ที่ศูนย์พัฒนาการเกษตรภูสิงห์ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ อ.ภูสิงห์
จ.ศรีสะเกษ
มีผลงานด้านการศึกษาการเพาะปลูกพืชหลายชนิดหนึ่งในนั้นก็คือการผลิตมะนาวนอก
ฤดูในวงบ่อ ซึ่งการปลูกมะนาวนอกฤดูเหมาะสำหรับเกษตรกรที่มีพื้นที่จำกัด
ดินปลูกพืชอื่น ๆ ไม่เหมาะสม ผู้ที่สนใจสามารถทำเป็นอาชีพเสริมได้ดี
โดยเฉพาะช่วงเดือนกุมภาพันธ์-เมษายน มะนาวจะมีราคาสูงทุกปี
เจ้าหน้าที่ประจำศูนย์แห่งนี้เล่าให้ฟังว่า การปลูกมะนาวในวงบ่อซีเมนต์
สามารถบังคับให้ออกดอก ติดผลตามวันเวลาที่เราต้องการได้ 100% ผลผลิตประมาณ
250-1,000 ผลต่อต้น ขึ้นอยู่กับพันธุ์ อายุต้น และการปฏิบัติดูแลรักษา
และควรเป็นพันธุ์ที่ต้องการของตลาด มีการออกดอก ผลติดง่าย ให้ผลดก
ผลขนาดใหญ่ เปลือกบาง น้ำมาก กลิ่นหอม และทนทานต่อโรคแมลง
พันธุ์ที่ตลาดนิยม ได้แก่ พันธุ์แป้นรำไพ แป้นจริยา พิจิตร 1 และตาฮิติ
เป็นต้น ส่วนพันธุ์พิจิตร 1 และพันธุ์ตาฮิติ
เป็นมะนาวที่ทนทานต่อโรคแคงเกอร์ที่ผล ใบ และลำต้นดีกว่าทุกพันธุ์
วงบ่อซีเมนต์ควรใช้ที่มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 80-100 เซนติเมตร
สูง 40-60 เซนติเมตร ที่ก้นบ่อควรมีฝาซีเมนต์ขนาด 80-100 เซนติเมตร
เพื่อป้องกันไม่ให้รากมะนาวหยั่งลงดินนอกก้นบ่อ
เพื่อความสะดวกในการปฏิบัติงาน ควรวางวงบ่อเป็นแถว
พื้นที่จำกัดควรวางแถวเดี่ยวระยะ 2x2 เมตร หรือ 2x3 เมตร
แต่ถ้ามีพื้นที่เพียงพอ ควรวางวงบ่อแบบแถวคู่ 3x3 เมตร แต่ละคู่ห่างกัน 4
เมตร
ดินที่ใช้ปลูกควรเป็นดินชั้นบนที่มีลักษณะเป็นดินร่วน
มีความอุดมสมบูรณ์สูง โดยใช้อัตราส่วน ดินร่วน : ปุ๋ยคอก/ปุ๋ยหมัก : แกลบดำ
อัตรา 3 : 2 : 1 หรือ ดินร่วน : ปุ๋ยคอก :
ปุ๋ยหมัก : แกลบดำ อัตรา 3 : 1 : 1 : 1 ผสมคลุกเคล้าให้เข้ากันแล้วตักใส่วงบ่อและกดดิน
หรือขึ้นเหยียบดิน โดยเฉพาะบริเวณขอบบ่อด้านล่างให้แน่นพูนดินสูงจากปากบ่อ 20-30 เซนติเมตร
นำต้นพันธุ์มะนาวจากต้นกิ่งตอน ต้นปักชำ
หรือต้นต่อยอดที่สมบูรณ์แข็งแรงดี มาปลูกตรงกลางวงบ่อ โดยขุดหลุมเล็กน้อย
รองก้นหลุมด้วยปุ๋ยเคมีสูตร 15-15-15 อัตรา 100-150 กรัม/หลุม
ใช้มีดกรีดก้นถุงพลาสติกสีดำโดยรอบ
แล้วนำต้นมะนาวไปวางในหลุมกลบดินเล็กน้อย ใช้มีดกรีดถุงพลาสติกที่เหลือออก
กลบดินแล้วกดดินให้แน่น ใช้ไม้ไผ่ปักหลักกันลมโยก แล้วรดน้ำให้ชุ่ม
การให้น้ำ ใช้สายยางรดน้ำหรือต่อระบบน้ำแบบมินิสปริงเกลอร์ รดน้ำ 1-2
วันต่อครั้ง หรือวันละ 1 ครั้งเฉพาะตอนเช้า ใส่ปุ๋ย หลังจากปลูกมะนาวได้ 1
เดือน โดยใช้ปุ๋ยเคมีเพื่อเร่งการเจริญเติบโต โดยปุ๋ย 15-15-15 หรือ
16-16-16 + ปุ๋ยยูเรียเล็กน้อย อัตรา 100-150 กรัมหรือครึ่งกำมือต่อต้น
ใส่เดือนละครั้งในระยะบังคับให้ออกดอกควรใส่ปุ๋ยสูตร 12-24-12
หรือใส่ปุ๋ยที่มีตัวกลางสูงอัตรา 100-150 กรัมต่อต้น
ควรใช้เศษฟางข้าวหญ้าแห้ง แกลบดิบ กาบมะพร้าว ฯลฯ คลุมโคนต้น
เพื่อรักษาความชุ่มชื้นและคลุมวัชพืชในวงบ่อ
ต้นมะนาวที่จะบังคับให้ออกผลนอกฤดูนั้น ควรมีอายุอย่างน้อย 8
เดือนขึ้นไป ส่วนมะนาวที่มีอายุมากกว่า 1 ปี และเคยออกดอกติดผลแล้ว
ช่วงเดือนพฤษภาคม–สิงหาคม
ควรเด็ดดอกและผลมะนาวในฤดูออกให้หมดช่วงเดือนสิงหาคม–กันยายน
ส่วนใหญ่จะมีฝนตกอยู่ควรงดการรดน้ำ
พอถึงช่วงปลายเดือนสิงหาคมหรือต้นเดือนกันยายน ให้นำผ้าพลาสติกที่กันฝน
ขนาดกว้าง 1–1.5 เมตร ยาว 1.5-2 เมตร มาคลุมรอบวงบ่อไว้
โดยให้ชายด้านหนึ่งมัดติดกับโคนต้นมะนาว ให้สูงจากพื้นดินปากบ่อ 20–30 ซม.
คลุมไว้ประมาณ 10-15 วัน สังเกตใบมะนาวมีอาการเริ่มเหี่ยว ใบสลด
อาจมีใบร่วงบ้างหรือเหี่ยวประมาณ 75-80%
ให้นำผ้าพลาสติกออกแล้วให้น้ำพร้อมปุ๋ยสูตร 12-24-12 อัตรา 100-150 กรัม
ซึ่งถ้าต้นมะนาวสมบูรณ์ดีหลังจากให้น้ำและปุ๋ย 2 สัปดาห์
ต้นมะนาวจะผลิตาดอกหรือแตกใบอ่อนพร้อมออกดอก
ช่วงนี้ต้องหมั่นดูแลรักษาไม่ให้ศัตรูมาทำลายมะนาว โดยเฉพาะเพลี้ยไฟ ไรแดง
และหนอนชอนใบ เป็นต้น
หลังจากมะนาวออกดอก ติดผลได้ 4-5 เดือน
ก็สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตสู้ตลาดได้
ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับพันธุ์และช่วงเดือนที่บังคับไม่ควรปล่อยผลมะนาวที่แก่
แล้วอยู่บนต้นนาน ๆ เป็นการสิ้นเปลืองอาหารมาเลี้ยงผล
อาจทำให้ต้นทรุดโทรมได้.
Kasettuathai@dailynews.co.
:: © 2554 บริษัท เดลินิวส์ เว็บ จำกัด
มะนาวนอกฤดู ในวงบ่อซีเมนต์ - เกษตรทั่วไทย
วันพฤหัสบดีที่ 12 กรกฎาคม 2555
Showing posts with label เกษตรทำได้-โคตรรวย. Show all posts
Showing posts with label เกษตรทำได้-โคตรรวย. Show all posts
Friday, July 13, 2012
Tuesday, April 10, 2012
ปลูกมะนาวบนต้นตอส้มต่างประเทศทนน้ำท่วม - ดินดีสม เป็นนาสวน
ที่ผ่านมาในอดีตการปลูกมะนาวของเกษตรกรไทยนิยมปลูกโดยใช้กิ่งตอนหรือกิ่งปักชำโดยคิดว่าต้นเจริญเติบโตและให้ผลผลิตเร็ว โดยไม่ได้นึกถึงปัญหาในเรื่องของระบบรากที่ไม่แข็งแรงเพราะมีแต่รากฝอย เมื่อต้นมะนาวเริ่มให้ผลผลิตเต็มที่มักจะพบปัญหาว่าต้นมะนาวทรุดโทรมลงอย่างรวดเร็วเนื่องจากที่ภาระเลี้ยงผลมาก ที่สำคัญในปี พ.ศ. 2554 ที่ผ่านมาประเทศไทยประสบปัญหามหาอุทกภัยน้ำท่วมครั้งใหญ่ในประวัติศาสตร์ ภาคการเกษตรได้รับความเสียหายอย่างยับเยิน เกษตรกรที่ปลูกมะนาวโดยใช้กิ่งตอนน้ำท่วมขังเพียงไม่กี่วัน พบว่าต้นมะนาวยืนต้นตายเกือบทั้งหมด ในขณะที่เกษตรกรที่ปลูกต้นมะนาวโดยใช้กิ่งเสียบยอดบนต้นตอส้มต่างประเทศรอดตายหลายรายเนื่องจากมีระบบรากที่แข็งแรง
ในแวดวงของนักวิชาการเกษตรและเกษตรกรผู้ปลูกมะนาวในเชิงพาณิชย์ต่างก็ยอมรับกันว่า มะนาวพันธุ์แป้นดกพิเศษซึ่งมีลักษณะผลและคุณภาพเหมือนกับพันธุ์แป้นรำไพทุกประการ แต่ผลผลิตดกกว่า 4-5 เท่า ในอายุต้นที่เท่ากันและมีการติดผลเป็นพวง เป็นพันธุ์ที่ตลาดต้องการผลผลิตมากที่สุด เนื่องจากพันธุ์ที่ออกดอกและติดผลง่าย ขนาดของผลค่อนข้างโต เปลือกผลบางและมีปริมาณน้ำในผลมาก มีอายุตั้งแต่ออกดอกจนถึงเก็บเกี่ยวผลผลิตใช้เวลาประมาณ 4 เดือน ที่สำคัญมะนาวพันธุ์แป้นดกพิเศษสามารถบังคับให้ออกฤดูแล้งได้ง่ายมาก ในช่วงปลายปี 2554 เป็นต้นมาจนมาถึงเดือนกุมภาพันธ์ 2555 ราคามะนาวแป้นดกพิเศษขายจากสวนได้ราคาแพงมากเฉลี่ยผลละ 2-3 บาท เมื่อขายถึงผู้บริโภคราคาเฉลี่ยผลละ 5 บาท นับเป็นปีทองของชาวสวนมะนาวอีกครั้งหนึ่ง
การทำสวนมะนาวที่ปลูกด้วยกิ่งตอนนั้นอายุไม่ยืนยาว เฉลี่ยอายุประมาณ 3-5 ปีก็ตาย เกษตรกรจำเป็นต้องปลูกใหม่ ถ้าคิดการลงทุนปลูกใหม่ก็มีค่าใช้จ่ายมิใช่น้อย ทางเลือกใหม่ของเกษตรกรที่คิดจะลงทุนปลูกมะนาวแป้นอย่างยั่งยืน โดยที่ต้นมะนาวควรจะมีอายุยืนอย่างน้อย 10 ปีขึ้นไป ควรจะใช้ต้นตอส้มต่างประเทศ เช่น ทรอยเยอร์,สวิงเกิล, โวคา-เมอเรียน่าฯลฯ เป็นต้นตอซึ่งมีข้อมูลยืนยันทางวิชาการว่าทนทานโรครากเน่าและโคนเน่าได้ดี เนื่องจากมีระบบรากที่แข็งแรงและมีรากแก้ว เทคนิคในการเสียบยอดให้ใช้ต้นตอส้มทรอยเยอร์ที่มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 0.5-1 เซนติเมตร ตัดยอดต้นตอส้มให้สูงจากพื้นดินประมาณ 15เซนติเมตร จากนั้นนำกิ่งมะนาวพันธุ์แป้นดกพิเศษเสียบยอดด้วยวิธีการผ่าลิ่มให้แผลมีความยาวประมาณ 1 นิ้ว ใช้เวลาประมาณ 45 วัน ยอดที่เสียบจะแตกยอดใหม่ออกมา
เป็นที่ทราบกันดีว่าในการปลูกมะนาวในเชิงพาณิชย์ในปัจจุบันนี้ตลาดมีความต้องการมะนาวพันธุ์แป้นรำไพและพันธุ์แป้นดกพิเศษมากที่สุด และการเลือกใช้กิ่งพันธุ์มะนาวได้เปลี่ยนจากการใช้กิ่งตอนมาใช้กิ่งเสียบยอดบนต้นตอส้มต่างประเทศ เนื่องจากต้นมีความสมบูรณ์แข็งแรงและอายุยืนยาวกว่าปลูกด้วยกิ่งตอน
:: ปลูกมะนาวบนต้นตอส้มต่างประเทศทนน้ำท่วม - ดินดีสม เป็นนาสวน
::ปลูกมะนาวบนต้นตอส้มต่างประเทศทนน้ำท่วม - ดินดีสม เป็นนาสวน © 2554 บริษัท เดลินิวส์ เว็บ จำกัด วันพุธที่ 11 เมษายน 2555
ในแวดวงของนักวิชาการเกษตรและเกษตรกรผู้ปลูกมะนาวในเชิงพาณิชย์ต่างก็ยอมรับกันว่า มะนาวพันธุ์แป้นดกพิเศษซึ่งมีลักษณะผลและคุณภาพเหมือนกับพันธุ์แป้นรำไพทุกประการ แต่ผลผลิตดกกว่า 4-5 เท่า ในอายุต้นที่เท่ากันและมีการติดผลเป็นพวง เป็นพันธุ์ที่ตลาดต้องการผลผลิตมากที่สุด เนื่องจากพันธุ์ที่ออกดอกและติดผลง่าย ขนาดของผลค่อนข้างโต เปลือกผลบางและมีปริมาณน้ำในผลมาก มีอายุตั้งแต่ออกดอกจนถึงเก็บเกี่ยวผลผลิตใช้เวลาประมาณ 4 เดือน ที่สำคัญมะนาวพันธุ์แป้นดกพิเศษสามารถบังคับให้ออกฤดูแล้งได้ง่ายมาก ในช่วงปลายปี 2554 เป็นต้นมาจนมาถึงเดือนกุมภาพันธ์ 2555 ราคามะนาวแป้นดกพิเศษขายจากสวนได้ราคาแพงมากเฉลี่ยผลละ 2-3 บาท เมื่อขายถึงผู้บริโภคราคาเฉลี่ยผลละ 5 บาท นับเป็นปีทองของชาวสวนมะนาวอีกครั้งหนึ่ง
การทำสวนมะนาวที่ปลูกด้วยกิ่งตอนนั้นอายุไม่ยืนยาว เฉลี่ยอายุประมาณ 3-5 ปีก็ตาย เกษตรกรจำเป็นต้องปลูกใหม่ ถ้าคิดการลงทุนปลูกใหม่ก็มีค่าใช้จ่ายมิใช่น้อย ทางเลือกใหม่ของเกษตรกรที่คิดจะลงทุนปลูกมะนาวแป้นอย่างยั่งยืน โดยที่ต้นมะนาวควรจะมีอายุยืนอย่างน้อย 10 ปีขึ้นไป ควรจะใช้ต้นตอส้มต่างประเทศ เช่น ทรอยเยอร์,สวิงเกิล, โวคา-เมอเรียน่าฯลฯ เป็นต้นตอซึ่งมีข้อมูลยืนยันทางวิชาการว่าทนทานโรครากเน่าและโคนเน่าได้ดี เนื่องจากมีระบบรากที่แข็งแรงและมีรากแก้ว เทคนิคในการเสียบยอดให้ใช้ต้นตอส้มทรอยเยอร์ที่มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 0.5-1 เซนติเมตร ตัดยอดต้นตอส้มให้สูงจากพื้นดินประมาณ 15เซนติเมตร จากนั้นนำกิ่งมะนาวพันธุ์แป้นดกพิเศษเสียบยอดด้วยวิธีการผ่าลิ่มให้แผลมีความยาวประมาณ 1 นิ้ว ใช้เวลาประมาณ 45 วัน ยอดที่เสียบจะแตกยอดใหม่ออกมา
เป็นที่ทราบกันดีว่าในการปลูกมะนาวในเชิงพาณิชย์ในปัจจุบันนี้ตลาดมีความต้องการมะนาวพันธุ์แป้นรำไพและพันธุ์แป้นดกพิเศษมากที่สุด และการเลือกใช้กิ่งพันธุ์มะนาวได้เปลี่ยนจากการใช้กิ่งตอนมาใช้กิ่งเสียบยอดบนต้นตอส้มต่างประเทศ เนื่องจากต้นมีความสมบูรณ์แข็งแรงและอายุยืนยาวกว่าปลูกด้วยกิ่งตอน
:: ปลูกมะนาวบนต้นตอส้มต่างประเทศทนน้ำท่วม - ดินดีสม เป็นนาสวน
::ปลูกมะนาวบนต้นตอส้มต่างประเทศทนน้ำท่วม - ดินดีสม เป็นนาสวน © 2554 บริษัท เดลินิวส์ เว็บ จำกัด วันพุธที่ 11 เมษายน 2555
Subscribe to:
Posts (Atom)