ธปท.เปิดเรตค่าจ้างคนไทยปี 54 ห่างกันราวฟ้ากับดิน แรงงานไร้การศึกษาได้แค่ 4 พันกว่าบาทต่อเดือน ปริญญาเอก ทิ้งห่างฟันเดือนละ 8 หมื่นกว่าบาท โท 3 หมื่นกว่าบาท ส่วนตรีไม่ถึง 2 หมื่น ขณะที่คนจบอาชีวะได้ค่าจ้างแซงหน้าสายสามัญหมื่นต้นๆ...
ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) โดยฝ่ายเศรษฐกิจในประเทศ ได้รายงานตัวเลขค่าจ้างแรงงานเฉลี่ยของแรงงานไทยเฉลี่ย สิ้นปี 2554 ที่ผ่านมา แยกตามการศึกษาและสาขาอาชีพ โดยแยกค่าจ้างแรงงานเฉลี่ยของแรงงานไทยตั้งแต่ไม่มีการศึกษา จนถึงปริญญาตรีเฉลี่ยทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศ พบว่า ค่าจ้างแรงงานเฉลี่ยของแรงงานที่ไม่มีการศึกษา ณ สิ้นปี 2554 อยู่ที่ 4,789.17 ต่อเดือน
ขณะที่แรงงานที่มีการศึกษาต่ำกว่าประถมศึกษา มีค่าจ้างแรงงานเฉลี่ยสูงขึ้นเป็น 5,734 บาทต่อเดือน สำหรับแรงงานที่มีการศึกษาระดับประถมศึกษา มีค้าจ้างเฉลี่ยรายเดือนอยู่ที่ 6,089.98 บาท ส่วนแรงงานที่มีการศึกษาในระดับมัธยมศึกษาตอนต้น พบว่าได้ค่าจ้างแรงงานเฉลี่ยอยู่ที่ 6,972.18 บาทต่อเดือน
ด้านค่าจ้างของแรงงานที่มีการศึกษาระดับมัธยมปลายนั้น จะแยกเป็น 3 ประเภท โดยค่าจ้างแรงงานของผู้จบมัธยมปลายสายอาชีวะ จะมีค่าจ้างแรงงานเฉลี่ยต่อเดือนสูงที่สุดที่ 12,500.59 บาท ส่วนแรงงงานที่จบมัธยมปลายสายสามัญจะมีค่าจ้างแรงงานเฉลี่ยต่ำที่สุด 7,863.45 บาทต่อเดือน ขณะที่ค่าจ้างแรงงานในสายวิชาการศึกษา ซึ่งหมายถึงด้านวิเคราะห์ วิจัย วางแผนพัฒนา เทคโนโลยีในการศึกษา จะมีค่าจ่างแรงงานเฉลี่ยต่อเดือนที่ 7,960.42 บาท
สำหรับแรงงานระดับอนุปริญญา มีค่าจ้างแรงงานเฉลี่ยรวมทุกประเภทอยู่ที่ 11,209.59 บาทต่อเดือน โดยค่าจ้างแรงงานเฉลี่ยของผู้จบสายสามัญ มีรายได้เฉลี่ยสูงอยู่ที่ 13,647.59 บาทต่อเดือน สายอาชีวศึกษากลายเป็นสายที่ได้ค่าจ้างเฉลี่ยต่ำที่สุดที่ 11,054.49 บาทต่อเดือน ขณะที่สายวิชาการการศึกษามีค่าจ้างเฉลี่ยอยู่ที่ 11,443.89 บาทต่อเดือน
ทั้งนี้ เมื่อสำรวจถึงค่าจ้างแรงงานระดับปริญญาตรีพบว่า แรงงานในระดับปริญญาตรีสิ้นปี 2554 มีค่าจ้างเฉลี่ยอยู่ที่ 18,210.34 บาท แยกเป็น สายวิชาการ มีค่าจ้างเฉลี่ย 17,882.10 บาทต่อเดือน สายวิชาชีพ มีค่าจ้างเฉลี่ยต่อเดือน 17,032.20 บาท โดยในระดับปริญญาตรีนั้น สายวิชาการการศึกษาขึ้นมาเป็นสายที่มีค่าจ้างแรงงานเฉลี่ยสูงที่สุดที่ 22,796.45 บาทต่อเดือน
อย่างไรก็ตาม เมื่อเปรียบเทียบค่าจ้างแรงงานเฉลี่ยระหว่างผู้ที่มีการศึกษาระดับปริญญาตรีกับสูงกว่าปริญญาตรี จะเห็นการเพิ่มขึ้นของค่าจ้างแรงงานเฉลี่ยแบบก้าวกระโดด โดยจากค่าจ้างแรงงานเฉลี่ยในปี 2554 ของแรงงานระดับปริญญาตรีที่ 18,843.53 บาทต่อเดือน เมื่อขึ้นมาเป็นแรงงานระดับปริญาโทจะมีค่าจ้างเฉลี่ยเพิ่มขึ้นเป็น 33,881.35 บาทต่อเดือน และหากเป็นแรงงานระดับปริญญาเอก ค่าจ้างเฉลี่ยต่อเดือนจะขึ้นไปที่ 80,288.83 บาทต่อเดือน
ส่วนการสำรวจค่าจ้างแรงงาน จำแนกตามอาชีพ ทุกระดับการศึกษานั้น อาชีพผู้บัญญัติกฎหมาย ข้าราชการอาวุโส และเอกชนระดับผู้จัดการ มีค่าจ้างแรงงานสูงที่สุดเฉลี่ยที่ 26,360.33 บาทต่อเดือน ขณะที่ผู้ประกอบวิชาชีพด้านต่างๆ มีค่าจ้างแรงงานเฉลี่ย 21,984.92 บาทต่อเดือน ช่างเทคนิคสาขาต่างๆ และผู้ประกอบวิชาชีพอื่นที่เกี่ยวข้องมีค่าจ้างเฉลี่ยที่ 16,264.77 บาทต่อเดือน
สำหรับเสมียนมีค่าจ้างเฉลี่ย 12,532.73 บาทต่อเดือน พนักงานบริการและพนักงานขายในร้านค้าและตลาดสด มีค่าจ้างเฉลี่ย 8,806.28 บาทต่อเดือน ผู้ปฏิบัติงานในธุรกิจด้านความสามารถทางฝีมือและธุรกิจอื่นที่เกี่ยวข้อง มีค่าจ้างเฉลี่ย 7,502.91 บาทต่อเดือน ผู้ปฏิบัติการเครื่องจักรโรงงาน และเครื่องจักร รวมทั้งการประกอบมีค้าจ้างเฉลี่ย 7,504.97 บาทต่อเดือน อาชีพขั้นพื้นฐาน 5,038.08 บาทต่อเดือน และอาชีพอื่นๆ 13,388.81 บาทต่อเดือน
:: ไทยรัฐออนไลน์ วันพฤหัสบดีที่ 5 เมษายน 2555
Tuesday, April 10, 2012
Tuesday, April 3, 2012
โอกาสทองของผู้ปลูกหม่อนญี่ปุ่นสั่งชาหม่อนเพิ่มอีกเท่าตัว
นายประเสริฐ โกศัลวิตร อธิบดีกรมหม่อนไหม กล่าวว่า ใบหม่อน นอกจากใช้เป็นอาหารของหนอนไหม เพื่อให้สร้างเส้นใยไว้ทอผ้าแล้ว จากการวิจัยของกรมหม่อนไหมยังพบว่า ใบหม่อนมีสรรพคุณเป็นสมุนไพร และอุดมไปด้วยคุณค่าทางโภชนาการ เช่น มีสารดีเอ็นเจ (DNJ :1-deoxynojirimycin) ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด มีสารกาบา (GABA : Gamma Amino Butyric Acid) ช่วยลดความดันโลหิต และบำรุงสมอง อีกทั้งยังพบกรดอะมิโนที่จำเป็นต่อร่างกายครบทุกชนิด จึงมีการนำมาผลิตเป็นชาใบหม่อน ซึ่งปัจจุบันชาใบหม่อนของไทยมีการผลิตแบบอุตสาหกรรมครัวเรือน โดยกลุ่มเกษตรกรต่าง ๆ ทั่วประเทศ ประมาณ 30 กลุ่ม เพื่อจำหน่ายภายในประเทศ และการผลิตแบบอุตสาหกรรมโรงงานอีก 4 แห่ง ที่จังหวัดนครราชสีมา กาญจนบุรี 2 แห่ง และเชียงราย เพื่อการส่งออกและจำหน่ายภายในประเทศ
สำหรับประเทศคู่ค้าชาใบหม่อนที่สำคัญของไทย คือ ญี่ปุ่น ซึ่งรู้จักคุณค่าและประโยชน์ของใบหม่อนมาอย่างยาวนาน และเชื่อมั่นในมาตรฐานการผลิตของไทย โดยนำเข้าชาใบหม่อนจากประเทศไทย ปีละประมาณ 100 ตัน และเมื่อปีที่ผ่านมาญี่ปุ่นมีความต้องการชาใบหม่อนมากขึ้นอีก 1 เท่าตัว เป็น 200 ตัน ดังนั้นจึงเป็นโอกาสที่ดีของเกษตรกรที่มีพื้นที่อยู่ในจังหวัดที่มีโรงงานผลิตชาใบหม่อนตั้งอยู่ หรือจังหวัดใกล้เคียงที่สนใจจะปลูกหม่อนเพื่อจำหน่ายใบให้กับโรงงานดังกล่าว ซึ่งคาดว่าจะสามารถสร้างรายได้ไม่ต่ำกว่าไร่ละ 10,000 หรือ 20,000 บาทต่อปี ในเขตชลประทาน หรือพื้นที่ที่สามารถให้น้ำแปลงหม่อนได้
เกษตรกรหรือผู้ที่สนใจการปลูกหม่อนสามารถสอบถาม ติดต่อได้ที่ กรมหม่อนไหม โทร 0-2558-7948, 0-2558-7924-6 ต่อ 401 หรือศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติฯ ทั้ง 21 แห่งทั่วประเทศ
::โอกาสทองของผู้ปลูกหม่อนญี่ปุ่นสั่งชาหม่อนเพิ่มอีกเท่าตัว © 2554 บริษัท เดลินิวส์ เว็บ จำกัด วันพุธที่ 4 เมษายน 2555
สำหรับประเทศคู่ค้าชาใบหม่อนที่สำคัญของไทย คือ ญี่ปุ่น ซึ่งรู้จักคุณค่าและประโยชน์ของใบหม่อนมาอย่างยาวนาน และเชื่อมั่นในมาตรฐานการผลิตของไทย โดยนำเข้าชาใบหม่อนจากประเทศไทย ปีละประมาณ 100 ตัน และเมื่อปีที่ผ่านมาญี่ปุ่นมีความต้องการชาใบหม่อนมากขึ้นอีก 1 เท่าตัว เป็น 200 ตัน ดังนั้นจึงเป็นโอกาสที่ดีของเกษตรกรที่มีพื้นที่อยู่ในจังหวัดที่มีโรงงานผลิตชาใบหม่อนตั้งอยู่ หรือจังหวัดใกล้เคียงที่สนใจจะปลูกหม่อนเพื่อจำหน่ายใบให้กับโรงงานดังกล่าว ซึ่งคาดว่าจะสามารถสร้างรายได้ไม่ต่ำกว่าไร่ละ 10,000 หรือ 20,000 บาทต่อปี ในเขตชลประทาน หรือพื้นที่ที่สามารถให้น้ำแปลงหม่อนได้
เกษตรกรหรือผู้ที่สนใจการปลูกหม่อนสามารถสอบถาม ติดต่อได้ที่ กรมหม่อนไหม โทร 0-2558-7948, 0-2558-7924-6 ต่อ 401 หรือศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติฯ ทั้ง 21 แห่งทั่วประเทศ
::โอกาสทองของผู้ปลูกหม่อนญี่ปุ่นสั่งชาหม่อนเพิ่มอีกเท่าตัว © 2554 บริษัท เดลินิวส์ เว็บ จำกัด วันพุธที่ 4 เมษายน 2555
สรรพากรยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา
สรรพากรยกเว้นภาษีเงินได้ สนับสนุนการใช้พลังงานอย่างประหยัด ขยายเวลาการยื่นแบบแสดงรายการภาษีผ่านอินเทอร์เน็ตออกไปอีก 8 วัน
วันนี้(3 เม.ย.) นางจิตรมณี สุวรรณพูล รองอธิบดีกรมสรรพากรในฐานะโฆษกกรมสรรพากร เปิดเผยว่า กรมสรรพากรแจ้งยกเว้นภาษีเงินได้ให้แก่ บุคคลธรรมดา ที่มีเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (5) – (8) บริษัทจำกัด บริษัทมหาชนจำกัด และห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล สำหรับเงินได้เท่าที่จ่ายเป็นค่าใช้จ่ายเพื่อการได้มาซึ่งทรัพย์สินประเภทวัสดุอุปกรณ์ หรือเครื่องจักรที่มีผลต่อการประหยัดพลังงาน แต่ไม่รวมถึงยานพาหนะและวัสดุ อุปกรณ์หรือเครื่องจักรที่ใช้กับยานพาหนะ ไม่เกิน 25%ของค่าใช้จ่าย
ทั้งนี้ มีเงื่อนไขว่า ต้องเป็นทรัพย์สินที่ไม่เคยผ่านการใช้งานซึ่งได้ซื้อมาและอยู่ในสภาพพร้อมใช้งานได้ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 54-31 ธ.ค. 55 นี้ โดยได้รับการรับรองจากกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน ว่าเป็นวัสดุอุปกรณ์หรือเครื่องจักรที่มีผลต่อการประหยัดพลังงานภายในวันที่ 31 ธ.ค. 55 นอกจากนี้ ต้องหักค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคาเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 5 ปี นับแต่วันที่ทรัพย์สินนั้นอยู่ในสภาพพร้อมที่จะใช้งาน
“การยกเว้นภาษีเงินได้สำหรับค่าใช้จ่ายดังกล่าวเป็นอีกหนึ่งมาตรการของกรมสรรพากรที่สนับสนุนให้มีการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพเพื่อแก้ไขปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้ยังได้ขยายเวลาการยื่นแบบแสดงรายการภาษีผ่านอินเทอร์เน็ตออกไปอีก 8 วัน นับแต่วันพ้นกำหนดเวลาการยื่นแบบฯ ตามที่กฎหมายกำหนดและหากมีข้อสงสัยสอบถามที่หมายเลข 1161 ตั้งแต่เวลา 08.30 - 18.00 น. ทุกวันทำการหรือศึกษาข้อมูลที่ www.rd.go.th”
:: สรรพากรยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา © 2554 บริษัท เดลินิวส์ เว็บ จำกัด วันอังคารที่ 3 เมษายน 2555 เวลา 15:23 น.
วันนี้(3 เม.ย.) นางจิตรมณี สุวรรณพูล รองอธิบดีกรมสรรพากรในฐานะโฆษกกรมสรรพากร เปิดเผยว่า กรมสรรพากรแจ้งยกเว้นภาษีเงินได้ให้แก่ บุคคลธรรมดา ที่มีเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (5) – (8) บริษัทจำกัด บริษัทมหาชนจำกัด และห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล สำหรับเงินได้เท่าที่จ่ายเป็นค่าใช้จ่ายเพื่อการได้มาซึ่งทรัพย์สินประเภทวัสดุอุปกรณ์ หรือเครื่องจักรที่มีผลต่อการประหยัดพลังงาน แต่ไม่รวมถึงยานพาหนะและวัสดุ อุปกรณ์หรือเครื่องจักรที่ใช้กับยานพาหนะ ไม่เกิน 25%ของค่าใช้จ่าย
ทั้งนี้ มีเงื่อนไขว่า ต้องเป็นทรัพย์สินที่ไม่เคยผ่านการใช้งานซึ่งได้ซื้อมาและอยู่ในสภาพพร้อมใช้งานได้ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 54-31 ธ.ค. 55 นี้ โดยได้รับการรับรองจากกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน ว่าเป็นวัสดุอุปกรณ์หรือเครื่องจักรที่มีผลต่อการประหยัดพลังงานภายในวันที่ 31 ธ.ค. 55 นอกจากนี้ ต้องหักค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคาเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 5 ปี นับแต่วันที่ทรัพย์สินนั้นอยู่ในสภาพพร้อมที่จะใช้งาน
“การยกเว้นภาษีเงินได้สำหรับค่าใช้จ่ายดังกล่าวเป็นอีกหนึ่งมาตรการของกรมสรรพากรที่สนับสนุนให้มีการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพเพื่อแก้ไขปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้ยังได้ขยายเวลาการยื่นแบบแสดงรายการภาษีผ่านอินเทอร์เน็ตออกไปอีก 8 วัน นับแต่วันพ้นกำหนดเวลาการยื่นแบบฯ ตามที่กฎหมายกำหนดและหากมีข้อสงสัยสอบถามที่หมายเลข 1161 ตั้งแต่เวลา 08.30 - 18.00 น. ทุกวันทำการหรือศึกษาข้อมูลที่ www.rd.go.th”
:: สรรพากรยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา © 2554 บริษัท เดลินิวส์ เว็บ จำกัด วันอังคารที่ 3 เมษายน 2555 เวลา 15:23 น.
ล้าหลัง ตามไม่ทัน: fall behind
หลายคนพูดว่า ประเทศไทยล้่าหลังตามไม่ทันประเทศเพื่อนบ้าน คำ fall behind สามารถนำมาใช้ในกรณีนี้ได้ ซึ่ง fall behind ให้ความหมายในเชิง fail to keep up a pace คือ ล้มเหลวที่จะตามความเร็วของคนอื่น ทำให้ต้องอยู่ในส่วนหลังของกลุ่มหรือตกกลุ่ม lag behind
เพราะผมไม่อยาก(เรียนรู้)ตามคนอื่นไม่ท้ัน ผมต้องเดินให้เร็วกว่านี้ I do not want to fall behind, so I must walk faster. ผมต้องฝึกแล้วฝึกอีก I have to practice again and again.
นอกจากนั้น คำ fall behind ยังให้ความหมายเชิง หาเงินไม่ทันใช้ คือ รายจ่ายมากกว่ารายรับได้ด้วย (to be financially in arrears)
In this inflation situation, we have to be careful so we do not financially fall behind. เศรษฐกิจรัดตัวกันแบบนี้ ของแพง รายจ่ายเยอะก็ต้องระวังกันหน่อยเด้อ
Dr.SoS
เพราะผมไม่อยาก(เรียนรู้)ตามคนอื่นไม่ท้ัน ผมต้องเดินให้เร็วกว่านี้ I do not want to fall behind, so I must walk faster. ผมต้องฝึกแล้วฝึกอีก I have to practice again and again.
นอกจากนั้น คำ fall behind ยังให้ความหมายเชิง หาเงินไม่ทันใช้ คือ รายจ่ายมากกว่ารายรับได้ด้วย (to be financially in arrears)
In this inflation situation, we have to be careful so we do not financially fall behind. เศรษฐกิจรัดตัวกันแบบนี้ ของแพง รายจ่ายเยอะก็ต้องระวังกันหน่อยเด้อ
Dr.SoS
เหตุเพราะต้นยาง 100 ปี
เหตุเพราะต้นยาง 100 ปี
คิดว่าหลายท่านคงเคยใช้เส้นทางเชียงใหม่ – ลำพูน ทัศนียภาพสองข้างทางสวยงามด้วยต้นยางอายุกว่า 100 ปี
ดูแล้ว ชุ่มชื่นหัวใจ (ตามประสาผู้สูงอายุ....) ผู้เขียนก็เคยเช่นเดียวกัน เมื่อเข้าทำงานกรมทางหลวงใหม่ ๆ และได้เดินทางไปราชการที่จังหวัดลำพูนจะใช้เส้นทางเชียงใหม่ – ลำพูน ซึ่งชื่นชอบเป็นพิเศษเพราะสองข้างทางจะเขียวครึ้ม ร่มเย็น
แต่ ผู้ฟ้องคดีนี้คงไม่คิดเช่นนั้น เพราะบ้านของผู้ฟ้องคดีถูกต้นยาง 100 ปี โค่นล้มทับ ทำให้อาคารที่ใช้เป็นที่อยู่อาศัยและเป็นสำนักงานธุรกิจได้รับความเสียหาย
ทั้ง หลัง ตัวผู้ฟ้องคดีก็ได้รับบาดเจ็บ จึงนำคดีมาฟ้องต่อศาลปกครองเชียงใหม่ ให้กรมทางหลวงชดใช้ค่าเสียหายจำนวน 8,146,450 บาท ฐานละเลยต่อหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนดให้ต้องปฏิบัติ
กรม ทางหลวงได้ยื่นคำให้การต่อสู้คดีว่า กรมทางหลวงมีหน้าที่รับผิดชอบ ดูแล ลิดรานกิ่งไม้แห้งของต้นยางเพื่อความปลอดภัยแก่ผู้ใช้ทางหลวงเป็นประจำเท่า นั้น และได้ให้แขวงการทางลำพูน และแขวงการทางเชียงใหม่ที่ 2 ดูแลทาสีน้ำปูนขาวบริเวณโคนต้นเพื่อป้องกันเชื้อรา ปลวก และแมลงอื่น ๆ ที่จะทำลายต้น การตัดต้นยางเป็นหน้าที่ของป่าไม้เขตเชียงใหม่โดยองค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ เป็นผู้พิจารณาทำไม้ออกตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ. 2484 เหตุตามคดีนี้เกิดจากอุบัติภัยทางธรรมชาติ มีพายุฝนฟ้าคะนองนอกฤดูกาลประกอบกับมีลมกระโชกแรง จึงเป็นเรื่องเหตุสุดวิสัยไม่สามารถป้องกันได้ และต้นยางพิพาทปลูกอยู่บริเวณหน้าสำนักงานผู้ฟ้องคดี และเคยมีอุบัติเหตุเกี่ยวกับต้นยางเกิดขึ้น หากผู้ฟ้องคดีเห็นว่าต้นยางดังกล่าวอาจก่อให้เกิดอันตรายก็ควรจะแจ้งเจ้า หน้าที่ที่เกี่ยวข้องให้แก้ไขก่อนจะก่อให้เกิดความเสียหาย เห็นว่าผู้ฟ้องคดีมีส่วนในการก่อให้เกิดความเสียหายด้วยเช่นกัน
ศาลปกครองเชียงใหม่ได้มีคำพิพากษาด้วยเหตุผลดังนี้......
ศาล พิเคราะห์แล้วเห็นว่า การดำเนินการเกี่ยวกับทางหลวงเป็นอำนาจหน้าที่โดยตรงของกรมทางหลวงโดยเฉพาะ ซึ่งได้แก่การก่อสร้าง การขยาย การบูรณะหรือการบำรุงรักษา ซึ่งรวมถึงการดูแลต้นไม้ที่ขึ้นอยู่ในเขตทางหลวง มิให้เป็นภยันตรายหรืออาจก่อให้เกิดอันตรายแก่ผู้ใช้รถ ตัวถนน รวมถึงบ้านเรือนราษฎรที่ตั้งอยู่สองฝั่งทางหลวงด้วย ตามกฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการกรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม พ.ศ. 2545 ประกอบกับพระราชบัญญัติทางหลวง พ.ศ. 2535 ดังนั้น โดยที่อำนาจหน้าที่ของกรมทางหลวงเป็นอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายกำหนดให้ต้อง ปฏิบัติ จึงเป็นอำนาจหน้าที่ของกรมทางหลวงโดยตรงที่จะต้องตรวจตรา ดูแลบำรุงรักษา หรือแจ้งแก่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทำไม้ยางออกเพื่อมิให้เกิดอันตรายต่อ บุคคลหรือ ทรัพย์สิน และแม้กรมทางหลวงอ้างว่าไม่มีอำนาจในการตัดต้นยาง ผู้มีอำนาจพิจารณาตัดต้นยางคือผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ โดยองค์การอุตสาหกรรมป่าไม้เป็นผู้ดำเนินการทำไม้ออกก็ตาม การดำเนินการดังกล่าวเป็นเพียงขั้นตอนภายในของหน่วยงานซึ่งไม่ทำให้หน้าที่ ในการตรวจตรา บำรุง ดูแลรักษาต้นยางของกรมทางหลวงหมดไปแต่อย่างใด และศาลเห็นว่าการเกิดฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงในบริเวณที่เกิดเหตุ แต่ไม่ปรากฏว่าต้นยางอื่น ๆ ที่อยู่บริเวณสองข้างทางหลวงดังกล่าวได้หักโค่นแต่อย่างใด มีเพียงต้นยางที่พิพาทเพียงต้นเดียวที่โค่นล้มทับบ้านผู้ฟ้องคดี ประกอบกับศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคเหนือได้ชี้แจงต่อศาลว่า ในวันเกิดเหตุความเร็วลมเพียง 15 น็อต (28 กิโลเมตร/ชั่วโมง)เท่านั้น จึงไม่ใช่เหตุสุดวิสัยที่กรมทางหลวงจะยกขึ้นอ้างเพื่อให้พ้นความรับผิดชอบ
กรม ทางหลวงจึงย่อมต้องทราบดีว่าต้นยางพิพาทเป็นไม้เนื้ออ่อนที่มีอายุกว่า 100 ปี ลำต้นสูงประมาณ 50 เมตร อีกทั้งยังเป็นต้นไม้อนุรักษ์ กรมทางหลวงต้องดูแล บำรุงรักษา เอาใจใส่ต้นยางบริเวณสองข้างทางหลวงเป็นพิเศษยิ่งกว่าต้นไม้ธรรมดาทั่วไป การที่เจ้าหน้าที่กรมทางหลวงเพียงแต่ทาสีน้ำปูนขาวบริเวณโคนต้นยางเพื่อ ป้องกันเชื้อรา ปลวก และแมลงอื่น ๆ ทำลายต้น หาใช่เป็นการดูแลบำรุงรักษาอย่างเพียงพอที่จะสามารถป้องกันไม่ให้เกิด อันตรายต่อบุคคลและทรัพย์สินได้ เมื่อกรมทางหลวงซึ่งมีหน้าที่ในการตรวจตรา บำรุง ดูแลรักษาต้นยางพิพาทแต่ไม่ได้ใช้ความระมัดระวังดูแลบำรุงรักษาต้นยางพิพาท อย่างเพียงพอ เป็นผลให้ต้นยางพิพาทโค่นล้มทับบ้านของผู้ฟ้องคดีและทำให้ผู้ฟ้องคดีได้รับ บาดเจ็บ ความเสียหายที่ได้รับจึงเป็นผลโดยตรงจากการละเลยต่อหน้าที่ของกรมทางหลวง จึงเป็นการละเมิดต่อผู้ฟ้องคดี พิพากษาให้กรมทางหลวงชำระเงินค่าสินไหมทดแทนทั้งสิ้น 2,676,034 บาท
เรา จะเห็นได้ว่าดุลยพินิจของศาลในคดีนี้ ศาลท่านวินิจฉัยโดยอาศัยข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องว่า อำนาจหน้าที่ของกรมทางหลวงตามกฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการกรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม พ.ศ. 2545 ประกอบกับพระราชบัญญัติทางหลวง พ.ศ. 2535 มีว่าอย่างไร ซึ่งเราไม่อาจปฏิเสธหน้าที่ความรับผิดชอบตามกฎหมายได้เลย แม้ว่าเจ้าหน้าที่จะได้ดำเนินการตามหน้าที่ที่เคยปฏิบัติมาโดยตลอด แต่ศาลท่านยังเห็นว่ากรมทางหลวงต้องดูแลบำรุงรักษา เอาใจใส่ต้นยางบริเวณสองข้างทางหลวงสายเชียงใหม่ – ลำพูน เป็นพิเศษยิ่งกว่าต้นไม้ธรรมทั่วไป เพราะเป็นต้นยางอายุกว่า 100 ปีนี่เอง (ตามนัยคำพิพากษาศาลปกครองเชียงใหม่ คดีหมายเลขแดงที่ 78/2551)
เหตุเพราะต้นยาง 100 ปี จาก : วารสารทางหลวงปีที่ 48 ฉบับที่ 1 เดือนมกราคม - กุมภาพันธ์ 2554
คิดว่าหลายท่านคงเคยใช้เส้นทางเชียงใหม่ – ลำพูน ทัศนียภาพสองข้างทางสวยงามด้วยต้นยางอายุกว่า 100 ปี
ดูแล้ว ชุ่มชื่นหัวใจ (ตามประสาผู้สูงอายุ....) ผู้เขียนก็เคยเช่นเดียวกัน เมื่อเข้าทำงานกรมทางหลวงใหม่ ๆ และได้เดินทางไปราชการที่จังหวัดลำพูนจะใช้เส้นทางเชียงใหม่ – ลำพูน ซึ่งชื่นชอบเป็นพิเศษเพราะสองข้างทางจะเขียวครึ้ม ร่มเย็น
แต่ ผู้ฟ้องคดีนี้คงไม่คิดเช่นนั้น เพราะบ้านของผู้ฟ้องคดีถูกต้นยาง 100 ปี โค่นล้มทับ ทำให้อาคารที่ใช้เป็นที่อยู่อาศัยและเป็นสำนักงานธุรกิจได้รับความเสียหาย
ทั้ง หลัง ตัวผู้ฟ้องคดีก็ได้รับบาดเจ็บ จึงนำคดีมาฟ้องต่อศาลปกครองเชียงใหม่ ให้กรมทางหลวงชดใช้ค่าเสียหายจำนวน 8,146,450 บาท ฐานละเลยต่อหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนดให้ต้องปฏิบัติ
กรม ทางหลวงได้ยื่นคำให้การต่อสู้คดีว่า กรมทางหลวงมีหน้าที่รับผิดชอบ ดูแล ลิดรานกิ่งไม้แห้งของต้นยางเพื่อความปลอดภัยแก่ผู้ใช้ทางหลวงเป็นประจำเท่า นั้น และได้ให้แขวงการทางลำพูน และแขวงการทางเชียงใหม่ที่ 2 ดูแลทาสีน้ำปูนขาวบริเวณโคนต้นเพื่อป้องกันเชื้อรา ปลวก และแมลงอื่น ๆ ที่จะทำลายต้น การตัดต้นยางเป็นหน้าที่ของป่าไม้เขตเชียงใหม่โดยองค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ เป็นผู้พิจารณาทำไม้ออกตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ. 2484 เหตุตามคดีนี้เกิดจากอุบัติภัยทางธรรมชาติ มีพายุฝนฟ้าคะนองนอกฤดูกาลประกอบกับมีลมกระโชกแรง จึงเป็นเรื่องเหตุสุดวิสัยไม่สามารถป้องกันได้ และต้นยางพิพาทปลูกอยู่บริเวณหน้าสำนักงานผู้ฟ้องคดี และเคยมีอุบัติเหตุเกี่ยวกับต้นยางเกิดขึ้น หากผู้ฟ้องคดีเห็นว่าต้นยางดังกล่าวอาจก่อให้เกิดอันตรายก็ควรจะแจ้งเจ้า หน้าที่ที่เกี่ยวข้องให้แก้ไขก่อนจะก่อให้เกิดความเสียหาย เห็นว่าผู้ฟ้องคดีมีส่วนในการก่อให้เกิดความเสียหายด้วยเช่นกัน
ศาลปกครองเชียงใหม่ได้มีคำพิพากษาด้วยเหตุผลดังนี้......
ศาล พิเคราะห์แล้วเห็นว่า การดำเนินการเกี่ยวกับทางหลวงเป็นอำนาจหน้าที่โดยตรงของกรมทางหลวงโดยเฉพาะ ซึ่งได้แก่การก่อสร้าง การขยาย การบูรณะหรือการบำรุงรักษา ซึ่งรวมถึงการดูแลต้นไม้ที่ขึ้นอยู่ในเขตทางหลวง มิให้เป็นภยันตรายหรืออาจก่อให้เกิดอันตรายแก่ผู้ใช้รถ ตัวถนน รวมถึงบ้านเรือนราษฎรที่ตั้งอยู่สองฝั่งทางหลวงด้วย ตามกฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการกรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม พ.ศ. 2545 ประกอบกับพระราชบัญญัติทางหลวง พ.ศ. 2535 ดังนั้น โดยที่อำนาจหน้าที่ของกรมทางหลวงเป็นอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายกำหนดให้ต้อง ปฏิบัติ จึงเป็นอำนาจหน้าที่ของกรมทางหลวงโดยตรงที่จะต้องตรวจตรา ดูแลบำรุงรักษา หรือแจ้งแก่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทำไม้ยางออกเพื่อมิให้เกิดอันตรายต่อ บุคคลหรือ ทรัพย์สิน และแม้กรมทางหลวงอ้างว่าไม่มีอำนาจในการตัดต้นยาง ผู้มีอำนาจพิจารณาตัดต้นยางคือผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ โดยองค์การอุตสาหกรรมป่าไม้เป็นผู้ดำเนินการทำไม้ออกก็ตาม การดำเนินการดังกล่าวเป็นเพียงขั้นตอนภายในของหน่วยงานซึ่งไม่ทำให้หน้าที่ ในการตรวจตรา บำรุง ดูแลรักษาต้นยางของกรมทางหลวงหมดไปแต่อย่างใด และศาลเห็นว่าการเกิดฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงในบริเวณที่เกิดเหตุ แต่ไม่ปรากฏว่าต้นยางอื่น ๆ ที่อยู่บริเวณสองข้างทางหลวงดังกล่าวได้หักโค่นแต่อย่างใด มีเพียงต้นยางที่พิพาทเพียงต้นเดียวที่โค่นล้มทับบ้านผู้ฟ้องคดี ประกอบกับศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคเหนือได้ชี้แจงต่อศาลว่า ในวันเกิดเหตุความเร็วลมเพียง 15 น็อต (28 กิโลเมตร/ชั่วโมง)เท่านั้น จึงไม่ใช่เหตุสุดวิสัยที่กรมทางหลวงจะยกขึ้นอ้างเพื่อให้พ้นความรับผิดชอบ
กรม ทางหลวงจึงย่อมต้องทราบดีว่าต้นยางพิพาทเป็นไม้เนื้ออ่อนที่มีอายุกว่า 100 ปี ลำต้นสูงประมาณ 50 เมตร อีกทั้งยังเป็นต้นไม้อนุรักษ์ กรมทางหลวงต้องดูแล บำรุงรักษา เอาใจใส่ต้นยางบริเวณสองข้างทางหลวงเป็นพิเศษยิ่งกว่าต้นไม้ธรรมดาทั่วไป การที่เจ้าหน้าที่กรมทางหลวงเพียงแต่ทาสีน้ำปูนขาวบริเวณโคนต้นยางเพื่อ ป้องกันเชื้อรา ปลวก และแมลงอื่น ๆ ทำลายต้น หาใช่เป็นการดูแลบำรุงรักษาอย่างเพียงพอที่จะสามารถป้องกันไม่ให้เกิด อันตรายต่อบุคคลและทรัพย์สินได้ เมื่อกรมทางหลวงซึ่งมีหน้าที่ในการตรวจตรา บำรุง ดูแลรักษาต้นยางพิพาทแต่ไม่ได้ใช้ความระมัดระวังดูแลบำรุงรักษาต้นยางพิพาท อย่างเพียงพอ เป็นผลให้ต้นยางพิพาทโค่นล้มทับบ้านของผู้ฟ้องคดีและทำให้ผู้ฟ้องคดีได้รับ บาดเจ็บ ความเสียหายที่ได้รับจึงเป็นผลโดยตรงจากการละเลยต่อหน้าที่ของกรมทางหลวง จึงเป็นการละเมิดต่อผู้ฟ้องคดี พิพากษาให้กรมทางหลวงชำระเงินค่าสินไหมทดแทนทั้งสิ้น 2,676,034 บาท
เรา จะเห็นได้ว่าดุลยพินิจของศาลในคดีนี้ ศาลท่านวินิจฉัยโดยอาศัยข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องว่า อำนาจหน้าที่ของกรมทางหลวงตามกฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการกรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม พ.ศ. 2545 ประกอบกับพระราชบัญญัติทางหลวง พ.ศ. 2535 มีว่าอย่างไร ซึ่งเราไม่อาจปฏิเสธหน้าที่ความรับผิดชอบตามกฎหมายได้เลย แม้ว่าเจ้าหน้าที่จะได้ดำเนินการตามหน้าที่ที่เคยปฏิบัติมาโดยตลอด แต่ศาลท่านยังเห็นว่ากรมทางหลวงต้องดูแลบำรุงรักษา เอาใจใส่ต้นยางบริเวณสองข้างทางหลวงสายเชียงใหม่ – ลำพูน เป็นพิเศษยิ่งกว่าต้นไม้ธรรมทั่วไป เพราะเป็นต้นยางอายุกว่า 100 ปีนี่เอง (ตามนัยคำพิพากษาศาลปกครองเชียงใหม่ คดีหมายเลขแดงที่ 78/2551)
เหตุเพราะต้นยาง 100 ปี จาก : วารสารทางหลวงปีที่ 48 ฉบับที่ 1 เดือนมกราคม - กุมภาพันธ์ 2554
ทุจริตในหน้าที่
การทุจริตในหน้าที่ ซึ่งความรับผิดในทางแพ่งก็จะเป็นไปตามพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539
การทุจริตในหน้าที่ ซึ่งความรับผิดในทางแพ่งก็จะเป็นไปตามพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539
การทุจริตในหน้าที่ เป็นละเมิดในการปฏิบัติหน้าที่หรือไม่ ? ปัญหานี้เดิมคณะกรรมการกฤษฎีกาได้เคยวินิจฉัยไว้ ว่าการกระทำละเมิดที่เกิดจากการทุจริต มิใช่การกระทำละเมิดในการปฏิบัติหน้าที่ แต่ปัจจุบันแนวคำวินิจฉัยของคณะกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่าง ศาลและศาลปกครองสูงสุดวางแนวไว้ว่า เป็นการกระทำละเมิดในการปฏิบัติหน้าที่ ดังนั้นในกรณีที่เจ้าหน้าที่ได้กระทำละเมิดโดยทุจริต ปัจจุบันหน่วยงานของรัฐสามารถออกคำสั่งเรียกให้เจ้าหน้าที่ผู้นั้นชำระเงิน ภายในเวลาที่กำหนดตามมาตรา 12 แห่งพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539 ซึ่งคำสั่งดังกล่าวเป็นคำสั่งทางปกครอง หากถึงกำหนดแล้วไม่มีการชำระโดยถูกต้องครบถ้วน หน่วยงานของรัฐ ใช้มาตรการบังคับทางปกครองได้
การทุจริตในหน้าที่อาจทำให้ผู้ร่วมงาน ต้องร้อน ๆ หนาว ๆ ไปด้วยได้ แต่จะเป็นใครบ้างที่ต้องร่วมรับผิดชอบลองศึกษาเรื่องนี้ต่อกันไป....
เรื่องมีอยู่ว่ากรมทางหลวงได้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนเจ้าหน้าที่ ในความผิดฐานละเมิด ทำให้ราชการได้รับความเสียหายตามพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้า หน้าที่ พ.ศ. 2539 ในเรื่องที่ผู้ละเมิดซึ่งเป็นข้า ราชการตำแหน่งเจ้าหน้าที่การเงินและบัญชี ได้กระทำการทุจริตยักยอกเงินของทางราชการในขณะปฏิบัติหน้าที่งานการเงินและ บัญชี โดยสรุปยอดเงินและนำส่งเงินต่ำกว่ารายการใบเสร็จและแก้ไขตัวเลข ทั้งปลอมลายมือชื่อหัวหน้างานการเงินและบัญชี และนำเงินไปใช้เป็นประโยชน์ส่วนตัวทำให้ทางราชการได้รับความเสียหาย คิดเป็นเงิน 2,047,640.00 บาท
ผลการสอบสวนนั้นคณะกรรมการสอบ สวนและกรมทางหลวงเห็นตรงกันว่า เมื่อผู้ทำละเมิดได้ยอมรับว่าได้กระทำการทุจริตยักยอกเงินของทางราชการไป จริงและได้กระทำการเพียงผู้เดียวเท่านั้น เจ้าหน้าที่การเงินบุคคลอื่น ๆ ในงานการเงินไม่ได้ร่วมกระทำการทุจริตด้วย จึงเห็นว่าการกระทำการทุจริตและยักยอกเงินของทางราชการได้กระทำในขณะปฏิบัติ หน้าที่ ให้รับผิดชดใช้ทางแพ่งเต็มจำนวน ส่วนเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องคนอื่นไม่มีความผิดตามพระราชบัญญัติความรับผิดทาง ละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539 กรมทางหลวงจึงได้รายงานผลการสอบสวนให้กระทรวงการคลังเพื่อตรวจสอบตามระเบียบ
กรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง ได้พิจารณาผลการสอบสวนของคณะกรรมการแล้วมีความเห็นแตกต่างจากกรมทางหลวง คิดว่าท่านคงพอจะคาดการณ์ได้ว่าผลการพิจารณาจะเป็นอย่างไร
กรมบัญชีกลางมีความเห็นว่าการทุจริตในเรื่องนี้นอกจากผู้ทำละเมิดที่ต้องรับ ผิดเต็ม 100% แล้วยังมีผู้เกี่ยวข้องที่ต้องร่วมรับผิดชอบชดใช้ค่าเสียหายอีก 3 คน คือ
1. หัวหน้าการเงินและบัญชี
2. หัวหน้าฝ่ายบริหารทั่วไป
3. รองผู้อำนวยการสำนัก (ฝ่ายบริหารงานทั่วไป)
เรา มาดูเหตุผลของกรมบัญชีกลางที่ให้หัวหน้างานและผู้บังคับบัญชาต้องร่วมรับผิด ทางแพ่งกับผู้ทำละเมิดกันก่อน กรมบัญชีกลางให้เหตุดังนี้
1. หัวหน้าการเงินและบัญชี มีหน้าที่รับผิดชอบงานงบประมาณและบัญชี ควบคุมตรวจสอบการเบิกจ่ายเงิน การนำเงินส่งคลัง การเก็บรักษาเงินและควบคุมตรวจสอบการจัดทำบัญชีต่างๆ ของสำนักงานทางหลวงให้ถูกต้องครบถ้วนตามระเบียบ รวมทั้งควบคุมการปฏิบัติหน้าที่ของผู้ใต้บังคับบัญชาและยังเป็นหัวหน้างาน โดยตรงของผู้ทำละเมิด จึงมีหน้าที่ต้องควบคุมแลการเบิกจ่ายเงินและติดตามตรวจสอบการจัดทำบัญชีราย รับรายจ่ายในแต่ละวันให้ครบถ้วนถูกต้อง แต่กลับปล่อยปละละเลยไม่ควบคุมดูแลการปฏิบัติหน้าที่ของผู้ทำละเมิดให้เป็น ไปตามระเบียบอย่างเคร่งครัด จึงเป็นช่องทางให้ผู้ทำละเมิดนำสำเนาใบเสร็จรับเงินมาลงบัญชีด้วยยอดเงินที่ ต่ำกว่าความเป็นจริงและดำเนินการแก้ไขจำนวนเงินในใบเสร็จรับเงินแล้วนำเงิน ของทางราชการไปเป็นประโยชน์ส่วนตนและยังเป็นผู้มีหน้าที่ตรวจสอบและกลั่น กรองเบื้องต้น ซึ่งหากปฏิบัติหน้าที่ด้วยความระมัดระวังและละเอียดรอบคอบก็ป้องกันมิให้ เกิดทุจริตขึ้นได้ การกระทำดังกล่าวจึงเป็นโอกาสให้ผู้ทำละเมิดกระทำการทุจริตได้โดยง่าย พฤติการณ์เป็นการปฏิบัติหน้าที่ด้วยความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง เป็นการให้ราชการได้รับความเสียหาย จึงให้รับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนในอัตราร้อยละ 60 ของความเสียหาย 2,047,640 บาท คิดเป็นเงิน 1,228,584 บาท ตามนัยมาตรา 10 ประกอบมาตรา 8 แห่งพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539
2. หัวหน้าฝ่ายบริหารงานทั่วไป มีหน้าที่ต้องควบคุมตรวจสอบการจัดทำบัญชีรายรับ รายจ่ายให้ครบถ้วนถูกต้อง แต่กลับปล่อยปละละเลยให้หัวหน้าการเงินและบัญชีมอบหมายหน้าที่ให้ผู้ทำ ละเมิดรับผิดชอบหน้าที่รับเงินรายได้ ลงบัญชีและสรุปยอดเงินคงเหลือประจำวัน โดยมิได้มีการตรวจสอบควบคุมอย่างใกล้ชิด เป็นช่องทางให้ผู้ทำละเมิดนำสำเนาเสร็จใบรับเงินมาลงบัญชีด้วยยอดเงินที่ต่ำ กว่าความเป็นจริงและดำเนินการแก้ไขจำนวนเงินในใบเสร็จรับเงินแล้วนำเงินไป เป็นประโยชน์ส่วนตัวได้โดยง่าย พฤติการณ์การกระทำที่ไม่ได้ใช้ความระมัดระวังอย่างเพียงพอ ถือเป็นการปฏิบัติหน้าที่ด้วยความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงเป็นเหตุให้ ราชการได้รับความเสียหาย แต่เนื่องจากความเสียหายส่วนใหญ่เกิดจากหัวหน้าการเงินและบัญชีซึ่งเป็นผู้ ตรวจสอบและกลั่นกรองเบื้องต้นไม่ควบคุมการดูแลการจัดทำบัญชีรายรับรายจ่าย ให้เป็นไปตามระเบียบโดยเคร่งครัด จึงให้รับผิดชอบชดใช้ค่าสินไหมทดแทนในอัตราร้อยละ 20 ของความเสียหาย 2,047,640 บาท คิดเป็นเงิน 409,528 บาท ตามนัยมาตรา 10 ประกอบมาตรา 8 แห่งพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539
3. รองผู้อำนวยการสำนักทางหลวง มีหน้าที่รับผิดชอบ กำกับดูแล ตรวจสอบ ควบคุมตลอดจนติดตามประเมินผลงานของฝ่ายบริหารงานทั่วไปและในฐานะผู้บังคับ บัญชาย่อมมีหน้าที่ต้องควบคุม ตรวจสอบและกำกับดูแลการปฏิบัติหน้าที่ของผู้ใต้บังคับบัญชาให้เป็นไปตาม กฎหมายและระเบียบของทางราชการอย่างเคร่งครัด เมื่อหัวหน้าการเงินและบัญชีจัดทำรายงานคงเหลือประจำวันเสนอต่อหัวหน้าฝ่าย บริหารงานทั่วไป เพื่อเสนอรองผู้อำนวยการสำนักเพื่อทราบและตรวจสอบความถูกต้องตามคำสั่งที่ ได้รับมอบอำนาจให้ปฏิบัติหน้าที่ในฐานะหัวหน้าส่วนราชการแทนผู้อำนวยการ สำนักทางหลวง จึงต้องตรวจสอบใบรายงานเงินคงเหลือร่วมกับเอกสารหลักฐานต่าง ๆ บ้าง แต่กลับตรวจสอบใบรายงานประจำวันเพียงอย่างเดียว พฤติการณ์จึงเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้ทำละเมิดกระทำการทุจริตได้โดยง่าย ถือเป็นการปฏิบัติหน้าที่ด้วยความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง เป็นเหตุให้ราชการได้รับความเสียหาย แต่เนื่องจากความเสียหายส่วนใหญ่เกิดจากหัวหน้างานการเงินและบัญชีซึ่งเป็น ผู้ตรวจสอบและกลั่นกรองเบื้องต้นไม่ควบคุมดูแลการจัดทำบัญชีรายรับรายจ่าย ให้เป็นไปตามระเบียบโดยเคร่งครัด จึงให้รองผู้อำนวยการสำนักทางหลวงรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนในอัตราร้อยละ 20 ของความเสียหาย 2,047,640 บาท คิดเป็นเงิน 409,528 บาท ตามนัยมาตรา 10 ประกอบมาตรา 8 แห่งพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539
กรมบัญชีกลางได้ สรุปท้ายไว้ด้วยว่า หากกรมทางหลวงได้รับชดใช้จากผู้ทำละเมิดและเมื่อนำมารวมกับจำนวนเงินที่หัว หน้างานการเงิน หัวหน้าฝ่ายบริหารงานทั่วไป และรองผู้อำนวยการสำนักทางหลวงได้ชดใช้ไว้เกินจำนวนความเสียหาย ก็ให้คืนเงินส่วนที่ได้รับไว้เกินให้แก่บุคคลดังกล่าวตามสัดส่วนแห่งความรับ ผิด
จะเห็นได้ว่าเมื่อรวมค่าเสียหายทั้งหมดจะรวมได้ถึง 200% ซึ่งหากผู้ทำละเมิดนำเงินมาชดใช้เต็มจำนวนความเสียหายแล้ว ผู้ร่วมรับผิดคนอื่นก็ไม่ต้องชดใช้ตามสัดส่วนดังกล่าวนั่นเอง
สำหรับ ขั้นตอนต่อไปตามระเบียบเรื่องนี้กรมได้ออกคำสั่งทางปกครองแล้ว ซึ่งผู้ต้องร่วมรับผิดก็ได้อุทธรณ์คำสั่งและฟ้องต่อศาลปกครองให้เพิกถอนคำ สั่งตามกระบวนการวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง สุดท้ายเรื่องจะลงเอยอย่างไรจะรีบรายงานให้ทราบต่อไป….
จากเหตุผลของกรมบัญชีกลางข้างต้นผู้บังคับบัญชาโดยตรงคงหลุดพ้นความรับผิด ยาก ผลจากการกระทำความผิดของท่านเพียงผู้เดียวอาจทำให้ผู้บังคับบัญชาและเพื่อน ร่วมงานหลายๆคนต้องเป็นทุกข์และเดือดร้อนไปด้วย….เป็นสิ่งที่ไม่ควรกระทำ อย่างยิ่งใช่ไหมครับ
จาก : วารสารทางหลวงปีที่ 48 ฉบับที่ 2 เดือนมีนาคม - เมษายน 2554
การทุจริตในหน้าที่ ซึ่งความรับผิดในทางแพ่งก็จะเป็นไปตามพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539
การทุจริตในหน้าที่ เป็นละเมิดในการปฏิบัติหน้าที่หรือไม่ ? ปัญหานี้เดิมคณะกรรมการกฤษฎีกาได้เคยวินิจฉัยไว้ ว่าการกระทำละเมิดที่เกิดจากการทุจริต มิใช่การกระทำละเมิดในการปฏิบัติหน้าที่ แต่ปัจจุบันแนวคำวินิจฉัยของคณะกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่าง ศาลและศาลปกครองสูงสุดวางแนวไว้ว่า เป็นการกระทำละเมิดในการปฏิบัติหน้าที่ ดังนั้นในกรณีที่เจ้าหน้าที่ได้กระทำละเมิดโดยทุจริต ปัจจุบันหน่วยงานของรัฐสามารถออกคำสั่งเรียกให้เจ้าหน้าที่ผู้นั้นชำระเงิน ภายในเวลาที่กำหนดตามมาตรา 12 แห่งพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539 ซึ่งคำสั่งดังกล่าวเป็นคำสั่งทางปกครอง หากถึงกำหนดแล้วไม่มีการชำระโดยถูกต้องครบถ้วน หน่วยงานของรัฐ ใช้มาตรการบังคับทางปกครองได้
การทุจริตในหน้าที่อาจทำให้ผู้ร่วมงาน ต้องร้อน ๆ หนาว ๆ ไปด้วยได้ แต่จะเป็นใครบ้างที่ต้องร่วมรับผิดชอบลองศึกษาเรื่องนี้ต่อกันไป....
เรื่องมีอยู่ว่ากรมทางหลวงได้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนเจ้าหน้าที่ ในความผิดฐานละเมิด ทำให้ราชการได้รับความเสียหายตามพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้า หน้าที่ พ.ศ. 2539 ในเรื่องที่ผู้ละเมิดซึ่งเป็นข้า ราชการตำแหน่งเจ้าหน้าที่การเงินและบัญชี ได้กระทำการทุจริตยักยอกเงินของทางราชการในขณะปฏิบัติหน้าที่งานการเงินและ บัญชี โดยสรุปยอดเงินและนำส่งเงินต่ำกว่ารายการใบเสร็จและแก้ไขตัวเลข ทั้งปลอมลายมือชื่อหัวหน้างานการเงินและบัญชี และนำเงินไปใช้เป็นประโยชน์ส่วนตัวทำให้ทางราชการได้รับความเสียหาย คิดเป็นเงิน 2,047,640.00 บาท
ผลการสอบสวนนั้นคณะกรรมการสอบ สวนและกรมทางหลวงเห็นตรงกันว่า เมื่อผู้ทำละเมิดได้ยอมรับว่าได้กระทำการทุจริตยักยอกเงินของทางราชการไป จริงและได้กระทำการเพียงผู้เดียวเท่านั้น เจ้าหน้าที่การเงินบุคคลอื่น ๆ ในงานการเงินไม่ได้ร่วมกระทำการทุจริตด้วย จึงเห็นว่าการกระทำการทุจริตและยักยอกเงินของทางราชการได้กระทำในขณะปฏิบัติ หน้าที่ ให้รับผิดชดใช้ทางแพ่งเต็มจำนวน ส่วนเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องคนอื่นไม่มีความผิดตามพระราชบัญญัติความรับผิดทาง ละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539 กรมทางหลวงจึงได้รายงานผลการสอบสวนให้กระทรวงการคลังเพื่อตรวจสอบตามระเบียบ
กรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง ได้พิจารณาผลการสอบสวนของคณะกรรมการแล้วมีความเห็นแตกต่างจากกรมทางหลวง คิดว่าท่านคงพอจะคาดการณ์ได้ว่าผลการพิจารณาจะเป็นอย่างไร
กรมบัญชีกลางมีความเห็นว่าการทุจริตในเรื่องนี้นอกจากผู้ทำละเมิดที่ต้องรับ ผิดเต็ม 100% แล้วยังมีผู้เกี่ยวข้องที่ต้องร่วมรับผิดชอบชดใช้ค่าเสียหายอีก 3 คน คือ
1. หัวหน้าการเงินและบัญชี
2. หัวหน้าฝ่ายบริหารทั่วไป
3. รองผู้อำนวยการสำนัก (ฝ่ายบริหารงานทั่วไป)
เรา มาดูเหตุผลของกรมบัญชีกลางที่ให้หัวหน้างานและผู้บังคับบัญชาต้องร่วมรับผิด ทางแพ่งกับผู้ทำละเมิดกันก่อน กรมบัญชีกลางให้เหตุดังนี้
1. หัวหน้าการเงินและบัญชี มีหน้าที่รับผิดชอบงานงบประมาณและบัญชี ควบคุมตรวจสอบการเบิกจ่ายเงิน การนำเงินส่งคลัง การเก็บรักษาเงินและควบคุมตรวจสอบการจัดทำบัญชีต่างๆ ของสำนักงานทางหลวงให้ถูกต้องครบถ้วนตามระเบียบ รวมทั้งควบคุมการปฏิบัติหน้าที่ของผู้ใต้บังคับบัญชาและยังเป็นหัวหน้างาน โดยตรงของผู้ทำละเมิด จึงมีหน้าที่ต้องควบคุมแลการเบิกจ่ายเงินและติดตามตรวจสอบการจัดทำบัญชีราย รับรายจ่ายในแต่ละวันให้ครบถ้วนถูกต้อง แต่กลับปล่อยปละละเลยไม่ควบคุมดูแลการปฏิบัติหน้าที่ของผู้ทำละเมิดให้เป็น ไปตามระเบียบอย่างเคร่งครัด จึงเป็นช่องทางให้ผู้ทำละเมิดนำสำเนาใบเสร็จรับเงินมาลงบัญชีด้วยยอดเงินที่ ต่ำกว่าความเป็นจริงและดำเนินการแก้ไขจำนวนเงินในใบเสร็จรับเงินแล้วนำเงิน ของทางราชการไปเป็นประโยชน์ส่วนตนและยังเป็นผู้มีหน้าที่ตรวจสอบและกลั่น กรองเบื้องต้น ซึ่งหากปฏิบัติหน้าที่ด้วยความระมัดระวังและละเอียดรอบคอบก็ป้องกันมิให้ เกิดทุจริตขึ้นได้ การกระทำดังกล่าวจึงเป็นโอกาสให้ผู้ทำละเมิดกระทำการทุจริตได้โดยง่าย พฤติการณ์เป็นการปฏิบัติหน้าที่ด้วยความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง เป็นการให้ราชการได้รับความเสียหาย จึงให้รับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนในอัตราร้อยละ 60 ของความเสียหาย 2,047,640 บาท คิดเป็นเงิน 1,228,584 บาท ตามนัยมาตรา 10 ประกอบมาตรา 8 แห่งพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539
2. หัวหน้าฝ่ายบริหารงานทั่วไป มีหน้าที่ต้องควบคุมตรวจสอบการจัดทำบัญชีรายรับ รายจ่ายให้ครบถ้วนถูกต้อง แต่กลับปล่อยปละละเลยให้หัวหน้าการเงินและบัญชีมอบหมายหน้าที่ให้ผู้ทำ ละเมิดรับผิดชอบหน้าที่รับเงินรายได้ ลงบัญชีและสรุปยอดเงินคงเหลือประจำวัน โดยมิได้มีการตรวจสอบควบคุมอย่างใกล้ชิด เป็นช่องทางให้ผู้ทำละเมิดนำสำเนาเสร็จใบรับเงินมาลงบัญชีด้วยยอดเงินที่ต่ำ กว่าความเป็นจริงและดำเนินการแก้ไขจำนวนเงินในใบเสร็จรับเงินแล้วนำเงินไป เป็นประโยชน์ส่วนตัวได้โดยง่าย พฤติการณ์การกระทำที่ไม่ได้ใช้ความระมัดระวังอย่างเพียงพอ ถือเป็นการปฏิบัติหน้าที่ด้วยความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงเป็นเหตุให้ ราชการได้รับความเสียหาย แต่เนื่องจากความเสียหายส่วนใหญ่เกิดจากหัวหน้าการเงินและบัญชีซึ่งเป็นผู้ ตรวจสอบและกลั่นกรองเบื้องต้นไม่ควบคุมการดูแลการจัดทำบัญชีรายรับรายจ่าย ให้เป็นไปตามระเบียบโดยเคร่งครัด จึงให้รับผิดชอบชดใช้ค่าสินไหมทดแทนในอัตราร้อยละ 20 ของความเสียหาย 2,047,640 บาท คิดเป็นเงิน 409,528 บาท ตามนัยมาตรา 10 ประกอบมาตรา 8 แห่งพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539
3. รองผู้อำนวยการสำนักทางหลวง มีหน้าที่รับผิดชอบ กำกับดูแล ตรวจสอบ ควบคุมตลอดจนติดตามประเมินผลงานของฝ่ายบริหารงานทั่วไปและในฐานะผู้บังคับ บัญชาย่อมมีหน้าที่ต้องควบคุม ตรวจสอบและกำกับดูแลการปฏิบัติหน้าที่ของผู้ใต้บังคับบัญชาให้เป็นไปตาม กฎหมายและระเบียบของทางราชการอย่างเคร่งครัด เมื่อหัวหน้าการเงินและบัญชีจัดทำรายงานคงเหลือประจำวันเสนอต่อหัวหน้าฝ่าย บริหารงานทั่วไป เพื่อเสนอรองผู้อำนวยการสำนักเพื่อทราบและตรวจสอบความถูกต้องตามคำสั่งที่ ได้รับมอบอำนาจให้ปฏิบัติหน้าที่ในฐานะหัวหน้าส่วนราชการแทนผู้อำนวยการ สำนักทางหลวง จึงต้องตรวจสอบใบรายงานเงินคงเหลือร่วมกับเอกสารหลักฐานต่าง ๆ บ้าง แต่กลับตรวจสอบใบรายงานประจำวันเพียงอย่างเดียว พฤติการณ์จึงเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้ทำละเมิดกระทำการทุจริตได้โดยง่าย ถือเป็นการปฏิบัติหน้าที่ด้วยความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง เป็นเหตุให้ราชการได้รับความเสียหาย แต่เนื่องจากความเสียหายส่วนใหญ่เกิดจากหัวหน้างานการเงินและบัญชีซึ่งเป็น ผู้ตรวจสอบและกลั่นกรองเบื้องต้นไม่ควบคุมดูแลการจัดทำบัญชีรายรับรายจ่าย ให้เป็นไปตามระเบียบโดยเคร่งครัด จึงให้รองผู้อำนวยการสำนักทางหลวงรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนในอัตราร้อยละ 20 ของความเสียหาย 2,047,640 บาท คิดเป็นเงิน 409,528 บาท ตามนัยมาตรา 10 ประกอบมาตรา 8 แห่งพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539
กรมบัญชีกลางได้ สรุปท้ายไว้ด้วยว่า หากกรมทางหลวงได้รับชดใช้จากผู้ทำละเมิดและเมื่อนำมารวมกับจำนวนเงินที่หัว หน้างานการเงิน หัวหน้าฝ่ายบริหารงานทั่วไป และรองผู้อำนวยการสำนักทางหลวงได้ชดใช้ไว้เกินจำนวนความเสียหาย ก็ให้คืนเงินส่วนที่ได้รับไว้เกินให้แก่บุคคลดังกล่าวตามสัดส่วนแห่งความรับ ผิด
จะเห็นได้ว่าเมื่อรวมค่าเสียหายทั้งหมดจะรวมได้ถึง 200% ซึ่งหากผู้ทำละเมิดนำเงินมาชดใช้เต็มจำนวนความเสียหายแล้ว ผู้ร่วมรับผิดคนอื่นก็ไม่ต้องชดใช้ตามสัดส่วนดังกล่าวนั่นเอง
สำหรับ ขั้นตอนต่อไปตามระเบียบเรื่องนี้กรมได้ออกคำสั่งทางปกครองแล้ว ซึ่งผู้ต้องร่วมรับผิดก็ได้อุทธรณ์คำสั่งและฟ้องต่อศาลปกครองให้เพิกถอนคำ สั่งตามกระบวนการวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง สุดท้ายเรื่องจะลงเอยอย่างไรจะรีบรายงานให้ทราบต่อไป….
จากเหตุผลของกรมบัญชีกลางข้างต้นผู้บังคับบัญชาโดยตรงคงหลุดพ้นความรับผิด ยาก ผลจากการกระทำความผิดของท่านเพียงผู้เดียวอาจทำให้ผู้บังคับบัญชาและเพื่อน ร่วมงานหลายๆคนต้องเป็นทุกข์และเดือดร้อนไปด้วย….เป็นสิ่งที่ไม่ควรกระทำ อย่างยิ่งใช่ไหมครับ
จาก : วารสารทางหลวงปีที่ 48 ฉบับที่ 2 เดือนมีนาคม - เมษายน 2554
อาหารแพงดันเงินเฟ้อพุ่งสูงสุดในรอบปี
พาณิชย์เผยดัชนีราคาผู้บริโภคเดือนมี.ค.ปรับตัวดีขึ้น 3.45% เฉลี่ย 3 เดือนพุ่ง 3.39% เหตุสินค้าโหมดอาหารและเครื่องดื่มปรับตัวสูง
นายยรรยง พวงราช ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่าดัชนีราคาผู้บริโภคเดือนมี.ค.2555 สูงขึ้น 3.45% เทียบกับเดือนมี.ค.ปีก่อน ซึ่งเป็นการสูงขึ้นมากสุดในรอบปีนี้ เมื่อเทียบเดือนก.พ.ปีเดียวกัน เงินเฟ้อสูงขึ้น 0.59% ส่งผลให้เงินเฟ้อเฉลี่ย 3 เดือนเเรกสูงขึ้นแล้ว 3.39% เที่ยบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
ทั้งนี้ สาเหตุที่ทำให้เงินเฟ้อสูงขึ้น เป็นผลมาจากดัชนีหมวดอาหารเเละเครื่องดื่มสูงขึ้น 7.07% สินค้าราคาแพงขึ้น เช่น ผัก ผลไม้ เครื่องประกอบอาหาร อาหารสำเร็จรูป เป็นต้น ส่วนหมวดอื่นๆ ที่ไม่ใช่อาหารเเละเครื่องดื่มสูงขึ้น 1.23% และสินค้าที่ราคาเเพงขึ้นคือน้ำมันเชื่อเพลิง อย่างไรก็ตาม กระทรวงพาณิชย์ยังคงยืนยันเป้าหมายเงินเฟ้อปีนี้ตามกรอบ 3.3-3.8%
::อาหารแพงดันเงินเฟ้อพุ่งสูงสุดในรอบปี โพสต์ทูเดย์ดอทคอม วันอังคารที่ 03 เมษายน 2555
------------------
จะโทษใครดีที่ทำอาหารแพง เศรษฐกิจพัง คนจนลำบาก ..
------------------
นายสาธิต รังคสิริ อธิบดีกรมสรรพากร เปิดเผยว่า การเก็บภาษีหุ้นจาก พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จำนวน 1.2 หมื่นล้านบาท ที่จะหมดอายุวันที่ 31 มี.ค. 2555 นี้ ทางสำนักงานกฎหมายของสรรพากรได้หารือกับอัยการ และคณะกรรมการวินิจฉัยภาษีของกระทรวงการคลัง ซึ่งเห็นตรงกันหมดว่า ไม่ต้องเก็บภาษีจากอดีตจากนายกฯ
ทั้งนี้ กรมยึดตามคำพิพากษาของศาลฎีกาแผนกผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองหุ้นที่ตัดสินว่าหุ้นบริษัท ชิน คอร์ปอเรชัน เป็นของพ.ต.ท.ทักษิณ ไม่ใช่นายพานทองแท้ และ น.ส.พินทองทา ชินวัตร และการขายหุ้นดังกล่าวเป็นการขายในตลาดหลักทรัพย์ก็ไม่ต้องเสียภาษี
"ยืนยัน ว่าการดำเนินการเรื่องภาษีหุ้นชินที่ผ่านมานั้นทำตามกฎหมาย กรมได้ปฏิบัติตามกฎหมายและดำเนินการเรื่องนี้ด้วยความรอบคอบ ซึ่งไม่ได้เป็นกังวลการเรื่องนี้ได้ถูกส่งไปให้สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ปปช. ) ตรวจสอบเอาผิดละเว้นปฏิบัติหน้าที่" นายสาธิต กล่าว
นายทนุศักดิ์ เล็กอุทัย รมช.คลัง กำกับดูแลกรมสรรพากร เปิดเผยว่า ได้รับรายงานจากอธิบดีกรมสรรพากรแล้ว ว่ายืนยันตามเดิมไม่เก็บภาษีหุ้นชิน 1.2 หมื่นล้านบาท จาดอดีตนายกทักษิณแล้ว
สรรพากรเมินเก็บภาษีหุ้นทักษิณ 1.2 หมื่นล. วันพฤหัสบดีที่ 29 มีนาคม 2555
นายยรรยง พวงราช ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่าดัชนีราคาผู้บริโภคเดือนมี.ค.2555 สูงขึ้น 3.45% เทียบกับเดือนมี.ค.ปีก่อน ซึ่งเป็นการสูงขึ้นมากสุดในรอบปีนี้ เมื่อเทียบเดือนก.พ.ปีเดียวกัน เงินเฟ้อสูงขึ้น 0.59% ส่งผลให้เงินเฟ้อเฉลี่ย 3 เดือนเเรกสูงขึ้นแล้ว 3.39% เที่ยบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
ทั้งนี้ สาเหตุที่ทำให้เงินเฟ้อสูงขึ้น เป็นผลมาจากดัชนีหมวดอาหารเเละเครื่องดื่มสูงขึ้น 7.07% สินค้าราคาแพงขึ้น เช่น ผัก ผลไม้ เครื่องประกอบอาหาร อาหารสำเร็จรูป เป็นต้น ส่วนหมวดอื่นๆ ที่ไม่ใช่อาหารเเละเครื่องดื่มสูงขึ้น 1.23% และสินค้าที่ราคาเเพงขึ้นคือน้ำมันเชื่อเพลิง อย่างไรก็ตาม กระทรวงพาณิชย์ยังคงยืนยันเป้าหมายเงินเฟ้อปีนี้ตามกรอบ 3.3-3.8%
::อาหารแพงดันเงินเฟ้อพุ่งสูงสุดในรอบปี โพสต์ทูเดย์ดอทคอม วันอังคารที่ 03 เมษายน 2555
------------------
จะโทษใครดีที่ทำอาหารแพง เศรษฐกิจพัง คนจนลำบาก ..
------------------
สรรพากรเมินเก็บภาษีหุ้นทักษิณ1.2หมื่นล.
สรรพากรยันยึดตามคำพิพากษาไม่เก็บภาษีหุ้น 1.2 หมื่นล้านบาทจาก"ทักษิณ" ปล่อยให้หมดอายุความ 31 มี.ค.2555 นี้นายสาธิต รังคสิริ อธิบดีกรมสรรพากร เปิดเผยว่า การเก็บภาษีหุ้นจาก พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จำนวน 1.2 หมื่นล้านบาท ที่จะหมดอายุวันที่ 31 มี.ค. 2555 นี้ ทางสำนักงานกฎหมายของสรรพากรได้หารือกับอัยการ และคณะกรรมการวินิจฉัยภาษีของกระทรวงการคลัง ซึ่งเห็นตรงกันหมดว่า ไม่ต้องเก็บภาษีจากอดีตจากนายกฯ
ทั้งนี้ กรมยึดตามคำพิพากษาของศาลฎีกาแผนกผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองหุ้นที่ตัดสินว่าหุ้นบริษัท ชิน คอร์ปอเรชัน เป็นของพ.ต.ท.ทักษิณ ไม่ใช่นายพานทองแท้ และ น.ส.พินทองทา ชินวัตร และการขายหุ้นดังกล่าวเป็นการขายในตลาดหลักทรัพย์ก็ไม่ต้องเสียภาษี
"ยืนยัน ว่าการดำเนินการเรื่องภาษีหุ้นชินที่ผ่านมานั้นทำตามกฎหมาย กรมได้ปฏิบัติตามกฎหมายและดำเนินการเรื่องนี้ด้วยความรอบคอบ ซึ่งไม่ได้เป็นกังวลการเรื่องนี้ได้ถูกส่งไปให้สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ปปช. ) ตรวจสอบเอาผิดละเว้นปฏิบัติหน้าที่" นายสาธิต กล่าว
นายทนุศักดิ์ เล็กอุทัย รมช.คลัง กำกับดูแลกรมสรรพากร เปิดเผยว่า ได้รับรายงานจากอธิบดีกรมสรรพากรแล้ว ว่ายืนยันตามเดิมไม่เก็บภาษีหุ้นชิน 1.2 หมื่นล้านบาท จาดอดีตนายกทักษิณแล้ว
สรรพากรเมินเก็บภาษีหุ้นทักษิณ 1.2 หมื่นล. วันพฤหัสบดีที่ 29 มีนาคม 2555
ครม.ไฟเขียวช่วยลาวปรับปรุงทางรับประชุมระดับโลก
วันนี้ ( 2 เม.ย.2555) นายภักดีหาญส์ หิมะทองคำ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ครม.เห็นชอบการให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่สปป.ลาว เป็นวงเงิน 190.70 ล้านบาท เพื่อนำไปใช้ปรับปรุงถนนในนครหลวงเวียงจันทน์ เพื่อรองรับการเป็นเจ้าภาพประชุมสุดยอดผู้นำเอเชีย-ยุโรป ครั้งที่ 9 ตามที่กระทรวงการคลังเสนอโดยให้สำนักงานความร่วมมือพัฒนาเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้าน หรือสพพ.เป็นผู้ดำเนินการ
ทั้งนี้สพพ.จะกู้เงินจากธนาคารพาณิชย์หรือธนาคารเฉพาะกิจเพื่อนำไปให้สปป.ลาวกู้ต่อ โดยคิดดอกเบี้ย 1.5% อายุสัญญา 20 ปี ปลอดหนี้ 5 ปีแรก โดยกำหนดให้ใช้สินค้าและบริการจากไทย ไม่ต่ำกว่า 50% ซึ่งการกู้เงินครั้งนี้จะเป็นการกู้เงินเต็มทั้งจำนวนที่ 190.70 ล้านบาท แยกเป็นค่างานโยธา วงเงิน 185 ล้านบาท ค่าที่ปรึกษา วงเงิน 3.70 ล้านบาท ค่าบริหารจัดการ 2 ล้านบาท
“เงื่อนไขที่สำคัญของการให้ความช่วยเหลือครั้งนี้คือเรื่องของการใช้สินค้าและบริการของไทยไม่น้อยกว่า 50% และให้ดำเนินการตามกฎหมายของไทยทั้งหมด ขณะที่สพพ.เองคิดค่าบริหารจัดการ 0.15% ของวงเงินกู้เท่านั้น โดยถือว่าเป็นการให้ความช่วยเหลือทางการเงินที่มีต้นทุนต่ำมาก และเป็นการดำเนินการเพื่อรักษาความสัมพันธ์ของทั้ง 2 ประเทศและเป็นไปตามความร่วมมือในอนุลุ่มแม่น้ำโขงด้วย”
:: ครม.ไฟเขียวช่วยลาวปรับปรุงทางรับประชุมระดับโลก © 2554 บริษัท เดลินิวส์ เว็บ จำกัด วันจันทร์ที่ 2 เมษายน 2555
ทั้งนี้สพพ.จะกู้เงินจากธนาคารพาณิชย์หรือธนาคารเฉพาะกิจเพื่อนำไปให้สปป.ลาวกู้ต่อ โดยคิดดอกเบี้ย 1.5% อายุสัญญา 20 ปี ปลอดหนี้ 5 ปีแรก โดยกำหนดให้ใช้สินค้าและบริการจากไทย ไม่ต่ำกว่า 50% ซึ่งการกู้เงินครั้งนี้จะเป็นการกู้เงินเต็มทั้งจำนวนที่ 190.70 ล้านบาท แยกเป็นค่างานโยธา วงเงิน 185 ล้านบาท ค่าที่ปรึกษา วงเงิน 3.70 ล้านบาท ค่าบริหารจัดการ 2 ล้านบาท
“เงื่อนไขที่สำคัญของการให้ความช่วยเหลือครั้งนี้คือเรื่องของการใช้สินค้าและบริการของไทยไม่น้อยกว่า 50% และให้ดำเนินการตามกฎหมายของไทยทั้งหมด ขณะที่สพพ.เองคิดค่าบริหารจัดการ 0.15% ของวงเงินกู้เท่านั้น โดยถือว่าเป็นการให้ความช่วยเหลือทางการเงินที่มีต้นทุนต่ำมาก และเป็นการดำเนินการเพื่อรักษาความสัมพันธ์ของทั้ง 2 ประเทศและเป็นไปตามความร่วมมือในอนุลุ่มแม่น้ำโขงด้วย”
:: ครม.ไฟเขียวช่วยลาวปรับปรุงทางรับประชุมระดับโลก © 2554 บริษัท เดลินิวส์ เว็บ จำกัด วันจันทร์ที่ 2 เมษายน 2555
คนไทยว่างงานกว่า 2.5แสนคน: กุมภาพันธ์ 2555
สำนักงานสถิติแห่งชาติ เปิดตัวเลขคนว่างาน 256,000 คน ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 12,000 คน โดยผู้ที่ว่างงานส่วนใหญ่เป็นผู้ว่างงานที่เคยทำงานมาก่อน 173,000 คน
วันนี้ ( 2 เม.ย.2555) รายงานข่าวจากสำนักงานสถิติแห่งชาติ (สสช.) เปิดเผยว่า สถานการณ์การว่างงานล่าสุดเมื่อเดือนก.พ. 55 มีจำนวนทั้งสิ้น 256,000 คน หรือคิดเป็นอัตราว่างงานเพียง 0.7% ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 12,000 คน แต่ลดลงจากเดือนก่อนหน้าถึง 59,000 คน โดยผู้ที่ว่างงานส่วนใหญ่เป็นผู้ว่างงานที่เคยทำงานมาก่อน 173,000 คน และเพิ่มขึ้นจากปีก่อน 18,000 คน ซึ่งว่างงานมาจากภาคบริการและการค้า 80,000 คน ภาคการผลิต 63,000 คนและภาคเกษตรกรรม 30,000 คน
ทั้งนี้นิสิต นักศึกษา ในระดับอุดมศึกษา ยังคงเป็นผู้ว่างงานสูงสุดที่ 1.3%หรือประมาณ 88,000 คน รองลงมาเป็นมัธยมศึกษาตอนต้นว่างงาน 68,000 คน มัธยมศึกษาตอนปลาย 48,000 คน ประถมศึกษา 31,000 คน และผู้ที่มี่การศึกษาและต่ำกว่าประถมศึกษา 21,000 คน ขณะที่พื้นที่กทม.ยังเป็นพื้นที่มีอัตราการว่างงานสูงสุดที 0.8% รองลงมาเป็นภาคเหนือและกลาง ว่างงาน 0.7% ภาคใต้ 0.6% และตะวันออกเฉียงเหนือ 0.5%
ส่วนจำนวนผู้มีงานทำในเดือนก.พ. มีจำนวน 38.06 ล้านคน แยกเป็นผู้ทำงานในภาคเกษตรกรรม 13.45 ล้านคน และนอกภาคเกษตรกรรม 24.61 ล้านคน เทียบกับปีก่อนพบว่า ผู้มีงานทำในภาคเกษตรกรรมเพิ่มขึ้น 520,000 คน ส่วนนอกภาคเกษตรกรรมลดลง 10,000 คน โดยลดลงในสาขาก่อสร้าง 180,000 คน รองลงมาเป็นสาขาโรงแรมและบริการด้านอาหาร 150,000 คน การศึกษา 110,000 คน ขายส่งขายปลีก ซ่อมยานยนต์ และรถจักรยานยนต์ 80,000 คน สาขาการบริการอื่นๆ เช่นกิจกรรมบริการเพื่อสุขภาพ ดูแลสัตว์เลี้ยง เป็นต้น จำนวน 30,000 คน สาขากิจกรรมด้านสุขภาพและงานสังคมสงเคราะห์และสาขาการขนส่ง สถานที่เก็บสินค้า 20,000 คน ส่วนสาขาที่เพิ่มขึ้นเป็นสาขาการผลิต 560,000 คน การบริหารราชการการป้องกันประเทศและการประกันสังคมภาคบังคับ 60,000 คน กิจกรรมทางการเงินและการประกันภัย 50,000 คน ที่เหลือกระจายอยู่ในสาขาอื่นๆ
::คนไทยว่างงานกว่า 2.5แสนคน: กุมภาพันธ์ 2555 © 2554 บริษัท เดลินิวส์ เว็บ จำกัด วันจันทร์ที่ 2 เมษายน 2555
วันนี้ ( 2 เม.ย.2555) รายงานข่าวจากสำนักงานสถิติแห่งชาติ (สสช.) เปิดเผยว่า สถานการณ์การว่างงานล่าสุดเมื่อเดือนก.พ. 55 มีจำนวนทั้งสิ้น 256,000 คน หรือคิดเป็นอัตราว่างงานเพียง 0.7% ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 12,000 คน แต่ลดลงจากเดือนก่อนหน้าถึง 59,000 คน โดยผู้ที่ว่างงานส่วนใหญ่เป็นผู้ว่างงานที่เคยทำงานมาก่อน 173,000 คน และเพิ่มขึ้นจากปีก่อน 18,000 คน ซึ่งว่างงานมาจากภาคบริการและการค้า 80,000 คน ภาคการผลิต 63,000 คนและภาคเกษตรกรรม 30,000 คน
ทั้งนี้นิสิต นักศึกษา ในระดับอุดมศึกษา ยังคงเป็นผู้ว่างงานสูงสุดที่ 1.3%หรือประมาณ 88,000 คน รองลงมาเป็นมัธยมศึกษาตอนต้นว่างงาน 68,000 คน มัธยมศึกษาตอนปลาย 48,000 คน ประถมศึกษา 31,000 คน และผู้ที่มี่การศึกษาและต่ำกว่าประถมศึกษา 21,000 คน ขณะที่พื้นที่กทม.ยังเป็นพื้นที่มีอัตราการว่างงานสูงสุดที 0.8% รองลงมาเป็นภาคเหนือและกลาง ว่างงาน 0.7% ภาคใต้ 0.6% และตะวันออกเฉียงเหนือ 0.5%
ส่วนจำนวนผู้มีงานทำในเดือนก.พ. มีจำนวน 38.06 ล้านคน แยกเป็นผู้ทำงานในภาคเกษตรกรรม 13.45 ล้านคน และนอกภาคเกษตรกรรม 24.61 ล้านคน เทียบกับปีก่อนพบว่า ผู้มีงานทำในภาคเกษตรกรรมเพิ่มขึ้น 520,000 คน ส่วนนอกภาคเกษตรกรรมลดลง 10,000 คน โดยลดลงในสาขาก่อสร้าง 180,000 คน รองลงมาเป็นสาขาโรงแรมและบริการด้านอาหาร 150,000 คน การศึกษา 110,000 คน ขายส่งขายปลีก ซ่อมยานยนต์ และรถจักรยานยนต์ 80,000 คน สาขาการบริการอื่นๆ เช่นกิจกรรมบริการเพื่อสุขภาพ ดูแลสัตว์เลี้ยง เป็นต้น จำนวน 30,000 คน สาขากิจกรรมด้านสุขภาพและงานสังคมสงเคราะห์และสาขาการขนส่ง สถานที่เก็บสินค้า 20,000 คน ส่วนสาขาที่เพิ่มขึ้นเป็นสาขาการผลิต 560,000 คน การบริหารราชการการป้องกันประเทศและการประกันสังคมภาคบังคับ 60,000 คน กิจกรรมทางการเงินและการประกันภัย 50,000 คน ที่เหลือกระจายอยู่ในสาขาอื่นๆ
::คนไทยว่างงานกว่า 2.5แสนคน: กุมภาพันธ์ 2555 © 2554 บริษัท เดลินิวส์ เว็บ จำกัด วันจันทร์ที่ 2 เมษายน 2555
ด็อกเตอร์เก๊พ่นพิษ ปธน.ฮังการีลาออก
ประธานาธิบดีพอล ชมิทท์ ของฮังการี ประกาศลาออกจากตำแหน่ง หลังถูกกล่าวหาลอกงานวิทยานิพนธ์เกือบทั้งดุ้น จนถูกมหาวิทยาลัยริบวุฒิบัตรปริญญาเอก
วันนี้ (2 เม.ย.2555) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงบูดาเปสต์ ประเทศฮังการี ว่า ประธานาธิบดีพอล ชมิทท์ ของฮังการี ประกาศลาออกจากตำแหน่ง หลังเกิดเรื่องอื้อฉาว ซึ่งเขาถูกริบวุฒิบัตรปริญญาเอก จากข้อกล่าวหาวิทยานิพนธ์ดุษฎีบัณฑิตส่วนใหญ่คัดลอกผลงานผู้อื่น โดยชมิทท์วัย 69 ปี ซึ่งเป็นพันธมิตรใกล้ชิดกับ นายกรัฐมนตรีวิคเตอร์ ออร์บาน ประกาศการลาออกต่อที่ประชุมรัฐสภา ในกรุงบูคาเรสต์ วันนี้ โดยให้เหตุผลว่า เรื่องอื้อฉาวดังกล่าวสร้างความแตกแยกให้กับสังคมฮังการี
ชมิทท์ อดีตนักกีฬา 2 เหรียญทองโอลิมปิกกีฬาฟันดาบ ชนะเลือกตั้งครองตำแหน่งประธานาธิบดี ซึ่งหน้าที่ส่วนใหญ่เป็นงานพิธีการ ในปี 2553 มีวาระดำรงตำแหน่ง 5 ปี
สัปดาห์ที่แล้ว คณะกรรมการสภามหาวิทยาลัยเซมเมลไวส์ ในกรุงบูดาเปสต์ มีมติให้ริบวุฒิบัตรปริญญาเอกของชมิทท์ ที่มหาวิทยาลัยอนุมัติให้เมื่อปี 2535 หลังมีรายงานเปิดเผยทางอินเทอร์เนตในเดือน ม.ค. ที่ผ่านมาว่า วิทยานิพนธ์ปริญญาเอกของชมิทท์ ในหัวข้อ “กีฬาโอลิมปิกสมัยใหม่” ส่วนใหญ่คัดลอกงานเขียนของนักเขียน 2 คน
::ด็อกเตอร์เก๊พ่นพิษ ปธน.ฮังการีลาออก © 2554 บริษัท เดลินิวส์ เว็บ จำกัด วันจันทร์ที่ 2 เมษายน 2555
-------------------
* ขนาดฮังการี ซึ่งสภามหาวิทยาลัยแต่ละแห่ง ตั้งค่าการอนุมัติปริญญาไว้ ไม่ต่างกับการคลอดคนออกจากครรภ์ แล้วนับประสีประสาอะไรไทยแลนด์ "จ่ายครบ จบแน่" เฉพาะบางมหา,ลัย มิใช่ทั้งหมด มหา,ลัย ไม่แน่เหมือนที่(เขา)ว่า สิ้นปี ๕๖ คนไทยมี(ไม่ใช่จบ) ปริญญาเอก ๓ % ของประชากร ๖๗ ล้าน เท่ากับ ๒,๑๑๐,๐๐๐ คน แต่หันไปดูการเมือง ยังอยู่ในชั้น ก่อนวัยเรียน /รวีแสง-สงขลา
* คนต่างประเทศ...หน้าหนาสู้คนไทย(บางคน) ไม่ได้
วันนี้ (2 เม.ย.2555) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงบูดาเปสต์ ประเทศฮังการี ว่า ประธานาธิบดีพอล ชมิทท์ ของฮังการี ประกาศลาออกจากตำแหน่ง หลังเกิดเรื่องอื้อฉาว ซึ่งเขาถูกริบวุฒิบัตรปริญญาเอก จากข้อกล่าวหาวิทยานิพนธ์ดุษฎีบัณฑิตส่วนใหญ่คัดลอกผลงานผู้อื่น โดยชมิทท์วัย 69 ปี ซึ่งเป็นพันธมิตรใกล้ชิดกับ นายกรัฐมนตรีวิคเตอร์ ออร์บาน ประกาศการลาออกต่อที่ประชุมรัฐสภา ในกรุงบูคาเรสต์ วันนี้ โดยให้เหตุผลว่า เรื่องอื้อฉาวดังกล่าวสร้างความแตกแยกให้กับสังคมฮังการี
ชมิทท์ อดีตนักกีฬา 2 เหรียญทองโอลิมปิกกีฬาฟันดาบ ชนะเลือกตั้งครองตำแหน่งประธานาธิบดี ซึ่งหน้าที่ส่วนใหญ่เป็นงานพิธีการ ในปี 2553 มีวาระดำรงตำแหน่ง 5 ปี
สัปดาห์ที่แล้ว คณะกรรมการสภามหาวิทยาลัยเซมเมลไวส์ ในกรุงบูดาเปสต์ มีมติให้ริบวุฒิบัตรปริญญาเอกของชมิทท์ ที่มหาวิทยาลัยอนุมัติให้เมื่อปี 2535 หลังมีรายงานเปิดเผยทางอินเทอร์เนตในเดือน ม.ค. ที่ผ่านมาว่า วิทยานิพนธ์ปริญญาเอกของชมิทท์ ในหัวข้อ “กีฬาโอลิมปิกสมัยใหม่” ส่วนใหญ่คัดลอกงานเขียนของนักเขียน 2 คน
::ด็อกเตอร์เก๊พ่นพิษ ปธน.ฮังการีลาออก © 2554 บริษัท เดลินิวส์ เว็บ จำกัด วันจันทร์ที่ 2 เมษายน 2555
-------------------
* ขนาดฮังการี ซึ่งสภามหาวิทยาลัยแต่ละแห่ง ตั้งค่าการอนุมัติปริญญาไว้ ไม่ต่างกับการคลอดคนออกจากครรภ์ แล้วนับประสีประสาอะไรไทยแลนด์ "จ่ายครบ จบแน่" เฉพาะบางมหา,ลัย มิใช่ทั้งหมด มหา,ลัย ไม่แน่เหมือนที่(เขา)ว่า สิ้นปี ๕๖ คนไทยมี(ไม่ใช่จบ) ปริญญาเอก ๓ % ของประชากร ๖๗ ล้าน เท่ากับ ๒,๑๑๐,๐๐๐ คน แต่หันไปดูการเมือง ยังอยู่ในชั้น ก่อนวัยเรียน /รวีแสง-สงขลา
* คนต่างประเทศ...หน้าหนาสู้คนไทย(บางคน) ไม่ได้
เกาหลีใต้จับหนุ่มให้แฟนกินปลาหมึกเป็นจนตาย
หนุ่มพิลึก บังคับแฟนสาวให้กินปลาหมึกตัวเป็นๆ จนขาดอากาศหายใจเสียชีวิต ทางการเกาหลีใต้รวบทันควัน แจ้งข้อหาฆาตรกรรม หวังเงินประกันชีวิต
วันนี้ ( 3 เม.ย. 2555) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ว่า ทางการเกาหลีใต้จับกุมชายคนหนึ่ง พร้อมทั้งเตรียมตั้งข้อหาฆาตกรรมแฟนสาว ด้วยการให้รับประทานปลาหมึกเป็นๆ ที่ทำให้เธอขาดอากาศหายใจจนเสียชีวิต เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา
นาย ลี เกียน-แท อัยการเมืองอินชอน แถลงว่า เตรียมตั้งข้อหาฆาตกรรมต่อผู้ต้องสงสัย ที่ได้รับการเปิดเผยเพียงชื่อว่า นาย คิม วัย 31 ปี ภายใน 10 วัน ทั้งนี้ นายคิมได้พานางสาวยูน วัย 24 ปี แฟนสาว เข้าพักที่โรงแรมเล็กๆแห่งหนึ่ง ในเมืองอินชอน เมื่อเดือนเม.ย. 2553 โดยซื้อปลาหมึกเป็นมาด้วย 2 ตัว ต่อมานายคิมได้ติดต่อพนักงานต้อนรับว่า แฟนสาวของเขาหมดสติ และหยุดหายใจ หลังรับประทานปลาหมึกเข้าไปแล้วตัวหนึ่ง เธอถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลทันที ก่อนจะเสียชีวิตในอีก 16 วันถัดมา ด้วยภาวะสมองตาย เดิมที ครอบครัวของนางสาวยูน เชื่อว่าบุตรสาวเสียชีวิตเพราะปลาหมึกติดคอจริง แต่ภายหลังบิดาของเธอค้นพบกรมธรรม์ประกันชีวิตของบุตรสาว ที่มีชื่อของนายคิมเป็นผู้รับผลประโยชน์ ซึ่งเป็นจำนวนเงินสูงถึง 189,400 ดอลลาร์สหรัฐ ( 5,682,000 บาท ) รวมถึงการที่สถานีโทรทัศน์แห่งหนึ่งออกอากาศเทปการสัมภาษณ์บิดาของนางสาวยูนเมื่อปีที่แล้ว ทำให้คดีนี้กลับมาเป็นที่สนใจของประชาชน จนสำนักงานตำรวจเมืองอินชอน และคณะอัยการต้องเริ่มการสืบสวนอีกครั้ง
อย่างไรก็ตาม นายคิม ผู้ได้รับเงินประกันทั้งหมดไปแล้ว ยืนกรานปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา ขณะที่เจ้าหน้าที่สืบสวนสันนิษฐานว่า ผู้ต้องสงสัยอาจยัดปลาหมึกเป็นลงในลำคอของแฟนสาว ก่อนกดเธอด้วยหมอนเพื่อให้ขาดอากาศหายใจจนเสียชีวิต
::เกาหลีใต้จับหนุ่มให้แฟนกินปลาหมึกเป็นจนตาย © 2554 บริษัท เดลินิวส์ เว็บ จำกัด วันอังคารที่ 3 เมษายน 2555
วันนี้ ( 3 เม.ย. 2555) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ว่า ทางการเกาหลีใต้จับกุมชายคนหนึ่ง พร้อมทั้งเตรียมตั้งข้อหาฆาตกรรมแฟนสาว ด้วยการให้รับประทานปลาหมึกเป็นๆ ที่ทำให้เธอขาดอากาศหายใจจนเสียชีวิต เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา
นาย ลี เกียน-แท อัยการเมืองอินชอน แถลงว่า เตรียมตั้งข้อหาฆาตกรรมต่อผู้ต้องสงสัย ที่ได้รับการเปิดเผยเพียงชื่อว่า นาย คิม วัย 31 ปี ภายใน 10 วัน ทั้งนี้ นายคิมได้พานางสาวยูน วัย 24 ปี แฟนสาว เข้าพักที่โรงแรมเล็กๆแห่งหนึ่ง ในเมืองอินชอน เมื่อเดือนเม.ย. 2553 โดยซื้อปลาหมึกเป็นมาด้วย 2 ตัว ต่อมานายคิมได้ติดต่อพนักงานต้อนรับว่า แฟนสาวของเขาหมดสติ และหยุดหายใจ หลังรับประทานปลาหมึกเข้าไปแล้วตัวหนึ่ง เธอถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลทันที ก่อนจะเสียชีวิตในอีก 16 วันถัดมา ด้วยภาวะสมองตาย เดิมที ครอบครัวของนางสาวยูน เชื่อว่าบุตรสาวเสียชีวิตเพราะปลาหมึกติดคอจริง แต่ภายหลังบิดาของเธอค้นพบกรมธรรม์ประกันชีวิตของบุตรสาว ที่มีชื่อของนายคิมเป็นผู้รับผลประโยชน์ ซึ่งเป็นจำนวนเงินสูงถึง 189,400 ดอลลาร์สหรัฐ ( 5,682,000 บาท ) รวมถึงการที่สถานีโทรทัศน์แห่งหนึ่งออกอากาศเทปการสัมภาษณ์บิดาของนางสาวยูนเมื่อปีที่แล้ว ทำให้คดีนี้กลับมาเป็นที่สนใจของประชาชน จนสำนักงานตำรวจเมืองอินชอน และคณะอัยการต้องเริ่มการสืบสวนอีกครั้ง
อย่างไรก็ตาม นายคิม ผู้ได้รับเงินประกันทั้งหมดไปแล้ว ยืนกรานปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา ขณะที่เจ้าหน้าที่สืบสวนสันนิษฐานว่า ผู้ต้องสงสัยอาจยัดปลาหมึกเป็นลงในลำคอของแฟนสาว ก่อนกดเธอด้วยหมอนเพื่อให้ขาดอากาศหายใจจนเสียชีวิต
::เกาหลีใต้จับหนุ่มให้แฟนกินปลาหมึกเป็นจนตาย © 2554 บริษัท เดลินิวส์ เว็บ จำกัด วันอังคารที่ 3 เมษายน 2555
กราดยิงนศ.วิทยาลัยคริสเตียนในสหรัฐ เสียชีวิต 7 ศพ :: แฉมือกราดยิงเพื่อนนักเรียนมะกันฉุนถูกข่มเหง
"โกวอน-อิล"นักศึกษาเกาหลีปืนดุ ควงปืนกราดยิงเพื่อนนักเรียนชาวมะกันตายสยอง 7 ศพ บาดเจ็บ 3 ตำรวจตามไล่ล่า สุดท้ายยอมมอบตัว แต่ยังไม่ระบุสาเหตุของการกราดยิงดังกล่าว
วันนี้ ( 3 เม.ย. 2555) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองโอ๊คแลนด์ รัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกาว่า ชายชาวเกาหลี วัย 43 ปี ก่อเหตุกราดยิงในวิทยาลัยคริสเตียนเอกชนแห่งหนึ่ง ในรัฐแคลิฟอร์เนีย ทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 7 ศพ และบาดเจ็บ 3 ราย เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา
ร.ต.อ. ฮาวาร์ด จอร์แดน ผู้บังคับการสถานีตำรวจเมืองโอ๊คแลนด์ แถลงว่า เจ้าหน้าที่กองบังคับการตำรวจปฏิบัติการพิเศษ ( 911 ) ได้รับแจ้งเหตุทางโทรศัพท์ว่า มีหญิงคนหนึ่งถูกยิงได้รับบาดเจ็บ ที่วิทยาลัยคริสเตียน โออิคอส ที่อยู่ทางตะวันออกของเมือง เมื่อเวลาประมาณ 10.30 น. ตามเวลาท้องถิ่น จึงรีบรุดไปยังที่เกิดเหตุ เพื่อช่วยเหลือประชาชนราว 35 คน ที่หลบซ่อนตัวอยู่ตามมุมต่างๆในอาคาร ทั้งนี้ มีผู้เคราะห์ร้ายถูกยิงทั้งหมด 10 คน 5 คนเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ อีก 2 คนเสียชีวิตที่โรงพยาบาล ส่วนอีก 3 ราย ได้รับบาดเจ็บ
อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมตัวมือปืนได้ในอีก 1 ชั่วโมง ที่ซุปเปอร์มาร์เก็ตแห่งหนึ่งในเมือง แอละเมดา ห่างจากที่เกิดเหตุไป 5 กิโลเมตร หลังเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของซุปเปอร์มาร์เก็ตโทรศัพท์แจ้งว่า ผู้ต้องสงสัยอยู่ในอาการหวาดระแวง มาติดต่อขอเข้ามอบตัว เนื่องจากยิงผู้คนเสียชีวิต
จนถึงขณะนี้ ยังคงไม่มีการเปิดเผยจากเจ้าหน้าที่ เกี่ยวกับแรงจูงใจ และสัญชาติของผู้ก่อเหตุ ว่าเป็นชาวเกาหลีเหนือ หรือเกาหลีใต้ ทั้งนี้ ร.ต.อ. จอร์แดน ให้รายละเอียดผู้ต้องสงสัยเพียงชื่อ นาย วัน โก วัย 43 ปี รูปร่างสูงใหญ่ สวมชุดสีกากี และเป็นอดีตนักศึกษาของวิทยาลัยแห่งนี้ ขณะที่เจ้าหน้าที่สถานกงสุลเกาหลีใต้ในเมืองซานฟรานซิสโก ให้ข้อมูลว่า ชายคนดังกล่าว มีชื่อจริงว่า นาย โก วอน-อิล
::กราดยิงนศ.วิทยาลัยคริสเตียนในสหรัฐ เสียชีวิต 7 ศพ © 2554 บริษัท เดลินิวส์ เว็บ จำกัด วันอังคารที่ 3 เมษายน 2555
-------------------------
"เราทราบว่าเขามาที่นี่ด้วยมีเจตนาตามหาผู้บริหารรายหนึ่ง แต่เธอไม่อยู่ จากนั้นเขาก็เดินเข้าไปในตัวอาคารและกราดยิงเหยื่อโดยไม่เลือกหน้า เราทราบมาว่าผู้ต้องสงสัยผิดหวังการบริหารของมหาวิทยาลัย เขายังผิดหวังต่อเพื่อนนักศึกษาที่ข่มเหงและขาดความเคารพต่อเขาเมื่อครั้งที่เขายังศึกษาอยู่ มันทำให้เรารู้ว่าชายผู้สับสนรายนี้ตั้งใจมาที่นี่ด้วยมีเจตนาฆ่าคนโดยเฉพาะ" ผู้บังคับการตำรวจโอ๊คแลนด์ กล่าว
ฮาเวิร์ด จอร์แดน บอกต่อว่า ในจำนวนผู้ถูกสังหารนั้น เป็นผู้หญิง 6 คน และชาย 1 คน อายุเฉลี่ยระหว่าง 21 ถึง 40 ปี มีทั้งชาวเกาหลี ไนจีเรีย เนปาลและฟิลิปปินส์ โดยแบ่งเป็นนักศึกษา 6 คน และเลขานุการ 1 คน นอกจากนี้สำหรับผู้ได้รับบาดเจ็บทั้ง 3 คน ที่เข้ารับรักษาตัวที่ รพ.ไฮท์แลนด์ เมโมเรียล ในโอ๊คแลนด์ ได้รับอนุญาตให้กลับบ้านได้ในช่วงสายของวันอังคารสำหรับนายวัน โก ถูกไล่ออกจากมหาวิทยาลัยเมื่อ 2 เดือนก่อน จากปัญหาทางพฤติกรรมและแสดงความฉุนเฉียวต่อประเด็นการด้านจัดการบางอย่าง แต่ไม่มีคำชี้แจงใดๆว่าเหตุการณ์ใดที่นำมาซึ่งการถูกไล่ออกของเขา
เบื้องต้นคาดหมายว่าตำรวจจะส่งมอบผลการสืบสวนไปยังอัยการในวันพุธนี้ และอัยการจะเป็นผู้ตัดสินใจว่าจะยื่นฟ้องผู้ต้องสงสัยรายนี้ในข้อหาใดบ้าง
:: แฉมือกราดยิงเพื่อนนักเรียนมะกันฉุนถูกข่มเหง © 2554 บริษัท เดลินิวส์ เว็บ วันพุธที่ 4 เมษายน 2555
วันนี้ ( 3 เม.ย. 2555) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองโอ๊คแลนด์ รัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกาว่า ชายชาวเกาหลี วัย 43 ปี ก่อเหตุกราดยิงในวิทยาลัยคริสเตียนเอกชนแห่งหนึ่ง ในรัฐแคลิฟอร์เนีย ทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 7 ศพ และบาดเจ็บ 3 ราย เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา
ร.ต.อ. ฮาวาร์ด จอร์แดน ผู้บังคับการสถานีตำรวจเมืองโอ๊คแลนด์ แถลงว่า เจ้าหน้าที่กองบังคับการตำรวจปฏิบัติการพิเศษ ( 911 ) ได้รับแจ้งเหตุทางโทรศัพท์ว่า มีหญิงคนหนึ่งถูกยิงได้รับบาดเจ็บ ที่วิทยาลัยคริสเตียน โออิคอส ที่อยู่ทางตะวันออกของเมือง เมื่อเวลาประมาณ 10.30 น. ตามเวลาท้องถิ่น จึงรีบรุดไปยังที่เกิดเหตุ เพื่อช่วยเหลือประชาชนราว 35 คน ที่หลบซ่อนตัวอยู่ตามมุมต่างๆในอาคาร ทั้งนี้ มีผู้เคราะห์ร้ายถูกยิงทั้งหมด 10 คน 5 คนเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ อีก 2 คนเสียชีวิตที่โรงพยาบาล ส่วนอีก 3 ราย ได้รับบาดเจ็บ
อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมตัวมือปืนได้ในอีก 1 ชั่วโมง ที่ซุปเปอร์มาร์เก็ตแห่งหนึ่งในเมือง แอละเมดา ห่างจากที่เกิดเหตุไป 5 กิโลเมตร หลังเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของซุปเปอร์มาร์เก็ตโทรศัพท์แจ้งว่า ผู้ต้องสงสัยอยู่ในอาการหวาดระแวง มาติดต่อขอเข้ามอบตัว เนื่องจากยิงผู้คนเสียชีวิต
จนถึงขณะนี้ ยังคงไม่มีการเปิดเผยจากเจ้าหน้าที่ เกี่ยวกับแรงจูงใจ และสัญชาติของผู้ก่อเหตุ ว่าเป็นชาวเกาหลีเหนือ หรือเกาหลีใต้ ทั้งนี้ ร.ต.อ. จอร์แดน ให้รายละเอียดผู้ต้องสงสัยเพียงชื่อ นาย วัน โก วัย 43 ปี รูปร่างสูงใหญ่ สวมชุดสีกากี และเป็นอดีตนักศึกษาของวิทยาลัยแห่งนี้ ขณะที่เจ้าหน้าที่สถานกงสุลเกาหลีใต้ในเมืองซานฟรานซิสโก ให้ข้อมูลว่า ชายคนดังกล่าว มีชื่อจริงว่า นาย โก วอน-อิล
::กราดยิงนศ.วิทยาลัยคริสเตียนในสหรัฐ เสียชีวิต 7 ศพ © 2554 บริษัท เดลินิวส์ เว็บ จำกัด วันอังคารที่ 3 เมษายน 2555
-------------------------
แฉมือกราดยิงเพื่อนนักเรียนมะกันฉุนถูกข่มเหง
วันนี้(4 เม.ย.2555) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองโอ๊คแลนด์ รัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา ถึงความคืบหน้ากรณีนาย โก วอน-อิล วัย 43 ปี ก่อเหตุกราดยิงในวิทยาลัยคริสเตียนเอกชนแห่งหนึ่ง ในรัฐแคลิฟอร์เนีย ทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 7 ศพ และบาดเจ็บ 3 ราย เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาว่า ฮาเวิร์ด จอร์แดน ผู้บังคับการตำรวจโอ๊คแลนด์ แถลงต่อผู้สื่อข่าวว่า นายโก วอน –อิล หรือวัน โก ซึ่งเคยถูกไล่ออกจากมหาวิทยาลัยโออิคอส ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดีหลังถูกนำตัวไปไว้ในสถานคุมขัง แต่ก็ยังไม่มีท่าทีสำนึกผิด"เราทราบว่าเขามาที่นี่ด้วยมีเจตนาตามหาผู้บริหารรายหนึ่ง แต่เธอไม่อยู่ จากนั้นเขาก็เดินเข้าไปในตัวอาคารและกราดยิงเหยื่อโดยไม่เลือกหน้า เราทราบมาว่าผู้ต้องสงสัยผิดหวังการบริหารของมหาวิทยาลัย เขายังผิดหวังต่อเพื่อนนักศึกษาที่ข่มเหงและขาดความเคารพต่อเขาเมื่อครั้งที่เขายังศึกษาอยู่ มันทำให้เรารู้ว่าชายผู้สับสนรายนี้ตั้งใจมาที่นี่ด้วยมีเจตนาฆ่าคนโดยเฉพาะ" ผู้บังคับการตำรวจโอ๊คแลนด์ กล่าว
ฮาเวิร์ด จอร์แดน บอกต่อว่า ในจำนวนผู้ถูกสังหารนั้น เป็นผู้หญิง 6 คน และชาย 1 คน อายุเฉลี่ยระหว่าง 21 ถึง 40 ปี มีทั้งชาวเกาหลี ไนจีเรีย เนปาลและฟิลิปปินส์ โดยแบ่งเป็นนักศึกษา 6 คน และเลขานุการ 1 คน นอกจากนี้สำหรับผู้ได้รับบาดเจ็บทั้ง 3 คน ที่เข้ารับรักษาตัวที่ รพ.ไฮท์แลนด์ เมโมเรียล ในโอ๊คแลนด์ ได้รับอนุญาตให้กลับบ้านได้ในช่วงสายของวันอังคารสำหรับนายวัน โก ถูกไล่ออกจากมหาวิทยาลัยเมื่อ 2 เดือนก่อน จากปัญหาทางพฤติกรรมและแสดงความฉุนเฉียวต่อประเด็นการด้านจัดการบางอย่าง แต่ไม่มีคำชี้แจงใดๆว่าเหตุการณ์ใดที่นำมาซึ่งการถูกไล่ออกของเขา
เบื้องต้นคาดหมายว่าตำรวจจะส่งมอบผลการสืบสวนไปยังอัยการในวันพุธนี้ และอัยการจะเป็นผู้ตัดสินใจว่าจะยื่นฟ้องผู้ต้องสงสัยรายนี้ในข้อหาใดบ้าง
:: แฉมือกราดยิงเพื่อนนักเรียนมะกันฉุนถูกข่มเหง © 2554 บริษัท เดลินิวส์ เว็บ วันพุธที่ 4 เมษายน 2555
ไฟไหม้โครงการก่อสร้างตึกแฝดระฟ้ากลางกรุงมอสโก
พระเพลิงเผาผลาญ ตึกแฝดระฟ้ากลางกรุงมอสโก ว่าที่ตึกแฝดสูงที่สุดในโลก เดชะบุญไร้คนเจ็บคนตาย
วันนี้ ( 3 เม.ย.2555) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงมอสโก ประเทศรัสเซียว่า เกิดเหตุเพลิงไหม้บนยอดตึกระฟ้าที่กำลังอยู่ในระหว่างการก่อสร้าง ในกรุงมอสโก เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา โชคดีไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ หรือเสียชีวิต
โฆษกกระทรวงสภาวการณ์ฉุกเฉินของรัสเซีย แถลงว่า เพลิงไหม้เกิดขึ้นบริเวณด้านทิศตะวันออกของโครงการก่อสร้างตึกแฝดระฟ้า “เฟเดอเรชั่น ทาวเวอร์” ทำให้เกิดประกายไฟ และกลุ่มควันหนาทึบ ที่สามารถมองเห็นได้ไกลถึงฝั่งตะวันตกของกรุงมอสโก หลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ดับเพลิงต้องใช้เฮลิคอปเตอร์ 2 ลำ บินวนเทน้ำจำนวนมากลงมาเพื่อสกัดเพลิงนานกว่า 3 ชั่วโมง จนกระทั่งสามารถควบคุมเพลิงได้ เมื่อเวลาประมาณ 23.30 น. ตามเวลาท้องถิ่น ( 1.30 น. คืนวันอังคาร ตามเวลาในประเทศไทย )
ด้านนาย นิกิทา ซูราฟเลฟ ตัวแทนจากบริษัท “โพท็อค 8” ซึ่งเป็นบริษัทผู้ดำเนินงานก่อสร้าง กล่าวว่า จุดเกิดเหตุอยู่ที่ระดับความสูง 250 เมตรจากพื้นถนน ส่วนสาเหตุของการเกิดเพลิงไหม้ น่าจะมาจากชิ้นส่วนพลาสติก ลอยเข้าไปติดกับไฟสปอร์ตไลท์ ที่ให้ความสว่างในพื้นที่ก่อสร้าง
โครงการก่อสร้างตึกแฝดระฟ้า “เฟเดอเรชั่น ทาวเวอร์” เป็นส่วนหนึ่งของอภิมหาโครงการพัฒนาพื้นที่ระยะทาง 2.5 กิโลเมตร ริมฝั่งแม่น้ำมอสโก ทางตะวันตกของพระราชวังเครมลิน ทั้งนี้ เมื่อการก่อสร้างแล้วเสร็จในปี 2556 ตึกแฝดดังกล่าวจะกลายเป็นตึกแฝดระฟ้าที่สูงที่สุดในทวีปยุโรป ด้วยความสูง 560 เมตร
ขณะเดียวกัน เกิดเหตุเพลิงไหม้คลังสินค้าขนาด 2 ชั้น ในตลาดแห่งหนึ่ง ชานกรุงมอสโก ทางทิศใต้ คร่าชีวิตผู้อพยพจากประเทศทาจิกิสถาน ซึ่งเป็นอดีตสหภาพโซเวียต ที่อาศัยคลังสินค้านี้เป็นที่พักพิง เสียชีวิต 12 ราย เมื่อช่วงเช้ามืดของวันนี้ ตามเวลาท้องถิ่น เจ้าหน้าที่สันนิษฐาน สาเหตุอาจเกิดจากคนงานเปิดเครื่องทำความร้อนทิ้งไว้
::ไฟไหม้โครงการก่อสร้างตึกแฝดระฟ้ากลางกรุงมอสโก © 2554 บริษัท เดลินิวส์ เว็บ จำกัด วันอังคารที่ 3 เมษายน 2555
วันนี้ ( 3 เม.ย.2555) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงมอสโก ประเทศรัสเซียว่า เกิดเหตุเพลิงไหม้บนยอดตึกระฟ้าที่กำลังอยู่ในระหว่างการก่อสร้าง ในกรุงมอสโก เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา โชคดีไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ หรือเสียชีวิต
โฆษกกระทรวงสภาวการณ์ฉุกเฉินของรัสเซีย แถลงว่า เพลิงไหม้เกิดขึ้นบริเวณด้านทิศตะวันออกของโครงการก่อสร้างตึกแฝดระฟ้า “เฟเดอเรชั่น ทาวเวอร์” ทำให้เกิดประกายไฟ และกลุ่มควันหนาทึบ ที่สามารถมองเห็นได้ไกลถึงฝั่งตะวันตกของกรุงมอสโก หลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ดับเพลิงต้องใช้เฮลิคอปเตอร์ 2 ลำ บินวนเทน้ำจำนวนมากลงมาเพื่อสกัดเพลิงนานกว่า 3 ชั่วโมง จนกระทั่งสามารถควบคุมเพลิงได้ เมื่อเวลาประมาณ 23.30 น. ตามเวลาท้องถิ่น ( 1.30 น. คืนวันอังคาร ตามเวลาในประเทศไทย )
ด้านนาย นิกิทา ซูราฟเลฟ ตัวแทนจากบริษัท “โพท็อค 8” ซึ่งเป็นบริษัทผู้ดำเนินงานก่อสร้าง กล่าวว่า จุดเกิดเหตุอยู่ที่ระดับความสูง 250 เมตรจากพื้นถนน ส่วนสาเหตุของการเกิดเพลิงไหม้ น่าจะมาจากชิ้นส่วนพลาสติก ลอยเข้าไปติดกับไฟสปอร์ตไลท์ ที่ให้ความสว่างในพื้นที่ก่อสร้าง
โครงการก่อสร้างตึกแฝดระฟ้า “เฟเดอเรชั่น ทาวเวอร์” เป็นส่วนหนึ่งของอภิมหาโครงการพัฒนาพื้นที่ระยะทาง 2.5 กิโลเมตร ริมฝั่งแม่น้ำมอสโก ทางตะวันตกของพระราชวังเครมลิน ทั้งนี้ เมื่อการก่อสร้างแล้วเสร็จในปี 2556 ตึกแฝดดังกล่าวจะกลายเป็นตึกแฝดระฟ้าที่สูงที่สุดในทวีปยุโรป ด้วยความสูง 560 เมตร
ขณะเดียวกัน เกิดเหตุเพลิงไหม้คลังสินค้าขนาด 2 ชั้น ในตลาดแห่งหนึ่ง ชานกรุงมอสโก ทางทิศใต้ คร่าชีวิตผู้อพยพจากประเทศทาจิกิสถาน ซึ่งเป็นอดีตสหภาพโซเวียต ที่อาศัยคลังสินค้านี้เป็นที่พักพิง เสียชีวิต 12 ราย เมื่อช่วงเช้ามืดของวันนี้ ตามเวลาท้องถิ่น เจ้าหน้าที่สันนิษฐาน สาเหตุอาจเกิดจากคนงานเปิดเครื่องทำความร้อนทิ้งไว้
::ไฟไหม้โครงการก่อสร้างตึกแฝดระฟ้ากลางกรุงมอสโก © 2554 บริษัท เดลินิวส์ เว็บ จำกัด วันอังคารที่ 3 เมษายน 2555
รักแท้แพ้ระยะทางจริงหรือ?
“รักแท้แพ้ระยะทาง” ดูจะเป็นประโยคจี๊ดใจไม่น้อยสำหรับคู่รักระยะไกล ทว่ามีคู่รักอีกมากมายที่ไม่รู้สึกวิตก!
“รักแท้แพ้ระยะทาง” ดูจะเป็นประโยคจี๊ดใจไม่น้อยสำหรับคู่รักระยะไกล อาจเพราะตัวอย่างที่มีให้เห็น หรือ ได้ฟังจากคนรอบข้าง ทำให้เกิดความกังวล และกลัวไม่สมหวัง
เมื่อประมาณปลายปีที่ผ่านมา “ดูเร็กซ์” ผู้ผลิตถุงยางอนามัยชั้นนำ ได้สัมภาษณ์กลุ่มตัวอย่าง จำนวน 29,000 คน ใน 36 ประเทศทั่วโลก ว่าด้วยเรื่องเพศสัมพันธ์ในหัวข้อต่าง ๆ โดยการสำรวจครั้งนั้น เผยว่า ชายไทย 54% ยอมรับว่าเคยนอกใจคนรัก ขณะที่ หญิงไทยพบ 59%
แต่ทว่ามีคู่รักอีกมากมายที่ไม่รู้สึกวิตก เพราะเชื่อว่าหากมีความ “ซื่อสัตย์” ทั้งต่อหน้า และลับหลัง จะเป็นส่วนสำคัญที่พาสองเราก้าวอย่างมั่นคง
ขณะเดียวกัน “ทิ้งพื้นที่ส่วนตัวให้กันและกันบ้าง” ทำความเข้าใจถึงสถานการณ์ รูปแบบการทำงาน เวลา และมุมอิสระของแต่ละฝ่าย เพื่อความสบายใจ และไม่เป็นปัญหาในอนาคต
รวมทั้งต้อง “เสมอต้นเสมอปลาย” เพราะเป็นการแสดงถึงความใส่ใจ ทำให้รักสวยงาม และก่อตัวเป็นความผูกพันยิ่งขึ้น อาจไม่จำเป็นต้องโทรศัพท์คุยกันทุกวัน เพียงรักษาความสม่ำเสมอของการสื่อสาร เป็นกำลังใจ คอยถามไถ่สารทุกข์สุกดิบ รับฟังปัญหาของกันและกันอย่างจริงใจ
และไม่ละเลย ความ “ไว้วางใจ” ให้เกียรติกัน เริ่มง่าย ๆ ด้วยการสื่อสารที่ดี พูดคุยแบ่งปันเรื่องราวต่าง ๆ อย่างตรงไปตรงมา ไม่ปิดบัง และร่วมรักษาความเชื่อมั่นนั้นร่วมกัน จะทำให้สองฝ่ายไม่ทุกข์ และอึดอัด ตรงกันข้ามเมื่อใดที่เกิดความระแวงสิ่งที่เข้ามาแทนคือความกังวล ซึ่งอาจกลายเป็นสาเหตุของการทะเลาะได้ง่าย
“เมื่อมีหลักข้างต้นเป็นศรัทธาร่วมกันแล้ว จะพบว่าความรักกับความห่างไกลสามารถไปด้วยกันได้อย่างไม่น่าเชื่อ”.
ทีมเดลินิวส์ออนไลน์
:: รักแท้แพ้ระยะทางจริงหรือ? เดลินิวส์ออนไลน์ วันอังคารที่ 3 เมษายน 2555
“รักแท้แพ้ระยะทาง” ดูจะเป็นประโยคจี๊ดใจไม่น้อยสำหรับคู่รักระยะไกล อาจเพราะตัวอย่างที่มีให้เห็น หรือ ได้ฟังจากคนรอบข้าง ทำให้เกิดความกังวล และกลัวไม่สมหวัง
เมื่อประมาณปลายปีที่ผ่านมา “ดูเร็กซ์” ผู้ผลิตถุงยางอนามัยชั้นนำ ได้สัมภาษณ์กลุ่มตัวอย่าง จำนวน 29,000 คน ใน 36 ประเทศทั่วโลก ว่าด้วยเรื่องเพศสัมพันธ์ในหัวข้อต่าง ๆ โดยการสำรวจครั้งนั้น เผยว่า ชายไทย 54% ยอมรับว่าเคยนอกใจคนรัก ขณะที่ หญิงไทยพบ 59%
แต่ทว่ามีคู่รักอีกมากมายที่ไม่รู้สึกวิตก เพราะเชื่อว่าหากมีความ “ซื่อสัตย์” ทั้งต่อหน้า และลับหลัง จะเป็นส่วนสำคัญที่พาสองเราก้าวอย่างมั่นคง
ขณะเดียวกัน “ทิ้งพื้นที่ส่วนตัวให้กันและกันบ้าง” ทำความเข้าใจถึงสถานการณ์ รูปแบบการทำงาน เวลา และมุมอิสระของแต่ละฝ่าย เพื่อความสบายใจ และไม่เป็นปัญหาในอนาคต
รวมทั้งต้อง “เสมอต้นเสมอปลาย” เพราะเป็นการแสดงถึงความใส่ใจ ทำให้รักสวยงาม และก่อตัวเป็นความผูกพันยิ่งขึ้น อาจไม่จำเป็นต้องโทรศัพท์คุยกันทุกวัน เพียงรักษาความสม่ำเสมอของการสื่อสาร เป็นกำลังใจ คอยถามไถ่สารทุกข์สุกดิบ รับฟังปัญหาของกันและกันอย่างจริงใจ
และไม่ละเลย ความ “ไว้วางใจ” ให้เกียรติกัน เริ่มง่าย ๆ ด้วยการสื่อสารที่ดี พูดคุยแบ่งปันเรื่องราวต่าง ๆ อย่างตรงไปตรงมา ไม่ปิดบัง และร่วมรักษาความเชื่อมั่นนั้นร่วมกัน จะทำให้สองฝ่ายไม่ทุกข์ และอึดอัด ตรงกันข้ามเมื่อใดที่เกิดความระแวงสิ่งที่เข้ามาแทนคือความกังวล ซึ่งอาจกลายเป็นสาเหตุของการทะเลาะได้ง่าย
“เมื่อมีหลักข้างต้นเป็นศรัทธาร่วมกันแล้ว จะพบว่าความรักกับความห่างไกลสามารถไปด้วยกันได้อย่างไม่น่าเชื่อ”.
ทีมเดลินิวส์ออนไลน์
:: รักแท้แพ้ระยะทางจริงหรือ? เดลินิวส์ออนไลน์ วันอังคารที่ 3 เมษายน 2555
ไก่ดำภูพาน 2 ขนขาวราคาดี - ทิศทางเกษตร
ไก่ดำภูพาน 2 ขนขาวราคาดี - ทิศทางเกษตร
ที่ศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพาน อันเนื่องมาจากพระราชดำริ บ้านนานกเค้า ต.ห้วยยาง อ.เมือง จ.สกลนคร ได้ประสบความสำเร็จในการค้นคว้าวิจัยพัฒนาไก่ดำภูพาน 1 มาก่อนหน้านี้ และได้มีการศึกษาพัฒนาไก่สายพันธุ์นี้อย่างต่อเนื่องจนสามารถเพาะพันธุ์ไก่ดำภูพานสายพันธุ์ใหม่ คือไก่ดำภูพาน 2 ที่มีขนสีขาวบริสุทธิ์ แต่ยังคงความเป็นไก่ดำ คือ มีหนังดำ เล็บดำ เนื้อเทาดำ และกระดูกก็สีเทาดำเช่นเดียวกับไก่ดำภูพาน 1 ทุกประการ
ไก่ดำภูพานเป็นสายพันธุ์หนึ่งของไก่ดำที่ได้รับการปรับปรุงพันธุ์จากไก่ดำของประเทศจีน ปัจจุบันไก่ดำภูพาน 1 ถือเป็นสัตว์เศรษฐกิจสำคัญของเกษตรกรในพื้นที่ภาคอีสานที่มีการนำไปเลี้ยงกันอย่างแพร่หลาย และจำหน่ายได้ราคาโดยเฉพาะพ่อแม่พันธุ์ทุกวันนี้ผลิตไม่พอต่อความต้องการถึงขนาดมีการสั่งจองไข่จากเกษตรกรที่นำไปเลี้ยงกันอย่างกว้างขวาง ทั้งนี้เนื่องจากความต้องการในตลาดประเทศจีน ที่มีความเชื่อในสรรพคุณยาของไก่ดำ เป็นผลให้ผู้บริโภคในไทยสนใจและมีความต้องการ ทำให้การผลิตไม่เพียงพอต่อความต้องการของตลาด อย่างลูกไก่ปัจจุบันมีราคาสูงถึงตัวละ 200 บาท ที่สำคัญอีกประการคือเนื่องจากไก่ดำได้รับการจัดให้เข้ามาอยู่ในกลุ่มอาหารเพื่อสุขภาพ ด้วยเชื่อว่าเป็นอาหารที่มีคุณสมบัติในการบำรุงสุขภาพคนป่วย ผู้สูงอายุ หญิงมีครรภ์ และหลัง คลอด มีการนำไปสกัดทำซุปไก่
สำหรับไก่ดำภูพาน 2 นั้น ทางศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพานอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดสกลนคร ได้ทำการค้นคว้าวิจัย แบบต่อยอดจากไก่ดำภูพาน 1 และประสบความสำเร็จด้วยดีจนสามารถได้พ่อแม่พันธุ์ที่เพียงพอแก่การส่งเสริมและสนับสนุนเกษตรกรที่สนใจนำไปเลี้ยงเชิงพาณิชย์ได้ นับเป็นสัตว์เศรษฐกิจตัวใหม่ที่สามารถสร้างรายได้ให้กับเกษตรกร เป็นอย่างดี เนื่องจากลงทุนไม่มาก เลี้ยงง่าย โตเร็ว และขยายพันธุ์ได้เร็วกว่าไก่พันธุ์พื้นเมือง
เมื่อเปรียบเทียบจากการเลี้ยงไก่พื้นเมือง 1 ตัว จะใช้เวลาในการเลี้ยงประมาณ 4-5 เดือน ขายได้ตัวละ 60-70 บาท แต่หากเลี้ยงไก่ดำภูพาน ใช้เวลาเท่า ๆ กัน ไก่น้ำหนักตัวที่ 3-5 ขีดจะขายเป็นชุด 1 ชุดมี 4 ตัว เฉลี่ยตัวละ 250 บาท เป็นรายได้และมีกำไรมากกว่าการเลี้ยงไก่สายพันธุ์พื้นเมืองถึง 3-4 เท่าตัว จากความต้องการของตลาดและการเลี้ยงที่ไม่ยุ่งยากและซับซ้อนเป็นผลทำให้ไก่ดำภูพาน 2 จึงเป็นผลสำเร็จอีกหนึ่งรายการของศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพาน อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ในการส่งเสริมสนับสนุนเกษตรกรให้นำไปเลี้ยงเชิงพาณิชย์ได้แบบไม่มีปัญหาเรื่องของตลาด
ไก่ดำจะไม่เหมือนไก่พื้นเมือง พันธุ์ดั้งเดิมอยู่แถบภาคเหนือของมองโกเลียในประเทศจีน กินเกสรดอกไม้ แมลงต่าง ๆ และยอดอ่อนของต้นไม้ใบหญ้าเป็นอาหาร ชาวจีนโบราณถือว่าไก่ดำเป็นอาหารชั้นฮ่องเต้ ในตำรายาจีนบางฉบับระบุว่า สามารถใช้ประโยชน์จากไก่ดำได้ทุกส่วน เช่น กระดูกนำไปบดละเอียดผสมน้ำผึ้ง กินแก้โรคไต เป็นต้น
ลักษณะที่แตกต่างจากไก่พื้นเมืองก็คือ ช่วงขาของไก่ดำจะสั้นกว่า ตลอดทั้งตัวเป็นสีดำ ตั้งแต่จะงอยปากถึงปลายเล็บ ผิวหนัง เกล็ดขา กระทั่งอวัยวะภายในล้วนดำสนิท ลักษณะดังกล่าวเกิดจากสารที่เรียกว่า “ไมอานิน” อันเป็นสารสีดำที่มีประโยชน์ เนื้อของไก่ดำมีโปรตีนสำคัญที่ร่างกายต้องการ คือแอนโดร และอะมิโนแอซิด อีกทั้งเนื้อไก่ดำมีปริมาณไขมันหรือคอเลสเตอรอลต่ำ จึงให้คุณค่าทางอาหารแก่ร่างกายโดยสมบูรณ์ ไก่ดำที่เหมาะจะนำมารับประทาน ควรเลือกไก่ดำรุ่น ๆ หนักประมาณหนึ่งถึงหนึ่งกิโลกรัมครึ่ง เนื้อจะนุ่มอร่อย ส่วนไก่ดำภูพาน 2 ทุกอย่างเหมือนไก่ดำภูพาน 1 ทุกประการยกเว้นแต่สีขนเท่านั้นที่สีขาวทั่วตัวเกษตรกรที่สนใจเข้าไปขอข้อมูลและศึกษาวิธีการเลี้ยงไก่ดำเชิงพาณิชย์ทั้งสองชนิดนี้ได้ที่ศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพาน อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จ.สกลนคร โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น
ไก่ดำภูพาน 2 ขนขาวราคาดี - ทิศทางเกษตร เดลินิวส์ เว็บ วันศุกร์ที่ 30 มีนาคม 2555
ที่ศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพาน อันเนื่องมาจากพระราชดำริ บ้านนานกเค้า ต.ห้วยยาง อ.เมือง จ.สกลนคร ได้ประสบความสำเร็จในการค้นคว้าวิจัยพัฒนาไก่ดำภูพาน 1 มาก่อนหน้านี้ และได้มีการศึกษาพัฒนาไก่สายพันธุ์นี้อย่างต่อเนื่องจนสามารถเพาะพันธุ์ไก่ดำภูพานสายพันธุ์ใหม่ คือไก่ดำภูพาน 2 ที่มีขนสีขาวบริสุทธิ์ แต่ยังคงความเป็นไก่ดำ คือ มีหนังดำ เล็บดำ เนื้อเทาดำ และกระดูกก็สีเทาดำเช่นเดียวกับไก่ดำภูพาน 1 ทุกประการ
ไก่ดำภูพานเป็นสายพันธุ์หนึ่งของไก่ดำที่ได้รับการปรับปรุงพันธุ์จากไก่ดำของประเทศจีน ปัจจุบันไก่ดำภูพาน 1 ถือเป็นสัตว์เศรษฐกิจสำคัญของเกษตรกรในพื้นที่ภาคอีสานที่มีการนำไปเลี้ยงกันอย่างแพร่หลาย และจำหน่ายได้ราคาโดยเฉพาะพ่อแม่พันธุ์ทุกวันนี้ผลิตไม่พอต่อความต้องการถึงขนาดมีการสั่งจองไข่จากเกษตรกรที่นำไปเลี้ยงกันอย่างกว้างขวาง ทั้งนี้เนื่องจากความต้องการในตลาดประเทศจีน ที่มีความเชื่อในสรรพคุณยาของไก่ดำ เป็นผลให้ผู้บริโภคในไทยสนใจและมีความต้องการ ทำให้การผลิตไม่เพียงพอต่อความต้องการของตลาด อย่างลูกไก่ปัจจุบันมีราคาสูงถึงตัวละ 200 บาท ที่สำคัญอีกประการคือเนื่องจากไก่ดำได้รับการจัดให้เข้ามาอยู่ในกลุ่มอาหารเพื่อสุขภาพ ด้วยเชื่อว่าเป็นอาหารที่มีคุณสมบัติในการบำรุงสุขภาพคนป่วย ผู้สูงอายุ หญิงมีครรภ์ และหลัง คลอด มีการนำไปสกัดทำซุปไก่
สำหรับไก่ดำภูพาน 2 นั้น ทางศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพานอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดสกลนคร ได้ทำการค้นคว้าวิจัย แบบต่อยอดจากไก่ดำภูพาน 1 และประสบความสำเร็จด้วยดีจนสามารถได้พ่อแม่พันธุ์ที่เพียงพอแก่การส่งเสริมและสนับสนุนเกษตรกรที่สนใจนำไปเลี้ยงเชิงพาณิชย์ได้ นับเป็นสัตว์เศรษฐกิจตัวใหม่ที่สามารถสร้างรายได้ให้กับเกษตรกร เป็นอย่างดี เนื่องจากลงทุนไม่มาก เลี้ยงง่าย โตเร็ว และขยายพันธุ์ได้เร็วกว่าไก่พันธุ์พื้นเมือง
เมื่อเปรียบเทียบจากการเลี้ยงไก่พื้นเมือง 1 ตัว จะใช้เวลาในการเลี้ยงประมาณ 4-5 เดือน ขายได้ตัวละ 60-70 บาท แต่หากเลี้ยงไก่ดำภูพาน ใช้เวลาเท่า ๆ กัน ไก่น้ำหนักตัวที่ 3-5 ขีดจะขายเป็นชุด 1 ชุดมี 4 ตัว เฉลี่ยตัวละ 250 บาท เป็นรายได้และมีกำไรมากกว่าการเลี้ยงไก่สายพันธุ์พื้นเมืองถึง 3-4 เท่าตัว จากความต้องการของตลาดและการเลี้ยงที่ไม่ยุ่งยากและซับซ้อนเป็นผลทำให้ไก่ดำภูพาน 2 จึงเป็นผลสำเร็จอีกหนึ่งรายการของศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพาน อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ในการส่งเสริมสนับสนุนเกษตรกรให้นำไปเลี้ยงเชิงพาณิชย์ได้แบบไม่มีปัญหาเรื่องของตลาด
ไก่ดำจะไม่เหมือนไก่พื้นเมือง พันธุ์ดั้งเดิมอยู่แถบภาคเหนือของมองโกเลียในประเทศจีน กินเกสรดอกไม้ แมลงต่าง ๆ และยอดอ่อนของต้นไม้ใบหญ้าเป็นอาหาร ชาวจีนโบราณถือว่าไก่ดำเป็นอาหารชั้นฮ่องเต้ ในตำรายาจีนบางฉบับระบุว่า สามารถใช้ประโยชน์จากไก่ดำได้ทุกส่วน เช่น กระดูกนำไปบดละเอียดผสมน้ำผึ้ง กินแก้โรคไต เป็นต้น
ลักษณะที่แตกต่างจากไก่พื้นเมืองก็คือ ช่วงขาของไก่ดำจะสั้นกว่า ตลอดทั้งตัวเป็นสีดำ ตั้งแต่จะงอยปากถึงปลายเล็บ ผิวหนัง เกล็ดขา กระทั่งอวัยวะภายในล้วนดำสนิท ลักษณะดังกล่าวเกิดจากสารที่เรียกว่า “ไมอานิน” อันเป็นสารสีดำที่มีประโยชน์ เนื้อของไก่ดำมีโปรตีนสำคัญที่ร่างกายต้องการ คือแอนโดร และอะมิโนแอซิด อีกทั้งเนื้อไก่ดำมีปริมาณไขมันหรือคอเลสเตอรอลต่ำ จึงให้คุณค่าทางอาหารแก่ร่างกายโดยสมบูรณ์ ไก่ดำที่เหมาะจะนำมารับประทาน ควรเลือกไก่ดำรุ่น ๆ หนักประมาณหนึ่งถึงหนึ่งกิโลกรัมครึ่ง เนื้อจะนุ่มอร่อย ส่วนไก่ดำภูพาน 2 ทุกอย่างเหมือนไก่ดำภูพาน 1 ทุกประการยกเว้นแต่สีขนเท่านั้นที่สีขาวทั่วตัวเกษตรกรที่สนใจเข้าไปขอข้อมูลและศึกษาวิธีการเลี้ยงไก่ดำเชิงพาณิชย์ทั้งสองชนิดนี้ได้ที่ศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพาน อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จ.สกลนคร โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น
ไก่ดำภูพาน 2 ขนขาวราคาดี - ทิศทางเกษตร เดลินิวส์ เว็บ วันศุกร์ที่ 30 มีนาคม 2555
Monday, April 2, 2012
การปลูกฝังคุณธรรมจริยธรรม กับความคาดหวังของสังคมไทย
จากกระแสโลกาภิวัตน์ที่ผลักดันให้สังคมไทยมุ่งความสำเร็จทางวัตถุ คนในสังคมแสวงหาความสำเร็จในชีวิตทางด้านเศรษฐกิจ บ้างก็แสวงหาอำนาจ บ้างก็แสวงหาผลประโยชน์ จนหลายคนมองเห็นตรงกันว่าปัจจุบันสังคมไทยเริ่มอ่อนแอลงเรื่อย ๆ และกำลังเผชิญกับภาวะวิกฤติหลายด้าน ทั้งด้านการเมือง การศึกษา ศาสนา เศรษฐกิจ สังคม โดยเฉพาะอย่างยิ่งสิ่งที่พึงวิตกกังวลยิ่งนั่นคือ คุณธรรม จริยธรรมของคนไทยเริ่มถดถอยอันเป็นต้นเหตุที่จะนำไปสู่วิกฤติให้แก่สังคมไทยในอนาคต
ถ้าพิจารณาพื้นฐานปัญหาคุณธรรมจริยธรรมของเด็กและเยาวชนไทย ส่วนหนึ่งและอาจจะเป็นส่วนใหญ่ปัญหานั้นเริ่มจาก “ปัญหาด้านครอบครัว” ซึ่งเกิดจากการที่ครอบครัวแตกแยก พ่อแม่ไม่ได้อยู่ด้วยกัน พ่อแม่ไม่มีเวลาให้บุตรหลาน การใช้ความรุนแรงในครอบครัว และอื่น ๆ อีกมากมาย ซึ่งประเด็นปัญหาของสังคมที่ส่งผลกระทบต่อเด็กและเยาวชนไทยลำดับต้น ๆ เช่น ขาดความอบอุ่นจากครอบครัว ซึ่งจะนำไปสู่การมีความรัก การมีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควร รวมถึงภัยจากสื่อเทคโนโลยี โดยเฉพาะอินเทอร์เน็ต และการเข้าถึงอบายมุขทั้งเหล้า บุหรี่ ยาเสพติดได้ง่ายดาย และที่สำคัญคือ “การขาดแบบอย่างที่ดี” นั่นเอง
ทุกครั้งที่กล่าวถึงปัญหาคุณธรรมจริยธรรมในสังคมไทย หลายคนมักจะมองไปที่กระบวนการจัดการศึกษา และตอกย้ำเสมอว่าเป็นความล้มเหลวของระบบการศึกษา แต่อยากให้ทุกฝ่ายเปิดใจยอมรับว่าปัญหาเรื่องคุณธรรมจริยธรรมนั้นเป็นปัญหาใหญ่ระดับชาติ ดังนั้น ในการแก้ไขปัญหานั้นจะต้องเริ่มต้นจากครอบครัว สถานศึกษา และที่สำคัญที่สุดคือผู้ใหญ่ทุกคนในสังคมต้องเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับเด็กและเยาวชน เนื่องจากการปลูกฝังคุณธรรมจริยธรรมให้ประสบผลสำเร็จสูงสุดนั้นต้องปฏิบัติตนให้เป็นแบบอย่าง สังคมอยากเห็นภาพเด็กและเยาวชนเป็นเช่นไร ทุกคนในสังคมทั้งพ่อแม่ ผู้ปกครอง ครูผู้สอน ผู้บริหาร นักการเมือง ผู้นำสังคม ผู้นำประเทศต้องประพฤติตนให้เป็นแบบอย่างที่ดี เพราะการเป็นแบบอย่างที่ดีนั้นถือเป็นวิธีการปลูกฝังคุณธรรมจริยธรรมที่ดีที่สุด
จากสภาพสังคมที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว และด้วยสถาบันครอบครัวที่อ่อนแอลง สังคมไทยจึงคาดหวังและมอบภาระอันหนักอึ้งนี้ให้กับโรงเรียนหรือสถาบันการศึกษาที่จะช่วยกันขัดเกลาปลูกฝังและพัฒนาผู้เรียนให้เป็นคนเก่ง คนดี และมีความสุข ดังที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542
แม้กระทรวงศึกษาธิการได้ให้ความสำคัญกับการพัฒนาผู้เรียนให้มีคุณธรรมจริยธรรมมาโดยตลอด บ้างก็มุ่งเน้น “คุณ ธรรมนำความรู้” บ้างก็มุ่งเน้น “ความรู้คู่คุณธรรม” สำหรับหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน กำหนดให้สถานศึกษาพัฒนาผู้เรียนให้มีคุณลักษณะที่พึงประสงค์สำคัญในเบื้องต้น คือ รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ซื่อสัตย์สุจริต มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ อยู่อย่างพอเพียง มุ่งมั่นในการทำงาน รักความเป็นไทย และมีจิตสาธารณะ
“ทฤษฎีต้นไม้จริยธรรมสำหรับคนไทย” ซึ่งเป็นกรอบแนวคิดของนักการศึกษาไทย ศ.ดร.ดวงเดือน พันธุมนาวิน เป็นทฤษฎีที่น่าสนใจมีจุดเด่น คือ ลักษณะพื้นฐานและองค์ประกอบทางจิตใจซึ่งจะนำไปสู่พฤติกรรมที่พึงปรารถนาเพื่อส่งเสริมให้บุคคลเป็นคนดีและคนเก่ง โดยแบ่งต้นไม้จริยธรรม ออกเป็น 3 ส่วน คือ
ส่วนที่หนึ่ง ได้แก่ ดอกและผลไม้บนต้น แสดงถึงพฤติกรรมการทำดีละเว้นชั่ว และพฤติกรรมการทำงานอย่างขยันขันแข็งเพื่อส่วนรวม ซึ่งเป็นพฤติกรรมของพลเมืองดี พฤติกรรมที่เอื้อเฟื้อต่อการพัฒนาประเทศ
ส่วนที่สอง ได้แก่ ส่วนลำต้นของต้นไม้ แสดงถึงพฤติกรรมการทำงานอาชีพอย่างขยันขันแข็ง ซึ่งประกอบด้วยจิตลักษณะ 5 ด้าน คือ เหตุผลเชิงจริยธรรม มุ่งอนาคตและการควบคุมตนเอง ความเชื่ออำนาจในตน แรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์ ทัศนคติ คุณธรรม และค่านิยม
ส่วนที่สาม ได้แก่ รากของต้นไม้ แสดงถึงพฤติกรรมการทำงานอาชีพอย่างขยันขันแข็ง ซึ่งประกอบด้วยจิตลักษณะ 3 ด้าน คือ สติปัญญา ประสบการณ์ทางสังคม และสุขภาพจิต
สำหรับแนวทางในการปลูกฝังเสริมสร้างคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคุณลักษณะอันพึงประสงค์นั้น ครูผู้สอนทุกคนต้องร่วมกันวางแผนและสอดแทรกไว้ในกระบวนการจัดการเรียนรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน เพราะสิ่งเหล่านี้สามารถสร้างให้เกิดได้อย่างยั่งยืนโดยผ่านกระบวนการปฏิบัติงานทั้งงานส่วนบุคคล และจากการร่วมกันทำงาน เป็นทีม
สุดท้ายขอฝากคุณครูทุกท่านพึงตระหนักไว้เสมอว่าท่านเป็นบุคคลที่สำคัญยิ่ง นอกจากท่านมีหน้าที่ในการสอนหนังสือแล้ว ยังต้องคำนึงถึงภาระหน้าที่ที่สังคมคาดหวัง อีกอย่าง นั่นก็คือ การปลูกฝังคุณธรรมจริยธรรมที่เหมาะสมให้กับผู้เรียนในแต่ละช่วงวัย เพื่อร่วมกันสรรค์สร้างผู้เรียนซึ่งเป็นอนาคตของประเทศชาติให้เป็นคนที่มีความรู้คู่คุณธรรมนำชีวิตไปสู่ความสุขและจะนำสันติสุขมาสู่สังคมไทยต่อไป
ฟาฎินา วงศ์เลขา ::การปลูกฝังคุณธรรมจริยธรรม กับความคาดหวังของสังคมไทย (c) เดลินิวส์ เว็บ วันอังคารที่ 3 เมษายน 2555
ถ้าพิจารณาพื้นฐานปัญหาคุณธรรมจริยธรรมของเด็กและเยาวชนไทย ส่วนหนึ่งและอาจจะเป็นส่วนใหญ่ปัญหานั้นเริ่มจาก “ปัญหาด้านครอบครัว” ซึ่งเกิดจากการที่ครอบครัวแตกแยก พ่อแม่ไม่ได้อยู่ด้วยกัน พ่อแม่ไม่มีเวลาให้บุตรหลาน การใช้ความรุนแรงในครอบครัว และอื่น ๆ อีกมากมาย ซึ่งประเด็นปัญหาของสังคมที่ส่งผลกระทบต่อเด็กและเยาวชนไทยลำดับต้น ๆ เช่น ขาดความอบอุ่นจากครอบครัว ซึ่งจะนำไปสู่การมีความรัก การมีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควร รวมถึงภัยจากสื่อเทคโนโลยี โดยเฉพาะอินเทอร์เน็ต และการเข้าถึงอบายมุขทั้งเหล้า บุหรี่ ยาเสพติดได้ง่ายดาย และที่สำคัญคือ “การขาดแบบอย่างที่ดี” นั่นเอง
ทุกครั้งที่กล่าวถึงปัญหาคุณธรรมจริยธรรมในสังคมไทย หลายคนมักจะมองไปที่กระบวนการจัดการศึกษา และตอกย้ำเสมอว่าเป็นความล้มเหลวของระบบการศึกษา แต่อยากให้ทุกฝ่ายเปิดใจยอมรับว่าปัญหาเรื่องคุณธรรมจริยธรรมนั้นเป็นปัญหาใหญ่ระดับชาติ ดังนั้น ในการแก้ไขปัญหานั้นจะต้องเริ่มต้นจากครอบครัว สถานศึกษา และที่สำคัญที่สุดคือผู้ใหญ่ทุกคนในสังคมต้องเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับเด็กและเยาวชน เนื่องจากการปลูกฝังคุณธรรมจริยธรรมให้ประสบผลสำเร็จสูงสุดนั้นต้องปฏิบัติตนให้เป็นแบบอย่าง สังคมอยากเห็นภาพเด็กและเยาวชนเป็นเช่นไร ทุกคนในสังคมทั้งพ่อแม่ ผู้ปกครอง ครูผู้สอน ผู้บริหาร นักการเมือง ผู้นำสังคม ผู้นำประเทศต้องประพฤติตนให้เป็นแบบอย่างที่ดี เพราะการเป็นแบบอย่างที่ดีนั้นถือเป็นวิธีการปลูกฝังคุณธรรมจริยธรรมที่ดีที่สุด
จากสภาพสังคมที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว และด้วยสถาบันครอบครัวที่อ่อนแอลง สังคมไทยจึงคาดหวังและมอบภาระอันหนักอึ้งนี้ให้กับโรงเรียนหรือสถาบันการศึกษาที่จะช่วยกันขัดเกลาปลูกฝังและพัฒนาผู้เรียนให้เป็นคนเก่ง คนดี และมีความสุข ดังที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542
แม้กระทรวงศึกษาธิการได้ให้ความสำคัญกับการพัฒนาผู้เรียนให้มีคุณธรรมจริยธรรมมาโดยตลอด บ้างก็มุ่งเน้น “คุณ ธรรมนำความรู้” บ้างก็มุ่งเน้น “ความรู้คู่คุณธรรม” สำหรับหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน กำหนดให้สถานศึกษาพัฒนาผู้เรียนให้มีคุณลักษณะที่พึงประสงค์สำคัญในเบื้องต้น คือ รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ซื่อสัตย์สุจริต มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ อยู่อย่างพอเพียง มุ่งมั่นในการทำงาน รักความเป็นไทย และมีจิตสาธารณะ
“ทฤษฎีต้นไม้จริยธรรมสำหรับคนไทย” ซึ่งเป็นกรอบแนวคิดของนักการศึกษาไทย ศ.ดร.ดวงเดือน พันธุมนาวิน เป็นทฤษฎีที่น่าสนใจมีจุดเด่น คือ ลักษณะพื้นฐานและองค์ประกอบทางจิตใจซึ่งจะนำไปสู่พฤติกรรมที่พึงปรารถนาเพื่อส่งเสริมให้บุคคลเป็นคนดีและคนเก่ง โดยแบ่งต้นไม้จริยธรรม ออกเป็น 3 ส่วน คือ
ส่วนที่หนึ่ง ได้แก่ ดอกและผลไม้บนต้น แสดงถึงพฤติกรรมการทำดีละเว้นชั่ว และพฤติกรรมการทำงานอย่างขยันขันแข็งเพื่อส่วนรวม ซึ่งเป็นพฤติกรรมของพลเมืองดี พฤติกรรมที่เอื้อเฟื้อต่อการพัฒนาประเทศ
ส่วนที่สอง ได้แก่ ส่วนลำต้นของต้นไม้ แสดงถึงพฤติกรรมการทำงานอาชีพอย่างขยันขันแข็ง ซึ่งประกอบด้วยจิตลักษณะ 5 ด้าน คือ เหตุผลเชิงจริยธรรม มุ่งอนาคตและการควบคุมตนเอง ความเชื่ออำนาจในตน แรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์ ทัศนคติ คุณธรรม และค่านิยม
ส่วนที่สาม ได้แก่ รากของต้นไม้ แสดงถึงพฤติกรรมการทำงานอาชีพอย่างขยันขันแข็ง ซึ่งประกอบด้วยจิตลักษณะ 3 ด้าน คือ สติปัญญา ประสบการณ์ทางสังคม และสุขภาพจิต
สำหรับแนวทางในการปลูกฝังเสริมสร้างคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคุณลักษณะอันพึงประสงค์นั้น ครูผู้สอนทุกคนต้องร่วมกันวางแผนและสอดแทรกไว้ในกระบวนการจัดการเรียนรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน เพราะสิ่งเหล่านี้สามารถสร้างให้เกิดได้อย่างยั่งยืนโดยผ่านกระบวนการปฏิบัติงานทั้งงานส่วนบุคคล และจากการร่วมกันทำงาน เป็นทีม
สุดท้ายขอฝากคุณครูทุกท่านพึงตระหนักไว้เสมอว่าท่านเป็นบุคคลที่สำคัญยิ่ง นอกจากท่านมีหน้าที่ในการสอนหนังสือแล้ว ยังต้องคำนึงถึงภาระหน้าที่ที่สังคมคาดหวัง อีกอย่าง นั่นก็คือ การปลูกฝังคุณธรรมจริยธรรมที่เหมาะสมให้กับผู้เรียนในแต่ละช่วงวัย เพื่อร่วมกันสรรค์สร้างผู้เรียนซึ่งเป็นอนาคตของประเทศชาติให้เป็นคนที่มีความรู้คู่คุณธรรมนำชีวิตไปสู่ความสุขและจะนำสันติสุขมาสู่สังคมไทยต่อไป
ฟาฎินา วงศ์เลขา ::การปลูกฝังคุณธรรมจริยธรรม กับความคาดหวังของสังคมไทย (c) เดลินิวส์ เว็บ วันอังคารที่ 3 เมษายน 2555
เตือน 'บารากู่' เสี่ยงติดโรค เหตุเวียนเทียนกันสูบ
"ศ.นพ.ประกิต" เตือนผู้สูบบารากู่เสี่ยงติดเชื้อโรค จากการเวียนเทียนกันสูบ โดยเฉพาะร้านบริการที่ไม่ได้ทำความสะอาดปากหลอดสูบ ขณะที่ผลวิจัยพบว่า นิสิตที่สูบบารากู่เกือบครึ่งหนึ่ง เข้าใจผิดว่าไม่มีอันตราย...
เมื่อวันที่ 2 เม.ย. ศ.นพ.ประกิต วาทีสาธกกิจ เลขาธิการมูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ กล่าวว่า เตือนผู้ที่สูบบารากู่ อาจติดเชื้อโรคจากกรรมวิธีการสูบ ที่ใช้อุปกรณ์สูบร่วมกัน ในลักษณะจับกลุ่มเวียนเทียนกันสูบ ซึ่งขณะนี้พบว่า วัยรุ่นและหนุ่มสาวนักศึกษาไทย มีการสูบบารากู่กันอย่างแพร่หลาย โดยจะเห็นว่ามีอุปกรณ์สูบบารากู่วางขายอยู่ทั่วไป ทั้งที่ยาเส้นหมักที่ใช้ในการสูบ ยังเป็นสิ่งที่ห้ามนำเข้าจำหน่ายใน ประเทศไทย การวิจัยด้วยการสัมภาษณ์เฉพาะกลุ่ม พบว่า นิสิตที่สูบบารากู่เกือบครึ่งหนึ่ง เข้าใจว่าการสูบบารากู่ไม่มีอันตราย หรือมีอันตรายน้อย เนื่องจากเป็นการเผาไหม้กากผลไม้ ควันที่เผาไหม้มีกลิ่นหอม และอุปกรณ์สูบที่ทำให้ควันผ่านกระเปาะน้ำ ก่อนถูกสูดเข้าสู่ร่างกาย
ทั้งนี้ การสูบบารากู่ทำให้เกิดการเสพติด และมีอันตรายไม่น้อยกว่าการสูบบุหรี่ เนื่องจากมียาเส้นเป็นส่วนผสมกับกากผลไม้ ควันจากการสูบบารากู่ จึงมีสารก่อมะเร็งและสารพิษอื่นเช่นเดียวกับควันบุหรี่ และความจริงที่คนทั่วไปต้องรู้คือ การสูดควันที่เผาไหม้จากสิ่งใดๆ ล้วนเป็นอันตรายต่อสุขภาพ หากสูดเข้าสู่ปอด ที่สำคัญคือกรรมวิธีการสูบบารากู่ ที่นิยมใช้หลอดสูบเดียวร่วมกันหลายๆ คน สามารถเป็นแหล่งแพร่เชื้อไวรัส และเชื้อวัณโรคจากปากและน้ำลายของผู้สูบคนหนึ่ง ไปยังผู้สูบอีกหลายๆ คนได้ โดยเฉพาะร้านบริการที่ให้สูบบารากู่ ไม่ได้ทำความสะอาดปากหลอดสูบบารากู่อย่างสม่ำเสมอถูกวิธี เชื้อโรคจะสะสมที่ปลายหลอดสูบและแพร่ไปสู่ผู้สูบได้
:: เตือน 'บารากู่' เสี่ยงติดโรค เหตุเวียนเทียนกันสูบ ไทยรัฐออนไลน์ วันจันทร์ที่ 2 เมษายน 2555
เมื่อวันที่ 2 เม.ย. ศ.นพ.ประกิต วาทีสาธกกิจ เลขาธิการมูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ กล่าวว่า เตือนผู้ที่สูบบารากู่ อาจติดเชื้อโรคจากกรรมวิธีการสูบ ที่ใช้อุปกรณ์สูบร่วมกัน ในลักษณะจับกลุ่มเวียนเทียนกันสูบ ซึ่งขณะนี้พบว่า วัยรุ่นและหนุ่มสาวนักศึกษาไทย มีการสูบบารากู่กันอย่างแพร่หลาย โดยจะเห็นว่ามีอุปกรณ์สูบบารากู่วางขายอยู่ทั่วไป ทั้งที่ยาเส้นหมักที่ใช้ในการสูบ ยังเป็นสิ่งที่ห้ามนำเข้าจำหน่ายใน ประเทศไทย การวิจัยด้วยการสัมภาษณ์เฉพาะกลุ่ม พบว่า นิสิตที่สูบบารากู่เกือบครึ่งหนึ่ง เข้าใจว่าการสูบบารากู่ไม่มีอันตราย หรือมีอันตรายน้อย เนื่องจากเป็นการเผาไหม้กากผลไม้ ควันที่เผาไหม้มีกลิ่นหอม และอุปกรณ์สูบที่ทำให้ควันผ่านกระเปาะน้ำ ก่อนถูกสูดเข้าสู่ร่างกาย
ทั้งนี้ การสูบบารากู่ทำให้เกิดการเสพติด และมีอันตรายไม่น้อยกว่าการสูบบุหรี่ เนื่องจากมียาเส้นเป็นส่วนผสมกับกากผลไม้ ควันจากการสูบบารากู่ จึงมีสารก่อมะเร็งและสารพิษอื่นเช่นเดียวกับควันบุหรี่ และความจริงที่คนทั่วไปต้องรู้คือ การสูดควันที่เผาไหม้จากสิ่งใดๆ ล้วนเป็นอันตรายต่อสุขภาพ หากสูดเข้าสู่ปอด ที่สำคัญคือกรรมวิธีการสูบบารากู่ ที่นิยมใช้หลอดสูบเดียวร่วมกันหลายๆ คน สามารถเป็นแหล่งแพร่เชื้อไวรัส และเชื้อวัณโรคจากปากและน้ำลายของผู้สูบคนหนึ่ง ไปยังผู้สูบอีกหลายๆ คนได้ โดยเฉพาะร้านบริการที่ให้สูบบารากู่ ไม่ได้ทำความสะอาดปากหลอดสูบบารากู่อย่างสม่ำเสมอถูกวิธี เชื้อโรคจะสะสมที่ปลายหลอดสูบและแพร่ไปสู่ผู้สูบได้
:: เตือน 'บารากู่' เสี่ยงติดโรค เหตุเวียนเทียนกันสูบ ไทยรัฐออนไลน์ วันจันทร์ที่ 2 เมษายน 2555
คนทำดีได้ทุกอย่าง: Polymath: A Man Can Do All Things If He Will.
คนทำดีได้ทุกอย่าง: Polymath: A Man Can Do All Things If He Will.
สวัสดีท่านผู้อ่านไทยรัฐออนไลน์ทุกท่าน ติดตามกันมาเรื่อยๆ ตอนนี้เผลอแป๊บเดียว จากปีใหม่ฝรั่ง ผ่านปีใหม่จีนอีกแป๊บๆ ก็จะเข้าปีใหม่ไทย หรือวันสงกรานต์กันแล้ว แต่เมษายนที่คนไทยกำลังร้อนๆ ฝรั่งเค้ามีเทศกาลแกล้งกันขำๆ เรียกว่า April Fool’s Day คือในวันที่ 1 เมษายนของทุกปี ถ้ามีใครมาอำกันแรงๆ อย่างเช่น เจ้านายพูดว่า “You’re fired!” นายโดนไล่ออก ก่อนจะตกใจจนสิ้นสติ มองหน้านายอีกทีแล้วถามว่า Is it a joke of April Fool’s Day?
วัน April Fool’s Day จะเป็นวันที่ใครๆ แกล้งกันก็ได้ คิดว่าขำๆ โดยจะไม่มีการโกรธกัน โดย Fool (n.) แปลว่า คนโง่ หรือตัวตลก ซึ่งเราอาจจจะคิดว่าเรายอมโง่ในวันนี้วันเดียวเท่านั้น แต่จริงๆ แล้ว ก่อนที่จะฉลาด ความไม่รู้ก็เป็นเรื่องธรรมดาที่เราจะมีกันได้ เพราะถ้าเราดูจากศัพท์ในภาษาอังกฤษที่แนนจะเสนอในวันนี้ เชื่อว่าท่านผู้อ่านคงแทบไม่เคยเจอ ก็คนฉลาดขนาดนี้ มีอยู่น้อยมากๆ ในโลกนี้ คำสลวย สวยหรูที่คนไม่ค่อยได้มีโอกาสใช้กันในที่นี้ คือคำว่า Polymath (n) เห็น Poly โดยมากก็จะนึกถึงคำว่า มาก ส่วน Math ก็จะนึกถึง คณิตศาสตร์ หรือเลข เหมือนคำว่า Mathematics แต่จริงๆ แล้ว Polymath ไม่มีความหมายอะไรเกี่ยวกับเลขเลย แต่มีรากศัพท์จากกรีกโบราณหมายถึง คนที่เก่งไปหมดทุกอย่าง เรียกว่าเป็น ปราชญ์ผู้รอบรู้ ก็ว่าได้
มีคนให้คำจำกัดความของ Polymath ได้ชัดเจนมาก คือ A man can do all things if he will. คือคนที่ทำอะไรก็ได้ถ้าอยากทำ คนดังของโลกที่ได้รับการยกย่องว่าเป็น Polymath ได้แก่ Aristotle, Leonardo da Vinci, Michelangelo เป็นต้น ซึ่งถ้าเราศึกษาประวัติผลงานของทุกท่าน ก็จะเห็นว่า เป็นผู้มีความเป็นเลิศทั้งศาสตร์ และศิลป์ ยกตัวอย่าง Leonardo da Vinci ถ้าจะบอกว่าเค้าทำอะไรบ้าง ก็จะได้รับคำตอบว่าเป็น painter(n.) นักวาดภาพ, sculptor(n.) ช่างปั้น, architect(n.) สถาปนิก, musician (n.) นักดนตรี , scientist(n.) นักวิทยาศาสตร์, mathematician(n.) นักคณิตศาสตร์, engineer(n.) วิศวกร, inventor (n.) นักประดิษฐ์, anatomist(n.) นักกายวิภาคศาสตร์, geologist (n.) นักธรณีวิทยา, cartographer (n.) นักวาดและออกแบบแผนที่, botanist (n.) นักพฤกษศาสตร์ และ writer (n.) นักเขียน
จะเห็นว่าคนที่จะเก่งได้รอบทิศขนาดนี้มีชีวิตอยู่ในประวัติศาสตร์โลกไม่กี่คน ศัพท์คำนี้จึงแทบจะสูญหายไปจากท้องถนน หาเจอได้แต่ในตำราประวัติศาสตร์เท่านั้น
คนๆ เดียวเป็นได้ทุกสิ่งเช่นนี้ เรียกว่า คนเก่งครอบจักรวาล มีศัพท์อีกคำเรียกว่า Universal man หรือ Universal person หรือในบางสำนักก็จะยกย่องให้เป็น Universal Genius หรืออัจฉริยะรอบด้านก็เรียกได้ ศัพท์คำว่า Polymath ต้นกำเนิดมาจากยุคสมัยที่วิทยการความรู้เฟื่องฟูมากๆ นักประวัติศาสตร์เรียกว่ายุค Renaissance ซึ่งเป็นศัพท์ฝรั่งเศส มีความหมายว่า Rebirth หรือการเกิดใหม่ ในยุคนั้นมีบุคคล เช่น Leonardo da Vinci เยอะมาก ดังนั้น เมื่อจะพูดว่าใครเป็นคนที่เก่งครบเครื่อง เป็นปราชญ์รอบด้าน เราก็สามารถเรียกเค้าว่าเป็น Renaissance man ได้ด้วยค่ะ
ความแตกต่างของ Polymath และ Genius หรืออัจฉริยะอยู่ตรงที่บางครั้ง คนที่เป็นอัจฉริยะ อาจจะมีความเก่งเฉพาะทาง เรียกว่าเป็น Specialist (n.) หรือผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน แต่ Polymath ต้องเก่งมากๆ และเก่งรอบด้านด้วยค่ะ ในศตวรรษที่ 21 เช่นนี้ ท่านผู้อ่านอาจจะรู้สึกว่าศัพท์นี้ไกลตัวเกินไปที่จะได้ใช้ แต่คนที่เก่งหลากหลายด้าน อย่างสมัยนี้เรามักจะเห็นนักร้อง นักแสดงหลายๆ คนต้องมีความสามารถรอบด้าน เช่น ร้องเพลงก็ได้ การแสดงก็ดี แถมยังเรียนเก่ง หน้าที่การงานดีอีกต่างหาก คนที่คุณสมบัติเลิศเลอ แต่ไม่ถึงขั้นเป็นปราชญ์ได้เช่นนี้ เราเรียกว่า Versatile person มาจาก Versatile (adj.) จะแปลว่า อเนกประสงค์ หรือเก่งหลายอย่างก็ได้ค่ะ
คำเหล่านี้ล้วนเป็นคำศัพท์เชิงบวกที่ใช้ในการชื่นชมคนที่เก่งและมีความ สามารถรอบด้าน แต่ในภาษาอังกฤษมีอีกสำนวนหนึ่งที่ใช้พูดถึงคนที่รู้ไปหมดทุกอย่างว่า Jack of all trades ซึ่งเหมือนจะดูดี ถ้าไม่มีตบท้ายด้วย master of none ถ้ามีคนมาบอกว่า You’re Jack of all trades, master of none. แปลว่า นายนี่รู้ไปหมด แต่ไม่ได้เรื่องสักอย่าง นั่นเองค่ะ ดังนั้น Jack of all trade จึงมักนิยมใช้ในความหมายที่เป็นเชิงลบมากกว่า สร้างสรรและชื่นชมใครค่ะ
Steve Jobs เคยกล่าวไว้ว่า “Stay hungry. Stay foolish.” คือ จงทำตัวหิวโหยอยู่เสมอ ทำตัวให้โง่อยู่ตลอด เหมือนปรัชญาของลัทธิเซน ที่ว่าอย่าทำตัวเป็นน้ำชาที่เต็มแก้ว เปิดรับอะไรเพิ่มไม่ได้แล้ว คนไทยบอกกันว่า ง. งู มาก่อน ฉ. ฉิ่ง เป็นสัญญาณบอกว่า โง่ ย่อมมาก่อน ฉลาด ดังนั้น ไม่ว่าคุณจะเป็นคนชาติไหน ธรรมเนียมใด ขอให้คิดเสียว่า Every day is fool’s day. ทุกวันเป็นวันสำหรับความโง่เสมอค่ะ
คุณครูพี่แนน
:: คนทำดีได้ทุกอย่าง: Polymath: A Man Can Do All Things If He Will. ไทยรัฐออนไลน์ คุณครูพี่แนน วันจันทร์ที่ 2 เมษายน 2555
สวัสดีท่านผู้อ่านไทยรัฐออนไลน์ทุกท่าน ติดตามกันมาเรื่อยๆ ตอนนี้เผลอแป๊บเดียว จากปีใหม่ฝรั่ง ผ่านปีใหม่จีนอีกแป๊บๆ ก็จะเข้าปีใหม่ไทย หรือวันสงกรานต์กันแล้ว แต่เมษายนที่คนไทยกำลังร้อนๆ ฝรั่งเค้ามีเทศกาลแกล้งกันขำๆ เรียกว่า April Fool’s Day คือในวันที่ 1 เมษายนของทุกปี ถ้ามีใครมาอำกันแรงๆ อย่างเช่น เจ้านายพูดว่า “You’re fired!” นายโดนไล่ออก ก่อนจะตกใจจนสิ้นสติ มองหน้านายอีกทีแล้วถามว่า Is it a joke of April Fool’s Day?
วัน April Fool’s Day จะเป็นวันที่ใครๆ แกล้งกันก็ได้ คิดว่าขำๆ โดยจะไม่มีการโกรธกัน โดย Fool (n.) แปลว่า คนโง่ หรือตัวตลก ซึ่งเราอาจจจะคิดว่าเรายอมโง่ในวันนี้วันเดียวเท่านั้น แต่จริงๆ แล้ว ก่อนที่จะฉลาด ความไม่รู้ก็เป็นเรื่องธรรมดาที่เราจะมีกันได้ เพราะถ้าเราดูจากศัพท์ในภาษาอังกฤษที่แนนจะเสนอในวันนี้ เชื่อว่าท่านผู้อ่านคงแทบไม่เคยเจอ ก็คนฉลาดขนาดนี้ มีอยู่น้อยมากๆ ในโลกนี้ คำสลวย สวยหรูที่คนไม่ค่อยได้มีโอกาสใช้กันในที่นี้ คือคำว่า Polymath (n) เห็น Poly โดยมากก็จะนึกถึงคำว่า มาก ส่วน Math ก็จะนึกถึง คณิตศาสตร์ หรือเลข เหมือนคำว่า Mathematics แต่จริงๆ แล้ว Polymath ไม่มีความหมายอะไรเกี่ยวกับเลขเลย แต่มีรากศัพท์จากกรีกโบราณหมายถึง คนที่เก่งไปหมดทุกอย่าง เรียกว่าเป็น ปราชญ์ผู้รอบรู้ ก็ว่าได้
มีคนให้คำจำกัดความของ Polymath ได้ชัดเจนมาก คือ A man can do all things if he will. คือคนที่ทำอะไรก็ได้ถ้าอยากทำ คนดังของโลกที่ได้รับการยกย่องว่าเป็น Polymath ได้แก่ Aristotle, Leonardo da Vinci, Michelangelo เป็นต้น ซึ่งถ้าเราศึกษาประวัติผลงานของทุกท่าน ก็จะเห็นว่า เป็นผู้มีความเป็นเลิศทั้งศาสตร์ และศิลป์ ยกตัวอย่าง Leonardo da Vinci ถ้าจะบอกว่าเค้าทำอะไรบ้าง ก็จะได้รับคำตอบว่าเป็น painter(n.) นักวาดภาพ, sculptor(n.) ช่างปั้น, architect(n.) สถาปนิก, musician (n.) นักดนตรี , scientist(n.) นักวิทยาศาสตร์, mathematician(n.) นักคณิตศาสตร์, engineer(n.) วิศวกร, inventor (n.) นักประดิษฐ์, anatomist(n.) นักกายวิภาคศาสตร์, geologist (n.) นักธรณีวิทยา, cartographer (n.) นักวาดและออกแบบแผนที่, botanist (n.) นักพฤกษศาสตร์ และ writer (n.) นักเขียน
จะเห็นว่าคนที่จะเก่งได้รอบทิศขนาดนี้มีชีวิตอยู่ในประวัติศาสตร์โลกไม่กี่คน ศัพท์คำนี้จึงแทบจะสูญหายไปจากท้องถนน หาเจอได้แต่ในตำราประวัติศาสตร์เท่านั้น
คนๆ เดียวเป็นได้ทุกสิ่งเช่นนี้ เรียกว่า คนเก่งครอบจักรวาล มีศัพท์อีกคำเรียกว่า Universal man หรือ Universal person หรือในบางสำนักก็จะยกย่องให้เป็น Universal Genius หรืออัจฉริยะรอบด้านก็เรียกได้ ศัพท์คำว่า Polymath ต้นกำเนิดมาจากยุคสมัยที่วิทยการความรู้เฟื่องฟูมากๆ นักประวัติศาสตร์เรียกว่ายุค Renaissance ซึ่งเป็นศัพท์ฝรั่งเศส มีความหมายว่า Rebirth หรือการเกิดใหม่ ในยุคนั้นมีบุคคล เช่น Leonardo da Vinci เยอะมาก ดังนั้น เมื่อจะพูดว่าใครเป็นคนที่เก่งครบเครื่อง เป็นปราชญ์รอบด้าน เราก็สามารถเรียกเค้าว่าเป็น Renaissance man ได้ด้วยค่ะ
ความแตกต่างของ Polymath และ Genius หรืออัจฉริยะอยู่ตรงที่บางครั้ง คนที่เป็นอัจฉริยะ อาจจะมีความเก่งเฉพาะทาง เรียกว่าเป็น Specialist (n.) หรือผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน แต่ Polymath ต้องเก่งมากๆ และเก่งรอบด้านด้วยค่ะ ในศตวรรษที่ 21 เช่นนี้ ท่านผู้อ่านอาจจะรู้สึกว่าศัพท์นี้ไกลตัวเกินไปที่จะได้ใช้ แต่คนที่เก่งหลากหลายด้าน อย่างสมัยนี้เรามักจะเห็นนักร้อง นักแสดงหลายๆ คนต้องมีความสามารถรอบด้าน เช่น ร้องเพลงก็ได้ การแสดงก็ดี แถมยังเรียนเก่ง หน้าที่การงานดีอีกต่างหาก คนที่คุณสมบัติเลิศเลอ แต่ไม่ถึงขั้นเป็นปราชญ์ได้เช่นนี้ เราเรียกว่า Versatile person มาจาก Versatile (adj.) จะแปลว่า อเนกประสงค์ หรือเก่งหลายอย่างก็ได้ค่ะ
คำเหล่านี้ล้วนเป็นคำศัพท์เชิงบวกที่ใช้ในการชื่นชมคนที่เก่งและมีความ สามารถรอบด้าน แต่ในภาษาอังกฤษมีอีกสำนวนหนึ่งที่ใช้พูดถึงคนที่รู้ไปหมดทุกอย่างว่า Jack of all trades ซึ่งเหมือนจะดูดี ถ้าไม่มีตบท้ายด้วย master of none ถ้ามีคนมาบอกว่า You’re Jack of all trades, master of none. แปลว่า นายนี่รู้ไปหมด แต่ไม่ได้เรื่องสักอย่าง นั่นเองค่ะ ดังนั้น Jack of all trade จึงมักนิยมใช้ในความหมายที่เป็นเชิงลบมากกว่า สร้างสรรและชื่นชมใครค่ะ
Steve Jobs เคยกล่าวไว้ว่า “Stay hungry. Stay foolish.” คือ จงทำตัวหิวโหยอยู่เสมอ ทำตัวให้โง่อยู่ตลอด เหมือนปรัชญาของลัทธิเซน ที่ว่าอย่าทำตัวเป็นน้ำชาที่เต็มแก้ว เปิดรับอะไรเพิ่มไม่ได้แล้ว คนไทยบอกกันว่า ง. งู มาก่อน ฉ. ฉิ่ง เป็นสัญญาณบอกว่า โง่ ย่อมมาก่อน ฉลาด ดังนั้น ไม่ว่าคุณจะเป็นคนชาติไหน ธรรมเนียมใด ขอให้คิดเสียว่า Every day is fool’s day. ทุกวันเป็นวันสำหรับความโง่เสมอค่ะ
คุณครูพี่แนน
:: คนทำดีได้ทุกอย่าง: Polymath: A Man Can Do All Things If He Will. ไทยรัฐออนไลน์ คุณครูพี่แนน วันจันทร์ที่ 2 เมษายน 2555
Friday, March 30, 2012
สินบนทำพิษ! จับเพิ่มผู้บริหาร บ.อสังหาฯดังฮ่องกง
:: สินบนทำพิษ! จับเพิ่มผู้บริหาร บ.อสังหาฯดังฮ่องกง เคยขายบ้านหรูให้'ทักษิณ
โธมัส และ เรย์มอนด์ กวอค มหาเศรษฐีสองพี่น้อง ซึ่งเป็นประธานร่วมของบริษัทซัน ฮุง ไก พร็อพเพอร์ตีส์ บริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่ใหญ่ที่สุดของทวีปเอเชีย ถูกทางการฮ่องกงควบคุมตัวไปสอบสวนฐาน มีส่วนพัวพันกับการติดสินบนเจ้าหน้าที่รัฐในคดีฉ้อฉลครั้งใหญ่ที่สุดในรอบ 38 ปี หลังจากที่ โธมัส ชาน กุ้ย หยวน ซีอีโอของบริษัทที่เคยขายโครงการทาวน์เฮาส์สุดหรู "เดอะ พีค" ให้กับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เมื่อช่วงกลางปี ค.ศ. 2007 ถูกจับกุมไปแล้วก่อนหน้านี้...
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อ 30 มี.ค. ว่า นายโธมัส และ เรย์มอนด์ กวอค มหาเศรษฐีสองพี่น้อง ซึ่งเป็นประธานบริหารร่วมของบริษัท ซัน ฮุง ไก พร็อพเพอร์ตีส์ บริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่ใหญ่ที่สุดของทวีปเอเชีย ถูกทางการฮ่องกงควบคุมตัวไปสอบสวน ฐานมีส่วนพัวพันกับการติดสินบนเจ้าหน้าที่รัฐในคดีฉ้อฉลที่ถูกระบุว่า ใหญ่ที่สุดในรอบ 38 ปี ของเขตปกครองพิเศษแห่งนี้
การควบคุมมหาเศรษฐีตระกูลกวอค ทั้งสองรายไปสอบสวน มีขึ้นในช่วงเวลาไล่เลี่ยกับที่มีการจับกุม นายราฟาเอล หุย อดีตเจ้าหน้าที่ระดับสูงของทางการฮ่องกง พร้อมกับบุคคลอื่นอีก 8 ราย ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการติดสินบนครั้งประวัติศาสตร์
ก่อนหน้านี้ เมื่อ 20 มี.ค.ที่ผ่านมา นายโธมัส ชาน กุ้ย หยวน ผู้บริหารอีกรายของบริษัท ซัน ฮุง ไก พร็อพเพอร์ตีส์ เพิ่งถูกเจ้าหน้าที่จากสำนักงานคณะกรรมการอิสระเพื่อการต่อต้านทุจริต (ไอซีเอซี) ของฮ่องกง ควบคุมตัวไปสอบสวน ในฐานะผู้ต้องสงสัยว่ามีส่วนพัวพันกับการติดสินบนเจ้าหน้าที่รัฐ เพื่อให้ได้มาซึ่งที่ดินในเขต "เกาลูนตะวันตก" ที่ใช้ในการก่อสร้างอาคารสำนักงาน "อินเตอร์เนชันแนล คอมเมิร์ซ เซ็นเตอร์" ความสูง 108 ชั้น (484 เมตร) อันเป็นอาคารที่สูงที่สุดในเขตปกครองพิเศษฮ่องกง รวมถึงโครงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์อื่นๆ อีกหลายโครงการ
สื่อท้องถิ่นในฮ่องกง ระบุว่า คดีติดสินบนประวัติศาสตร์ในครั้งนี้ อาจเป็นจุดเริ่มต้นให้ทางไอซีเอซี หน่วยงานต่อต้านการทุจริตที่ใหญ่ที่สุดของฮ่องกง ต้องกลับไปตรวจสอบการทำธุรกรรมทางการเงินของซัน ฮุง ไก พร็อพเพอร์ตีส์ "ย้อนหลัง" ซึ่งหากเป็นเช่นนั้น ชื่อของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีของไทย ก็อาจถูกดึงไปเกี่ยวข้องด้วย เนื่องจากบริษัทแห่งนี้มีส่วนสำคัญในการดูแลการขายโครงการทาวน์เฮาส์สุดหรู "เดอะ พีค" ให้กับ พ.ต.ท.ทักษิณ เมื่อช่วงกลางปี ค.ศ. 2007 ด้วยสนนราคาที่สูงถึง 41,000 ดอลลาร์ฮ่องกง หรือราว 163,000 บาทต่อตารางฟุต ซึ่งหนังสือพิมพ์ชื่อดัง "เดอะ สแตนดาร์ด" ของฮ่องกง ระบุว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ทุ่มเงินเบ็ดเสร็จกว่า 210 ล้านดอลลาร์ฮ่องกง หรือกว่า 832 ล้านบาท เพื่อแลกกับการครอบครองอสังหาริมทรัพย์ในโครงการนี้ ซึ่งว่ากันว่า ตั้งอยู่บนทำเลที่มี "ฮวงจุ้ย" ดีที่สุดแห่งหนึ่งของฮ่องกง
:: สินบนทำพิษ! จับเพิ่มผู้บริหาร บ.อสังหาฯดังฮ่องกง เคยขายบ้านหรูให้'ทักษิณ
ไทยรัฐออนไลน์ วันศุกร์ที่ 30 มีนาคม 2555
----------------------------
สงสารประเทศไทยจับใครได้สักกี่คน ........
โธมัส และ เรย์มอนด์ กวอค มหาเศรษฐีสองพี่น้อง ซึ่งเป็นประธานร่วมของบริษัทซัน ฮุง ไก พร็อพเพอร์ตีส์ บริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่ใหญ่ที่สุดของทวีปเอเชีย ถูกทางการฮ่องกงควบคุมตัวไปสอบสวนฐาน มีส่วนพัวพันกับการติดสินบนเจ้าหน้าที่รัฐในคดีฉ้อฉลครั้งใหญ่ที่สุดในรอบ 38 ปี หลังจากที่ โธมัส ชาน กุ้ย หยวน ซีอีโอของบริษัทที่เคยขายโครงการทาวน์เฮาส์สุดหรู "เดอะ พีค" ให้กับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เมื่อช่วงกลางปี ค.ศ. 2007 ถูกจับกุมไปแล้วก่อนหน้านี้...
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อ 30 มี.ค. ว่า นายโธมัส และ เรย์มอนด์ กวอค มหาเศรษฐีสองพี่น้อง ซึ่งเป็นประธานบริหารร่วมของบริษัท ซัน ฮุง ไก พร็อพเพอร์ตีส์ บริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่ใหญ่ที่สุดของทวีปเอเชีย ถูกทางการฮ่องกงควบคุมตัวไปสอบสวน ฐานมีส่วนพัวพันกับการติดสินบนเจ้าหน้าที่รัฐในคดีฉ้อฉลที่ถูกระบุว่า ใหญ่ที่สุดในรอบ 38 ปี ของเขตปกครองพิเศษแห่งนี้
การควบคุมมหาเศรษฐีตระกูลกวอค ทั้งสองรายไปสอบสวน มีขึ้นในช่วงเวลาไล่เลี่ยกับที่มีการจับกุม นายราฟาเอล หุย อดีตเจ้าหน้าที่ระดับสูงของทางการฮ่องกง พร้อมกับบุคคลอื่นอีก 8 ราย ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการติดสินบนครั้งประวัติศาสตร์
ก่อนหน้านี้ เมื่อ 20 มี.ค.ที่ผ่านมา นายโธมัส ชาน กุ้ย หยวน ผู้บริหารอีกรายของบริษัท ซัน ฮุง ไก พร็อพเพอร์ตีส์ เพิ่งถูกเจ้าหน้าที่จากสำนักงานคณะกรรมการอิสระเพื่อการต่อต้านทุจริต (ไอซีเอซี) ของฮ่องกง ควบคุมตัวไปสอบสวน ในฐานะผู้ต้องสงสัยว่ามีส่วนพัวพันกับการติดสินบนเจ้าหน้าที่รัฐ เพื่อให้ได้มาซึ่งที่ดินในเขต "เกาลูนตะวันตก" ที่ใช้ในการก่อสร้างอาคารสำนักงาน "อินเตอร์เนชันแนล คอมเมิร์ซ เซ็นเตอร์" ความสูง 108 ชั้น (484 เมตร) อันเป็นอาคารที่สูงที่สุดในเขตปกครองพิเศษฮ่องกง รวมถึงโครงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์อื่นๆ อีกหลายโครงการ
สื่อท้องถิ่นในฮ่องกง ระบุว่า คดีติดสินบนประวัติศาสตร์ในครั้งนี้ อาจเป็นจุดเริ่มต้นให้ทางไอซีเอซี หน่วยงานต่อต้านการทุจริตที่ใหญ่ที่สุดของฮ่องกง ต้องกลับไปตรวจสอบการทำธุรกรรมทางการเงินของซัน ฮุง ไก พร็อพเพอร์ตีส์ "ย้อนหลัง" ซึ่งหากเป็นเช่นนั้น ชื่อของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีของไทย ก็อาจถูกดึงไปเกี่ยวข้องด้วย เนื่องจากบริษัทแห่งนี้มีส่วนสำคัญในการดูแลการขายโครงการทาวน์เฮาส์สุดหรู "เดอะ พีค" ให้กับ พ.ต.ท.ทักษิณ เมื่อช่วงกลางปี ค.ศ. 2007 ด้วยสนนราคาที่สูงถึง 41,000 ดอลลาร์ฮ่องกง หรือราว 163,000 บาทต่อตารางฟุต ซึ่งหนังสือพิมพ์ชื่อดัง "เดอะ สแตนดาร์ด" ของฮ่องกง ระบุว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ทุ่มเงินเบ็ดเสร็จกว่า 210 ล้านดอลลาร์ฮ่องกง หรือกว่า 832 ล้านบาท เพื่อแลกกับการครอบครองอสังหาริมทรัพย์ในโครงการนี้ ซึ่งว่ากันว่า ตั้งอยู่บนทำเลที่มี "ฮวงจุ้ย" ดีที่สุดแห่งหนึ่งของฮ่องกง
:: สินบนทำพิษ! จับเพิ่มผู้บริหาร บ.อสังหาฯดังฮ่องกง เคยขายบ้านหรูให้'ทักษิณ
ไทยรัฐออนไลน์ วันศุกร์ที่ 30 มีนาคม 2555
----------------------------
สงสารประเทศไทยจับใครได้สักกี่คน ........
Thursday, March 29, 2012
พ่อเขมรฉุน! ล่ามคอลูกกับเสาไฟฟ้า ประจานติดเกมงอม
กลุ้มใจเหมือนกัน ลูกติดเกม ติดไอเพด ติดเฟสบุ๊ค ติดกาแล็กซี่ จนการเรียนเสียหาย
จะเอาไงดี จะทำไงดี ลูกติดเกม
- ต้องกำหนดเวลาเล่น
- ต้องกำหนดเงินที่ให้
- ต้องกำหนดเกรด-ผลการเรียน
-------------
พ่อเขมรฉุน! ล่ามคอลูกกับเสาไฟฟ้า ประจานติดเกมงอม
ติดเกมโอเวอร์ซะแล้ว!! เด็กชายชาวเขมรวัย 13 ปี ถูกพ่อบังเกิดเกล้าจับล่ามโซ่ที่คอไว้กับเสาไฟฟ้า หมายลงโทษและประจานที่ติดเกมออนไลน์อย่างหนัก หมดสิทธิ์เล่นต่อ...
สำนักข่าวเอพีรายงานโดยอ้างการเปิดเผยของนายเชธ วานนี รองผู้บัญชาการตำรวจ จ.พระตะบอง ทางภาคเหนือกัมพูชาว่า นายศก เธือน คนขับรถแท็กซี่วัย 40 ปี ใช้โซ่ล่ามคอลูกชายวัยรุ่นอายุ 13 ปี ติดกับเสาไฟฟ้าข้างถนน เพื่อประจานและลงโทษสั่งสอน เพราะโกรธที่ลูกชายโดดเรียนหนีไปเล่นเกมออนไลน์ในร้านอินเทอร์เน็ตเป็นประจำ
ทั้งนี้ ชาวบ้านที่พบเห็นเกิดความสงสาร จึงแจ้งตำรวจให้นำช่างกุญแจมาช่วยปล่อยเด็ก หลังถูกล่ามโซ่ นานกว่า 2 ชั่วโมง ส่วนบิดาขี้โมโหหลบหนีไปหลังจากก่อเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องออกหมายจับในข้อหากระทำทารุณเด็ก
อนึ่ง กัมพูชาซึ่งเป็นชาติยากจนมีอัตราผู้ใช้อินเทอร์เน็ตต่ำที่สุดชาติหนึ่ง ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรือไม่ถึง 1.5% ของประชากรราว 14 ล้านคน ที่ลงทะเบียนใช้อินเทอร์เน็ตในปี 2553 แต่ในปีหลังๆ มีร้านอินเทอร์เน็ตเปิดให้บริการเป็นดอกเห็ดตามเขตเมือง ส่งผลให้วัยรุ่นแห่กันไปเล่นเกมออนไลน์ตามร้านอินเทอร์เน็ตคับคั่ง จนเกิดปัญหาเด็กติดเกมตามมา
:: ไทยรัฐออนไลน์ วันศุกร์ที่ 30 มีนาคม 2555
จะเอาไงดี จะทำไงดี ลูกติดเกม
- ต้องกำหนดเวลาเล่น
- ต้องกำหนดเงินที่ให้
- ต้องกำหนดเกรด-ผลการเรียน
-------------
พ่อเขมรฉุน! ล่ามคอลูกกับเสาไฟฟ้า ประจานติดเกมงอม
ติดเกมโอเวอร์ซะแล้ว!! เด็กชายชาวเขมรวัย 13 ปี ถูกพ่อบังเกิดเกล้าจับล่ามโซ่ที่คอไว้กับเสาไฟฟ้า หมายลงโทษและประจานที่ติดเกมออนไลน์อย่างหนัก หมดสิทธิ์เล่นต่อ...
สำนักข่าวเอพีรายงานโดยอ้างการเปิดเผยของนายเชธ วานนี รองผู้บัญชาการตำรวจ จ.พระตะบอง ทางภาคเหนือกัมพูชาว่า นายศก เธือน คนขับรถแท็กซี่วัย 40 ปี ใช้โซ่ล่ามคอลูกชายวัยรุ่นอายุ 13 ปี ติดกับเสาไฟฟ้าข้างถนน เพื่อประจานและลงโทษสั่งสอน เพราะโกรธที่ลูกชายโดดเรียนหนีไปเล่นเกมออนไลน์ในร้านอินเทอร์เน็ตเป็นประจำ
ทั้งนี้ ชาวบ้านที่พบเห็นเกิดความสงสาร จึงแจ้งตำรวจให้นำช่างกุญแจมาช่วยปล่อยเด็ก หลังถูกล่ามโซ่ นานกว่า 2 ชั่วโมง ส่วนบิดาขี้โมโหหลบหนีไปหลังจากก่อเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องออกหมายจับในข้อหากระทำทารุณเด็ก
อนึ่ง กัมพูชาซึ่งเป็นชาติยากจนมีอัตราผู้ใช้อินเทอร์เน็ตต่ำที่สุดชาติหนึ่ง ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรือไม่ถึง 1.5% ของประชากรราว 14 ล้านคน ที่ลงทะเบียนใช้อินเทอร์เน็ตในปี 2553 แต่ในปีหลังๆ มีร้านอินเทอร์เน็ตเปิดให้บริการเป็นดอกเห็ดตามเขตเมือง ส่งผลให้วัยรุ่นแห่กันไปเล่นเกมออนไลน์ตามร้านอินเทอร์เน็ตคับคั่ง จนเกิดปัญหาเด็กติดเกมตามมา
:: ไทยรัฐออนไลน์ วันศุกร์ที่ 30 มีนาคม 2555
2011 World's Best Universities: Asia
Educational Business: Is it important ??? Being World Class Universities ???
2011 World's Best Universities: Asia
by USNews.com
#1
Hong Kong University of Science and Technology (HKUST)
Hong Kong
#2
University of Hong Kong (HKU)
Hong Kong
#3
National University of Singapore (NUS)
Singapore
#4
The University of Tokyo
Japan
#5
Chinese University of Hong Kong (CUHK)
Hong Kong
#6
Seoul National University (SNU)
South Korea
#7
Kyoto University
Japan
#8
Osaka University
Japan
#9
Tohoku University
Japan
#9
Tokyo Institute of Technology
Japan
#11
KAIST - Korea Advanced Institute of Science & Technology
South Korea
#12
Pohang University of Science and Technology (POSTECH)
South Korea
#13
Peking University
China
#14
Nagoya University
Japan
#15
City University of Hong Kong
Hong Kong
#16
Tsinghua University
China
#17
Nanyang Technological University (NTU)
Singapore
#18
Kyushu University
Japan
#18
Yonsei University
South Korea
#20
Hokkaido University
Japan
#21
Fudan University
China
#21
National Taiwan University (NTU)
Taiwan
#23
University of Tsukuba
Japan
#24
Keio University
Japan
#24
University of Science and Technology of China
China
#26
Korea University
South Korea
#27
Sungkyunkwan University
South Korea
#27
Zhejiang University
China
#29
Nanjing University
China
#30
Hong Kong Polytechnic University
Hong Kong
#31
National Tsing Hua University
Taiwan
#32
National Cheng Kung University
Taiwan
#33
Shanghai Jiao Tong University (SJTU)
China
#34
Mahidol University
Thailand
#35
Kobe University
Japan
#36
Indian Institute of Technology Kanpur (IITK)
India
#37
Indian Institute of Technology Delhi (IITD)
India
#38
Indian Institute of Technology Bombay (IITB)
India
#39
Universiti Malaya (UM)
Malaysia
#40
National Yang Ming University
Taiwan
#41
Hiroshima University
Japan
#42
Kyung Hee University
South Korea
#43
Indian Institute of Technology Madras (IITM)
India
#44
Hanyang University
South Korea
#45
Ewha Womans University
South Korea
#46
Waseda University
Japan
#47
Chulalongkorn University
Thailand
#48
Indian Institute of Technology Kharagpur (IITKGP)
India
#49
Hong Kong Baptist University
Hong Kong
#50
University of Indonesia
Indonesia
#51
Chiba University
Japan
#52
National Chiao Tung University
Taiwan
#53
Universiti Kebangsaan Malaysia (UKM)
Malaysia
#54
Universiti Sains Malaysia (USM)
Malaysia
#55
Sogang University
South Korea
#56
Indian Institute of Technology Roorkee (IITR)
India
#57
Universiti Putra Malaysia (UPM)
Malaysia
#58
Osaka City University
Japan
#59
National Central University
Taiwan
#59
Tokyo University of Science (TUS)
Japan
#61
Kyungpook National University
South Korea
#62
National Taiwan University of Science And Technology
Taiwan
#62
University of the Philippines
Philippines
#64
Beijing Normal University
China
#65
Ateneo de Manila University
Philippines
#66
Pusan National University
South Korea
#67
Chiang Mai University
Thailand
#67
Tongji University
China
#69
Kumamoto University
Japan
#70
National Sun Yat-sen University
Taiwan
#71
Nagasaki University
Japan
#72
Xi'an Jiaotong University
China
#73
Nankai University
China
#74
Tianjin University
China
#74
Tokyo Metropolitan University
Japan
#76
Universiti Teknologi Malaysia (UTM)
Malaysia
#77
Kanazawa University
Japan
#77
University of Delhi
India
#79
Okayama University
Japan
#80
Universitas Gadjah Mada
Indonesia
#81
Yokohama National University
Japan
#82
Indian Institute of Technology Guwahati (IITG)
India
#83
Tokyo Medical and Dental University
Japan
#84
National University of Sciences and Technology (NUST) Islamabad
Pakistan
#85
Sun Yat-sen University
China
#86
Airlangga University
Indonesia
#87
Inha University
South Korea
#88
Thammasat University
Thailand
#89
The Catholic University of Korea
South Korea
#89
Chang Gung University
Taiwan
#89
Taipei Medical University
Taiwan
#92
Yokohama City University
Japan
#93
Chung-Ang University
South Korea
#94
Gifu University
Japan
#95
Prince of Songkla University
Thailand
#96
Shandong University
China
#97
Chonnam National University
South Korea
#98
Bandung Institute of Technology (ITB)
Indonesia
#99
Gunma University
Japan
#99
National Chung Hsing University
Taiwan
2011 World's Best Universities: Asia
(c) USNews.com
2011 World's Best Universities: Asia
by USNews.com
#1
Hong Kong University of Science and Technology (HKUST)
Hong Kong
#2
University of Hong Kong (HKU)
Hong Kong
#3
National University of Singapore (NUS)
Singapore
#4
The University of Tokyo
Japan
#5
Chinese University of Hong Kong (CUHK)
Hong Kong
#6
Seoul National University (SNU)
South Korea
#7
Kyoto University
Japan
#8
Osaka University
Japan
#9
Tohoku University
Japan
#9
Tokyo Institute of Technology
Japan
#11
KAIST - Korea Advanced Institute of Science & Technology
South Korea
#12
Pohang University of Science and Technology (POSTECH)
South Korea
#13
Peking University
China
#14
Nagoya University
Japan
#15
City University of Hong Kong
Hong Kong
#16
Tsinghua University
China
#17
Nanyang Technological University (NTU)
Singapore
#18
Kyushu University
Japan
#18
Yonsei University
South Korea
#20
Hokkaido University
Japan
#21
Fudan University
China
#21
National Taiwan University (NTU)
Taiwan
#23
University of Tsukuba
Japan
#24
Keio University
Japan
#24
University of Science and Technology of China
China
#26
Korea University
South Korea
#27
Sungkyunkwan University
South Korea
#27
Zhejiang University
China
#29
Nanjing University
China
#30
Hong Kong Polytechnic University
Hong Kong
#31
National Tsing Hua University
Taiwan
#32
National Cheng Kung University
Taiwan
#33
Shanghai Jiao Tong University (SJTU)
China
#34
Mahidol University
Thailand
#35
Kobe University
Japan
#36
Indian Institute of Technology Kanpur (IITK)
India
#37
Indian Institute of Technology Delhi (IITD)
India
#38
Indian Institute of Technology Bombay (IITB)
India
#39
Universiti Malaya (UM)
Malaysia
#40
National Yang Ming University
Taiwan
#41
Hiroshima University
Japan
#42
Kyung Hee University
South Korea
#43
Indian Institute of Technology Madras (IITM)
India
#44
Hanyang University
South Korea
#45
Ewha Womans University
South Korea
#46
Waseda University
Japan
#47
Chulalongkorn University
Thailand
#48
Indian Institute of Technology Kharagpur (IITKGP)
India
#49
Hong Kong Baptist University
Hong Kong
#50
University of Indonesia
Indonesia
#51
Chiba University
Japan
#52
National Chiao Tung University
Taiwan
#53
Universiti Kebangsaan Malaysia (UKM)
Malaysia
#54
Universiti Sains Malaysia (USM)
Malaysia
#55
Sogang University
South Korea
#56
Indian Institute of Technology Roorkee (IITR)
India
#57
Universiti Putra Malaysia (UPM)
Malaysia
#58
Osaka City University
Japan
#59
National Central University
Taiwan
#59
Tokyo University of Science (TUS)
Japan
#61
Kyungpook National University
South Korea
#62
National Taiwan University of Science And Technology
Taiwan
#62
University of the Philippines
Philippines
#64
Beijing Normal University
China
#65
Ateneo de Manila University
Philippines
#66
Pusan National University
South Korea
#67
Chiang Mai University
Thailand
#67
Tongji University
China
#69
Kumamoto University
Japan
#70
National Sun Yat-sen University
Taiwan
#71
Nagasaki University
Japan
#72
Xi'an Jiaotong University
China
#73
Nankai University
China
#74
Tianjin University
China
#74
Tokyo Metropolitan University
Japan
#76
Universiti Teknologi Malaysia (UTM)
Malaysia
#77
Kanazawa University
Japan
#77
University of Delhi
India
#79
Okayama University
Japan
#80
Universitas Gadjah Mada
Indonesia
#81
Yokohama National University
Japan
#82
Indian Institute of Technology Guwahati (IITG)
India
#83
Tokyo Medical and Dental University
Japan
#84
National University of Sciences and Technology (NUST) Islamabad
Pakistan
#85
Sun Yat-sen University
China
#86
Airlangga University
Indonesia
#87
Inha University
South Korea
#88
Thammasat University
Thailand
#89
The Catholic University of Korea
South Korea
#89
Chang Gung University
Taiwan
#89
Taipei Medical University
Taiwan
#92
Yokohama City University
Japan
#93
Chung-Ang University
South Korea
#94
Gifu University
Japan
#95
Prince of Songkla University
Thailand
#96
Shandong University
China
#97
Chonnam National University
South Korea
#98
Bandung Institute of Technology (ITB)
Indonesia
#99
Gunma University
Japan
#99
National Chung Hsing University
Taiwan
2011 World's Best Universities: Asia
(c) USNews.com
Friday, March 23, 2012
2มหา'ลัยผนึกกำลังรุกภาษาจีน
ม.กรุงเทพธนบุรี รุกเสริมแกร่งทักษะภาษาจีนรับมือประชาคมอาเซียน
มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี จับมือ มหาวิทยาลัยหัวเฉียว จากประเทศจีน แลกเปลี่ยนนักศึกษา อาจารย์ไปศึกษาดูงาน พร้อมส่งครูภาษาจีนมาสอนในไทย-ระบบทางไกล เตรียมดึงมหาวิทยาลัยทั่วเอเชียแลกเปลี่ยนวิชาการ-การเรียนการสอน
ดร.บังอร เบ็ญจาธิกุล อธิการบดีมหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี เผยว่า ทางมหาวิทยาลัยโดย คุณชาญชัย ชัยรุ่งเรือง ประธานมหาวิทยาลัย คุณกว้าง รอบคอบ คุณจรินทร์ สวนแก้ว ที่ปรึกษา พร้อมคณาจารย์ นักศึกษา ได้ให้การต้อนรับ นายจาง หมิง กวง เลขาธิการมหาวิทยาลัยหัวเฉียว มณฑลฮกเกี้ยน สาธารณรัฐประชาชนจีน พร้อมคณะ ได้ทำบันทึกข้อตกลง และเห็นพ้องกันว่าภาษาจีนมีความสำคัญต่อนานาชาติมากขึ้น จึงร่วมมือพัฒนาการเรียนการสอนภาษาจีนในประเทศไทยให้กับนักศึกษาของมหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี เพื่อรองรับการเปิดเสรีอาเซียนในอีก 3 ปี คือ พ.ศ.2558 พร้อมพัฒนาการเรียนการสอนด้านอื่นด้วย ทั้งการวิจัย กีฬา รวมทั้งส่งนักศึกษา และอาจารย์ไปดูงานในประเทศจีน นับว่าเป็นอีกก้าวหนึ่งของมหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี ที่จะดึงนักศึกษา และอาจารย์จากประเทศต่าง ๆ ในเอเชีย มาศึกษาในเมืองไทยให้มากขึ้น พร้อมเปิดเป็นแหล่งเรียนในระบบการเรียนการสอนของมหาวิทยาลัยไทย ให้นักศึกษาประเทศต่าง ๆ ทั่วเอเชียได้รับทราบต่อไปในอนาคต
ทั้งนี้ ทางมหาวิทยาลัยหัวเฉียวจะส่งครูสอนภาษาจีนมาประจำที่มหาวิทยาลัย เพื่อสอนภาษาจีนให้นักศึกษาโดยตรง พร้อมสอนภาษาจีนไปยังสถานีโทรทัศน์ของมหาวิทยาลัย ช่อง B.T.U และ Top Star ซึ่งใช้คลื่นความถี่ K.U.Band 11635 MHz เผยแพร่ทั่วประเทศ ทุกวัน เริ่มเดือนมีนาคมนี้ โดยมหาวิทยาลัยหัวเฉียวจะผลิต และออกรายการเรียนรู้ภาษาจีน พร้อมด้วยวัฒนธรรมของ 2 ประเทศด้วย
:: 2มหา'ลัยผนึกกำลังรุกภาษาจีน © 2554 บริษัท เดลินิวส์ เว็บ จำกัด วันอังคารที่ 28 กุมภาพันธ์ 2555
มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี จับมือ มหาวิทยาลัยหัวเฉียว จากประเทศจีน แลกเปลี่ยนนักศึกษา อาจารย์ไปศึกษาดูงาน พร้อมส่งครูภาษาจีนมาสอนในไทย-ระบบทางไกล เตรียมดึงมหาวิทยาลัยทั่วเอเชียแลกเปลี่ยนวิชาการ-การเรียนการสอน
ดร.บังอร เบ็ญจาธิกุล อธิการบดีมหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี เผยว่า ทางมหาวิทยาลัยโดย คุณชาญชัย ชัยรุ่งเรือง ประธานมหาวิทยาลัย คุณกว้าง รอบคอบ คุณจรินทร์ สวนแก้ว ที่ปรึกษา พร้อมคณาจารย์ นักศึกษา ได้ให้การต้อนรับ นายจาง หมิง กวง เลขาธิการมหาวิทยาลัยหัวเฉียว มณฑลฮกเกี้ยน สาธารณรัฐประชาชนจีน พร้อมคณะ ได้ทำบันทึกข้อตกลง และเห็นพ้องกันว่าภาษาจีนมีความสำคัญต่อนานาชาติมากขึ้น จึงร่วมมือพัฒนาการเรียนการสอนภาษาจีนในประเทศไทยให้กับนักศึกษาของมหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี เพื่อรองรับการเปิดเสรีอาเซียนในอีก 3 ปี คือ พ.ศ.2558 พร้อมพัฒนาการเรียนการสอนด้านอื่นด้วย ทั้งการวิจัย กีฬา รวมทั้งส่งนักศึกษา และอาจารย์ไปดูงานในประเทศจีน นับว่าเป็นอีกก้าวหนึ่งของมหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี ที่จะดึงนักศึกษา และอาจารย์จากประเทศต่าง ๆ ในเอเชีย มาศึกษาในเมืองไทยให้มากขึ้น พร้อมเปิดเป็นแหล่งเรียนในระบบการเรียนการสอนของมหาวิทยาลัยไทย ให้นักศึกษาประเทศต่าง ๆ ทั่วเอเชียได้รับทราบต่อไปในอนาคต
ทั้งนี้ ทางมหาวิทยาลัยหัวเฉียวจะส่งครูสอนภาษาจีนมาประจำที่มหาวิทยาลัย เพื่อสอนภาษาจีนให้นักศึกษาโดยตรง พร้อมสอนภาษาจีนไปยังสถานีโทรทัศน์ของมหาวิทยาลัย ช่อง B.T.U และ Top Star ซึ่งใช้คลื่นความถี่ K.U.Band 11635 MHz เผยแพร่ทั่วประเทศ ทุกวัน เริ่มเดือนมีนาคมนี้ โดยมหาวิทยาลัยหัวเฉียวจะผลิต และออกรายการเรียนรู้ภาษาจีน พร้อมด้วยวัฒนธรรมของ 2 ประเทศด้วย
:: 2มหา'ลัยผนึกกำลังรุกภาษาจีน © 2554 บริษัท เดลินิวส์ เว็บ จำกัด วันอังคารที่ 28 กุมภาพันธ์ 2555
ตะลึง เด็กเร่ร่อนในไทยเกือบ 30,000 หวั่นเปิดประชาคมอาเซียนจะเพิ่มขึ้น
ตะลึงเด็กเร่ร่อนไทยเกือบ30,000 คน วอนของบประมาณมาดูแลเด็กเพิ่มเติม ก่อนที่หลายหน่วยงานอาจต้องยุติการดำเนินการ
เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 22 มี.ค. ที่โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวชั่น มูลนิธิสร้างสรรค์เด็ก ร่วมกับมูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ(มสช.) โดยการสนับสนุนจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.) จัดเวทีนโยบายสาธารณะเรื่อง “ปลดล็อคระบบดูแล: สู่การแก้ไขปัญหาเด็กเร่ร่อนที่ยั่งยืน”
น.ส.ทองพูล บัวศรี มูลนิธิสร้างสรรค์เด็ก กล่าวว่า จากการวิจัยเรื่องการถอดบทเรียนบ้านแรกรับและบ้านพัฒนาสำหรับเด็กเร่ร่อนพบว่า บ้านพัฒนาเด็กและสถานสงเคราะห์จำนวน 22 แห่งใน12 จังหวัด ขาดแคลนงบประมาณ บุคลากรและองค์ความรู้ โดยทุกแห่งดำเนินการโดยองค์กรพัฒนาเอกชน ต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมด งบที่ได้จำนวนมากมาจากเงินบริจาคซึ่งไม่แน่นอนและไม่ยั่งยืน ส่งผลกระทบต่อการดูแลช่วยเหลือเด็กเร่ร่อนในภาครวม
น.ส.ทองพูลกล่าวว่า ทั่วประเทศมีบ้านพัฒนาเด็กและสถานสงเคราะห์ทั่วประเทศกว่า 40 แห่ง เป็นของรัฐ 17 แห่ง ที่เหลืออีก 23 แห่งเป็นของเอกชน มีถึง 6 แห่งที่สถานการณ์การเงินวิกฤต มีแนวโน้มต้องยุติการดำเนินงาน ได้แก่ มูลนิธิอาสาพัฒนาเด็ก ดูแลเด็ก 140 คน มูลนิธิช่วยเหลือเด็กขอนแก่น จำนวน 50 คน บ้านนานา มูลนิธิพันธกิจเพื่อเด็กและชุมชน 120 คน มูลนิธิบ้านนกขมิ้น จำนวน 220 คน บ้านครูจา พัทยา 35 คนและสถานบ้านรับเลี้ยงเด็กบ้านครูมุ้น จ.สมุทรปราการ จำนวน 20-30 คน ทั้งหมดนี้เผชิญปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจและเหตุการณ์น้ำท่วมครั้งใหญ่ที่ผ่านมา ทำให้ยอดเงินบริจาคลดลงถึง 50% หากต้องยุติการดำเนินงาน จะส่งผลกระทบต่อเด็กกว่า 600 คนจะเกิดปัญหาไร้ที่พักพิงทันที
“ดังนั้นอยากให้กองทุนคุ้มครองเด็ก กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ที่มีงบประมาณกว่า 100 ล้านบาท นำงบดังกล่าวมาสนับสนุนแบบถาวร เพราะค่าใช้จ่ายขั้นต่ำที่เหมาะสมแก่การดูแลเด็กอยู่ที่ 73-83 บาทต่อคนต่อวัน หรือ 27,000-37,000 บาทต่อคนต่อปี ใช้งบเพียง 20-40 ล้านบาทต่อปี โดยบ้านแรกและบ้านพัฒนาเด็กขององค์กรเอกชนจะรวบรวมข้อมูลนำเสนอกระทรวงฯพิจารณาต่อไป” น.ส.ทองพูลกล่าว
ด้านนายวัลลภ ตังคณานุรักษ์ หรือครูหยุย เลขาธิการมูลนิธิสร้างสรรค์เด็กกล่าวว่า บ้านแรกรับเป็นบ้านหลังที่สองรองรับเด็กที่มีปัญหา เพื่อช่วยพัฒนาเด็กให้สามารถพึ่งตนเองได้ ดังนั้นงบประมาณจึงเป็นสิ่งสำคัญ การนำงบฯจากกองทุนมาสนับสนุนจะเป็นวิธีการหนึ่งที่ช่วยให้บ้านแรกรับดำเนินการต่อไปได้ แต่จะต้องครอบคลุมถึงตัวเด็กจริง ๆ ทั้งตัวเด็กและบุคลากรที่ดูแล ดังนั้นหากมองให้ดีจะพบว่างบฯดังกล่าวเป็นการลงทุนที่ถูกมากสำหรับเรื่องของมนุษย์
รศ.ดร.สมพงษ์ จิตระดับ คณะคุรุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเปิดเผยว่า สถานการณ์เด็กเร่ร่อนในประเทศไทยกำลังขยายตัวอย่างเงียบ ๆ ทั้งในเชิงปริมาณและปัญหา รวมถึงเด็กจากประเทศเพื่อนบ้าน ที่เข้ามาขอทานและถูกใช้แรงงานเป็นจำนวนมาก เบื้องต้นพบว่าสถานการณ์น่าเป็นห่วง เพราะเรายังมองปัญหาแบบมิติเดียว ทั้ง ๆ ที่ต้องมองหลายมิติ อีกทั้งยังเป็นปัญหาที่มีความซับซ้อนในเชิงปัญหาที่ขยายตัวขึ้นอย่างเรื่อย ๆ รัฐบาลควรดูแลและให้ความสำคัญในปัญหาดังกล่าวอย่างจริงจังและต่อเนื่องทั้งในนโยบาย งบประมาณ เพื่อให้เด็กเหล่านี้สามารถกลับคืนสู่สังคมได้อย่างสมบูรณ์
นพ.ชูชัย ศุภวงศ์ กรรมการมูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติกล่าวว่า ประเทศไทยมีเด็กเร่ร่อนประมาณ 30,000 คน เด็กกลุ่มนี้มีความเสี่ยงต่อการถูกใช้ประโยชน์ จากยาเสพติด การค้าบริการทางเพศ แม้แต่ถูกบังคับขู่เข็ญจากกลุ่มอาชญากรต่าง ๆ อีกทั้งหากอนาคตประเทศไทยเข้าสู่ประชาคมอาเซียน จะทำให้ปัญหาเด็กเร่ร่อนขยายตัวเพิ่มขึ้นไปอีก เมื่อเกิดการไหลเวียนของประชากรในภูมิภาค จะกระทบต่อเศรษฐกิจ สังคม จะทำให้ประเทศไทยต้องชี้แจงต่อประชาคมอาเซียนว่า ทำไมไม่สามารถดูแลเด็กภายในประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นสัญชาติใดได้ เพราตามหลักสากล บุคคลที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปี มีสิทธิที่จะมีชีวิตรอดและปลอดภัย รวมทั้งสามารถเติบโตในสภาวะแวดล้อมที่เอื้อต่อการพัฒนาอย่างเต็มศักยาภาพ
นพ.ชูชัยกล่าวอีกว่า การดูแลเด็กเร่ร่อนไม่ให้ไหลออกจากชนบทเข้าสู่เมืองใหญ่ จำเป็นที่จะต้องเน้นการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น รัฐต้องสนับสนุนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้ทำงานอย่างมีอิสระ บริการสาธารณะ มีส่วนร่วมในการตัดสินใจปัญหาในพื้นที่เพื่อสกัดการไหลของเด็กจากชนบทเข้ามาเป็นเด็กเร่ร่อนในเมือง
::ตะลึง เด็กเร่ร่อนในไทยเกือบ 30,000 หวั่นเปิดประชาคมอาเซียนจะเพิ่มขึ้น © 2554 บริษัท เดลินิวส์ เว็บ จำกัด วันพฤหัสบดีที่ 22 มีนาคม 2555
เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 22 มี.ค. ที่โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวชั่น มูลนิธิสร้างสรรค์เด็ก ร่วมกับมูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ(มสช.) โดยการสนับสนุนจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.) จัดเวทีนโยบายสาธารณะเรื่อง “ปลดล็อคระบบดูแล: สู่การแก้ไขปัญหาเด็กเร่ร่อนที่ยั่งยืน”
น.ส.ทองพูล บัวศรี มูลนิธิสร้างสรรค์เด็ก กล่าวว่า จากการวิจัยเรื่องการถอดบทเรียนบ้านแรกรับและบ้านพัฒนาสำหรับเด็กเร่ร่อนพบว่า บ้านพัฒนาเด็กและสถานสงเคราะห์จำนวน 22 แห่งใน12 จังหวัด ขาดแคลนงบประมาณ บุคลากรและองค์ความรู้ โดยทุกแห่งดำเนินการโดยองค์กรพัฒนาเอกชน ต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมด งบที่ได้จำนวนมากมาจากเงินบริจาคซึ่งไม่แน่นอนและไม่ยั่งยืน ส่งผลกระทบต่อการดูแลช่วยเหลือเด็กเร่ร่อนในภาครวม
น.ส.ทองพูลกล่าวว่า ทั่วประเทศมีบ้านพัฒนาเด็กและสถานสงเคราะห์ทั่วประเทศกว่า 40 แห่ง เป็นของรัฐ 17 แห่ง ที่เหลืออีก 23 แห่งเป็นของเอกชน มีถึง 6 แห่งที่สถานการณ์การเงินวิกฤต มีแนวโน้มต้องยุติการดำเนินงาน ได้แก่ มูลนิธิอาสาพัฒนาเด็ก ดูแลเด็ก 140 คน มูลนิธิช่วยเหลือเด็กขอนแก่น จำนวน 50 คน บ้านนานา มูลนิธิพันธกิจเพื่อเด็กและชุมชน 120 คน มูลนิธิบ้านนกขมิ้น จำนวน 220 คน บ้านครูจา พัทยา 35 คนและสถานบ้านรับเลี้ยงเด็กบ้านครูมุ้น จ.สมุทรปราการ จำนวน 20-30 คน ทั้งหมดนี้เผชิญปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจและเหตุการณ์น้ำท่วมครั้งใหญ่ที่ผ่านมา ทำให้ยอดเงินบริจาคลดลงถึง 50% หากต้องยุติการดำเนินงาน จะส่งผลกระทบต่อเด็กกว่า 600 คนจะเกิดปัญหาไร้ที่พักพิงทันที
“ดังนั้นอยากให้กองทุนคุ้มครองเด็ก กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ที่มีงบประมาณกว่า 100 ล้านบาท นำงบดังกล่าวมาสนับสนุนแบบถาวร เพราะค่าใช้จ่ายขั้นต่ำที่เหมาะสมแก่การดูแลเด็กอยู่ที่ 73-83 บาทต่อคนต่อวัน หรือ 27,000-37,000 บาทต่อคนต่อปี ใช้งบเพียง 20-40 ล้านบาทต่อปี โดยบ้านแรกและบ้านพัฒนาเด็กขององค์กรเอกชนจะรวบรวมข้อมูลนำเสนอกระทรวงฯพิจารณาต่อไป” น.ส.ทองพูลกล่าว
ด้านนายวัลลภ ตังคณานุรักษ์ หรือครูหยุย เลขาธิการมูลนิธิสร้างสรรค์เด็กกล่าวว่า บ้านแรกรับเป็นบ้านหลังที่สองรองรับเด็กที่มีปัญหา เพื่อช่วยพัฒนาเด็กให้สามารถพึ่งตนเองได้ ดังนั้นงบประมาณจึงเป็นสิ่งสำคัญ การนำงบฯจากกองทุนมาสนับสนุนจะเป็นวิธีการหนึ่งที่ช่วยให้บ้านแรกรับดำเนินการต่อไปได้ แต่จะต้องครอบคลุมถึงตัวเด็กจริง ๆ ทั้งตัวเด็กและบุคลากรที่ดูแล ดังนั้นหากมองให้ดีจะพบว่างบฯดังกล่าวเป็นการลงทุนที่ถูกมากสำหรับเรื่องของมนุษย์
รศ.ดร.สมพงษ์ จิตระดับ คณะคุรุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเปิดเผยว่า สถานการณ์เด็กเร่ร่อนในประเทศไทยกำลังขยายตัวอย่างเงียบ ๆ ทั้งในเชิงปริมาณและปัญหา รวมถึงเด็กจากประเทศเพื่อนบ้าน ที่เข้ามาขอทานและถูกใช้แรงงานเป็นจำนวนมาก เบื้องต้นพบว่าสถานการณ์น่าเป็นห่วง เพราะเรายังมองปัญหาแบบมิติเดียว ทั้ง ๆ ที่ต้องมองหลายมิติ อีกทั้งยังเป็นปัญหาที่มีความซับซ้อนในเชิงปัญหาที่ขยายตัวขึ้นอย่างเรื่อย ๆ รัฐบาลควรดูแลและให้ความสำคัญในปัญหาดังกล่าวอย่างจริงจังและต่อเนื่องทั้งในนโยบาย งบประมาณ เพื่อให้เด็กเหล่านี้สามารถกลับคืนสู่สังคมได้อย่างสมบูรณ์
นพ.ชูชัย ศุภวงศ์ กรรมการมูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติกล่าวว่า ประเทศไทยมีเด็กเร่ร่อนประมาณ 30,000 คน เด็กกลุ่มนี้มีความเสี่ยงต่อการถูกใช้ประโยชน์ จากยาเสพติด การค้าบริการทางเพศ แม้แต่ถูกบังคับขู่เข็ญจากกลุ่มอาชญากรต่าง ๆ อีกทั้งหากอนาคตประเทศไทยเข้าสู่ประชาคมอาเซียน จะทำให้ปัญหาเด็กเร่ร่อนขยายตัวเพิ่มขึ้นไปอีก เมื่อเกิดการไหลเวียนของประชากรในภูมิภาค จะกระทบต่อเศรษฐกิจ สังคม จะทำให้ประเทศไทยต้องชี้แจงต่อประชาคมอาเซียนว่า ทำไมไม่สามารถดูแลเด็กภายในประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นสัญชาติใดได้ เพราตามหลักสากล บุคคลที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปี มีสิทธิที่จะมีชีวิตรอดและปลอดภัย รวมทั้งสามารถเติบโตในสภาวะแวดล้อมที่เอื้อต่อการพัฒนาอย่างเต็มศักยาภาพ
นพ.ชูชัยกล่าวอีกว่า การดูแลเด็กเร่ร่อนไม่ให้ไหลออกจากชนบทเข้าสู่เมืองใหญ่ จำเป็นที่จะต้องเน้นการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น รัฐต้องสนับสนุนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้ทำงานอย่างมีอิสระ บริการสาธารณะ มีส่วนร่วมในการตัดสินใจปัญหาในพื้นที่เพื่อสกัดการไหลของเด็กจากชนบทเข้ามาเป็นเด็กเร่ร่อนในเมือง
::ตะลึง เด็กเร่ร่อนในไทยเกือบ 30,000 หวั่นเปิดประชาคมอาเซียนจะเพิ่มขึ้น © 2554 บริษัท เดลินิวส์ เว็บ จำกัด วันพฤหัสบดีที่ 22 มีนาคม 2555
เหน็บ!เงินเดือนครูขึ้นสวนคุณภาพการศึกษาเด็ก
แขวะเงินเดือนครูขึ้นสวนคุณภาพการศึกษาเด็กไทย แนะเร่งออกข้อสอบวัดผลจัดเกรดเป็นแนวไขปัญหา
วันนี้ (19 มี.ค.2555) ศ.ดร.อุทุมพร จามรมาน ที่ปรึกษาผู้ตรวจการแผ่นดิน กล่าวว่า เมื่อไม่นานนี้ทางสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินได้ร่วมกับสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย หรือทีดีอาร์ไอ จัดอภิปรายอย่างไม่เป็นทางการเรื่อง “แนวทางแก้ไขคุณภาพการศึกษาไทย” เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้แนวคิดและข้อมูลเกี่ยวกับปัญหาการศึกษา ตลอดจนแนวทางแก้ปัญหา เพื่อนำข้อสรุปเสนอต่อรัฐบาลในการแก้ปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม โดยในที่ประชุมได้ข้อสรุปเบื้องต้นในการแก้ปัญหาคุณภาพการศึกษาเด็กไทยตกต่ำ ดังนี้ 1.จัดทดสอบระดับชาติให้กับเด็กโดยใช้ข้อสอบชุดเดียวกันทั่วประเทศที่ออกโดยหน่วยงานอิสระ และไม่อยู่ภายใต้กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) และข้อสอบจะเน้นไปที่การอ่านออกเขียนได้ โดยเฉพาะ 3 วิชาพื้นฐาน ได้แก่ วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และการสื่อสารทางภาษา จากนั้นนำผลมาประมวลจัดคุณภาพของโรงเรียนเป็นกลุ่ม ๆ คือ แย่ พอใช้ ดี ดีมาก และดีเยี่ยม เพื่อหาวิธีการแก้ปัญหาที่เหมาะสมในการยกระดับคุณภาพ ขณะเดียวกันจะต้อมีการเผยแพร่ข้อมูลต่าง ๆ แก่สาธารณชนและผู้ปกครอง เพื่อให้ผู้ปกครองเข้ามามีส่วนรับผิดชอบและการจัดการเรียนการสอน
ด้าน ศ.ศรีราชา เจริญพานิช ผู้ตรวจการแผ่นดิน กล่าวว่า ที่ผ่านมาประเทศไทยลงทุนด้านการศึกษามาก โดยเฉพาะเงินเดือนครูที่มีการเลื่อนขั้นเงินเดือนพิเศษในช่วงรอบปีที่ผ่านมาถึง 13% มากกว่าข้าราชการอื่นที่ได้แค่ 5% แต่คุณภาพการศึกษากลับทรุดต่ำลงมาก ๆ จึงทำให้สำนักผู้ตรวจการแผ่นดินร่วมกับทีดีอาร์ไอจะค้นหาว่าปัจจัยใดที่เป็นปัญหา เพื่อที่จะนำไปสู่การปรับปรุงแก้ไขระบบการศึกษา เพราะในปี 2558 จะต้องเปิดประเทศในกลุ่มประเทศอาเซียน ขณะที่คุณภาพการศึกษาไทยยังมีปัญหาอีกมาก ดังนั้นจะต้องชี้ให้ตรงเป้า ซึ่งอาจต้องเปลี่ยนแปลงแก้ไขกฎหมายในบางเรื่อง และปรับบางองค์กรออกไปเป็นองค์กรอิสระ เป็นต้น
“ประเทศไทยมีการปฏิรูปการศึกษามาตลอด แต่ไม่ได้เกิดผล ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ครั้งนี้ต้องจี้ให้ถูกจุด จุดไหนที่ต้องเปลี่ยนแปลงจริงๆต้องเปลี่ยนทันที ซึ่งในการประชุมมีนักวิชาการบางคนแสดงความคิดเห็น ทำให้รู้สึกตกใจที่ว่าปัจจุบันยังคงมีการจัดการศึกษาแบบเดิมๆ เหมือนเมื่อ 20-30 ปีที่แล้ว ทั้งที่ต้องศึกษาว่าโลกศตวรรษที่ 21 ต้องมีอะไรบ้าง ห้องเรียน เนื้อหาวิชาของหลักสูตรต่าง ๆ ครูต้องปรับตัวอย่างไร ซึ่งถือว่าน่าเป็นห่วงที่สุดและเป็นเรื่องใหญ่มาก แต่ก็ไม่มีใครรู้ร้อนรู้หนาว หาก ศธ.ยังเฉย สภาการศึกษาก็เฉย หน่วยงานอื่น ๆ ก็เฉย ทั้งที่คุณภาพการศึกษาของเราต่ำลงทุกวัน อย่างไรก็ตามสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินจะทำวิจัยเชิงลึก เพื่อหาแนวทางการแก้ปัญหาการศึกษาอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อเสริมข้อคิดความเห็นของเรา และจะเสนอไปยังรัฐบาล โดยเฉพาะ รมว.ศึกษาธิการ ทั้งนี้ผมคิดว่าฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาลน่าจะต้องฟังข้อเสนอแนะของเรา เพราะคือหัวเลี้ยวหัวต่อของประเทศที่จะต้องรวมกันแก่ปัญหา” ศ.ศรีราชา กล่าว
ที่มา:: เหน็บ!เงินเดือนครูขึ้นสวนคุณภาพการศึกษาเด็ก © เดลินิวส์ เว็บ วันจันทร์ที่ 19 มีนาคม 2555
วันนี้ (19 มี.ค.2555) ศ.ดร.อุทุมพร จามรมาน ที่ปรึกษาผู้ตรวจการแผ่นดิน กล่าวว่า เมื่อไม่นานนี้ทางสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินได้ร่วมกับสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย หรือทีดีอาร์ไอ จัดอภิปรายอย่างไม่เป็นทางการเรื่อง “แนวทางแก้ไขคุณภาพการศึกษาไทย” เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้แนวคิดและข้อมูลเกี่ยวกับปัญหาการศึกษา ตลอดจนแนวทางแก้ปัญหา เพื่อนำข้อสรุปเสนอต่อรัฐบาลในการแก้ปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม โดยในที่ประชุมได้ข้อสรุปเบื้องต้นในการแก้ปัญหาคุณภาพการศึกษาเด็กไทยตกต่ำ ดังนี้ 1.จัดทดสอบระดับชาติให้กับเด็กโดยใช้ข้อสอบชุดเดียวกันทั่วประเทศที่ออกโดยหน่วยงานอิสระ และไม่อยู่ภายใต้กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) และข้อสอบจะเน้นไปที่การอ่านออกเขียนได้ โดยเฉพาะ 3 วิชาพื้นฐาน ได้แก่ วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และการสื่อสารทางภาษา จากนั้นนำผลมาประมวลจัดคุณภาพของโรงเรียนเป็นกลุ่ม ๆ คือ แย่ พอใช้ ดี ดีมาก และดีเยี่ยม เพื่อหาวิธีการแก้ปัญหาที่เหมาะสมในการยกระดับคุณภาพ ขณะเดียวกันจะต้อมีการเผยแพร่ข้อมูลต่าง ๆ แก่สาธารณชนและผู้ปกครอง เพื่อให้ผู้ปกครองเข้ามามีส่วนรับผิดชอบและการจัดการเรียนการสอน
ด้าน ศ.ศรีราชา เจริญพานิช ผู้ตรวจการแผ่นดิน กล่าวว่า ที่ผ่านมาประเทศไทยลงทุนด้านการศึกษามาก โดยเฉพาะเงินเดือนครูที่มีการเลื่อนขั้นเงินเดือนพิเศษในช่วงรอบปีที่ผ่านมาถึง 13% มากกว่าข้าราชการอื่นที่ได้แค่ 5% แต่คุณภาพการศึกษากลับทรุดต่ำลงมาก ๆ จึงทำให้สำนักผู้ตรวจการแผ่นดินร่วมกับทีดีอาร์ไอจะค้นหาว่าปัจจัยใดที่เป็นปัญหา เพื่อที่จะนำไปสู่การปรับปรุงแก้ไขระบบการศึกษา เพราะในปี 2558 จะต้องเปิดประเทศในกลุ่มประเทศอาเซียน ขณะที่คุณภาพการศึกษาไทยยังมีปัญหาอีกมาก ดังนั้นจะต้องชี้ให้ตรงเป้า ซึ่งอาจต้องเปลี่ยนแปลงแก้ไขกฎหมายในบางเรื่อง และปรับบางองค์กรออกไปเป็นองค์กรอิสระ เป็นต้น
“ประเทศไทยมีการปฏิรูปการศึกษามาตลอด แต่ไม่ได้เกิดผล ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ครั้งนี้ต้องจี้ให้ถูกจุด จุดไหนที่ต้องเปลี่ยนแปลงจริงๆต้องเปลี่ยนทันที ซึ่งในการประชุมมีนักวิชาการบางคนแสดงความคิดเห็น ทำให้รู้สึกตกใจที่ว่าปัจจุบันยังคงมีการจัดการศึกษาแบบเดิมๆ เหมือนเมื่อ 20-30 ปีที่แล้ว ทั้งที่ต้องศึกษาว่าโลกศตวรรษที่ 21 ต้องมีอะไรบ้าง ห้องเรียน เนื้อหาวิชาของหลักสูตรต่าง ๆ ครูต้องปรับตัวอย่างไร ซึ่งถือว่าน่าเป็นห่วงที่สุดและเป็นเรื่องใหญ่มาก แต่ก็ไม่มีใครรู้ร้อนรู้หนาว หาก ศธ.ยังเฉย สภาการศึกษาก็เฉย หน่วยงานอื่น ๆ ก็เฉย ทั้งที่คุณภาพการศึกษาของเราต่ำลงทุกวัน อย่างไรก็ตามสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินจะทำวิจัยเชิงลึก เพื่อหาแนวทางการแก้ปัญหาการศึกษาอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อเสริมข้อคิดความเห็นของเรา และจะเสนอไปยังรัฐบาล โดยเฉพาะ รมว.ศึกษาธิการ ทั้งนี้ผมคิดว่าฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาลน่าจะต้องฟังข้อเสนอแนะของเรา เพราะคือหัวเลี้ยวหัวต่อของประเทศที่จะต้องรวมกันแก่ปัญหา” ศ.ศรีราชา กล่าว
ที่มา:: เหน็บ!เงินเดือนครูขึ้นสวนคุณภาพการศึกษาเด็ก © เดลินิวส์ เว็บ วันจันทร์ที่ 19 มีนาคม 2555
โทษแรงทุจริตเกณฑ์ทหาร “ปลดราชการ”
::โทษแรงทุจริตเกณฑ์ทหาร “ปลดราชการ”
แม่ทัพภาค 1 คาดโทษแรง “ปลดราชการ” ทุจริตเกณฑ์ทหาร กำชับประธานตรวจเลือกทำงานอย่างโปร่งใส ไร้ข้อครหา
ที่กองทัพภาคที่ 1 เมื่อวันที่ 23 มี.ค. พล.ท.อุดมเดช สีตบุตร แม่ทัพภาคที่ 1 เป็นประธานในพิธีแจกจ่ายคำสั่งฯการตรวจเลือกทหารกองเกินเข้ารับราชการทหารกองประจำการ ประจำปี 2555 และการปฐมนิเทศคณะกรรมการตรวจเลือกฯ ประธานกรรมการตรวจเลือกฯ และส่วนงานที่เกี่ยวข้องเพื่อให้มีความเข้าใจในการปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบข้อบังคับของทางราชการ
พล.ท.อุดมเดช กล่าวว่า ขอให้ผู้ที่เข้ามารับการตรวจเลือกเป็นทหารกองเกินมีความภาคภูมิใจในการปฏิบัติภารกิจที่มีเกียรติ รวมทั้งให้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความโปร่งใส ยุติธรรมตามนโยบายของกองทัพบก และให้ปฏิบัติเป็นไปตามระเบียบที่ทางราชการกำหนด การตรวจเลือกทหารกองเกินเข้ารับราชการเป็นทหารประจำการเป็นการปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้องกับประชาชนโดยตรง และสังคมให้ความสนใจ ดังนั้นการปฏิบัติงานของทุกคนในทุกขั้นตอนจะต้องมีความละเอียด รอบคอบ ถูกต้อง สามารถตรวจสอบและตอบคำถามกับสังคมได้
ในปีนี้กองทัพภาคที่ 1 มีทหารกองเกินที่จะต้องเข้ารับการตรวจเลือกจำนวน 88,000 นาย แบ่งเป็นบรรจุเข้าเป็นทหารกองประจำการของกองทัพภาคที่ 1 จำนวน 26,500 นาย ส่วนที่เหลือจะแบ่งมอบให้ทุกหน่วยในพื้นที่ อาทิ หน่วยบัญชาการป้องกันภัยทางอากาศ (นปอ.) หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ (นสศ.) กองทัพบก กองทัพเรือ กองทัพอากาศ นอกจากนั้นได้รับการส่งช่วยจากกองทัพภาคที่ 2 ประมาณ 18,000 นายเศษ และกองทัพภาคที่ 3 ส่งเข้ามาช่วยประมาณ 300 นาย ซึ่งยอดรวมของกองทัพภาคที่ 1 ที่จะได้บรรจุเข้าเป็นทหารกองประจำการในครั้งนี้ประมาณ 44,000 นายเศษ โดยจะแบ่งเป็นผลัดต่างๆ ซึ่งปีนี้มีจำนวนยอดทหารกองเกินที่เพิ่มจากปีที่ผ่านมาจำนวน 2,500 นาย เพื่อสนับสนุนในการปฏิบัติภารกิจต่างๆให้สามารถปฏิบัติภารกิจได้อย่างเต็มที่
ส่วนกรณีสาวประเภทสองที่เข้ารับการตรวจเลือกนั้น คงใช้ระเบียบเหมือนปีที่ผ่านมาว่าบุคคลใดที่ได้รับการยกเว้นบ้าง “ปีนี้เราได้รับนโยบายจาก ผบ.ทบ.ให้ดำเนินการด้วยความเรียบร้อยที่สุดและไม่ให้มีข้อครหา โดยได้เน้นย้ำถึงการปฏิบัติที่ถูกต้องตามระเบียบและต้องมีความบริสุทธิ์ ยุติธรรม และโปร่งใสกับประธานตรวจเลือกที่ได้มีการจัดตั้งไปทั้งหมด 45 คณะในพื้นที่รับผิดชอบ และมีสำรองอีก 3 คณะ หากพบมีการทำความผิด หรือมีการทุจริตช่วยเหลือให้ไม่ได้เป็นทหารจะมีการคาดโทษอย่างถึงที่สุด หากสอบสอนแล้วมีความผิดก็ถึงขั้นปลดออกจากราชการได้ ดังนั้นเชื่อมั่นว่าจะไม่มีสิ่งเหล่านี้ และทุกคนก็มีความเข้าใจ”
พล.ท.อุดมเดช กล่าวต่อว่า อยากจะฝากไปถึงประชาชนว่าขอให้ทุกคนสบายใจและเชื่อมั่นในขั้นตอนวิธีการดำเนินการของกองทัพที่จะดำเนินการเกี่ยวกับเรื่องการเกณฑ์ทหาร และอย่าได้หลงเชื่อคำแอบอ้างใดๆ ว่าจะสามารถทำให้ไม่ต้องเป็นทหารได้ หรือมีข้อยกเว้นนอกเหนือจากกรอบกติกา โดยเรียกรับเงินและผลประโยชน์ต่างๆ ขอยืนยันว่าไม่สามารถทำได้ ดังนั้นหากพบเหตุดังกล่าวท่านอาจจะถูกหลอกและเสียเงิน นอกจากนั้นอาจจะได้รับใบการตรวจเลือก หรือ สด.43 ปลอม และหากนำไปใช้ในราชการจะเป็นการทำผิดกฎหมาย ดังนั้นควรพึงระมัดระวังและอย่าเชื่อคำกล่าวอ้างของบุคคลที่ไม่ปรารถนาดีเหล่านี้
::โทษแรงทุจริตเกณฑ์ทหาร “ปลดราชการ” เดลินิวส์ออนไลน์ วันศุกร์ที่ 23 มีนาคม 2555
----------------
Nut Smith · นักวิจารณ์เด่น
ควรเลิกการเกณฑ์ทหาร แล้วหันมารับสมัครทหารเกณฑ์แบบสมัครใจ ประเทศชาติไม่ได้อยู่ในภาวะสงคราม
ทหารก็มีมากจนเกินความจำเป็น เกณฑ์มากก็มีค่าใช้จ่ายต่อหัวเป็นงบประมาณที่มากขึ้น ทั้งยังเป็นช่องทางให้ทุจริตกันอีก
แม่ทัพภาค 1 คาดโทษแรง “ปลดราชการ” ทุจริตเกณฑ์ทหาร กำชับประธานตรวจเลือกทำงานอย่างโปร่งใส ไร้ข้อครหา
ที่กองทัพภาคที่ 1 เมื่อวันที่ 23 มี.ค. พล.ท.อุดมเดช สีตบุตร แม่ทัพภาคที่ 1 เป็นประธานในพิธีแจกจ่ายคำสั่งฯการตรวจเลือกทหารกองเกินเข้ารับราชการทหารกองประจำการ ประจำปี 2555 และการปฐมนิเทศคณะกรรมการตรวจเลือกฯ ประธานกรรมการตรวจเลือกฯ และส่วนงานที่เกี่ยวข้องเพื่อให้มีความเข้าใจในการปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบข้อบังคับของทางราชการ
พล.ท.อุดมเดช กล่าวว่า ขอให้ผู้ที่เข้ามารับการตรวจเลือกเป็นทหารกองเกินมีความภาคภูมิใจในการปฏิบัติภารกิจที่มีเกียรติ รวมทั้งให้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความโปร่งใส ยุติธรรมตามนโยบายของกองทัพบก และให้ปฏิบัติเป็นไปตามระเบียบที่ทางราชการกำหนด การตรวจเลือกทหารกองเกินเข้ารับราชการเป็นทหารประจำการเป็นการปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้องกับประชาชนโดยตรง และสังคมให้ความสนใจ ดังนั้นการปฏิบัติงานของทุกคนในทุกขั้นตอนจะต้องมีความละเอียด รอบคอบ ถูกต้อง สามารถตรวจสอบและตอบคำถามกับสังคมได้
ในปีนี้กองทัพภาคที่ 1 มีทหารกองเกินที่จะต้องเข้ารับการตรวจเลือกจำนวน 88,000 นาย แบ่งเป็นบรรจุเข้าเป็นทหารกองประจำการของกองทัพภาคที่ 1 จำนวน 26,500 นาย ส่วนที่เหลือจะแบ่งมอบให้ทุกหน่วยในพื้นที่ อาทิ หน่วยบัญชาการป้องกันภัยทางอากาศ (นปอ.) หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ (นสศ.) กองทัพบก กองทัพเรือ กองทัพอากาศ นอกจากนั้นได้รับการส่งช่วยจากกองทัพภาคที่ 2 ประมาณ 18,000 นายเศษ และกองทัพภาคที่ 3 ส่งเข้ามาช่วยประมาณ 300 นาย ซึ่งยอดรวมของกองทัพภาคที่ 1 ที่จะได้บรรจุเข้าเป็นทหารกองประจำการในครั้งนี้ประมาณ 44,000 นายเศษ โดยจะแบ่งเป็นผลัดต่างๆ ซึ่งปีนี้มีจำนวนยอดทหารกองเกินที่เพิ่มจากปีที่ผ่านมาจำนวน 2,500 นาย เพื่อสนับสนุนในการปฏิบัติภารกิจต่างๆให้สามารถปฏิบัติภารกิจได้อย่างเต็มที่
ส่วนกรณีสาวประเภทสองที่เข้ารับการตรวจเลือกนั้น คงใช้ระเบียบเหมือนปีที่ผ่านมาว่าบุคคลใดที่ได้รับการยกเว้นบ้าง “ปีนี้เราได้รับนโยบายจาก ผบ.ทบ.ให้ดำเนินการด้วยความเรียบร้อยที่สุดและไม่ให้มีข้อครหา โดยได้เน้นย้ำถึงการปฏิบัติที่ถูกต้องตามระเบียบและต้องมีความบริสุทธิ์ ยุติธรรม และโปร่งใสกับประธานตรวจเลือกที่ได้มีการจัดตั้งไปทั้งหมด 45 คณะในพื้นที่รับผิดชอบ และมีสำรองอีก 3 คณะ หากพบมีการทำความผิด หรือมีการทุจริตช่วยเหลือให้ไม่ได้เป็นทหารจะมีการคาดโทษอย่างถึงที่สุด หากสอบสอนแล้วมีความผิดก็ถึงขั้นปลดออกจากราชการได้ ดังนั้นเชื่อมั่นว่าจะไม่มีสิ่งเหล่านี้ และทุกคนก็มีความเข้าใจ”
พล.ท.อุดมเดช กล่าวต่อว่า อยากจะฝากไปถึงประชาชนว่าขอให้ทุกคนสบายใจและเชื่อมั่นในขั้นตอนวิธีการดำเนินการของกองทัพที่จะดำเนินการเกี่ยวกับเรื่องการเกณฑ์ทหาร และอย่าได้หลงเชื่อคำแอบอ้างใดๆ ว่าจะสามารถทำให้ไม่ต้องเป็นทหารได้ หรือมีข้อยกเว้นนอกเหนือจากกรอบกติกา โดยเรียกรับเงินและผลประโยชน์ต่างๆ ขอยืนยันว่าไม่สามารถทำได้ ดังนั้นหากพบเหตุดังกล่าวท่านอาจจะถูกหลอกและเสียเงิน นอกจากนั้นอาจจะได้รับใบการตรวจเลือก หรือ สด.43 ปลอม และหากนำไปใช้ในราชการจะเป็นการทำผิดกฎหมาย ดังนั้นควรพึงระมัดระวังและอย่าเชื่อคำกล่าวอ้างของบุคคลที่ไม่ปรารถนาดีเหล่านี้
::โทษแรงทุจริตเกณฑ์ทหาร “ปลดราชการ” เดลินิวส์ออนไลน์ วันศุกร์ที่ 23 มีนาคม 2555
----------------
Nut Smith · นักวิจารณ์เด่น
ควรเลิกการเกณฑ์ทหาร แล้วหันมารับสมัครทหารเกณฑ์แบบสมัครใจ ประเทศชาติไม่ได้อยู่ในภาวะสงคราม
ทหารก็มีมากจนเกินความจำเป็น เกณฑ์มากก็มีค่าใช้จ่ายต่อหัวเป็นงบประมาณที่มากขึ้น ทั้งยังเป็นช่องทางให้ทุจริตกันอีก
ระทึก!รถแก๊สแอลพีจีอัดราวสะพานคว่ำบึ้มสยอง
:: ระทึก!รถแก๊สแอลพีจีอัดราวสะพานคว่ำบึ้มสยอง
เมื่อเวลา 05.10 น. วันที่ 23 มี.ค. พ.ต.ท.กฤษษดา ขันโสดา พงส. (สบ3) สน.คลองตัน รับแจ้งมีรถบรรทุกแก๊สแอลพีจี พุ่งชนราวสะพานข้ามคลองบ้านป่า ถนนพัฒนาการ แขวงและ เขตสวนหลวง จึงรีบไปตรวจสอบพร้อมรถดับเพลิง 15 คัน ที่เกิดเหตุพบรถสิบล้อของบริษัทพีลาทัส แลนด์ แอนด์ทรานสปอร์ต จำกัด บรรทุกแก๊สจำนวน 6,000 ลิตร ทะเบียน ทว 75-3816 กรุงเทพมหานคร พลิกตะแคงขวาอยู่กลางสะพาน มีเปลวไฟลุกไหม้ขึ้นจากฝาถังบรรทุกสูงกว่า 5 เมตร เจ้าหน้าที่ต้องรีบสั่งปิดการจราจรทั้งสองฝั่ง ทำให้รถติดขัดอย่างหนัก จากนั้นระดมฉีดน้ำหล่อเลี้ยงอย่างต่อเนื่อง เพราะไม่สามารถดับได้ทันที จึงจำเป็นต้องรอจนกว่าแก๊สจะหมดไปเอง เบื้องต้นพบผู้บาดเจ็บทราบชื่อนายบัวพัน สุวรรณแสง อายุ 66 ปี ถูกไฟลวกตามร่างกาย มีผู้นำส่ง รพ.เพชรเวช
สอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุคันบรรทุกแก๊สคันดังกล่าวได้ขับตามรถเก๋งมาด้วยความเร็วสูง แต่เมื่อถึงจุดเกิดเหตุรถเก๋งกลับชะลอความเร็วทำให้รถบรรทุกต้องรีบหักหลบกะทันหันพจนเสียหลักพุ่งไปชนกับราวสะพานและท่อส่งน้ำจนแตก และพลิกคว่ำดังกล่าว ช่วงนั้นคนขับรถบรรทุกพยายามจะวิ่งเข้าไปปิดวาล์ว แต่กลับเกิดระเบิดเสียก่อน ทำให้คนขับอาศัยช่วงชุลมุนหลบหนีไปได้ ซึ่งเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างติดตามตัวมาสอบปากคำดำเนินคดีต่อไป
เจ้าหน้าที่หลังจากใช้เวลาในการฉีดน้ำหล่อเลี้ยงรถบรรทุกแก๊ส LPG ที่ประสบอุบัติเหตุพลิกคว่ำบนถนนพัฒนาการ 20-22 จนเกิดเพลิงลุกไหม้กว่า 6 ชั่วโมง เมื่อได้ทำการตรวจสอบ แก๊ส LPG ได้ระเหยไปจนหมดแล้ว พร้อมกันนั้นเจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจสอบฝาวาว valve ด้านบนของถังบรรจุแก๊ส เพื่อความมั่นใจ ก่อนใช้เครนยกรถออกจากที่เกิดเหตุ และเริ่มเปิดการจราจรบนถนนพัฒนาการบางส่วน
ระทึก!รถแก๊สแอลพีจีอัดราวสะพานคว่ำบึ้มสยอง
วันศุกร์ที่ 23 มีนาคม 2555
:: เดลินิวส์ออนไลน์
เมื่อเวลา 05.10 น. วันที่ 23 มี.ค. พ.ต.ท.กฤษษดา ขันโสดา พงส. (สบ3) สน.คลองตัน รับแจ้งมีรถบรรทุกแก๊สแอลพีจี พุ่งชนราวสะพานข้ามคลองบ้านป่า ถนนพัฒนาการ แขวงและ เขตสวนหลวง จึงรีบไปตรวจสอบพร้อมรถดับเพลิง 15 คัน ที่เกิดเหตุพบรถสิบล้อของบริษัทพีลาทัส แลนด์ แอนด์ทรานสปอร์ต จำกัด บรรทุกแก๊สจำนวน 6,000 ลิตร ทะเบียน ทว 75-3816 กรุงเทพมหานคร พลิกตะแคงขวาอยู่กลางสะพาน มีเปลวไฟลุกไหม้ขึ้นจากฝาถังบรรทุกสูงกว่า 5 เมตร เจ้าหน้าที่ต้องรีบสั่งปิดการจราจรทั้งสองฝั่ง ทำให้รถติดขัดอย่างหนัก จากนั้นระดมฉีดน้ำหล่อเลี้ยงอย่างต่อเนื่อง เพราะไม่สามารถดับได้ทันที จึงจำเป็นต้องรอจนกว่าแก๊สจะหมดไปเอง เบื้องต้นพบผู้บาดเจ็บทราบชื่อนายบัวพัน สุวรรณแสง อายุ 66 ปี ถูกไฟลวกตามร่างกาย มีผู้นำส่ง รพ.เพชรเวช
สอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุคันบรรทุกแก๊สคันดังกล่าวได้ขับตามรถเก๋งมาด้วยความเร็วสูง แต่เมื่อถึงจุดเกิดเหตุรถเก๋งกลับชะลอความเร็วทำให้รถบรรทุกต้องรีบหักหลบกะทันหันพจนเสียหลักพุ่งไปชนกับราวสะพานและท่อส่งน้ำจนแตก และพลิกคว่ำดังกล่าว ช่วงนั้นคนขับรถบรรทุกพยายามจะวิ่งเข้าไปปิดวาล์ว แต่กลับเกิดระเบิดเสียก่อน ทำให้คนขับอาศัยช่วงชุลมุนหลบหนีไปได้ ซึ่งเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างติดตามตัวมาสอบปากคำดำเนินคดีต่อไป
เจ้าหน้าที่หลังจากใช้เวลาในการฉีดน้ำหล่อเลี้ยงรถบรรทุกแก๊ส LPG ที่ประสบอุบัติเหตุพลิกคว่ำบนถนนพัฒนาการ 20-22 จนเกิดเพลิงลุกไหม้กว่า 6 ชั่วโมง เมื่อได้ทำการตรวจสอบ แก๊ส LPG ได้ระเหยไปจนหมดแล้ว พร้อมกันนั้นเจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจสอบฝาวาว valve ด้านบนของถังบรรจุแก๊ส เพื่อความมั่นใจ ก่อนใช้เครนยกรถออกจากที่เกิดเหตุ และเริ่มเปิดการจราจรบนถนนพัฒนาการบางส่วน
ระทึก!รถแก๊สแอลพีจีอัดราวสะพานคว่ำบึ้มสยอง
วันศุกร์ที่ 23 มีนาคม 2555
:: เดลินิวส์ออนไลน์
Wednesday, March 21, 2012
ประกาศนียบัตร,ใบสุทธิ :: credentials
ใบสุทธิ (หรือ ใบประกาศ(นียบัตร)) เป็น เอกสารแสดงวิทยฐานะ(และความประพฤติ เป็นต้น) ของบุคคลที่ได้ระบุชื่อในเอกสาร เมื่อลาออกหรือจบการศึกษาชั้นสูงสุดของโรงเรียน
ชื่อเรียกภาษาอังกฤษของใบสุทธิ อาจเรียกได้หลากหลาย เช่น graduation certificate (บัตรรับรองวุฒิการศึกษา) ; school-leaving certificate (หนังสือรับรองการออกจากโรงเรียนเนื่องจากสำเร็จหลักสูตร) ; diploma (วุฒิการศึกษาแบบหนึ่ง) ; testimonial (การรับรองเชิงพยานหลักฐาน) ; certificate of honourable dismissal ; educational identification papers (ใบแสดงหลักฐาน [ว่าคุณเป็นใคร มีความรู้ มีการศึกษาเพียงใด ]); certificate of education identity ; qualification document/certificate
คำที่จะพูด คือ credentials (n) ซึ่งจัดเป็น ประกาศนียบัตร ใบสุทธิ หนังสือรับรอง ในเชิงใช้เป็น หลักฐานอ้างอิง ในเชิงสาสน์ตราตั้ง
ถ้า credentials ของการศึกษาระดับปริญญา จะมี transcript ซึ่งเป็น(สำเนา)ใบรับรองผลการศึกษาว่าได้เรียนวิชาอะไรบ้าง และผลการเรียน(เกรด)เป็นเช่นไร
Dr.SoS
ชื่อเรียกภาษาอังกฤษของใบสุทธิ อาจเรียกได้หลากหลาย เช่น graduation certificate (บัตรรับรองวุฒิการศึกษา) ; school-leaving certificate (หนังสือรับรองการออกจากโรงเรียนเนื่องจากสำเร็จหลักสูตร) ; diploma (วุฒิการศึกษาแบบหนึ่ง) ; testimonial (การรับรองเชิงพยานหลักฐาน) ; certificate of honourable dismissal ; educational identification papers (ใบแสดงหลักฐาน [ว่าคุณเป็นใคร มีความรู้ มีการศึกษาเพียงใด ]); certificate of education identity ; qualification document/certificate
คำที่จะพูด คือ credentials (n) ซึ่งจัดเป็น ประกาศนียบัตร ใบสุทธิ หนังสือรับรอง ในเชิงใช้เป็น หลักฐานอ้างอิง ในเชิงสาสน์ตราตั้ง
ถ้า credentials ของการศึกษาระดับปริญญา จะมี transcript ซึ่งเป็น(สำเนา)ใบรับรองผลการศึกษาว่าได้เรียนวิชาอะไรบ้าง และผลการเรียน(เกรด)เป็นเช่นไร
Dr.SoS
หนุ่มสุดเฮงปฏิบัติธรรม 7 วัน ได้เมียฟรี-มรดกนับสิบล้าน
ชาวบ้านฮือฮา เศรษฐินีบ้านสร้าง ตั้งเงื่อนไขยกลูกสาวให้ฟรี พร้อมมอบมรดกหลายสิบล้าน ข้อแม้เดียวคือขอให้ลูกเขยเข้าปฏิบัติธรรม นั่งกรรมฐานที่วัดคลองตาลอง อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา ครบ 7 วัน เผยซึ้งในพระธรรม จากคนที่ชอบเล่นการพนัน แค่เข้าปฏิบัติธรรม จึงเลิกหมด...
วันที่ 15 มีนาคม 2555 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีชาวบ้านตลาดบ้านสร้าง อ.บางปะอิน จ. พระนครศรีอยุธยาต่างฮือฮาว่า นางมะปรางค์ ไวยพันทา อายุ 52 ปี ประกอบอาชีพขายส่งรองเท้า ที่ตลาดบ้านสร้าง ชื่อมะปรางโรจนะ 1 และ 2 รวม 6 คูหา อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา อยู่ในขั้นระดับเศรษฐี มีเงินทรัพย์สินรวมกันมูลค่าหลายสิบล้านบาท ประกาศยก น.ส.สุมาลี หรือ น้องเปิ้ล ไวยพันทา อายุ 24 ปี ซึ่งเป็นลูกสาวคนเดียวให้กับ นายธนิต พานคำ อายุ 24 ปี ชาว อ.อุทัย จ.พระนครศรีอยุธยาหนุ่มพนักงานบริษัทฮอนด้าฟรี ไม่คิดค่าสินสอดทองมั่น หรือค่าเลี้ยงดูแม้แต่บาทเดียว โดยมีข้อแม้ว่านายธนิต หนุ่มผู้โชคดีต้องตั้งใจเข้าปฏิบัติธรรมนั่งกรรมฐานเป็นเวลา 7 วัน ที่วัดคลองตาลอง อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา ซึ่งเมื่อชาวบ้านทราบเรื่องดังกล่าว จึงกลายเป็นเรื่องฮือฮาวิพากษ์วิจารณ์กันทั้งตลาด โดยนางมะปรางค์ได้เป็นเจ้าภาพเลี้ยงพระวัดคลองตาลอง พร้อมจัดพิธียกลูกสาวให้นายธนิต หนุ่มผู้โชคดี ที่วัดคลองตาลอง โดยได้เชิญญาติธรรมมาร่วมเป็นสักขีพยานเต็มศาลาวัด ซึ่งบรรยากาศการจัดงานดังกล่าวเป็นพิธีการที่จัดอย่างเรียบง่าย โดยทั้งสองฝ่ายได้จับมือเคียงคู่กันรับศีลจากหลวงพ่อสมัย สมโย เจ้าอาวาส พร้อมประพรมน้ำพระพุทธมนต์ ก่อนที่ทั้งคู่จะตักบาตรร่วมขันถวายเป็นพุทธบูชา
นางมะปรางค์ เผยว่า เหตุที่ยกลูกสาวคนเดียวให้กับหนุ่มพนักงานบริษัทใหญ่นั้น ด้วยที่ตัวเองอยู่กับลูกสองคน ทำธุรกิจขายส่งรองเท้า จนกระทั่งสามีได้เสียชีวิตไปเมื่อ 3 ปีก่อน ด้วยความระลึกถึงความดีของสามีที่สร้างธุรกิจจนฐานะดี พยายามทำบุญอุทิศส่วนกุศลไปให้ไม่ขาดสาย จนมาพบกับพระสมัย วัดคลองตาลอง ให้นั่งปฏิบัติธรรม ถือศีล สอนให้รู้จักตัวตน การใช้ชีวิตในสังคมอย่างมีความสุขโดยเฉพาะการใช้ชีวิตคู่ หลังจากได้เข้ามาปฏิบัติธรรมจนรู้ตัวตน เดิมทีตนเองเป็นคนชอบเล่นหวยใต้ดินทุกงวด จะออกตะเวนไปหาเลขเด็ด หาเจ้าเข้าทรงทุกงวด แต่พอปฏิบัติธรรมที่วัดทำให้รู้ตัวตน ละเลิกหมดทุกอย่าง จิตใจก็ดี ธุรกิจที่ทำอยู่ดีขึ้นอย่างแปลกประหลาด ขณะที่ น.ส.สุมาลี ลูกสาวที่ชอบเที่ยวเตร่เหมือนวัยรุ่นทั่วไป ได้ชวนมาเข้าวัดเพียงครั้งเดียว ก็ละเลิกทุกอย่าง
นางมะปรางค์ กล่าวต่อว่า เมื่อเห็นว่า นายธนิต มาชอบลูกสาว และเห็นว่าเข้ากันได้กับลูกสาว สังเกตมาตั้งแต่มหาอุทกภัยที่ผ่านมา นายธนิต ว่าที่ลูกเขยคอยดูแลช่วยเหลือทุกสิ่งทุกอย่าง ประพฤติตัวดีมีความตั้งใจ จึงเอ่ยปากถ้าชอบลูกสาวให้มาขอ แต่จะไม่เรียกค่าสินสอดทองมั่น ค่าน้ำนมแม้แต่บาทเดียว เพียงแต่ขอให้นายธนิต หนุ่มผู้โชคดีเข้าวัดปฏิบัติธรรมที่วัดคลองตาลอง 1 คอร์ส เป็นเวลา 7 วัน เพื่อศึกษาคำสั่งสอนการใช้ชีวิตอย่างมีความสุข ฝึกใจให้มีสมาธิ ถ้าว่าที่ลูกเขยทำได้ก็จะยกลูกสาวคนเดียวพร้อมสมบัติทรัพย์สินให้ฟรี และว่าที่ลูกเขยทำได้จริงๆ และตั้งใจปฏิบัติธรรมด้วย จึงได้กำหนดวันแต่งงานทันที ในวันที่ 21 เม.ย.55 นี้ โดยนางมะปรางค์ได้กล่าวทิ้งท้ายไว้ว่า คำสั่งสอนของพระธรรมวินัยมีคุณค่าสูงส่งมากกว่ามูลค่าทรัพย์สินหรือเงินทองที่มีอยู่ทั้งหมด มีเงินนับร้อยล้านพ้นล้านยังสู้คำสั่งสอนพระธรรมวินัยไม่ได้
ด้านนายธนิต กล่าวว่า รู้สึกตื่นเต้นที่แม่ยกลูกสาวให้กลางศาลาวัด โดยตลอดระยะเวลาที่นั่งปฏิบัติธรรม ได้ศึกษาคำสอนการใช้ชีวิตคู่จากพระอาจารย์สมัยจนลึกซึ้ง ทำให้ทราบเจตนารมณ์ของคุณแม่มะปรางค์ว่า ต้องการคนดี จิตใจดี ปกครองลูกสาวและทรัพย์สินได้
:: หนุ่มสุดเฮงปฏิบัติธรรม 7 วัน ได้เมียฟรี-มรดกนับสิบล้าน ไทยรัฐออนไลน์ วันศุกร์ที่ 16 มีนาคม 2555
วันที่ 15 มีนาคม 2555 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีชาวบ้านตลาดบ้านสร้าง อ.บางปะอิน จ. พระนครศรีอยุธยาต่างฮือฮาว่า นางมะปรางค์ ไวยพันทา อายุ 52 ปี ประกอบอาชีพขายส่งรองเท้า ที่ตลาดบ้านสร้าง ชื่อมะปรางโรจนะ 1 และ 2 รวม 6 คูหา อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา อยู่ในขั้นระดับเศรษฐี มีเงินทรัพย์สินรวมกันมูลค่าหลายสิบล้านบาท ประกาศยก น.ส.สุมาลี หรือ น้องเปิ้ล ไวยพันทา อายุ 24 ปี ซึ่งเป็นลูกสาวคนเดียวให้กับ นายธนิต พานคำ อายุ 24 ปี ชาว อ.อุทัย จ.พระนครศรีอยุธยาหนุ่มพนักงานบริษัทฮอนด้าฟรี ไม่คิดค่าสินสอดทองมั่น หรือค่าเลี้ยงดูแม้แต่บาทเดียว โดยมีข้อแม้ว่านายธนิต หนุ่มผู้โชคดีต้องตั้งใจเข้าปฏิบัติธรรมนั่งกรรมฐานเป็นเวลา 7 วัน ที่วัดคลองตาลอง อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา ซึ่งเมื่อชาวบ้านทราบเรื่องดังกล่าว จึงกลายเป็นเรื่องฮือฮาวิพากษ์วิจารณ์กันทั้งตลาด โดยนางมะปรางค์ได้เป็นเจ้าภาพเลี้ยงพระวัดคลองตาลอง พร้อมจัดพิธียกลูกสาวให้นายธนิต หนุ่มผู้โชคดี ที่วัดคลองตาลอง โดยได้เชิญญาติธรรมมาร่วมเป็นสักขีพยานเต็มศาลาวัด ซึ่งบรรยากาศการจัดงานดังกล่าวเป็นพิธีการที่จัดอย่างเรียบง่าย โดยทั้งสองฝ่ายได้จับมือเคียงคู่กันรับศีลจากหลวงพ่อสมัย สมโย เจ้าอาวาส พร้อมประพรมน้ำพระพุทธมนต์ ก่อนที่ทั้งคู่จะตักบาตรร่วมขันถวายเป็นพุทธบูชา
นางมะปรางค์ เผยว่า เหตุที่ยกลูกสาวคนเดียวให้กับหนุ่มพนักงานบริษัทใหญ่นั้น ด้วยที่ตัวเองอยู่กับลูกสองคน ทำธุรกิจขายส่งรองเท้า จนกระทั่งสามีได้เสียชีวิตไปเมื่อ 3 ปีก่อน ด้วยความระลึกถึงความดีของสามีที่สร้างธุรกิจจนฐานะดี พยายามทำบุญอุทิศส่วนกุศลไปให้ไม่ขาดสาย จนมาพบกับพระสมัย วัดคลองตาลอง ให้นั่งปฏิบัติธรรม ถือศีล สอนให้รู้จักตัวตน การใช้ชีวิตในสังคมอย่างมีความสุขโดยเฉพาะการใช้ชีวิตคู่ หลังจากได้เข้ามาปฏิบัติธรรมจนรู้ตัวตน เดิมทีตนเองเป็นคนชอบเล่นหวยใต้ดินทุกงวด จะออกตะเวนไปหาเลขเด็ด หาเจ้าเข้าทรงทุกงวด แต่พอปฏิบัติธรรมที่วัดทำให้รู้ตัวตน ละเลิกหมดทุกอย่าง จิตใจก็ดี ธุรกิจที่ทำอยู่ดีขึ้นอย่างแปลกประหลาด ขณะที่ น.ส.สุมาลี ลูกสาวที่ชอบเที่ยวเตร่เหมือนวัยรุ่นทั่วไป ได้ชวนมาเข้าวัดเพียงครั้งเดียว ก็ละเลิกทุกอย่าง
นางมะปรางค์ กล่าวต่อว่า เมื่อเห็นว่า นายธนิต มาชอบลูกสาว และเห็นว่าเข้ากันได้กับลูกสาว สังเกตมาตั้งแต่มหาอุทกภัยที่ผ่านมา นายธนิต ว่าที่ลูกเขยคอยดูแลช่วยเหลือทุกสิ่งทุกอย่าง ประพฤติตัวดีมีความตั้งใจ จึงเอ่ยปากถ้าชอบลูกสาวให้มาขอ แต่จะไม่เรียกค่าสินสอดทองมั่น ค่าน้ำนมแม้แต่บาทเดียว เพียงแต่ขอให้นายธนิต หนุ่มผู้โชคดีเข้าวัดปฏิบัติธรรมที่วัดคลองตาลอง 1 คอร์ส เป็นเวลา 7 วัน เพื่อศึกษาคำสั่งสอนการใช้ชีวิตอย่างมีความสุข ฝึกใจให้มีสมาธิ ถ้าว่าที่ลูกเขยทำได้ก็จะยกลูกสาวคนเดียวพร้อมสมบัติทรัพย์สินให้ฟรี และว่าที่ลูกเขยทำได้จริงๆ และตั้งใจปฏิบัติธรรมด้วย จึงได้กำหนดวันแต่งงานทันที ในวันที่ 21 เม.ย.55 นี้ โดยนางมะปรางค์ได้กล่าวทิ้งท้ายไว้ว่า คำสั่งสอนของพระธรรมวินัยมีคุณค่าสูงส่งมากกว่ามูลค่าทรัพย์สินหรือเงินทองที่มีอยู่ทั้งหมด มีเงินนับร้อยล้านพ้นล้านยังสู้คำสั่งสอนพระธรรมวินัยไม่ได้
ด้านนายธนิต กล่าวว่า รู้สึกตื่นเต้นที่แม่ยกลูกสาวให้กลางศาลาวัด โดยตลอดระยะเวลาที่นั่งปฏิบัติธรรม ได้ศึกษาคำสอนการใช้ชีวิตคู่จากพระอาจารย์สมัยจนลึกซึ้ง ทำให้ทราบเจตนารมณ์ของคุณแม่มะปรางค์ว่า ต้องการคนดี จิตใจดี ปกครองลูกสาวและทรัพย์สินได้
:: หนุ่มสุดเฮงปฏิบัติธรรม 7 วัน ได้เมียฟรี-มรดกนับสิบล้าน ไทยรัฐออนไลน์ วันศุกร์ที่ 16 มีนาคม 2555
จับเจ้าของอู่รับซื้อรถขโมย สวมซากส่งขายมือสอง
ตำรวจภูธรภาค 3 แถลงจับกุมเจ้าของอู่เคาะพ่นสีรถยนต์รายใหญ่ อ.นางรอง จ.บุรีรัมย์ สวมซากเลขตัวถังรถ เลขแชสซีส์ ผบช.ภ.3 ฝากเตือนประชาชนก่อนซื้อขาย ให้ขนส่งตรวจสอบลงลึกอย่างละเอียด...
เมื่อวันที่ 21 มี.ค. ที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 อ.เมือง จ.นครราชสีมา พล.ต.ท.ภาณุ เกิดลาภผล ผบช.ภ.3 พร้อมด้วย พล.ต.ต.กรกต สาริยา รอง ผบช.ภ.3 พล.ต.ต.ประยนต์ ลาเสือ ผบก.ศสส.ภ.3 พ.ต.อ.ภาณุ บุรณศิริ รอง ผบก.สส.ภ.3 พ.ต.อ.นกันต์วุฒิ เลี่ยมสงวน ผกก.สส.2.ภ.3 พ.ต.อ.ประสงค์ เรืองเดช ผกก.หน่วยปฏิบัติการพิเศษ และชุดสืบสวนสอบสวน 2 ตร.ภ.3 ร่วมกันแถลงข่าวการจับกุมแก๊งสวมซากรถยนต์ และโจรกรรมรถยนต์ในพื้นที่
สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ ศสส.ตร.ภ.3 ทราบเบาะแสขบวนการสวมซากรถยนต์ จึงสั่งการให้ ตร.ภ.นครราชสีมา, บุรีรัมย์ และอุบลราชธานี ร่วมกันสืบสวนหาข่าวแหล่งดัดแปลงสวมซากรถยนต์ที่เกิดอุบัติเหตุ มาสวมกับรถยนต์ที่ถูกโจรกรรม หรือหลบหนีไฟแนนซ์ เพื่อทำให้เป็นรถยนต์ที่ถูกกฎหมาย มีหมายเลขทะเบียน หมายเลขเครื่อง หมายเลขตัวรถตรงตามสมุดคู่มือจดทะเบียน เพื่อหลีกเลี่ยงการจับกุมของเจ้าหน้าที่ตำรวจ รวมถึงการขยายผลถึงแหล่งจำหน่ายรถยนต์ที่สวมซากนี้
จากการสืบสวนของชุดปฏิบัติการ สส.2 ตร.ภ.3 เมื่อวันที่ 15 มี.ค.ที่ผ่านมา ได้ร่วมกับกำลังตำรวจ ภ.จว.บุรีรัมย์ นำหมายค้นจากศาลจังหวัดบุรีรัมย์เข้าตรวจค้นอู่สมศักดิ์ อะไหล่ยนต์ ซึ่งเป็นอู่เคาะพ่นสี เลขที่ 908/7-17 บ้านนางรอง ต.นางรอง อ.นางรอง จ.บุรีรัมย์ มีนายสมศักดิ์ บุญสะอาด อายุ 50 ปี เป็นเจ้าของอู่ มีพฤติการณ์รับซื้อซากรถยนต์ที่เกิดอุบัติเหตุ ผลการตรวจค้นพบรถยนต์กระบะบรรทุกยี่ห้ออีซูซุ รุ่นดีแม็คซ์ สีฟ้า ติดหมายเลขทะเบียน บธ 3916 ชัยภูมิ ขณะนั้นมีนายท็อปศิริ มิชาลี อายุ 40 ปี ชาว จ.อุบลราชธานี มีตำแหน่งเป็นหัวหน้าช่างเชื่อม กำลังใช้เครื่องมือเชื่อมต่อเลขตัวรถอยู่บริเวณใต้ท้องรถ และพบชิ้นส่วนรถยนต์ยี่ห้อชนิดต่างๆ จำนวนมาก
นายกิตติศักดิ์ เจ้าของอู่ ให้การว่า รถยนต์คันดังกล่าวเป็นรถยนต์ที่เกิดอุบัติเหตุจนไม่สามารถซ่อมได้ สั่งซื้อรถยนต์ที่มียี่ห้อ รุ่นและสีตรงกันมาจากนายถวิล ไม่ทราบนามสกุลและที่อยู่ ในราคา 120,000 บาท จากนั้นได้ให้นายท็อปศิริ ช่างเชื่อมฝีมือดีตัดเลขตัวรถเดิมออก แล้วนำเลขตัวรถของคันหมายเลข ทะเบียน บธ 3916 ที่เพิ่งซื้อมาเชื่อมต่อจนเสร็จเรียบร้อย เตรียมส่งขายให้เต็นท์รถมือสองต่อไป
นายกิตติศักดิ์ กล่าวด้วยว่า เปิดอู่มากว่า 10 ปีแล้ว เพิ่งมาคิดวิธีนี้พร้อมลงมือทำได้ 2-3 ปี มีรายได้พออยู่ได้ โดยซื้อซากรถมาในราคาถูก แล้วทำการดังกล่าว ก่อนจะส่งไปขายให้ตามเต็นท์รถยนต์มือสองในพื้นที่ จ.นครราชสีมา บุรีรัมย์ อุบลราชธานี และอำนาจเจริญ ในราคาเท่ากับท้องตลาดแล้วแต่สภาพรถที่ได้มา ส่วนใหญ่จะอยู่ที่คันละ 300,000-400,000 บาท ทำมาแล้วนับร้อยคัน เป็นการซื้อมาขายไป มีรายได้หมุนเวียนหลายสิบล้านบาท
ตำรวจจึงได้แจ้งข้อกล่าวหานายกิตติศักดิ์ กับนายท็อปศิริ ร่วมกันลักทรัพย์หรือรับของโจร พร้อมส่งตัวให้พนักงานสอบสวน สภ.นางรอง จ.บุรีรัมย์ ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
นอกจากนี้ จากการตรวจสอบข้อมูล พบว่ารถยนต์คันดังกล่าวพบเอกสารหลักฐานเป็นบัตรประกันสุขภาพ ระบุชื่อนายพิทักษ์ สายบุตร อายุ 35 ปี ชาว จ.ชัยภูมิ หมายเลขทะเบียนเดิมคือ บบ 9896 อุบลราชธานี ถูกโจรกรรมไปเมื่อวันที่ 23 ก.พ. 2555 และได้แจ้งหายไว้ที่ สน.บางขุนเทียน กทม.แล้ว
ต่อมานายพิทักษ์ได้เดินทางมาดูรถที่หายไปด้วยตัวเอง พร้อมกับมอบช่อดอกไม้ขอบคุณ พล.ต.ต.ประยนต์ ลาสือ และชุด สส.ภ.3 นอกจากนี้จากการสืบสวนขยายผล ได้ทำการตรวจยึดรถยนต์ที่สวมซากและส่งไปจำหน่ายตามร้านจำหน่ายรถมือสองในพื้นที่ต่างๆ ของ ตร.ภ.3 รวมจำนวน 10 คัน
พล.ต.ท.ภาณุ กล่าวว่า พฤติกรรมผู้ต้องหารายนี้จะตระเวนรับซื้อซากรถยนต์ที่เกิดอุบัติเหตุตามสถานที่ต่างๆ และจะได้คู่มือการจดทะเบียนเล่มจริงมาด้วย จากนั้นจะตัดตัวเลขแชสซีส์รถ เลขตัวถังรถคันนั้นไว้ แล้วเสาะหารถที่ส่วนใหญ่เป็นรถขโมยในรุ่น ยี่ห้อ สีเดียวกันกับคันซากรถ จากนั้นเอาเลขที่ตัดไว้ไปสวมใส่รถคันที่ขโมยมาเชื่อมต่ออย่างแนบเนียนกลมกลืนด้วยความชำนาญ ก็จะได้รถคันใหม่ขึ้นมา แล้วนำไปส่งขายตามเต็นท์ต่างๆ ในราคาถูกกว่าท้องตลาดมาก ผู้ที่ซื้อต่อไม่รู้แน่นอน ฉะนั้นฝากไปยังประชาชนว่า การจะซื้อรถยนต์ตามเต็นท์ต่างๆ ถ้าสงสัยก็ขอให้เจ้าหน้าที่ขนส่งตรวจสภาพให้ละเอียดถี่ถ้วนรัดกุม
ที่มา:: ไทยรัฐออนไลน์ วันพุธที่ 21 มีนาคม 2555
เมื่อวันที่ 21 มี.ค. ที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 อ.เมือง จ.นครราชสีมา พล.ต.ท.ภาณุ เกิดลาภผล ผบช.ภ.3 พร้อมด้วย พล.ต.ต.กรกต สาริยา รอง ผบช.ภ.3 พล.ต.ต.ประยนต์ ลาเสือ ผบก.ศสส.ภ.3 พ.ต.อ.ภาณุ บุรณศิริ รอง ผบก.สส.ภ.3 พ.ต.อ.นกันต์วุฒิ เลี่ยมสงวน ผกก.สส.2.ภ.3 พ.ต.อ.ประสงค์ เรืองเดช ผกก.หน่วยปฏิบัติการพิเศษ และชุดสืบสวนสอบสวน 2 ตร.ภ.3 ร่วมกันแถลงข่าวการจับกุมแก๊งสวมซากรถยนต์ และโจรกรรมรถยนต์ในพื้นที่
สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ ศสส.ตร.ภ.3 ทราบเบาะแสขบวนการสวมซากรถยนต์ จึงสั่งการให้ ตร.ภ.นครราชสีมา, บุรีรัมย์ และอุบลราชธานี ร่วมกันสืบสวนหาข่าวแหล่งดัดแปลงสวมซากรถยนต์ที่เกิดอุบัติเหตุ มาสวมกับรถยนต์ที่ถูกโจรกรรม หรือหลบหนีไฟแนนซ์ เพื่อทำให้เป็นรถยนต์ที่ถูกกฎหมาย มีหมายเลขทะเบียน หมายเลขเครื่อง หมายเลขตัวรถตรงตามสมุดคู่มือจดทะเบียน เพื่อหลีกเลี่ยงการจับกุมของเจ้าหน้าที่ตำรวจ รวมถึงการขยายผลถึงแหล่งจำหน่ายรถยนต์ที่สวมซากนี้
จากการสืบสวนของชุดปฏิบัติการ สส.2 ตร.ภ.3 เมื่อวันที่ 15 มี.ค.ที่ผ่านมา ได้ร่วมกับกำลังตำรวจ ภ.จว.บุรีรัมย์ นำหมายค้นจากศาลจังหวัดบุรีรัมย์เข้าตรวจค้นอู่สมศักดิ์ อะไหล่ยนต์ ซึ่งเป็นอู่เคาะพ่นสี เลขที่ 908/7-17 บ้านนางรอง ต.นางรอง อ.นางรอง จ.บุรีรัมย์ มีนายสมศักดิ์ บุญสะอาด อายุ 50 ปี เป็นเจ้าของอู่ มีพฤติการณ์รับซื้อซากรถยนต์ที่เกิดอุบัติเหตุ ผลการตรวจค้นพบรถยนต์กระบะบรรทุกยี่ห้ออีซูซุ รุ่นดีแม็คซ์ สีฟ้า ติดหมายเลขทะเบียน บธ 3916 ชัยภูมิ ขณะนั้นมีนายท็อปศิริ มิชาลี อายุ 40 ปี ชาว จ.อุบลราชธานี มีตำแหน่งเป็นหัวหน้าช่างเชื่อม กำลังใช้เครื่องมือเชื่อมต่อเลขตัวรถอยู่บริเวณใต้ท้องรถ และพบชิ้นส่วนรถยนต์ยี่ห้อชนิดต่างๆ จำนวนมาก
นายกิตติศักดิ์ เจ้าของอู่ ให้การว่า รถยนต์คันดังกล่าวเป็นรถยนต์ที่เกิดอุบัติเหตุจนไม่สามารถซ่อมได้ สั่งซื้อรถยนต์ที่มียี่ห้อ รุ่นและสีตรงกันมาจากนายถวิล ไม่ทราบนามสกุลและที่อยู่ ในราคา 120,000 บาท จากนั้นได้ให้นายท็อปศิริ ช่างเชื่อมฝีมือดีตัดเลขตัวรถเดิมออก แล้วนำเลขตัวรถของคันหมายเลข ทะเบียน บธ 3916 ที่เพิ่งซื้อมาเชื่อมต่อจนเสร็จเรียบร้อย เตรียมส่งขายให้เต็นท์รถมือสองต่อไป
นายกิตติศักดิ์ กล่าวด้วยว่า เปิดอู่มากว่า 10 ปีแล้ว เพิ่งมาคิดวิธีนี้พร้อมลงมือทำได้ 2-3 ปี มีรายได้พออยู่ได้ โดยซื้อซากรถมาในราคาถูก แล้วทำการดังกล่าว ก่อนจะส่งไปขายให้ตามเต็นท์รถยนต์มือสองในพื้นที่ จ.นครราชสีมา บุรีรัมย์ อุบลราชธานี และอำนาจเจริญ ในราคาเท่ากับท้องตลาดแล้วแต่สภาพรถที่ได้มา ส่วนใหญ่จะอยู่ที่คันละ 300,000-400,000 บาท ทำมาแล้วนับร้อยคัน เป็นการซื้อมาขายไป มีรายได้หมุนเวียนหลายสิบล้านบาท
ตำรวจจึงได้แจ้งข้อกล่าวหานายกิตติศักดิ์ กับนายท็อปศิริ ร่วมกันลักทรัพย์หรือรับของโจร พร้อมส่งตัวให้พนักงานสอบสวน สภ.นางรอง จ.บุรีรัมย์ ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
นอกจากนี้ จากการตรวจสอบข้อมูล พบว่ารถยนต์คันดังกล่าวพบเอกสารหลักฐานเป็นบัตรประกันสุขภาพ ระบุชื่อนายพิทักษ์ สายบุตร อายุ 35 ปี ชาว จ.ชัยภูมิ หมายเลขทะเบียนเดิมคือ บบ 9896 อุบลราชธานี ถูกโจรกรรมไปเมื่อวันที่ 23 ก.พ. 2555 และได้แจ้งหายไว้ที่ สน.บางขุนเทียน กทม.แล้ว
ต่อมานายพิทักษ์ได้เดินทางมาดูรถที่หายไปด้วยตัวเอง พร้อมกับมอบช่อดอกไม้ขอบคุณ พล.ต.ต.ประยนต์ ลาสือ และชุด สส.ภ.3 นอกจากนี้จากการสืบสวนขยายผล ได้ทำการตรวจยึดรถยนต์ที่สวมซากและส่งไปจำหน่ายตามร้านจำหน่ายรถมือสองในพื้นที่ต่างๆ ของ ตร.ภ.3 รวมจำนวน 10 คัน
พล.ต.ท.ภาณุ กล่าวว่า พฤติกรรมผู้ต้องหารายนี้จะตระเวนรับซื้อซากรถยนต์ที่เกิดอุบัติเหตุตามสถานที่ต่างๆ และจะได้คู่มือการจดทะเบียนเล่มจริงมาด้วย จากนั้นจะตัดตัวเลขแชสซีส์รถ เลขตัวถังรถคันนั้นไว้ แล้วเสาะหารถที่ส่วนใหญ่เป็นรถขโมยในรุ่น ยี่ห้อ สีเดียวกันกับคันซากรถ จากนั้นเอาเลขที่ตัดไว้ไปสวมใส่รถคันที่ขโมยมาเชื่อมต่ออย่างแนบเนียนกลมกลืนด้วยความชำนาญ ก็จะได้รถคันใหม่ขึ้นมา แล้วนำไปส่งขายตามเต็นท์ต่างๆ ในราคาถูกกว่าท้องตลาดมาก ผู้ที่ซื้อต่อไม่รู้แน่นอน ฉะนั้นฝากไปยังประชาชนว่า การจะซื้อรถยนต์ตามเต็นท์ต่างๆ ถ้าสงสัยก็ขอให้เจ้าหน้าที่ขนส่งตรวจสภาพให้ละเอียดถี่ถ้วนรัดกุม
ที่มา:: ไทยรัฐออนไลน์ วันพุธที่ 21 มีนาคม 2555
Tuesday, March 20, 2012
เร่งสร้างสะพานเชื่อมเกาะลันตาฯ หวังกระตุ้นเศรษฐกิจ
เร่งสร้างสะพานเชื่อมเกาะลันตาฯ หวังกระตุ้นเศรษฐกิจ
ทางหลวงชนบท เร่งสร้างสะพานเชื่อมเกาะลันตาฯ หวังเป็นตัวช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจให้ชาวบ้าน และนักท่องเที่ยวได้สัญจรไปมาสะดวก รวมทั้งใช้อพยพชาวบ้านในกรณีเกิดภัยธรรมชาติร้ายแรงด้วย ...
เมื่อวันที่ 19 มี.ค. นายชาติชาย ทิพย์สุนาวี อธิบดีกรมทางหลวงชนบท เปิดเผยความคืบหน้าโครงการก่อสร้างสะพานเชื่อมเกาะลันตาน้อย-เกาะลันตาใหญ่ อ.เกาะลันตา จ.กระบี่ ว่า หลังจากที่กรมทางหลวงชนบทได้แจ้งให้ผู้รับจ้างก่อสร้างคือ บริษัท ประยูรวิศว์ จำกัด เข้าดำเนินการในพื้นที่เมื่อวันที่ 13 ม.ค. 55 ทั้งนี้ กรมได้ร่วมกับจังหวัดกระบี่และอำเภอเกาะลันตาได้จัดประชุมประชาสัมพันธ์ โครงการให้ประชาชนในพื้นที่ได้รับทราบแล้วเมื่อ 16 ม.ค. 55 จากนั้นผู้รับจ้างได้ดำเนินการปรับพื้นที่ด้านข้างท่าเทียบแพเดิม เพื่อก่อสร้างท่าเทียบแพชั่วคราว สำหรับการสัญจรข้ามฟากในระหว่างทำการก่อสร้าง เนื่องจากแนวสะพานจะคร่อมทับท่าเทียบแพทั้งสองฝั่ง ซึ่งคาดว่าท่าเทียบแพชั่วคราวจะแล้วเสร็จภายในเดือนพฤษภาคม 2555 และเมื่อได้มีการทดลองใช้งานท่าเทียบแพชั่วคราวจนมั่นใจว่าไม่มีปัญหาแล้ว จะทำการปิดท่าเทียบแพเดิมต่อไป โดยทางผู้รับจ้างก่อสร้างจะทำการตอกเสาเข็มสะพานต้นแรกบนฝั่งเกาะลันตาใหญ่ด้วย ซึ่งนับเป็นการเริ่มงานก่อสร้างสะพานอย่างสมบูรณ์
นายชาติชาย กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตามโครงการก่อสร้างสะพานแห่งนี้ มีความยาวรวมทั้งสิ้น 1.4 กิโลเมตร ประกอบด้วย สะพานความยาว 650 เมตร และถนนเชิงลาดทั้งสองฝั่ง ความยาวรวม 750 เมตร ใช้งบประมาณในการก่อสร้าง 415.998 ล้านบาท โดยเป็นงบผูกพัน ตั้งแต่ ปี 2553 – 2557 ระยะเวลาในการก่อสร้าง 900 วัน เมื่อก่อสร้างแล้วเสร็จจะทำให้เกาะลันตาน้อยและเกาะลันตาใหญ่เชื่อมเป็นเสมือนแผ่นดินผืนเดียวกันซึ่งจะเพิ่มศักยภาพในการเดินทางระหว่างเกาะลันตาน้อย-เกาะลันตาใหญ่ ส่งเสริมการท่องเที่ยวบริเวณเกาะลันตาซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของจังหวัดกระบี่ ทำให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวสามารถเดินทางได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และปลอดภัยมากขึ้น รวมทั้ง สามารถใช้สะพานในการอพยพให้ความช่วยเหลือได้ตลอด 24 ชั่วโมง ในกรณีเกิดเหตุการณ์จากภัยธรรมชาติหรือเหตุการณ์ร้ายแรงได้อีกด้วย
:: เร่งสร้างสะพานเชื่อมเกาะลันตาฯ หวังกระตุ้นเศรษฐกิจ ไทยรัฐออนไลน์ วันจันทร์ที่ 19 มีนาคม 2555
ทางหลวงชนบท เร่งสร้างสะพานเชื่อมเกาะลันตาฯ หวังเป็นตัวช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจให้ชาวบ้าน และนักท่องเที่ยวได้สัญจรไปมาสะดวก รวมทั้งใช้อพยพชาวบ้านในกรณีเกิดภัยธรรมชาติร้ายแรงด้วย ...
เมื่อวันที่ 19 มี.ค. นายชาติชาย ทิพย์สุนาวี อธิบดีกรมทางหลวงชนบท เปิดเผยความคืบหน้าโครงการก่อสร้างสะพานเชื่อมเกาะลันตาน้อย-เกาะลันตาใหญ่ อ.เกาะลันตา จ.กระบี่ ว่า หลังจากที่กรมทางหลวงชนบทได้แจ้งให้ผู้รับจ้างก่อสร้างคือ บริษัท ประยูรวิศว์ จำกัด เข้าดำเนินการในพื้นที่เมื่อวันที่ 13 ม.ค. 55 ทั้งนี้ กรมได้ร่วมกับจังหวัดกระบี่และอำเภอเกาะลันตาได้จัดประชุมประชาสัมพันธ์ โครงการให้ประชาชนในพื้นที่ได้รับทราบแล้วเมื่อ 16 ม.ค. 55 จากนั้นผู้รับจ้างได้ดำเนินการปรับพื้นที่ด้านข้างท่าเทียบแพเดิม เพื่อก่อสร้างท่าเทียบแพชั่วคราว สำหรับการสัญจรข้ามฟากในระหว่างทำการก่อสร้าง เนื่องจากแนวสะพานจะคร่อมทับท่าเทียบแพทั้งสองฝั่ง ซึ่งคาดว่าท่าเทียบแพชั่วคราวจะแล้วเสร็จภายในเดือนพฤษภาคม 2555 และเมื่อได้มีการทดลองใช้งานท่าเทียบแพชั่วคราวจนมั่นใจว่าไม่มีปัญหาแล้ว จะทำการปิดท่าเทียบแพเดิมต่อไป โดยทางผู้รับจ้างก่อสร้างจะทำการตอกเสาเข็มสะพานต้นแรกบนฝั่งเกาะลันตาใหญ่ด้วย ซึ่งนับเป็นการเริ่มงานก่อสร้างสะพานอย่างสมบูรณ์
นายชาติชาย กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตามโครงการก่อสร้างสะพานแห่งนี้ มีความยาวรวมทั้งสิ้น 1.4 กิโลเมตร ประกอบด้วย สะพานความยาว 650 เมตร และถนนเชิงลาดทั้งสองฝั่ง ความยาวรวม 750 เมตร ใช้งบประมาณในการก่อสร้าง 415.998 ล้านบาท โดยเป็นงบผูกพัน ตั้งแต่ ปี 2553 – 2557 ระยะเวลาในการก่อสร้าง 900 วัน เมื่อก่อสร้างแล้วเสร็จจะทำให้เกาะลันตาน้อยและเกาะลันตาใหญ่เชื่อมเป็นเสมือนแผ่นดินผืนเดียวกันซึ่งจะเพิ่มศักยภาพในการเดินทางระหว่างเกาะลันตาน้อย-เกาะลันตาใหญ่ ส่งเสริมการท่องเที่ยวบริเวณเกาะลันตาซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของจังหวัดกระบี่ ทำให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวสามารถเดินทางได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และปลอดภัยมากขึ้น รวมทั้ง สามารถใช้สะพานในการอพยพให้ความช่วยเหลือได้ตลอด 24 ชั่วโมง ในกรณีเกิดเหตุการณ์จากภัยธรรมชาติหรือเหตุการณ์ร้ายแรงได้อีกด้วย
:: เร่งสร้างสะพานเชื่อมเกาะลันตาฯ หวังกระตุ้นเศรษฐกิจ ไทยรัฐออนไลน์ วันจันทร์ที่ 19 มีนาคม 2555
Monday, March 19, 2012
2011 World Best Universities in Civil & Structural Engineering Rankings
2011 QS World University Rankings by Subject - Engineering & Technology Rankings
2011 QS World University Rankings by Subjects: Civil & Structural Engineering Rankings
MIT tops the first ever QS World University Ranking® for Civil and Structural Engineering, which also sees a top-five performance from Imperial College London and two Asian universities in the top ten. A diverse top 20 features nine universities from the US, three from the UK, two from Singapore, and one apiece from Japan, Switzerland, Australia, the Netherlands, China and Canada.
::Civil & Structural Engineering Rankings 2011
Rank Title Country
1 Massachusetts Institute of Technology (MIT) United States
2 Stanford University United States
3 University of Cambridge United Kingdom
4 University of California, Berkeley (UCB) United States
5 Imperial College London United Kingdom
6 University of Oxford United Kingdom
7 National University of Singapore (NUS) Singapore
8 The University of Tokyo Japan
9 California Institute of Technology (Caltech) United States
10 ETH Zurich (Swiss Federal Institute of Technology) Switzerland
11 The University of Melbourne Australia
12 University of Illinois at Urbana-Champaign United States
13 Delft University of Technology Netherlands
14 University of California, Los Angeles (UCLA) United States
15 University of Texas at Austin United States
16 Cornell University United States
17 Tsinghua University China
18 Nanyang Technological University (NTU) Singapore
19 University of Michigan United States
20 University of Toronto Canada
21 The University of Sydney Australia
22 Kyoto University Japan
23 The University of New South Wales Australia
24 Carnegie Mellon University United States
25 University of Hong Kong Hong Kong
26 University of California, San Diego (UCSD) United States
27 The University of Manchester United Kingdom
28 Georgia Institute of Technology United States
29 Purdue University United States
30 Indian Institute of Technology Bombay (IITB) India
31 Columbia University United States
32 Princeton University United States
33 McGill University Canada
34= Peking University China
34= The University of Queensland Australia
36 Monash University Australia
37 University of British Columbia Canada
38 Indian Institute of Technology Kanpur (IITK) India
39 The University of Auckland New Zealand
40 University of Edinburgh United Kingdom
41 University of Waterloo Canada
42 The Hong Kong University of Science and Technology Hong Kong
43= Indian Institute of Technology Delhi (IITD) India
43= Lund University Sweden
45 Ecole Polytechnique Fe'de'rale de Lausanne Switzerland
46 Politecnico di Milano Italy
47 University of Bristol United Kingdom
48 KAIST - Korea Advanced Institute of Science & Technology Korea, South
49 Indian Institute of Technology Madras (IITM) India
50 Tokyo Institute of Technology Japan
51-100 Aalborg University Denmark
51-100 Aristotle University of Thessaloniki Greece
51-100 Cardiff University United Kingdom
51-100 Chalmers University of Technology Sweden
51-100 Chulalongkorn University Thailand
51-100 City University of Hong Kong Hong Kong
51-100 Cranfield University United Kingdom
51-100 Duke University United States
51-100 E'cole des Ponts, ParisTech France
51-100 Eindhoven University of Technology Netherlands
51-100 Heriot-watt University United Kingdom
51-100 The Hong Kong Polytechnic University Hong Kong
51-100 Indian Institute of Technology Kharagpur (IITKGP) India
51-100 Indian Institute of Technology Roorkee (IITR) India
51-100 Johns Hopkins University United States
51-100 KU Leuven Belgium
51-100 KTH, Royal Institute of Technology Sweden
51-100 National Taiwan University (NTU) Taiwan
51-100 National Technical University of Athens Greece
51-100 Northwestern University United States
51-100 Pennsylvania State University United States
51-100 Queen's University Canada
51-100 Queensland University of Technology Australia
51-100 RMIT University Australia
51-100 Rheinisch-Westfa"lische Technische Hochschule Aachen Germany
51-100 Sapienza - Universita` di Roma Italy
51-100 Seoul National University Korea, South
51-100 Shanghai Jiao Tong University China
51-100 Technical University of Denmark Denmark
51-100 Technion - Israel Institute of Technology Israel
51-100 Technische Universita"t Mu"nchen Germany
51-100 Texas A&M University United States
51-100 Tohoku University Japan
51-100 Tongji University China
51-100 UCL (University College London) United Kingdom
51-100 Universidad Nacional Auto'noma de Me'xico (UNAM) Mexico
51-100 Universita"t Karlsruhe Germany
51-100 Universita"t Stuttgart Germany
51-100 The University of Adelaide Australia
51-100 University of Alberta Canada
51-100 University of Bath United Kingdom
51-100 University of Birmingham United Kingdom
51-100 University of California, Davis United States
51-100 University of Canterbury New Zealand
51-100 University of Colorado at Boulder United States
51-100 University of Leeds United Kingdom
51-100 The University of Sheffield United Kingdom
51-100 University of Southampton United Kingdom
51-100 The University of Western Australia Australia
51-100 University of Wisconsin-Madison United States
51-100 Virginia Polytechnic Institute (Virginia Tech) United States
101-150 Colorado State University United States
101-150 Curtin University of Technology Australia
101-150 Griffith University Australia
101-150 Istanbul Technical University Turkey
101-150 King Fahd University of Petroleum & Minerals Saudi Arabia
101-150 Korea University Korea, South
101-150 Laval University Canada
101-150 Lehigh University United States
101-150 Loughborough University United Kingdom
101-150 McMaster University Canada
101-150 Nagoya University Japan
101-150 Nanjing University China
101-150 Newcastle University United Kingdom
101-150 Norwegian University of Science And Technology Norway
101-150 Ohio State University United States
101-150 Osaka University Japan
101-150 Politecnico di Torino Italy
101-150 Pontificia Universidad Cato'lica de Chile Chile
101-150 Rensselaer Polytechnic Institute United States
101-150 Rice University United States
101-150 Thammasat University Thailand
101-150 Trinity College Dublin Ireland
101-150 Universidad de Chile Chile
101-150 Universita` di Bologna (UNIBO) Italy
101-150 Universite' Catholique de Louvain (UCL) Belgium
101-150 University College Dublin Ireland
101-150 University of Aberdeen United Kingdom
101-150 University of Calgary Canada
101-150 University of Delaware United States
101-150 University of Florida United States
101-150 University of Glasgow United Kingdom
101-150 University of Iowa United States
101-150 University of Maryland, College Park United States
101-150 University of Minnesota United States
101-150 University of Newcastle Australia
101-150 The University of Nottingham United Kingdom
101-150 University of Ottawa Canada
101-150 University of Patras Greece
101-150 University of Reading United Kingdom
101-150 University of Surrey United Kingdom
101-150 University of Technology, Sydney Australia
101-150 University of Twente Netherlands
101-150 University of Washington United States
101-150 The University of Western Ontario Canada
101-150 University of Wollongong Australia
101-150 Uppsala University Sweden
101-150 Vienna University of Technology Austria
101-150 Xi'an Jiaotong University China
101-150 Yonsei University Korea, South
101-150 Zhejiang University China
151-200 American University of Beirut (AUB) Lebanon
151-200 Arizona State University United States
151-200 Brunel University United Kingdom
151-200 Cairo University Egypt
151-200 Chung-Ang University Korea, South
151-200 City University of New York United States
151-200 Concordia University Canada
151-200 Czech Technical University In Prague Czech Republic
151-200 Drexel University United States
151-200 George Washington University United States
151-200 Hanyang University Korea, South
151-200 Hokkaido University Japan
151-200 Illinois Institute of Technology United States
151-200 Indian Institute of Science India
151-200 Indian Institute of Technology Guwahati (IITG) India
151-200 Iowa State University United States
151-200 Kobe University Japan
151-200 Kyushu University Japan
151-200 Leibniz Universita"t Hannover Germany
151-200 Michigan State University United States
151-200 National Cheng Kung University Taiwan
151-200 National Chiao Tung University Taiwan
151-200 Northeastern University United States
151-200 Polite'cnica de Madrid Spain
151-200 Pontificia Universidade Cato'lica do Rio de Janeiro Brazil
151-200 Queen's University of Belfast United Kingdom
151-200 Sungkyunkwan University Korea, South
151-200 Technische Universita"t Braunschweig Germany
151-200 Technische Universita"t Dresden Germany
151-200 Tianjin University China
151-200 Universidad de los Andes Colombia
151-200 Universidade de Sa~o Paulo Brazil
151-200 Universita` degli Studi di Padova (UNIPD) Italy
151-200 Universita` degli Studi di Pavia Italy
151-200 Universitat Polite`cnica de Catalunya Spain
151-200 Universiti Kebangsaan Malaysia (UKM) Malaysia
151-200 Universiti Putra Malaysia -UPM Malaysia
151-200 Universiti Teknologi Malaysia (UTM) Malaysia
151-200 University of Alabama United States
151-200 University of Arizona United States
151-200 University of Coimbra Portugal
151-200 University of Ghent Belgium
151-200 University of Liege Belgium
151-200 University of Liverpool United Kingdom
151-200 University of Massachusetts, Amherst United States
151-200 University of Pittsburgh United States
151-200 University of Southern California United States
151-200 University of Strathclyde United Kingdom
151-200 University of Tehran Iran
151-200 Washington State University United States
© QS Quacquarelli Symonds 2004-2011 www.topuniversities.com - All rights reserved
2011 QS World University Rankings by Subject - Engineering & Technology Rankings
2011 QS World University Rankings by Subjects: Civil & Structural Engineering Rankings
MIT tops the first ever QS World University Ranking® for Civil and Structural Engineering, which also sees a top-five performance from Imperial College London and two Asian universities in the top ten. A diverse top 20 features nine universities from the US, three from the UK, two from Singapore, and one apiece from Japan, Switzerland, Australia, the Netherlands, China and Canada.
::Civil & Structural Engineering Rankings 2011
2011 QS World University Rankings by Subjects: Civil & Structural Engineering Rankings
MIT tops the first ever QS World University Ranking® for Civil and Structural Engineering, which also sees a top-five performance from Imperial College London and two Asian universities in the top ten. A diverse top 20 features nine universities from the US, three from the UK, two from Singapore, and one apiece from Japan, Switzerland, Australia, the Netherlands, China and Canada.
::Civil & Structural Engineering Rankings 2011
Rank Title Country
1 Massachusetts Institute of Technology (MIT) United States
2 Stanford University United States
3 University of Cambridge United Kingdom
4 University of California, Berkeley (UCB) United States
5 Imperial College London United Kingdom
6 University of Oxford United Kingdom
7 National University of Singapore (NUS) Singapore
8 The University of Tokyo Japan
9 California Institute of Technology (Caltech) United States
10 ETH Zurich (Swiss Federal Institute of Technology) Switzerland
11 The University of Melbourne Australia
12 University of Illinois at Urbana-Champaign United States
13 Delft University of Technology Netherlands
14 University of California, Los Angeles (UCLA) United States
15 University of Texas at Austin United States
16 Cornell University United States
17 Tsinghua University China
18 Nanyang Technological University (NTU) Singapore
19 University of Michigan United States
20 University of Toronto Canada
21 The University of Sydney Australia
22 Kyoto University Japan
23 The University of New South Wales Australia
24 Carnegie Mellon University United States
25 University of Hong Kong Hong Kong
26 University of California, San Diego (UCSD) United States
27 The University of Manchester United Kingdom
28 Georgia Institute of Technology United States
29 Purdue University United States
30 Indian Institute of Technology Bombay (IITB) India
31 Columbia University United States
32 Princeton University United States
33 McGill University Canada
34= Peking University China
34= The University of Queensland Australia
36 Monash University Australia
37 University of British Columbia Canada
38 Indian Institute of Technology Kanpur (IITK) India
39 The University of Auckland New Zealand
40 University of Edinburgh United Kingdom
41 University of Waterloo Canada
42 The Hong Kong University of Science and Technology Hong Kong
43= Indian Institute of Technology Delhi (IITD) India
43= Lund University Sweden
45 Ecole Polytechnique Fe'de'rale de Lausanne Switzerland
46 Politecnico di Milano Italy
47 University of Bristol United Kingdom
48 KAIST - Korea Advanced Institute of Science & Technology Korea, South
49 Indian Institute of Technology Madras (IITM) India
50 Tokyo Institute of Technology Japan
51-100 Aalborg University Denmark
51-100 Aristotle University of Thessaloniki Greece
51-100 Cardiff University United Kingdom
51-100 Chalmers University of Technology Sweden
51-100 Chulalongkorn University Thailand
51-100 City University of Hong Kong Hong Kong
51-100 Cranfield University United Kingdom
51-100 Duke University United States
51-100 E'cole des Ponts, ParisTech France
51-100 Eindhoven University of Technology Netherlands
51-100 Heriot-watt University United Kingdom
51-100 The Hong Kong Polytechnic University Hong Kong
51-100 Indian Institute of Technology Kharagpur (IITKGP) India
51-100 Indian Institute of Technology Roorkee (IITR) India
51-100 Johns Hopkins University United States
51-100 KU Leuven Belgium
51-100 KTH, Royal Institute of Technology Sweden
51-100 National Taiwan University (NTU) Taiwan
51-100 National Technical University of Athens Greece
51-100 Northwestern University United States
51-100 Pennsylvania State University United States
51-100 Queen's University Canada
51-100 Queensland University of Technology Australia
51-100 RMIT University Australia
51-100 Rheinisch-Westfa"lische Technische Hochschule Aachen Germany
51-100 Sapienza - Universita` di Roma Italy
51-100 Seoul National University Korea, South
51-100 Shanghai Jiao Tong University China
51-100 Technical University of Denmark Denmark
51-100 Technion - Israel Institute of Technology Israel
51-100 Technische Universita"t Mu"nchen Germany
51-100 Texas A&M University United States
51-100 Tohoku University Japan
51-100 Tongji University China
51-100 UCL (University College London) United Kingdom
51-100 Universidad Nacional Auto'noma de Me'xico (UNAM) Mexico
51-100 Universita"t Karlsruhe Germany
51-100 Universita"t Stuttgart Germany
51-100 The University of Adelaide Australia
51-100 University of Alberta Canada
51-100 University of Bath United Kingdom
51-100 University of Birmingham United Kingdom
51-100 University of California, Davis United States
51-100 University of Canterbury New Zealand
51-100 University of Colorado at Boulder United States
51-100 University of Leeds United Kingdom
51-100 The University of Sheffield United Kingdom
51-100 University of Southampton United Kingdom
51-100 The University of Western Australia Australia
51-100 University of Wisconsin-Madison United States
51-100 Virginia Polytechnic Institute (Virginia Tech) United States
101-150 Colorado State University United States
101-150 Curtin University of Technology Australia
101-150 Griffith University Australia
101-150 Istanbul Technical University Turkey
101-150 King Fahd University of Petroleum & Minerals Saudi Arabia
101-150 Korea University Korea, South
101-150 Laval University Canada
101-150 Lehigh University United States
101-150 Loughborough University United Kingdom
101-150 McMaster University Canada
101-150 Nagoya University Japan
101-150 Nanjing University China
101-150 Newcastle University United Kingdom
101-150 Norwegian University of Science And Technology Norway
101-150 Ohio State University United States
101-150 Osaka University Japan
101-150 Politecnico di Torino Italy
101-150 Pontificia Universidad Cato'lica de Chile Chile
101-150 Rensselaer Polytechnic Institute United States
101-150 Rice University United States
101-150 Thammasat University Thailand
101-150 Trinity College Dublin Ireland
101-150 Universidad de Chile Chile
101-150 Universita` di Bologna (UNIBO) Italy
101-150 Universite' Catholique de Louvain (UCL) Belgium
101-150 University College Dublin Ireland
101-150 University of Aberdeen United Kingdom
101-150 University of Calgary Canada
101-150 University of Delaware United States
101-150 University of Florida United States
101-150 University of Glasgow United Kingdom
101-150 University of Iowa United States
101-150 University of Maryland, College Park United States
101-150 University of Minnesota United States
101-150 University of Newcastle Australia
101-150 The University of Nottingham United Kingdom
101-150 University of Ottawa Canada
101-150 University of Patras Greece
101-150 University of Reading United Kingdom
101-150 University of Surrey United Kingdom
101-150 University of Technology, Sydney Australia
101-150 University of Twente Netherlands
101-150 University of Washington United States
101-150 The University of Western Ontario Canada
101-150 University of Wollongong Australia
101-150 Uppsala University Sweden
101-150 Vienna University of Technology Austria
101-150 Xi'an Jiaotong University China
101-150 Yonsei University Korea, South
101-150 Zhejiang University China
151-200 American University of Beirut (AUB) Lebanon
151-200 Arizona State University United States
151-200 Brunel University United Kingdom
151-200 Cairo University Egypt
151-200 Chung-Ang University Korea, South
151-200 City University of New York United States
151-200 Concordia University Canada
151-200 Czech Technical University In Prague Czech Republic
151-200 Drexel University United States
151-200 George Washington University United States
151-200 Hanyang University Korea, South
151-200 Hokkaido University Japan
151-200 Illinois Institute of Technology United States
151-200 Indian Institute of Science India
151-200 Indian Institute of Technology Guwahati (IITG) India
151-200 Iowa State University United States
151-200 Kobe University Japan
151-200 Kyushu University Japan
151-200 Leibniz Universita"t Hannover Germany
151-200 Michigan State University United States
151-200 National Cheng Kung University Taiwan
151-200 National Chiao Tung University Taiwan
151-200 Northeastern University United States
151-200 Polite'cnica de Madrid Spain
151-200 Pontificia Universidade Cato'lica do Rio de Janeiro Brazil
151-200 Queen's University of Belfast United Kingdom
151-200 Sungkyunkwan University Korea, South
151-200 Technische Universita"t Braunschweig Germany
151-200 Technische Universita"t Dresden Germany
151-200 Tianjin University China
151-200 Universidad de los Andes Colombia
151-200 Universidade de Sa~o Paulo Brazil
151-200 Universita` degli Studi di Padova (UNIPD) Italy
151-200 Universita` degli Studi di Pavia Italy
151-200 Universitat Polite`cnica de Catalunya Spain
151-200 Universiti Kebangsaan Malaysia (UKM) Malaysia
151-200 Universiti Putra Malaysia -UPM Malaysia
151-200 Universiti Teknologi Malaysia (UTM) Malaysia
151-200 University of Alabama United States
151-200 University of Arizona United States
151-200 University of Coimbra Portugal
151-200 University of Ghent Belgium
151-200 University of Liege Belgium
151-200 University of Liverpool United Kingdom
151-200 University of Massachusetts, Amherst United States
151-200 University of Pittsburgh United States
151-200 University of Southern California United States
151-200 University of Strathclyde United Kingdom
151-200 University of Tehran Iran
151-200 Washington State University United States
© QS Quacquarelli Symonds 2004-2011 www.topuniversities.com - All rights reserved
2011 QS World University Rankings by Subject - Engineering & Technology Rankings
2011 QS World University Rankings by Subjects: Civil & Structural Engineering Rankings
MIT tops the first ever QS World University Ranking® for Civil and Structural Engineering, which also sees a top-five performance from Imperial College London and two Asian universities in the top ten. A diverse top 20 features nine universities from the US, three from the UK, two from Singapore, and one apiece from Japan, Switzerland, Australia, the Netherlands, China and Canada.
::Civil & Structural Engineering Rankings 2011
2012 Best Asian Universities - Ranking
2012 Best Asian Universities - Ranking
Rank Institute and Country
1 The Hong Kong University of Science and Technology Hong Kong
2 University of Hong Kong Hong Kong
3 The University of Tokyo Japan
4 The Chinese University of Hong Kong Hong Kong
5 Seoul National University Korea, South
6 Tokyo Institute of Technology Japan
7 National University of Singapore (NUS) Singapore
8 Kyoto University Japan
9 Osaka University Japan
10 Tohoku University Japan
11 KAIST - Korea Advanced Institute of Science & Technology Korea, South
12 Pohang University of Science And Technology (POSTECH) Korea, South
13 Peking University China
14 Nagoya University Japan
15 City University of Hong Kong Hong Kong
16 Tsinghua University China
17 Nanyang Technological University (NTU) Singapore
18 Kyushu University Japan
19 Yonsei University Korea, South
20 Hokkaido University Japan
21 National Taiwan University (NTU) Taiwan
22 Fudan University China
23 University of Tsukuba Japan
24 Keio University Japan
25 University of Science and Technology of China China
26 Korea University Korea, South
27 Sungkyunkwan University Korea, South
28 Zhejiang University China
29 Nanjing University China
30 The Hong Kong Polytechnic University Hong Kong
31 National Tsing Hua University Taiwan
32 National Cheng Kung University Taiwan
33 Shanghai Jiao Tong University China
34 Mahidol University Thailand
35 Kobe University Japan
36 Indian Institute of Technology Kanpur (IITK) India
37 Indian Institute of Technology Delhi (IITD) India
38 Indian Institute of Technology Bombay (IITB) India
39 Universiti Malaya (UM) Malaysia
40 National Yang Ming University Taiwan
41 Hiroshima University Japan
42 Kyung Hee University Korea, South
43 Indian Institute of Technology Madras (IITM) India
44 Hanyang University Korea, South
45 Ewha Womans University Korea, South
46 Waseda University Japan
47 Chulalongkorn University Thailand
48 Indian Institute of Technology Kharagpur (IITKGP) India
49 Hong Kong Baptist University Hong Kong
50 Chiba University Japan
51 University of Indonesia Indonesia
52 National Chiao Tung University Taiwan
53 Universiti Kebangsaan Malaysia (UKM) Malaysia
54 Universiti Sains Malaysia (USM) Malaysia
55 Sogang University Korea, South
56 Indian Institute of Technology Roorkee (IITR) India
57 Universiti Putra Malaysia -UPM Malaysia
58 Osaka City University Japan
59 Heriot-watt University United Kingdom
60 National Central University Taiwan
61 Kyungpook National University Korea, South
62 National Taiwan University of Science And Technology (formerly National Taiwan Institute of Technology) Taiwan
63 University of the Philippines Philippines
64 Beijing Normal University China
65 Ateneo de Manila University Philippines
66 Pusan National University Korea, South
67 Chiang Mai University Thailand
68 Tongji University China
69 Kumamoto University Japan
70 National Sun Yat-sen University Taiwan
71 Nagasaki University Japan
72 Xi'an Jiaotong University China
73 Nankai University China
74 Tokyo Metropolitan University Japan
75 Tianjin University China
76 Universiti Teknologi Malaysia (UTM) Malaysia
77 Kanazawa University Japan
78 University of Delhi India
79 Okayama University Japan
80 Universitas Gadjah Mada Indonesia
81 Yokohama National University Japan
82 Indian Institute of Technology Guwahati (IITG) India
83 Tokyo Medical and Dental University Japan
84 National University of Sciences And Technology (NUST) Islamabad Pakistan
85 Thammasat University Thailand
86 Sun Yat-sen University China
87 Airlangga University Indonesia
88 Inha University Korea, South
89 The Catholic University of Korea
90 Taipei Medical University Taiwan
91 Chang Gung University Taiwan
92 Yokohama City University Japan
93 Chung-Ang University Korea, South
94 Gifu University Japan
95 Prince of Songkla University Thailand
96 Shandong University China
97 Chonnam National University Korea, South
98 Bandung Institute of Technology (ITB) Indonesia
99 National Chung Hsing University Taiwan
100 Gunma University Japan
101 Southeast University China
102 Chonbuk National University Korea, South
103 Ajou University
104 University of Santo Tomas Philippines
105 National Taiwan Normal University Taiwan
106 University of Ulsan
107 De La Salle University Philippines
108 Tokyo University of Agriculture and Technology Japan
109 Niigata University Japan
110 Jilin University China
111 Hankuk (Korea) University of Foreign Studies
112 Wuhan University China
113 Chungnam National University Korea, South
114 Khon Kaen University Thailand
115 University of Calcutta India
116 Hallym University
117 Shinshu University Japan
118 Mie University Japan
119 Tokai University Japan
120 Kasetsart University Thailand
121 Ochanomizu University Japan
122 Osaka Prefecture University Japan
123 Harbin Institute of Technology China
124 University of Miyazaki Japan
125 Renmin (Peoples) University of China China
126 Yamaguchi University Japan
127 National Chengchi University Taiwan
128 Padjadjaran University Indonesia
129 Saitama University Japan
130 Dongguk University
131 Kagoshima University Japan
132 Beijing Institute of Technology China
133 University of Seoul Korea, South
134 Kitasato University Japan
135 Bogor Agricultural University Indonesia
136 Konkuk University
137 Ritsumeikan University Japan
138 University of Karachi Pakistan
139 Huazhong University of Science and Technology China
140 Toyota Technological Institute Japan
141 Nara Women's University Japan
142 University of Pune India
143 Sophia University Japan
144 Shanghai University China
145 University of Mumbai India
146 Fu Jen Catholic University Taiwan
147 China Agricultural University China
148 East China Normal University China
149 Sichuan University China
150 Inje University
151 Lingnan University (Hong Kong) Hong Kong
152 Kyoto Institute of Technology Japan
153 Gyeongsang National University
154 East China University of Science and Technology China
155 Beihang University (former BUAA) China
156 Donghua University China
157 Diponegoro University Indonesia
158 University of Dhaka Bangladesh
159 Doshisha University Japan
160 Hirosaki University Japan
161 Chungbuk National University
162 Shizuoka University Japan
163 Beijing Foreign Studies University China
164 Dalian University of Technology China
165 Gakushuin University Japan
166 Lanzhou University China
167 Kyushu Institute of Technology Japan
168 Kochi University Japan
169 International Islamic University Malaysia (IIUM) Malaysia
170 Xiamen University China
171 University of Science and Technology Beijing China
172 Yamagata University Japan
173 Sookmyung Women's University
174 University of Lahore Pakistan
175 Kinki University (Kindai University) Japan
176 Beijing Jiaotong University China
177 National Chung Cheng University Taiwan
178 Central South University China
179 Aoyama Gakuin University Japan
180 Saga University Japan
181 University of Engineering & Technology (UET) Lahore Pakistan
182 Cheju National University
183 International Christian University Japan
184 Burapha University Thailand
185 Akita Prefectural University Japan
186 Sepuluh Nopember Institute of Technology Indonesia
187 Soonchunhyang University
188 Rikkyo University Japan
189 King Mongkut's University of Technology Thonburi Thailand
190 Nanjing Agricultural University China
191 Northeast Normal University China
192 Iwate University Japan
193 Kangnung National University
194 Universiti Malaysia Sarawak (UNIMAS) Malaysia
195 National University of Defense Technology China
196 Northwestern Polytechnical University China
197 Yeungnam University Korea, South
198 Dankook University
199 Hongik University
200 Shanghai Normal University
201 Sejong University
202 Kangwon National University
203 Beijing University of Chemical Technology China
204 Srinakharinwirot University Thailand
205 Hunan University China
206 Huazhong Normal University China
207 Soochow University China
208 Kyoto Women's University Japan
209 University of Colombo Sri Lanka
210 Soochow University China
211 Japan Women's University Japan
212 China Pharmaceutical University China
213 Beijing University of Technology China
214 Hannam University
215 China University of Petroleum China
216 Yuan Ze University Taiwan
217 Suranaree University of Technology Thailand
218 National Taiwan Ocean University Taiwan
219 Yuan Ze University Taiwan
220 University of Electronic Science and Technology of China China
221 National Taipei University of Technology Taiwan
222 Yamaguchi Prefectural University Japan
223 Walailak University Thailand
224 Yamaguchi Prefectural University Japan
225 Walailak University Thailand
226 HanDong Global University Korea, South
227 Beijing University of Posts and Telecommunications China
228 Pelita Harapan University Indonesia
229 University of Brawijaya Indonesia
230 Nihon University Japan
231 Future University Hakodate Japan
232 Dong-A University
233 Northeastern University (China) China
234 National Chi Nan University Taiwan
235 Changwon National University
236 Northeastern University (China) China
237 Osaka Kyoiku University Japan
238 Limkokwing University of Creative Technology Malaysia
239 Nanjing Normal University China
240 South China University of Technology China
241 Chuo University Japan
242 Nanjing University of Science and Technology China
243 Harbin Engineering University China
244 China University of Mining and Technology China
245 Kagawa Education Institute of Nutrition (Kagawa Nutrition Univesity) Japan
246 Kumoh National Institute of Technology
247 Nanjing University of Aeronautics and Astronautics China
248 PaiChai University Korea, South
249 Huazhong Agricultural University China
250 Ocean University of China China
251 Andong National University
252 Pukyong National University
253 National Dong Hwa University Taiwan
254 Udayana University Indonesia
255 Mukogawa Women's University Japan
256 Akita International University Japan
257 National Changhua University of Education Taiwan
258 Kwansei Gakuin University Japan
259 Soongsil University Korea, South
260 Keimyung University
261 Yanbian University China
262 Universiti Teknologi Petronas (Petronas) Malaysia
263 Kookmin University
264 China University of Geosciences China
265 Xidian University China
266 Sojo University Japan
267 KonYang University Korea, South
268 TaTung University Taiwan
269 Myongji University
270 Sahmyook University
271 Kyungwon University
272 Universiti Tenaga Nasional (UNITEN) Malaysia
273 University of Incheon
274 University of 17 Agustus 1945 Indonesia
275 Hunan Normal University China
276 Universiti Tun Hussein Onn University of Malaysia (UTHM) Malaysia
277 University of Southeastern Philippines Philippines
278 Kwangwoon University
279 Kogakuin University Japan
280 Fuzhou University China
281 Fuzhou University China
282 Sebelas Maret University Indonesia
283 Soochow University (Taiwan) Taiwan
284 Hosei University Japan
285 Yunnan University China
286 Hanseo University
287 Sun Moon University
288 Chongqing University China
289 Universiti Malaysia Terengganu (UMT) Malaysia
290 King Mongkut's University of Technology North Bangkok Thailand
291 North China Electric Power University China
292 Universiti Teknologi MARA - UiTM Malaysia
293 Shaanxi Normal University China
294 Anyang University
295 South China Normal University China
296 South China Normal University China
297 Kyungsung University Korea, South
298 Gunma Prefectural Women's University Japan
299 Youngsan University Korea, South
300 Kyungsung University Korea, South
301 Gunma Prefectural Women's University Japan
302 Youngsan University Korea, South
303 Vietnam National University, Hanoi Vietnam
304 Kyoto Sangyo University Japan
305 Shanghai University of Finance and Economics China
306 Xavier University Philippines
307 Guizhou University China
308 Inner Mongolia University China
309 Zhengzhou University China
310 Xinjiang University China
311 Tunghai University Taiwan
312 Meiji University Japan
313 Meiji University Japan
314 Can Tho University Vietnam
315 Kansai University Japan
316 Kunsan National University
317 Hansung University Seoul Korea, South
318 Communication University of China China
319 Jinan University (China) China
320 Northwest University (China) China
321 Northwest University (China) China
322 Naresuan University Thailand
323 SeoKyeong University Korea, South
324 SeoKyeong University Korea, South
325 Southwest Jiaotong University China
326 Dongseo University Korea, South
327 Central University of Finance and Economics China
328 Daejin University
329 National Kaohsiung Normal University Taiwan
330 Mokpo National University
331 Hohai University China
332 HeFei University of Technology China
333 Mokpo National University
334 Anhui University China
335 Dalian Maritime University China
336 Sangmyung University
337 Iwate Prefectural University Japan
338 Taiyuan University of Technology China
339 The Central University of Nationalities China
340 Taiyuan University of Technology China
341 Universiti Utara Malaysia (UUM) Malaysia
342 University of International Business and Economics China
343 Wuhan University of Technology China
344 Fukushima University Japan
345 Universiti Pendidikan Sultan Idris (UPSI) Malaysia
346 Central Mindanao University Philippines
347 Universiti Pendidikan Sultan Idris (UPSI) Malaysia
348 Central Mindanao University Philippines
349 Parahyangan Catholic University Indonesia
350 KongJu National University Korea, South
351 KongJu National University Korea, South
352 Beijing Forestry University China
353 Senshu University Japan
354 Universiti Tunku Abdul Rahman (UTAR) Malaysia
355 Seikei University Japan
356 Kanazawa Institute of Technology Japan
357 University of Suwon Korea, South
358 Liaoning University China
359 Fujian Normal University China
360 Ming Chuan University Taiwan
361 Shanghai International Studies University China
362 Jember University Indonesia
363 Bina Nusantara University (BINUS) Indonesia
364 Zhongnan University of Economics and Law China
365 Mapua Institute of Technology Philippines
366 Changan University China
367 Sanata Dharma University Indonesia
368 Universiti Kuala Lumpur (UniKL) Malaysia
369 Sriwijaya University Indonesia
370 Hansei University Korea, South
371 Southwest University of Finance and Economics China
372 Northeast Agricultural University China
373 Yogyakarta State University Indonesia
374 Adamson University Philippines
375 Nanzan University Japan
376 Saint Louis University Philippines
377 Saint Louis University Philippines
378 Kanagawa Institute of Technology Japan
379 Kangnam University
380 Padang State University Indonesia
381 Korea Nazarene University Korea, South
382 Tsuda College Japan
383 Otaru University of Commerce Japan
384 Kansai Gaidai University Japan
385 Atma Jaya Catholic University Jakarta Indonesia
386 Tokyo Kasei University Japan
387 Sichuan Agricultural University China
388 Northeast Forestry University China
389 Nanchang University China
390 Kobe College Japan
391 Maejo University Thailand
392 Tokyo Woman's Christian University Japan
393 Nakamura Gakuen University Japan
394 Universiti Tun Abdul Razak (UNITAR) Malaysia
395 Aichi University Japan
396 Ahmad Dahlan University Indonesia
397 State University of Malang Indonesia
398 Father Saturnino Urios College Philippines
399 Polytechnic University of the Philippines Philippines
400 Far East University Korea, South
401 University of Muhammadiyah Malang Indonesia
402 University of Da Nang Vietnam
403 Musashi University Japan
404 Bunkyo University Japan
405 University of Surabaya
406 Vietnam National University - Ho Chi Minh City (VNU-HCM) Vietnam
407 Seinan Gakuin University Japan
408 Soegijapranata Catholic University Indonesia
409 Hong Kong Shue Yan University Hong Kong
410 Loei Rajabhat University Thailand
411 Nakhon Ratchasima Rajabhat University Thailand
::2012 Best Asian Universities - Ranking
::2012 Best Asian Universities - Ranking
Rank Institute and Country
1 The Hong Kong University of Science and Technology Hong Kong
2 University of Hong Kong Hong Kong
3 The University of Tokyo Japan
4 The Chinese University of Hong Kong Hong Kong
5 Seoul National University Korea, South
6 Tokyo Institute of Technology Japan
7 National University of Singapore (NUS) Singapore
8 Kyoto University Japan
9 Osaka University Japan
10 Tohoku University Japan
11 KAIST - Korea Advanced Institute of Science & Technology Korea, South
12 Pohang University of Science And Technology (POSTECH) Korea, South
13 Peking University China
14 Nagoya University Japan
15 City University of Hong Kong Hong Kong
16 Tsinghua University China
17 Nanyang Technological University (NTU) Singapore
18 Kyushu University Japan
19 Yonsei University Korea, South
20 Hokkaido University Japan
21 National Taiwan University (NTU) Taiwan
22 Fudan University China
23 University of Tsukuba Japan
24 Keio University Japan
25 University of Science and Technology of China China
26 Korea University Korea, South
27 Sungkyunkwan University Korea, South
28 Zhejiang University China
29 Nanjing University China
30 The Hong Kong Polytechnic University Hong Kong
31 National Tsing Hua University Taiwan
32 National Cheng Kung University Taiwan
33 Shanghai Jiao Tong University China
34 Mahidol University Thailand
35 Kobe University Japan
36 Indian Institute of Technology Kanpur (IITK) India
37 Indian Institute of Technology Delhi (IITD) India
38 Indian Institute of Technology Bombay (IITB) India
39 Universiti Malaya (UM) Malaysia
40 National Yang Ming University Taiwan
41 Hiroshima University Japan
42 Kyung Hee University Korea, South
43 Indian Institute of Technology Madras (IITM) India
44 Hanyang University Korea, South
45 Ewha Womans University Korea, South
46 Waseda University Japan
47 Chulalongkorn University Thailand
48 Indian Institute of Technology Kharagpur (IITKGP) India
49 Hong Kong Baptist University Hong Kong
50 Chiba University Japan
51 University of Indonesia Indonesia
52 National Chiao Tung University Taiwan
53 Universiti Kebangsaan Malaysia (UKM) Malaysia
54 Universiti Sains Malaysia (USM) Malaysia
55 Sogang University Korea, South
56 Indian Institute of Technology Roorkee (IITR) India
57 Universiti Putra Malaysia -UPM Malaysia
58 Osaka City University Japan
59 Heriot-watt University United Kingdom
60 National Central University Taiwan
61 Kyungpook National University Korea, South
62 National Taiwan University of Science And Technology (formerly National Taiwan Institute of Technology) Taiwan
63 University of the Philippines Philippines
64 Beijing Normal University China
65 Ateneo de Manila University Philippines
66 Pusan National University Korea, South
67 Chiang Mai University Thailand
68 Tongji University China
69 Kumamoto University Japan
70 National Sun Yat-sen University Taiwan
71 Nagasaki University Japan
72 Xi'an Jiaotong University China
73 Nankai University China
74 Tokyo Metropolitan University Japan
75 Tianjin University China
76 Universiti Teknologi Malaysia (UTM) Malaysia
77 Kanazawa University Japan
78 University of Delhi India
79 Okayama University Japan
80 Universitas Gadjah Mada Indonesia
81 Yokohama National University Japan
82 Indian Institute of Technology Guwahati (IITG) India
83 Tokyo Medical and Dental University Japan
84 National University of Sciences And Technology (NUST) Islamabad Pakistan
85 Thammasat University Thailand
86 Sun Yat-sen University China
87 Airlangga University Indonesia
88 Inha University Korea, South
89 The Catholic University of Korea
90 Taipei Medical University Taiwan
91 Chang Gung University Taiwan
92 Yokohama City University Japan
93 Chung-Ang University Korea, South
94 Gifu University Japan
95 Prince of Songkla University Thailand
96 Shandong University China
97 Chonnam National University Korea, South
98 Bandung Institute of Technology (ITB) Indonesia
99 National Chung Hsing University Taiwan
100 Gunma University Japan
101 Southeast University China
102 Chonbuk National University Korea, South
103 Ajou University
104 University of Santo Tomas Philippines
105 National Taiwan Normal University Taiwan
106 University of Ulsan
107 De La Salle University Philippines
108 Tokyo University of Agriculture and Technology Japan
109 Niigata University Japan
110 Jilin University China
111 Hankuk (Korea) University of Foreign Studies
112 Wuhan University China
113 Chungnam National University Korea, South
114 Khon Kaen University Thailand
115 University of Calcutta India
116 Hallym University
117 Shinshu University Japan
118 Mie University Japan
119 Tokai University Japan
120 Kasetsart University Thailand
121 Ochanomizu University Japan
122 Osaka Prefecture University Japan
123 Harbin Institute of Technology China
124 University of Miyazaki Japan
125 Renmin (Peoples) University of China China
126 Yamaguchi University Japan
127 National Chengchi University Taiwan
128 Padjadjaran University Indonesia
129 Saitama University Japan
130 Dongguk University
131 Kagoshima University Japan
132 Beijing Institute of Technology China
133 University of Seoul Korea, South
134 Kitasato University Japan
135 Bogor Agricultural University Indonesia
136 Konkuk University
137 Ritsumeikan University Japan
138 University of Karachi Pakistan
139 Huazhong University of Science and Technology China
140 Toyota Technological Institute Japan
141 Nara Women's University Japan
142 University of Pune India
143 Sophia University Japan
144 Shanghai University China
145 University of Mumbai India
146 Fu Jen Catholic University Taiwan
147 China Agricultural University China
148 East China Normal University China
149 Sichuan University China
150 Inje University
151 Lingnan University (Hong Kong) Hong Kong
152 Kyoto Institute of Technology Japan
153 Gyeongsang National University
154 East China University of Science and Technology China
155 Beihang University (former BUAA) China
156 Donghua University China
157 Diponegoro University Indonesia
158 University of Dhaka Bangladesh
159 Doshisha University Japan
160 Hirosaki University Japan
161 Chungbuk National University
162 Shizuoka University Japan
163 Beijing Foreign Studies University China
164 Dalian University of Technology China
165 Gakushuin University Japan
166 Lanzhou University China
167 Kyushu Institute of Technology Japan
168 Kochi University Japan
169 International Islamic University Malaysia (IIUM) Malaysia
170 Xiamen University China
171 University of Science and Technology Beijing China
172 Yamagata University Japan
173 Sookmyung Women's University
174 University of Lahore Pakistan
175 Kinki University (Kindai University) Japan
176 Beijing Jiaotong University China
177 National Chung Cheng University Taiwan
178 Central South University China
179 Aoyama Gakuin University Japan
180 Saga University Japan
181 University of Engineering & Technology (UET) Lahore Pakistan
182 Cheju National University
183 International Christian University Japan
184 Burapha University Thailand
185 Akita Prefectural University Japan
186 Sepuluh Nopember Institute of Technology Indonesia
187 Soonchunhyang University
188 Rikkyo University Japan
189 King Mongkut's University of Technology Thonburi Thailand
190 Nanjing Agricultural University China
191 Northeast Normal University China
192 Iwate University Japan
193 Kangnung National University
194 Universiti Malaysia Sarawak (UNIMAS) Malaysia
195 National University of Defense Technology China
196 Northwestern Polytechnical University China
197 Yeungnam University Korea, South
198 Dankook University
199 Hongik University
200 Shanghai Normal University
201 Sejong University
202 Kangwon National University
203 Beijing University of Chemical Technology China
204 Srinakharinwirot University Thailand
205 Hunan University China
206 Huazhong Normal University China
207 Soochow University China
208 Kyoto Women's University Japan
209 University of Colombo Sri Lanka
210 Soochow University China
211 Japan Women's University Japan
212 China Pharmaceutical University China
213 Beijing University of Technology China
214 Hannam University
215 China University of Petroleum China
216 Yuan Ze University Taiwan
217 Suranaree University of Technology Thailand
218 National Taiwan Ocean University Taiwan
219 Yuan Ze University Taiwan
220 University of Electronic Science and Technology of China China
221 National Taipei University of Technology Taiwan
222 Yamaguchi Prefectural University Japan
223 Walailak University Thailand
224 Yamaguchi Prefectural University Japan
225 Walailak University Thailand
226 HanDong Global University Korea, South
227 Beijing University of Posts and Telecommunications China
228 Pelita Harapan University Indonesia
229 University of Brawijaya Indonesia
230 Nihon University Japan
231 Future University Hakodate Japan
232 Dong-A University
233 Northeastern University (China) China
234 National Chi Nan University Taiwan
235 Changwon National University
236 Northeastern University (China) China
237 Osaka Kyoiku University Japan
238 Limkokwing University of Creative Technology Malaysia
239 Nanjing Normal University China
240 South China University of Technology China
241 Chuo University Japan
242 Nanjing University of Science and Technology China
243 Harbin Engineering University China
244 China University of Mining and Technology China
245 Kagawa Education Institute of Nutrition (Kagawa Nutrition Univesity) Japan
246 Kumoh National Institute of Technology
247 Nanjing University of Aeronautics and Astronautics China
248 PaiChai University Korea, South
249 Huazhong Agricultural University China
250 Ocean University of China China
251 Andong National University
252 Pukyong National University
253 National Dong Hwa University Taiwan
254 Udayana University Indonesia
255 Mukogawa Women's University Japan
256 Akita International University Japan
257 National Changhua University of Education Taiwan
258 Kwansei Gakuin University Japan
259 Soongsil University Korea, South
260 Keimyung University
261 Yanbian University China
262 Universiti Teknologi Petronas (Petronas) Malaysia
263 Kookmin University
264 China University of Geosciences China
265 Xidian University China
266 Sojo University Japan
267 KonYang University Korea, South
268 TaTung University Taiwan
269 Myongji University
270 Sahmyook University
271 Kyungwon University
272 Universiti Tenaga Nasional (UNITEN) Malaysia
273 University of Incheon
274 University of 17 Agustus 1945 Indonesia
275 Hunan Normal University China
276 Universiti Tun Hussein Onn University of Malaysia (UTHM) Malaysia
277 University of Southeastern Philippines Philippines
278 Kwangwoon University
279 Kogakuin University Japan
280 Fuzhou University China
281 Fuzhou University China
282 Sebelas Maret University Indonesia
283 Soochow University (Taiwan) Taiwan
284 Hosei University Japan
285 Yunnan University China
286 Hanseo University
287 Sun Moon University
288 Chongqing University China
289 Universiti Malaysia Terengganu (UMT) Malaysia
290 King Mongkut's University of Technology North Bangkok Thailand
291 North China Electric Power University China
292 Universiti Teknologi MARA - UiTM Malaysia
293 Shaanxi Normal University China
294 Anyang University
295 South China Normal University China
296 South China Normal University China
297 Kyungsung University Korea, South
298 Gunma Prefectural Women's University Japan
299 Youngsan University Korea, South
300 Kyungsung University Korea, South
301 Gunma Prefectural Women's University Japan
302 Youngsan University Korea, South
303 Vietnam National University, Hanoi Vietnam
304 Kyoto Sangyo University Japan
305 Shanghai University of Finance and Economics China
306 Xavier University Philippines
307 Guizhou University China
308 Inner Mongolia University China
309 Zhengzhou University China
310 Xinjiang University China
311 Tunghai University Taiwan
312 Meiji University Japan
313 Meiji University Japan
314 Can Tho University Vietnam
315 Kansai University Japan
316 Kunsan National University
317 Hansung University Seoul Korea, South
318 Communication University of China China
319 Jinan University (China) China
320 Northwest University (China) China
321 Northwest University (China) China
322 Naresuan University Thailand
323 SeoKyeong University Korea, South
324 SeoKyeong University Korea, South
325 Southwest Jiaotong University China
326 Dongseo University Korea, South
327 Central University of Finance and Economics China
328 Daejin University
329 National Kaohsiung Normal University Taiwan
330 Mokpo National University
331 Hohai University China
332 HeFei University of Technology China
333 Mokpo National University
334 Anhui University China
335 Dalian Maritime University China
336 Sangmyung University
337 Iwate Prefectural University Japan
338 Taiyuan University of Technology China
339 The Central University of Nationalities China
340 Taiyuan University of Technology China
341 Universiti Utara Malaysia (UUM) Malaysia
342 University of International Business and Economics China
343 Wuhan University of Technology China
344 Fukushima University Japan
345 Universiti Pendidikan Sultan Idris (UPSI) Malaysia
346 Central Mindanao University Philippines
347 Universiti Pendidikan Sultan Idris (UPSI) Malaysia
348 Central Mindanao University Philippines
349 Parahyangan Catholic University Indonesia
350 KongJu National University Korea, South
351 KongJu National University Korea, South
352 Beijing Forestry University China
353 Senshu University Japan
354 Universiti Tunku Abdul Rahman (UTAR) Malaysia
355 Seikei University Japan
356 Kanazawa Institute of Technology Japan
357 University of Suwon Korea, South
358 Liaoning University China
359 Fujian Normal University China
360 Ming Chuan University Taiwan
361 Shanghai International Studies University China
362 Jember University Indonesia
363 Bina Nusantara University (BINUS) Indonesia
364 Zhongnan University of Economics and Law China
365 Mapua Institute of Technology Philippines
366 Changan University China
367 Sanata Dharma University Indonesia
368 Universiti Kuala Lumpur (UniKL) Malaysia
369 Sriwijaya University Indonesia
370 Hansei University Korea, South
371 Southwest University of Finance and Economics China
372 Northeast Agricultural University China
373 Yogyakarta State University Indonesia
374 Adamson University Philippines
375 Nanzan University Japan
376 Saint Louis University Philippines
377 Saint Louis University Philippines
378 Kanagawa Institute of Technology Japan
379 Kangnam University
380 Padang State University Indonesia
381 Korea Nazarene University Korea, South
382 Tsuda College Japan
383 Otaru University of Commerce Japan
384 Kansai Gaidai University Japan
385 Atma Jaya Catholic University Jakarta Indonesia
386 Tokyo Kasei University Japan
387 Sichuan Agricultural University China
388 Northeast Forestry University China
389 Nanchang University China
390 Kobe College Japan
391 Maejo University Thailand
392 Tokyo Woman's Christian University Japan
393 Nakamura Gakuen University Japan
394 Universiti Tun Abdul Razak (UNITAR) Malaysia
395 Aichi University Japan
396 Ahmad Dahlan University Indonesia
397 State University of Malang Indonesia
398 Father Saturnino Urios College Philippines
399 Polytechnic University of the Philippines Philippines
400 Far East University Korea, South
401 University of Muhammadiyah Malang Indonesia
402 University of Da Nang Vietnam
403 Musashi University Japan
404 Bunkyo University Japan
405 University of Surabaya
406 Vietnam National University - Ho Chi Minh City (VNU-HCM) Vietnam
407 Seinan Gakuin University Japan
408 Soegijapranata Catholic University Indonesia
409 Hong Kong Shue Yan University Hong Kong
410 Loei Rajabhat University Thailand
411 Nakhon Ratchasima Rajabhat University Thailand
::2012 Best Asian Universities - Ranking
::2012 Best Asian Universities - Ranking
Subscribe to:
Posts (Atom)




