตช่วงไหน
ผู้หญิงวันอาทิตย์ = ผู้หญิงที่เกิดวันนี้มักมีความปรารถนาในอารมณ์และจิตใจที่เกินอารมณ์ของบุคคลธรรมดา อาจจะอธิบายได้อย่างเข้าใจได้เด่นชัดก็ตรงจุดที่ว่าเป็นคนที่มีความคิดโลดแล่นและรวดเร็วใจร้อน และเจ้าอารมณ์สูงอยู่เหมือนกัน บางทีคิดจะทำอะไรก็โลดแล่นก้าวไกลอย่างรวดเร็ว บางทีก็ใจ เย็นชาไม่มีอารมณ์ทำอะไรได้เลยก็มีความคิดความอ่านก็มักจะรุดหน้า และพัฒนาด้วยความ ฉลาดที่แตกฉานของตนเองเป็นส่วนใหญ่ วัยเด็กเป็นคนที่มีชีวิตเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลันในครอบ ครัว บ้างก็จนก็รวยได้ทันที บ้างที่รวยก็ล้มล่มจมได้ทันทีเช่นกัน เพราะดวงดาวเกี่ยวกับธาตุนิสัย ของตนเองนั้นเป็นดวงดาวที่มีความร้อนรุ่มอยู่บ้าง ชอบการศึกษาและศาสตร์อันเร้นลับมีความ เชื่อและศรัทธาในอำนาจที่เร้นลับเป็นอย่างมาก ธาตุของหัวใจเป็นหินจึงมักเป็นคนที่ใจเค็ม และ ช่างตระหนี่คนหนึ่งเหมือนกัน
ผู้หญิงวันจันทร์ = ดวงอังคารเป็นดาวสงครามอารมณ์ ทำให้คุณที่เกิดวันจันทร์มักจะเป็นคนมีอารมณ์ เปลี่ยนแปลงง่าย เจ้าอารมณ์และโกรธง่ายหายเร็ว เวลามีพลังอารมณ์โกรธจะเอาจริงเอาจังที่ สำคัญ ตอนช่วงนั้นใครใกล้ชิดควรจะรู้จักเงียบเสีย เรื่องก็จะสงบจบเร็วขึ้น อารมณ์ดูเหมือนเรียบ สงบนิ่ง แต่จะเป็นคนที่คิดมาก กังวลสงสัยบ่อยจนทำให้รู้สึกรำคาญตัวเอง ผู้หญิงที่เกิดวันจันทร์ เป็นคนช่างเจรจา และมักเป็นคนชอบอ้างเหตุผลร้อยแปดหากต้องการให้คนเคียงข้างสยบเข้าใจ ตัวเอง วาจาอ่อนหวานและมีการแสดงอารมณ์ความรู้สึกทางใบหน้าได้ชัดเจน เป็นคนสนใจเรื่อง งานศิลปะ แต่หนักไปทางการวิจารณ์มากกว่าการปฏิบัติ เด็ดเดี่ยวและเชื่อมั่น จึงเป็นคนที่ต้อง ระวังว่าการตัดสินอะไรก็ตามด้วยอารมณ์โกรธ และหูเบาจะนำความหายนะมาให้ตนเองเสมอ มีเสน่ห์คนรักและเมตตามาก วัยเด็กจึงเป็นคนที่ได้รับการเลี้ยงดูเอาอกเอาใจ ระวังหากไม่ ได้ดั่งใจจะทำให้ตนเองหมดเสน่ห์ด้วยอารมณ์ได้ ชอบการเดินทางและการท่องเที่ยวเป็นพิเศษช่าง พูดและออดอ้อนเก่ง จึงเป็นที่รักของผู้ใหญ่มาก อย่าปล่อยให้อารมณ์เอาแต่ใจตนเองสิงในจิตใจ มากนัก โตแล้วจะแก้ไขลำบาก แม้ว่าภายนอกจะดูอ่อนโยน แต่ในจิตใจเป็นคนมีทิฐิมาก หาก มากเกินพอดี ย่อมเกิดผลเสียกับตนเอง อุปนิสัยที่น่าสังเกตเป็นพิเศษของผู้หญิงที่เกิดวันจันทร์ก็ คือเป็นคนเจ้าชู้เงียบ ชอบแอบมองคนที่ตรงสเป็คมากหน้าหลายคนเมื่อมีโอกาส แต่มีพฤติกรรม เป็นคนอนุรักษ์นิยม โบราณมากกว่าที่คนอื่น ๆ จะคิด
ผู้หญิงวันอังคาร = แม้ว่าคุณจะเป็นผู้หญิงที่เกิดวันอังคาร แต่ดาวพุธมาเล็งบนพื้นฐานอุปนิสัยของคุณด้วย ทำให้คุณมีลักษณะเป็นคนโลเล สับสน และเป็นคนเปลี่ยนแปลงอารมณ์ในการตัดสินใจแนวทาง ชีวิตของตัวเองอยู่เสมอ ช่างวิตกกังวลบางครั้งเครียดเป็นอาจิณ เป็นคนทรนง ต่อสู้ ภายนอกดู เหมือนจะเป็นคนอ่อนแอ แต่ภายในจะเป็นคนเอาจริง สู้ไม่ถอย พลังของดาวแห่งราศีชีวิต ทำให้ คุณเป็นคนฉลาด ช่างพูด และมีแววเป็นคนไม่ยอมคน มาตั้งแต่วัยเยาว์ ผู้หญิงที่เกิดวันอังคารไม่ ว่าจะกี่โมงกี่ยามก็ตาม จะเป็นคนมีอุปนิสัย จริงจังชัดเจน และเป็นคนที่ให้โอกาสคนผิดอยู่เสมอๆ ใจอ่อนทำให้เสียการปกครองในการทำงาน และมีเมตตามากจนเกินไป สำหรับคนที่ทำให้คุณบาด เจ็บ หลายต่อหลายครั้ง แต่ยังไม่รู้จักจำ อันนี้จะต้องระวังและให้เป็นคนมีเหตุผล ทำตามเหตุผล มีสติทุกครั้ง หากทำตามอารมณ์จะเป็นคนอ่อนไหว และเสียรู้คนรอบข้างเสมอๆ ชีวิตเมื่อวัยเด็กเป็นคนดื้อ และดันทุกรัง ไม่ยอมใคร แม้ว่าจะมีท่าทีที่เงียบเหมือนตั้งใจฟัง คำสอน แต่ลึกๆ ดวงตาจะบอกเสมอว่า ฉันไม่เชื่อ ฉันไม่ฟัง ฉันจะไปฉันจะทำในสิ่งที่ฉันฝัน ทำให้ เป็นคนที่ต้องเผชิญทุกข์หรือมรสุม ด้วยสองมือของตัวเอง จึงรู้สึกว่าคำเตือนมีผล การเลี้ยงดูผู้ หญิงที่เกิดวันอังคาร พ่อแม่อย่าไปห้ามเสียทุกอย่างจะเลี้ยงยาก จะต้องให้เธอลองบ้าง แล้วค่อย มาเตือนว่าเห็นไหม เหตุผลที่ห้ามก็ไม่อยากให้หล่อนต้องล้มและทรุดลงนั่นเอง มีความฝันและ จินตนาการ ชอบอิสระ และทำงานที่มีหนทางแห่งความฝัน อยากเป็นใหญ่ บางทีหากกิเลสตรงนี้ มันมากเกินวาสนา คุณจะเป็นคนที่น่ากลัว เพราะว่าทำได้ทุกวิธีเพื่อให้ได้มาในสิ่งที่ต้องการ ระวัง … โดยทั่วไปเป็นคนที่ชอบความสวยงาม และชอบการแต่งตัวให้เนี้ยบก่อนไปกรุยกรายสู่สังคม เสมอๆ ลำบากตอนวัยเด็ก และเป็นคนที่จะต้องประสบโชคร้ายดีอย่างรุนแรงเสมอในชีวิต ยามดีก็ ดีจนน่ามหัศจรรย์ ยามตกต่ำก็น่าช็อคตกใจ…
ผู้หญิงวันพุธ = ดาวพุธเป็นดาวแห่งราศีชีวิตคุณ ส่งผลให้ผู้หญิงที่เกิดวันพุธเป็นคนที่มีไหวพริบ เรียนรู้เร็ว และเป็นคนที่ชอบการพบปะผู้คน ช่วยเหลือ โอบอ้อมอารี มีน้ำใจมากคนหนึ่ง โดยทั่วไปจะชอบ การแต่งตัว รักสวยรักงาม มากกว่าวันอื่นๆ เพราะดาวแห่งราศีเป็นเทพีแห่งความงดงาม และการ สร้างสรรค์ ด้วยความเป็นคนที่เชื่อมั่นในความดีผู้หญิงวันนี้ จึงเป็นคนที่ช่วยตัวเอง ในการทำงาน สร้างฐานะ หรือว่าเจรจาพาทีในการทำงานได้ดีมากคนหนึ่ง ที่ เห็นชัดก็คือ เป็นคนชอบสังเกต และ วิเคราะห์ คิดละเอียดต่อสิ่งที่ตัวเองสัมผัส หากมีพลาดบ้างก็ตรงที่ว่าเป็นคนไว้ใจคนง่าย และเชื่อ ใจให้อภัยคนเกินไป ผู้หญิงราศีใดก็ตามที่เกิดวันพุธ มักจะเป็นคนสองอารมณ์เสมอ นั้นก็หมายถึง ว่า บางอารมณ์ก็อ่อนหวานมีเมตตา และเกื้อกูลมากมาย แต่ยามไม่พอใจ หรือว่ามีสิ่งกระทบใจ จะเป็นคนที่ปล่อยวางได้ทันที เป็นผู้หญิงมีทั้งความอ่อนหวานและเด็ดขาดในตัวเอง ให้สังเกตดูนะ ครับ อย่างไรก็ตาม คุณเป็นคนที่อยู่เฉยๆไม่ได้ ในตลอดชีวิตจะต้องหาเรื่อง หรือหางานทำอยู่ร่ำ ไป เพราะกลัวจะเป็นคนที่ไม่มีคุณภาพ ชีวิตเริ่มต้นด้วยการต่อสู้ หรือว่าเป็นคนที่มาจากฐานะแห่ง ชีวิตปานกลาง แต่จะสร้างตัวเองได้ด้วยตนเอง อย่างภาคภูมิใจ วัยเด็กเป็นคนที่ติดพ่อมากกว่าแม่ แต่ในที่สุดก็จะต้องดูแลแม่ในบั้นปลายชีวิต ชอบความร่มรื่นและชื่นเย็น อยู่ใกล้น้ำ หรือในที่ร่มๆจะ ถูกใจมากเป็นพิเศษบางคนความรู้ไม่จำเป็นต้องมีปริญญา แต่ภูมิปัญญาของตนเองพัฒนาได้ อย่างรวดเร็ว มักมีบริวารหรือเพื่อนรอบข้างมาก ที่ต้องระวังสำหรับผู้หญิงเกิดวันพุธเช่นกัน แต่เป็น เวลาหลัง 18.00 น. ตกวันพุธกลางคืน จะเป็นคนที่มีทั้งความเป็นคนดีมีเมตตา กลายเป็นนางยักษ์ ที่โหดร้ายได้เหมือนกัน อันนี้มันมาจากอิทธิพลของเวลาแห่งการเกิดนั้นเอง....
ผู้หญิงวันพฤหัส = แม้ว่าดาวแห่งอำนาจของคุณ จะเป็นดาวที่ส่งผลให้คนทั่วไป มีพลังความอดทนและต่อสู้เพื่อความสำเร็จ แต่สำหรับดวงชะตาของผู้หญิงที่เกิดวันพฤหัสบดีอย่างคุณ อำนาจของ"ดาวพฤหัสบดี" เป็นดาวที่เล็งแล้วเกิดอิทธิพลทั้งด้านบวกและลบให้แต่ละช่วงของชีวิตแตกต่างกันไป ทำให้ลักษณะนิสัยของผู้หญิงที่เกิดวันนี้ จะต้องทำนายด้วยการเพ่งมองอิทธิพลดาวจันทร์เป็นหลัก และเสริมด้วยกำลังของดาวพฤหัสบดีจึงจะชัดเจน บ่งชัดเจนว่านิสัยของผู้หญิงที่เกิดวันนี้ เป็นคนที่มีความอดทน บากบั่น และต่อสู้กับความ ยากลำบากได้เป็นอย่างดี เหนื่อยกายสำหรับคุณเป็นเรื่องไม่เคยท้อแท้ แต่คุณจะแคร์ความเหน็ดเหนื่อยทางจิตใจมากที่สุด อิทธิพลดวงดาวส่งผลให้ดวงชะตาคุณ ต้องเกิดขึ้นมาท่ามกลางคำถามมากมาย ความสับสนกับเรื่องภายในครอบครัว และคนใกล้ชิดจะเกิดขึ้นเสมอ ๆ ความอบอุ่นที่คุณเรียกร้องข้างในจิตใจ ก็เป็นสิ่งที่อ้างว้างและแสวงหาอย่างโหยหิว อยู่ตลอดเวลา แม้บางคนจะโชคดี เกิดในวงศ์ตระกูลมีทรัพย์มาก แต่ขาดความร่ำรวยทางหัวใจแน่นอน ในวัยเยาว์ของคุณ คุณเป็นคนชอบอาสา หรือว่าเป็นคนมีน้ำใจ สม่ำเสมอในการอยู่ร่วมกับผู้คนในสังคม ทำให้เป็นคนมีมนุษย์สัมพันธ์ที่ดีคนหนึ่ง แต่สิ่งที่ต้องแก้ไขบ้างก็คงจะเป็นเรื่องของการอดทนในการรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น โดยแท้แล้วคุณจะเป็นชอบพูด ช่างเจรจาให้คนอื่นฟังคุณมากกว่า แต่ขาดการพิจารณารับฟังจากผู้อื่น ระวังโตขึ้นจะเป็นคนที่หูเบา ระแวงง่าย และนิสัยเช่นนี้ก่อให้เกิดความวุ่นวายในจิตใจทั้งด้านการทำงานและครอบครัว หากไม่ระมัดระวังปรังปรุงตั้งแต่วัยเยาว์ของชีวิต เป็นคนที่มีความมานะแม้ยากจนในวัยเยาว์ แต่จะดิ้นรนสร้างตัวจนได้ดีและประสบความสำเร็จด้วยความสามารถของตนเอง หากลดความเป็นคนขี้บ่น จู้จี้ลดบ้าง จะเป็นคนที่มีพร้อมทั้งสติปัญญา ความอดทน และความสง่างามอย่างพอดีทีเดียว สิ่งที่จะช่วยแก้อิทธิพลของดาวพฤหัสบดีที่ส่งผลกับดวงชะตาด้านนิสัยของคุณก็คือ การฝึกสมาธิหรือการใช้เวลาอยู่คนเดียวเพื่อทบทวนสิ่งที่ผ่านมาในแต่ละวัน อย่างมีสติปัญญา คุณจะคลายความฟุ้งซ่านของชีวิตลงได้บ้าง เพื่อความสุขของตัวคุณเอง
ผู้หญิงวันศุกร์ = ดาวศุกร์ เป็นดาวที่ส่งอิทธิพลอย่างเต็มดวงกับเรื่องของอุปนิสัย และลักษณะของชีวิตพื้นฐานของผู้หญิงที่เกิดวันนี้ อำนาจของดาวศุกร์จะเป็นอำนาจแห่งศิลปะ และความรอบรู้ ความเข้าใจในเรื่องต่าง ๆ ได้อย่างมีพลังสังหรณ์ แต่ต้องมีสมาธิ และมีความสงบเงียบเป็นพื้นฐานด้วย คุณจึงสามารถจะคาดการณ์ ความคิดของผู้สนทนาร่วมด้วย ว่าเขาคิดอย่างไร ด้วยเหตุผลดังกล่าว ทำให้ผู้หญิงที่เกิดวันศุกร์ เป็นคนที่มีความฝัน และ เดินไปตามความต้องการ และปรารถนาของจินตนาการตัวเอง ด้วยความมั่นใจ เป็นคนมีเสน่ห์และอ่อนหวานได้อย่างจับใจ ยิ่งกว่านั้นคุณยังเป็นคนที่มีวาจาเฉลียวฉลาด ใช้คำพูดชัดเจน และมีความหมายเสมอ มีเพื่อนฝูงและมนุษย์สัมพันธ์ค่อนข้างดี แต่ระวังอารมณ์ที่ฉุนเฉียวหรือว่าร้อนอย่างวูบวาบ ก็เกิดขึ้นบ่อย ๆ เช่นกัน ทั่วไปผู้หญิงที่เกิดวันนี้ จะเป็นคนที่ดิ้นรน และต่อสู้ แม้ว่ามีความทุกข์และยากลำบากเพียงใดก็ตาม แต่ไม่เคยท้อแท้ หากว่าได้รับความเข้าใจจากคนรอบข้างที่ใกล้ชิด คุณจะทรุดหรือหมดกำลังใจ ก็ต่อเมื่อคุณรู้ว่าคนที่ใกล้ชิดของคุณ ไม่เข้าใจคุณเท่านั้นเอง เป็นคนที่กล้าได้ กล้าเสีย มีน้ำใจ เมื่อวัยเยาว์เป็นเด็กที่ช่างสังเกตอยากรู้อยากเห็นมาก และมักจะมีความน้อยใจในชะตาชีวิตตัวเองบ่อย ๆ ซึ่งไม่ควรจะสะสมอย่างยิ่ง เพราะบางสิ่งเป็นเรื่องไร้เหตุผล หากสะสมมากเกินไป ก็ย่อมเป็นอารมณ์กดดันเมื่อโตขึ้น ดาวศุกร์แม้ว่าจะส่งผลให้เทพแห่งความรักโอบกอดคุณไว้ในความอบอุ่นก็ตาม แต่ต้องระวังดาวราหูซึ่งมักจะมาแทรกดวงคุณ อันเป็นศัตรูของดาวศุกร์อย่างหนักดวงหนึ่ง ทำให้อารมณ์ของคุณโผงผาง ฉุนเฉียวง่าย และเป็นคนปากร้าย แต่จิตใจดีงามเหลืองาม....
ดวงวันนี้ของผู้หญิงวันเสาร์ = ดาวที่ส่งอิทธิพลต่อดวงชะตาชีวิตของคุณ ตั้งแต่เมื่อแรกเกิดจนกระทั่งดวงชะตาชีวิตสู่เส้น ทางการต่อสู้ การฝ่าฟัน ความสุขและความสำเร็จ สำหรับผู้หญิงที่เกิดวันเสาร์นั้น นอกจาก “ดวง เสาร์” ดวงแห่งอำนาจในเจ้าเรือนแล้วยังมีดาว “จันทร์” เป็นดาวที่เล็งกับดวงชะตาพื้นของคุณด้วย อำนาจของดาวเสาร์และดาวจันทร์ ทำให้คุณเป็นคนตื่นตัวและเป็นคนมีไหวพริบ และความทรงจำดีเป็นพิเศษ ผู้หญิงที่เกิดวันเสาร์นอกจากเป็นคนฉลาด และช่างสังเกต และโตเกินกว่าวัยของตนเองแล้ว ยังเป็นคนที่รับผิดชอบตนเองได้อย่างดี เป็นคนมีความฝันและมักจะวาดวิมานใน ความฝัน อย่างสวยงาม ไม่ท้อหากว่ามันล้มละลาย คุณจะแกร่งและลุกขึ้นมาเพื่อจะสร้างความฝันให้ เป็นจริงใหม่ให้จงได้ ลักษณะของดาวเสาร์ทำให้คุณเป็นคนซุกซน และระวังจะมีตำหนิ อาทิ แผล เป็น หรือว่าไฝปานในที่สำคัญ ๆ อย่างเห็นได้ชัดทีเดียว เป็นคนใจร้อน และชอบความซื่อสัตย์ และ จริงใจ หากใครก็ตามคิดว่าจะคบหาผู้หญิงเกิดวันเสาร์ จำไว้ว่าคุณจะต้องเป็นคนจริงใจ และเป็น คนชัดเจน คุณจะสามารถเอาหัวใจของเธอมาครองได้ อุปนิสัยเป็นคนที่ไม่เชื่ออะไรง่าย ๆ แต่ด้วย ความเป็นคนใจอ่อนมีเมตตาสูง จึงมักเสียเปรียบคนที่คอยจ้องล่าผลประโยชน์จากคุณอยู่เสมอ ๆ วัยเยาว์เป็นคนที่มีความเก่ง และฉลาด เห็นได้ชัดว่ามีแววของคนที่จะเติบโตเป็นคนที่ มีความสามารถในวันข้างหน้าอย่างแน่นอน ด้วยความที่คุณเป็นคนค่อนข้างพูดจา ตรงไปตรงมา หรือว่าเป็นคนชัดเจน ทำให้คุณจะเป็นคนที่ค่อนข้างเก็บตัวบ้าง หรือว่ามีเพื่อนสนิท น้อยคน แต่รู้ใจกัน ดาวจันทร์ เป็นดาวแห่งความเมตตา และแสงแห่งความนิ่มนวล ทำให้คุณเป็น คนที่มีจริตความเป็นผู้หญิง อันเป็นเสน่ห์ที่ทำให้เพศตรงข้ามสนใจเป็นอย่างดีทีเดียว งานฝีมือหรือ งานเกี่ยวกับอาหารการกิน ผู้หญิงที่เกิดวันเสาร์จะเป็นคนที่มีความสามารถ หรือว่าพอจะโชว์อวด เขาได้บ้างไม่มากก็น้อยแหละครับ อารมณ์อันร้อนแรง ชัดเจน ทำให้คุณดูภายนอกอาจจะเป็นคน ที่ใคร ๆ ก็บอกว่า ท่าจะเป็นผู้หญิงเย่อหยิ่งจองหอง แต่เมื่อได้มาสัมผัสมาคบหาแล้วจะรู้ว่า คุณ เป็นผู้หญิงที่น่ารัก และเป็นคนที่มีน้ำใจงามมากคนหนึ่งเลยทีเดียว บางคนชีวิตในวัยเยาว์ จะต้อง ยากลำบาก หรือว่าอยู่ในอุปถัมภ์ของญาติผู้ใหญ่ จึงเป็นคนแสวงหาความอบอุ่นจากคนรอบข้าง อยู่เสมอ ๆ จากอำนาจของดาวเสาร์และดาวจันทร์ที่สัมพันธ์ส่งผลกัน ทำให้ดวงชะตาของคุณ เป็น คนที่มีสองอารมณ์อยู่ในคน ๆ เดียวกัน บางอารมณ์ก็อ่อนหวาน และเยือกเย็น บางอารมณ์ก็จะ โผงผาง ชัดเจน ตรงไปตรงมา สุดแต่ว่าใครจะอยู่ในสถานการณ์ของชีวิตช่วงไหน
Friday, August 30, 2013
ปลาทูไหม้ สอนคติธรรม
สอนคติธรรม จาก ปลาทูไหม้
"แม่ของลูกทำงานหนักมาทั้งวัน ปลาทูไหม้ตัวเดียว ไม่เคยทำร้ายใครหรอก
แต่คำพูดว่ากัน ต่างหากที่จะทำร้ายกัน"....
แม่ของผมชอบทำอาหาร...
คืนหนึ่งหลังจากที่แม่ทำงานหนักมาตลอดทั้งวัน
แม่กลับบ้านมาด้วยความเหนื่อยล้า และทำอาหารเย็นให้เราปกติ
ที่โต๊ะอาหาร แม่วางจานที่มีปลาทูที่ไหม้เกรียมบนโต๊ะต่อหน้า พ่อ และทุกๆคน....
ผมรอว่าแต่ละคนจะว่าอย่างไร...
แต่...พ่อไม่พูดอะไร และตั้งหน้าตั้งตา กินปลาทูไหม้ตัวนั้น
และหันมาถามผมว่าที่โรงเรียนเป็นอย่างไรบ้าง
คืนนั้นหลังอาหารเย็น ผมจำได้ว่า
ได้ยินแม่ขอโทษพ่อที่ทอดปลาทูไหม้...
และผมไม่เคยลืมที่พ่อพูดกับแม่เลย
"โอย...พ่อชอบปลาทูทอดเกรียมๆ...อร่อยมากจ้ะแม่"
คืนต่อมา ผมเก็บคำถามในใจก่อนนอนถามพ่อว่า
พ่อชอบปลาทูทอดเกรียมๆ จริงๆ เหรอ
พ่อลูบหัวผม และ ตอบว่า...
"แม่ของลูกทำงานหนักมาทั้งวัน ปลาทูไหม้ตัวเดียว ไม่เคยทำร้ายใครหรอก
แต่คำพูดว่ากัน ต่างหากที่จะทำร้ายกัน"
"ชีวิตคนเราเต็มไปด้วยความไม่สมบูรณ์แบบ
และแต่ละคนก็ไม่ได้เกิดมาสมบูรณ์แบบ
ตัวเราเองก็ไม่ได้มีอะไรดีกว่าใครๆ"
ผมเองก็เป็นคนหนึ่งที่ไม่เคยจำวันเกิดภรรยา วันครบรอบวันแต่งงาน
ทั้งตัวเองและลูกก็ไม่เคยฉลองหรือแม้แต่ทำบุญวันเกิด
แต่สิ่งที่ผมเรียนรู้ ในช่วงชีวิตคือ...
การเรียนรู้ที่จะยอมรับความผิดของคนอื่น
และการเลือกที่จะยินดีกับความคิดต่างกันของแต่ละบุคคล
ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญในการสร้างชีวิตครอบครัวที่มีความสุขและยืนยาว
ชีวิตเราสั้นเกินกว่าจะตื่นขึ้นมาพร้อมกับความเสียใจที่ว่า
เราทำผิดกับคนที่เรารัก และ รักเรา
ดูแล และทะนุถนอม คนที่รักคุณ
และเข้าใจในคนที่ไม่ชอบคุณจะดีกว่านะครับ
ขอให้ทุกท่านมีความสุขกับชีวิตนะครับ
เพราะชวิตคนเรา....มันมีวันหมดอายุ...
ทำวันนี้...เดี๋ยวนี้...เพื่อวันพรุ่งนี้กันเถอะครับ
☆・゚・:*:・゚☆。。☆,。・:*:・゚☆
(Unknown)
Sudkanung @ร้อย8-พัน9
ปลาทูไหม้ สอนคติธรรม
..
"แม่ของลูกทำงานหนักมาทั้งวัน ปลาทูไหม้ตัวเดียว ไม่เคยทำร้ายใครหรอก
แต่คำพูดว่ากัน ต่างหากที่จะทำร้ายกัน"....
แม่ของผมชอบทำอาหาร...
คืนหนึ่งหลังจากที่แม่ทำงานหนักมาตลอดทั้งวัน
แม่กลับบ้านมาด้วยความเหนื่อยล้า และทำอาหารเย็นให้เราปกติ
ที่โต๊ะอาหาร แม่วางจานที่มีปลาทูที่ไหม้เกรียมบนโต๊ะต่อหน้า พ่อ และทุกๆคน....
ผมรอว่าแต่ละคนจะว่าอย่างไร...
แต่...พ่อไม่พูดอะไร และตั้งหน้าตั้งตา กินปลาทูไหม้ตัวนั้น
และหันมาถามผมว่าที่โรงเรียนเป็นอย่างไรบ้าง
คืนนั้นหลังอาหารเย็น ผมจำได้ว่า
ได้ยินแม่ขอโทษพ่อที่ทอดปลาทูไหม้...
และผมไม่เคยลืมที่พ่อพูดกับแม่เลย
"โอย...พ่อชอบปลาทูทอดเกรียมๆ...อร่อยมากจ้ะแม่"
คืนต่อมา ผมเก็บคำถามในใจก่อนนอนถามพ่อว่า
พ่อชอบปลาทูทอดเกรียมๆ จริงๆ เหรอ
พ่อลูบหัวผม และ ตอบว่า...
"แม่ของลูกทำงานหนักมาทั้งวัน ปลาทูไหม้ตัวเดียว ไม่เคยทำร้ายใครหรอก
แต่คำพูดว่ากัน ต่างหากที่จะทำร้ายกัน"
"ชีวิตคนเราเต็มไปด้วยความไม่สมบูรณ์แบบ
และแต่ละคนก็ไม่ได้เกิดมาสมบูรณ์แบบ
ตัวเราเองก็ไม่ได้มีอะไรดีกว่าใครๆ"
ผมเองก็เป็นคนหนึ่งที่ไม่เคยจำวันเกิดภรรยา วันครบรอบวันแต่งงาน
ทั้งตัวเองและลูกก็ไม่เคยฉลองหรือแม้แต่ทำบุญวันเกิด
แต่สิ่งที่ผมเรียนรู้ ในช่วงชีวิตคือ...
การเรียนรู้ที่จะยอมรับความผิดของคนอื่น
และการเลือกที่จะยินดีกับความคิดต่างกันของแต่ละบุคคล
ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญในการสร้างชีวิตครอบครัวที่มีความสุขและยืนยาว
ชีวิตเราสั้นเกินกว่าจะตื่นขึ้นมาพร้อมกับความเสียใจที่ว่า
เราทำผิดกับคนที่เรารัก และ รักเรา
ดูแล และทะนุถนอม คนที่รักคุณ
และเข้าใจในคนที่ไม่ชอบคุณจะดีกว่านะครับ
ขอให้ทุกท่านมีความสุขกับชีวิตนะครับ
เพราะชวิตคนเรา....มันมีวันหมดอายุ...
ทำวันนี้...เดี๋ยวนี้...เพื่อวันพรุ่งนี้กันเถอะครับ
☆・゚・:*:・゚☆。。☆,。・:*:・゚☆
(Unknown)
Sudkanung @ร้อย8-พัน9
ปลาทูไหม้ สอนคติธรรม
..
หุงข้าวยังไงไม่ให้บูด
หุงข้าวยังไงไม่ให้บูด
วันนี้แม่บ้านคนไหนที่มีเรื่องกังวลใจหรือกลุ้มใจในเรื่องของหุงข้าวไม่ทันไรข้าวก็บูดเสียแล้ว ซึ่งหลายคนนั้นคิดว่าการที่เราเคยทิ้งข้าวให้บูดคาหม้อครั้งหนึ่งแล้ว ครั้งต่อไปข้าวที่คุณนั้นหุงอีกก็อยู่ได้ไม่นานแล้วจะบูดอีก ซึ่งความคิดนี้เป็นความจริงค่ะ และเหตุที่เป็นเช่นนั้นเพราะมีเชื้อสปอร์ของจุลินทรีย์ที่ทำให้อาหารบูดเสียตกค้างอยู่ในหม้อหุงข้าว แม้ว่าเรานำหม้อมาล้างด้วยน้ำยาล้างจานสูตรฆ่าเชื้อจุลินทรีย์เป็นอย่างดีแล้วก็ตาม เชื้อจุลินทรีย์เล่านี้ก็ถูกขจัดออกไปไม่หมด และวันนี้ผู้เขียนมีเคล็ดลับ หุงข้าวยังไงไม่ให้บูด มาฝากกันค่ะ
วิธีที่ 1 ใส่น้ำส้มสายชูลงไป 1 ช้อนชา แล้วกดหุงตามปกติ ที่ทดลองก็หุงข้าว 2 ถ้วย รสชาติก็ไม่มีอะไรแปลกไป ไม่มีรสเปรี้ยว ข้าวจะอยู่ในอุณหภูมิห้องได้ 4-5 วัน โดยที่ไม่มีกลิ่น ไม่แฉะ ไม่บูด
วิธีที่ 2 นำหม้อที่บูดใส่เกลือ ที่อยู่ในครัว นำมาใส่ในหม้อผสม แล้วทิ้งไว้ประมาณ1-2 ชม.เสร็จแล้ว แล้วล้างหม้อให้สะอาด นำไปหุงเหมือนเดิม ครั้งต่อไป จะล้างหม้อใส่เกลือผสมกับน้ำล้างตามปกติ ประมาณ 2-3 ครั้ง หม้อที่บูดก็จะหายบูด
วิธีที่ 3 ให้ทำความสะอาดหม้อหุงข้าวด้วยน้ำยาล้างจาน และน้ำสะอาดตามวิธีปกติก่อน 1 ครั้ง จากนั้นเติมน้ำเปล่าลงในหม้อหุงข้าวประมาณ 2 ถ้วยตวง และกดปุ่ม Cook เป็นระยะเวลานาน 15 นาที (สำหรับหม้อหุงข้าวขนาดครัวเรือน) การหุงน้ำเปล่่านี้ จะสามารถช่วยทำลายเชื้อจุลินทรีย์ที่ตกค้างอยู่ได้ และช่วยแก้ปัญหาข้าวบูดเสียง่ายกว่าปกติ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ อาจใส่เกลือลงไปในน้ำเปล่าที่หุงสัก 1 ช้อนโต๊ะ
เพียงแค่คุณแม่บ้านนั้นลองทำตามวิธีหุงข้าวยังไงไม่ให้บูดที่ผู้เขียนนำมาฝากสัก 1 วิธี แค่นี้ปัญหาข้าวบูดนั้นก็จะหมดไปแล้วละค่ะ
วันนี้แม่บ้านคนไหนที่มีเรื่องกังวลใจหรือกลุ้มใจในเรื่องของหุงข้าวไม่ทันไรข้าวก็บูดเสียแล้ว ซึ่งหลายคนนั้นคิดว่าการที่เราเคยทิ้งข้าวให้บูดคาหม้อครั้งหนึ่งแล้ว ครั้งต่อไปข้าวที่คุณนั้นหุงอีกก็อยู่ได้ไม่นานแล้วจะบูดอีก ซึ่งความคิดนี้เป็นความจริงค่ะ และเหตุที่เป็นเช่นนั้นเพราะมีเชื้อสปอร์ของจุลินทรีย์ที่ทำให้อาหารบูดเสียตกค้างอยู่ในหม้อหุงข้าว แม้ว่าเรานำหม้อมาล้างด้วยน้ำยาล้างจานสูตรฆ่าเชื้อจุลินทรีย์เป็นอย่างดีแล้วก็ตาม เชื้อจุลินทรีย์เล่านี้ก็ถูกขจัดออกไปไม่หมด และวันนี้ผู้เขียนมีเคล็ดลับ หุงข้าวยังไงไม่ให้บูด มาฝากกันค่ะ
วิธีที่ 1 ใส่น้ำส้มสายชูลงไป 1 ช้อนชา แล้วกดหุงตามปกติ ที่ทดลองก็หุงข้าว 2 ถ้วย รสชาติก็ไม่มีอะไรแปลกไป ไม่มีรสเปรี้ยว ข้าวจะอยู่ในอุณหภูมิห้องได้ 4-5 วัน โดยที่ไม่มีกลิ่น ไม่แฉะ ไม่บูด
วิธีที่ 2 นำหม้อที่บูดใส่เกลือ ที่อยู่ในครัว นำมาใส่ในหม้อผสม แล้วทิ้งไว้ประมาณ1-2 ชม.เสร็จแล้ว แล้วล้างหม้อให้สะอาด นำไปหุงเหมือนเดิม ครั้งต่อไป จะล้างหม้อใส่เกลือผสมกับน้ำล้างตามปกติ ประมาณ 2-3 ครั้ง หม้อที่บูดก็จะหายบูด
วิธีที่ 3 ให้ทำความสะอาดหม้อหุงข้าวด้วยน้ำยาล้างจาน และน้ำสะอาดตามวิธีปกติก่อน 1 ครั้ง จากนั้นเติมน้ำเปล่าลงในหม้อหุงข้าวประมาณ 2 ถ้วยตวง และกดปุ่ม Cook เป็นระยะเวลานาน 15 นาที (สำหรับหม้อหุงข้าวขนาดครัวเรือน) การหุงน้ำเปล่่านี้ จะสามารถช่วยทำลายเชื้อจุลินทรีย์ที่ตกค้างอยู่ได้ และช่วยแก้ปัญหาข้าวบูดเสียง่ายกว่าปกติ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ อาจใส่เกลือลงไปในน้ำเปล่าที่หุงสัก 1 ช้อนโต๊ะ
เพียงแค่คุณแม่บ้านนั้นลองทำตามวิธีหุงข้าวยังไงไม่ให้บูดที่ผู้เขียนนำมาฝากสัก 1 วิธี แค่นี้ปัญหาข้าวบูดนั้นก็จะหมดไปแล้วละค่ะ
************
Cr:: หุงข้าวยังไงไม่ให้บูด
Subscribe to:
Posts (Atom)



