จิ้งหรีด เป็นแมลงที่มีลักษณะปากเป็นแบบปากกัด มีตารวมหนวดยาวขาคู่หลังมีขนาดใหญ่และแข็งแรง เพศเมียปีกเรียวและมีอวัยวะวางไข่ยาวแหลมคล้ายเข็มยื่นออกมาจากส่วนท้อง เพศผู้มีปีกคู่หน้าย่นสามารถทำเสียงได้ จิ้งหรีดจัดเป็นแมลงชนิดหนึ่งที่พบได้ในทุกภูมิภาคของโลก โดยเฉพาะเขตร้อนอย่างประเทศไทย จิ้งหรีดมักกัดกินต้นกล้าของพืช ใบพืช ส่วนที่อ่อน ๆ เป็นอาหาร จิ้งหรีดมีหลายชนิด หลายขนาดแตกต่างกันไปตามพฤติกรรม
สำหรับจิ้งหรีดที่พบในประเทศไทย ซึ่งเป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลาย มี 5 ชนิด 1. จิ้งหรีดดำ ลำตัวกว้างประมาณ 0.70 ซม. ยาวประมาณ 3 ซม. ตามธรรมชาติมี 3 สี คือ สีดำ สีทอง สีอำพัน 2. จิ้งหรีดทองแดง ลำตัวกว้างประมาณ 0.60 ซม. ยาวประมาณ 3 ซม. มีลำตัวสีน้ำตาล 3. จิ้งหรีดเล็ก มีขนาดเล็กที่สุด สีน้ำตาล 4. จิ้งโกร่ง เป็นจิ้งหรีดขนาดใหญ่ สีน้ำตาล โดยจะขุดดินสร้างรังอาศัยได้เอง และ 5. จิ้งหรีดทองแดงลาย มี 2 ชนิด คือ ชนิดที่มีปีกครึ่งตัว และชนิดที่มีปีกยาวเหมือนจิ้งหรีดทั่วไป
โดยปัจจุบัน จิ้งหรีด เป็นแมลงเศรษฐกิจที่นิยมบริโภคกันอย่างแพร่หลาย รสชาติอร่อย มีโปรตีนสูง อีกทั้งยังมีความต้องการทางตลาดสูง โดยจะนำจิ้งหรีดมาเป็นอาหารโดยการแปรรูปคั่วหรือทอดขายตามตลาดทั่วไป หรือทำเป็นจิ้งหรีดอัดกระป๋องเพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับจิ้งหรีดและเพิ่มช่อง ทางการขายด้วย
ในพื้นที่บ้านใหม่ป่าแขม อำเภอแม่เมาะ จังหวัดลำปาง เป็นจุดหนึ่งที่มีการส่งเสริมเกษตรกรเลี้ยงจิ้งหรีด เพื่อเสริมรายได้ให้กับครอบครัว โดยเกษตรกรที่เข้าร่วมในโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ อำเภอแม่เมาะ จังหวัดลำปาง ที่ส่งเสริมให้ชาวบ้านปลูกพืชผักปลอดสารพิษ และส่งเสริมอาชีพอิสระ โดยใช้เวลาว่างมาเลี้ยงจิ้งหรีดเสริมรายได้ด้วย
นางเล็ก พวงรังกา อายุ 55 ปี เกษตรกรบ้านใหม่ป่าแขม เป็นหนึ่งที่เข้าร่วมโครงการส่งเสริมอาชีพ กล่าวว่า จะใช้เวลาหลังจากที่เสร็จสิ้นจากการปลูกพืชผักปลอดสารพิษมาเพาะเลี้ยง จิ้งหรีดส่งไปขายตามตลาด ทั้งนี้ขั้นตอนการเลี้ยงจิ้งหรีดก็ไม่ยุ่งยากอะไร มีเพียงบ่อจิ้งหรีด ที่จะนำมาเป็นสถานที่เพาะเลี้ยง หรือจะใช้วงปูน ก่อนจะปล่อยแม่พันธุ์ 3 ตัว ต่อพ่อพันธุ์ 1 ตัวลงในบ่อ โดยนำรังไข่เปล่า หรือ กาบมะพร้าว วางในวงท่อปูนสำหรับเป็นที่หลบซ่อนของจิ้งหรีด ทั้งนี้ควรป้องกันแสงสว่างและให้ความอบอุ่นแก่จิ้งหรีด เนื่องจากจิ้งหรีดเป็นสัตว์ที่หากินในเวลากลางคืน
สำหรับไข่จิ้งหรีดที่ฟักจะอยู่ในขันที่มีการเตรียมดิน สำหรับให้จิ้งหรีดฟักไข่ ออกมาเป็นตัว นอกจากนั้นมีเพียงถาดที่ไม่ลึกมาก เพื่อให้จิ้งหรีดได้ขึ้นกินอาหารและน้ำได้สะดวก 1 วง จะมีถาดอาหารและน้ำอย่างละ 2 ที่ ขั้นตอนของการเลี้ยงจิ้งหรีด เพียง 45 วัน เกษตรกรก็สามารถจับจิ้งหรีดขายได้แล้ว การเลี้ยงจิ้งหรีดจึงเป็นอาชีพเสริมให้กับเกษตรกรที่เลี้ยงง่าย โตเร็ว ต้นทุนต่ำ จึงเป็นอีกหนึ่งอาชีพที่น่าสนใจ.
www.kasettuathai@dailynews.co.th
ที่มา: ชาวแม่เมาะสนุกรับทรัพย์ เลี้ยงจิ้งหรีดเสริมรายได้ เดลินิวส์ออนไลน์ วันศุกร์ ที่ 29 เมษายน 2554
Friday, April 29, 2011
กู้ซื้อบ้านหลังแรกดอก 0%
กู้ซื้อบ้านหลังแรกดอก 0%
นายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังมีนโยบายที่จะช่วยเหลือประชาชนให้มีที่อยู่อาศัยเป็นของตัว เอง โดยได้ดำเนินโครงการบ้านหลังแรก และโครงการแปลงเช่าเป็นค่าผ่อน ผ่านธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) โดยโครงการบ้านหลังแรกนั้น มีเงื่อนไขว่าต้องเป็นบ้านราคาไม่เกิน 3 ล้านบาท ซึ่งจะได้ดอกเบี้ย 0% เป็นเวลา 2 ปี พร้อมทั้งยกเว้นค่าธรรมเนียมจดจำนองและการโอน 3% ให้กู้นาน 30 ปี ทั้งนี้มีวงเงินให้กู้ภายใต้โครงการทั้งสิ้น 50,000 ล้านบาท
“สิทธิที่ประชาชนจะได้รับภายในรัฐบาลนี้คือ สิทธิค่าโอนและค่าจดจำนอง ในโครงการบ้านหลังแรก เพราะกำหนดเวลาให้ผู้สนใจยื่นคำขอกู้กับ ธอส. ระหว่าง 1 พ.ค.-30 ธ.ค.นี้ และทำนิติกรรมภายใน 1 พ.ค. 55 ซึ่งโครงการบ้านหลังแรกเริ่มทำได้เลย แต่โครงการที่ 2 นั้น กำลังตัดสินใจว่าจะทำก่อนหรือหลังการเลือกตั้ง เนื่องจากอาจต้องใช้เวลาในการดำเนินการอีกนิดหน่อย”
สำหรับโครงการแปลงเช่าเป็นค่าผ่อนนั้น เป็นการนำแนวคิดของขบวนการประชาวิวัฒน์ ที่ใช้กับผู้ขับรถแท็กซี่มาแล้ว โดยเป้าหมายหลัก เพื่อให้ประชาชนผู้มีรายได้น้อยมีโอกาสมีบ้านของตัวเอง ทั้งนี้ กระทรวงการคลังกำลังหารือกับธอส. เพื่อปล่อยสินเชื่อให้ผู้ที่ต้องการซื้อบ้านเป็นของตัวเองราคาไม่เกิน 1.5 ล้านบาท และจ่ายค่าเช่าไม่เกิน 5,000-10,000 บาทต่อเดือน ซึ่งที่ผ่านมาคนกลุ่มนี้มีปัญหาคือไม่มีเงินดาวน์ แต่หากมีแหล่งเงินกู้ให้เขา และนำเงินที่เคยเป็นค่าเช่ามาผ่อนชำระเงินกู้กับธนาคารแทน เชื่อว่าจะทำให้ผู้มีรายได้น้อยมีโอกาสมีบ้านเป็นของตัวเองได้ โดยที่ธอส.ต้องแยกบัญชีดำเนินตามนโยบายรัฐ (พีเอสโอ) เพื่อขอเงินชดเชยจากรัฐบาล
นอกจากนั้นยังมีแนวคิดที่จะจัดตั้งเป็นออกกองทุน เพื่อทำหน้าที่ในการปล่อยกู้เงินให้ผู้มีรายได้น้อยไปซื้อบ้านเป็นของตัวเอง แล้วผ่อนชำระกับกองทุนแทน ซึ่งกำลังหารือกับบรรษัทตลาดรองสินเชื่อเพื่อที่อยู่ (บตท.) และบรรษัทประกันสินเชื่อขนาดย่อม (บสย.) เพื่อให้เข้ามาค้ำประกันสินเชื่อ โดยแนวทางดังกล่าว ต้องออกเป็นพ.ร.บ.จัดตั้งกองทุน แต่ทั้งนี้ จะมีข้อดีคือกองทุนฯ สามารถนำสินเชื่อไปแปลงเป็นหลักทรัพย์ได้ เพื่อจะได้ระดมทุนมาปล่อยกู้ให้ผู้มีรายได้น้อยอีกทางหนึ่งด้วย
“แนวโน้มราคาบ้านจะปรับเพิ่มสูงขึ้นดังนั้นจึงเป็นวิธีการออมที่ดีที่สุดและ สร้างความมั่นคงแก่ประชาชนด้วย ซึ่งปัญหาที่พบคือ ไม่มีแหล่งเงินให้คนกลุ่มนี้ และเขาจะผ่อนบ้านไม่ได้ ถ้ารัฐบาลไม่มีโครงสร้างทางการเงินให้”
ที่มา: เดลินิวส์ออนไลน์ วันเสาร์ ที่ 23 เมษายน 2554
นายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังมีนโยบายที่จะช่วยเหลือประชาชนให้มีที่อยู่อาศัยเป็นของตัว เอง โดยได้ดำเนินโครงการบ้านหลังแรก และโครงการแปลงเช่าเป็นค่าผ่อน ผ่านธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) โดยโครงการบ้านหลังแรกนั้น มีเงื่อนไขว่าต้องเป็นบ้านราคาไม่เกิน 3 ล้านบาท ซึ่งจะได้ดอกเบี้ย 0% เป็นเวลา 2 ปี พร้อมทั้งยกเว้นค่าธรรมเนียมจดจำนองและการโอน 3% ให้กู้นาน 30 ปี ทั้งนี้มีวงเงินให้กู้ภายใต้โครงการทั้งสิ้น 50,000 ล้านบาท
“สิทธิที่ประชาชนจะได้รับภายในรัฐบาลนี้คือ สิทธิค่าโอนและค่าจดจำนอง ในโครงการบ้านหลังแรก เพราะกำหนดเวลาให้ผู้สนใจยื่นคำขอกู้กับ ธอส. ระหว่าง 1 พ.ค.-30 ธ.ค.นี้ และทำนิติกรรมภายใน 1 พ.ค. 55 ซึ่งโครงการบ้านหลังแรกเริ่มทำได้เลย แต่โครงการที่ 2 นั้น กำลังตัดสินใจว่าจะทำก่อนหรือหลังการเลือกตั้ง เนื่องจากอาจต้องใช้เวลาในการดำเนินการอีกนิดหน่อย”
สำหรับโครงการแปลงเช่าเป็นค่าผ่อนนั้น เป็นการนำแนวคิดของขบวนการประชาวิวัฒน์ ที่ใช้กับผู้ขับรถแท็กซี่มาแล้ว โดยเป้าหมายหลัก เพื่อให้ประชาชนผู้มีรายได้น้อยมีโอกาสมีบ้านของตัวเอง ทั้งนี้ กระทรวงการคลังกำลังหารือกับธอส. เพื่อปล่อยสินเชื่อให้ผู้ที่ต้องการซื้อบ้านเป็นของตัวเองราคาไม่เกิน 1.5 ล้านบาท และจ่ายค่าเช่าไม่เกิน 5,000-10,000 บาทต่อเดือน ซึ่งที่ผ่านมาคนกลุ่มนี้มีปัญหาคือไม่มีเงินดาวน์ แต่หากมีแหล่งเงินกู้ให้เขา และนำเงินที่เคยเป็นค่าเช่ามาผ่อนชำระเงินกู้กับธนาคารแทน เชื่อว่าจะทำให้ผู้มีรายได้น้อยมีโอกาสมีบ้านเป็นของตัวเองได้ โดยที่ธอส.ต้องแยกบัญชีดำเนินตามนโยบายรัฐ (พีเอสโอ) เพื่อขอเงินชดเชยจากรัฐบาล
นอกจากนั้นยังมีแนวคิดที่จะจัดตั้งเป็นออกกองทุน เพื่อทำหน้าที่ในการปล่อยกู้เงินให้ผู้มีรายได้น้อยไปซื้อบ้านเป็นของตัวเอง แล้วผ่อนชำระกับกองทุนแทน ซึ่งกำลังหารือกับบรรษัทตลาดรองสินเชื่อเพื่อที่อยู่ (บตท.) และบรรษัทประกันสินเชื่อขนาดย่อม (บสย.) เพื่อให้เข้ามาค้ำประกันสินเชื่อ โดยแนวทางดังกล่าว ต้องออกเป็นพ.ร.บ.จัดตั้งกองทุน แต่ทั้งนี้ จะมีข้อดีคือกองทุนฯ สามารถนำสินเชื่อไปแปลงเป็นหลักทรัพย์ได้ เพื่อจะได้ระดมทุนมาปล่อยกู้ให้ผู้มีรายได้น้อยอีกทางหนึ่งด้วย
“แนวโน้มราคาบ้านจะปรับเพิ่มสูงขึ้นดังนั้นจึงเป็นวิธีการออมที่ดีที่สุดและ สร้างความมั่นคงแก่ประชาชนด้วย ซึ่งปัญหาที่พบคือ ไม่มีแหล่งเงินให้คนกลุ่มนี้ และเขาจะผ่อนบ้านไม่ได้ ถ้ารัฐบาลไม่มีโครงสร้างทางการเงินให้”
ที่มา: เดลินิวส์ออนไลน์ วันเสาร์ ที่ 23 เมษายน 2554
จวกทีวีพยากรณ์อากาศไม่มีความรู้ มั่วทำแผนที่ลมดินฟ้าเก๊ตบตาคน
สุดทน อธิบดีกรมอุตุฯจวกพิธีกรพยากรณ์อากาศสุดมั่วดีแต่แต่งตัวโชว์ไม่มีความรู้มิ หนำซ้ำยังทำแผนที่พยากรณ์อากาศเก๊ขึ้นมาหลอกประชาชน แฉเชิญไปอบรบก็ไม่ไป ยกวิทวัส สุนทรวิเนตรต้นแบบพิธีกรพยากรณ์อากาศ...
กลายเป็นเรื่องที่ หลายคนมองข้าม แต่กลับสร้างความเสียหายมานานปีดีดักโดยที่ไม่รู้ตัวกับ กรณีการออกมาเปิดประเด็นนี้ผ่านไทยรัฐออนไลน์ว่า พิธีกรพยากรณ์อากาศทำแผนที่พยากรณ์อากาศผิดอากาศทุกวัน มิหนำซ้ำพิธีกรมากมายยังไม่มีองค์ความรู้เรื่องอากาศเลย สร้างความเสียหายให้กับชาวบ้านที่ทำการเกษตรต้องพึ่งพาการอ่านแผนที่ในการ พยากรณ์ตามช่องฟรีทีวีมานานหลายปี
นายต่อศักดิ์ วานิชขจร อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยาผู้เปิดประเด็นผ่านไทยรัฐออนไลน์กล่าวตำหนิด้วยความ อัดอั้นว่า หลายปีที่ผ่านมามีคนร้องเรียนมากมาย โดยเฉพาะประชาชนกลุ่มที่ทำการเกษตรแจ้งมายังกรมอุตุฯ ว่าหลายปีที่ผ่านมาตนได้รับผลกระทบอันสืบเนื่องมาจากการติดตามรายการพยากรณ์ อากาศตามฟรีทีวีต่างๆ ที่มักจะทำแผนที่พยากรณ์อากาศขึ้นมาเผยแพร่แบบไม่ได้ถูกต้องตามหลักการทำ แผนที่ของกรมอุตุนิยมวิทยา ทั้งที่ความจริงแล้วอุตุฯ ได้อัพเดทแผนที่อากาศทุกชั่วโมง (หากมีเหตุการณ์ด่วนจะอัพเดตแบบเรียลไทม์) แต่กลับละเลยเอาสวยงาม และผิดหลักวิชาการ ที่สำคัญพิธีกรตามช่องต่างๆ ไม่มีความรู้เรื่อง ดิน ฟ้า อากาศและแผนที่เพียงพอ
“ถ้าสังเกตดู รายการพยากรณ์อากาศที่โชว์แผนที่ทันสมัยไฮเทคแทบทุกช่องนั้นผิดหลักวิชาการ ทุกวัน ไม่ว่าจะรูปกระแสลม ทิศทางการเคลื่อนของฝน-ลม การเคลื่อนตัวของพายุ กระทั่งการอ่านค่าดิน ฟ้า อากาศแบบผิดๆ เนื่องจากไปทำกันเอง พิธีกรก็ไม่รู้อะไรท่องแต่สคริปต์คนเขียนก็มีความรู้บ้างไม่มีบ้าง คนทั่วไปๆ อาจจะไม่ได้รับผลกระทบ แต่กับคนที่ต้องอ่านแผนที่เป็น หรือชาวบ้านที่ต้องการอ่านแผนที่แล้วนำไปประยุกต์ใช้กับการเกษตรเขาเดือน ร้อน”
ทั้งนี้ ผลกระทบจากการนำเสนอชนิดไม่มีองค์ความรู้ เช่นนี้ นอกจากสร้างความเสียหายให้กับผู้ที่ดูแผนที่เป็นและนำไปใช้กับงานแล้ว ความหวือหวาโดยไม่มีข้อเท็จจริงดังกล่าวยังส่งผลต่อภาพลักษณ์ความน่าเชื่อ ถือของกรมอุตุฯ โดยตรง
“ปรากฏการณ์มั่วของรายการพยากรณ์อากาศทั้งหมด นี้มันสะท้อนว่าพิธีกรรุ่นใหม่-เก่าฉาบฉวยมากขึ้นเน้นเทคโนโลยีแต่ไม่ได้ เน้นองค์ความรู้อย่างถ่องแท้ ผมเชื่อว่าหลายคนยังไม่รู้จักสิ่งที่ตนพูดเลย เช่นกระแสลมพัดสอบ มวลอากาศ ฟ้าหลัว เป็นต้น เรื่องเหล่านี้ต้องรู้พื้นฐานบ้างไม่ใช่แค่ทำฉาบฉวย เพียงแค่ใส่สูทแต่งตัวสวยงามออกทีวีเป็นหลัก ผิดกับสมัยคุณ “วิทวัส สุนทรวิเนตร” กว่าจะรายงานข่าวพยากรณ์อากาศที่เราเห็นในทีวีได้ต้องเข้ามาาอบรมการอ่านค่า ต่างๆ ที่กรมอุตุฯ เป็นเดือนๆ และพอออกอากาศมันก็ได้รับความชื่นชมว่ามีความรู้จริงๆ”
นายต่อศักดิ์ย้ำว่า ศาสตร์พยากรณ์ ดิน ฟ้า อากาศไม่ใช่ว่าใครจะอุปโลกน์ชี้อะไรตรงไหนก็ได้ การรายงานพยากรณ์อากาศมันเป็นศาสตร์ที่ต้อการรู้จริงและมากกว่าประชาชนทั่ว ไป
“ทุกๆ ปีทางกรมอุตุนิยมวิทยาได้มีการเชิญผู้ประกาศข่าวและพิธีกรรายการพยากรณ์ อากาศมาอบรมเกี่ยวกับการดูแผนที่เพื่อที่จะได้สร้างความแม่นยำในการรายงาน ต่อสาธารณชนเสมอๆ แต่สิ่งที่เราได้เมื่อส่งเรื่องไปก็คือคำปฏิเสธและไม่ให้ความร่วมมือเท่าที่ ควร หลายแห่งก็ส่งแค่ตัวแทนมาโดยอ้างว่าพิธีกรหลักไม่มีเวลา ที่สำคัญวันนี้ยังไม่มีการสอบใบประกาศเพื่อรายงานข่าวพยากรณ์อากาศอย่างจริง จังเพื่อสร้างองค์ความรู้ที่ถูกต้องให้กับประชาชนทั้งชาติเลย เป็นเรื่องที่น่าเศร้ามาก”
อธิบดีทิ้งท้ายด้วยว่า เพื่อกันความสับสนทางการอ่านแผนที่ไม่ถูกต้องตามหลักวิชาการ ทางกรมอุตุฯ จึงอยากให้ประชาชนทั่วไปที่ต้องพึ่งพาการพยากรณ์ดินฟ้าอากาศให้ยึดแผนทีและ การพยากรณ์อากาศทางเว็บไซต์ของกรมอุตุที่ (http://www.tmd.go.th/index.php) เป็นหลัก เพราะมีการอัพเดทตลอดและขณะนี้ได้มีการพยากรณ์อากาศล่วงหน้าถึง 7 วันแล้ว ป้องกันความสับสน
ที่มา: ทีมข่าวไลฟ์สไตล์ออนไลน์ ไทยรัฐออนไลน์ 21 เมษายน 2554
กลายเป็นเรื่องที่ หลายคนมองข้าม แต่กลับสร้างความเสียหายมานานปีดีดักโดยที่ไม่รู้ตัวกับ กรณีการออกมาเปิดประเด็นนี้ผ่านไทยรัฐออนไลน์ว่า พิธีกรพยากรณ์อากาศทำแผนที่พยากรณ์อากาศผิดอากาศทุกวัน มิหนำซ้ำพิธีกรมากมายยังไม่มีองค์ความรู้เรื่องอากาศเลย สร้างความเสียหายให้กับชาวบ้านที่ทำการเกษตรต้องพึ่งพาการอ่านแผนที่ในการ พยากรณ์ตามช่องฟรีทีวีมานานหลายปี
นายต่อศักดิ์ วานิชขจร อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยาผู้เปิดประเด็นผ่านไทยรัฐออนไลน์กล่าวตำหนิด้วยความ อัดอั้นว่า หลายปีที่ผ่านมามีคนร้องเรียนมากมาย โดยเฉพาะประชาชนกลุ่มที่ทำการเกษตรแจ้งมายังกรมอุตุฯ ว่าหลายปีที่ผ่านมาตนได้รับผลกระทบอันสืบเนื่องมาจากการติดตามรายการพยากรณ์ อากาศตามฟรีทีวีต่างๆ ที่มักจะทำแผนที่พยากรณ์อากาศขึ้นมาเผยแพร่แบบไม่ได้ถูกต้องตามหลักการทำ แผนที่ของกรมอุตุนิยมวิทยา ทั้งที่ความจริงแล้วอุตุฯ ได้อัพเดทแผนที่อากาศทุกชั่วโมง (หากมีเหตุการณ์ด่วนจะอัพเดตแบบเรียลไทม์) แต่กลับละเลยเอาสวยงาม และผิดหลักวิชาการ ที่สำคัญพิธีกรตามช่องต่างๆ ไม่มีความรู้เรื่อง ดิน ฟ้า อากาศและแผนที่เพียงพอ
“ถ้าสังเกตดู รายการพยากรณ์อากาศที่โชว์แผนที่ทันสมัยไฮเทคแทบทุกช่องนั้นผิดหลักวิชาการ ทุกวัน ไม่ว่าจะรูปกระแสลม ทิศทางการเคลื่อนของฝน-ลม การเคลื่อนตัวของพายุ กระทั่งการอ่านค่าดิน ฟ้า อากาศแบบผิดๆ เนื่องจากไปทำกันเอง พิธีกรก็ไม่รู้อะไรท่องแต่สคริปต์คนเขียนก็มีความรู้บ้างไม่มีบ้าง คนทั่วไปๆ อาจจะไม่ได้รับผลกระทบ แต่กับคนที่ต้องอ่านแผนที่เป็น หรือชาวบ้านที่ต้องการอ่านแผนที่แล้วนำไปประยุกต์ใช้กับการเกษตรเขาเดือน ร้อน”
ทั้งนี้ ผลกระทบจากการนำเสนอชนิดไม่มีองค์ความรู้ เช่นนี้ นอกจากสร้างความเสียหายให้กับผู้ที่ดูแผนที่เป็นและนำไปใช้กับงานแล้ว ความหวือหวาโดยไม่มีข้อเท็จจริงดังกล่าวยังส่งผลต่อภาพลักษณ์ความน่าเชื่อ ถือของกรมอุตุฯ โดยตรง
“ปรากฏการณ์มั่วของรายการพยากรณ์อากาศทั้งหมด นี้มันสะท้อนว่าพิธีกรรุ่นใหม่-เก่าฉาบฉวยมากขึ้นเน้นเทคโนโลยีแต่ไม่ได้ เน้นองค์ความรู้อย่างถ่องแท้ ผมเชื่อว่าหลายคนยังไม่รู้จักสิ่งที่ตนพูดเลย เช่นกระแสลมพัดสอบ มวลอากาศ ฟ้าหลัว เป็นต้น เรื่องเหล่านี้ต้องรู้พื้นฐานบ้างไม่ใช่แค่ทำฉาบฉวย เพียงแค่ใส่สูทแต่งตัวสวยงามออกทีวีเป็นหลัก ผิดกับสมัยคุณ “วิทวัส สุนทรวิเนตร” กว่าจะรายงานข่าวพยากรณ์อากาศที่เราเห็นในทีวีได้ต้องเข้ามาาอบรมการอ่านค่า ต่างๆ ที่กรมอุตุฯ เป็นเดือนๆ และพอออกอากาศมันก็ได้รับความชื่นชมว่ามีความรู้จริงๆ”
นายต่อศักดิ์ย้ำว่า ศาสตร์พยากรณ์ ดิน ฟ้า อากาศไม่ใช่ว่าใครจะอุปโลกน์ชี้อะไรตรงไหนก็ได้ การรายงานพยากรณ์อากาศมันเป็นศาสตร์ที่ต้อการรู้จริงและมากกว่าประชาชนทั่ว ไป
“ทุกๆ ปีทางกรมอุตุนิยมวิทยาได้มีการเชิญผู้ประกาศข่าวและพิธีกรรายการพยากรณ์ อากาศมาอบรมเกี่ยวกับการดูแผนที่เพื่อที่จะได้สร้างความแม่นยำในการรายงาน ต่อสาธารณชนเสมอๆ แต่สิ่งที่เราได้เมื่อส่งเรื่องไปก็คือคำปฏิเสธและไม่ให้ความร่วมมือเท่าที่ ควร หลายแห่งก็ส่งแค่ตัวแทนมาโดยอ้างว่าพิธีกรหลักไม่มีเวลา ที่สำคัญวันนี้ยังไม่มีการสอบใบประกาศเพื่อรายงานข่าวพยากรณ์อากาศอย่างจริง จังเพื่อสร้างองค์ความรู้ที่ถูกต้องให้กับประชาชนทั้งชาติเลย เป็นเรื่องที่น่าเศร้ามาก”
อธิบดีทิ้งท้ายด้วยว่า เพื่อกันความสับสนทางการอ่านแผนที่ไม่ถูกต้องตามหลักวิชาการ ทางกรมอุตุฯ จึงอยากให้ประชาชนทั่วไปที่ต้องพึ่งพาการพยากรณ์ดินฟ้าอากาศให้ยึดแผนทีและ การพยากรณ์อากาศทางเว็บไซต์ของกรมอุตุที่ (http://www.tmd.go.th/index.php) เป็นหลัก เพราะมีการอัพเดทตลอดและขณะนี้ได้มีการพยากรณ์อากาศล่วงหน้าถึง 7 วันแล้ว ป้องกันความสับสน
ที่มา: ทีมข่าวไลฟ์สไตล์ออนไลน์ ไทยรัฐออนไลน์ 21 เมษายน 2554
ทัวร์ภารตะแห่ซื้อทีวี(จากไทย)กลับบ้าน
นางสอางทิพย์ อมรฉัตร ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ฝ่ายการตลาด บริษัท เพาเวอร์บาย จำกัด ผู้บริหารร้านเครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์ไอทีภายใต้ชื่อ เพาเวอร์บาย เปิดเผยว่า กลุ่มนักท่องเที่ยวชาวอินเดียนิยมเข้ามาซื้อเครื่อง ใช้ไฟฟ้าในไทยมาก ในส่วนของเพาเวอร์บาย ลูกค้าชาวอินเดียที่มาใช้บริการ ส่วนใหญ่มาเป็นกลุ่มไม่ต่ำกว่า 5 คน และให้มัคคุเทศก์พามาซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าโดยเฉพาะส่วนสินค้าที่ ได้รับความนิยมสูงสุด คือโทรทัศน์และกล้องดิจิทัล ในส่วนของโทรทัศน์นิยมซื้อขนาด 40 นิ้วขึ้นไป และซื้อ 2 เครื่องต่อคน เพื่อซื้อให้ตัวเอง 1 เครื่อง ส่วนอีกเครื่องนำกลับไปฝากเครือญาติ ส่วนสาเหตุที่นิยมมาซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าในไทย เพราะราคาถูกกว่าในอินเดีย 3 เท่า อีกทั้งไทยเป็นฐานผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าที่สำคัญในอาเซียน
“ไทยกลายเป็นจุดซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าแห่งใหม่ของชาวอินเดียไปแล้ว โดยหากเดินทางมาไทย ชาวอินเดียต้องมาซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้ากลับไปด้วยทุกครั้ง ซึ่งบริษัทก็ตอบสนองความต้องการลูกค้า ด้วยบริการจัดส่งสินค้าฟรีไปให้ลูกค้าที่สนามบินโดยตรง ทำให้ลูกค้าอินเดียชื่นชอบการซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าในไทยมาก”
นายสวัสดิ์ นะพล กรรมการผู้จัดการ บริษัท มาร์เวล ฮอลิเดย์ (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทนำเที่ยวที่ทำตลาดอินเดีย กล่าวว่า นักท่องเที่ยวอินเดียที่เดินทางมากับบริษัทนำเที่ยวนิยมการชอปปิงในไทยมาก โดยเฉพาะสินค้าประเภทเครื่องใช้ไฟฟ้าและเสื้อผ้า ส่วนใหญ่จะรู้แหล่งซื้อสินค้าจากชาวอินเดียที่เคยมาไทยแล้วบอกต่อกันมา จากนั้นก็จะจับกลุ่มไปซื้อกันเองในช่วงที่มีเวลาว่าง โดยเฉพาะการซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าประเภทโทรทัศน์จอแบน พบว่า 80% ของนักท่องเที่ยวอินเดียทั้งหมดที่มากับทัวร์จะซื้อกลับไป
สำหรับสถานการณ์คนอินเดียเที่ยวไทยช่วงนี้ ยังไม่มากนัก เนื่องจากราคาตั๋วเครื่องบินยังแพง แต่คาดว่าเดือน พ.ค.-มิ.ย. จะมีคนอินเดียมาเที่ยวไทยมาก เพราะเป็นช่วงที่ไม่ใช่ฤดูกาลท่องเที่ยว หรือโลว์ซีซั่นของไทย ตั๋วเครื่องบินจะราคาถูกลง และโรงแรมก็จะลดราคาห้องพักเกือบครึ่งหนึ่งของช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว หรือไฮซีซั่น จึงจูงใจให้คนอินเดียอยากเดินทางมา โดยกลุ่มคนอินเดียที่นิยมมาไทยมาก จะมาจากเมืองเดลี บอมเบย์ บังกะลอร์ และ เชนไน เนื่องจากมีเส้นทางบินตรงมายังไทย
น.ส.นันทินี เชื้อชูวงศ์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด โรงแรมรามาการ์เด้นส์ กล่าวว่า ลูกค้าอินเดียมาใช้บริการโรงแรมมากเช่นเดิม โดยส่วนใหญ่เป็นกลุ่มที่มาจัดงานแต่งงาน รวมทั้งกลุ่มประชุมสัมมนา และท่องเที่ยวเพื่อเป็นรางวัล ซึ่งกลุ่มนี้เป็นนักท่องเที่ยวคุณภาพ ใช้จ่ายสูงทั้งในโรงแรมและการชอปปิงนอกโรงแรม โดยกลุ่มนี้ไม่ได้นิยมซื้อจอโทรทัศน์เหมือนกับนักท่องเที่ยวอินเดียทั่วไป แต่จะนิยมซื้อเพชร พลอย เครื่องประดับราคาสูงเลย
นายสุรพล เศวตเศรนี ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย หรือ ททท. ตั้งเป้าหมายว่า ปีนี้จะดึงนักท่องเที่ยวอินเดียเที่ยวไทยให้ได้ 850,000 คน ขยายตัวมากกว่า 10% จากปีที่ผ่านมาที่มีนักท่องเที่ยวอินเดีย 760,371 คน เพิ่มขึ้น 23.72% จากปี 52 โดยจะเน้นส่งเสริมตลาดนักท่องเที่ยวอินเดียกลุ่มคุณภาพ ที่มีกำลังซื้อสูง ให้มีสัดส่วน 30% ของนักท่องเที่ยวอินเดียทั้งหมดที่เดินทางมาไทย ซึ่งตลาดคุณภาพอินเดียที่ ททท. เน้นคือ กลุ่มที่เข้ามาจัดงานแต่งงานในไทย มาเล่นกอล์ฟ และกลุ่มครอบครัว
ส่วนแหล่งท่องเที่ยวที่จะนำเสนอ ได้แก่ เชียงใหม่ เกาะสมุย ภูเก็ต สุโขทัย และ พิษณุโลก เพราะปัจจุบันมีนักท่องเที่ยวอินเดีย ยังนิยมเดินทางมาเที่ยวเฉพาะในเขตพื้นที่กรุงเทพฯและพัทยา โดยอาจจับมือกับสายการบิน ซึ่งมีเส้นทางบินไปยังพื้นที่เหล่านี้ เพื่อทำตลาดร่วมกัน
ที่มา: เดลินิวส์ออนไลน์ วันศุกร์ ที่ 29 เมษายน 2554
“ไทยกลายเป็นจุดซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าแห่งใหม่ของชาวอินเดียไปแล้ว โดยหากเดินทางมาไทย ชาวอินเดียต้องมาซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้ากลับไปด้วยทุกครั้ง ซึ่งบริษัทก็ตอบสนองความต้องการลูกค้า ด้วยบริการจัดส่งสินค้าฟรีไปให้ลูกค้าที่สนามบินโดยตรง ทำให้ลูกค้าอินเดียชื่นชอบการซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าในไทยมาก”
นายสวัสดิ์ นะพล กรรมการผู้จัดการ บริษัท มาร์เวล ฮอลิเดย์ (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทนำเที่ยวที่ทำตลาดอินเดีย กล่าวว่า นักท่องเที่ยวอินเดียที่เดินทางมากับบริษัทนำเที่ยวนิยมการชอปปิงในไทยมาก โดยเฉพาะสินค้าประเภทเครื่องใช้ไฟฟ้าและเสื้อผ้า ส่วนใหญ่จะรู้แหล่งซื้อสินค้าจากชาวอินเดียที่เคยมาไทยแล้วบอกต่อกันมา จากนั้นก็จะจับกลุ่มไปซื้อกันเองในช่วงที่มีเวลาว่าง โดยเฉพาะการซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าประเภทโทรทัศน์จอแบน พบว่า 80% ของนักท่องเที่ยวอินเดียทั้งหมดที่มากับทัวร์จะซื้อกลับไป
สำหรับสถานการณ์คนอินเดียเที่ยวไทยช่วงนี้ ยังไม่มากนัก เนื่องจากราคาตั๋วเครื่องบินยังแพง แต่คาดว่าเดือน พ.ค.-มิ.ย. จะมีคนอินเดียมาเที่ยวไทยมาก เพราะเป็นช่วงที่ไม่ใช่ฤดูกาลท่องเที่ยว หรือโลว์ซีซั่นของไทย ตั๋วเครื่องบินจะราคาถูกลง และโรงแรมก็จะลดราคาห้องพักเกือบครึ่งหนึ่งของช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว หรือไฮซีซั่น จึงจูงใจให้คนอินเดียอยากเดินทางมา โดยกลุ่มคนอินเดียที่นิยมมาไทยมาก จะมาจากเมืองเดลี บอมเบย์ บังกะลอร์ และ เชนไน เนื่องจากมีเส้นทางบินตรงมายังไทย
น.ส.นันทินี เชื้อชูวงศ์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด โรงแรมรามาการ์เด้นส์ กล่าวว่า ลูกค้าอินเดียมาใช้บริการโรงแรมมากเช่นเดิม โดยส่วนใหญ่เป็นกลุ่มที่มาจัดงานแต่งงาน รวมทั้งกลุ่มประชุมสัมมนา และท่องเที่ยวเพื่อเป็นรางวัล ซึ่งกลุ่มนี้เป็นนักท่องเที่ยวคุณภาพ ใช้จ่ายสูงทั้งในโรงแรมและการชอปปิงนอกโรงแรม โดยกลุ่มนี้ไม่ได้นิยมซื้อจอโทรทัศน์เหมือนกับนักท่องเที่ยวอินเดียทั่วไป แต่จะนิยมซื้อเพชร พลอย เครื่องประดับราคาสูงเลย
นายสุรพล เศวตเศรนี ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย หรือ ททท. ตั้งเป้าหมายว่า ปีนี้จะดึงนักท่องเที่ยวอินเดียเที่ยวไทยให้ได้ 850,000 คน ขยายตัวมากกว่า 10% จากปีที่ผ่านมาที่มีนักท่องเที่ยวอินเดีย 760,371 คน เพิ่มขึ้น 23.72% จากปี 52 โดยจะเน้นส่งเสริมตลาดนักท่องเที่ยวอินเดียกลุ่มคุณภาพ ที่มีกำลังซื้อสูง ให้มีสัดส่วน 30% ของนักท่องเที่ยวอินเดียทั้งหมดที่เดินทางมาไทย ซึ่งตลาดคุณภาพอินเดียที่ ททท. เน้นคือ กลุ่มที่เข้ามาจัดงานแต่งงานในไทย มาเล่นกอล์ฟ และกลุ่มครอบครัว
ส่วนแหล่งท่องเที่ยวที่จะนำเสนอ ได้แก่ เชียงใหม่ เกาะสมุย ภูเก็ต สุโขทัย และ พิษณุโลก เพราะปัจจุบันมีนักท่องเที่ยวอินเดีย ยังนิยมเดินทางมาเที่ยวเฉพาะในเขตพื้นที่กรุงเทพฯและพัทยา โดยอาจจับมือกับสายการบิน ซึ่งมีเส้นทางบินไปยังพื้นที่เหล่านี้ เพื่อทำตลาดร่วมกัน
ที่มา: เดลินิวส์ออนไลน์ วันศุกร์ ที่ 29 เมษายน 2554
Wednesday, April 20, 2011
US firm accused of abusing 200 Thais
US firm accused of abusing 200 Thais
US authorities on Wednesday filed charges against two companies on charges they exploited hundreds of Thai and Indian workers who earned a pittance and were forced to stay in decrepit conditions.
In what it called its largest ever human trafficking case in the farm sector, the US Equal Employment Opportunity Commission said that contractor Global Horizons brought in some 200 Thai men on promises of high-paying jobs.
The Thai men were sent between 2003 and 2007 to farms in Hawaii and Washington where they were crammed into rooms infested with rats and insects and faced verbal and physical assaults, the federal agency said.
The men had paid insurmountable fees to enter the United States but were stripped of their passports and kept separately from non-Thai workers who had more tolerable conditions, the suits alleged. Authorities learned of their plight after a Thai community center in Los Angeles got involved.
"Human trafficking is one of the most insidious forms of discrimination,'' said Anna Park, a Los Angeles-based attorney for the federal commission.
The commission "is committed to holding employers accountable for benefiting from the modern day enslavement of workers from other countries,'' she said in a statement.
The federal agency also sued companies running the eight farms where the Thai men worked, saying they ``not only ignored abuses but also participated in the obvious mistreatment, intimidation, harassment and unequal pay of the Thai workers,'' according to a statement.
The companies are Captain Cook Coffee Co., Del Monte Fresh Produce, Kauai Coffee Co., Kelena Farms, MacFarms of Hawaii, Maui Pineapple Farms, Green Acre Farms and Valley Fruit Orchards.
In a separate case, the federal agency filed charges against Signal International, a marine services company based in Alabama, for allegedly demeaning treatment of 500 Indian employees.
The lawsuit said that the men were forced in live in fence-enclosed, segregated housing where they were referred to by number instead of name.
The Indian employees were obliged to spend $30 each day for lodging and food that were ``intolerable, demeaning and unsanitary,'' a statement said.
The Indians were brought to the United States by a separate entity that is not part of the lawsuit.
The federal commission said it would seek back pay and compensation for the Thai and Indian workers, along with measures from the companies to prevent future discrimination.
-----------
Source: Bangkok Post newspaper Thursday 21 April 2011
US authorities on Wednesday filed charges against two companies on charges they exploited hundreds of Thai and Indian workers who earned a pittance and were forced to stay in decrepit conditions.
In what it called its largest ever human trafficking case in the farm sector, the US Equal Employment Opportunity Commission said that contractor Global Horizons brought in some 200 Thai men on promises of high-paying jobs.
The Thai men were sent between 2003 and 2007 to farms in Hawaii and Washington where they were crammed into rooms infested with rats and insects and faced verbal and physical assaults, the federal agency said.
The men had paid insurmountable fees to enter the United States but were stripped of their passports and kept separately from non-Thai workers who had more tolerable conditions, the suits alleged. Authorities learned of their plight after a Thai community center in Los Angeles got involved.
"Human trafficking is one of the most insidious forms of discrimination,'' said Anna Park, a Los Angeles-based attorney for the federal commission.
The commission "is committed to holding employers accountable for benefiting from the modern day enslavement of workers from other countries,'' she said in a statement.
The federal agency also sued companies running the eight farms where the Thai men worked, saying they ``not only ignored abuses but also participated in the obvious mistreatment, intimidation, harassment and unequal pay of the Thai workers,'' according to a statement.
The companies are Captain Cook Coffee Co., Del Monte Fresh Produce, Kauai Coffee Co., Kelena Farms, MacFarms of Hawaii, Maui Pineapple Farms, Green Acre Farms and Valley Fruit Orchards.
In a separate case, the federal agency filed charges against Signal International, a marine services company based in Alabama, for allegedly demeaning treatment of 500 Indian employees.
The lawsuit said that the men were forced in live in fence-enclosed, segregated housing where they were referred to by number instead of name.
The Indian employees were obliged to spend $30 each day for lodging and food that were ``intolerable, demeaning and unsanitary,'' a statement said.
The Indians were brought to the United States by a separate entity that is not part of the lawsuit.
The federal commission said it would seek back pay and compensation for the Thai and Indian workers, along with measures from the companies to prevent future discrimination.
-----------
Source: Bangkok Post newspaper Thursday 21 April 2011
นายกฯยุ่นส่งสารขอบคุณชาวไทยช่วยแผ่นดินไหว-สึนามิ
นาโอโตะ คัง นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ส่งสาส์นขอบคุณชาวไทยทุกคนที่สนับสนุนและให้การช่วยเหลือประเทศญี่ปุ่น หลังประสบเหตุแผ่นดินไหวและสึนามิ โดยข้อความในสาส์นดังกล่าว ระบุว่า เมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2554 เวลา 14.46 น. ประเทศญี่ปุ่นได้เผชิญกับแผ่นดินไหวครั้งรุนแรงที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติ ศาสตร์ เวลานี้ญี่ปุ่นกำลังพยายามสุดความสามารถในการพลิกฟื้นและฟื้นฟูการดำเนิน ชีวิตจากโศกนาฏกรรมจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งใหญ่ทางฝั่งตะวันออกของ ประเทศญี่ปุ่น ภัยพิบัติครั้งนี้มีผู้เสียชีวิตหรือสูญหายมากกว่า 28,000 คน รวมถึงชาวต่างประเทศ
หลังจากเหตุการณ์วันที่ 11 มีนาคม ประเทศญี่ปุ่นได้รับความช่วยเหลือจากประชาคมโลกและเพื่อนๆ จากทั่วโลก ในนามของประชาชนญี่ปุ่น ข้าพเจ้าขอขอบคุณสุดซึ้งจากใจจริงสำหรับความช่วยเหลือ และความห่วงใยที่ประเทศญี่ปุ่นได้รับจากนานาประเทศมากกว่า 130 ประเทศ องค์กรระหว่างประเทศเกือบ 40 องค์กร และปัจเจกชนนับไม่ถ้วนจากทั่วทุกมุมโลก ชาวญี่ปุ่นรู้สึกซาบซึ้งใจยิ่งในสายสัมพันธ์แห่งมิตรภาพ (Kizuna) ที่เพื่อนๆ ทั่วทุกมุมโลกแสดงให้ญี่ปุ่นได้ประจักษ์
ที่ประเทศไทย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพระราชวงค์ ได้ส่งสาส์นแสดงความเสียใจและให้กำลังใจประชาชนชาวญี่ปุ่น รวมถึงสารจากรัฐบาลไทยและประชาชนชาวไทย นอกจากนี้ยังได้รับเงินบริจาคจำนวนมากเพื่อผู้ประสบภัยชาวญี่ปุ่น ข้อความที่อบอุ่นและกำลังใจสร้างความประทับใจแก่ชาวญี่ปุ่น ได้รู้ซึ้งถึงความหมายของคำว่า “เพื่อนแท้ในยามยาก” ในนามของรัฐบาลและประชาชนชาวญี่ปุ่น ข้าพเจ้าขอถือโอกาสนี้ขอขอบคุณอย่างสุดซึ้งจากใจจริงสำหรับการแสดงออกอัน อบอุ่นของทุกท่าน
ประเทศญี่ปุ่นต้องเผชิญหน้ากับวิกฤตการณ์ นิวเคลียร์โรงไฟฟ้าฟุกุชิมะ-ไดอิจิ ซึ่งตามระดับนานาชาติถือว่ามีความรุนแรงสูงสุด เป็นเรื่องที่น่าเสียใจอย่างยิ่งและต้องเอาจริงเอาจัง สิ่งสำคัญลำดับแรกคือ การที่จะต้องควบคุมสถานการณ์โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ให้ได้โดยเร็วที่สุด ข้าพเจ้าได้พยายามสูงสุดที่จะจัดการสถานการณ์ที่เป็นปัญหาในขณะนี้ด้วยความ พยายามร่วมกันของรัฐบาล ข้าพเจ้าระดมสรรพกำลังทั้งหมดที่มีเพื่อต่อสู้อันตรายที่เกิดจากโรงไฟฟ้า โดยยึดหลักสามประการ ประการแรก ความสำคัญสูงสุดคือความปลอดภัยและสุขภาพของประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้อยู่ใกล้โรงไฟฟ้า ประการที่สอง บริหารจัดการความเสี่ยงอย่างรอบคอบถี่ถ้วน และ ประการที่สาม เตรียมแผนการเพื่อรับมืออย่างเต็มที่สำหรับทุกเหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้นได้ใน อนาคต ตัวอย่าง เช่น จะดำเนินความพยายามสุดความสามารถในการจัดการปัญหาการรั่วไหลของน้ำปนเปื้อน กัมมันตรังสีจากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ลงในทะเล นอกจากนี้ รัฐบาลกำลังดำเนินมาตรการทุกมาตรการในอันจะประกันความปลอดภัยในอาหารและ ผลิตภัณฑ์อื่นๆ ตามหลักเกณฑ์ทางวิทยาศาสตร์อย่างเข้มงวด ได้มีการใช้มาตรการป้องกันขั้นสูงเพื่อให้อาหารและผลิตภัณฑ์ต่างๆ ที่เข้าสู่ตลาดมีความปลอดภัย และจะดำเนินการเช่นนี้ต่อไป เพื่อประกันความมั่นใจแก่ผู้บริโภคภายในประเทศและต่างประเทศเกี่ยวกับความ ปลอดภัยในอาหารและผลิตภัณฑ์ต่างๆ คณะรัฐบาลจะเพิ่มความพยายามเท่าตัวในการรักษาความโปร่งใสและแจ้งข่าวสารแก่ ทุกท่านถึงความคืบหน้าของสถานการณ์และความเป็นไปของโรงไฟฟ้าฟุกุชิมะ-ไดอิจิ
ข้าพเจ้า สัญญาว่ารัฐบาลญี่ปุ่นจะตรวจสอบเพื่อพิสูจน์สาเหตุการเกิดอุบัติภัยครั้งนี้ โดยเร็วอย่างละเอียด ถี่ถ้วน ตลอดจนแบ่งปันข้อมูลและบทเรียนที่ได้รับให้ทั่วโลกได้รู้เพื่อที่จะป้องกัน การเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ในอนาคต ด้วยขั้นตอนการดำเนินการนี้ จะสามารถนำเสนอการเตรียมการการควบคุมเพื่อเสริมสร้างความปลอดภัยเกี่ยวกับ พลังงานนิวเคลียร์ต่อที่ประชุมอภิปรายระดับนานาชาติ ขณะเดียวกัน ในมุมของนโยบายรวมว่าด้วยพลังงาน จะต้องรับมือในการจัดการความท้าทายสองประการ ได้แก่ การสนองตอบความต้องการพลังงานที่เพิ่มขึ้นทั่วโลก และความมุ่งมั่นที่จะลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเพื่อต่อสู้ภาวะโลกร้อน ข้าพเจ้าขอนำเสนอภาพที่ชัดเจนสู่โลกผ่าน “การเกิดใหม่”ของประเทศญี่ปุ่น ซึ่งจะรวมถึงการส่งเสริมพลังงานสะอาดอย่างเข้มแข็ง นี่อาจเป็นประโยชน์ต่อการแก้ปัญหาด้านพลังงานของโลก
เหตุการณ์แผ่น ดินไหวครั้งใหญ่ทางฝั่งตะวันออกของประเทศญี่ปุ่น และผลจากการเกิดสึนามิที่ตามมาเป็นภัยพิบัติครั้งร้ายแรงที่สุดที่ประเทศ ญี่ปุ่นได้เผชิญตั้งแต่หลังสงครามโลกครั้งที่สอง การฟื้นฟูภาคโทโฮคุที่ถูกทำลายเสียหายมิใช่เรื่องง่าย อย่างไรก็ตาม ข้าพเจ้าเชื่อว่าเวลาแห่งความยากลำบากนี้จะเปิดประตูแห่งโอกาสอันมีค่าต่อ “การเกิดใหม่ของญี่ปุ่น” ที่มั่นคงปลอดภัย รัฐบาลจะอุทิศตนเพื่อแสดงให้โลกประจักษ์ในความสามารถสร้างแผนฟื้นฟูฝั่ง ตะวันออกของญี่ปุ่นที่จัดเจน โดยยึดหลักสามประการ ประการที่หนึ่ง สร้างสังคมภูมิภาคที่มีภูมิต้านทานภัยธรรมชาติสูง ประการที่สอง สร้างระบบสังคมที่ประชาชนทุกคนอยู่ร่วมกันอย่างกลมเกลียวกับสิ่งแวดล้อมโลก และประการที่สาม สร้างสังคมเอื้ออาทรที่ห่วงใยประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้อ่อนแอ
ชาวญี่ปุ่นได้ลุกขึ้นยืนฟื้นจากเถ้าถ่าน แห่งสงครามโลกครั้งที่สองโดยใช้พลังจากรากฐานเพื่อให้ได้มาซึ่งการฟื้นตัว ที่เด่นชัดและความเจริญรุ่งเรืองของประเทศดังที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน ข้าพเจ้าไม่มีข้อสงสัยแม้แต่ประการเดียวว่าญี่ปุ่นจะสามารถเอาชนะวิกฤตการณ์ ครั้งนี้ จะสามารถฟื้นฟูหลังจากวิบัติภัย จะเข้มแข็งยิ่งขึ้น และสร้างญี่ปุ่นที่ดีและเจิดจ้าสว่างไสวกว่าสำหรับอนุชนรุ่นต่อไป
ข้าพเจ้า เชื่อมั่นว่าวิธีที่ดีที่สุดสำหรับประเทศญี่ปุ่นที่จะแลกเปลี่ยนความหมาย Kizuna (bonds of friendship) อย่างลึกซึ้งและมิตรภาพที่อบอุ่นด้วยมิตรไมตรีที่ประชาคมโลกให้แก่ญี่ปุ่น คือ ให้การช่วยเหลือสนับสนุนการพัฒนาประชาคมโลกต่อไป เพื่อก้าวสู่จุดประสงค์นี้ ข้าพเจ้าจะทำหน้าที่อย่างสุดความสามารถที่จะทำให้การฟื้นฟูที่ “มองไปข้างหน้า” บังเกิดผล ให้ประชาชนมีความหวังที่สดใสสำหรับอนาคต ข้าพเจ้าขอขอบคุณจากใจจริงในความช่วยเหลือสนับสนุนและความร่วมมือจากท่าน ทั้งหลาย อะริงะโต
TOKYO – Prime Minister (PM) of Japan Naoto Kan 300x165 Japanese Prime Minister Say Thank YouNaoto Kan expressed his gratitude through advertisements in various leading newspapers of the world. Words were addressed to the elements in the world for the support that has been given since the tsunami swept Japan.
Three-quarter-page ad, titled Thank You for Kizuna (bonds of friendship) is installed in the pages of international newspapers such as the Financial Times, Wall Street Journal and International Herald Tribune.
“One month has passed since the earthquake with the strength that never happened before. The earthquake has also claimed thousands of lives. In the tsunami-swept region there is no food, water, and electricity and the survivors do not have a channel of communication. At the time that these sad people from all over the world come together to give hope and encouragement, “the statement in the ad as quoted by AFP on Monday (4/11/2011).
In the ad also states greatly appreciate Kan Kizuna given by friends around the world and thank you to every state, entity and every individual.
Countries include the United States, Australia, Mexico, China and several European countries sending teams to aid Japan after earthquake and tsunami on 11 March. ‘re many other countries to send donations and promised financial aid to help the country with the world’s third largest economy to recover after the disaster.
Support also came from countries such as Afghanistan unexpected that promised to provide assistance amounting to $ 1 million or around Rp 8, 6 billion. In addition to donations from various countries, as well as many charitable activities carried out in the recovery effort in Japan. Individuals also promised to provide funding assistance to help people in Japan’s northeast coast where the tsunami destroyed the entire city there.
---------
It’s been a month since Japan was struck by a massive earthquake and tsunami which resulted to thousands of lives who were left dead and missing. Looking back to such horrible situation, Japan keeps on struggling to lift up its economy as it continues to reach out for missing bodies.
Such traumatic event awakened the world as concerned individuals and organizations from various nations cooperated in every possible way. Every helpful act had been a meaningful instrument that pushed Japan authorities to take gradually take steps to inspire its people that life must go on.
Radiation leak from Fukushima Daiichi nuclear plant worried the people worldwide as it may result to several problems especially on health. Assessing its ongoing operation, reports resulted that the massive leak of radioactive materials were observed to reduce.
With this ongoing progress, the Prime Minister of Japan, Naoto Kan, expressed his deepest gratitude to the world for extending its support after the tragedy. Prime Minister Kan was able to sign an open letter entitled “Thank you for the Kizuna (bonds of friendship)” which was published in leading newspapers such as the Financial Times, Wall Street Journal, and International Herald Tribune. It was a way of spreading thanks to those who assisted Japan victims especially those from the affected areas.
The open letter signed by Prime Minister Kan had been carried to many countries like France, Russia, China and Singapore.
Looking back at the 9.0 magnitude earthquake and tsunami last March 11, around 13,000 lives were killed, 14,500 are still missing while 150, 000 people remained homeless.
A heart that once had suffered continues to find a greater hope. To boost up Japan’s recovery, the re-elected governor of Tokyo said on Sunday that the city will bid for the 2020 Summer Olympics.
หลังจากเหตุการณ์วันที่ 11 มีนาคม ประเทศญี่ปุ่นได้รับความช่วยเหลือจากประชาคมโลกและเพื่อนๆ จากทั่วโลก ในนามของประชาชนญี่ปุ่น ข้าพเจ้าขอขอบคุณสุดซึ้งจากใจจริงสำหรับความช่วยเหลือ และความห่วงใยที่ประเทศญี่ปุ่นได้รับจากนานาประเทศมากกว่า 130 ประเทศ องค์กรระหว่างประเทศเกือบ 40 องค์กร และปัจเจกชนนับไม่ถ้วนจากทั่วทุกมุมโลก ชาวญี่ปุ่นรู้สึกซาบซึ้งใจยิ่งในสายสัมพันธ์แห่งมิตรภาพ (Kizuna) ที่เพื่อนๆ ทั่วทุกมุมโลกแสดงให้ญี่ปุ่นได้ประจักษ์
ที่ประเทศไทย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพระราชวงค์ ได้ส่งสาส์นแสดงความเสียใจและให้กำลังใจประชาชนชาวญี่ปุ่น รวมถึงสารจากรัฐบาลไทยและประชาชนชาวไทย นอกจากนี้ยังได้รับเงินบริจาคจำนวนมากเพื่อผู้ประสบภัยชาวญี่ปุ่น ข้อความที่อบอุ่นและกำลังใจสร้างความประทับใจแก่ชาวญี่ปุ่น ได้รู้ซึ้งถึงความหมายของคำว่า “เพื่อนแท้ในยามยาก” ในนามของรัฐบาลและประชาชนชาวญี่ปุ่น ข้าพเจ้าขอถือโอกาสนี้ขอขอบคุณอย่างสุดซึ้งจากใจจริงสำหรับการแสดงออกอัน อบอุ่นของทุกท่าน
ประเทศญี่ปุ่นต้องเผชิญหน้ากับวิกฤตการณ์ นิวเคลียร์โรงไฟฟ้าฟุกุชิมะ-ไดอิจิ ซึ่งตามระดับนานาชาติถือว่ามีความรุนแรงสูงสุด เป็นเรื่องที่น่าเสียใจอย่างยิ่งและต้องเอาจริงเอาจัง สิ่งสำคัญลำดับแรกคือ การที่จะต้องควบคุมสถานการณ์โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ให้ได้โดยเร็วที่สุด ข้าพเจ้าได้พยายามสูงสุดที่จะจัดการสถานการณ์ที่เป็นปัญหาในขณะนี้ด้วยความ พยายามร่วมกันของรัฐบาล ข้าพเจ้าระดมสรรพกำลังทั้งหมดที่มีเพื่อต่อสู้อันตรายที่เกิดจากโรงไฟฟ้า โดยยึดหลักสามประการ ประการแรก ความสำคัญสูงสุดคือความปลอดภัยและสุขภาพของประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้อยู่ใกล้โรงไฟฟ้า ประการที่สอง บริหารจัดการความเสี่ยงอย่างรอบคอบถี่ถ้วน และ ประการที่สาม เตรียมแผนการเพื่อรับมืออย่างเต็มที่สำหรับทุกเหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้นได้ใน อนาคต ตัวอย่าง เช่น จะดำเนินความพยายามสุดความสามารถในการจัดการปัญหาการรั่วไหลของน้ำปนเปื้อน กัมมันตรังสีจากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ลงในทะเล นอกจากนี้ รัฐบาลกำลังดำเนินมาตรการทุกมาตรการในอันจะประกันความปลอดภัยในอาหารและ ผลิตภัณฑ์อื่นๆ ตามหลักเกณฑ์ทางวิทยาศาสตร์อย่างเข้มงวด ได้มีการใช้มาตรการป้องกันขั้นสูงเพื่อให้อาหารและผลิตภัณฑ์ต่างๆ ที่เข้าสู่ตลาดมีความปลอดภัย และจะดำเนินการเช่นนี้ต่อไป เพื่อประกันความมั่นใจแก่ผู้บริโภคภายในประเทศและต่างประเทศเกี่ยวกับความ ปลอดภัยในอาหารและผลิตภัณฑ์ต่างๆ คณะรัฐบาลจะเพิ่มความพยายามเท่าตัวในการรักษาความโปร่งใสและแจ้งข่าวสารแก่ ทุกท่านถึงความคืบหน้าของสถานการณ์และความเป็นไปของโรงไฟฟ้าฟุกุชิมะ-ไดอิจิ
ข้าพเจ้า สัญญาว่ารัฐบาลญี่ปุ่นจะตรวจสอบเพื่อพิสูจน์สาเหตุการเกิดอุบัติภัยครั้งนี้ โดยเร็วอย่างละเอียด ถี่ถ้วน ตลอดจนแบ่งปันข้อมูลและบทเรียนที่ได้รับให้ทั่วโลกได้รู้เพื่อที่จะป้องกัน การเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ในอนาคต ด้วยขั้นตอนการดำเนินการนี้ จะสามารถนำเสนอการเตรียมการการควบคุมเพื่อเสริมสร้างความปลอดภัยเกี่ยวกับ พลังงานนิวเคลียร์ต่อที่ประชุมอภิปรายระดับนานาชาติ ขณะเดียวกัน ในมุมของนโยบายรวมว่าด้วยพลังงาน จะต้องรับมือในการจัดการความท้าทายสองประการ ได้แก่ การสนองตอบความต้องการพลังงานที่เพิ่มขึ้นทั่วโลก และความมุ่งมั่นที่จะลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเพื่อต่อสู้ภาวะโลกร้อน ข้าพเจ้าขอนำเสนอภาพที่ชัดเจนสู่โลกผ่าน “การเกิดใหม่”ของประเทศญี่ปุ่น ซึ่งจะรวมถึงการส่งเสริมพลังงานสะอาดอย่างเข้มแข็ง นี่อาจเป็นประโยชน์ต่อการแก้ปัญหาด้านพลังงานของโลก
เหตุการณ์แผ่น ดินไหวครั้งใหญ่ทางฝั่งตะวันออกของประเทศญี่ปุ่น และผลจากการเกิดสึนามิที่ตามมาเป็นภัยพิบัติครั้งร้ายแรงที่สุดที่ประเทศ ญี่ปุ่นได้เผชิญตั้งแต่หลังสงครามโลกครั้งที่สอง การฟื้นฟูภาคโทโฮคุที่ถูกทำลายเสียหายมิใช่เรื่องง่าย อย่างไรก็ตาม ข้าพเจ้าเชื่อว่าเวลาแห่งความยากลำบากนี้จะเปิดประตูแห่งโอกาสอันมีค่าต่อ “การเกิดใหม่ของญี่ปุ่น” ที่มั่นคงปลอดภัย รัฐบาลจะอุทิศตนเพื่อแสดงให้โลกประจักษ์ในความสามารถสร้างแผนฟื้นฟูฝั่ง ตะวันออกของญี่ปุ่นที่จัดเจน โดยยึดหลักสามประการ ประการที่หนึ่ง สร้างสังคมภูมิภาคที่มีภูมิต้านทานภัยธรรมชาติสูง ประการที่สอง สร้างระบบสังคมที่ประชาชนทุกคนอยู่ร่วมกันอย่างกลมเกลียวกับสิ่งแวดล้อมโลก และประการที่สาม สร้างสังคมเอื้ออาทรที่ห่วงใยประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้อ่อนแอ
ชาวญี่ปุ่นได้ลุกขึ้นยืนฟื้นจากเถ้าถ่าน แห่งสงครามโลกครั้งที่สองโดยใช้พลังจากรากฐานเพื่อให้ได้มาซึ่งการฟื้นตัว ที่เด่นชัดและความเจริญรุ่งเรืองของประเทศดังที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน ข้าพเจ้าไม่มีข้อสงสัยแม้แต่ประการเดียวว่าญี่ปุ่นจะสามารถเอาชนะวิกฤตการณ์ ครั้งนี้ จะสามารถฟื้นฟูหลังจากวิบัติภัย จะเข้มแข็งยิ่งขึ้น และสร้างญี่ปุ่นที่ดีและเจิดจ้าสว่างไสวกว่าสำหรับอนุชนรุ่นต่อไป
ข้าพเจ้า เชื่อมั่นว่าวิธีที่ดีที่สุดสำหรับประเทศญี่ปุ่นที่จะแลกเปลี่ยนความหมาย Kizuna (bonds of friendship) อย่างลึกซึ้งและมิตรภาพที่อบอุ่นด้วยมิตรไมตรีที่ประชาคมโลกให้แก่ญี่ปุ่น คือ ให้การช่วยเหลือสนับสนุนการพัฒนาประชาคมโลกต่อไป เพื่อก้าวสู่จุดประสงค์นี้ ข้าพเจ้าจะทำหน้าที่อย่างสุดความสามารถที่จะทำให้การฟื้นฟูที่ “มองไปข้างหน้า” บังเกิดผล ให้ประชาชนมีความหวังที่สดใสสำหรับอนาคต ข้าพเจ้าขอขอบคุณจากใจจริงในความช่วยเหลือสนับสนุนและความร่วมมือจากท่าน ทั้งหลาย อะริงะโต
TOKYO – Prime Minister (PM) of Japan Naoto Kan 300x165 Japanese Prime Minister Say Thank YouNaoto Kan expressed his gratitude through advertisements in various leading newspapers of the world. Words were addressed to the elements in the world for the support that has been given since the tsunami swept Japan.
Three-quarter-page ad, titled Thank You for Kizuna (bonds of friendship) is installed in the pages of international newspapers such as the Financial Times, Wall Street Journal and International Herald Tribune.
“One month has passed since the earthquake with the strength that never happened before. The earthquake has also claimed thousands of lives. In the tsunami-swept region there is no food, water, and electricity and the survivors do not have a channel of communication. At the time that these sad people from all over the world come together to give hope and encouragement, “the statement in the ad as quoted by AFP on Monday (4/11/2011).
In the ad also states greatly appreciate Kan Kizuna given by friends around the world and thank you to every state, entity and every individual.
Countries include the United States, Australia, Mexico, China and several European countries sending teams to aid Japan after earthquake and tsunami on 11 March. ‘re many other countries to send donations and promised financial aid to help the country with the world’s third largest economy to recover after the disaster.
Support also came from countries such as Afghanistan unexpected that promised to provide assistance amounting to $ 1 million or around Rp 8, 6 billion. In addition to donations from various countries, as well as many charitable activities carried out in the recovery effort in Japan. Individuals also promised to provide funding assistance to help people in Japan’s northeast coast where the tsunami destroyed the entire city there.
---------
It’s been a month since Japan was struck by a massive earthquake and tsunami which resulted to thousands of lives who were left dead and missing. Looking back to such horrible situation, Japan keeps on struggling to lift up its economy as it continues to reach out for missing bodies.
Such traumatic event awakened the world as concerned individuals and organizations from various nations cooperated in every possible way. Every helpful act had been a meaningful instrument that pushed Japan authorities to take gradually take steps to inspire its people that life must go on.
Radiation leak from Fukushima Daiichi nuclear plant worried the people worldwide as it may result to several problems especially on health. Assessing its ongoing operation, reports resulted that the massive leak of radioactive materials were observed to reduce.
With this ongoing progress, the Prime Minister of Japan, Naoto Kan, expressed his deepest gratitude to the world for extending its support after the tragedy. Prime Minister Kan was able to sign an open letter entitled “Thank you for the Kizuna (bonds of friendship)” which was published in leading newspapers such as the Financial Times, Wall Street Journal, and International Herald Tribune. It was a way of spreading thanks to those who assisted Japan victims especially those from the affected areas.
The open letter signed by Prime Minister Kan had been carried to many countries like France, Russia, China and Singapore.
Looking back at the 9.0 magnitude earthquake and tsunami last March 11, around 13,000 lives were killed, 14,500 are still missing while 150, 000 people remained homeless.
A heart that once had suffered continues to find a greater hope. To boost up Japan’s recovery, the re-elected governor of Tokyo said on Sunday that the city will bid for the 2020 Summer Olympics.
'ท่าเรือน้ำลึกทวาย' อภิมหาโปรเจกต์เชื่อมอุษาคเนย์
โครงการท่าเรือน้ำลึกและนิคมอุตสาหกรรมทวาย และเส้นทางคมนาคมเชื่อมระหว่างประเทศไทยกับสหภาพพม่า (Dawei Deep Sea Port & Industrial Estate Project and Transborder Corridor Link) เป็นอภิมหาโปรเจกต์ความร่วมมือระหว่างไทยกับพม่า คาดการณ์กันว่า หากโครงการนี้แล้วเสร็จ จะเป็นประตูเศรษฐกิจ (Gate Way) แห่งใหม่ของโลกตะวันตกและตะวันออก
โครงการนี้ ถือเป็นศูนย์กลางระบบโลจิสติกส์และการค้าขนาดใหญ่ของภูมิภาค เชื่อมโยงการขนส่งและการค้าระหว่างประเทศในกลุ่มเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และประเทศในแถบทะเลจีนใต้ ผ่านทะเลอันดามัน ไปสู่มหาสมุทรอินเดียซึ่งเป็นเส้นทางที่สามารถส่งสินค้าทั้งไปและกลับทางน้ำ ผ่านไปสู่กลุ่มประเทศตะวันออกกลาง, ทวีปยุโรป และทวีปแอฟริกา ซึ่งจะช่วยประหยัดต้นทุนและระยะเวลาในการขนส่งได้อย่างมีนัยสำคัญ ช่วยพัฒนาการค้า การลงทุน และเศรษฐกิจในภูมิภาคให้เจริญเติบโตในระยะยาวต่อไป
เมื่อวันที่ 2 พ.ย. 2553 บริษัท อิตาเลียน-ไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) หรือ ITD ได้ร่วมลงนามใน Framework Agreement กับ Myanma Port Authority, Ministry of Transport ของสหภาพพม่า เพื่อดำเนินการพัฒนาโครงการท่าเรือน้ำลึกทวาย นิคมอุตสาหกรรม และเส้นทางคมนาคมเชื่อมระหว่างประเทศไทยกับสหภาพพม่า ซึ่งบริษัทฯเป็นผู้ได้รับสัมปทานในการพัฒนาโครงการ ประกอบด้วย
1) ท่าเรือน้ำลึก
2) นิคมอุตสาหกรรม และอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ อาทิ โรงเหล็ก โรงปุ๋ยโรงไฟฟ้า และสาธารณูปโภคอื่นๆ
3) เส้นทางการคมนาคมได้แก่ ถนน ทางรถไฟ และท่อส่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ เชื่อมระหว่างเมืองทวาย สหภาพพม่า กับประเทศไทยที่บ้านพุน้ำร้อน จ.กาญจนบุรี
4) ที่พักอาศัย ศูนย์การค้า ศูนย์การท่องเที่ยว รีสอร์ท และศูนย์พักผ่อนบริษัทฯ
พื้นที่ โครงการตั้งอยู่ทิศตะวันตกเฉียงใต้ของสหภาพพม่า ห่างจากเมืองทวาย ประมาณ 30 กิโลเมตร ครอบคลุมพื้นที่ถึง 400,000 ไร่ หรือ 250 ตารางกิโลเมตร ประกอบด้วย ท่าเรือน้ำลึก 2 ท่า ส่วนที่เป็นนิคมอุตสาหกรรม ส่วนที่พักอาศัย ส่วนราชการ และส่วนอำนวยความสะดวกต่างๆ รวมทั้งมีพื้นที่ริมทะเลเป็นแนวหาดทรายมีความยาวมากกว่า 12 กิโลเมตร
บ.อิตาเลียนไทย ได้ลงมือก่อสร้างถนนไฮเวย์กาญจนบุรี-ทวาย จากบ้านพุน้ำร้อน ต.บ้านเก่า อ.เมืองกาญจนบุรี เชื่อมโยงถึงท่าเรือน้ำลึกทวาย ระยะทาง 160 กิโลเมตร โดยด่านพุน้ำร้อนมีระยะทางห่างจาก อ.เมือง ประมาณ 71 กิโลเมตร และห่างจากกรุงเทพฯ ประมาณ 129 กิโลเมตร ดังนั้น ระยะทางจากทวายถึงกรุงเทพฯ จึงมีระยะทางประมาณ 350 กิโลเมตร ใช้เวลาในการเดินทางโดยรถยนต์เพียง 4 ชั่วโมง
โดยเฟสแรกจะเป็นการสร้างถนนไฮเวย์กาญจนบุรี-ทวาย คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในปี 2555 ภายใต้งบประมาณมูลค่า 2 พันล้านบาท ระหว่างนั้นจะเริ่มดำเนินการเฟสที่สองคือ การก่อสร้างท่าเรือน้ำลึกทวาย และเฟสที่สามคือ การสร้างเขตนิคมอุตสาหกรรม แบ่งเป็นโซนต่างๆ ประกอบด้วย โซน (A) Port & Heavy Industry โซน (B) Oil & Gas Industry โซน (C1) Up Stream Petrochemical Complex โซน (C2) Down Stream Petrochemical โซน (D) Medium Industry และโซน (E) Light Industry
ท่าเรือน้ำลึกทวายนี้ ยังอยู่ในโครงการเส้นทางระเบียงเศรษฐกิจในกรอบความร่วมมืออนุภูมิภาคลุ่มน้ำ โขง (Greater Mekong Sub-region: GMS) ตามกรอบความร่วมมือยุทธศาสตร์การพัฒนาพื้นที่เศรษฐกิจ (Economic Corridor) ซึ่งเป็นการพัฒนาแบบองค์รวมในพื้นที่ที่มีศักยภาพตามเส้นทางพัฒนา 3 แนวทาง คือ ทั้งระเบียงเศรษฐกิจแนวตะวันออก-ตะวันตก (East-West Economic Corridor : EWEC ระหว่างเมืองดานัง เวียดนาม-เมืองเมาะละแหม่ง พม่า) และระเบียงเศรษฐกิจแนวใต้ (Southern Economic Corridor : SEC ระหว่างนครโฮจิมินห์ เวียดนาม-เมืองทวาย พม่า) รวมทั้งยังสามารถเชื่อมโยงกับเส้นทางระเบียงเศรษฐกิจแนวเหนือ-ใต้ (North-South Economic Corridor : NSEC ระหว่างนครคุนหมิง จีนตอนใต้-กรุงเทพฯ)
ข้อมูลจากรายงานการศึกษาฉบับสมบูรณ์ (Final Report) โครงการจัดทำแผนปฏิบัติการพัฒนาอุตสาหกรรมภูมิภาคระยะที่ 3 : แผนปฏิบัติการพัฒนาอุตสาหกรรมชายแดน, กันยายน 2553 และจากเว็บไซต์โลจิสติกส์ ไดเจสต์ (www.logisticsdigest.com) ระบุผลประโยชน์ที่ประเทศไทยจะได้รับจากโครงการนี้ คือ ด้านศักยภาพความเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจ กล่าวได้ว่า ท่าเรือน้ำลึกทวายจะเป็น New Land Bridge ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และจะเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญในการกระจายสินค้าในระดับโลก สามารถเชื่อมโยงตลาดยุโรป แอฟริกา ตะวันออกกลาง และเอเชียใต้ มาทางมหาสมุทรอินเดียและทะเลอันดามัน ซึ่งแต่เดิมสินค้าที่ส่งไปยุโรป แอฟริกา หรือตะวันออกกลางจะต้องผ่านทางช่องแคบมะละกา ใช้ระยะเวลานาน 16-18 วัน หากท่าเรือน้ำลึกทวายแล้วเสร็จจะช่วยร่นระยะเวลาการขนส่งในปัจจุบัน หากขนส่งจากทะเลจีนใต้มายังทะเลอันดามัน หรือจากเวียดนามมายังพม่าจะใช้เวลาเพียง 6 วัน ทำให้ช่วยลดระยะทางการขนถ่ายสินค้า และลดค่าใช้จ่ายในการกระจายสินค้าได้มากขึ้น
สำหรับประเทศไทยท่าเรือ น้ำลึกทวายจะเป็นประตูเศรษฐกิจบานใหม่ ที่เชื่อมระหว่างท่าเรือน้ำลึกทวาย กับท่าเรือแหลมฉบัง ตามยุทธศาสตร์การค้าการลงทุน เชื่อมโยงประเทศเพื่อนบ้านของรัฐบาล ดังนั้น สินค้าต่างๆ ที่ไม่ว่าจะมาจากยุโรป แอฟริกา ตะวันออกกลาง เอเชียใต้ ย่อมจะผ่านท่าเรือน้ำลึกทวายออกสู่ท่าเรือแหลมฉบัง โดยใช้ระยะเวลาเพียง 1 วัน เท่านั้น และสามารถส่งผ่านไปยังประเทศจีน เกาหลี ญี่ปุ่น หรือประเทศในแถบแปซิฟิค
ในส่วนของความเชื่อมโยงเชิงพื้นที่ท่าเรือ น้ำลึกทวายเชื่อมโยงกับประเทศไทย ที่ด่านพุน้ำร้อน ต.บ้านเก่า อ.เมือง จ.กาญจนบุรี ซึ่งสถานภาพเป็นด่านชายแดนชั่วคราว ยังไม่มีการทำกิจกรรมทางเศรษฐกิจ โดยทางจังหวัดได้กำหนดให้เป็นจุดผ่านแดนชั่วคราวเพื่อให้ บ.อิตาเลียนไทย ใช้ผ่านเข้าออกในการก่อสร้างถนนไฮเวย์กาญจนบุรี-ทวาย และทางจังหวัดกาญจนบุรีได้กำหนดเป็นวิสัยทัศน์ของจังหวัดในด้านการพัฒนา พื้นที่ ชายแดนและการเชื่อมโยงด้านการค้าชายแดนกับประเทศเพื่อนบ้าน
นายณฐพลษ์ วิเชียรเพริศ ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี เปิดเผยกับ "ไทยรัฐออนไลน์" ทราบว่า เวลานี้ประเทศพม่าได้ประกาศให้พื้นที่ก่อสร้างที่เมืองทวาย เป็นพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษ แล้ว จึงอยากให้ กาญจนบุรี ถูกประกาศเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษเช่นกัน ซึ่งได้เสนอนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ไปแล้ว ในส่วนการพัฒนาของจังหวัดนั้น จำเป็นต้องพัฒนาในด้านที่เกี่ยวข้องและเชื่อมโยงระหว่างประเทศฝั่งตะวันตก กับประเทศฝั่งตะวันออก โดยผ่านเส้นทางทางระเบียงแนวตะวันออก-ตะวันตก หรือที่เรียกว่า East-West Economic Corridor : EWEC ระหว่างเมืองดานัง เวียดนาม-เมืองเมาะละแหม่ง พม่า
นอกจากนี้ ทางจังหวัดยังได้ประสานกับทางมหาวิทยาลัยของพม่า เพื่อแลกเปลี่ยนให้ทุนการศึกษากับนักศึกษาในโครงการแลกเปลี่ยน ระหว่างไทย-พม่าด้วย โดยหวังจะให้เกิดการแลกเปลี่ยนทั้งในเรื่องความรู้และภาษาระหว่างกันด้วย
ผวจ.กาญจนบุรี กล่าวอีกว่า ขณะนี้กำลังเร่งเรื่องการเปิดจุดผ่อนปรนระหว่างชายแดน และเปิดจุดผ่านแดนชั่วคราวทางด้านเศรษฐกิจ โดยจังหวัดกาญจนบุรี จะได้ประโยชน์ในเรื่องการค้าขายและการท่องเที่ยว คาดว่า ภายใน 2-3 เดือน น่าจะสามารถเปิดจุดผ่านแดนชั่วคราวทางด้านเศรษฐกิจได้
รายงานการ ศึกษาฉบับสมบูรณ์ ยังระบุว่า สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรมได้ดำเนินโครงการจัดทำแผนปฏิบัติการพัฒนา อุตสาหกรรมภูมิภาคระยะที่ 3 : แผนปฏิบัติการพัฒนาอุตสาหกรรมชายแดนในพื้นที่จังหวัดกาญนบุรี ขึ้น เพื่อผลักดันให้เกิดเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดนในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี โดยส่วนหนึ่งของผลการศึกษา พบว่า หากมีการจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษขึ้น ด่านพุน้ำร้อนจะมีศักยภาพในการพัฒนาเป็นเขตประกอบการอุตสาหกรรมเพื่อการส่ง ออก (Industry Export Processing Zone: IEPZ) เพื่อสร้างกิจกรรมทางเศรษฐกิจ ประกอบกับศักยภาพของพื้นที่ที่เป็นศูนย์กลางการคมนาคมขนส่งที่สามารถเชื่อม โยงทางฝั่งตะวันตก (ท่าเรือน้ำลึกทวาย สหภาพพม่า) และสามารถเชื่อมโยงฝั่งตะวันออก (ท่าเรือวังเตา ประเทศเวียดนาม) ได้ จึงสามารถพัฒนาโดยจัดตั้งศูนย์กระจายสินค้า (Inland Container Depot: ICD) เพื่อทำการรวบรวม และกระจายสินค้าไปยังภูมิภาคต่างๆ อันจะสามารถเชื่อมโยงตลาดยุโรป แอฟริกา ตะวันออกกลาง และเอเชียใต้ มาทางมหาสมุทรอินเดียและทะเลอันดามัน และสามารถส่งเสริมการลงทุนด้านอุตสาหกรรมห้องเย็น เพื่อรองรับวัตถุดิบที่จะมีในอนาคตเพื่อการแปรรูปสร้างมูลค่าเพิ่ม (Value Added) เป็นสินค้าขั้นสุดท้ายที่มีความหลากหลายก่อนกระจายไปยังผู้บริโภคปลายทางต่อ ไป
ไม่เพียงแต่ประโยชน์ด้านโลจิสติกส์เท่านั้น แต่ประเทศไทยยังจะได้ประโยชน์ในด้านแรงงานซึ่งมีปริมาณมาก อุปทานแรงงานก็มีอยู่จำนวนมาก และมีค่าจ้างแรงงานถูก การใช้แรงงานพม่าจะทำให้ทำให้เกิดการลดต้นทุนการผลิตลง อุตสาหกรรมการผลิตที่จะได้ประโยชน์เชิงเปรียบเทียบจะเป็นอุตสาหกรรมที่ใช้ แรงงานเข้มข้น อาทิ อุตสาหกรรมตัดเย็บเสื้อผ้าและเครื่องนุ่งห่ม อุตสาหกรรมแปรรูปการเกษตร ที่เป็นการแปรรูปผลิตภัณฑ์ขั้นต้นที่ใช้กระบวนการผลิตไม่ซับซ้อน เช่น การแปรรูปผลิตภัณฑ์อาหารทะเล เฟอร์นิเจอร์ อัญมณี ในส่วนของอุตสาหกรรมก่อสร้าง และอุตสาหกรรมหนักก็เป็นกลุ่มอุตสาหกรรมที่น่าจะได้ประโยชน์เช่นกัน เนื่องจากมีพื้นที่ของโครงการท่าเรือน้ำลึก ที่รองรับอุตสาหกรรมหนักอยู่แล้ว
นายนิพัฒน์ เจริญกิจการ ประธานหอการค้าจังหวัดกาญจนบุรี กล่าวกับไทยรัฐออนไลน์ว่า โครงการดังกล่าว จะสร้างผลดีในด้านการค้า ทรัพยากรธรรมชาติ และแรงงาน ประเทศไทยจะได้รับประโยชน์อย่างมาก โดยเฉพาะในเรื่องทรัพยากรธรรมชาติ เช่น แร่ธาตุ ป่าไม้ และยังมีทรัพยากรในน้ำที่มีมูลค่าอีกจำนวนมาก โดยปัจจุบันประเทศจีน อินเดีย และสิงคโปร์ ได้ทยอยเดินทางเข้าไปลงทุนกันแล้ว ผลดีทางธุรกิจที่จังหวัดกาญจนบุรีจะได้รับโดยตรง คือ ท่าเรือทวายจะเป็นแหล่งอุตสาหกรรมใหม่ของจังหวัดกาญจนบุรี แรงงานต่างด้าวสามารถเข้ามารับจ้างได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย หากมีการเปิดด่านในอนาคต เชื่อจะทำให้ความสามารถในการแข่งขันทางธุรกิจของเราสูงขึ้น เนื่องจากต้นทุนการผลิตที่ต่ำลง นอกจากนี้ การเปิดท่าเรือน้ำลึกทวาย ยังจะช่วยดึงดูดนักธุรกิจทั้งในประเทศและต่างประเทศให้มาลงทุนเพิ่มมากขึ้น ดูได้ในช่วงนี้ โรงแรมเล็กๆ เพียง 3 แห่ง ในเมืองทวายไม่มีห้องว่างไว้รองรับเลย เพราะจำนวนนักธุรกิจที่มุ่งหน้าไปดูทิศทางการลงทุนกันเป็นจำนวนมาก
อย่างไรก็ดี ในเว็บไซต์โลจิสติกส์ ไดเจสต์ ได้กล่าวถึงโครงการท่าเรือน้ำลึกทวาย ว่าเป็นโอกาสดีที่ยังต้องรอการพิสูจน์ เนื่องจากยังอยู่ในช่วงระยะเริ่มต้นของการพัฒนาเท่านั้น ต้องอาศัยระยะเวลานานพอสมควรซึ่งคงไม่ต่ำกว่า 10 ปี โครงการจึงจะแล้วเสร็จสามารถมองเห็นภาพได้อย่างชัดเจนเป็นรูปธรรม อีกทั้งยังมีอุปสรรคบางประการที่เป็นความเสี่ยงภายในจากปัญหาการเมืองและ ชนกลุ่มน้อยของพม่าที่เรื้อรังยืดเยื้อมาตั้งแต่ในอดีต และนโยบายของรัฐบาลพม่าที่ยังไม่มีความชัดเจนและแน่นอน ดังนั้น โครงการนี้จะสำเร็จได้หรือไม่คงต้องตามลุ้นกันต่อไป
ซึ่งดูจะสอด คล้องกับความเห็นของ นายพยุงศักดิ์ ชาติสุทธิผล ประธานอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ซึ่งให้ความเห็นกับไทยรัฐออนไลน์ว่า ประเทศพม่ายังไม่มีความพร้อมเรื่องโครงสร้างพื้นฐานมากนัก ดังนั้นธุรกิจน่าจะมาถึงเติบโตก่อนความเจริญ ส่วนอุตสาหกรรมที่น่าลงทุน จะเป็นอุตสาหกรรมการส่งออก ที่น่าลงทุน สำหรับประเทศไทยควรจะมีการลงทุนด้านโลจิสติกส์ เพื่อรองรับการเติบโตในอนาคต ทั้งนี้ ยังน่าห่วงเรื่องความชัดเจนของประเทศพม่า หลังจากที่ปิดประเทศมานาน
"เมื่อท่าเรือน้ำลึกทวายสร้างแล้วเสร็จ ผู้ลงทุนก็คงจะหันไปลงทุนจำนวนหนึ่ง แต่ขณะเดียวกันต้องมองว่า กลุ่มผู้ลงทุนเหล่านั้น จะไปลงทุนที่ประเทศใด ซึ่งเรื่องนี้ก็คงต้องพิจารณาดูอีกที "
นายพยุงศักดิ์ ยังเห็นว่า ท่าเรือน้ำลึกทวายนี้ จีนมีแนวโน้มได้เปรียบเรื่องโลจิสติกส์ มากกว่าไทย เพราะเส้นทางเชื่อมระหว่างตะวันตกและตะวันออก ก่อนที่จะลงมาไทยแล้วกระจายไปตามฝั่งทะเล นักธุรกิจก็มีแนวโน้มที่จะไปลงทุนในลาว เวียดนาม สิงคโปร์ มากกว่าไทย เนื่องจากไทยยังไม่น่าลงทุนมากนักด้วยปัจจัยเสี่ยงหลายอย่าง ดังนั้นพม่าจึงจะได้รับประโยชน์มากที่สุด ในการสร้างท่าเรือน้ำลึกทวาย
ส่วนประเทศไทย หากต้องการเป็นศูนย์กลางทางการค้าในภูมิภาค ก็มีโอกาสจะเป็นไปได้ แต่เราจะต้องวางแผนและนโยบายอย่างดี ถึงแม้ว่าไทยจะมีสมดุลทางธุรกิจและความหลากหลายทางธุรกิจมากกว่าประเทศอื่น ก็ตาม ทั้งนี้ยังหมายรวมถึงบรรยากาศในการค้าขายของประเทศไทยด้วย ซึ่งทั้งหมดถือเป็นความพร้อมในการลงทุน ที่นักธุรกิจต่างชาติจะมองมาที่ไทย
ที่มา ไทยรัฐออนไลน์ วันพุธที่ 20 เมษายน 2554
โครงการนี้ ถือเป็นศูนย์กลางระบบโลจิสติกส์และการค้าขนาดใหญ่ของภูมิภาค เชื่อมโยงการขนส่งและการค้าระหว่างประเทศในกลุ่มเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และประเทศในแถบทะเลจีนใต้ ผ่านทะเลอันดามัน ไปสู่มหาสมุทรอินเดียซึ่งเป็นเส้นทางที่สามารถส่งสินค้าทั้งไปและกลับทางน้ำ ผ่านไปสู่กลุ่มประเทศตะวันออกกลาง, ทวีปยุโรป และทวีปแอฟริกา ซึ่งจะช่วยประหยัดต้นทุนและระยะเวลาในการขนส่งได้อย่างมีนัยสำคัญ ช่วยพัฒนาการค้า การลงทุน และเศรษฐกิจในภูมิภาคให้เจริญเติบโตในระยะยาวต่อไป
เมื่อวันที่ 2 พ.ย. 2553 บริษัท อิตาเลียน-ไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) หรือ ITD ได้ร่วมลงนามใน Framework Agreement กับ Myanma Port Authority, Ministry of Transport ของสหภาพพม่า เพื่อดำเนินการพัฒนาโครงการท่าเรือน้ำลึกทวาย นิคมอุตสาหกรรม และเส้นทางคมนาคมเชื่อมระหว่างประเทศไทยกับสหภาพพม่า ซึ่งบริษัทฯเป็นผู้ได้รับสัมปทานในการพัฒนาโครงการ ประกอบด้วย
1) ท่าเรือน้ำลึก
2) นิคมอุตสาหกรรม และอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ อาทิ โรงเหล็ก โรงปุ๋ยโรงไฟฟ้า และสาธารณูปโภคอื่นๆ
3) เส้นทางการคมนาคมได้แก่ ถนน ทางรถไฟ และท่อส่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ เชื่อมระหว่างเมืองทวาย สหภาพพม่า กับประเทศไทยที่บ้านพุน้ำร้อน จ.กาญจนบุรี
4) ที่พักอาศัย ศูนย์การค้า ศูนย์การท่องเที่ยว รีสอร์ท และศูนย์พักผ่อนบริษัทฯ
พื้นที่ โครงการตั้งอยู่ทิศตะวันตกเฉียงใต้ของสหภาพพม่า ห่างจากเมืองทวาย ประมาณ 30 กิโลเมตร ครอบคลุมพื้นที่ถึง 400,000 ไร่ หรือ 250 ตารางกิโลเมตร ประกอบด้วย ท่าเรือน้ำลึก 2 ท่า ส่วนที่เป็นนิคมอุตสาหกรรม ส่วนที่พักอาศัย ส่วนราชการ และส่วนอำนวยความสะดวกต่างๆ รวมทั้งมีพื้นที่ริมทะเลเป็นแนวหาดทรายมีความยาวมากกว่า 12 กิโลเมตร
บ.อิตาเลียนไทย ได้ลงมือก่อสร้างถนนไฮเวย์กาญจนบุรี-ทวาย จากบ้านพุน้ำร้อน ต.บ้านเก่า อ.เมืองกาญจนบุรี เชื่อมโยงถึงท่าเรือน้ำลึกทวาย ระยะทาง 160 กิโลเมตร โดยด่านพุน้ำร้อนมีระยะทางห่างจาก อ.เมือง ประมาณ 71 กิโลเมตร และห่างจากกรุงเทพฯ ประมาณ 129 กิโลเมตร ดังนั้น ระยะทางจากทวายถึงกรุงเทพฯ จึงมีระยะทางประมาณ 350 กิโลเมตร ใช้เวลาในการเดินทางโดยรถยนต์เพียง 4 ชั่วโมง
โดยเฟสแรกจะเป็นการสร้างถนนไฮเวย์กาญจนบุรี-ทวาย คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในปี 2555 ภายใต้งบประมาณมูลค่า 2 พันล้านบาท ระหว่างนั้นจะเริ่มดำเนินการเฟสที่สองคือ การก่อสร้างท่าเรือน้ำลึกทวาย และเฟสที่สามคือ การสร้างเขตนิคมอุตสาหกรรม แบ่งเป็นโซนต่างๆ ประกอบด้วย โซน (A) Port & Heavy Industry โซน (B) Oil & Gas Industry โซน (C1) Up Stream Petrochemical Complex โซน (C2) Down Stream Petrochemical โซน (D) Medium Industry และโซน (E) Light Industry
ท่าเรือน้ำลึกทวายนี้ ยังอยู่ในโครงการเส้นทางระเบียงเศรษฐกิจในกรอบความร่วมมืออนุภูมิภาคลุ่มน้ำ โขง (Greater Mekong Sub-region: GMS) ตามกรอบความร่วมมือยุทธศาสตร์การพัฒนาพื้นที่เศรษฐกิจ (Economic Corridor) ซึ่งเป็นการพัฒนาแบบองค์รวมในพื้นที่ที่มีศักยภาพตามเส้นทางพัฒนา 3 แนวทาง คือ ทั้งระเบียงเศรษฐกิจแนวตะวันออก-ตะวันตก (East-West Economic Corridor : EWEC ระหว่างเมืองดานัง เวียดนาม-เมืองเมาะละแหม่ง พม่า) และระเบียงเศรษฐกิจแนวใต้ (Southern Economic Corridor : SEC ระหว่างนครโฮจิมินห์ เวียดนาม-เมืองทวาย พม่า) รวมทั้งยังสามารถเชื่อมโยงกับเส้นทางระเบียงเศรษฐกิจแนวเหนือ-ใต้ (North-South Economic Corridor : NSEC ระหว่างนครคุนหมิง จีนตอนใต้-กรุงเทพฯ)
ข้อมูลจากรายงานการศึกษาฉบับสมบูรณ์ (Final Report) โครงการจัดทำแผนปฏิบัติการพัฒนาอุตสาหกรรมภูมิภาคระยะที่ 3 : แผนปฏิบัติการพัฒนาอุตสาหกรรมชายแดน, กันยายน 2553 และจากเว็บไซต์โลจิสติกส์ ไดเจสต์ (www.logisticsdigest.com) ระบุผลประโยชน์ที่ประเทศไทยจะได้รับจากโครงการนี้ คือ ด้านศักยภาพความเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจ กล่าวได้ว่า ท่าเรือน้ำลึกทวายจะเป็น New Land Bridge ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และจะเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญในการกระจายสินค้าในระดับโลก สามารถเชื่อมโยงตลาดยุโรป แอฟริกา ตะวันออกกลาง และเอเชียใต้ มาทางมหาสมุทรอินเดียและทะเลอันดามัน ซึ่งแต่เดิมสินค้าที่ส่งไปยุโรป แอฟริกา หรือตะวันออกกลางจะต้องผ่านทางช่องแคบมะละกา ใช้ระยะเวลานาน 16-18 วัน หากท่าเรือน้ำลึกทวายแล้วเสร็จจะช่วยร่นระยะเวลาการขนส่งในปัจจุบัน หากขนส่งจากทะเลจีนใต้มายังทะเลอันดามัน หรือจากเวียดนามมายังพม่าจะใช้เวลาเพียง 6 วัน ทำให้ช่วยลดระยะทางการขนถ่ายสินค้า และลดค่าใช้จ่ายในการกระจายสินค้าได้มากขึ้น
สำหรับประเทศไทยท่าเรือ น้ำลึกทวายจะเป็นประตูเศรษฐกิจบานใหม่ ที่เชื่อมระหว่างท่าเรือน้ำลึกทวาย กับท่าเรือแหลมฉบัง ตามยุทธศาสตร์การค้าการลงทุน เชื่อมโยงประเทศเพื่อนบ้านของรัฐบาล ดังนั้น สินค้าต่างๆ ที่ไม่ว่าจะมาจากยุโรป แอฟริกา ตะวันออกกลาง เอเชียใต้ ย่อมจะผ่านท่าเรือน้ำลึกทวายออกสู่ท่าเรือแหลมฉบัง โดยใช้ระยะเวลาเพียง 1 วัน เท่านั้น และสามารถส่งผ่านไปยังประเทศจีน เกาหลี ญี่ปุ่น หรือประเทศในแถบแปซิฟิค
ในส่วนของความเชื่อมโยงเชิงพื้นที่ท่าเรือ น้ำลึกทวายเชื่อมโยงกับประเทศไทย ที่ด่านพุน้ำร้อน ต.บ้านเก่า อ.เมือง จ.กาญจนบุรี ซึ่งสถานภาพเป็นด่านชายแดนชั่วคราว ยังไม่มีการทำกิจกรรมทางเศรษฐกิจ โดยทางจังหวัดได้กำหนดให้เป็นจุดผ่านแดนชั่วคราวเพื่อให้ บ.อิตาเลียนไทย ใช้ผ่านเข้าออกในการก่อสร้างถนนไฮเวย์กาญจนบุรี-ทวาย และทางจังหวัดกาญจนบุรีได้กำหนดเป็นวิสัยทัศน์ของจังหวัดในด้านการพัฒนา พื้นที่ ชายแดนและการเชื่อมโยงด้านการค้าชายแดนกับประเทศเพื่อนบ้าน
นายณฐพลษ์ วิเชียรเพริศ ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี เปิดเผยกับ "ไทยรัฐออนไลน์" ทราบว่า เวลานี้ประเทศพม่าได้ประกาศให้พื้นที่ก่อสร้างที่เมืองทวาย เป็นพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษ แล้ว จึงอยากให้ กาญจนบุรี ถูกประกาศเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษเช่นกัน ซึ่งได้เสนอนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ไปแล้ว ในส่วนการพัฒนาของจังหวัดนั้น จำเป็นต้องพัฒนาในด้านที่เกี่ยวข้องและเชื่อมโยงระหว่างประเทศฝั่งตะวันตก กับประเทศฝั่งตะวันออก โดยผ่านเส้นทางทางระเบียงแนวตะวันออก-ตะวันตก หรือที่เรียกว่า East-West Economic Corridor : EWEC ระหว่างเมืองดานัง เวียดนาม-เมืองเมาะละแหม่ง พม่า
นอกจากนี้ ทางจังหวัดยังได้ประสานกับทางมหาวิทยาลัยของพม่า เพื่อแลกเปลี่ยนให้ทุนการศึกษากับนักศึกษาในโครงการแลกเปลี่ยน ระหว่างไทย-พม่าด้วย โดยหวังจะให้เกิดการแลกเปลี่ยนทั้งในเรื่องความรู้และภาษาระหว่างกันด้วย
ผวจ.กาญจนบุรี กล่าวอีกว่า ขณะนี้กำลังเร่งเรื่องการเปิดจุดผ่อนปรนระหว่างชายแดน และเปิดจุดผ่านแดนชั่วคราวทางด้านเศรษฐกิจ โดยจังหวัดกาญจนบุรี จะได้ประโยชน์ในเรื่องการค้าขายและการท่องเที่ยว คาดว่า ภายใน 2-3 เดือน น่าจะสามารถเปิดจุดผ่านแดนชั่วคราวทางด้านเศรษฐกิจได้
รายงานการ ศึกษาฉบับสมบูรณ์ ยังระบุว่า สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรมได้ดำเนินโครงการจัดทำแผนปฏิบัติการพัฒนา อุตสาหกรรมภูมิภาคระยะที่ 3 : แผนปฏิบัติการพัฒนาอุตสาหกรรมชายแดนในพื้นที่จังหวัดกาญนบุรี ขึ้น เพื่อผลักดันให้เกิดเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดนในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี โดยส่วนหนึ่งของผลการศึกษา พบว่า หากมีการจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษขึ้น ด่านพุน้ำร้อนจะมีศักยภาพในการพัฒนาเป็นเขตประกอบการอุตสาหกรรมเพื่อการส่ง ออก (Industry Export Processing Zone: IEPZ) เพื่อสร้างกิจกรรมทางเศรษฐกิจ ประกอบกับศักยภาพของพื้นที่ที่เป็นศูนย์กลางการคมนาคมขนส่งที่สามารถเชื่อม โยงทางฝั่งตะวันตก (ท่าเรือน้ำลึกทวาย สหภาพพม่า) และสามารถเชื่อมโยงฝั่งตะวันออก (ท่าเรือวังเตา ประเทศเวียดนาม) ได้ จึงสามารถพัฒนาโดยจัดตั้งศูนย์กระจายสินค้า (Inland Container Depot: ICD) เพื่อทำการรวบรวม และกระจายสินค้าไปยังภูมิภาคต่างๆ อันจะสามารถเชื่อมโยงตลาดยุโรป แอฟริกา ตะวันออกกลาง และเอเชียใต้ มาทางมหาสมุทรอินเดียและทะเลอันดามัน และสามารถส่งเสริมการลงทุนด้านอุตสาหกรรมห้องเย็น เพื่อรองรับวัตถุดิบที่จะมีในอนาคตเพื่อการแปรรูปสร้างมูลค่าเพิ่ม (Value Added) เป็นสินค้าขั้นสุดท้ายที่มีความหลากหลายก่อนกระจายไปยังผู้บริโภคปลายทางต่อ ไป
ไม่เพียงแต่ประโยชน์ด้านโลจิสติกส์เท่านั้น แต่ประเทศไทยยังจะได้ประโยชน์ในด้านแรงงานซึ่งมีปริมาณมาก อุปทานแรงงานก็มีอยู่จำนวนมาก และมีค่าจ้างแรงงานถูก การใช้แรงงานพม่าจะทำให้ทำให้เกิดการลดต้นทุนการผลิตลง อุตสาหกรรมการผลิตที่จะได้ประโยชน์เชิงเปรียบเทียบจะเป็นอุตสาหกรรมที่ใช้ แรงงานเข้มข้น อาทิ อุตสาหกรรมตัดเย็บเสื้อผ้าและเครื่องนุ่งห่ม อุตสาหกรรมแปรรูปการเกษตร ที่เป็นการแปรรูปผลิตภัณฑ์ขั้นต้นที่ใช้กระบวนการผลิตไม่ซับซ้อน เช่น การแปรรูปผลิตภัณฑ์อาหารทะเล เฟอร์นิเจอร์ อัญมณี ในส่วนของอุตสาหกรรมก่อสร้าง และอุตสาหกรรมหนักก็เป็นกลุ่มอุตสาหกรรมที่น่าจะได้ประโยชน์เช่นกัน เนื่องจากมีพื้นที่ของโครงการท่าเรือน้ำลึก ที่รองรับอุตสาหกรรมหนักอยู่แล้ว
นายนิพัฒน์ เจริญกิจการ ประธานหอการค้าจังหวัดกาญจนบุรี กล่าวกับไทยรัฐออนไลน์ว่า โครงการดังกล่าว จะสร้างผลดีในด้านการค้า ทรัพยากรธรรมชาติ และแรงงาน ประเทศไทยจะได้รับประโยชน์อย่างมาก โดยเฉพาะในเรื่องทรัพยากรธรรมชาติ เช่น แร่ธาตุ ป่าไม้ และยังมีทรัพยากรในน้ำที่มีมูลค่าอีกจำนวนมาก โดยปัจจุบันประเทศจีน อินเดีย และสิงคโปร์ ได้ทยอยเดินทางเข้าไปลงทุนกันแล้ว ผลดีทางธุรกิจที่จังหวัดกาญจนบุรีจะได้รับโดยตรง คือ ท่าเรือทวายจะเป็นแหล่งอุตสาหกรรมใหม่ของจังหวัดกาญจนบุรี แรงงานต่างด้าวสามารถเข้ามารับจ้างได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย หากมีการเปิดด่านในอนาคต เชื่อจะทำให้ความสามารถในการแข่งขันทางธุรกิจของเราสูงขึ้น เนื่องจากต้นทุนการผลิตที่ต่ำลง นอกจากนี้ การเปิดท่าเรือน้ำลึกทวาย ยังจะช่วยดึงดูดนักธุรกิจทั้งในประเทศและต่างประเทศให้มาลงทุนเพิ่มมากขึ้น ดูได้ในช่วงนี้ โรงแรมเล็กๆ เพียง 3 แห่ง ในเมืองทวายไม่มีห้องว่างไว้รองรับเลย เพราะจำนวนนักธุรกิจที่มุ่งหน้าไปดูทิศทางการลงทุนกันเป็นจำนวนมาก
อย่างไรก็ดี ในเว็บไซต์โลจิสติกส์ ไดเจสต์ ได้กล่าวถึงโครงการท่าเรือน้ำลึกทวาย ว่าเป็นโอกาสดีที่ยังต้องรอการพิสูจน์ เนื่องจากยังอยู่ในช่วงระยะเริ่มต้นของการพัฒนาเท่านั้น ต้องอาศัยระยะเวลานานพอสมควรซึ่งคงไม่ต่ำกว่า 10 ปี โครงการจึงจะแล้วเสร็จสามารถมองเห็นภาพได้อย่างชัดเจนเป็นรูปธรรม อีกทั้งยังมีอุปสรรคบางประการที่เป็นความเสี่ยงภายในจากปัญหาการเมืองและ ชนกลุ่มน้อยของพม่าที่เรื้อรังยืดเยื้อมาตั้งแต่ในอดีต และนโยบายของรัฐบาลพม่าที่ยังไม่มีความชัดเจนและแน่นอน ดังนั้น โครงการนี้จะสำเร็จได้หรือไม่คงต้องตามลุ้นกันต่อไป
ซึ่งดูจะสอด คล้องกับความเห็นของ นายพยุงศักดิ์ ชาติสุทธิผล ประธานอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ซึ่งให้ความเห็นกับไทยรัฐออนไลน์ว่า ประเทศพม่ายังไม่มีความพร้อมเรื่องโครงสร้างพื้นฐานมากนัก ดังนั้นธุรกิจน่าจะมาถึงเติบโตก่อนความเจริญ ส่วนอุตสาหกรรมที่น่าลงทุน จะเป็นอุตสาหกรรมการส่งออก ที่น่าลงทุน สำหรับประเทศไทยควรจะมีการลงทุนด้านโลจิสติกส์ เพื่อรองรับการเติบโตในอนาคต ทั้งนี้ ยังน่าห่วงเรื่องความชัดเจนของประเทศพม่า หลังจากที่ปิดประเทศมานาน
"เมื่อท่าเรือน้ำลึกทวายสร้างแล้วเสร็จ ผู้ลงทุนก็คงจะหันไปลงทุนจำนวนหนึ่ง แต่ขณะเดียวกันต้องมองว่า กลุ่มผู้ลงทุนเหล่านั้น จะไปลงทุนที่ประเทศใด ซึ่งเรื่องนี้ก็คงต้องพิจารณาดูอีกที "
นายพยุงศักดิ์ ยังเห็นว่า ท่าเรือน้ำลึกทวายนี้ จีนมีแนวโน้มได้เปรียบเรื่องโลจิสติกส์ มากกว่าไทย เพราะเส้นทางเชื่อมระหว่างตะวันตกและตะวันออก ก่อนที่จะลงมาไทยแล้วกระจายไปตามฝั่งทะเล นักธุรกิจก็มีแนวโน้มที่จะไปลงทุนในลาว เวียดนาม สิงคโปร์ มากกว่าไทย เนื่องจากไทยยังไม่น่าลงทุนมากนักด้วยปัจจัยเสี่ยงหลายอย่าง ดังนั้นพม่าจึงจะได้รับประโยชน์มากที่สุด ในการสร้างท่าเรือน้ำลึกทวาย
ส่วนประเทศไทย หากต้องการเป็นศูนย์กลางทางการค้าในภูมิภาค ก็มีโอกาสจะเป็นไปได้ แต่เราจะต้องวางแผนและนโยบายอย่างดี ถึงแม้ว่าไทยจะมีสมดุลทางธุรกิจและความหลากหลายทางธุรกิจมากกว่าประเทศอื่น ก็ตาม ทั้งนี้ยังหมายรวมถึงบรรยากาศในการค้าขายของประเทศไทยด้วย ซึ่งทั้งหมดถือเป็นความพร้อมในการลงทุน ที่นักธุรกิจต่างชาติจะมองมาที่ไทย
ที่มา ไทยรัฐออนไลน์ วันพุธที่ 20 เมษายน 2554
ตรวจดู ฟอร์มาลินในปลาหมึกสด + สารหนูในปลาหมึกแห้ง
ตรวจดูฟอร์มาลินในปลาหมึกสด
สถานการณ์ในบ้านเมืองเรา ยังต้องจับตามองกันอย่างต่อเนื่องว่า อาทิตย์นี้สินค้าอุปโภค บริโภคตัวไหนจะปรับราคาตามภาวะของราคาน้ำมันที่สูงขึ้น
การหันมาใช้ วิถีชีวิตอย่างพอเพียง น่าจะเป็นทางเลือกหนึ่งที่เราสามารถทำกัน ได้ เช่น เรื่องของอาหารการกิน ลองหันมาปรุงพืชผักสวนครัว ผลไม้ และทำทานกันเองที่บ้านแทนการซื้อข้าวนอกบ้านที่มื้อหนึ่งๆ มีสนนราคาไม่ต่ำกว่า 500-1,000 บาท
การทำอาหารทานเองที่บ้าน อย่างแรกที่ต้องคำนึงถึงคือ วัตถุดิบ ซึ่งต้องสด ใหม่ และได้คุณภาพ
ที่สำคัญไม่มีสารพิษหรือยาฆ่าแมลงตกค้าง หรือจุลินทรีย์ ก่อโรคปนเปื้อน
ฉะนั้น ไม่ใช่ราคาถูกแล้วก็เลือกซื้อได้เลย เพราะวันนี้ อะไรๆก็ไม่อาจไว้ใจกันได้ อย่างเช่น ปลาหมึกสด หรือปลาหมึกแปรรูป ที่ขายอยู่ทุกวันนั้นอาจมีสารฟอร์มาลินปนเปื้อน เป็นที่รู้กันดีว่า ฟอร์มาลิน เป็นสารเคมีที่ใช้ฉีดศพเพื่อไม่ให้ศพเน่า
ซึ่งอาจมีพ่อ ค้าหัวใสบางราย นำ ฟอร์มาลิน มาแช่ปลาหมึก เพื่อให้ปลาหมึกที่ขายดูสด ใหม่ น่ากิน ดึงดูดลูกค้าให้มาซื้อ แต่หารู้ไม่ว่า นอกจากจะไม่ได้ ประโยชน์แล้ว ยังผิดกฎหมายด้วย
กระทรวงสาธารณสุขกำหนดว่า ผู้ใช้สารนี้กับอาหาร หรือทำให้อาหารนั้น เกิดพิษภัยต่อผู้บริโภค จัดเป็นการผลิต จำหน่ายอาหารไม่บริสุทธิ์
หากตรวจพบการกระทำดังกล่าว จะถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย เพราะอันตรายจาก ฟอร์มาลิน มีมาก
นอก จากทำให้ระคายเคืองต่อผิวหนังและระบบทางเดินหายใจ ระบบทางเดินอาหารแล้ว ถ้ารับประทานเข้าไปก็จะทำให้เกิดอาการปวดท้องรุนแรง คลื่นไส้ อาเจียน ปัสสาวะไม่ออก กดประสาทส่วนกลาง ทำให้หมดสติได้
วันนี้ คอลัมน์มันมากับอาหารได้สุ่มตัวอย่างปลาหมึกกรอบ 5 ตัวอย่าง จากตลาดในกรุงเทพฯ เพื่อวิเคราะห์หาสารฟอร์มาลินปนเปื้อน
พบว่า ทุกตัวอย่างไม่พบตกค้างเลย แต่อย่าชะล่าใจ
วันนี้มีวิธีสังเกตอาหารที่ซื้อว่ามีฟอร์มาลินหรือไม่?
ถ้า เป็นอาหารประเภทเนื้อสัตว์ อาหารทะเล ต้องดูความสด ถ้าวางขายตั้งแต่เช้าจนเย็น ยังคงดูสดใสเหมือนเดิม อันนี้ต้องสันนิษฐานไว้ก่อนว่า อาจแช่ฟอร์มาลิน เราก็ควรหลีกเลี่ยง
------
ที่มา ไทยรัฐ+สถาบันอาหารโครงการอาหารปลอดภัย 4 มีนาคม 2554
ความปลอดภัยของผู้บริโภคถือได้ว่าเป็นเรื่องใหญ่สำหรับผู้ผลิตอาหาร จะผลิตได้มากหรือน้อย ต้องคำนึงถึงความปลอดภัยเสมอ
ถ้าเมื่อใดขาดการรักษาความสะอาดหรือความใส่ใจในเรื่องความปลอดภัย ผู้บริโภคอาจตกอยู่ในอันตรายได้ทุกวินาที
อันตรายที่ว่านั้นอาจมาจากทั้งเชื้อก่อโรคปนเปื้อนอยู่ในอาหารหรือสารพิษ สารเคมีต่างๆ หรือสิ่งแปลกปลอมที่ตกค้างในอาหาร
สำหรับ อาหารทะเลโดยทั่วไปนั้นจะพบอันตรายจากโลหะหนักตกค้าง ซึ่งโลหะหนักที่เราได้ยินกันบ่อยๆ เห็นจะเป็นสารหนู ซึ่งพบตกค้างปริมาณมากในปลาหมึกและสาหร่ายทะเล ทั้งสารหนูในรูป อินทรีย์ (Organic Arsenic) และสารหนูที่อยู่ในรูป อนินทรีย์ (Inorganio Arsenic)
สำหรับ พิษภัยของสารหนูตกค้างในอาหาร มาจากสารหนูที่อยู่ในรูปอนินทรีย์ ถ้าร่างกายได้รับเข้าไปมาก จะสะสมที่ตับและทำลายระบบการทำงานของตับ และบางส่วนไปอยู่ที่ผม เล็บ และผิวหนัง ทำให้หนังเป็นรอยจ้ำและเกิดมะเร็งผิวหนัง
นอกจากนั้น ยังทำลายประสาทสัมผัสของร่างกาย โดยปกติร่างกายจะกำจัดสารหนูอยู่แล้ว แต่ถ้าทานอาหารที่มีสารหนูตกค้างเข้าไปมากเกินจะทำให้เกิดการสะสมและเกิด อันตรายได้
สารหนูไม่ได้มีโทษเพียงอย่างเดียว แต่ยังมีสารที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตและการดำรงชีวิตของพืชและสัตว์โดยต้องการในปริมาณที่ต่ำมาก
วันนี้ คอลัมน์มันมากับอาหารได้สุ่มตรวจปลาหมึกแห้งเพื่อวิเคราะห์หาการปนเปื้อนสาร หนู จำนวน 5 ตัวอย่าง จาก 5 ย่านการค้าในเขตกรุงเทพฯ
ผลการวิเคราะห์พบว่า มีสารหนูปนเปื้อนทุกตัวอย่าง
แต่ในปริมาณที่ไม่สูงมาก และไม่เกินประกาศของกระทรวงสาธารณสุข ที่กำหนดให้สารหนูในรูปอนินทรีย์ปนเปื้อนในสัตว์น้ำและอาหารทะเลได้ไม่เกิน 2 มิลลิกรัม/อาหาร 1 กิโลกรัม
วันนี้ ยังทานปลาหมึกแห้งได้ แต่ขอเตือนว่าไม่ควรทานให้บ่อยนัก
ที่มา: ไทยรัฐ+สถาบันอาหารโครงการอาหารปลอดภัย 28 มกราคม 2554
สถานการณ์ในบ้านเมืองเรา ยังต้องจับตามองกันอย่างต่อเนื่องว่า อาทิตย์นี้สินค้าอุปโภค บริโภคตัวไหนจะปรับราคาตามภาวะของราคาน้ำมันที่สูงขึ้น
การหันมาใช้ วิถีชีวิตอย่างพอเพียง น่าจะเป็นทางเลือกหนึ่งที่เราสามารถทำกัน ได้ เช่น เรื่องของอาหารการกิน ลองหันมาปรุงพืชผักสวนครัว ผลไม้ และทำทานกันเองที่บ้านแทนการซื้อข้าวนอกบ้านที่มื้อหนึ่งๆ มีสนนราคาไม่ต่ำกว่า 500-1,000 บาท
การทำอาหารทานเองที่บ้าน อย่างแรกที่ต้องคำนึงถึงคือ วัตถุดิบ ซึ่งต้องสด ใหม่ และได้คุณภาพ
ที่สำคัญไม่มีสารพิษหรือยาฆ่าแมลงตกค้าง หรือจุลินทรีย์ ก่อโรคปนเปื้อน
ฉะนั้น ไม่ใช่ราคาถูกแล้วก็เลือกซื้อได้เลย เพราะวันนี้ อะไรๆก็ไม่อาจไว้ใจกันได้ อย่างเช่น ปลาหมึกสด หรือปลาหมึกแปรรูป ที่ขายอยู่ทุกวันนั้นอาจมีสารฟอร์มาลินปนเปื้อน เป็นที่รู้กันดีว่า ฟอร์มาลิน เป็นสารเคมีที่ใช้ฉีดศพเพื่อไม่ให้ศพเน่า
ซึ่งอาจมีพ่อ ค้าหัวใสบางราย นำ ฟอร์มาลิน มาแช่ปลาหมึก เพื่อให้ปลาหมึกที่ขายดูสด ใหม่ น่ากิน ดึงดูดลูกค้าให้มาซื้อ แต่หารู้ไม่ว่า นอกจากจะไม่ได้ ประโยชน์แล้ว ยังผิดกฎหมายด้วย
กระทรวงสาธารณสุขกำหนดว่า ผู้ใช้สารนี้กับอาหาร หรือทำให้อาหารนั้น เกิดพิษภัยต่อผู้บริโภค จัดเป็นการผลิต จำหน่ายอาหารไม่บริสุทธิ์
หากตรวจพบการกระทำดังกล่าว จะถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย เพราะอันตรายจาก ฟอร์มาลิน มีมาก
นอก จากทำให้ระคายเคืองต่อผิวหนังและระบบทางเดินหายใจ ระบบทางเดินอาหารแล้ว ถ้ารับประทานเข้าไปก็จะทำให้เกิดอาการปวดท้องรุนแรง คลื่นไส้ อาเจียน ปัสสาวะไม่ออก กดประสาทส่วนกลาง ทำให้หมดสติได้
วันนี้ คอลัมน์มันมากับอาหารได้สุ่มตัวอย่างปลาหมึกกรอบ 5 ตัวอย่าง จากตลาดในกรุงเทพฯ เพื่อวิเคราะห์หาสารฟอร์มาลินปนเปื้อน
พบว่า ทุกตัวอย่างไม่พบตกค้างเลย แต่อย่าชะล่าใจ
วันนี้มีวิธีสังเกตอาหารที่ซื้อว่ามีฟอร์มาลินหรือไม่?
ถ้า เป็นอาหารประเภทเนื้อสัตว์ อาหารทะเล ต้องดูความสด ถ้าวางขายตั้งแต่เช้าจนเย็น ยังคงดูสดใสเหมือนเดิม อันนี้ต้องสันนิษฐานไว้ก่อนว่า อาจแช่ฟอร์มาลิน เราก็ควรหลีกเลี่ยง
------
ที่มา ไทยรัฐ+สถาบันอาหารโครงการอาหารปลอดภัย 4 มีนาคม 2554
ตรวจสารหนูในปลาหมึกแห้ง
ความปลอดภัยของผู้บริโภคถือได้ว่าเป็นเรื่องใหญ่สำหรับผู้ผลิตอาหาร จะผลิตได้มากหรือน้อย ต้องคำนึงถึงความปลอดภัยเสมอ
ถ้าเมื่อใดขาดการรักษาความสะอาดหรือความใส่ใจในเรื่องความปลอดภัย ผู้บริโภคอาจตกอยู่ในอันตรายได้ทุกวินาที
อันตรายที่ว่านั้นอาจมาจากทั้งเชื้อก่อโรคปนเปื้อนอยู่ในอาหารหรือสารพิษ สารเคมีต่างๆ หรือสิ่งแปลกปลอมที่ตกค้างในอาหาร
สำหรับ อาหารทะเลโดยทั่วไปนั้นจะพบอันตรายจากโลหะหนักตกค้าง ซึ่งโลหะหนักที่เราได้ยินกันบ่อยๆ เห็นจะเป็นสารหนู ซึ่งพบตกค้างปริมาณมากในปลาหมึกและสาหร่ายทะเล ทั้งสารหนูในรูป อินทรีย์ (Organic Arsenic) และสารหนูที่อยู่ในรูป อนินทรีย์ (Inorganio Arsenic)
สำหรับ พิษภัยของสารหนูตกค้างในอาหาร มาจากสารหนูที่อยู่ในรูปอนินทรีย์ ถ้าร่างกายได้รับเข้าไปมาก จะสะสมที่ตับและทำลายระบบการทำงานของตับ และบางส่วนไปอยู่ที่ผม เล็บ และผิวหนัง ทำให้หนังเป็นรอยจ้ำและเกิดมะเร็งผิวหนัง
นอกจากนั้น ยังทำลายประสาทสัมผัสของร่างกาย โดยปกติร่างกายจะกำจัดสารหนูอยู่แล้ว แต่ถ้าทานอาหารที่มีสารหนูตกค้างเข้าไปมากเกินจะทำให้เกิดการสะสมและเกิด อันตรายได้
สารหนูไม่ได้มีโทษเพียงอย่างเดียว แต่ยังมีสารที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตและการดำรงชีวิตของพืชและสัตว์โดยต้องการในปริมาณที่ต่ำมาก
วันนี้ คอลัมน์มันมากับอาหารได้สุ่มตรวจปลาหมึกแห้งเพื่อวิเคราะห์หาการปนเปื้อนสาร หนู จำนวน 5 ตัวอย่าง จาก 5 ย่านการค้าในเขตกรุงเทพฯ
ผลการวิเคราะห์พบว่า มีสารหนูปนเปื้อนทุกตัวอย่าง
แต่ในปริมาณที่ไม่สูงมาก และไม่เกินประกาศของกระทรวงสาธารณสุข ที่กำหนดให้สารหนูในรูปอนินทรีย์ปนเปื้อนในสัตว์น้ำและอาหารทะเลได้ไม่เกิน 2 มิลลิกรัม/อาหาร 1 กิโลกรัม
วันนี้ ยังทานปลาหมึกแห้งได้ แต่ขอเตือนว่าไม่ควรทานให้บ่อยนัก
ที่มา: ไทยรัฐ+สถาบันอาหารโครงการอาหารปลอดภัย 28 มกราคม 2554
เชื้อก่อโรคในแหนมเนือง
เชื้อก่อโรคในแหนมเนือง
ช่วงนี้เป็นช่วงที่คนไทยและเมืองไทยกำลังอ่อนแอด้วยปัญหาสารพัดที่รุมเร้า
ปัญหา ปากท้องนี่ก็สำคัญ หันไปทางไหนข้าวของแพงแทบทุกอย่าง เนื้อสัตว์และผักทุกชนิดต่างทยอยกันขึ้นราคา ส่วนผลไม้ก็ไม่ต้องห่วง ล้ำหน้าไปนานแล้ว
เมื่อก่อนเคยซื้อส้มกิโลกรัมละ 30-35 บาท เดี๋ยวนี้แตะอยู่ที่ 65-70 บาท
ยุ่ง เหยิงทั้งคนทั้งเศรษฐกิจ แล้วจะต้องมายุ่งเรื่องของเพื่อนบ้านอีก คนไทยต้องเข้มแข็งและช่วยกันประคับประคองตัวเองให้ผ่านพ้นช่วงวิกฤตินี้ให้ ได้อย่างราบรื่น
สิ่งที่ไม่ดีก็ไม่ต้องเก็บมาคิด รับแต่สิ่งดีๆ มาชื่นชมกันดีกว่า เช่น วัฒนธรรมและอาหารของประเทศเพื่อนบ้านเราอย่างเวียดนาม
อาหารเวียดนาม ที่คนไทยชอบเป็นพิเศษ เห็นจะเป็นแหนมเนือง เพราะมีแต่ผัก และหมูแหนมเนือง
ถูก ใจสำหรับคนไทยที่รักสุขภาพ เพราะได้ทั้งโปรตีนและวิตามินจากผักหลากหลายชนิด ทว่าจะกินกันทั้งที ขอให้ระวังภัยที่อาจแฝงมากับแหนมเนืองกันสักนิด ภัยที่ว่านั้นคือ
เชื้อก่อโรค สแตปฟิโลคอคคัส ออเรียส ซึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมาได้ตรวจหาชุดในผักที่กินเคียงกับแหนมเนืองมาครั้งหนึ่ง แล้ว มาสัปดาห์นี้จึงตรวจหาในแหนมเนืองกันอีกครั้ง
เพราะนอกจากผักแล้ว เชื้อชนิดนี้ยังพบปนเปื้อนได้ในเนื้อสัตว์และผลิตภัณฑ์ เช่น แหนม หมูยอ แหนมเนือง และเนื้อสัตว์แปรรูปอื่นๆ
เมื่อ เชื้อชนิดนี้เข้าสู่ร่างกาย จะทำให้เกิดโรคท้องร่วง และหากมีปนเปื้อนอยู่ในอาหารจำนวนมากๆ เชื้อชนิดนี้จะสร้างสารพิษที่ทำให้เกิดโรคอาหารเป็นพิษอีกด้วย
ฉะนั้น วิธีการป้องกันเพื่อให้กินอาหารเวียดนามได้อย่างอร่อยและปลอดภัยนั้นคือการ รักษาความสะอาดส่วนตัว คือ ล้างมือทุกครั้งก่อนเตรียมอาหาร ปรุง และกิน
ส่วน แหนมเนือง หรือส่วนผสมชนิดใดที่สามารถนำมาอุ่นให้ร้อนก่อนกินได้ก็ควรทำหรือไม่อย่าง นั้นต้องเลือกซื้อจากร้านที่มั่นใจว่ามีการรักษาสุขลักษณะที่ดี
วันนี้ สถาบันอาหารเอาใจผู้ชื่นชอบและติดใจรสชาติของแหนมเนืองอีกครั้ง ด้วยการสุ่มตัวอย่างเฉพาะแหนมเนือง (ไม่รวมผัก) ที่มีจำหน่ายตามท้องตลาดในเขตกรุงเทพฯ จำนวน 4 ตัวอย่าง เพื่อนำมาวิเคราะห์เชื้อก่อโรค สแตปฟิโลคอคคัส ออเรียส
ผลปรากฏว่า ไม่พบปนเปื้อนเลยทั้ง 4 ตัวอย่าง
วันนี้ กินแหนมเนืองได้อย่างสบายใจและสบายท้อง
-------
ที่มา ไทยรัีฐ 18 กพ.2554
ช่วงนี้เป็นช่วงที่คนไทยและเมืองไทยกำลังอ่อนแอด้วยปัญหาสารพัดที่รุมเร้า
ปัญหา ปากท้องนี่ก็สำคัญ หันไปทางไหนข้าวของแพงแทบทุกอย่าง เนื้อสัตว์และผักทุกชนิดต่างทยอยกันขึ้นราคา ส่วนผลไม้ก็ไม่ต้องห่วง ล้ำหน้าไปนานแล้ว
เมื่อก่อนเคยซื้อส้มกิโลกรัมละ 30-35 บาท เดี๋ยวนี้แตะอยู่ที่ 65-70 บาท
ยุ่ง เหยิงทั้งคนทั้งเศรษฐกิจ แล้วจะต้องมายุ่งเรื่องของเพื่อนบ้านอีก คนไทยต้องเข้มแข็งและช่วยกันประคับประคองตัวเองให้ผ่านพ้นช่วงวิกฤตินี้ให้ ได้อย่างราบรื่น
สิ่งที่ไม่ดีก็ไม่ต้องเก็บมาคิด รับแต่สิ่งดีๆ มาชื่นชมกันดีกว่า เช่น วัฒนธรรมและอาหารของประเทศเพื่อนบ้านเราอย่างเวียดนาม
อาหารเวียดนาม ที่คนไทยชอบเป็นพิเศษ เห็นจะเป็นแหนมเนือง เพราะมีแต่ผัก และหมูแหนมเนือง
ถูก ใจสำหรับคนไทยที่รักสุขภาพ เพราะได้ทั้งโปรตีนและวิตามินจากผักหลากหลายชนิด ทว่าจะกินกันทั้งที ขอให้ระวังภัยที่อาจแฝงมากับแหนมเนืองกันสักนิด ภัยที่ว่านั้นคือ
เชื้อก่อโรค สแตปฟิโลคอคคัส ออเรียส ซึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมาได้ตรวจหาชุดในผักที่กินเคียงกับแหนมเนืองมาครั้งหนึ่ง แล้ว มาสัปดาห์นี้จึงตรวจหาในแหนมเนืองกันอีกครั้ง
เพราะนอกจากผักแล้ว เชื้อชนิดนี้ยังพบปนเปื้อนได้ในเนื้อสัตว์และผลิตภัณฑ์ เช่น แหนม หมูยอ แหนมเนือง และเนื้อสัตว์แปรรูปอื่นๆ
เมื่อ เชื้อชนิดนี้เข้าสู่ร่างกาย จะทำให้เกิดโรคท้องร่วง และหากมีปนเปื้อนอยู่ในอาหารจำนวนมากๆ เชื้อชนิดนี้จะสร้างสารพิษที่ทำให้เกิดโรคอาหารเป็นพิษอีกด้วย
ฉะนั้น วิธีการป้องกันเพื่อให้กินอาหารเวียดนามได้อย่างอร่อยและปลอดภัยนั้นคือการ รักษาความสะอาดส่วนตัว คือ ล้างมือทุกครั้งก่อนเตรียมอาหาร ปรุง และกิน
ส่วน แหนมเนือง หรือส่วนผสมชนิดใดที่สามารถนำมาอุ่นให้ร้อนก่อนกินได้ก็ควรทำหรือไม่อย่าง นั้นต้องเลือกซื้อจากร้านที่มั่นใจว่ามีการรักษาสุขลักษณะที่ดี
วันนี้ สถาบันอาหารเอาใจผู้ชื่นชอบและติดใจรสชาติของแหนมเนืองอีกครั้ง ด้วยการสุ่มตัวอย่างเฉพาะแหนมเนือง (ไม่รวมผัก) ที่มีจำหน่ายตามท้องตลาดในเขตกรุงเทพฯ จำนวน 4 ตัวอย่าง เพื่อนำมาวิเคราะห์เชื้อก่อโรค สแตปฟิโลคอคคัส ออเรียส
ผลปรากฏว่า ไม่พบปนเปื้อนเลยทั้ง 4 ตัวอย่าง
วันนี้ กินแหนมเนืองได้อย่างสบายใจและสบายท้อง
-------
ที่มา ไทยรัีฐ 18 กพ.2554
ยาฆ่าแมลงในถั่วฝักยาว
ยาฆ่าแมลงในถั่วฝักยาว
ตามหลักโภชนาการที่ดี ใน 1 วัน เราควรทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ หรือ ถ้าไม่ครบจริงๆ ก็ควรทานให้ได้ 3 ใน 5 ถือว่ายังได้อยู่
ซึ่งสถานการณ์ปัจจุบัน ประชาชนตาดำๆอย่างเราเห็นจะเลือกไม่ได้ เพราะตอนนี้ที่ขาดกันอยู่เห็นจะเป็นหมู่ที่ 5 คือ ไขมัน
ตอน นี้คนไทยกำลังขาดไขมันกันอย่างหนัก โดยเฉพาะไขมันจากพืชจำพวกน้ำมันพืชชนิดต่างๆ หากมองในแง่ดี นับเป็นผลดีทางอ้อมที่ทำให้คนไทยกินไขมันน้อยลงจะได้ไม่ทำให้เกิดโรคอ้วน ซึ่งต้องเสียงบประมาณในการรักษากันในระยะยาว
เมื่อไขมันหายาก ก็หันมากินเนื้อสัตว์ ผัก และผลไม้แทนให้มากขึ้นก็น่าจะดี เพราะได้ทั้งวิตามินและแร่ธาตุที่จำเป็นต่อร่างกาย ทำให้มีสุขภาพดี และมีผิวพรรณสดใส
สำหรับผักและผลไม้ เวลาซื้อต้องระวังของแถมที่เรามองไม่เห็นคือ ยาฆ่าแมลง สักนิด เพราะเปรียบเสมือนระเบิดเวลาที่เมื่อสะสมจนได้ที่แล้ว จะระเบิดและเป็นอันตรายต่อร่างกายได้
ถั่วฝักยาว เป็นผักอีกชนิดที่มักพบว่ามียาฆ่าแมลงตกค้าง ซึ่งเมื่อสุ่มตรวจเพื่อหาการตกค้างของยาฆ่าแมลงกลุ่ม ไพรีทรอยด์และคาร์บาร์เมต ก็จะพบแทบทุกครั้ง
โดยเฉพาะ ไซเพอร์เมทรินและเมโทมิล ซึ่งน่าอัศจรรย์ที่ทำไมมันไม่หมดเสียที หรืออาจเป็นเพราะเกษตรกรเร่งเก็บเกี่ยวผลผลิตหรือไม่ พอถึงช่วงที่เก็บได้ก็ประโคม ฉีดพ่น ทิ้งไว้ 1-2 วัน ก็เก็บมาขายโดยไม่คำนึงว่าจะมียาฆ่าแมลงตกค้างหรือไม่
คนกินไม่รู้เรื่องก็พลอยรับเคราะห์ไปด้วย
สำหรับคนที่ชอบกินถั่วฝักยาว วันนี้ต้องระวัง เพราะผลการตรวจวิเคราะห์หายาฆ่าแมลงชนิด ไซเพอร์เมทรินและเมโทมิล ตกค้างนั้น พบว่า
มีถั่วฝักยาว 3 ตัวอย่าง พบการตกค้าง และมีอยู่ 1 ตัวอย่างที่พบสารไซเพอร์เมทริน ตกค้างในปริมาณที่เกินกว่ามาตรฐานกำหนด ซึ่งกระทรวงสาธารณสุขไทยได้กำหนดไว้ว่า ตรวจพบสาร ไซเพอร์เมทริน ตกค้างในถั่วฝักยาวสูงสุดได้ไม่เกิน 0.05 มิลลิกรัม ต่อ 1 กิโลกรัม
วิธีการป้องกันง่ายๆ สำหรับผู้บริโภค คือ นำผักมาล้างด้วยน้ำสะอาดหลายๆครั้ง เพื่อให้ปริมาณยาฆ่าแมลงที่ตกค้างนั้นหมดไปหรือเจือจางลงกว่าเดิม เพื่อความปลอดภัย
ที่มา ไทยรัฐ+สถาบันอาหารโครงการอาหารปลอดภัย 25 กุมภาพันธ์ 2554
ตามหลักโภชนาการที่ดี ใน 1 วัน เราควรทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ หรือ ถ้าไม่ครบจริงๆ ก็ควรทานให้ได้ 3 ใน 5 ถือว่ายังได้อยู่
ซึ่งสถานการณ์ปัจจุบัน ประชาชนตาดำๆอย่างเราเห็นจะเลือกไม่ได้ เพราะตอนนี้ที่ขาดกันอยู่เห็นจะเป็นหมู่ที่ 5 คือ ไขมัน
ตอน นี้คนไทยกำลังขาดไขมันกันอย่างหนัก โดยเฉพาะไขมันจากพืชจำพวกน้ำมันพืชชนิดต่างๆ หากมองในแง่ดี นับเป็นผลดีทางอ้อมที่ทำให้คนไทยกินไขมันน้อยลงจะได้ไม่ทำให้เกิดโรคอ้วน ซึ่งต้องเสียงบประมาณในการรักษากันในระยะยาว
เมื่อไขมันหายาก ก็หันมากินเนื้อสัตว์ ผัก และผลไม้แทนให้มากขึ้นก็น่าจะดี เพราะได้ทั้งวิตามินและแร่ธาตุที่จำเป็นต่อร่างกาย ทำให้มีสุขภาพดี และมีผิวพรรณสดใส
สำหรับผักและผลไม้ เวลาซื้อต้องระวังของแถมที่เรามองไม่เห็นคือ ยาฆ่าแมลง สักนิด เพราะเปรียบเสมือนระเบิดเวลาที่เมื่อสะสมจนได้ที่แล้ว จะระเบิดและเป็นอันตรายต่อร่างกายได้
ถั่วฝักยาว เป็นผักอีกชนิดที่มักพบว่ามียาฆ่าแมลงตกค้าง ซึ่งเมื่อสุ่มตรวจเพื่อหาการตกค้างของยาฆ่าแมลงกลุ่ม ไพรีทรอยด์และคาร์บาร์เมต ก็จะพบแทบทุกครั้ง
โดยเฉพาะ ไซเพอร์เมทรินและเมโทมิล ซึ่งน่าอัศจรรย์ที่ทำไมมันไม่หมดเสียที หรืออาจเป็นเพราะเกษตรกรเร่งเก็บเกี่ยวผลผลิตหรือไม่ พอถึงช่วงที่เก็บได้ก็ประโคม ฉีดพ่น ทิ้งไว้ 1-2 วัน ก็เก็บมาขายโดยไม่คำนึงว่าจะมียาฆ่าแมลงตกค้างหรือไม่
คนกินไม่รู้เรื่องก็พลอยรับเคราะห์ไปด้วย
สำหรับคนที่ชอบกินถั่วฝักยาว วันนี้ต้องระวัง เพราะผลการตรวจวิเคราะห์หายาฆ่าแมลงชนิด ไซเพอร์เมทรินและเมโทมิล ตกค้างนั้น พบว่า
มีถั่วฝักยาว 3 ตัวอย่าง พบการตกค้าง และมีอยู่ 1 ตัวอย่างที่พบสารไซเพอร์เมทริน ตกค้างในปริมาณที่เกินกว่ามาตรฐานกำหนด ซึ่งกระทรวงสาธารณสุขไทยได้กำหนดไว้ว่า ตรวจพบสาร ไซเพอร์เมทริน ตกค้างในถั่วฝักยาวสูงสุดได้ไม่เกิน 0.05 มิลลิกรัม ต่อ 1 กิโลกรัม
วิธีการป้องกันง่ายๆ สำหรับผู้บริโภค คือ นำผักมาล้างด้วยน้ำสะอาดหลายๆครั้ง เพื่อให้ปริมาณยาฆ่าแมลงที่ตกค้างนั้นหมดไปหรือเจือจางลงกว่าเดิม เพื่อความปลอดภัย
ที่มา ไทยรัฐ+สถาบันอาหารโครงการอาหารปลอดภัย 25 กุมภาพันธ์ 2554
สารฟอสเฟตในกุ้ง
สัปดาห์นี้ มันมากับอาหาร มีเรื่องราวของ สารฟอสเฟต ในกุ้งสด อาหารที่คุ้นเคยของชาวไทยเรามาฝาก
เรื่อง มีอยู่ว่า เจ้าสารฟอสเฟตนี้เป็นสารที่ผู้ผลิตอาหารแช่แข็งเค้านำมาใช้จุ่มเคลือบผิว ก่อนนำไปแช่แข็ง เพื่อช่วยลดการสูญเสียน้ำหนักและช่วยคงลักษณะเนื้อสัมผัสที่ดีของอาหารทะเล แช่แข็งชนิดต่างๆเอาไว้
การที่ผู้ผลิตใช้สารดังกล่าวนี้เป็นเพราะ ก่อนที่เราจะนำกุ้งสดที่ผ่านการแช่แข็งมาทานนั้น จะต้องนำมาละลายน้ำแข็งและนำมาปรุง ซึ่งทั้งสองขั้นตอนนี้ จะทำให้กุ้งแช่แข็งสูญเสียน้ำหนักไปปริมาณมาก
เพราะขณะที่เป็นน้ำ แข็งนั้นน้ำจะถูกเปลี่ยนโครงสร้างเกิดเป็นผลึกที่มีความคม และทำให้เนื้อเยื่อของกุ้งมีการหดตัว กลไกนี้ทำให้ผนังเซลล์ของกุ้งถูกทำลาย เมื่อนำมาละลายน้ำแข็งของเหลวที่อยู่ในเซลล์กุ้งก็จะไหลออกมาด้วย ทำให้สูญเสียน้ำหนักมากกว่าปกติ
และโครงสร้างของเนื้อเยื่อก็เปลี่ยนไปด้วย ทำให้รสชาติความเหนียวนุ่มของเนื้อกุ้งเปลี่ยนแปลง
จากปัญหานี้จึงทำให้มีการนำสารกลุ่มโพลีฟอสเฟตเข้ามาใช้ในการผลิตอาหารทะเลแช่แข็ง แล้วเจ้าสารฟอสเฟตนี้อันตรายหรือไม่ อย่างไร
ปกติ ฟอสเฟตเป็นสารอาหารที่พบได้ทั่วไปในธรรมชาติ และเป็นอันตรายต่อร่างกายน้อยมาก แต่หากเราทานกุ้งหรืออาหารทะเลที่มีสารฟอสเฟตตกค้างในปริมาณมากๆ อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อร่างกาย คือ ทำให้ระคายเคืองต่อผิวหนังและผู้บริโภคบางรายอาจเกิดอาการแพ้ได้
วันนี้ สถาบันอาหารได้ทำการสุ่มตัวอย่างกุ้งสดแช่แข็งที่มีขายตามท้องตลาดใน เขตกรุงเทพฯ จาก 5 ย่านการค้า เพื่อนำมาวิเคราะห์การตกค้างของสารฟอสเฟต
ผลปรากฏว่า พบสารฟอสเฟตตกค้างในทุกตัวอย่าง และมี 2 ตัวอย่างที่พบปริมาณตกค้างเกินมาตรฐานกระทรวงสาธารณสุขไทย ที่กำหนดให้ ใช้สารประกอบฟอสเฟตได้ในปริมาณไม่เกิน 5,000 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม
เพื่อความสบายใจและปลอดภัย ควรทำความสะอาดโดยล้างด้วยน้ำสะอาดก่อนทานทุกครั้ง
ที่มา: ไทยรัฐ+สถาบันอาหารโครงการอาหารปลอดภัย 18 มีนาคม 2554
เรื่อง มีอยู่ว่า เจ้าสารฟอสเฟตนี้เป็นสารที่ผู้ผลิตอาหารแช่แข็งเค้านำมาใช้จุ่มเคลือบผิว ก่อนนำไปแช่แข็ง เพื่อช่วยลดการสูญเสียน้ำหนักและช่วยคงลักษณะเนื้อสัมผัสที่ดีของอาหารทะเล แช่แข็งชนิดต่างๆเอาไว้
การที่ผู้ผลิตใช้สารดังกล่าวนี้เป็นเพราะ ก่อนที่เราจะนำกุ้งสดที่ผ่านการแช่แข็งมาทานนั้น จะต้องนำมาละลายน้ำแข็งและนำมาปรุง ซึ่งทั้งสองขั้นตอนนี้ จะทำให้กุ้งแช่แข็งสูญเสียน้ำหนักไปปริมาณมาก
เพราะขณะที่เป็นน้ำ แข็งนั้นน้ำจะถูกเปลี่ยนโครงสร้างเกิดเป็นผลึกที่มีความคม และทำให้เนื้อเยื่อของกุ้งมีการหดตัว กลไกนี้ทำให้ผนังเซลล์ของกุ้งถูกทำลาย เมื่อนำมาละลายน้ำแข็งของเหลวที่อยู่ในเซลล์กุ้งก็จะไหลออกมาด้วย ทำให้สูญเสียน้ำหนักมากกว่าปกติ
และโครงสร้างของเนื้อเยื่อก็เปลี่ยนไปด้วย ทำให้รสชาติความเหนียวนุ่มของเนื้อกุ้งเปลี่ยนแปลง
จากปัญหานี้จึงทำให้มีการนำสารกลุ่มโพลีฟอสเฟตเข้ามาใช้ในการผลิตอาหารทะเลแช่แข็ง แล้วเจ้าสารฟอสเฟตนี้อันตรายหรือไม่ อย่างไร
ปกติ ฟอสเฟตเป็นสารอาหารที่พบได้ทั่วไปในธรรมชาติ และเป็นอันตรายต่อร่างกายน้อยมาก แต่หากเราทานกุ้งหรืออาหารทะเลที่มีสารฟอสเฟตตกค้างในปริมาณมากๆ อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อร่างกาย คือ ทำให้ระคายเคืองต่อผิวหนังและผู้บริโภคบางรายอาจเกิดอาการแพ้ได้
วันนี้ สถาบันอาหารได้ทำการสุ่มตัวอย่างกุ้งสดแช่แข็งที่มีขายตามท้องตลาดใน เขตกรุงเทพฯ จาก 5 ย่านการค้า เพื่อนำมาวิเคราะห์การตกค้างของสารฟอสเฟต
ผลปรากฏว่า พบสารฟอสเฟตตกค้างในทุกตัวอย่าง และมี 2 ตัวอย่างที่พบปริมาณตกค้างเกินมาตรฐานกระทรวงสาธารณสุขไทย ที่กำหนดให้ ใช้สารประกอบฟอสเฟตได้ในปริมาณไม่เกิน 5,000 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม
เพื่อความสบายใจและปลอดภัย ควรทำความสะอาดโดยล้างด้วยน้ำสะอาดก่อนทานทุกครั้ง
ที่มา: ไทยรัฐ+สถาบันอาหารโครงการอาหารปลอดภัย 18 มีนาคม 2554
ขนมปังไส้สังขยา-ยังไม่พบเชื้อก่อโรค
คนสุขภาพดี ใน 1 มื้อจะต้องทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ ร่างกายจึงจะได้รับสารอาหารครบถ้วนและเต็มที่ เพื่อสร้างเสริมให้ร่างกายแข็งแรงปราศจากโรคภัยไข้เจ็บ
แต่ ปัจจุบันโอกาสที่จะเลือกกินได้นั้นมีน้อย ส่วนใหญ่มีแบบไหนก็ต้องกินแบบนั้น จะไปครบถ้วนอีกครั้งก็ตอนมื้อเย็นที่กลับไปปรุงอาหารกินเอง ที่บ้าน
แต่หากเลือกได้ ขอแนะให้เลือกซื้ออาหารที่ให้คุณค่าทางอาหารมากินจะดีกว่า คิดง่ายๆ ถ้าตอนเช้าเราต้องเร่งรีบไปทำงานจนไม่มีเวลากินอาหารเช้า ลองซื้อขนมปังสักชิ้นมาทานก็พอจะทดแทนอาหารเช้าได้ ส่วนจะเป็นขนมปังชนิดไหน ไส้อะไรนั้นแล้วแต่ความชอบ
ขนมปังที่ขายอยู่ตามท้องตลาดหรือร้านสะดวกซื้อ มีทั้งขนมปังไส้หมูหยอง ไส้สังขยา ไส้ลูกเกดและผลไม้อื่นๆ
ขนมปังเหล่านี้ล้วนแต่ผ่านมือผู้ผลิตมาแล้วทั้งสิ้น สะอาดบ้าง ไม่สะอาดบ้าง ไม่มีใครเห็น เราไม่สามารถรู้ได้ว่าผู้ผลิตรักษาสุขลักษณะหรือความสะอาดใน ระหว่างผลิตและใช้ส่วนผสมที่ได้คุณภาพหรือไม่ จะรู้อีกทีก็ตอนที่เกิดอาการท้องเสีย ท้องร่วงกันไปแล้ว
ส่วนใหญ่เชื้อก่อโรคที่มักมากับความไม่สะอาด โดยเฉพาะในขนมปังไส้สังขยานั้น หนีไม่พ้นเชื้อก่อโรค บาซิลลัส ซีเรียส (Bacillus cereus)
ซึ่งเป็นเชื้อจุลินทรีย์ที่พบใน ระหว่างการเตรียมและการเก็บรักษาอาหารที่ไม่ถูกสุขลักษณะ โดยเฉพาะอาหารที่มีแป้ง ครีม และนมเป็นส่วนประกอบ และอาหารที่ผลิตจากธัญพืช ข้าว และแป้ง เช่น มะกะโรนี เต้าเจี้ยว ข้าวผัด
ดังนั้น ขั้นตอนการเตรียมวัตถุดิบ การปรุง การเก็บรักษาและการขนส่งอาหารจะต้องสะอาดไม่เป็นแหล่งสะสม เชื้อก่อโรค หรือเมื่อซื้อมาแล้วก็ต้องกินให้หมดในครั้งเดียว
วันนี้ สถาบันอาหารได้สุ่มตัวอย่างขนมปังไส้สังขยา เพื่อนำมาวิเคราะห์ตรวจหาการปนเปื้อนของเชื้อ บาซิลลัส ซีเรียส
ผลปรากฏว่า ทุกตัวอย่างปลอดภัย แสดงว่าผู้ผลิตใส่ใจ ผู้บริโภคอย่างเราๆ ก็สบายใจหายห่วง
ที่มา ไทยรัฐออนไลน์ สถาบันอาหารโครงการอาหารปลอดภัย 8 เมษายน 2554
แต่ ปัจจุบันโอกาสที่จะเลือกกินได้นั้นมีน้อย ส่วนใหญ่มีแบบไหนก็ต้องกินแบบนั้น จะไปครบถ้วนอีกครั้งก็ตอนมื้อเย็นที่กลับไปปรุงอาหารกินเอง ที่บ้าน
แต่หากเลือกได้ ขอแนะให้เลือกซื้ออาหารที่ให้คุณค่าทางอาหารมากินจะดีกว่า คิดง่ายๆ ถ้าตอนเช้าเราต้องเร่งรีบไปทำงานจนไม่มีเวลากินอาหารเช้า ลองซื้อขนมปังสักชิ้นมาทานก็พอจะทดแทนอาหารเช้าได้ ส่วนจะเป็นขนมปังชนิดไหน ไส้อะไรนั้นแล้วแต่ความชอบ
ขนมปังที่ขายอยู่ตามท้องตลาดหรือร้านสะดวกซื้อ มีทั้งขนมปังไส้หมูหยอง ไส้สังขยา ไส้ลูกเกดและผลไม้อื่นๆ
ขนมปังเหล่านี้ล้วนแต่ผ่านมือผู้ผลิตมาแล้วทั้งสิ้น สะอาดบ้าง ไม่สะอาดบ้าง ไม่มีใครเห็น เราไม่สามารถรู้ได้ว่าผู้ผลิตรักษาสุขลักษณะหรือความสะอาดใน ระหว่างผลิตและใช้ส่วนผสมที่ได้คุณภาพหรือไม่ จะรู้อีกทีก็ตอนที่เกิดอาการท้องเสีย ท้องร่วงกันไปแล้ว
ส่วนใหญ่เชื้อก่อโรคที่มักมากับความไม่สะอาด โดยเฉพาะในขนมปังไส้สังขยานั้น หนีไม่พ้นเชื้อก่อโรค บาซิลลัส ซีเรียส (Bacillus cereus)
ซึ่งเป็นเชื้อจุลินทรีย์ที่พบใน ระหว่างการเตรียมและการเก็บรักษาอาหารที่ไม่ถูกสุขลักษณะ โดยเฉพาะอาหารที่มีแป้ง ครีม และนมเป็นส่วนประกอบ และอาหารที่ผลิตจากธัญพืช ข้าว และแป้ง เช่น มะกะโรนี เต้าเจี้ยว ข้าวผัด
ดังนั้น ขั้นตอนการเตรียมวัตถุดิบ การปรุง การเก็บรักษาและการขนส่งอาหารจะต้องสะอาดไม่เป็นแหล่งสะสม เชื้อก่อโรค หรือเมื่อซื้อมาแล้วก็ต้องกินให้หมดในครั้งเดียว
วันนี้ สถาบันอาหารได้สุ่มตัวอย่างขนมปังไส้สังขยา เพื่อนำมาวิเคราะห์ตรวจหาการปนเปื้อนของเชื้อ บาซิลลัส ซีเรียส
ผลปรากฏว่า ทุกตัวอย่างปลอดภัย แสดงว่าผู้ผลิตใส่ใจ ผู้บริโภคอย่างเราๆ ก็สบายใจหายห่วง
ที่มา ไทยรัฐออนไลน์ สถาบันอาหารโครงการอาหารปลอดภัย 8 เมษายน 2554
ไขมันใน...กล้วยแขก
กล้วยแขก อาหารว่างยอดนิยมของคนไทย ที่เห็นทอดขายตามฟุตปาทหรือริมถนนตามแหล่งชุมชนทั่วไป
วิธีทำก็ไม่ยุ่งยาก นำกล้วยน้ำว้าที่ไม่ดิบหรือไม่สุกจนเกินไปมาตัดเป็นแผ่นหรือ ฝานตามยาวเป็นชิ้นบางๆ แล้วนำมาชุบน้ำแป้งที่มีส่วนผสมของแป้งข้าวเจ้า หัวกะทิ มะพร้าวขูด งาคั่ว น้ำตาล เกลือ และผงฟู
จากนั้นนำไปทอดใน กระทะที่มีน้ำมันร้อนๆ เมื่อกล้วยสุกจะเป็นสีเหลืองทองดูน่าทาน มีกลิ่นหอม ทานร้อนๆ จะมีรสชาติหวาน มัน กรอบนอกและนุ่มใน
หากพิจารณาคุณค่าทางอาหารของกล้วยแขก ก็มีทั้งคาร์โบไฮเดรต ไขมัน โปรตีน และใยอาหาร
ทว่าอาจมีปริมาณของไขมันในระดับที่สูงทั้งจากน้ำมันที่ใช้ทอดและ กะทิ ผู้ที่ชื่นชอบกล้วยแขกถึงขั้นต้องทานเป็นอาหารว่างทุกวัน หรือทานบ่อยครั้งในปริมาณมากๆ หรือทานมากเกินไป อาจเสี่ยงต่อการเป็น โรคอ้วน ลงพุง และมี ไขมันในเลือดสูงได้
วันนี้สถาบันอาหารได้สุ่มตัวอย่างกล้วยแขกที่มีขายตามแหล่งชุมชน ต่างๆ ในเขตกรุงเทพฯ จำนวน 5 ตัวอย่าง เพื่อนำมาวิเคราะห์หาปริมาณของไขมัน
ผลวิเคราะห์ที่ได้แสดงดังตารางด้านล่าง
อย่างที่ว่า ทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ ให้หลากหลายและถูกส่วน เพิ่มผัก ผลไม้ และออกกำลังกายอย่างพอเหมาะ ก็จะไม่ทำให้อ้วนและเป็นโรคต่างๆได้
ส่วนผู้ที่มีไขมัน ในเลือดสูง สามารถทานกล้วยแขกหรืออาหารที่มีไขมันได้บ้าง แต่ต้องทานในปริมาณที่น้อยๆ หรือนานๆครั้ง ไม่ใช่งดโดยสิ้นเชิง
เพราะไขมันก็มีประโยชน์ในการช่วยดูดซึมวิตามินเอ วิตามินดี วิตามินอี และวิตามินเค
ถ้าไม่ทานอาหารที่มีไขมันเลย ก็อาจเป็นโรคขาดวิตามินดังกล่าวได้ เลือกทานอาหารให้เหมาะสมตั้งแต่วันนี้ เพื่อสุขภาพที่ดีในวันหน้า
ที่มา: "ไทยรัฐ+สถาบันอาหารโครงการอาหารปลอดภัย" วันศุกร์ 15 เมษายน 2554
วิธีทำก็ไม่ยุ่งยาก นำกล้วยน้ำว้าที่ไม่ดิบหรือไม่สุกจนเกินไปมาตัดเป็นแผ่นหรือ ฝานตามยาวเป็นชิ้นบางๆ แล้วนำมาชุบน้ำแป้งที่มีส่วนผสมของแป้งข้าวเจ้า หัวกะทิ มะพร้าวขูด งาคั่ว น้ำตาล เกลือ และผงฟู
จากนั้นนำไปทอดใน กระทะที่มีน้ำมันร้อนๆ เมื่อกล้วยสุกจะเป็นสีเหลืองทองดูน่าทาน มีกลิ่นหอม ทานร้อนๆ จะมีรสชาติหวาน มัน กรอบนอกและนุ่มใน
หากพิจารณาคุณค่าทางอาหารของกล้วยแขก ก็มีทั้งคาร์โบไฮเดรต ไขมัน โปรตีน และใยอาหาร
ทว่าอาจมีปริมาณของไขมันในระดับที่สูงทั้งจากน้ำมันที่ใช้ทอดและ กะทิ ผู้ที่ชื่นชอบกล้วยแขกถึงขั้นต้องทานเป็นอาหารว่างทุกวัน หรือทานบ่อยครั้งในปริมาณมากๆ หรือทานมากเกินไป อาจเสี่ยงต่อการเป็น โรคอ้วน ลงพุง และมี ไขมันในเลือดสูงได้
วันนี้สถาบันอาหารได้สุ่มตัวอย่างกล้วยแขกที่มีขายตามแหล่งชุมชน ต่างๆ ในเขตกรุงเทพฯ จำนวน 5 ตัวอย่าง เพื่อนำมาวิเคราะห์หาปริมาณของไขมัน
ผลวิเคราะห์ที่ได้แสดงดังตารางด้านล่าง
อย่างที่ว่า ทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ ให้หลากหลายและถูกส่วน เพิ่มผัก ผลไม้ และออกกำลังกายอย่างพอเหมาะ ก็จะไม่ทำให้อ้วนและเป็นโรคต่างๆได้
ส่วนผู้ที่มีไขมัน ในเลือดสูง สามารถทานกล้วยแขกหรืออาหารที่มีไขมันได้บ้าง แต่ต้องทานในปริมาณที่น้อยๆ หรือนานๆครั้ง ไม่ใช่งดโดยสิ้นเชิง
เพราะไขมันก็มีประโยชน์ในการช่วยดูดซึมวิตามินเอ วิตามินดี วิตามินอี และวิตามินเค
ถ้าไม่ทานอาหารที่มีไขมันเลย ก็อาจเป็นโรคขาดวิตามินดังกล่าวได้ เลือกทานอาหารให้เหมาะสมตั้งแต่วันนี้ เพื่อสุขภาพที่ดีในวันหน้า
ที่มา: "ไทยรัฐ+สถาบันอาหารโครงการอาหารปลอดภัย" วันศุกร์ 15 เมษายน 2554
Sunday, April 17, 2011
คณิตผสานคติธรรมของ ขงจื้อ
น่าคิด.. 3 x 8 = ?????
เอี๋ยนหุยใฝ่ศึกษา มีคุณธรรมงดงาม เป็นศิษย์รักของขงจื้อ มีอยู่วันหนึ่ง เอี๋ยนหุยออกไปทำธุระที่ตลาด เห็นผู้คนจำนวนมากห้อมล้อมอยู่ที่หน้าร้านขายผ้า
จึงเข้าไปสอบถามดู จึงรู้ว่าเกิดการพิพาทระหว่างคนขายผ้ากับลูกค้า
ได้ยินลุกค้าตะโกนเสียงดังโหวกเหวกว่า “3x8 ได้ 23 ทำไมท่านถึงให้ข้าจ่าย 24 เหรียญล่ะ!”
เอี๋ยนหุยจึงเดินเข้าไปที่ร้าน หลังจากทำความเคารพแล้ว ก็กล่าวว่า “พี่ชาย 3x8 ได้ 24
จะเป็น 23 ได้ยังไง? พี่ชายคิดผิดแล้ว ไม่ต้องทะเลาะกันหรอก”
คนซื้อผ้าไม่พอใจเป็นอย่างยิ่ง ชี้หน้าเอี๋ยนหุยและกล่าวว่า “ใครให้เจ้าเข้ามายุ่ง! เจ้าอายุเท่าไหร่กัน!
จะตัดสินก็มีเพียงท่านขงจื้อเท่านั้น ผิดหรือถูกมีท่านผู้เดียวที่ข้าจะยอมรับ
ไป ไปหาท่านขงจื้อกัน ”
เอี่ยนหุยกล่าวว่า “ก็ดี หากท่านขงจื้อบอกว่าท่านผิด ท่านจะทำอย่างไร?”
คนซื้อผ้ากล่าวว่า“หากท่านวินิจฉัยว่าข้าผิด ข้ายอมให้หัวหลุดจากบ่า! แล้วหากเจ้าผิดล่ะ?”
เอี๋ยนหุยกล่าวว่า “หากท่านวินิจฉัยว่าข้าผิด ข้ายอมถูกปลดหมวก(ตำแหน่ง)”
ทั้งสองจึงเกิดการเดิมพันขึ้น
เมื่อขงจื้อสอบถามจนเกิดความกระจ่าง ก็ยิ้มให้กับเอี๋ยนหุยและกล่าวว่า “3x8ได้ 23 ถูกต้องแล้ว
เอี๋ยนหุย เธอแพ้แล้ว ถอดหมวกของเธอให้พี่ชายท่านนี้เสีย”
เอี๋ยนหุย ไม่โต้แย้ง ยอมรับในการวินิจฉัยของท่านอาจารย์ จึงถอดหมวกที่สวมให้แก่ชายคนนั้น
ชายผู้นั้นเมื่อได้รับหมวกก็ยิ้มสมหวังกลับไป
ต่อคำวินิจฉัยของขงจื้อ ต่อหน้าแม้เอี๋ยนหุยจะยอมรับ แต่ในใจกลับไม่ได้คิดเช่นนั้น
เอี๋ยนหุยคิดว่าท่านอาจารย์ชรามากแล้ว ความคิดคงเลอะเลือน จึงไม่อยากอยู่ศึกษากับขงจื้ออีกต่อไป
พอรุ่งขึ้น เอี๋ยนหุยจึงเข้าไปขอลาอาจารย์กลับบ้าน ด้วยเหตุผลที่ว่าที่บ้านเกิดเรื่องราว ต้องรีบกลับไปจัดการ
ขงจื้อรู้ว่าเอี๋ยนหุยคิดอะไรอยู่ ก็ไม่ได้สอบถามมากความ อนุญาตให้เอี๋ยนหุยกลับบ้านได้
ก่อนที่เอี๋ยนหุยจะออกเดินทาง ได้เข้าไปกราบลาขงจื้อ ขงจื้อกล่าวอวยพรและให้รีบกลับมาหากเสร็จกิจธุระแล้ว
พร้อมกันนั้นก็ได้กำชับว่า “อย่าแฝงเร้นกายใต้ต้นไม้ใหญ่ อย่าฆ่าผู้ใดหากไม่ชัดแจ้ง”
เอี๋ยนหุยคำนับพร้อมกล่าวว่า “ศิษย์จะจำใส่ใจ” แล้วลาอาจารย์ออกเดินทาง
เมื่อออกเดินทางไปได้ระยะหนึ่ง เกิดพายุลมแรงสายฟ้าแลบแปลบ เอี๋ยนหุยคิดว่าต้องเกิดพายุลมฝนเป็นแน่
จึงเร่งฝีเท้าเพื่อจะเข้าไปอาศัยอยู่ไต้ต้นไม้ใหญ่ แต่ก็ฉุกคิดถึงคำกำชับของท่านอาจารย์ที่ว่า “อย่าแฝงเร้นกายใต้ต้นไม้ใหญ่ อย่าฆ่าผู้ใดหากไม่ชัดแจ้ง”
เราเองก็ติดตามท่านอาจารย์มาเป็นเวลานาน ลองเชื่ออาจารย์ดูอีกสักครั้ง คิดได้ดังนั้น
จึงเดินออกจากต้นไม้ใหญ่
ในขณะที่เอี๋ยนหุยเดินไปได้ไม่ไกลนัก บัดดล สายฟ้าก็ผ่าต้นไม้ใหญ่นั้นล้มลงมาให้เห็นต่อหน้าต่อตา
เอี๋ยนหุยตะลึงพรึงเพริด
คำกล่าวของพระอาจารย์ประโยคแรกเป็นจริงแล้ว หรือตัวเราจะฆ่าใครโดยไม่รู้สาเหตุ?
เอี๋ยนหุยจึงรีบเดินทางกลับ กว่าจะถึงบ้านก็ดึกแล้ว แต่ไม่กล้าปลุกคนในบ้าน เลยใช้ดาบที่นำติดตัว
มาค่อยๆเดาะดาลประตูห้องของภรรยา
เมื่อเอี๋ยนหุยคลำไปที่เตียงนอน ก็ต้องตกใจ ทำไมมีคนนอนอยู่บนเตียงสองคน!
เอี๋ยนหุยโมโหเป็นอย่างยิ่ง จึงหยิบดาบขึ้นมาหมายปลิดชีพผู้ที่นอนอยู่บนเตียง
เสียงกำชับของอาจารย์ก็ดังขึ้นมา “อย่าฆ่าผู้ใดหากไม่ชัดแจ้ง”
เมื่อเขาจุดตะเกียง จึงได้เห็นว่า คนหนึ่งคือภรรยา อีกคนหนึ่งคือน้องสาวของเขาเอง
พอฟ้าส่าง เอี๋ยนหุยก็รีบกลับสำนัก
เมื่อพบหน้าขงจื้อจึงรีบคุกเข่ากราบอาจารย์และกล่าวว่า “ท่านอาจารย์ คำกำชับของท่านได้ช่วยชีวิตของศิษย์ ภรรยาและน้องสาวไว้
ทำไมท่านจึงรู้เหมือนตาเห็นว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับศิษย์บ้าง?”
ขงจื้อพยุงเอี๋ยนหุยให้ลุกขึ้น และกล่าวว่า “เมื่อวานอากาศไม่ค่อยสู้ดีนัก น่าจะมีฟ้าร้องฟ้าแลบเป็นแน่
จึงเตือนเธอว่า อย่าแฝงเร้นกายใต้ต้นไม้ใหญ่
และเมื่อวาน เธอจากไปด้วยโทสะ แถมยังพกดาบติดตัวไปด้วย
อาจารย์จึ้งเตือนเธอว่า อย่าฆ่าผู้ใดหากไม่ชัดแจ้ง ”
เอี๋ยนหุยโค้งคำนับ “ท่านอาจารย์คาดการดังเทวดา ศิษย์รู้สึกเคารพเลื่อมใสท่านเหลือเกิน”
ขงจื้อจึงตักเดือนเอี๋ยนหุยว่า “อาจารย์ว่าที่เธอขอลากลับบ้านนั้นเป็นการโกหก ที่จริงแล้วเธอคิดว่า
อาจารย์แก่แล้ว ความคิดเลอะเลือน
ไม่อยากศึกษากับอาจารย์อีกแล้ว เธอลองคิดดูสิ อาจารย์บอกว่า 3x8ได้ 23 เธอแพ้ ก็เพียงแค่ถอดหมวก
หากอาจารย์บอกว่า 3x8 ได้ 24 เขาแพ้ นั่นหมายถึงชีวิตของคนๆหนึ่ง เธอคิดว่าหมวกหรือชีวิตสำคัญล่ะ? ”
เอี๋ยนหุยกระจ่างในฉับพลัน คุกเข่าต่อหน้าขงจื้อ แล้วกล่าวว่า “ท่านอาจารย์เห็นคุณธรรมเป็นสำคัญ
โดยไม่เห็นแก่เรื่องถูกผิดเล็กๆน้อยๆ
ศิษย์คิดว่าอาจารย์แก่ชราจึงเลอะเลือน ศิษย์เสียใจเป็นที่สุด”
จากนั้นเป็นต้นไป ไม่ว่าขงจื้อจะเดินทางไปยังแห่งหนตำบลใด เอี๋ยนหุยติดตามไม่เคยห่างกาย
จากตำนานเรื่องเล่านี้ ทำให้ข้าพเจ้านึกถึงเพลงๆหนึ่งของอิวเค่อหลี่หลิน(นักร้องดูโอของไต้หวัน)
ที่ร้องว่า “หากสูญเสียเธอไป ต่อให้เอาชนะทั้งโลกได้แล้วจะยังไง? เช่นกัน
บางครั้งคุณอาจเอาชนะคนอื่นด้วยเหตุผลของคุณ แต่อาจจะสูญเสียสิ่งที่สำคัญที่สุดไป ”
เรื่องราวต่างๆ แบ่งเป็นหนักเบารีบช้า อย่าเป็นเพราะต้องการเอาชนะให้ได้ แล้วทำให้เสียใจไปตลอดชีวิต
เรื่องราวมากมายที่ไม่ควรทะเลาะกัน ถอยหนึ่งก้าวทะเลกว้างฟ้างาม
ทะเลาะกับลูกค้า ต่อให้ชนะ ก็แพ้อยู่ดี (วันที่ส่งตัวอย่างผลิตภัณฑ์ใหม่ คุณก็จะรู้สึก)
ทะเลาะกับเถ้าแก่ ต่อให้ชนะ ก็แพ้อยู่ดี (วันที่ตรวจผลงานปลายปีมาถึง คุณก็จะรู้สึก)
ทะเลาะกับภรรยา ต่อให้ชนะ ก็แพ้อยู่ดี (เธอไม่สนใจคุณ คุณก็หากับข้าวกินเองละกัน)
ทะเลาะกับเพื่อน ต่อให้ชนะ ก็แพ้อยู่ดี (เคลียร์ไม่ได้ คุณอาจจะเสียเพื่อนไปเลย)
ที่มา: forward mail
..
เอี๋ยนหุยใฝ่ศึกษา มีคุณธรรมงดงาม เป็นศิษย์รักของขงจื้อ มีอยู่วันหนึ่ง เอี๋ยนหุยออกไปทำธุระที่ตลาด เห็นผู้คนจำนวนมากห้อมล้อมอยู่ที่หน้าร้านขายผ้า
จึงเข้าไปสอบถามดู จึงรู้ว่าเกิดการพิพาทระหว่างคนขายผ้ากับลูกค้า
ได้ยินลุกค้าตะโกนเสียงดังโหวกเหวกว่า “3x8 ได้ 23 ทำไมท่านถึงให้ข้าจ่าย 24 เหรียญล่ะ!”
เอี๋ยนหุยจึงเดินเข้าไปที่ร้าน หลังจากทำความเคารพแล้ว ก็กล่าวว่า “พี่ชาย 3x8 ได้ 24
จะเป็น 23 ได้ยังไง? พี่ชายคิดผิดแล้ว ไม่ต้องทะเลาะกันหรอก”
คนซื้อผ้าไม่พอใจเป็นอย่างยิ่ง ชี้หน้าเอี๋ยนหุยและกล่าวว่า “ใครให้เจ้าเข้ามายุ่ง! เจ้าอายุเท่าไหร่กัน!
จะตัดสินก็มีเพียงท่านขงจื้อเท่านั้น ผิดหรือถูกมีท่านผู้เดียวที่ข้าจะยอมรับ
ไป ไปหาท่านขงจื้อกัน ”
เอี่ยนหุยกล่าวว่า “ก็ดี หากท่านขงจื้อบอกว่าท่านผิด ท่านจะทำอย่างไร?”
คนซื้อผ้ากล่าวว่า“หากท่านวินิจฉัยว่าข้าผิด ข้ายอมให้หัวหลุดจากบ่า! แล้วหากเจ้าผิดล่ะ?”
เอี๋ยนหุยกล่าวว่า “หากท่านวินิจฉัยว่าข้าผิด ข้ายอมถูกปลดหมวก(ตำแหน่ง)”
ทั้งสองจึงเกิดการเดิมพันขึ้น
เมื่อขงจื้อสอบถามจนเกิดความกระจ่าง ก็ยิ้มให้กับเอี๋ยนหุยและกล่าวว่า “3x8ได้ 23 ถูกต้องแล้ว
เอี๋ยนหุย เธอแพ้แล้ว ถอดหมวกของเธอให้พี่ชายท่านนี้เสีย”
เอี๋ยนหุย ไม่โต้แย้ง ยอมรับในการวินิจฉัยของท่านอาจารย์ จึงถอดหมวกที่สวมให้แก่ชายคนนั้น
ชายผู้นั้นเมื่อได้รับหมวกก็ยิ้มสมหวังกลับไป
ต่อคำวินิจฉัยของขงจื้อ ต่อหน้าแม้เอี๋ยนหุยจะยอมรับ แต่ในใจกลับไม่ได้คิดเช่นนั้น
เอี๋ยนหุยคิดว่าท่านอาจารย์ชรามากแล้ว ความคิดคงเลอะเลือน จึงไม่อยากอยู่ศึกษากับขงจื้ออีกต่อไป
พอรุ่งขึ้น เอี๋ยนหุยจึงเข้าไปขอลาอาจารย์กลับบ้าน ด้วยเหตุผลที่ว่าที่บ้านเกิดเรื่องราว ต้องรีบกลับไปจัดการ
ขงจื้อรู้ว่าเอี๋ยนหุยคิดอะไรอยู่ ก็ไม่ได้สอบถามมากความ อนุญาตให้เอี๋ยนหุยกลับบ้านได้
ก่อนที่เอี๋ยนหุยจะออกเดินทาง ได้เข้าไปกราบลาขงจื้อ ขงจื้อกล่าวอวยพรและให้รีบกลับมาหากเสร็จกิจธุระแล้ว
พร้อมกันนั้นก็ได้กำชับว่า “อย่าแฝงเร้นกายใต้ต้นไม้ใหญ่ อย่าฆ่าผู้ใดหากไม่ชัดแจ้ง”
เอี๋ยนหุยคำนับพร้อมกล่าวว่า “ศิษย์จะจำใส่ใจ” แล้วลาอาจารย์ออกเดินทาง
เมื่อออกเดินทางไปได้ระยะหนึ่ง เกิดพายุลมแรงสายฟ้าแลบแปลบ เอี๋ยนหุยคิดว่าต้องเกิดพายุลมฝนเป็นแน่
จึงเร่งฝีเท้าเพื่อจะเข้าไปอาศัยอยู่ไต้ต้นไม้ใหญ่ แต่ก็ฉุกคิดถึงคำกำชับของท่านอาจารย์ที่ว่า “อย่าแฝงเร้นกายใต้ต้นไม้ใหญ่ อย่าฆ่าผู้ใดหากไม่ชัดแจ้ง”
เราเองก็ติดตามท่านอาจารย์มาเป็นเวลานาน ลองเชื่ออาจารย์ดูอีกสักครั้ง คิดได้ดังนั้น
จึงเดินออกจากต้นไม้ใหญ่
ในขณะที่เอี๋ยนหุยเดินไปได้ไม่ไกลนัก บัดดล สายฟ้าก็ผ่าต้นไม้ใหญ่นั้นล้มลงมาให้เห็นต่อหน้าต่อตา
เอี๋ยนหุยตะลึงพรึงเพริด
คำกล่าวของพระอาจารย์ประโยคแรกเป็นจริงแล้ว หรือตัวเราจะฆ่าใครโดยไม่รู้สาเหตุ?
เอี๋ยนหุยจึงรีบเดินทางกลับ กว่าจะถึงบ้านก็ดึกแล้ว แต่ไม่กล้าปลุกคนในบ้าน เลยใช้ดาบที่นำติดตัว
มาค่อยๆเดาะดาลประตูห้องของภรรยา
เมื่อเอี๋ยนหุยคลำไปที่เตียงนอน ก็ต้องตกใจ ทำไมมีคนนอนอยู่บนเตียงสองคน!
เอี๋ยนหุยโมโหเป็นอย่างยิ่ง จึงหยิบดาบขึ้นมาหมายปลิดชีพผู้ที่นอนอยู่บนเตียง
เสียงกำชับของอาจารย์ก็ดังขึ้นมา “อย่าฆ่าผู้ใดหากไม่ชัดแจ้ง”
เมื่อเขาจุดตะเกียง จึงได้เห็นว่า คนหนึ่งคือภรรยา อีกคนหนึ่งคือน้องสาวของเขาเอง
พอฟ้าส่าง เอี๋ยนหุยก็รีบกลับสำนัก
เมื่อพบหน้าขงจื้อจึงรีบคุกเข่ากราบอาจารย์และกล่าวว่า “ท่านอาจารย์ คำกำชับของท่านได้ช่วยชีวิตของศิษย์ ภรรยาและน้องสาวไว้
ทำไมท่านจึงรู้เหมือนตาเห็นว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับศิษย์บ้าง?”
ขงจื้อพยุงเอี๋ยนหุยให้ลุกขึ้น และกล่าวว่า “เมื่อวานอากาศไม่ค่อยสู้ดีนัก น่าจะมีฟ้าร้องฟ้าแลบเป็นแน่
จึงเตือนเธอว่า อย่าแฝงเร้นกายใต้ต้นไม้ใหญ่
และเมื่อวาน เธอจากไปด้วยโทสะ แถมยังพกดาบติดตัวไปด้วย
อาจารย์จึ้งเตือนเธอว่า อย่าฆ่าผู้ใดหากไม่ชัดแจ้ง ”
เอี๋ยนหุยโค้งคำนับ “ท่านอาจารย์คาดการดังเทวดา ศิษย์รู้สึกเคารพเลื่อมใสท่านเหลือเกิน”
ขงจื้อจึงตักเดือนเอี๋ยนหุยว่า “อาจารย์ว่าที่เธอขอลากลับบ้านนั้นเป็นการโกหก ที่จริงแล้วเธอคิดว่า
อาจารย์แก่แล้ว ความคิดเลอะเลือน
ไม่อยากศึกษากับอาจารย์อีกแล้ว เธอลองคิดดูสิ อาจารย์บอกว่า 3x8ได้ 23 เธอแพ้ ก็เพียงแค่ถอดหมวก
หากอาจารย์บอกว่า 3x8 ได้ 24 เขาแพ้ นั่นหมายถึงชีวิตของคนๆหนึ่ง เธอคิดว่าหมวกหรือชีวิตสำคัญล่ะ? ”
เอี๋ยนหุยกระจ่างในฉับพลัน คุกเข่าต่อหน้าขงจื้อ แล้วกล่าวว่า “ท่านอาจารย์เห็นคุณธรรมเป็นสำคัญ
โดยไม่เห็นแก่เรื่องถูกผิดเล็กๆน้อยๆ
ศิษย์คิดว่าอาจารย์แก่ชราจึงเลอะเลือน ศิษย์เสียใจเป็นที่สุด”
จากนั้นเป็นต้นไป ไม่ว่าขงจื้อจะเดินทางไปยังแห่งหนตำบลใด เอี๋ยนหุยติดตามไม่เคยห่างกาย
จากตำนานเรื่องเล่านี้ ทำให้ข้าพเจ้านึกถึงเพลงๆหนึ่งของอิวเค่อหลี่หลิน(นักร้องดูโอของไต้หวัน)
ที่ร้องว่า “หากสูญเสียเธอไป ต่อให้เอาชนะทั้งโลกได้แล้วจะยังไง? เช่นกัน
บางครั้งคุณอาจเอาชนะคนอื่นด้วยเหตุผลของคุณ แต่อาจจะสูญเสียสิ่งที่สำคัญที่สุดไป ”
เรื่องราวต่างๆ แบ่งเป็นหนักเบารีบช้า อย่าเป็นเพราะต้องการเอาชนะให้ได้ แล้วทำให้เสียใจไปตลอดชีวิต
เรื่องราวมากมายที่ไม่ควรทะเลาะกัน ถอยหนึ่งก้าวทะเลกว้างฟ้างาม
ทะเลาะกับลูกค้า ต่อให้ชนะ ก็แพ้อยู่ดี (วันที่ส่งตัวอย่างผลิตภัณฑ์ใหม่ คุณก็จะรู้สึก)
ทะเลาะกับเถ้าแก่ ต่อให้ชนะ ก็แพ้อยู่ดี (วันที่ตรวจผลงานปลายปีมาถึง คุณก็จะรู้สึก)
ทะเลาะกับภรรยา ต่อให้ชนะ ก็แพ้อยู่ดี (เธอไม่สนใจคุณ คุณก็หากับข้าวกินเองละกัน)
ทะเลาะกับเพื่อน ต่อให้ชนะ ก็แพ้อยู่ดี (เคลียร์ไม่ได้ คุณอาจจะเสียเพื่อนไปเลย)
ใบชา เกิดสีสวยและกลิ่นหอมน่าลิ้มลองได้ ก็เพราะโดนน้ำร้อนลวก ชีวิตของคนเราก็เช่นเดียวกัน เพราะเผชิญกับอุปสรรคครั้งแล้วครั้งเล่า จึงเหลือไว้ซึ่งเรื่องราวเป็นตำนานให้ได้เล่าขานน่าตามติด
ผู้ที่รู้สำนึกคุณอยู่เสมอ จึงเป็นผู้มีวาสนามากที่สุด
ที่มา: forward mail
..
Wednesday, March 16, 2011
ไม่พบ/หาไม่เจอ: Not found
บางครั้ง เราต้องการหาอะไรบางอย่าง แต่หาไม่เจอ ไม่พบ can not be found หรือ Not found หรือ missing
หน้าที่กำลังค้นหาอยู่นั้น ไม่มีไม่พบ / หาไม่เจอ The page you are looking for is not found บางครั้งก็พูดย่อๆ ว่า Page Not Found. หรือจะพูดว่า The page you are looking is missing.
ทำไมเราถึงหาความสุขที่ยั่งยืนไม่พบ Why Can't We Find Lasting Happiness?
ืหาไม่เจอ หรือ ไม่มี สามารถใช้ no hits ได้ เช่น ที่เวปนี้หาไม่พบ The website gives no hits.
เสียของที่มีไป (ทำให้เหมือน ไม่พบ/หาไม่เจอ) เราจะใช้คำว่า lost
เช่น ที่ญี่ปุ่นของไม่หายแม้จะเจอภิบัติภัยอย่างสึนามิ In Japan,
ตามรอยไม่พบ lose trace of หรือในลักษณะตามไม่ทัน cannot keep of , cannot keep on
Dr.SoS
หน้าที่กำลังค้นหาอยู่นั้น ไม่มีไม่พบ / หาไม่เจอ The page you are looking for is not found บางครั้งก็พูดย่อๆ ว่า Page Not Found. หรือจะพูดว่า The page you are looking is missing.
ทำไมเราถึงหาความสุขที่ยั่งยืนไม่พบ Why Can't We Find Lasting Happiness?
ืหาไม่เจอ หรือ ไม่มี สามารถใช้ no hits ได้ เช่น ที่เวปนี้หาไม่พบ The website gives no hits.
เสียของที่มีไป (ทำให้เหมือน ไม่พบ/หาไม่เจอ) เราจะใช้คำว่า lost
เช่น ที่ญี่ปุ่นของไม่หายแม้จะเจอภิบัติภัยอย่างสึนามิ In Japan,
ตามรอยไม่พบ lose trace of หรือในลักษณะตามไม่ทัน cannot keep of , cannot keep on
Dr.SoS
Thursday, March 10, 2011
เพื่อน: Friend(s) -朋友 [péng-you]
เพื่อน - เพื่อนนี้มีหลายแบบหลากสไตล์ ความหมายโดยทั่วไปของคำว่า"เพื่อน" - เพื่อนเป็นคนที่คุณรู้จักดี friend is a person you know well และคุณก็ชอบเขามากด้วย Also, friend is a person you like a lot ที่สำคัญ "เพื่อน" เป็นคนที่ไม่ใช่ศัตรูของคุณ Importantly, friend is not an enemy. แต่เป็นคนที่คุณไว้ใจเขาได้ But friend is the one you can trust.
เพื่อน คือ คนที่ ฝ่าลม ฝ่าฝน ฝ่าความยากลำบากด้วยกัน A friend is someone who through the wind through the rain through the difficulties together. อันนี้จะเป็นเพื่อนยาก (เพื่อนยามยาก) หรือ เพื่อนแท้
คำที่ให้ความหมายในทำนอง"เพื่อน": สหาย เพื่อนฝูง เกลอ มิตรสหาย เพื่อนพ้อง เพื่อนเกลอ - companion, comrade, playmate, pal, mate, buddy, chum
คำ dude [อ่าน 'ดู๊ด'] (เป็น slang ) = เพื่อน
เพื่อนคู่ใจ - confidant
เพื่อนแท้ เพื่อนยาก เพื่อนซี้ - real friend, true friend, best friend, faithful friend, friend in need, good friend
เพื่อนรัก - valued friend, bosom friend, close friend
เพื่อนฝูง - friends, company
เพื่อนชาย - boyfriend [n]
เพื่อนหญิง - girlfriend
เพื่อนคู่หู -[n] buddy
เพื่อนเล่น - playmate [n] companion at play, a playfellow
[ นอกจากนั้น playmate [n] ยังหมายถึง กิ๊ก หรือ คู่รัก (lover) ได้อีกด้วย ]
เพื่อนสนิท - best friend, intimate friend, close friend, dear friend, pal, chum
เพื่อนร่วมห้อง - chum
เพื่อนร่วมชั้นเรียน - classmate, roommate
เพื่อนร่วมงาน - cohort, colleague
คนกันเอง - กากี่นั้ง [n.] one of us, intimate friends
เพื่อนกิน - fair-weather friend, false friend, pseudo friend, brilliant friend
'เพื่อนกิน'เป็นเพื่อนกันเฉพาะยามสุข Fair-weather friend is your friend only when things are pleasant or going well for you or profitable.
เพื่อนเจ้าสาว - Bridesmaid
เพื่อนเจ้าบ่าว - best man
เพื่อนบ้าน (คนในละแวกเดียวกัน) [n] neighbor, neighbour, homie
เพื่อนทางจดหมาย - penfriend
เพื่อนร่วมน้ำสาบานด้วยการดื่มเลือดสาบาน พี่น้องร่วมสายโลหิต - blood brother
เพื่อนทหาร - billy
เพื่อนร่วมสนุก - boon (n)
เพื่อนนอน คู่นอน - bedfellow (n)
เพื่อนนักเรียน - schoolmate
เพื่อนต่างเพศ - friend of opposite sex
คบเป็นเพื่อนกัน - befriend (vt) (เป็นเพื่อน ตีสนิท ทำความรู้จัก)
คำทักทาย "Salut" ใช้ทักทายกับคนคุ้นเคยในหมู่เพื่อน คล้าย สวัสดี ของไทย
เรามาลองดูคำในภาษาจีน 朋友 [péng-you] (อ่าน ผาง-โย่ว ถ้าจีนแต้จิ๋ว ก็คือ เผ่งอิ้ว) = เพื่อน (friend, companion) คำแรก มีตัว 月 [yuè] ซึ่งหมายถึง พระจันทร์ ผู้ให้ความสว่างท่ามกลางความมืดมน(เปรียบความมืดมนเหมือนความยากลำบาก) (ตัว 朋 มีพระจันทร์ถึง 2 ดวง) นี่คือความหมายแฝงในภาษาจีน ของคำว่า'เพื่อน'
มันไม่ยากที่จะหาเพื่อน แต่มันยากในการที่จะหาเพื่อนแท้สักคน It is not difficult to make friends, but to find a real friend. คุณจะรู้ว่าใครเป็นเพื่อนแท้ของคุณ ก็ต่อเมื่อคุณอยู่ในภาวะที่ยากลำบากมีปัญหา you will know who is your true friend when you are in times of difficulty.
Dr.SoS
.
เพื่อน คือ คนที่ ฝ่าลม ฝ่าฝน ฝ่าความยากลำบากด้วยกัน A friend is someone who through the wind through the rain through the difficulties together. อันนี้จะเป็นเพื่อนยาก (เพื่อนยามยาก) หรือ เพื่อนแท้
คำที่ให้ความหมายในทำนอง"เพื่อน": สหาย เพื่อนฝูง เกลอ มิตรสหาย เพื่อนพ้อง เพื่อนเกลอ - companion, comrade, playmate, pal, mate, buddy, chum
คำ dude [อ่าน 'ดู๊ด'] (เป็น slang ) = เพื่อน
เพื่อนคู่ใจ - confidant
เพื่อนแท้ เพื่อนยาก เพื่อนซี้ - real friend, true friend, best friend, faithful friend, friend in need, good friend
เพื่อนรัก - valued friend, bosom friend, close friend
เพื่อนฝูง - friends, company
เพื่อนชาย - boyfriend [n]
เพื่อนหญิง - girlfriend
เพื่อนคู่หู -[n] buddy
เพื่อนเล่น - playmate [n] companion at play, a playfellow
[ นอกจากนั้น playmate [n] ยังหมายถึง กิ๊ก หรือ คู่รัก (lover) ได้อีกด้วย ]
เพื่อนสนิท - best friend, intimate friend, close friend, dear friend, pal, chum
เพื่อนร่วมห้อง - chum
เพื่อนร่วมชั้นเรียน - classmate, roommate
เพื่อนร่วมงาน - cohort, colleague
คนกันเอง - กากี่นั้ง [n.] one of us, intimate friends
เพื่อนกิน - fair-weather friend, false friend, pseudo friend, brilliant friend
'เพื่อนกิน'เป็นเพื่อนกันเฉพาะยามสุข Fair-weather friend is your friend only when things are pleasant or going well for you or profitable.
เพื่อนเจ้าสาว - Bridesmaid
เพื่อนเจ้าบ่าว - best man
เพื่อนบ้าน (คนในละแวกเดียวกัน) [n] neighbor, neighbour, homie
เพื่อนทางจดหมาย - penfriend
เพื่อนร่วมน้ำสาบานด้วยการดื่มเลือดสาบาน พี่น้องร่วมสายโลหิต - blood brother
เพื่อนทหาร - billy
เพื่อนร่วมสนุก - boon (n)
เพื่อนนอน คู่นอน - bedfellow (n)
เพื่อนนักเรียน - schoolmate
เพื่อนต่างเพศ - friend of opposite sex
คบเป็นเพื่อนกัน - befriend (vt) (เป็นเพื่อน ตีสนิท ทำความรู้จัก)
คำทักทาย "Salut" ใช้ทักทายกับคนคุ้นเคยในหมู่เพื่อน คล้าย สวัสดี ของไทย
เรามาลองดูคำในภาษาจีน 朋友 [péng-you] (อ่าน ผาง-โย่ว ถ้าจีนแต้จิ๋ว ก็คือ เผ่งอิ้ว) = เพื่อน (friend, companion) คำแรก มีตัว 月 [yuè] ซึ่งหมายถึง พระจันทร์ ผู้ให้ความสว่างท่ามกลางความมืดมน(เปรียบความมืดมนเหมือนความยากลำบาก) (ตัว 朋 มีพระจันทร์ถึง 2 ดวง) นี่คือความหมายแฝงในภาษาจีน ของคำว่า'เพื่อน'
มันไม่ยากที่จะหาเพื่อน แต่มันยากในการที่จะหาเพื่อนแท้สักคน It is not difficult to make friends, but to find a real friend. คุณจะรู้ว่าใครเป็นเพื่อนแท้ของคุณ ก็ต่อเมื่อคุณอยู่ในภาวะที่ยากลำบากมีปัญหา you will know who is your true friend when you are in times of difficulty.
Dr.SoS
.
(เรื่องอย่างนั้น)ไม่มีหรอก: There is no such thing
(ของแบบนั้น /เรื่องแบบนั้น) มันไม่มีหรอก = There is no such thing
เรื่องที่ว่า ระดับที่ปลอดภัยที่จะดื่มอัลกอฮอล์ นั้นไม่มีหรอก: There is no such thing as a safe level of alcohol consumption.
เรื่องที่ว่าเกี่ยวกับ จริยธรรมในเชิงธุรกิจนั้นไม่มีหรอก : There's no such thing as business ethics.
ความจริงที่แพงเหลือหลาย เกี่ยวกับระบบการดูแลและรักษาสุขภาพของแคนาดา เรื่องที่ว่าดูแลสุขภาพอนามัยฟรีๆ นั้นไม่มีหรอก The costly truth about Canada's health care system: There's no such thing as free health care.
ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา นายโอบาม่า ได้กล่าวรับรู้ว่า แม้ว่าจะมีโครงการแพคเกจกระตุ้นเศรษฐกิจที่ใช้เงินมหาศาลที่รัฐบาลสัญญาก็ตาม โครงกาีรที่ขุดแซะไว้เรียบร้อยแล้วนั้นไม่มีหรอก ( คือ ยังไงก็ต้องเหนื่อยทำกันต่อไป) Mr. Obama is acknowledging that, despite his economic stimulus package campaign promises, "there's no such thing as shovel-ready projects."
คำ shovel (n) หมายถึง พลั่ว เสียม เครื่องแซะ (v) แซะ ตัก ช้อน(ขึ้นมา) กระแซะ(ออกมา)
ที่ว่า โครงการที่ทำ (ขุดแซะ) ไว้แล้ว "shovel-ready" projects หมายถึง โครงการที่สามารถจ้างคนไปทำงานได้ทันที -- projects that would put people to work right away.
ที่ว่า (ของแบบนั้น /เรื่องแบบนั้น) มันไม่มีหรอก :- มันจะมี หรือว่า ไม่มีนั้น โปรดใช้วิจารณญาณนะครับพี่น้อง(Please use ัyour own discretion.)
Dr.SoS
เรื่องที่ว่า ระดับที่ปลอดภัยที่จะดื่มอัลกอฮอล์ นั้นไม่มีหรอก: There is no such thing as a safe level of alcohol consumption.
เรื่องที่ว่าเกี่ยวกับ จริยธรรมในเชิงธุรกิจนั้นไม่มีหรอก : There's no such thing as business ethics.
ความจริงที่แพงเหลือหลาย เกี่ยวกับระบบการดูแลและรักษาสุขภาพของแคนาดา เรื่องที่ว่าดูแลสุขภาพอนามัยฟรีๆ นั้นไม่มีหรอก The costly truth about Canada's health care system: There's no such thing as free health care.
ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา นายโอบาม่า ได้กล่าวรับรู้ว่า แม้ว่าจะมีโครงการแพคเกจกระตุ้นเศรษฐกิจที่ใช้เงินมหาศาลที่รัฐบาลสัญญาก็ตาม โครงกาีรที่ขุดแซะไว้เรียบร้อยแล้วนั้นไม่มีหรอก ( คือ ยังไงก็ต้องเหนื่อยทำกันต่อไป) Mr. Obama is acknowledging that, despite his economic stimulus package campaign promises, "there's no such thing as shovel-ready projects."
คำ shovel (n) หมายถึง พลั่ว เสียม เครื่องแซะ (v) แซะ ตัก ช้อน(ขึ้นมา) กระแซะ(ออกมา)
ที่ว่า โครงการที่ทำ (ขุดแซะ) ไว้แล้ว "shovel-ready" projects หมายถึง โครงการที่สามารถจ้างคนไปทำงานได้ทันที -- projects that would put people to work right away.
ที่ว่า (ของแบบนั้น /เรื่องแบบนั้น) มันไม่มีหรอก :- มันจะมี หรือว่า ไม่มีนั้น โปรดใช้วิจารณญาณนะครับพี่น้อง(Please use ัyour own discretion.)
Dr.SoS
Say you will
เพลง - Say You Will (-Tokyo Squares)
Say you will, say you will be mine
I just keep missing you tonight
I feel so unsure,I feel so alone
I just don't dare to open my eyes
Into deep,going in too deep
I can't get you out of my mind
Baby no matter just how hard I try
I don't want to be alone tonight
Won't you be my guilding light
Lead the way to be by your side
Won't you be my star tonight
I need more than a neon light
Say you will,say you will be mine
I just keep missing you tonight
I feel so unsure,I feel so alone
I just don't dare to open my eyes
http://www.4shared.com/audio/qlv6Pk4P/Say_you_will_-_Tokyo_Squares.htm
เนื้อเพลง - Say You Will -Tokyo Squares
Say you will, say you will be mine
I just keep missing you tonight
I feel so unsure,I feel so alone
I just don't dare to open my eyes
Into deep,going in too deep
I can't get you out of my mind
Baby no matter just how hard I try
I don't want to be alone tonight
Won't you be my guilding light
Lead the way to be by your side
Won't you be my star tonight
I need more than a neon light
Say you will,say you will be mine
I just keep missing you tonight
I feel so unsure,I feel so alone
I just don't dare to open my eyes
http://www.4shared.com/audio/qlv6Pk4P/Say_you_will_-_Tokyo_Squares.htm
เนื้อเพลง - Say You Will -Tokyo Squares
เพลงแห่งรัก กุหลาบแดง: 九佰九拾九朵玫瑰
เพลงแห่งรัก กุหลาบแดงปลูกไว้เพื่อเธอ แสดงรักอันคงมั่น ..
999 ROSES OF LOVE Lyrics
Linda Trang Ðài
Ask me right now what my love has entailed.
ONE WORD REPLY:
IT’S YOU! WITHOUT SURPRISE.
It’s not the same having you far from me.
THE LOVE I HAVE FOR YOU IS STILL THE SAME.
People can say and reveal all their doubts..
I am the only one with the judgment sole to make.
Destiny leads us to find our way back.
Will the branches of our paths converge?
With love I’m sending you this:
九佰九拾九朵 ( 九百九拾九朵 ) 玫瑰
JIU BAI JIU SHI JIU DUO MEI GUI
To capture what I’m feeling.
九佰九拾九朵 ( 九百九拾九朵 ) 玫瑰
JIU BAI JIU SHI JIU DUO MEI GUI
Hope the roses I have given.
SYMBOLIZED A PART OF ME YOU’VE HELD ON…
往事如风 痴心只是难懂
[wǎngshìrúfēng chī-xīn zhǐ-shì nán dǒng] Past, is past silly but hard to understand Infatuation is difficult to understand
借酒相送 送不走身影蒙蒙
Both hands using alcohol to get misty figure does not take
烛光投影 映不出你颜容
Candles not reflect your projector Yen Yung
仍只见 你独自照片中
You still saw the picture alone
夜风已冷 回想前尘如梦
Cheng pulls like a dream night wind is cold recall
心似冰冻 怎堪相识不相逢
How worthy of the frozen heart may not meet strangers
难舍心痛 难舍情已如风
Regret and heartache, regret and love is like the wind
难舍 你在我心中放纵
Unforgettable indulge you in my heart
我早已为你种下 九佰九拾九朵玫瑰
I have already planted for you pick up nine nine rose Jiubai
从分手的那一天 九佰九拾九朵玫瑰
From the break up of the day pick nine nine rose Jiubai
花到凋谢人已憔悴
Flower to wither people languish
千盟万誓 已随花事烟灭
With the thousands of AU million pledge has been blooming Ashes to Ashes
夜风已冷 回想前尘如梦
Cheng pulls like a dream night wind is cold recall
心似冰冻 怎堪相识不相逢
How worthy of the frozen heart may not meet strangers
难舍心痛 难舍情已如风
Regret and heartache, regret and love is like the wind
难舍 你在我心中放纵
Unforgettable indulge you in my heart
我早已为你种下 九佰九拾九朵玫瑰
I have already planted for you pick up nine nine rose Jiubai
从分手的那一天 九佰九拾九朵玫瑰
From the break up of the day pick nine nine rose Jiubai
花到凋谢人已憔悴
Flower to wither people languish
千盟万誓 已随花事烟灭
With the thousands of AU million pledge has been blooming Ashes to Ashes
我早已为你种下 九佰九拾九朵玫瑰
I have already planted for you pick up nine nine rose Jiubai
从分手的那一天 九佰九拾九朵玫瑰
From the break up of the day pick nine nine rose Jiubai
花到凋谢人已憔悴
Flower to wither people languish
千盟万誓 已随花事烟灭
With the thousands of AU million pledge has been blooming Ashes to Ashes
往事如风 痴心只是难懂
Past, is past silly but hard to understand
借酒相送 送不走身影蒙蒙
Both hands using alcohol to get misty figure does not take
烛光投影 映不出你颜容
Candles not reflect your projector Yen Yung
仍只见 你独自照片中
You still saw the picture alone
(照片中 = picture/photo/image)
เพลง : กุหลาบแดง 9999
ศิลปิน : ไก่ พรรณิภา
โอ้กุหลาบแดง เป็นสื่อแห่งความรักเรา
กลิ่นสียวนเย้า เร้าใจให้รักรัญจวน
หนามกุหลาบคม เผลอใจชมเจ้าเย้ายวน
ถูกคมหนามร้องครางครวญ หัวใจสลาย
วันคืนล่วงเลย เห็นกุหลาบกลีบกระจาย
ใจหายเสียดาย สิ้นสุดกันแล้วหรือเรา
อ้อนวอนเท่าไร เธอก็ไม่กลับหวนคืน
ผิดที่ฉัน หรือว่าเธอ เป็นอื่นไปแล้ว
ปลูกกุหลาบแดงไว้เพื่อเธอ
เก้าพันเก้าร้อยเก้าสิบเก้าดอก
บ่งบอกความจริงที่ยิ่งใหญ่
บ่งบอกว่าใจฉันยังคงมั่น
พันปีหมื่นวันไม่เคยหน่าย
ฟ้าดินสลายหัวใจมั่นรักเธอ
โอ้กุหลาบแดง เป็นสื่อแห่งความรักเรา
กลิ่นสียวนเย้า เร้าใจให้รักรัญจวน
หนามกุหลาบคม เผลอใจชมเจ้าเย้ายวน
ถูกคมหนามร้องครางครวญ หัวใจสลาย
...
999 ROSES OF LOVE Lyrics
Linda Trang Ðài
Ask me right now what my love has entailed.
ONE WORD REPLY:
IT’S YOU! WITHOUT SURPRISE.
It’s not the same having you far from me.
THE LOVE I HAVE FOR YOU IS STILL THE SAME.
People can say and reveal all their doubts..
I am the only one with the judgment sole to make.
Destiny leads us to find our way back.
Will the branches of our paths converge?
With love I’m sending you this:
九佰九拾九朵 ( 九百九拾九朵 ) 玫瑰
JIU BAI JIU SHI JIU DUO MEI GUI
To capture what I’m feeling.
九佰九拾九朵 ( 九百九拾九朵 ) 玫瑰
JIU BAI JIU SHI JIU DUO MEI GUI
Hope the roses I have given.
SYMBOLIZED A PART OF ME YOU’VE HELD ON…
往事如风 痴心只是难懂
[wǎngshìrúfēng chī-xīn zhǐ-shì nán dǒng] Past, is past silly but hard to understand Infatuation is difficult to understand
借酒相送 送不走身影蒙蒙
Both hands using alcohol to get misty figure does not take
烛光投影 映不出你颜容
Candles not reflect your projector Yen Yung
仍只见 你独自照片中
You still saw the picture alone
夜风已冷 回想前尘如梦
Cheng pulls like a dream night wind is cold recall
心似冰冻 怎堪相识不相逢
How worthy of the frozen heart may not meet strangers
难舍心痛 难舍情已如风
Regret and heartache, regret and love is like the wind
难舍 你在我心中放纵
Unforgettable indulge you in my heart
我早已为你种下 九佰九拾九朵玫瑰
I have already planted for you pick up nine nine rose Jiubai
从分手的那一天 九佰九拾九朵玫瑰
From the break up of the day pick nine nine rose Jiubai
花到凋谢人已憔悴
Flower to wither people languish
千盟万誓 已随花事烟灭
With the thousands of AU million pledge has been blooming Ashes to Ashes
夜风已冷 回想前尘如梦
Cheng pulls like a dream night wind is cold recall
心似冰冻 怎堪相识不相逢
How worthy of the frozen heart may not meet strangers
难舍心痛 难舍情已如风
Regret and heartache, regret and love is like the wind
难舍 你在我心中放纵
Unforgettable indulge you in my heart
我早已为你种下 九佰九拾九朵玫瑰
I have already planted for you pick up nine nine rose Jiubai
从分手的那一天 九佰九拾九朵玫瑰
From the break up of the day pick nine nine rose Jiubai
花到凋谢人已憔悴
Flower to wither people languish
千盟万誓 已随花事烟灭
With the thousands of AU million pledge has been blooming Ashes to Ashes
我早已为你种下 九佰九拾九朵玫瑰
I have already planted for you pick up nine nine rose Jiubai
从分手的那一天 九佰九拾九朵玫瑰
From the break up of the day pick nine nine rose Jiubai
花到凋谢人已憔悴
Flower to wither people languish
千盟万誓 已随花事烟灭
With the thousands of AU million pledge has been blooming Ashes to Ashes
往事如风 痴心只是难懂
Past, is past silly but hard to understand
借酒相送 送不走身影蒙蒙
Both hands using alcohol to get misty figure does not take
烛光投影 映不出你颜容
Candles not reflect your projector Yen Yung
仍只见 你独自照片中
You still saw the picture alone
(照片中 = picture/photo/image)
เพลง : กุหลาบแดง 9999
ศิลปิน : ไก่ พรรณิภา
โอ้กุหลาบแดง เป็นสื่อแห่งความรักเรา
กลิ่นสียวนเย้า เร้าใจให้รักรัญจวน
หนามกุหลาบคม เผลอใจชมเจ้าเย้ายวน
ถูกคมหนามร้องครางครวญ หัวใจสลาย
วันคืนล่วงเลย เห็นกุหลาบกลีบกระจาย
ใจหายเสียดาย สิ้นสุดกันแล้วหรือเรา
อ้อนวอนเท่าไร เธอก็ไม่กลับหวนคืน
ผิดที่ฉัน หรือว่าเธอ เป็นอื่นไปแล้ว
ปลูกกุหลาบแดงไว้เพื่อเธอ
เก้าพันเก้าร้อยเก้าสิบเก้าดอก
บ่งบอกความจริงที่ยิ่งใหญ่
บ่งบอกว่าใจฉันยังคงมั่น
พันปีหมื่นวันไม่เคยหน่าย
ฟ้าดินสลายหัวใจมั่นรักเธอ
โอ้กุหลาบแดง เป็นสื่อแห่งความรักเรา
กลิ่นสียวนเย้า เร้าใจให้รักรัญจวน
หนามกุหลาบคม เผลอใจชมเจ้าเย้ายวน
ถูกคมหนามร้องครางครวญ หัวใจสลาย
...
Wednesday, March 9, 2011
กดดันไทยเลิกใช้ใยหิน -ที่แท้ต่างชาติจ้องแสวงหาประโยชน์
แฉเบื้องหลังกดดันไทยเลิกใช้ใยหิน ที่แท้ต่างชาติจ้องแสวงหาประโยชน์
แฉ ต้นเหตุการกำจัดใยหินในประเทศไทยมาจากองค์กรต่างชาติ IBAS ที่ตั้งธงแบนใยหินทั่วโลก แล้วเข้าไปเก็บเกี่ยวประโยชน์จากการฟ้องร้องและการรื้อถอน โดยไม่สนใจว่าคนไทยต้องจ่ายเงินเพิ่มหลายพันล้านบาทต่อปี สร้างยอดขายมหาศาลให้วัตถุดิบทดแทนใยหิน สนับสนุนการผูกขาดโดยผู้ประกอบการรายใหญ่
นายมานพ เจริญจิตต์ ผู้อำนวยการศูนย์ไครโซไทล์ กล่าวว่า ปัจจุบันแร่ใยหินไครโซไทล์ถูกนำไปใช้ในอุตสาหกรรมใน 114 ประเทศ คิดเป็นจำนวนประชากรกว่า 5,565 ล้านคน และมีเพียง 48 ประเทศที่ห้ามใช้ หรือคิดเป็นจำนวนประชากรเพียง 1,048 ล้านคนเท่านั้น โดยประเทศสหรัฐอเมริกาและแคนาดา ยังคงอนุญาตให้ใช้ใยหินไครโซไทล์ในสินค้าบางประเภท
ทั้งนี้ ลักษณะการใช้งานใยหินในต่างประเทศแตกต่างจากประเทศไทย บางประเทศนำไปพ่นเพื่อป้องกันความหนาวเย็นจากสภาพอากาศ ทำให้มีความเข้มข้นของใยหินสูงถึง 80-90% จึงมีความเสี่ยงต่อการกระจายของเส้นใยหินมากกว่า ซึ่งต่างจากประเทศไทยที่ใช้แร่ใยหินประเภทไครโซไทล์ โดยนำไปใช้เป็นวัตถุดิบผลิตสินค้า ที่มีสัดส่วนเพียง 6-8% และเมื่อผสมในซีเมนต์แล้วก็เป็นเรื่องยากที่เส้นใยหินไครโซไทล์จะฟุ้งกระจาย ในอากาศจนก่อให้เกิดอันตราย
ด้าน นายอัศนี ชันทอง กรรมการผู้จัดการ บริษัท ผลิตภัณฑ์ตราเพชร จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ใยหินไครโซไทล์มีคุณสมบัติที่เหมาะสมต่อการผลิตสินค้ามากกว่าการใช้สารทดแทน ประเภทอื่น ซึ่งหากภาครัฐดำเนินมาตรการห้ามนำเข้าใยหิน จะส่งผลกระทบต่อคุณภาพของกระเบื้องมุงหลังคาในประเทศไทย
ทั้งนี้ กระเบื้องมุงหลังคาที่มีใยหินมีความคงทน แข็งแกร่ง กว่ากระเบื้องหลังคาที่ไม่มีใยหินมาก โดยดูจากค่าความต้านแรงแตกหักตามมาตรฐานอุตสาหกรรมของกระเบื้องไม่มีใยหิน ต่ำกว่ากระเบื้องที่มีใยหินเกือบ 3 เท่า และการใช้งานในสภาพแวดล้อมจริง กระเบื้องหลังคาใยหินก็มีการพิสูจน์มาแล้วกว่า 30 ปี แต่กระเบื้องไม่มีใยหินเพิ่งเริ่มใช้เพียง 3 ปี ดังนั้น ผู้บริโภคอาจต้องรับภาระค่าใช้จ่ายในการเปลี่ยนกระเบื้องหลังคาบ่อยขึ้น หรือหากจำเป็นต้องขึ้นไปเหยียบหลังคาก็จะมีความเสี่ยงอันตรายมากขึ้น
“เราได้ทำการทดสอบความแกร่งของสินค้ากระเบื้องลอนคู่ชนิดไม่มีใยหิน ที่จัดเก็บไว้นาน 2 ปีครึ่ง พบว่าความแข็งแกร่งลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งคุณสมบัติที่แตกต่างกันในด้านความแข็งแกร่งคงทนนี้ มีผลต่อต้นทุนด้านบรรจุภัณฑ์ที่เพิ่มมากขึ้น เนื่องจากการจัดเก็บ เคลื่อนย้าย และขนส่ง ต้องใช้ความระมัดระวังมากเป็นพิเศษ” ดร.อัศนี กล่าว
ดร.อัศนี กล่าวด้วยว่า หากภาครัฐบังคับให้เลิกใช้ใยหินไครโซไทล์ จะทำให้ต้นทุนและราคาสินค้าเพิ่มสูงขึ้นทันที 25-30% จากสารทดแทนที่มีราคาสูงกว่าแร่ใยหินไครโซไทล์ถึง 10 เท่า และยังส่งผลต่อความหลากหลายของสินค้าที่ลดลง เป็นการจำกัดทางเลือกในการใช้สินค้าของผู้บริโภค เพราะสารทดแทนไม่สามารถนำมาผลิตกระเบื้องลอนคู่ที่มีความหนาต่ำกว่า 5 ม.ม.ได้ และยิ่งเป็นกระเบื้องหลังคาลอนเล็กยิ่งทำไม่ได้เลย ทำให้สินค้ากลุ่มนี้หายไปจากตลาด หากเกิดการชำรุดจากกระเบื้องหลังคาเดิม จำเป็นต้องรื้อเปลี่ยนทั้งหมด เนื่องจากไม่สามารถซ่อมแซมบางแผ่นได้
ศาสตราจารย์ ดร.นายแพทย์สมชัย บวรกิตติ ราชบัณฑิต สำนักวิทยาศาสตร์ ราชบัณฑิตยสถาน ผู้เชี่ยวชาญโรคระบบทางเดินหายใจและผู้ศึกษาโรคมะเร็งเยื่อหุ้มปอดจากการ สัมผัสใยหินในประเทศไทยมานานกว่า 30 ปี กล่าวว่า จากการศึกษาโรคมะเร็งเยื่อหุ้มปอดจากการสัมผัสแร่ใยหินไครโซไทล์ (เมโสเธลิโอมา) พบว่า ประเทศไทยมีรายงานผู้ป่วยเมโสเธลิโอมารายแรกในปี 2511 และจนถึงปี 2542 มีผู้ป่วยทั้งหมด 39 รายในประเทศไทย อย่างไรก็ตาม จากการตรวจผู้ป่วยเมโสเธลิโอมาในแต่ละราย ยังไม่มีหลักฐานข้อมูลทางด้านการแพทย์ที่ยืนยันชัดเจนว่าใยหินเป็นสาเหตุของ การเกิดโรค
นอกจากนี้ ช่วงเวลาที่ตรวจพบผู้ป่วยที่เป็นโรคเมโสเธลิโอมารายแรกนั้น เป็นช่วงเวลาก่อนที่ประเทศไทยจะมีการนำเข้าใยหินไครโซไทล์มาใช้ในอุตสาหกรรม ในปี 2518 และบางรายที่ป่วยไม่มีประวัติทำงานในโรงงานกระเบื้องหรือสัมผัสแร่ใยหินไค รโซไทล์แต่อย่างใด จนกระทั่งกรณีที่มีรายงานว่าประเทศไทยมีผู้ป่วยเสียชีวิตจากมะเร็งเยื่อหุ้ม ปอดจากการสัมผัสใยหิน แต่จากการตรวจสอบประวัติผู้เสียชีวิตรายนี้พบว่า เคยทำงานในโรงงานกระเบื้อง และสูบบุหรี่วันละ 1 ซอง จึงทำให้เชื่อว่าสาเหตุของการเสียชีวิตมาจากการสูบบุหรี่เป็นระยะเวลานาน มากกว่าการเป็นโรคเมโสเธลิโอมาจากการสัมผัสใยหิน เนื่องจากไม่พบผู้ป่วยรายอื่นในโรงงานดังกล่าวแต่อย่างใด
“ในไทยพบผู้ป่วยที่เป็นโรคมะเร็งเยื่อหุ้มปอดรายแรกก่อนที่ไทยอนุญาตให้นำ เข้าใยหินไครโซไทล์มาใช้ในอุตสาหกรรม จึงเชื่อว่าสาเหตุของการเกิดโรคนั้นไม่ได้มาจากใยหิน เพราะตั้งแต่ที่ไทยใช้ใยหินมากว่า 30 ปี ก็ยังไม่มีผู้เสียชีวิตจากโรคมะเร็งเยื่อหุ้มปอดที่สาเหตุที่ยืนยันได้ว่า เกิดจากแร่ใยหินแม้แต่รายเดียว” ศาสตราจารย์ ดร.นายแพทย์ สมชัย กล่าว
ด้านนายอุฬาร เกรียวสกุล ผู้จัดการฝ่ายการตลาด บริษัทกระเบื้องโอฬาร จำกัด กล่าวว่า การเริ่มต้นกล่าวหาว่าใยหินเป็นผู้ร้ายในสังคมไทยนั้น เกิดขึ้นจากกระแสของต่างชาติ โดยมีองค์กรที่ชื่อว่า IBAS (International Ban Asbestos Secretariat) ทำการเคลื่อนไหวเพื่อให้ยกเลิกการใช้ใยหินทั่วโลก โดยเบื้องหลังขององค์กรนี้คือผู้ที่ต้องการแสวงหาประโยชน์จากการฟ้องร้อง เรียกค่าเสียหายจากรัฐบาลผู้อนุญาตให้นำเข้าและผู้ประกอบการที่ใช้ใยหินเป็น วัตถุดิบในการผลิตสินค้าหลังจากที่ห้ามใช้ใยหิน
“IBAS พยายามแทรกซึมเข้าไปในองค์การอนามัยโลก หรือ WHO โดยการอ้างตัวอย่างอันตรายของใยหินที่เกิดขึ้น โดยไม่สนใจประเภทและวิธีการนำไปใช้ ความเข้มข้น และระยะเวลา ของแต่ละกรณี แต่ละประเทศ ว่าแตกต่างกันหรือไม่อย่างไร เพราะ IBAS มีธงอย่างเดียว คือ Ban หรือให้เลิกใช้” นายอุฬารกล่าวด้วยว่า ในต่างประเทศที่ยกเลิกการใช้ใยหิน มีการฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายกับผู้ประกอบการเป็นจำนวนมาก แม้ว่าผู้ประกอบการจะยกเลิกการผลิตสินค้าที่มีใยหินไปแล้วก็ตาม ทำให้ผู้ประกอบการหลายรายถึงกับล้มละลายตกเป็นภาระของรัฐบาลและสังคมต่อไป แต่ผู้ที่ร่ำรวยกลุ่มหนึ่งคือ ผู้ผลิตวัตถุดิบทดแทนใยหินซึ่งจะเป็นผู้ผูกขาดตลาด
นอกจากนี้ การแบนนำเข้าใยหิน เป็นการส่งเสริมการผูกขาดของตลาดกระเบื้องมุงหลังคาในประเทศไทย เนื่องจากมีผู้ประกอบการรายใหญ่ที่มีความพร้อมในด้านเงินทุนและองค์ความรู้ ในการผลิตกระเบื้องไม่มีใยหิน รวมทั้งการทำให้บริษัทผู้ผลิตกระเบื้องขนาดเล็กไม่สามารถแข่งขันหรือถูกกีด กันจนไม่สามารถทำตลาดได้จนต้องเลิกกิจการไป
“เรื่องนี้มีผู้ได้รับผลประโยชน์จากต่างชาติที่รอเก็บเกี่ยวจากการดำเนิน มาตรการห้ามใช้ใยหิน แต่ผู้บริโภคคนไทยเป็นผู้ที่ต้องมาแบกรับภาระที่เพิ่มขึ้น ดังนั้น ทุกฝ่ายต้องพิจารณาเรื่องนี้ให้ถี่ถ้วน และต้องเข้าใจว่าขณะนี้สังคมไทยกำลังถูกต่างชาติรังแก” นายอุฬารกล่าว
นายวิเชียร ผู้พัฒน์ ประธานที่ปรึกษา บริษัทไทยกระเบื้องหลังคา จำกัด กล่าวว่า หากให้เลิกใช้ใยหินทำกระเบื้องหลังคา บริษัทฯ ก็คงเลิกกิจการ เพราะการจะเปลี่ยนวัตถุดิบเป็นแบบไม่มีใยหิน จะต้องลงทุนจำนวนมาก และก็ไม่รู้ว่าต้องเพิ่มเงินลงทุนและเวลาอีกนานแค่ไหนกว่าจะทำให้กระเบื้อง หลังคาที่ไม่มีใยหินมีคุณสมบัติและคุณภาพที่เหมาะสมกับสภาพอากาศบ้านเรา เทียบเท่ากระเบื้องใยหินได้
ศูนย์ข้อมูลไครโซไทล์ ข้อมูลเพิ่มเติมดูได้ที่ www.chrysotile.co.th
ที่มา: เดลินิวส์ออนไลน์ แฉเบื้องหลังกดดันไทยเลิกใช้ใยหิน วันอังคาร ที่ 01 มีนาคม 2554
แฉ ต้นเหตุการกำจัดใยหินในประเทศไทยมาจากองค์กรต่างชาติ IBAS ที่ตั้งธงแบนใยหินทั่วโลก แล้วเข้าไปเก็บเกี่ยวประโยชน์จากการฟ้องร้องและการรื้อถอน โดยไม่สนใจว่าคนไทยต้องจ่ายเงินเพิ่มหลายพันล้านบาทต่อปี สร้างยอดขายมหาศาลให้วัตถุดิบทดแทนใยหิน สนับสนุนการผูกขาดโดยผู้ประกอบการรายใหญ่
นายมานพ เจริญจิตต์ ผู้อำนวยการศูนย์ไครโซไทล์ กล่าวว่า ปัจจุบันแร่ใยหินไครโซไทล์ถูกนำไปใช้ในอุตสาหกรรมใน 114 ประเทศ คิดเป็นจำนวนประชากรกว่า 5,565 ล้านคน และมีเพียง 48 ประเทศที่ห้ามใช้ หรือคิดเป็นจำนวนประชากรเพียง 1,048 ล้านคนเท่านั้น โดยประเทศสหรัฐอเมริกาและแคนาดา ยังคงอนุญาตให้ใช้ใยหินไครโซไทล์ในสินค้าบางประเภท
ทั้งนี้ ลักษณะการใช้งานใยหินในต่างประเทศแตกต่างจากประเทศไทย บางประเทศนำไปพ่นเพื่อป้องกันความหนาวเย็นจากสภาพอากาศ ทำให้มีความเข้มข้นของใยหินสูงถึง 80-90% จึงมีความเสี่ยงต่อการกระจายของเส้นใยหินมากกว่า ซึ่งต่างจากประเทศไทยที่ใช้แร่ใยหินประเภทไครโซไทล์ โดยนำไปใช้เป็นวัตถุดิบผลิตสินค้า ที่มีสัดส่วนเพียง 6-8% และเมื่อผสมในซีเมนต์แล้วก็เป็นเรื่องยากที่เส้นใยหินไครโซไทล์จะฟุ้งกระจาย ในอากาศจนก่อให้เกิดอันตราย
ด้าน นายอัศนี ชันทอง กรรมการผู้จัดการ บริษัท ผลิตภัณฑ์ตราเพชร จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ใยหินไครโซไทล์มีคุณสมบัติที่เหมาะสมต่อการผลิตสินค้ามากกว่าการใช้สารทดแทน ประเภทอื่น ซึ่งหากภาครัฐดำเนินมาตรการห้ามนำเข้าใยหิน จะส่งผลกระทบต่อคุณภาพของกระเบื้องมุงหลังคาในประเทศไทย
ทั้งนี้ กระเบื้องมุงหลังคาที่มีใยหินมีความคงทน แข็งแกร่ง กว่ากระเบื้องหลังคาที่ไม่มีใยหินมาก โดยดูจากค่าความต้านแรงแตกหักตามมาตรฐานอุตสาหกรรมของกระเบื้องไม่มีใยหิน ต่ำกว่ากระเบื้องที่มีใยหินเกือบ 3 เท่า และการใช้งานในสภาพแวดล้อมจริง กระเบื้องหลังคาใยหินก็มีการพิสูจน์มาแล้วกว่า 30 ปี แต่กระเบื้องไม่มีใยหินเพิ่งเริ่มใช้เพียง 3 ปี ดังนั้น ผู้บริโภคอาจต้องรับภาระค่าใช้จ่ายในการเปลี่ยนกระเบื้องหลังคาบ่อยขึ้น หรือหากจำเป็นต้องขึ้นไปเหยียบหลังคาก็จะมีความเสี่ยงอันตรายมากขึ้น
“เราได้ทำการทดสอบความแกร่งของสินค้ากระเบื้องลอนคู่ชนิดไม่มีใยหิน ที่จัดเก็บไว้นาน 2 ปีครึ่ง พบว่าความแข็งแกร่งลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งคุณสมบัติที่แตกต่างกันในด้านความแข็งแกร่งคงทนนี้ มีผลต่อต้นทุนด้านบรรจุภัณฑ์ที่เพิ่มมากขึ้น เนื่องจากการจัดเก็บ เคลื่อนย้าย และขนส่ง ต้องใช้ความระมัดระวังมากเป็นพิเศษ” ดร.อัศนี กล่าว
ดร.อัศนี กล่าวด้วยว่า หากภาครัฐบังคับให้เลิกใช้ใยหินไครโซไทล์ จะทำให้ต้นทุนและราคาสินค้าเพิ่มสูงขึ้นทันที 25-30% จากสารทดแทนที่มีราคาสูงกว่าแร่ใยหินไครโซไทล์ถึง 10 เท่า และยังส่งผลต่อความหลากหลายของสินค้าที่ลดลง เป็นการจำกัดทางเลือกในการใช้สินค้าของผู้บริโภค เพราะสารทดแทนไม่สามารถนำมาผลิตกระเบื้องลอนคู่ที่มีความหนาต่ำกว่า 5 ม.ม.ได้ และยิ่งเป็นกระเบื้องหลังคาลอนเล็กยิ่งทำไม่ได้เลย ทำให้สินค้ากลุ่มนี้หายไปจากตลาด หากเกิดการชำรุดจากกระเบื้องหลังคาเดิม จำเป็นต้องรื้อเปลี่ยนทั้งหมด เนื่องจากไม่สามารถซ่อมแซมบางแผ่นได้
ศาสตราจารย์ ดร.นายแพทย์สมชัย บวรกิตติ ราชบัณฑิต สำนักวิทยาศาสตร์ ราชบัณฑิตยสถาน ผู้เชี่ยวชาญโรคระบบทางเดินหายใจและผู้ศึกษาโรคมะเร็งเยื่อหุ้มปอดจากการ สัมผัสใยหินในประเทศไทยมานานกว่า 30 ปี กล่าวว่า จากการศึกษาโรคมะเร็งเยื่อหุ้มปอดจากการสัมผัสแร่ใยหินไครโซไทล์ (เมโสเธลิโอมา) พบว่า ประเทศไทยมีรายงานผู้ป่วยเมโสเธลิโอมารายแรกในปี 2511 และจนถึงปี 2542 มีผู้ป่วยทั้งหมด 39 รายในประเทศไทย อย่างไรก็ตาม จากการตรวจผู้ป่วยเมโสเธลิโอมาในแต่ละราย ยังไม่มีหลักฐานข้อมูลทางด้านการแพทย์ที่ยืนยันชัดเจนว่าใยหินเป็นสาเหตุของ การเกิดโรค
นอกจากนี้ ช่วงเวลาที่ตรวจพบผู้ป่วยที่เป็นโรคเมโสเธลิโอมารายแรกนั้น เป็นช่วงเวลาก่อนที่ประเทศไทยจะมีการนำเข้าใยหินไครโซไทล์มาใช้ในอุตสาหกรรม ในปี 2518 และบางรายที่ป่วยไม่มีประวัติทำงานในโรงงานกระเบื้องหรือสัมผัสแร่ใยหินไค รโซไทล์แต่อย่างใด จนกระทั่งกรณีที่มีรายงานว่าประเทศไทยมีผู้ป่วยเสียชีวิตจากมะเร็งเยื่อหุ้ม ปอดจากการสัมผัสใยหิน แต่จากการตรวจสอบประวัติผู้เสียชีวิตรายนี้พบว่า เคยทำงานในโรงงานกระเบื้อง และสูบบุหรี่วันละ 1 ซอง จึงทำให้เชื่อว่าสาเหตุของการเสียชีวิตมาจากการสูบบุหรี่เป็นระยะเวลานาน มากกว่าการเป็นโรคเมโสเธลิโอมาจากการสัมผัสใยหิน เนื่องจากไม่พบผู้ป่วยรายอื่นในโรงงานดังกล่าวแต่อย่างใด
“ในไทยพบผู้ป่วยที่เป็นโรคมะเร็งเยื่อหุ้มปอดรายแรกก่อนที่ไทยอนุญาตให้นำ เข้าใยหินไครโซไทล์มาใช้ในอุตสาหกรรม จึงเชื่อว่าสาเหตุของการเกิดโรคนั้นไม่ได้มาจากใยหิน เพราะตั้งแต่ที่ไทยใช้ใยหินมากว่า 30 ปี ก็ยังไม่มีผู้เสียชีวิตจากโรคมะเร็งเยื่อหุ้มปอดที่สาเหตุที่ยืนยันได้ว่า เกิดจากแร่ใยหินแม้แต่รายเดียว” ศาสตราจารย์ ดร.นายแพทย์ สมชัย กล่าว
ด้านนายอุฬาร เกรียวสกุล ผู้จัดการฝ่ายการตลาด บริษัทกระเบื้องโอฬาร จำกัด กล่าวว่า การเริ่มต้นกล่าวหาว่าใยหินเป็นผู้ร้ายในสังคมไทยนั้น เกิดขึ้นจากกระแสของต่างชาติ โดยมีองค์กรที่ชื่อว่า IBAS (International Ban Asbestos Secretariat) ทำการเคลื่อนไหวเพื่อให้ยกเลิกการใช้ใยหินทั่วโลก โดยเบื้องหลังขององค์กรนี้คือผู้ที่ต้องการแสวงหาประโยชน์จากการฟ้องร้อง เรียกค่าเสียหายจากรัฐบาลผู้อนุญาตให้นำเข้าและผู้ประกอบการที่ใช้ใยหินเป็น วัตถุดิบในการผลิตสินค้าหลังจากที่ห้ามใช้ใยหิน
“IBAS พยายามแทรกซึมเข้าไปในองค์การอนามัยโลก หรือ WHO โดยการอ้างตัวอย่างอันตรายของใยหินที่เกิดขึ้น โดยไม่สนใจประเภทและวิธีการนำไปใช้ ความเข้มข้น และระยะเวลา ของแต่ละกรณี แต่ละประเทศ ว่าแตกต่างกันหรือไม่อย่างไร เพราะ IBAS มีธงอย่างเดียว คือ Ban หรือให้เลิกใช้” นายอุฬารกล่าวด้วยว่า ในต่างประเทศที่ยกเลิกการใช้ใยหิน มีการฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายกับผู้ประกอบการเป็นจำนวนมาก แม้ว่าผู้ประกอบการจะยกเลิกการผลิตสินค้าที่มีใยหินไปแล้วก็ตาม ทำให้ผู้ประกอบการหลายรายถึงกับล้มละลายตกเป็นภาระของรัฐบาลและสังคมต่อไป แต่ผู้ที่ร่ำรวยกลุ่มหนึ่งคือ ผู้ผลิตวัตถุดิบทดแทนใยหินซึ่งจะเป็นผู้ผูกขาดตลาด
นอกจากนี้ การแบนนำเข้าใยหิน เป็นการส่งเสริมการผูกขาดของตลาดกระเบื้องมุงหลังคาในประเทศไทย เนื่องจากมีผู้ประกอบการรายใหญ่ที่มีความพร้อมในด้านเงินทุนและองค์ความรู้ ในการผลิตกระเบื้องไม่มีใยหิน รวมทั้งการทำให้บริษัทผู้ผลิตกระเบื้องขนาดเล็กไม่สามารถแข่งขันหรือถูกกีด กันจนไม่สามารถทำตลาดได้จนต้องเลิกกิจการไป
“เรื่องนี้มีผู้ได้รับผลประโยชน์จากต่างชาติที่รอเก็บเกี่ยวจากการดำเนิน มาตรการห้ามใช้ใยหิน แต่ผู้บริโภคคนไทยเป็นผู้ที่ต้องมาแบกรับภาระที่เพิ่มขึ้น ดังนั้น ทุกฝ่ายต้องพิจารณาเรื่องนี้ให้ถี่ถ้วน และต้องเข้าใจว่าขณะนี้สังคมไทยกำลังถูกต่างชาติรังแก” นายอุฬารกล่าว
นายวิเชียร ผู้พัฒน์ ประธานที่ปรึกษา บริษัทไทยกระเบื้องหลังคา จำกัด กล่าวว่า หากให้เลิกใช้ใยหินทำกระเบื้องหลังคา บริษัทฯ ก็คงเลิกกิจการ เพราะการจะเปลี่ยนวัตถุดิบเป็นแบบไม่มีใยหิน จะต้องลงทุนจำนวนมาก และก็ไม่รู้ว่าต้องเพิ่มเงินลงทุนและเวลาอีกนานแค่ไหนกว่าจะทำให้กระเบื้อง หลังคาที่ไม่มีใยหินมีคุณสมบัติและคุณภาพที่เหมาะสมกับสภาพอากาศบ้านเรา เทียบเท่ากระเบื้องใยหินได้
“หากให้เลิกใช้ใยหินจริง ผมก็รู้สึกสงสารคนไทยที่ต้องตกเป็นเบี้ยล่างของต่างชาติ ถูกบังคับให้ใช้ของแพง คุณภาพต่ำ โดยไม่มีความจำเป็น ทำให้คนไทยต้องจ่ายเงินเพิ่มปีละหลายพันล้านบาท” นายวิเชียรกล่าว
ศูนย์ข้อมูลไครโซไทล์ ข้อมูลเพิ่มเติมดูได้ที่ www.chrysotile.co.th
ที่มา: เดลินิวส์ออนไลน์ แฉเบื้องหลังกดดันไทยเลิกใช้ใยหิน วันอังคาร ที่ 01 มีนาคม 2554
ม.บูรพาเจ๋งสร้างหุ่นยนต์’อาร์โอวี’
ม.บูรพาเจ๋งสร้างหุ่นยนต์’อาร์โอวี’ สำรวจใต้น้ำ ทัดเทียมของนอก แถมราคาถูกกว่าแค่ 7 หมื่น
วันนี้( 9 มี.ค.2554) ดร.ภัคพงศ์ จันทเปรมจิตต์ หัวหน้าทีมวิจัยและพัฒนายานใต้น้ำควบคุมระยะไกล อาจารย์ภาควิชาวิศวกรรมเครื่องกล คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา เปิดเผยว่า ตน และสมาชิกในทีมประกอบด้วยนิสิตในภาควิชาอีก 6 คน ได้วิจัยและพัฒนายานใต้น้ำควบคุมระยะไกล (Remotely Operated underwater Vehicle - ROV) หรือ “อาร์โอวี” เป็นหุ่นยนต์ที่ถูกนำมาใช้ในการทำงานใต้น้ำ เพื่อการสำรวจและเก็บข้อมูลของสิ่งมีชิวิตและทรัพยากรใต้ทะเล ช่วยให้มนุษย์จัดการและใช้ทรัพยากรได้อย่างถูกต้องและคุ้มค่ามากที่สุด อาร์โอวียังถูกนำไปใช้ตรวจสอบใต้ท้องเรือและสิ่งก่อสร้างใต้น้ำได้อีกด้วย ซึ่งดั้งเดิมจะใช้มนุษย์ดำน้ำสำรวจซึ่งอาจเป็นอันตราย ดังนั้นการใช้หุ่นยนต์อาร์โอวี จะเป็นทางเลือกที่เหมาะสมและไม่เป็นอันตรายต่อมนุษย์ โดยอาร์โอวีจะถูกควบคุมและการติดต่อสื่อสารกับผู้ใช้งานผ่านทางสายเคเบิล
ม.บูรพาเจ๋งสร้างหุ่นยนต์’อาร์โอวี’ สำรวจใต้น้ำ ทัดเทียมของนอก แถมราคาถูกกว่าแค่ 7 หมื่น
ดร.ภัคพงศ์ กล่าวว่า สำหรับอาร์โอวีถูกใช้งานแพร่หลาย ปัจจุบันมีการจำหน่ายอาร์โอวีจากต่างประเทศ แต่มีราคาสูงหลายแสนบาท ดังนั้นจึงเป็นที่มาของการพัฒนาอาร์โอวีขนาดเล็ก โดยทีมวิจัยที่ต้องการให้อาร์โอวีสามารถทำงานได้ทัดเทียมกับของต่างประเทศ และมีราคาถูกกว่า รวมทั้งซ่อมบำรุงได้ง่ายอีกด้วย โดยอาร์โอวีที่พัฒนาขึ้นจะประกอบด้วยระบบขับเคลื่อน 4 ชุด ผู้ควบคุมจะใช้จอยสติ๊กกำหนดการเคลื่อนที่ได้ 3 รูปแบบ คือ เคลื่อนที่ขึ้น-ลงตามแนวดิ่ง เดินหน้า-ถอยหลัง หันซ้าย-หันขวา โดยมีชุดคอนโทรลเลอร์สำหรับการควบคุมและรับข้อมูลจากเซ็นเซอร์ คือ เซ็นเซอร์วัดความดัน ไอเอ็มยู และ เข็มทิศอิเล็กทรอนิกส์ รวมทั้งมีกล้องวิดีโอที่สามารถรับภาพใต้น้ำมายังผู้ใช้งานเพื่อเก็บข้อมูล ได้ มีระบบแสงสว่างสำหรับงานในที่มืด น้ำหนักประมาณ 15 กก. ราคาต้นแบบประมาณ 70,000 บาท
ที่มา: เดลินิวส์ออนไลน์ วันพุธ ที่ 09 มีนาคม 2554
วันนี้( 9 มี.ค.2554) ดร.ภัคพงศ์ จันทเปรมจิตต์ หัวหน้าทีมวิจัยและพัฒนายานใต้น้ำควบคุมระยะไกล อาจารย์ภาควิชาวิศวกรรมเครื่องกล คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา เปิดเผยว่า ตน และสมาชิกในทีมประกอบด้วยนิสิตในภาควิชาอีก 6 คน ได้วิจัยและพัฒนายานใต้น้ำควบคุมระยะไกล (Remotely Operated underwater Vehicle - ROV) หรือ “อาร์โอวี” เป็นหุ่นยนต์ที่ถูกนำมาใช้ในการทำงานใต้น้ำ เพื่อการสำรวจและเก็บข้อมูลของสิ่งมีชิวิตและทรัพยากรใต้ทะเล ช่วยให้มนุษย์จัดการและใช้ทรัพยากรได้อย่างถูกต้องและคุ้มค่ามากที่สุด อาร์โอวียังถูกนำไปใช้ตรวจสอบใต้ท้องเรือและสิ่งก่อสร้างใต้น้ำได้อีกด้วย ซึ่งดั้งเดิมจะใช้มนุษย์ดำน้ำสำรวจซึ่งอาจเป็นอันตราย ดังนั้นการใช้หุ่นยนต์อาร์โอวี จะเป็นทางเลือกที่เหมาะสมและไม่เป็นอันตรายต่อมนุษย์ โดยอาร์โอวีจะถูกควบคุมและการติดต่อสื่อสารกับผู้ใช้งานผ่านทางสายเคเบิล
ม.บูรพาเจ๋งสร้างหุ่นยนต์’อาร์โอวี’ สำรวจใต้น้ำ ทัดเทียมของนอก แถมราคาถูกกว่าแค่ 7 หมื่น
ดร.ภัคพงศ์ กล่าวว่า สำหรับอาร์โอวีถูกใช้งานแพร่หลาย ปัจจุบันมีการจำหน่ายอาร์โอวีจากต่างประเทศ แต่มีราคาสูงหลายแสนบาท ดังนั้นจึงเป็นที่มาของการพัฒนาอาร์โอวีขนาดเล็ก โดยทีมวิจัยที่ต้องการให้อาร์โอวีสามารถทำงานได้ทัดเทียมกับของต่างประเทศ และมีราคาถูกกว่า รวมทั้งซ่อมบำรุงได้ง่ายอีกด้วย โดยอาร์โอวีที่พัฒนาขึ้นจะประกอบด้วยระบบขับเคลื่อน 4 ชุด ผู้ควบคุมจะใช้จอยสติ๊กกำหนดการเคลื่อนที่ได้ 3 รูปแบบ คือ เคลื่อนที่ขึ้น-ลงตามแนวดิ่ง เดินหน้า-ถอยหลัง หันซ้าย-หันขวา โดยมีชุดคอนโทรลเลอร์สำหรับการควบคุมและรับข้อมูลจากเซ็นเซอร์ คือ เซ็นเซอร์วัดความดัน ไอเอ็มยู และ เข็มทิศอิเล็กทรอนิกส์ รวมทั้งมีกล้องวิดีโอที่สามารถรับภาพใต้น้ำมายังผู้ใช้งานเพื่อเก็บข้อมูล ได้ มีระบบแสงสว่างสำหรับงานในที่มืด น้ำหนักประมาณ 15 กก. ราคาต้นแบบประมาณ 70,000 บาท
ที่มา: เดลินิวส์ออนไลน์ วันพุธ ที่ 09 มีนาคม 2554
ห่วงวิกฤติบัณฑิตไทยตกงาน
ห่วงวิกฤติบัณฑิตไทยตกงาน
นักวิชาการชี้เศรษฐกิจไทยแย่ เตือนบัณฑิตใหม่เตรียมรับมือวิกฤติตกงาน จี้สถาบันการศึกษาเร่งแนะแนวทำงานให้เด็ก
รศ.ดร.สุขุม เฉลยทรัพย์ ประธานดำเนินงานสวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต (มสด.) เปิดเผยว่า ปีการศึกษา 2553 จะมีบัณฑิตจบการศึกษาจากทุกสถาบันกว่า 1 แสนคน ในจำนวนนี้มีผู้ที่ได้งานทำแล้วจากสถานประกอบการที่เคยฝึกงาน ประมาณ 30-40% ส่วนที่เหลือได้งานทำบ้างแต่ไม่ตรงสาขาวิชาที่เรียน ขณะที่อีกส่วนหนึ่งไปประกอบกิจการส่วนตัวหรือค้าขาย อย่างไรก็ตามก็ยังมีนักศึกษาอีกส่วนหนึ่งที่ไม่สามารถหางานทำได้ โดยเฉพาะในขณะนี้ที่ประเทศไทยกำลังประสบปัญหา
ทางเศรษฐกิจ จึงถือว่าปีนี้จะเป็นวิกฤติปัญหาการมีงานทำของบัณฑิตที่อาจเกิดภาวะการตกงานเป็นจำนวนมากได้อีกครั้ง
รศ.ดร.สุขุม กล่าวต่อไปว่า ที่ผ่านมาสถาบันอุดมศึกษามีการสำรวจภาวะการมีงานทำของนักศึกษาในช่วงของการ รับปริญญา ซึ่งผลที่ออกมาจะพบว่า เกือบทุกสถาบันนักศึกษาจะมีงานทำกว่า 80% ขึ้นไปโดยบางแห่งจะได้ถึง 100 % แต่ตนไม่อยากให้มองแค่ว่านักศึกษามีงานทำมากหรือน้อย แต่อยากให้พิจารณาและสำรวจลึกถึงการมีงานทำของนักศึกษาด้วยว่า ทำงานตรงตามสาขาที่เรียนมา และได้รับเงินเดือนตรงกับวุฒิการศึกษาหรือไม่ เพราะเท่าที่ทราบข้อมูลจากสถานประกอบการส่วนใหญ่พบว่า สถานประกอบการต้องการแรงงานที่มีทักษะ ในสายอาชีวศึกษาโดยตรง
ขณะที่ผู้เรียนมักจะมุ่งเรียนให้จบปริญญาตรีมากขึ้น เมื่อไปสมัครสถานประกอบการก็รับเข้าทำงาน แต่ให้เงินเดือนวุฒิ ปวช.และ ปวส. เท่านั้นซึ่งนับว่าเป็นผลเสียต่อการจัดการศึกษาอย่างมาก
“อนาคตสถาบันอุดมศึกษาต้องสำรวจข้อมูลของผู้มีงานทำอย่างละเอียด เพื่อให้อาจารย์ใช้เป็นข้อมูลในการแนะแนวให้คำแนะนำแก่นักศึกษาได้อย่างถูก ต้อง”รศ.ดร.สุขุมกล่าว
ที่มา: ห่วงวิกฤติบัณฑิตไทยตกงาน เดลินิวส์ออนไลน์ วันพฤหัสบดี ที่ 10 มีนาคม 2554
.
Tuesday, March 8, 2011
เจ้าพ่อเซี่ยงไฮ้: 上海灘
上海灘 Shanghai (Grand) Beach
เพลงรัก-เศร้า เคล้าน้ำตาที่มองสายคลื่นเกลียวลม ปั่นป่วนกระหน่ำอยู่ในใจ แห่งมายารักเคล้าเกลียด: ทุกสิ่งแสดงไว้ในเรื่อง เจ้าพ่อเซี่ยงไฮ้: 上海灘
คำแปลภาคอังกฤษ
上海 = Shanghai เมืองเซี่ยงไฮ้
灘 (滩) = Beach หาดทราย / ชายหาด
浪奔 浪流
หล่องปั๊น หลองเหล่า wave Ben wave flow
萬裡滔滔江水永不朽
หมั่นเหลยโทวโทวกงโสยเหว่งปั๊ดเย่า River miles surging forever immortal
陶盡了 世間事
โทวจนหลิว ซอยก๊านสี่ Tao of the world to do something (Tao done)
混作滔滔一片潮流
หวั่นจกโทว โทวยัดพีนฉิวเหล่า A surging tide of mixed cropping
是喜 是愁
สี่เหย สีเส่า Joy and sorrow
浪裡分不清歡笑悲憂
หล่องโหลยฟันป๊าดเชงฟูนสิ่วเฟยเย่า Sad the waves in the laughter can not tell
成功 失敗
สิ่งกง ซ้าดป่าย Success Failure
浪裡看不出有未有
หล่องโหลยฮอน ป๊าดชดเหยาเหน่ยเหยา Do not see where the waves did not
*** 愛你 恨你 問君知否
*** โหงยเหนยห่านเหนย มานกว๊านจีเฝา Love you hate you know I ask whether
似大江一發不收
ชีต่ายโกงยัดฝาดป๊าดเซา Do not charge like major situation as
轉千彎 轉千灘
จวินชี่นวาน จวินชี่นทาน Thousands turn - thousands Beach
亦未平復此中爭鬥
หยิบเหม่ยเผ่ง ฝกฉีจงจั้นเตา Failed to calm fighting herein
又有喜 又有愁
เหย่าเยาเฮ้ย เยาเหยาเส่า Hi there again worry
就算分不清歡笑悲憂
เจ่าซวินฟันป๊าดเชงฟูนสิ่วเฟยเย่า Even if not tell laughter sad the
仍願翻 百千浪
หยิ่งยวีนฟาน ป้าดชี่นโหล่ง Waves are still willing to turn Baiqian (thousand times)
在我心中起伏情
จ่อยหงอซำ จงเหยฝกเกา Ups and downs in my heart love
รักแบบนี้มีที่ละคร: เจ้าพ่อเซี่ยงไฮ้: 上海灘 (上海滩)
...
พืชน้ำน้อย...หลบภัยแล้ง
พืชน้ำน้อย...หลบภัยแล้ง
ภัยแล้ง...คาบเวลานี้ ได้ ทวีความรุนแรงอย่างรวดเร็ว สร้างความเดือดร้อนไปทั่วทุกภูมิภาค จากการสำรวจพบว่า ปริมาณน้ำต้นทุนในอ่างเก็บน้ำทั้งขนาดใหญ่ และ ขนาดกลาง ทั่วประเทศมีอยู่ราวๆ 5.5 หมื่นล้านคิว หรือลูกบาศก์เมตรเท่านั้น
กระทรวง เกษตรและสหกรณ์...จึงได้ประชาสัมพันธ์และประกาศ เตือนเกษตรกรต่อสถานการณ์ เพื่อป้องกันการปลูกพืชฤดูแล้งเกินพื้นที่เป้าหมายจากแผนที่กำหนด อันจะก่อให้เกิดปัญหาการขาดแคลนน้ำ และ ปัญหาการแย่งชิงน้ำในบางพื้นที่ เหมือนทุกปีที่ผ่านมา
คุณอรรถ อินทลักษณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร ได้ส่งสัญญาณขอความร่วมมือเกษตรกรที่ปลูกพืชฤดูแล้ง ให้ ตระหนักถึงความจำเป็นที่จักต้องเพาะปลูกตามต้นทุนของแหล่งน้ำ...เพื่อลดความ เสี่ยง
อีกทั้งยังต้อง พิจารณาถึงแนวโน้มความต้องการของตลาด และช่องทางการจำหน่ายด้วย และขืนหากยังดันทุรัง...อาจกระทบต่อระบบการผลิต และ ทำให้ขาดทุนได้
สำหรับการ จัดสรรน้ำเพื่อการเกษตรกรรมในช่วงฤดูแล้ง ปี 2553/54 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จะจัดให้ ตามลำดับความสำคัญ ดังนี้....คือ
...พื้นที่ เกษตรกรรมที่ได้รับความเสียหายจากฤดูนาปีและสวนไม้ผล พื้นที่เกษตรกรรมที่อยู่ในรอบเวรการส่งน้ำ พื้นที่เกษตรกรรมที่ใช้น้ำน้อย เช่น การปลูกพืชไร่ หรือ พืชผัก และการทำนาปรังเพื่อเพิ่มพูนรายได้
อย่าง ไรก็ตาม...ขณะนี้กรมส่งเสริมการเกษตรได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่ส่งเสริมการ เกษตรในพื้นที่เร่งรัดส่งเสริมการผลิตและขยายพื้นที่ปลูกพืชไร่–พืชผักที่มี ลู่ทางการตลาดที่ดี รวมทั้งพืชทดแทนการนำเข้า และ พืชอุตสาหกรรม...อาทิ ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ข้าวโพดฝักอ่อน ถั่วเหลือง ถั่วเขียว ถั่วลิสง และพืชผักต่างๆ...ทดแทนการทำนาปรัง
ซึ่ง...พืชเหล่านี้จะช่วย ประหยัดน้ำได้ค่อนข้างมาก เนื่องจากกลุ่มพืชดังกล่าวเป็นพืชอายุเก็บเกี่ยวสั้น และ ใช้น้ำน้อย ทั้งยังมีแนวโน้มการตลาดและราคาค่อนข้างดี โดยเฉพาะถั่วเขียว ถั่วเหลือง ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ และถั่วลิสง เป็นต้น
ขณะเดียวกัน การปลูกพืชอายุสั้นและ พืชใช้น้ำน้อยดังกล่าว ยังสามารถช่วยตัดวงจรการแพร่ระบาดของศัตรูพืชในนาข้าว อาทิ เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล และขจัดปัญหาวัชพืชในนาข้าวได้อีกด้วย
อนึ่ง...สถานการณ์ ราคาข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในช่วงฤดูแล้งนี้คาดว่าจะมีแนวโน้มสูงขึ้น กว่าปีที่ผ่านมา จะอยู่ที่ประมาณกิโลกรัมละ 7 ถึง 8 บาท
....ถั่ว เหลือง ราคาในตลาดโลกอยู่ที่ 14.50 ถึง 15 บาท/กิโลกรัม ถั่วเขียว จะอยู่ที่ประมาณกิโลกรัมละ 20-25 บาท และ ถั่วลิสง คาดว่าจะใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมาคือ กิโลกรัมละ 20 ถึง 21 บาท
ถึงตรงนี้...จึงอยากจะบอกว่า รักดีปลูกถั่ว รักตัวเองก็ปลูกถั่ว.... (รักเองรวยเอง)!!
ดอกสะแบง
ที่มา: ไทยรัฐออนไลน์ วันอังคารที่ 8 มีนาคม 2554
.
ภัยแล้ง...คาบเวลานี้ ได้ ทวีความรุนแรงอย่างรวดเร็ว สร้างความเดือดร้อนไปทั่วทุกภูมิภาค จากการสำรวจพบว่า ปริมาณน้ำต้นทุนในอ่างเก็บน้ำทั้งขนาดใหญ่ และ ขนาดกลาง ทั่วประเทศมีอยู่ราวๆ 5.5 หมื่นล้านคิว หรือลูกบาศก์เมตรเท่านั้น
กระทรวง เกษตรและสหกรณ์...จึงได้ประชาสัมพันธ์และประกาศ เตือนเกษตรกรต่อสถานการณ์ เพื่อป้องกันการปลูกพืชฤดูแล้งเกินพื้นที่เป้าหมายจากแผนที่กำหนด อันจะก่อให้เกิดปัญหาการขาดแคลนน้ำ และ ปัญหาการแย่งชิงน้ำในบางพื้นที่ เหมือนทุกปีที่ผ่านมา
คุณอรรถ อินทลักษณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร ได้ส่งสัญญาณขอความร่วมมือเกษตรกรที่ปลูกพืชฤดูแล้ง ให้ ตระหนักถึงความจำเป็นที่จักต้องเพาะปลูกตามต้นทุนของแหล่งน้ำ...เพื่อลดความ เสี่ยง
อีกทั้งยังต้อง พิจารณาถึงแนวโน้มความต้องการของตลาด และช่องทางการจำหน่ายด้วย และขืนหากยังดันทุรัง...อาจกระทบต่อระบบการผลิต และ ทำให้ขาดทุนได้
สำหรับการ จัดสรรน้ำเพื่อการเกษตรกรรมในช่วงฤดูแล้ง ปี 2553/54 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จะจัดให้ ตามลำดับความสำคัญ ดังนี้....คือ
...พื้นที่ เกษตรกรรมที่ได้รับความเสียหายจากฤดูนาปีและสวนไม้ผล พื้นที่เกษตรกรรมที่อยู่ในรอบเวรการส่งน้ำ พื้นที่เกษตรกรรมที่ใช้น้ำน้อย เช่น การปลูกพืชไร่ หรือ พืชผัก และการทำนาปรังเพื่อเพิ่มพูนรายได้
อย่าง ไรก็ตาม...ขณะนี้กรมส่งเสริมการเกษตรได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่ส่งเสริมการ เกษตรในพื้นที่เร่งรัดส่งเสริมการผลิตและขยายพื้นที่ปลูกพืชไร่–พืชผักที่มี ลู่ทางการตลาดที่ดี รวมทั้งพืชทดแทนการนำเข้า และ พืชอุตสาหกรรม...อาทิ ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ข้าวโพดฝักอ่อน ถั่วเหลือง ถั่วเขียว ถั่วลิสง และพืชผักต่างๆ...ทดแทนการทำนาปรัง
ซึ่ง...พืชเหล่านี้จะช่วย ประหยัดน้ำได้ค่อนข้างมาก เนื่องจากกลุ่มพืชดังกล่าวเป็นพืชอายุเก็บเกี่ยวสั้น และ ใช้น้ำน้อย ทั้งยังมีแนวโน้มการตลาดและราคาค่อนข้างดี โดยเฉพาะถั่วเขียว ถั่วเหลือง ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ และถั่วลิสง เป็นต้น
ขณะเดียวกัน การปลูกพืชอายุสั้นและ พืชใช้น้ำน้อยดังกล่าว ยังสามารถช่วยตัดวงจรการแพร่ระบาดของศัตรูพืชในนาข้าว อาทิ เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล และขจัดปัญหาวัชพืชในนาข้าวได้อีกด้วย
อนึ่ง...สถานการณ์ ราคาข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในช่วงฤดูแล้งนี้คาดว่าจะมีแนวโน้มสูงขึ้น กว่าปีที่ผ่านมา จะอยู่ที่ประมาณกิโลกรัมละ 7 ถึง 8 บาท
....ถั่ว เหลือง ราคาในตลาดโลกอยู่ที่ 14.50 ถึง 15 บาท/กิโลกรัม ถั่วเขียว จะอยู่ที่ประมาณกิโลกรัมละ 20-25 บาท และ ถั่วลิสง คาดว่าจะใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมาคือ กิโลกรัมละ 20 ถึง 21 บาท
ถึงตรงนี้...จึงอยากจะบอกว่า รักดีปลูกถั่ว รักตัวเองก็ปลูกถั่ว.... (รักเองรวยเอง)!!
ดอกสะแบง
ที่มา: ไทยรัฐออนไลน์ วันอังคารที่ 8 มีนาคม 2554
.
ทางหนีทีไล่ ของหนุ่มลั้ลลา กับปัญหาเซ็กซ์ชั่วข้ามคืน
เซ็กซ์อาจเกิดจากพื้นฐานของความรักก็จริง แต่ก็ยังมีอีกหลายคนที่ใช้เซ็กซ์เป็นเพียงการตอบสนองความต้องการทางอารมณ์ มากกว่า พฤติกรรมของหนุ่มสาวลั้ลลาเลยมีมากขึ้น และเปิดเผยมากขึ้น...
วันนี้ ต้องขออกตัวก่อนว่าที่เอาเรื่องนี้มาพูด ไม่ได้อยากจะชี้โพรง หรือสนับสนุนให้ใครมีเซ็กซ์แบบฉาบฉวย แต่ที่ต้องเอามาแนะนำให้ฟัง ก็เพื่อเป็นการป้องกัน เพราะสมัยนี้ตามความเป็นจริงแล้ว เรื่องของการมีเซ็กซ์ในแบบเสน่หาชั่วข้ามคืนนั้น มีมากขึ้นในสังคม ซึ่งถ้าคิดจะทำแล้วก็ต้องปลอดภัยไว้ก่อน ไม่เช่นนั้นงานนี้อาจมียืดเยื้อ
Go to her place
เชื่อว่าใครที่เคยได้มีความสัมพันธ์ในแบบ One night stand อาจจะต้องเคยเจอปัญหาว่าพอเรื่องจบบนที่นอน แต่อีกฝ่ายดันเกิดอยากลองคบกับคุณจริงจังขึ้นมา ซึ่งแน่นอนว่าก็ยากที่จะเลี่ยงได้ถ้าคุณดันเปิดเผยความเป็นส่วนตัวมากเกินไป ทางที่ดีคุณต้องป้องกันตัวเองให้ดีๆ ไม่ควรให้อีกฝ่ายรู้จักบ้าน ที่ทำงาน หรือสถานที่ที่คุณกับแฟนตัวจริงคุ้นเคย และไปกันบ่อยๆ ควรเลือกเป็นสถานที่ของอีกฝ่ายจะดีที่สุด เพราะไม่งั้นคุณคงต้องปวดหัวแน่ๆ
Be safe
รู้ นะว่าไฟมันแรง เวลาเกิดอาการเจอคนถูกใจ และคิดจินตนาการไปไกลถึงเรื่องบนเตียง แต่อย่าลืมว่า คนเพิ่งรู้จักกัน คุณไม่รู้หรอกว่าเธอหรือเขาผ่านศึกอะไรมาบ้าง ทางที่ดี จะเกิดอารมณ์จิตหงุดเงี๊ยวขนาดไหน ยืดอกพกถุง และใส่ให้เรียบร้อยก่อนลงมือฟาดฟันกันนะจ๊ะ ไม่งั้น คืนเดียวที่ว่าจะสุขสุดๆ อาจเป็นคืนที่ทำให้คุณระทมทุกข์ไปตลอดชีวิต
Don't be an ass
มา ถึงเรื่องท่วงท่า จริงๆ แล้วเหมือนจะไม่สำคัญ แต่ขอบอกว่าจะทำเป็นเนียนๆ ไปตามอารมณ์อย่างเดียวก็ไม่ได้ ระหว่างที่คุณทั้งสองกำลังเข้าด้ายเข้าเข็ม ด้วยท่วงท่าอะไรก็ตาม ไม่ควรพิเรนทร์มากจนเกินไป อย่างเช่นการเล่นประตูหลัง ไม่ว่าจะเป็นการใช้ปาก หรือน้องชายของคุณ เพราะอีกฝ่ายคงไม่รู้มาก่อน และคงไม่สนุกด้วยแน่ๆ ถ้าไม่ได้เกิดจากการยินยอมพร้อมใจกันทั้งสองฝ่าย แต่ถ้าคุณทั้งคู่รู้กันดีว่าเป็นพวกไม้ป่าเดียวกัน อันนี้ก็เป็นข้อยกเว้น อยู่ในฐานที่เข้าใจ เพราะประตูหน้าก็คงไม่มีทางเจาะอยู่แล้ว
ที่มา: ทีมข่าวไลฟ์สไตล์ ไทยรัฐออนไลน์ วันอังคารที่ 8 มีนาคม 2554
.
วันนี้ ต้องขออกตัวก่อนว่าที่เอาเรื่องนี้มาพูด ไม่ได้อยากจะชี้โพรง หรือสนับสนุนให้ใครมีเซ็กซ์แบบฉาบฉวย แต่ที่ต้องเอามาแนะนำให้ฟัง ก็เพื่อเป็นการป้องกัน เพราะสมัยนี้ตามความเป็นจริงแล้ว เรื่องของการมีเซ็กซ์ในแบบเสน่หาชั่วข้ามคืนนั้น มีมากขึ้นในสังคม ซึ่งถ้าคิดจะทำแล้วก็ต้องปลอดภัยไว้ก่อน ไม่เช่นนั้นงานนี้อาจมียืดเยื้อ
Go to her place
เชื่อว่าใครที่เคยได้มีความสัมพันธ์ในแบบ One night stand อาจจะต้องเคยเจอปัญหาว่าพอเรื่องจบบนที่นอน แต่อีกฝ่ายดันเกิดอยากลองคบกับคุณจริงจังขึ้นมา ซึ่งแน่นอนว่าก็ยากที่จะเลี่ยงได้ถ้าคุณดันเปิดเผยความเป็นส่วนตัวมากเกินไป ทางที่ดีคุณต้องป้องกันตัวเองให้ดีๆ ไม่ควรให้อีกฝ่ายรู้จักบ้าน ที่ทำงาน หรือสถานที่ที่คุณกับแฟนตัวจริงคุ้นเคย และไปกันบ่อยๆ ควรเลือกเป็นสถานที่ของอีกฝ่ายจะดีที่สุด เพราะไม่งั้นคุณคงต้องปวดหัวแน่ๆ
Be safe
รู้ นะว่าไฟมันแรง เวลาเกิดอาการเจอคนถูกใจ และคิดจินตนาการไปไกลถึงเรื่องบนเตียง แต่อย่าลืมว่า คนเพิ่งรู้จักกัน คุณไม่รู้หรอกว่าเธอหรือเขาผ่านศึกอะไรมาบ้าง ทางที่ดี จะเกิดอารมณ์จิตหงุดเงี๊ยวขนาดไหน ยืดอกพกถุง และใส่ให้เรียบร้อยก่อนลงมือฟาดฟันกันนะจ๊ะ ไม่งั้น คืนเดียวที่ว่าจะสุขสุดๆ อาจเป็นคืนที่ทำให้คุณระทมทุกข์ไปตลอดชีวิต
Don't be an ass
มา ถึงเรื่องท่วงท่า จริงๆ แล้วเหมือนจะไม่สำคัญ แต่ขอบอกว่าจะทำเป็นเนียนๆ ไปตามอารมณ์อย่างเดียวก็ไม่ได้ ระหว่างที่คุณทั้งสองกำลังเข้าด้ายเข้าเข็ม ด้วยท่วงท่าอะไรก็ตาม ไม่ควรพิเรนทร์มากจนเกินไป อย่างเช่นการเล่นประตูหลัง ไม่ว่าจะเป็นการใช้ปาก หรือน้องชายของคุณ เพราะอีกฝ่ายคงไม่รู้มาก่อน และคงไม่สนุกด้วยแน่ๆ ถ้าไม่ได้เกิดจากการยินยอมพร้อมใจกันทั้งสองฝ่าย แต่ถ้าคุณทั้งคู่รู้กันดีว่าเป็นพวกไม้ป่าเดียวกัน อันนี้ก็เป็นข้อยกเว้น อยู่ในฐานที่เข้าใจ เพราะประตูหน้าก็คงไม่มีทางเจาะอยู่แล้ว
ที่มา: ทีมข่าวไลฟ์สไตล์ ไทยรัฐออนไลน์ วันอังคารที่ 8 มีนาคม 2554
.
หวั่นซำ้รอยยูโร-ธปท.ค้านรวมเงินสกุลอาเซียน
ธปท.ระบุเงินทุนไหลเข้าปี 2554 นี้ ยังทะลักต่อเนื่อง มองอนาคตการดูแลเงินทุนนอกต้องร่วมมือระดับภูมิภาคมากขึ้น ยังไม่เห็นด้วยรวมเป็นสกุลเงินอาเชียนสกุลเดียว แต่เห็นด้วยที่จะเพิ่มบทบาทเงินหยวนให้มากขึ้น
เมื่อวันที่ 8 มี.ค.2554 นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวในงานสัมมนา “ทิศทางเศรษฐกิจไทยภายใต้ความเปราะบางของเงินทุนเคลื่อนย้าย" ซึ่งจัดโดยสถาบันพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) ว่า ต้องยอมรับว่าปัญหาเงินทุนเคลื่อนย้ายที่มีความผันผวนสูง และมีขนาดที่ค่อนข้างมาก มีผลต่อเนื่องที่จะกระทบต่อเสถียรภาพ และความสามารถในการแข่งขันของประเทศต่างๆ ในระยะยาว
โดยในปีนี้ และปีหน้า เงินทุนต่างชาติจะยังไหลเข้าประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง ทั้งในรูปของเงินลงทุนโดยตรงและการเข้าซื้อตราสารหนี้ และตราสารทุนในประเทศไทย “ทิศทางของเงินทุนในปีนี้ จะยังเป็นการไหลเข้าสุทธิ แม้ว่าในช่วง 2 เดือนแรกของปีจะมีการไหลออกของเงินทุนบ้าง และถึงจะมีการขายหุ้นออกต่อเนื่อง แต่เงินที่ไหลออกจริงยังเห็นไม่ชัดเจน ขณะที่การเข้าซื้อพันธบัตรภาครัฐ และตราสารหนี้ยังคงเป็นบวกค่อนข้างมาก
อย่าง ไรก็ตาม ความเปราะบางของเศรษฐกิจสหรัฐฯ ยุโรป และญี่ปุ่น รวมถึงความไม่สงบในตะวันออกกลางที่ส่งผลต่อราคาน้ำมันดิบโลก รวมถึงความพยายามในการทำข้อตกลงระหว่างประเทศเพื่อปรับโครงสร้างทางการเงิน ของโลก นอกจากนั้น ยังคงต้องรวมปัจจัยทางการเมืองของไทยด้วย จะเป็นปัจจัยเสี่ยงที่ก่อให้เกิดความผันผวนของเงินทุนไหลออกจากประเทศไทย เป็นช่วงๆ”
สำหรับการดูแลเงินทุนเคลื่อนย้ายของธปท.นั้น ผู้ว่าการธปท.กล่าวว่า ในระยะสั้น การเข้าแทรกแซงเพื่อลดความผันผวนของค่าเงินบาทยังต้องดำเนินการต่อเนื่อง หลังจากที่ผ่านมา ตลาดจะเห็นทุนสำรองทางการที่เพิ่มขึ้นจากการเข้าแทรกแซงตลาด เพื่อรองรับสถานการณ์ไม่ให้เกิดความผันผวน ขณะเดียวกัน จะเสริมความแข็งแกร่งทางการเงินของประเทศระยะต่อไปด้วยการสร้างแผนแม่บทเงิน ทุนเคลื่อนย้ายระหว่างประเทศ ที่ชัดเจนเป็นระบบ โดยจะผ่อนคลายการนำเงินไปลงทุนต่างประเทศมากขึ้นอีก เพื่อให้สมดุลกับการไหลเข้าของเงินทุน รวมทั้งหากมีสถานการณ์จำเป็น ธปท.พร้อมที่จะเข้าแทรกกแซงตลาด เพื่อลดผลกระทบที่จะเกิดขึ้นผ่านการใช้มาตรการในการควบคุมเงินทุนไหลเข้า ซึ่งจะแตกต่างและเหมาะสมกับสถานการณ์ในเวลานั้น
เรื่องสุดท้ายคือ การดูแลเงินทุนเคลื่อนย้ายระดับระหว่างประเทศ ซึ่งทั้งระดับรัฐบาล กระทรวงการคลัง และธปท.ในอาเชี่ยนด้วยกัน สนับสนุนให้เกิดความร่วมมือระดับภูมภาค ซึ่งในมิติแรกในเรื่องของการความร่วมมือกันเพื่อรองรับปัญหาสภาพคล่องที่อาจ จะเกิดขึ้นจากกการไหลออกของเงินทุนเฉียบพลัน ของประเทศใดประเทศหนึ่ง หรือทั้งภูมิภาค ซึ่งอาจจะนำไปสู่วิกฤตการเงิน ธปท.สนับสนุนและร่วมอยู่ในข้อตกลงความร่วมมือเชียงใหม่ ซึ่งมีการตั้งกองทุนเพื่อช่วยเหลือสภาพคล่องของประเทศที่เกิดวิกฤต หรือ CMIM
อย่างไรก็ตาม ในมิติที่สอง ที่จะจัดตั้งเงินอาเชียนสกุลเดียว หรือการใช้เงินท้องถิ่นในการชำระการค้าขายในกลุ่มนั้น ธปท.ยังเห็นว่า ไม่เหมาะสมในขณะนี้ เนื่องจากมีความแตกต่างระหว่างเศรษฐกิจในกลุ่มประเทศมากเกินไป ซึ่งมีบทเรียนแล้วจากสหภาพยุโรป และเงินยูโร ขณะที่การนำเงินหยวนมาใช้ในการแลกเปลี่ยนเพื่อค้าขายภายในภูมิภาคอีกสกุล หนึ่ง เพื่อลดการใช้เงินดอลลาร์สหรัฐฯ เป็นแนวทางที่เป็นไปได้มากกว่า แต่มีเงื่อนไขที่เงินหยวน และผลิตภัณฑ์ทางการเงินสกกุลหยวน ต้องมีมากขึ้นและแพร่หลายกว่าในช่วงที่ผ่านมา
ที่มา: ทีมข่าวเศรษฐกิจ ไทยรัฐออนไลน์ วันอังคารที่ 8 มีนาคม 2554
.
เมื่อวันที่ 8 มี.ค.2554 นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวในงานสัมมนา “ทิศทางเศรษฐกิจไทยภายใต้ความเปราะบางของเงินทุนเคลื่อนย้าย" ซึ่งจัดโดยสถาบันพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) ว่า ต้องยอมรับว่าปัญหาเงินทุนเคลื่อนย้ายที่มีความผันผวนสูง และมีขนาดที่ค่อนข้างมาก มีผลต่อเนื่องที่จะกระทบต่อเสถียรภาพ และความสามารถในการแข่งขันของประเทศต่างๆ ในระยะยาว
โดยในปีนี้ และปีหน้า เงินทุนต่างชาติจะยังไหลเข้าประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง ทั้งในรูปของเงินลงทุนโดยตรงและการเข้าซื้อตราสารหนี้ และตราสารทุนในประเทศไทย “ทิศทางของเงินทุนในปีนี้ จะยังเป็นการไหลเข้าสุทธิ แม้ว่าในช่วง 2 เดือนแรกของปีจะมีการไหลออกของเงินทุนบ้าง และถึงจะมีการขายหุ้นออกต่อเนื่อง แต่เงินที่ไหลออกจริงยังเห็นไม่ชัดเจน ขณะที่การเข้าซื้อพันธบัตรภาครัฐ และตราสารหนี้ยังคงเป็นบวกค่อนข้างมาก
อย่าง ไรก็ตาม ความเปราะบางของเศรษฐกิจสหรัฐฯ ยุโรป และญี่ปุ่น รวมถึงความไม่สงบในตะวันออกกลางที่ส่งผลต่อราคาน้ำมันดิบโลก รวมถึงความพยายามในการทำข้อตกลงระหว่างประเทศเพื่อปรับโครงสร้างทางการเงิน ของโลก นอกจากนั้น ยังคงต้องรวมปัจจัยทางการเมืองของไทยด้วย จะเป็นปัจจัยเสี่ยงที่ก่อให้เกิดความผันผวนของเงินทุนไหลออกจากประเทศไทย เป็นช่วงๆ”
สำหรับการดูแลเงินทุนเคลื่อนย้ายของธปท.นั้น ผู้ว่าการธปท.กล่าวว่า ในระยะสั้น การเข้าแทรกแซงเพื่อลดความผันผวนของค่าเงินบาทยังต้องดำเนินการต่อเนื่อง หลังจากที่ผ่านมา ตลาดจะเห็นทุนสำรองทางการที่เพิ่มขึ้นจากการเข้าแทรกแซงตลาด เพื่อรองรับสถานการณ์ไม่ให้เกิดความผันผวน ขณะเดียวกัน จะเสริมความแข็งแกร่งทางการเงินของประเทศระยะต่อไปด้วยการสร้างแผนแม่บทเงิน ทุนเคลื่อนย้ายระหว่างประเทศ ที่ชัดเจนเป็นระบบ โดยจะผ่อนคลายการนำเงินไปลงทุนต่างประเทศมากขึ้นอีก เพื่อให้สมดุลกับการไหลเข้าของเงินทุน รวมทั้งหากมีสถานการณ์จำเป็น ธปท.พร้อมที่จะเข้าแทรกกแซงตลาด เพื่อลดผลกระทบที่จะเกิดขึ้นผ่านการใช้มาตรการในการควบคุมเงินทุนไหลเข้า ซึ่งจะแตกต่างและเหมาะสมกับสถานการณ์ในเวลานั้น
เรื่องสุดท้ายคือ การดูแลเงินทุนเคลื่อนย้ายระดับระหว่างประเทศ ซึ่งทั้งระดับรัฐบาล กระทรวงการคลัง และธปท.ในอาเชี่ยนด้วยกัน สนับสนุนให้เกิดความร่วมมือระดับภูมภาค ซึ่งในมิติแรกในเรื่องของการความร่วมมือกันเพื่อรองรับปัญหาสภาพคล่องที่อาจ จะเกิดขึ้นจากกการไหลออกของเงินทุนเฉียบพลัน ของประเทศใดประเทศหนึ่ง หรือทั้งภูมิภาค ซึ่งอาจจะนำไปสู่วิกฤตการเงิน ธปท.สนับสนุนและร่วมอยู่ในข้อตกลงความร่วมมือเชียงใหม่ ซึ่งมีการตั้งกองทุนเพื่อช่วยเหลือสภาพคล่องของประเทศที่เกิดวิกฤต หรือ CMIM
อย่างไรก็ตาม ในมิติที่สอง ที่จะจัดตั้งเงินอาเชียนสกุลเดียว หรือการใช้เงินท้องถิ่นในการชำระการค้าขายในกลุ่มนั้น ธปท.ยังเห็นว่า ไม่เหมาะสมในขณะนี้ เนื่องจากมีความแตกต่างระหว่างเศรษฐกิจในกลุ่มประเทศมากเกินไป ซึ่งมีบทเรียนแล้วจากสหภาพยุโรป และเงินยูโร ขณะที่การนำเงินหยวนมาใช้ในการแลกเปลี่ยนเพื่อค้าขายภายในภูมิภาคอีกสกุล หนึ่ง เพื่อลดการใช้เงินดอลลาร์สหรัฐฯ เป็นแนวทางที่เป็นไปได้มากกว่า แต่มีเงื่อนไขที่เงินหยวน และผลิตภัณฑ์ทางการเงินสกกุลหยวน ต้องมีมากขึ้นและแพร่หลายกว่าในช่วงที่ผ่านมา
ที่มา: ทีมข่าวเศรษฐกิจ ไทยรัฐออนไลน์ วันอังคารที่ 8 มีนาคม 2554
.
Sunday, March 6, 2011
ผ้าพันแผล: bandage
ผ้าพันแผล หรือ ผ้ากอซ เรียกว่า bandage(n,vt) เป็นกริยาหมายถึง: พันแผล
พยาบาลใช้ผ้าพันแผลกับแผล Nurse applied a bandage to the wound.
เธอพบายามใช้ผ้ากอซกับแผลของเธอที่โดนบาด She is trying to put a bandage on her cut.
หมอทำความสะอาดแผลก่อนใช้ผ้าพันแผล Doctor cleanses the wound before putting on a bandage.
พลาสเตอร์ปิดแผล - Adhesive bandage หรือ sticking plaster
พลาสเตอร์ปิดแผลแบบไฟฟ้า - electric adhesive bandage
เชื่อว่าพลาสเตอร์ปิดแผลแบบไฟฟ้านี้(1.2โวลท์) ช่วยให้แผลหายเร็วขึ้น It is believe a jolt of voltage(1.2V) helps heal the wound faster.
ผ้าัพันแผลแบบคิดขึ้นมาใหม่ให้ทำงานเร็ว มีการเติมสารที่ทำให้เลือดแข็งตัว The new innovative fast-working bandage contains the agent that makes blood clot.
การพันผ้าปิดสองตา - binocle bandage
การพันผ้าวงรอบ - circular bandage
การพันผ้ารัด - compression bandage
ผ้าพันยืด - elastic bandage
การพันผ้าแบบไขว้, การพันผ้ารูปเลขแปด (อารบิก)- figure-of-8 bandage
ผ้าเฝือกปูน - plaster of Paris bandage
การพันผ้าแบบเกลียว - spiral bandage
Dr.SoS 2.
พยาบาลใช้ผ้าพันแผลกับแผล Nurse applied a bandage to the wound.
เธอพบายามใช้ผ้ากอซกับแผลของเธอที่โดนบาด She is trying to put a bandage on her cut.
หมอทำความสะอาดแผลก่อนใช้ผ้าพันแผล Doctor cleanses the wound before putting on a bandage.
พลาสเตอร์ปิดแผล - Adhesive bandage หรือ sticking plaster
พลาสเตอร์ปิดแผลแบบไฟฟ้า - electric adhesive bandage
เชื่อว่าพลาสเตอร์ปิดแผลแบบไฟฟ้านี้(1.2โวลท์) ช่วยให้แผลหายเร็วขึ้น It is believe a jolt of voltage(1.2V) helps heal the wound faster.
ผ้าัพันแผลแบบคิดขึ้นมาใหม่ให้ทำงานเร็ว มีการเติมสารที่ทำให้เลือดแข็งตัว The new innovative fast-working bandage contains the agent that makes blood clot.
การพันผ้าปิดสองตา - binocle bandage
การพันผ้าวงรอบ - circular bandage
การพันผ้ารัด - compression bandage
ผ้าพันยืด - elastic bandage
การพันผ้าแบบไขว้, การพันผ้ารูปเลขแปด (อารบิก)- figure-of-8 bandage
ผ้าเฝือกปูน - plaster of Paris bandage
การพันผ้าแบบเกลียว - spiral bandage
Dr.SoS 2.
Saturday, March 5, 2011
การบังคับ(รถ)ให้อยู่ในโค้ง: negotiate a curve.
คำ negotiate นี้ปกติจะใช้ในความหมายของการ"เจรจาต่อรอง หรือ อภิปรายโต้แย้งให้ได้ข้อสรุปหรือข้อตกลง (ให้เป็นที่พอใจของทุกฝ่าย)" To confer/discuss/settle in order to come to terms or reach an agreement (mutual agreement) or a transaction เช่น เนื่องจากเราไม่เชื่อใจซึ่งกันและกัน ทำให้การพูดคุยเจรจาต่อรองเพื่อให้ได้ข้อตกลงทำได้ไม่ง่ายเลย Since we do not trust each other, it will not be easy to negotiate.
พวกพนักงานพยายามต่อรองเรื่องการขึ้นเงินเดือน The employees try to negotiate on salary increases.
นักเจรจาต่อรองเรา เรียก negotiator (n)
นอกจากนั้น คำ negotiate ยังใช้ในความหมายของ (ความสำเร็จ)ในการจัดการอะไรที่ยากลำบาก การสามารถเดินทางฝ่าฟันเส้นทางที่ยากลำบากมีอุปสรรค เช่น ระหว่างการเข้าโค้งอันตราย (sharp curve) เขาพยายามลดความเร็วลงที่จุดเข้าโค้งโดยเปลี่ยนไปใช้เกียร์ที่ต่ำลง จากนั้นพยายามรักษาความเร็วให้คงที่ขณะอยู่บนโค้ง แล้วจึงเพิ่มความเร็วที่จุดออกโค้ง When negotiating a sharp curve, he tries to reduce speed at the beginning of curve with shifting to lower gear, then maintains rather constant driving speed while on the curve , and increases vehicular speed at the ending of the curve.
โค้งที่ยากนี้ทำให้เขาไม่สามารถบังคับที่อยู่บนโค้งได้ This difficult curve caused him unable to negotiate a curve.(นั่นคือ เขาแหกโค้ง He failed to negotiate a curve.)
เขาตายในวินาศกรรมรถยนต์เมื่อเขาไม่สามารถบังคับรถให้อยู่บนโค้งบนถนนที่ลื่นเนื่องจากฝนตก He died in a car wreck when he failed to negotiate a curve on slipped road due to rain. ตำรวจบอกว่าเขาไม่ได้รัดเข็มขัด Police say he was not wearing his seat belt.
Dr.SoS
พวกพนักงานพยายามต่อรองเรื่องการขึ้นเงินเดือน The employees try to negotiate on salary increases.
นักเจรจาต่อรองเรา เรียก negotiator (n)
นอกจากนั้น คำ negotiate ยังใช้ในความหมายของ (ความสำเร็จ)ในการจัดการอะไรที่ยากลำบาก การสามารถเดินทางฝ่าฟันเส้นทางที่ยากลำบากมีอุปสรรค เช่น ระหว่างการเข้าโค้งอันตราย (sharp curve) เขาพยายามลดความเร็วลงที่จุดเข้าโค้งโดยเปลี่ยนไปใช้เกียร์ที่ต่ำลง จากนั้นพยายามรักษาความเร็วให้คงที่ขณะอยู่บนโค้ง แล้วจึงเพิ่มความเร็วที่จุดออกโค้ง When negotiating a sharp curve, he tries to reduce speed at the beginning of curve with shifting to lower gear, then maintains rather constant driving speed while on the curve , and increases vehicular speed at the ending of the curve.
โค้งที่ยากนี้ทำให้เขาไม่สามารถบังคับที่อยู่บนโค้งได้ This difficult curve caused him unable to negotiate a curve.(นั่นคือ เขาแหกโค้ง He failed to negotiate a curve.)
เขาตายในวินาศกรรมรถยนต์เมื่อเขาไม่สามารถบังคับรถให้อยู่บนโค้งบนถนนที่ลื่นเนื่องจากฝนตก He died in a car wreck when he failed to negotiate a curve on slipped road due to rain. ตำรวจบอกว่าเขาไม่ได้รัดเข็มขัด Police say he was not wearing his seat belt.
Dr.SoS
คิดเกินราคา: rip off
บ่อยครั้งที่จ่ายเกินราคา การจ่ายเกินราคา หรือเกินมูลค่าที่แท้จริงนั้น เรียกว่า rip off หรือเขียนติดกัน rip-off การที่ใครจ่ายมากกว่าราคาจริงๆ สำหรับอะไรบางอย่าง Someone overpays for something
จริงๆ rip off ยังให้ความหมายในเชิงปล้น(ชิง)ฉ้อ(ฉลกลโกง)อีกด้วย
ชุดราคาตั้ง $500000 ถือเป็นราคาที่เกินกว่าที่ควรจะเป็น(ถือเป็นการฉ้อ(ยังกะปล้น)อย่างสมบูรณ์แบบ) That $500000 dress is a complete rip off. ถือว่าคิดราคาเกินกว่าที่มันควรจะเป็น overprice
นอกจากนี้ rip off ยังให้ความหมายในเชิง'ของคุณภาพต่ำแต่ขายยังกะเป็นของดีคุณภาพสูง' "of poor quality". ซึ่งถือเป็นการฉ้อโกงแบบหนึ่งนั่นเอง
ฉ้อโกง ฉ้อโกง[v.] ตรงกับภาษาอังกฤษ defraud ; embezzle ; rook ; cheat ; fleece ; gyp ; swindle ; rip-off
สแลงที่ว่า rip someone off นั้นหมายถึง การคิดเกินราคากับใครบางคน to overcharge someone เช่น เขาคิดฉันเกินราคา He just rip me off.
กรุณาอย่าคิด(เงิน)ฉันเกินราคา Please do not rip me off.
Dr.SoS .
จริงๆ rip off ยังให้ความหมายในเชิงปล้น(ชิง)ฉ้อ(ฉลกลโกง)อีกด้วย
ชุดราคาตั้ง $500000 ถือเป็นราคาที่เกินกว่าที่ควรจะเป็น(ถือเป็นการฉ้อ(ยังกะปล้น)อย่างสมบูรณ์แบบ) That $500000 dress is a complete rip off. ถือว่าคิดราคาเกินกว่าที่มันควรจะเป็น overprice
นอกจากนี้ rip off ยังให้ความหมายในเชิง'ของคุณภาพต่ำแต่ขายยังกะเป็นของดีคุณภาพสูง' "of poor quality". ซึ่งถือเป็นการฉ้อโกงแบบหนึ่งนั่นเอง
ฉ้อโกง ฉ้อโกง[v.] ตรงกับภาษาอังกฤษ defraud ; embezzle ; rook ; cheat ; fleece ; gyp ; swindle ; rip-off
สแลงที่ว่า rip someone off นั้นหมายถึง การคิดเกินราคากับใครบางคน to overcharge someone เช่น เขาคิดฉันเกินราคา He just rip me off.
กรุณาอย่าคิด(เงิน)ฉันเกินราคา Please do not rip me off.
Dr.SoS .
Friday, March 4, 2011
แทบจะไม่: barely
คำง่ายๆที่ให้ความหมาย "แทบจะไม่" คือ barely ซึ่งก็คือ
"แทบจะไม่ในเชิงว่างเปล่า" เช่น บอกว่า ห้องนี้แทบไม่มีเฟอร์นิเจอร์เอาซะเลย This is a barely furnished room.
เวอร์ชั่นใหม่ของโปรแกรมนี้แทบไม่มีอะไรใหม่ๆ เลย This software new version contains barely any new features.
พวกเขายากจนมาก พวกเขาแทบไม่มีอาหารเพียงพอที่จะกิน They are so poor. They barely have enough foods to eat.
็เธอแทบจะไม่หายใจตั้งแต่เธอประสบอุบัติเหตุ She is barely breathing since she got severe accident.
แทบไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงนับจากวันที่เขาเดินจากไป Barely anything has been changed from the day he left.
คำที่ให้ความหมายในเชิง"แทบจะไม่" ได้แก่ scarcely, hardly
คำที่ให้ความหมายในเชิง"แทบจะไม่มี หรือ มีเล็กน้อย" ได้แก่ just, hardly, marginally, narrowly, scarcely, slightly .
Dr.SoS
.
"แทบจะไม่ในเชิงว่างเปล่า" เช่น บอกว่า ห้องนี้แทบไม่มีเฟอร์นิเจอร์เอาซะเลย This is a barely furnished room.
เวอร์ชั่นใหม่ของโปรแกรมนี้แทบไม่มีอะไรใหม่ๆ เลย This software new version contains barely any new features.
พวกเขายากจนมาก พวกเขาแทบไม่มีอาหารเพียงพอที่จะกิน They are so poor. They barely have enough foods to eat.
็เธอแทบจะไม่หายใจตั้งแต่เธอประสบอุบัติเหตุ She is barely breathing since she got severe accident.
แทบไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงนับจากวันที่เขาเดินจากไป Barely anything has been changed from the day he left.
คำที่ให้ความหมายในเชิง"แทบจะไม่" ได้แก่ scarcely, hardly
คำที่ให้ความหมายในเชิง"แทบจะไม่มี หรือ มีเล็กน้อย" ได้แก่ just, hardly, marginally, narrowly, scarcely, slightly .
Dr.SoS
.
ชันสูตรศพ: autopsy
เกิดแก่เจ็บตายเป็นเรื่องธรรมดาของโลก แต่การตายนั้นสำคัญที่ต้องตรวจดูว่าตายอย่างธรรมชาติ หรือ ถูกฆาตกรรม Did this person die a natural death or was this person murdered?
การตรวจศพ หรือ เรียกอย่างเป็นทางการ "การชันสูตรศพ" เรียกว่า autopsy(อ่าน ออ-ท็อป-สี่) ซึ่งเป็นการตรวจสอบอย่างละเอียด an examination of a dead body จะเป็นการตรวจพิสูจน์ทางการแพทย์อย่างวิกฤตอย่างเข้มข้น a critical medical examination
การตรวจนี้ส่วนมากแล้วจะต้องมีการผ่าตรวจดูทุกส่วน It normally involves dissection of a dead body. ตรวจเพื่อหาสาเหตุการตาย determine cause of death หรือการบาดเจ็บถึงตาย injury to death หรือหาภาวะการเปลี่ยนแปลงที่เกิดจากโรค or the changes produced by disease.
คำ autopsy มีคำคุณศัพท์ autopsic(al) adj. และ autopsist n.
ทางการแพทย์จะเรียก autopsy นี้ว่า necropsy หรือ thanatopsia หรือ thanatopsy ส่วนในทางรัฐศาสตร์ จะเรียก autopsy นี้ว่า post-mortem examination หรือ post-mortem inquest หรือ autopsia cadaverum, หรือ obduction
ปกติ necropsy จะใช้ตรวจชันสูตรร่าง(ซาก)ของสัตว์
การตรวจชันสูตรแบบ autopsy นี้ จัดเป็นการตรวจสังเกตุด้วยตา (ตาที่เห็นเป็นพยาน) an eyewitness observation
การชันสูตรศพที่เกิดจากฆาตกรรม เรียก forensic autopsy การชันสูตรแบบผ่าพิสูจน์ เรียก internal autopsy เมื่อชันสูตรศพ หรือชันสูตรพลิกศพแล้วก็ต้องเขียนรายงาน เรียก autopsy report
Dr.SoS .
การตรวจศพ หรือ เรียกอย่างเป็นทางการ "การชันสูตรศพ" เรียกว่า autopsy(อ่าน ออ-ท็อป-สี่) ซึ่งเป็นการตรวจสอบอย่างละเอียด an examination of a dead body จะเป็นการตรวจพิสูจน์ทางการแพทย์อย่างวิกฤตอย่างเข้มข้น a critical medical examination
การตรวจนี้ส่วนมากแล้วจะต้องมีการผ่าตรวจดูทุกส่วน It normally involves dissection of a dead body. ตรวจเพื่อหาสาเหตุการตาย determine cause of death หรือการบาดเจ็บถึงตาย injury to death หรือหาภาวะการเปลี่ยนแปลงที่เกิดจากโรค or the changes produced by disease.
คำ autopsy มีคำคุณศัพท์ autopsic(al) adj. และ autopsist n.
ทางการแพทย์จะเรียก autopsy นี้ว่า necropsy หรือ thanatopsia หรือ thanatopsy ส่วนในทางรัฐศาสตร์ จะเรียก autopsy นี้ว่า post-mortem examination หรือ post-mortem inquest หรือ autopsia cadaverum, หรือ obduction
ปกติ necropsy จะใช้ตรวจชันสูตรร่าง(ซาก)ของสัตว์
การตรวจชันสูตรแบบ autopsy นี้ จัดเป็นการตรวจสังเกตุด้วยตา (ตาที่เห็นเป็นพยาน) an eyewitness observation
การชันสูตรศพที่เกิดจากฆาตกรรม เรียก forensic autopsy การชันสูตรแบบผ่าพิสูจน์ เรียก internal autopsy เมื่อชันสูตรศพ หรือชันสูตรพลิกศพแล้วก็ต้องเขียนรายงาน เรียก autopsy report
Dr.SoS .
เจอคนที่ใช่จะรอทำไม: บัว-สโรชา + ตั้ม-พิพัทธ์
เจอคนที่ใช่จะรอทำไม ข้อคิดดี ๆ ของคนรุ่นใหม่กว่า
คบหาดูใจกันมาได้ 3 ปี พอ บัว-สโรชา ตันจรารักษ์ เรียนจบปุ๊บ แฟนหนุ่ม ตั้ม-พิพัทธ์ วิริยะเมตกุล ทายาทโรงพยาบาลวิภาวดี ก็ให้พ่อแม่ไปสู่ขอสาวบัวทันที โดยมีกำหนดจะแต่งงานกันในวันดี 11/11/2011 ซึ่งสาวบัวบอกว่ามั่นใจฝ่ายชายเพราะเป็นคนเสมอต้นเสมอปลาย ส่วนฝ่ายชายบอกว่า ถึงแม้บัวจะดูเด็ก แต่มีข้อดีที่คนอื่นไม่มี โดยทั้งคู่เปิดเผยกลางงานเปิดบริษัททัวร์ “ทริปบัสเตอร์” ที่สาวบัวชวนแฟนหนุ่มมาร่วมหุ้นกับพี่ชาย บีม-กวี ตันจรารักษ์ ด้วย
บัว เผยว่า “แต่งวันที่ 11/11/2011 ที่โรงแรมพลาซ่า แอทธินี เราก็คุย ๆ กัน แล้วพอวันที่บัวรับปริญญาเมื่อปีที่แล้ว พี่ตั้มก็ให้คุณพ่อของเขามาคุยกับที่บ้านของบัว คือเรามีแพลนกันมาเรื่อย ๆ เขาก็พูดกับบัวเองว่าเขาพร้อมแล้วนะ ตอนแรกที่เขาขอ บัวก็เอ๊ย พูดจริงเหรอ เพราะผู้ชายนี่ถ้าอายุยังไม่ถึงเลข 3 มันยากมากที่การขอแต่งงานจะหลุดออกมาจากปาก เลยคิดว่าเขาพูดเล่นหรือเปล่า เขาก็บอกว่าจริง ๆ” คิดว่าเราอายุยังน้อยเกินไปไหม? “ตอนแรกก็คิดว่าเราก็ยังเด็ก อายุ 24 แต่บัวก็คบกับพี่ตั้มมาได้พักใหญ่ ๆ แล้ว ก็เลยรู้สึกว่าเขานี่แหละที่บัวอยากจะใช้ชีวิตส่วนที่เหลือของบัวกับเขา” พี่เขาเป็นคนอย่างไรบ้าง? “พี่เขาเป็นคนเสมอต้นเสมอปลาย เขาดูแลเราตอนจีบยังไง ตอนนี้เขาก็ยังเป็นอย่างนั้นอยู่ คู่รักของเราไม่ใช่แบบเพอร์เฟกต์ แต่ว่าเราก็พยายามประคับประคองชีวิตคู่ของเราให้มันโอเค มันไม่ใช่แค่คู่รัก เขาเหมือนเป็นเพื่อนเป็นพี่ บางทีก็เป็นพ่อ สอนเราเรื่องต่าง ๆ ก็เลยรู้สึกว่าไม่รู้จะรอไปทำไม ฉันจะใช้ชีวิตอยู่คนเดียวทำไม ฉันขอใช้ชีวิตอยู่กับเธอนี่แหละ รู้สึกแฮปปี้ คือมันเจอคนที่ใช่แล้ว เขานี่แหละที่เราอยากจะดูแล อยากที่จะอยู่กับเขา” บัวไม่เคยมีแฟนมาก่อนเลยใช่ไหม? “ใช่ คนนี้แบบคบเป็นเรื่องเป็นราว ตอนคบกันพี่ตั้มก็ไปมาหาสู่กับคุณแม่บัว ก็รู้สึกว่าคือจริงใจมาก ที่บ้านบัวก็รู้อยู่ว่า บัวเป็นลูกสาวคนเล็กมีพี่ชาย 3 คน ผู้ชายหลายคนก็ไม่กล้าจีบบัว ข่าวก็ชอบลงว่าพี่บีมหวงน้องสาว เขาก็ต้องผ่านอะไรมาเยอะเหมือนกัน” เรียกสินสอดแพงไหม? “ไม่ได้เรียกอะไร บัวว่าเดี๋ยวนี้เรื่องสินสอดมันไม่ใช่เรื่องสำคัญที่จะเอาเท่าโน้นเท่านี้ เรารักกันที่ตรงไหนล่ะ” แล้วจะมีลูกเลยไหม? “คงยังค่ะ คงใช้ชีวิตด้วยกันก่อน แล้วบัวก็ยังรู้สึกว่ายังดูแลเขาได้ไม่ดี น่าจะรอก่อน รอให้พร้อมจริง ๆ” เรือนหอล่ะ? “กำลังสร้างอยู่ค่ะ ตรงข้ามบ้านพี่เขาเลย ที่แถวนวมินทร์ พี่เขาก็ไม่อยากไปไกลจากคุณพ่อคุณแม่เขา”
ด้านว่าที่เจ้าบ่าว ตั้ม เผยว่า “ผมรู้สึกว่าผมพร้อมแล้ว แล้วก็อยากไปเที่ยวต่างประเทศกันเยอะ ๆ ตอนนี้เรายังไม่ได้แต่งงานกัน การจะไปต่างประเทศด้วยกันมันก็ดูไม่ดี พอผมรู้สึกว่าพร้อม ดูแลเขาได้ ก็แต่งงานเลยดีกว่า จะได้ใช้ชีวิตด้วยกันให้มากที่สุด ตั้งแต่แรกเริ่มผมก็บอกคุณพ่อคุณแม่ว่าผมจริงจังกับน้องเขา พอคบไปก็เข้าออกขออนุญาตถูกต้องตลอด ผมว่าหน้าที่การงาน ฐานะทุกอย่างผมพร้อมแล้ว ผมอยากมีครอบครัว ก็บอกพ่อแม่ว่าผมขอแต่งงานกับน้องได้ไหม ผมมั่นใจเขาเพราะว่าตลอดเวลาที่คบกัน เขาไม่เคยมีคนอื่นเลย เขาอาจจะยังเด็กไปบ้าง แต่ว่าข้อดีของเขามันหาในคนอื่นไม่ได้ ผมเลยคิดว่าคนนี้แหละ” คบกัน 3 ปีน้อยไปไหม? “ผมว่ากำลังดี นานเกินอาจจะจำเจ สั้นเกินอาจจะไม่รู้จักกันดี ผมไม่ได้อายุน้อยเกินไป คือถ้าเรามองว่าเป็นคนนี้มันก็ไม่น้อยหรือเยอะ บางคนคิดว่าอายุน้อยอาจจะเจอคนที่ดีกว่าได้ แต่ผมคิดว่าคนนี้อยู่พอแล้ว”
ที่มา: เดลินิวส์ออนไลน์ วันศุกร์ ที่ 04 มีนาคม 2554
.
คบหาดูใจกันมาได้ 3 ปี พอ บัว-สโรชา ตันจรารักษ์ เรียนจบปุ๊บ แฟนหนุ่ม ตั้ม-พิพัทธ์ วิริยะเมตกุล ทายาทโรงพยาบาลวิภาวดี ก็ให้พ่อแม่ไปสู่ขอสาวบัวทันที โดยมีกำหนดจะแต่งงานกันในวันดี 11/11/2011 ซึ่งสาวบัวบอกว่ามั่นใจฝ่ายชายเพราะเป็นคนเสมอต้นเสมอปลาย ส่วนฝ่ายชายบอกว่า ถึงแม้บัวจะดูเด็ก แต่มีข้อดีที่คนอื่นไม่มี โดยทั้งคู่เปิดเผยกลางงานเปิดบริษัททัวร์ “ทริปบัสเตอร์” ที่สาวบัวชวนแฟนหนุ่มมาร่วมหุ้นกับพี่ชาย บีม-กวี ตันจรารักษ์ ด้วย
บัว เผยว่า “แต่งวันที่ 11/11/2011 ที่โรงแรมพลาซ่า แอทธินี เราก็คุย ๆ กัน แล้วพอวันที่บัวรับปริญญาเมื่อปีที่แล้ว พี่ตั้มก็ให้คุณพ่อของเขามาคุยกับที่บ้านของบัว คือเรามีแพลนกันมาเรื่อย ๆ เขาก็พูดกับบัวเองว่าเขาพร้อมแล้วนะ ตอนแรกที่เขาขอ บัวก็เอ๊ย พูดจริงเหรอ เพราะผู้ชายนี่ถ้าอายุยังไม่ถึงเลข 3 มันยากมากที่การขอแต่งงานจะหลุดออกมาจากปาก เลยคิดว่าเขาพูดเล่นหรือเปล่า เขาก็บอกว่าจริง ๆ” คิดว่าเราอายุยังน้อยเกินไปไหม? “ตอนแรกก็คิดว่าเราก็ยังเด็ก อายุ 24 แต่บัวก็คบกับพี่ตั้มมาได้พักใหญ่ ๆ แล้ว ก็เลยรู้สึกว่าเขานี่แหละที่บัวอยากจะใช้ชีวิตส่วนที่เหลือของบัวกับเขา” พี่เขาเป็นคนอย่างไรบ้าง? “พี่เขาเป็นคนเสมอต้นเสมอปลาย เขาดูแลเราตอนจีบยังไง ตอนนี้เขาก็ยังเป็นอย่างนั้นอยู่ คู่รักของเราไม่ใช่แบบเพอร์เฟกต์ แต่ว่าเราก็พยายามประคับประคองชีวิตคู่ของเราให้มันโอเค มันไม่ใช่แค่คู่รัก เขาเหมือนเป็นเพื่อนเป็นพี่ บางทีก็เป็นพ่อ สอนเราเรื่องต่าง ๆ ก็เลยรู้สึกว่าไม่รู้จะรอไปทำไม ฉันจะใช้ชีวิตอยู่คนเดียวทำไม ฉันขอใช้ชีวิตอยู่กับเธอนี่แหละ รู้สึกแฮปปี้ คือมันเจอคนที่ใช่แล้ว เขานี่แหละที่เราอยากจะดูแล อยากที่จะอยู่กับเขา” บัวไม่เคยมีแฟนมาก่อนเลยใช่ไหม? “ใช่ คนนี้แบบคบเป็นเรื่องเป็นราว ตอนคบกันพี่ตั้มก็ไปมาหาสู่กับคุณแม่บัว ก็รู้สึกว่าคือจริงใจมาก ที่บ้านบัวก็รู้อยู่ว่า บัวเป็นลูกสาวคนเล็กมีพี่ชาย 3 คน ผู้ชายหลายคนก็ไม่กล้าจีบบัว ข่าวก็ชอบลงว่าพี่บีมหวงน้องสาว เขาก็ต้องผ่านอะไรมาเยอะเหมือนกัน” เรียกสินสอดแพงไหม? “ไม่ได้เรียกอะไร บัวว่าเดี๋ยวนี้เรื่องสินสอดมันไม่ใช่เรื่องสำคัญที่จะเอาเท่าโน้นเท่านี้ เรารักกันที่ตรงไหนล่ะ” แล้วจะมีลูกเลยไหม? “คงยังค่ะ คงใช้ชีวิตด้วยกันก่อน แล้วบัวก็ยังรู้สึกว่ายังดูแลเขาได้ไม่ดี น่าจะรอก่อน รอให้พร้อมจริง ๆ” เรือนหอล่ะ? “กำลังสร้างอยู่ค่ะ ตรงข้ามบ้านพี่เขาเลย ที่แถวนวมินทร์ พี่เขาก็ไม่อยากไปไกลจากคุณพ่อคุณแม่เขา”
ด้านว่าที่เจ้าบ่าว ตั้ม เผยว่า “ผมรู้สึกว่าผมพร้อมแล้ว แล้วก็อยากไปเที่ยวต่างประเทศกันเยอะ ๆ ตอนนี้เรายังไม่ได้แต่งงานกัน การจะไปต่างประเทศด้วยกันมันก็ดูไม่ดี พอผมรู้สึกว่าพร้อม ดูแลเขาได้ ก็แต่งงานเลยดีกว่า จะได้ใช้ชีวิตด้วยกันให้มากที่สุด ตั้งแต่แรกเริ่มผมก็บอกคุณพ่อคุณแม่ว่าผมจริงจังกับน้องเขา พอคบไปก็เข้าออกขออนุญาตถูกต้องตลอด ผมว่าหน้าที่การงาน ฐานะทุกอย่างผมพร้อมแล้ว ผมอยากมีครอบครัว ก็บอกพ่อแม่ว่าผมขอแต่งงานกับน้องได้ไหม ผมมั่นใจเขาเพราะว่าตลอดเวลาที่คบกัน เขาไม่เคยมีคนอื่นเลย เขาอาจจะยังเด็กไปบ้าง แต่ว่าข้อดีของเขามันหาในคนอื่นไม่ได้ ผมเลยคิดว่าคนนี้แหละ” คบกัน 3 ปีน้อยไปไหม? “ผมว่ากำลังดี นานเกินอาจจะจำเจ สั้นเกินอาจจะไม่รู้จักกันดี ผมไม่ได้อายุน้อยเกินไป คือถ้าเรามองว่าเป็นคนนี้มันก็ไม่น้อยหรือเยอะ บางคนคิดว่าอายุน้อยอาจจะเจอคนที่ดีกว่าได้ แต่ผมคิดว่าคนนี้อยู่พอแล้ว”
ที่มา: เดลินิวส์ออนไลน์ วันศุกร์ ที่ 04 มีนาคม 2554
.
จม.จากลูกสาว + จม.ตอบจากพ่อ
จดหมายจากลูก(สาว)
กราบเท้าคุณพ่อคุณแม่ที่เคารพ
คุณพ่อคะ คุณแม่คะ เป็นอย่างไรบ้างสบายดีหรือเปล่าคะ
ผ่านมาเกือบครึ่งปีตั้งแต่หนูเข้ามาเรียนในกรุงเทพฯ หนูไม่ได้ติดต่อคุณพ่อคุณแม่เลย
หนูอยู่ที่นี่สบายดีค่ะ พี่มากเค้ารักหนู และดูแลหนูเป็นอย่างดี สงสัยหรือคะว่าพี่มากคือใคร
จำได้มั้ยคะวันที่หนูจากคุณพ่อคุณแม่ที่สถานีรถทัวร์เข้ามาเรียนที่กรุงเทพฯ รถทัวร์ที่หนูนั่งมาเกิดอุบัติเหตุใกล้ปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ
หลังเกิดอุบัติเหตุ มีคนมาล้อมหน้าล้อมหลังหนูเต็มไปหมดเลยค่ะ และมีคนขโมยกระเป๋าเดินทางและกระเป๋าตังค์ไป
พี่มากเค้าเป็นเด็กปั๊มที่นั่นค่ะ พอรถชนกันเค้าก็เข้าไปช่วยปฐม พยาบาล เราเจอกันที่นั่นค่ะคุณพ่อ พี่เค้าเป็นคนดีมาก เราพูดคุยกันซักครู่ใหญ่ รู้สึกถูกคอกันมาก คุณแม่ขา นี่แหละมั้งคะ ที่เรียกว่า รักแรกพบ
พอเค้ารู้ว่าหนูยังไม่มีที่พัก ไม่มีญาติในกรุงเทพฯ และยังไม่รู้จะไปพักที่ไหน แถมยังบาดเจ็บจากอุบัติเหตุ พี่มากเลยชวนหนูไปอยู่ด้วยกันที่หอพักใกล้ ๆ ปั๊มน้ำมันนั้น
ด้วยความตกใจและไม่มีที่พึ่งทำให้หนูรับปากพี่เค้าไปโดยไม่รู้ตัว แต่ว่าคุณพ่อคะ พี่มากเป็นคนดีมากค่ะ
เค้าไม่เคยแตะต้องตัวหนูเลย เราอยู่ด้วยกันประมาณ 2 เดือน พี่มากจึงขอหนูแต่งงานค่ะ หนูขอโทษที่ไม่ได้บอกคุณพ่อคุณแม่ก่อน แต่ด้วยความใกล้ชิดทำให้หนูไม่สามารถยั้งใจไว้ได้ จึงได้บอกตกลงพี่มากเค้าไป อภัยให้เรานะคะ นึกว่าเห็นแก่เด็กตาดำๆ ที่จะเกิดมาดูโลกนี้อีกไม่นานเท่าไร
หนูกำลังมีหลานให้คุณแม่ค่ะ คาดว่าการเรียนเทอมแรกนี้คงต้องพักไว้ก่อน หรือ ไม่ก็ต้องเลิกเรียนไปเลย เพราะว่าหนูคงต้องช่วยพี่มากหาเงินก่อนที่ท้องจะใหญ่ไปกว่านี้ พอลูกคลอดแล้วก็คงต้องอยู่เลี้ยงลูกอีก คงไปเรียนไม่ได้ เงินทองก็หมดไปทุกวันๆ แต่หนูก็ยังสุขใจดีค่ะ ไม่ต้องห่วง
คุณพ่อคุณแม่อย่าโกรธหนูนะคะ มันเป็นเรื่องสุดวิสัยจริงๆ แต่หนูคิดว่าคุณพ่อคุณแม่คงจะให้อภัย เมื่อคลอดลูกแล้ว
หนูจะพาพี่มากและลูกไปกราบเท้าคุณพ่อคุณแม่ที่บ้านนะคะ
ที่หนูเขียนจดหมายมาหาคุณพ่อคุณแม่วันนี้ มีข่าวดีและข่าวร้ายมาบอกค่ะ
ข่าวดีก็คือ ที่หนูเล่ามาทั้งหมดนั่น เป็นเรื่องไม่จริงค่ะ หนูล้อเล่นค่ะ!!
ส่วนข่าวร้ายก็คือ เทอมแรกหนูสอบได้ F 3 วิชา D 2 วิชา และ C- อีก 1 วิชา
เห็นมั้ยคะ ที่หนูสอบตก มันไม่ได้ร้ายแรงไปกว่าที่หนูเล่ามาตั้งแต่ต้นหรอก ดีกว่าซะอีกจริงมั้ยคะ
ฉะนั้นอย่าโกรธหนูนะคะ
ด้วยรักและเคารพอย่างสูง
หนูดา ที่รักของคุณพ่อคุณแม่
ป.ล. เงินที่คุณพ่อให้มาหมดแล้วล่ะค่ะถ้าคุณพ่อจะเห็นใจช่วยโอนเงินเข้าให้หนูด้วยนะคะ
*****************************************************
สวัสดีจ้ะ
ลูกรักของพ่อ
ที่ลูกเล่ามาทั้งหมดตั้งแต่แรกนั่นน่ะ ทำเอาพ่อใจไม่ดีไปเลยเชียว พ่ออ่านจดหมายลูกได้แค่ครึ่งเดียวก็โกรธจัดจนไม่ได้อ่านต่อ เพราะว่าบันดาลโทสะ ทำให้พ่อกับแม่ทะเลาะกันยกใหญ่
แม่เค้าไม่เชื่อว่าเป็นเรื่องจริงเพราะเค้ารักลูกมาก คิดว่าลูกคงจะไม่ทำให้เค้าผิดหวัง แต่พ่อก็โมโหซะจนลืมตัวทะเลาะกับแม่อย่างแรง ลูกก็รู้ว่าแม่ป่วยเป็นโรคหัวใจอยู่
พ่อผิดเองที่ไม่รู้จักคิด รู้จักยั้งความโกรธ เราทะเลาะกันแรงมาก จนแม่เค้า......ล้มลง หัวใจวาย
ยา ที่เคยมีอยู่ในบ้านก็หาไม่เจอ พ่อพาแม่แกส่งโรงพยาบาลก็สายไปซะแล้ว พ่อกำลังเศร้ามากคิดถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น มันเกิดจากพ่อไม่อ่านจดหมายของแกให้จบซะก่อน แม่ก็เลยมีอันเป็นไป
อ้อ พ่อมีข่าวดีและข่าวร้ายสำหรับลูก
ข่าวดีคือแม่แกยังอยู่สบายดีไม่มีอะไร พ่อล้อเล่น
ข่าวร้ายคือแม่เค้าเสียไพ่ เลยไม่มีเงินส่งไปให้ลูก
แต่มันก็ยังดีกว่าที่แม่เค้าจะเป็นอะไรไปใช่ไหมล่ะ
ปล. หวังว่าลูกคงอ่านจดหมายจนจบนะ ไม่ใช่ตกใจตะลีตะเหลือกไปฆ่าตัวตายซะก่อน
รักลูกมากจ้ะ
พ่อ
ที่มา: forward mail
.
กราบเท้าคุณพ่อคุณแม่ที่เคารพ
คุณพ่อคะ คุณแม่คะ เป็นอย่างไรบ้างสบายดีหรือเปล่าคะ
ผ่านมาเกือบครึ่งปีตั้งแต่หนูเข้ามาเรียนในกรุงเทพฯ หนูไม่ได้ติดต่อคุณพ่อคุณแม่เลย
หนูอยู่ที่นี่สบายดีค่ะ พี่มากเค้ารักหนู และดูแลหนูเป็นอย่างดี สงสัยหรือคะว่าพี่มากคือใคร
จำได้มั้ยคะวันที่หนูจากคุณพ่อคุณแม่ที่สถานีรถทัวร์เข้ามาเรียนที่กรุงเทพฯ รถทัวร์ที่หนูนั่งมาเกิดอุบัติเหตุใกล้ปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ
หลังเกิดอุบัติเหตุ มีคนมาล้อมหน้าล้อมหลังหนูเต็มไปหมดเลยค่ะ และมีคนขโมยกระเป๋าเดินทางและกระเป๋าตังค์ไป
พี่มากเค้าเป็นเด็กปั๊มที่นั่นค่ะ พอรถชนกันเค้าก็เข้าไปช่วยปฐม พยาบาล เราเจอกันที่นั่นค่ะคุณพ่อ พี่เค้าเป็นคนดีมาก เราพูดคุยกันซักครู่ใหญ่ รู้สึกถูกคอกันมาก คุณแม่ขา นี่แหละมั้งคะ ที่เรียกว่า รักแรกพบ
พอเค้ารู้ว่าหนูยังไม่มีที่พัก ไม่มีญาติในกรุงเทพฯ และยังไม่รู้จะไปพักที่ไหน แถมยังบาดเจ็บจากอุบัติเหตุ พี่มากเลยชวนหนูไปอยู่ด้วยกันที่หอพักใกล้ ๆ ปั๊มน้ำมันนั้น
ด้วยความตกใจและไม่มีที่พึ่งทำให้หนูรับปากพี่เค้าไปโดยไม่รู้ตัว แต่ว่าคุณพ่อคะ พี่มากเป็นคนดีมากค่ะ
เค้าไม่เคยแตะต้องตัวหนูเลย เราอยู่ด้วยกันประมาณ 2 เดือน พี่มากจึงขอหนูแต่งงานค่ะ หนูขอโทษที่ไม่ได้บอกคุณพ่อคุณแม่ก่อน แต่ด้วยความใกล้ชิดทำให้หนูไม่สามารถยั้งใจไว้ได้ จึงได้บอกตกลงพี่มากเค้าไป อภัยให้เรานะคะ นึกว่าเห็นแก่เด็กตาดำๆ ที่จะเกิดมาดูโลกนี้อีกไม่นานเท่าไร
หนูกำลังมีหลานให้คุณแม่ค่ะ คาดว่าการเรียนเทอมแรกนี้คงต้องพักไว้ก่อน หรือ ไม่ก็ต้องเลิกเรียนไปเลย เพราะว่าหนูคงต้องช่วยพี่มากหาเงินก่อนที่ท้องจะใหญ่ไปกว่านี้ พอลูกคลอดแล้วก็คงต้องอยู่เลี้ยงลูกอีก คงไปเรียนไม่ได้ เงินทองก็หมดไปทุกวันๆ แต่หนูก็ยังสุขใจดีค่ะ ไม่ต้องห่วง
คุณพ่อคุณแม่อย่าโกรธหนูนะคะ มันเป็นเรื่องสุดวิสัยจริงๆ แต่หนูคิดว่าคุณพ่อคุณแม่คงจะให้อภัย เมื่อคลอดลูกแล้ว
หนูจะพาพี่มากและลูกไปกราบเท้าคุณพ่อคุณแม่ที่บ้านนะคะ
ที่หนูเขียนจดหมายมาหาคุณพ่อคุณแม่วันนี้ มีข่าวดีและข่าวร้ายมาบอกค่ะ
ข่าวดีก็คือ ที่หนูเล่ามาทั้งหมดนั่น เป็นเรื่องไม่จริงค่ะ หนูล้อเล่นค่ะ!!
ส่วนข่าวร้ายก็คือ เทอมแรกหนูสอบได้ F 3 วิชา D 2 วิชา และ C- อีก 1 วิชา
เห็นมั้ยคะ ที่หนูสอบตก มันไม่ได้ร้ายแรงไปกว่าที่หนูเล่ามาตั้งแต่ต้นหรอก ดีกว่าซะอีกจริงมั้ยคะ
ฉะนั้นอย่าโกรธหนูนะคะ
ด้วยรักและเคารพอย่างสูง
หนูดา ที่รักของคุณพ่อคุณแม่
ป.ล. เงินที่คุณพ่อให้มาหมดแล้วล่ะค่ะถ้าคุณพ่อจะเห็นใจช่วยโอนเงินเข้าให้หนูด้วยนะคะ
*****************************************************
จดหมายพ่อตอบกลับมา
สวัสดีจ้ะ
ลูกรักของพ่อ
ที่ลูกเล่ามาทั้งหมดตั้งแต่แรกนั่นน่ะ ทำเอาพ่อใจไม่ดีไปเลยเชียว พ่ออ่านจดหมายลูกได้แค่ครึ่งเดียวก็โกรธจัดจนไม่ได้อ่านต่อ เพราะว่าบันดาลโทสะ ทำให้พ่อกับแม่ทะเลาะกันยกใหญ่
แม่เค้าไม่เชื่อว่าเป็นเรื่องจริงเพราะเค้ารักลูกมาก คิดว่าลูกคงจะไม่ทำให้เค้าผิดหวัง แต่พ่อก็โมโหซะจนลืมตัวทะเลาะกับแม่อย่างแรง ลูกก็รู้ว่าแม่ป่วยเป็นโรคหัวใจอยู่
พ่อผิดเองที่ไม่รู้จักคิด รู้จักยั้งความโกรธ เราทะเลาะกันแรงมาก จนแม่เค้า......ล้มลง หัวใจวาย
ยา ที่เคยมีอยู่ในบ้านก็หาไม่เจอ พ่อพาแม่แกส่งโรงพยาบาลก็สายไปซะแล้ว พ่อกำลังเศร้ามากคิดถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น มันเกิดจากพ่อไม่อ่านจดหมายของแกให้จบซะก่อน แม่ก็เลยมีอันเป็นไป
อ้อ พ่อมีข่าวดีและข่าวร้ายสำหรับลูก
ข่าวดีคือแม่แกยังอยู่สบายดีไม่มีอะไร พ่อล้อเล่น
ข่าวร้ายคือแม่เค้าเสียไพ่ เลยไม่มีเงินส่งไปให้ลูก
แต่มันก็ยังดีกว่าที่แม่เค้าจะเป็นอะไรไปใช่ไหมล่ะ
ปล. หวังว่าลูกคงอ่านจดหมายจนจบนะ ไม่ใช่ตกใจตะลีตะเหลือกไปฆ่าตัวตายซะก่อน
รักลูกมากจ้ะ
พ่อ
ที่มา: forward mail
.
Subscribe to:
Posts (Atom)









