สำนักงานสถิติแห่งชาติ เปิดตัวเลขคนว่างาน 256,000 คน ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 12,000 คน โดยผู้ที่ว่างงานส่วนใหญ่เป็นผู้ว่างงานที่เคยทำงานมาก่อน 173,000 คน
วันนี้ ( 2 เม.ย.2555) รายงานข่าวจากสำนักงานสถิติแห่งชาติ (สสช.) เปิดเผยว่า สถานการณ์การว่างงานล่าสุดเมื่อเดือนก.พ. 55 มีจำนวนทั้งสิ้น 256,000 คน หรือคิดเป็นอัตราว่างงานเพียง 0.7% ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 12,000 คน แต่ลดลงจากเดือนก่อนหน้าถึง 59,000 คน โดยผู้ที่ว่างงานส่วนใหญ่เป็นผู้ว่างงานที่เคยทำงานมาก่อน 173,000 คน และเพิ่มขึ้นจากปีก่อน 18,000 คน ซึ่งว่างงานมาจากภาคบริการและการค้า 80,000 คน ภาคการผลิต 63,000 คนและภาคเกษตรกรรม 30,000 คน
ทั้งนี้นิสิต นักศึกษา ในระดับอุดมศึกษา ยังคงเป็นผู้ว่างงานสูงสุดที่ 1.3%หรือประมาณ 88,000 คน รองลงมาเป็นมัธยมศึกษาตอนต้นว่างงาน 68,000 คน มัธยมศึกษาตอนปลาย 48,000 คน ประถมศึกษา 31,000 คน และผู้ที่มี่การศึกษาและต่ำกว่าประถมศึกษา 21,000 คน ขณะที่พื้นที่กทม.ยังเป็นพื้นที่มีอัตราการว่างงานสูงสุดที 0.8% รองลงมาเป็นภาคเหนือและกลาง ว่างงาน 0.7% ภาคใต้ 0.6% และตะวันออกเฉียงเหนือ 0.5%
ส่วนจำนวนผู้มีงานทำในเดือนก.พ. มีจำนวน 38.06 ล้านคน แยกเป็นผู้ทำงานในภาคเกษตรกรรม 13.45 ล้านคน และนอกภาคเกษตรกรรม 24.61 ล้านคน เทียบกับปีก่อนพบว่า ผู้มีงานทำในภาคเกษตรกรรมเพิ่มขึ้น 520,000 คน ส่วนนอกภาคเกษตรกรรมลดลง 10,000 คน โดยลดลงในสาขาก่อสร้าง 180,000 คน รองลงมาเป็นสาขาโรงแรมและบริการด้านอาหาร 150,000 คน การศึกษา 110,000 คน ขายส่งขายปลีก ซ่อมยานยนต์ และรถจักรยานยนต์ 80,000 คน สาขาการบริการอื่นๆ เช่นกิจกรรมบริการเพื่อสุขภาพ ดูแลสัตว์เลี้ยง เป็นต้น จำนวน 30,000 คน สาขากิจกรรมด้านสุขภาพและงานสังคมสงเคราะห์และสาขาการขนส่ง สถานที่เก็บสินค้า 20,000 คน ส่วนสาขาที่เพิ่มขึ้นเป็นสาขาการผลิต 560,000 คน การบริหารราชการการป้องกันประเทศและการประกันสังคมภาคบังคับ 60,000 คน กิจกรรมทางการเงินและการประกันภัย 50,000 คน ที่เหลือกระจายอยู่ในสาขาอื่นๆ
::คนไทยว่างงานกว่า 2.5แสนคน: กุมภาพันธ์ 2555 © 2554 บริษัท เดลินิวส์ เว็บ จำกัด วันจันทร์ที่ 2 เมษายน 2555
Showing posts with label ไม่เลือกงาน. Show all posts
Showing posts with label ไม่เลือกงาน. Show all posts
Tuesday, April 3, 2012
Wednesday, February 2, 2011
เปิดบ้านอาชีวะเรียนฟรีมีเงินใช้ได้งานทำ
คมชัดลึก : การเรียนอาชีวศึกษาเป็นการเรียนการสอนวิชาชีพในกลุ่มธุรกิจบริการ ในประเภทวิชาคหกรรม พณิชยกรรมหรือบริหารธุรกิจ และศิลปกรรม ซึ่งขณะนี้มีความต้องการกำลังคน ในระหว่างปี 2553-2557 ถึง 1.7 ล้านคน หรือเฉลี่ย 3.4 แสนคนต่อปี และเป็นกลุ่มอาชีพที่มีความต้องการสูงสุด จากกลุ่มอาชีพอุตสาหกรรม และเกษตรกรรม ในขณะที่ปริมาณผู้เรียนในสายอาชีวศึกษามีแนวโน้มลดลงและยังไม่เพียงพอต่อ ความต้องการของสถานประกอบการทั้งภาคอุตสาหกรรม เกษตรและบริการ
ดร.ศศิธารา พิชัยชาญณรงค์ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กล่าวว่า เป้าหมายของการปฏิรูปการศึกษา ในทศวรรษที่สองไว้ชัดเจนมุ่งเพิ่มสัดส่วนผู้เรียนอาชีวศึกษา : สายสามัญจาก 70 : 30 เป็น 60 : 40 ให้ได้ภายในปี 2561 โดยเน้นกิจกรรมเชิงรุก เปิดบ้านอาชีวะ “เรียนอาชีวะดี เรียนฟรี มีเงินใช้ ได้งานทำ” ในระหว่างวันที่ 26-29 มกราคม 2554 ณ เวทีกลางแจ้ง วิทยาลัยอาชีวศึกษาเชียงราย การจัดกิจกรรมครั้งนี้เน้นการแสดงศักยภาพทางการเรียนการสอนในสาขาวิชาต่างๆ ในรูปแบบ "เปิดบ้านประกอบนิทรรศการมีชีวิต" (Open House and Life Exhibition) เพื่อสร้างแรงจูงใจและสร้างความรู้ความเข้าใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการให้ความรู้และแนะแนวการเรียนการสอนอาชีวศึกษาต่อนัก เรียนระดับ ม.3 ม.6 ที่อยู่ระหว่างการตัดสินใจเพื่อศึกษาต่อ และยังเป็นกิจกรรมเปิดที่ให้พ่อแม่ผู้ปกครองสามารถเข้ามาร่วมชมงาน ซึ่งเป็นแนวทางหนึ่งในการสร้างความเข้าใจต่อผู้ปกครองว่าการเรียนอาชีวศึกษา นั้น นอกจากบุตรหลานจะได้รับความรู้ มีทักษะวิชาชีพตามสาขาที่เลือกเรียนแล้ว จบแล้วมีงานทำแน่นอน
"นอกจาก “เรียนอาชีวะดี” แล้วยัง “เรียนฟรี” ตามนโยบายเรียนฟรี 15 ปีของรัฐบาล ระหว่างเรียนก็ “มีเงินใช้” เพราะผู้เรียนสามารถทำงานไปด้วยเรียนไปด้วย และเมื่อเรียนจบแล้ว “ได้งานทำ” เพราะการเรียนสายวิชาชีพนั้นเป็นความต้องการของตลาดแรงงานจำนวนมาก เป็นกำลังคนที่มีทักษะต่อการพัฒนาประเทศ และผู้เรียนมีโอกาสพัฒนาตนเอง เพื่อความก้าวหน้าในสายงานอย่างต่อเนื่อง โดยไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนสายงาน หรือสายการเรียนภายหลังจบการศึกษา"
เกษริน ปานกล่ำ หรือ น้องเกษ นักศึกษาสาขาคหกรรม วิทยาลัยอาชีวศึกษาสิงห์บุรี เล่าว่า ผู้ปกครองส่วนใหญ่มองว่า การเรียนสายอาชีวศึกษา เมื่อจบออกไปแล้ว อาชีพการงานไม่มีความมั่นคง จึงเลือกให้บุตรหลานจบปริญญามากกว่า แท้จริงแล้วการเรียนอาชีวะก็ มีงานทำที่มั่นคงได้ อีกทั้งยังสามารถประกอบธุรกิจส่วนตัว และในขณะที่เรียนมีรายได้เสริมจากการขายงานฝีมือ อาทิ ชุดวิวาห์ กล่องใส่กระดาษชำระ กระเป๋าอเนกประสงค์ หมอน เป็นต้น ซึ่งสินค้าเหล่านี้ล้วนเป็นที่ต้องการของตลาด ทำให้ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของครอบครัวลงได้
"การเรียนการสอนของสายอาชีวะจะ เป็นการผสมผสานระหว่างทฤษฎีและปฏิบัติเข้าด้วยกัน แต่จะเน้นทางปฏิบัติ เพื่อฝึกให้นักศึกษาได้คิดเป็น ทำเป็น และขายเป็น" น้องเกษ กล่าว
เช่นเดียวกับ ธวัชชัย ฟองเกตุ หรือ น้องวิว นักศึกษาสาขาอาหารและโภชนาการ วิทยาลัยอาชีวศึกษาลำปาง เล่าว่า ถึงแม้อาชีวะจะ ประสบปัญหาของกลุ่มนักเรียนทะเลาะวิวาท การใช้ความรุนแรง ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของสถาบัน อย่างไรก็ตามอาชีวศึกษาก็เป็นอีกสถาบันหนึ่งที่มีความสำคัญอย่างยิ่งในการ ช่วยขับเคลื่อนประเทศให้เดินหน้าพัฒนา ทั้งด้านตลาดแรงงาน ด้านการผลิตสินค้าอุปโภคบริโภคต่างๆ
"ตอนนี้มีความรู้ความเชี่ยวชาญด้านการทำเบเกอรี่เป็นอย่างมาก เพราะที่วิทยาลัยอาชีวศึกษาลำปาง มีการจัดการเรียนการสอนอย่างมีคุณภาพ คณาจารย์ให้การดูแลอย่างใกล้ชิดเป็นกันเอง สอนจนกว่านักศึกษาจะทำได้และเข้าใจในบทเรียน และยังได้ลงมือปฏิบัติจริงทุกขั้นตอน" น้องวิว กล่าว
จุฑามาศ กรีพจนีย์ ศิษย์เก่าวิทยาลัยอาชีวศึกษาอุตรดิตถ์ หนึ่งในผู้ประสบความสำเร็จด้านอาชีพ เล่าว่า ณ วันนี้ยังรู้สึกภาคภูมิใจอยู่ว่า ที่ได้จบการศึกษาจากอาชีวศึกษา ซึ่งเป็นสถาบันที่ทรงคุณค่าแห่งการผลิตบุคคลที่มีคุณภาพให้แก่สังคม จะเห็นได้จากนักศึกษาที่จบจากอาชีวศึกษาประสบผลสำเร็จในชีวิตมากมาย เช่นเดียวกับตนได้ประกอบธุรกิจส่วนตัว เปิดร้านจุฑามาศผ้าไทย ซึ่งได้นำความรู้ที่ได้จากการเรียนที่อาชีวศึกษา จากอาจารย์ถ่ายทอดความรู้ จากความตั้งใจทำสิ่งที่ตนเองรัก ทำให้ก้าวเข้าสู่เส้นชัยมาถึงทุกวันนี้ได้ จึงอยากให้น้องๆ ที่กำลังมองหาสถานที่ศึกษาต่อ ลองมองอาชีวศึกษา รับรองว่าน้องๆจะพบกับความสำเร็จในชีวิตอย่างแน่นอน สนใจร่วมชมกิจกรรม และสมัครเรียนต่ออาชีวศึกษาได้ที่ 0-2281-5555, 0-2510-1823 หรือ www.vec.go.th
0 ขวัญเรียม แก้วสุวรรณ 0 รายงาน
ดร.ศศิธารา พิชัยชาญณรงค์ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กล่าวว่า เป้าหมายของการปฏิรูปการศึกษา ในทศวรรษที่สองไว้ชัดเจนมุ่งเพิ่มสัดส่วนผู้เรียนอาชีวศึกษา : สายสามัญจาก 70 : 30 เป็น 60 : 40 ให้ได้ภายในปี 2561 โดยเน้นกิจกรรมเชิงรุก เปิดบ้านอาชีวะ “เรียนอาชีวะดี เรียนฟรี มีเงินใช้ ได้งานทำ” ในระหว่างวันที่ 26-29 มกราคม 2554 ณ เวทีกลางแจ้ง วิทยาลัยอาชีวศึกษาเชียงราย การจัดกิจกรรมครั้งนี้เน้นการแสดงศักยภาพทางการเรียนการสอนในสาขาวิชาต่างๆ ในรูปแบบ "เปิดบ้านประกอบนิทรรศการมีชีวิต" (Open House and Life Exhibition) เพื่อสร้างแรงจูงใจและสร้างความรู้ความเข้าใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการให้ความรู้และแนะแนวการเรียนการสอนอาชีวศึกษาต่อนัก เรียนระดับ ม.3 ม.6 ที่อยู่ระหว่างการตัดสินใจเพื่อศึกษาต่อ และยังเป็นกิจกรรมเปิดที่ให้พ่อแม่ผู้ปกครองสามารถเข้ามาร่วมชมงาน ซึ่งเป็นแนวทางหนึ่งในการสร้างความเข้าใจต่อผู้ปกครองว่าการเรียนอาชีวศึกษา นั้น นอกจากบุตรหลานจะได้รับความรู้ มีทักษะวิชาชีพตามสาขาที่เลือกเรียนแล้ว จบแล้วมีงานทำแน่นอน
"นอกจาก “เรียนอาชีวะดี” แล้วยัง “เรียนฟรี” ตามนโยบายเรียนฟรี 15 ปีของรัฐบาล ระหว่างเรียนก็ “มีเงินใช้” เพราะผู้เรียนสามารถทำงานไปด้วยเรียนไปด้วย และเมื่อเรียนจบแล้ว “ได้งานทำ” เพราะการเรียนสายวิชาชีพนั้นเป็นความต้องการของตลาดแรงงานจำนวนมาก เป็นกำลังคนที่มีทักษะต่อการพัฒนาประเทศ และผู้เรียนมีโอกาสพัฒนาตนเอง เพื่อความก้าวหน้าในสายงานอย่างต่อเนื่อง โดยไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนสายงาน หรือสายการเรียนภายหลังจบการศึกษา"
เกษริน ปานกล่ำ หรือ น้องเกษ นักศึกษาสาขาคหกรรม วิทยาลัยอาชีวศึกษาสิงห์บุรี เล่าว่า ผู้ปกครองส่วนใหญ่มองว่า การเรียนสายอาชีวศึกษา เมื่อจบออกไปแล้ว อาชีพการงานไม่มีความมั่นคง จึงเลือกให้บุตรหลานจบปริญญามากกว่า แท้จริงแล้วการเรียนอาชีวะก็ มีงานทำที่มั่นคงได้ อีกทั้งยังสามารถประกอบธุรกิจส่วนตัว และในขณะที่เรียนมีรายได้เสริมจากการขายงานฝีมือ อาทิ ชุดวิวาห์ กล่องใส่กระดาษชำระ กระเป๋าอเนกประสงค์ หมอน เป็นต้น ซึ่งสินค้าเหล่านี้ล้วนเป็นที่ต้องการของตลาด ทำให้ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของครอบครัวลงได้
"การเรียนการสอนของสายอาชีวะจะ เป็นการผสมผสานระหว่างทฤษฎีและปฏิบัติเข้าด้วยกัน แต่จะเน้นทางปฏิบัติ เพื่อฝึกให้นักศึกษาได้คิดเป็น ทำเป็น และขายเป็น" น้องเกษ กล่าว
เช่นเดียวกับ ธวัชชัย ฟองเกตุ หรือ น้องวิว นักศึกษาสาขาอาหารและโภชนาการ วิทยาลัยอาชีวศึกษาลำปาง เล่าว่า ถึงแม้อาชีวะจะ ประสบปัญหาของกลุ่มนักเรียนทะเลาะวิวาท การใช้ความรุนแรง ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของสถาบัน อย่างไรก็ตามอาชีวศึกษาก็เป็นอีกสถาบันหนึ่งที่มีความสำคัญอย่างยิ่งในการ ช่วยขับเคลื่อนประเทศให้เดินหน้าพัฒนา ทั้งด้านตลาดแรงงาน ด้านการผลิตสินค้าอุปโภคบริโภคต่างๆ
"ตอนนี้มีความรู้ความเชี่ยวชาญด้านการทำเบเกอรี่เป็นอย่างมาก เพราะที่วิทยาลัยอาชีวศึกษาลำปาง มีการจัดการเรียนการสอนอย่างมีคุณภาพ คณาจารย์ให้การดูแลอย่างใกล้ชิดเป็นกันเอง สอนจนกว่านักศึกษาจะทำได้และเข้าใจในบทเรียน และยังได้ลงมือปฏิบัติจริงทุกขั้นตอน" น้องวิว กล่าว
จุฑามาศ กรีพจนีย์ ศิษย์เก่าวิทยาลัยอาชีวศึกษาอุตรดิตถ์ หนึ่งในผู้ประสบความสำเร็จด้านอาชีพ เล่าว่า ณ วันนี้ยังรู้สึกภาคภูมิใจอยู่ว่า ที่ได้จบการศึกษาจากอาชีวศึกษา ซึ่งเป็นสถาบันที่ทรงคุณค่าแห่งการผลิตบุคคลที่มีคุณภาพให้แก่สังคม จะเห็นได้จากนักศึกษาที่จบจากอาชีวศึกษาประสบผลสำเร็จในชีวิตมากมาย เช่นเดียวกับตนได้ประกอบธุรกิจส่วนตัว เปิดร้านจุฑามาศผ้าไทย ซึ่งได้นำความรู้ที่ได้จากการเรียนที่อาชีวศึกษา จากอาจารย์ถ่ายทอดความรู้ จากความตั้งใจทำสิ่งที่ตนเองรัก ทำให้ก้าวเข้าสู่เส้นชัยมาถึงทุกวันนี้ได้ จึงอยากให้น้องๆ ที่กำลังมองหาสถานที่ศึกษาต่อ ลองมองอาชีวศึกษา รับรองว่าน้องๆจะพบกับความสำเร็จในชีวิตอย่างแน่นอน สนใจร่วมชมกิจกรรม และสมัครเรียนต่ออาชีวศึกษาได้ที่ 0-2281-5555, 0-2510-1823 หรือ www.vec.go.th
0 ขวัญเรียม แก้วสุวรรณ 0 รายงาน
Subscribe to:
Posts (Atom)