สำนวนของฝรั่งอังกฤษ ที่ง่าย ๆ
talk the talk ... walk the walk
เรารู้กันอยู่ว่า talk แปลว่า พูดคุย
ส่วน walk แปลว่า เดินไง
ก็คือ สมมุติว่า สมมุตินะสมมุติ นาย ก พูดดูดี (พูดให้ตัวเองดูดีอ่ะเปล่า) ว่าจะทำโน่นนี่นั่น แต่ไม่เคยทำอย่างที่พูด ไม่เคยทำอย่างที่ว่า อย่างนี้ เราก็พูดได้ว่า (เช่น นาย ก ช่างสนใจเรื่องสิ่งแวดล้อม When it comes to environment he talks the talk but he doesn't walk the walk.)
Assuming you say that Mr.A talks the talk but does not walk the walk, you mean that Mr.A does not act/do in a way that agrees with the things he says: When it comes to environment he talks the talk but he doesn't walk the walk.
แต่ถ้าเขาพูดและทำอย่างที่ตัวเองพูด เช่น When it comes to environment he does not only talk the talk but he also walk the walk.
สำนวนพูดตกลง (แต่ไม่)ทำอย่างที่ตกลง talk the talk ... walk the walk
เข้าใจเน้อ
So... Don't talk the talk, if you can't walk the walk
----------------------------------
Showing posts with label ภาษาโลก. Show all posts
Showing posts with label ภาษาโลก. Show all posts
Friday, October 30, 2015
Thursday, December 12, 2013
สิว รอยตีนกา ลักยิ้ม pimple wrinkle dimple
วันนี้เรามาพูดเรื่องที่เกิดขึ้นบนใบหน้ากัน ..
นั่นคือ สิว รอยตีนกา ลักยิ้ม
สิว = pimple / pimply, acne, zit, pustule, papule, blackhead
รอยตีนกา = wrinkle
ลักยิ้ม = dimple
เริ่มกันด้วเรื่องสิว ๆ
สิวหัวช้าง = large pimple = large acne
สิวเสี้ยน = small pimple = small acne = come-do (อ่าน คอมมีโด)
สิวหัวดำ สิวหัวปิดนั้น เรียกว่า blackhead
สิวหัวแดง เรียกเป็๋น Red come-done
ส่วนตุ่ม คล้าย ๆ สิว สีขาว ๆ บนร่างกายโดยเฉพาะบนหน้า นั้น เรียกว่า white-head
papilla เป็นพวก"ตุ่ม หูด"
If you are stressed, you'll get pimples.
if you cry, you'll getwrinkles..
So, why don't you smile & get dimples
นั่นให้ข้อคิดเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดบนใบหน้า ว่า
If you are stressed, you get pimples
ถ้าเราเครียด เราจะได้สิว
if you cry, you'll getwrinkles..
ถ้าเราร้องไห้ เราจะได้รอยเหี่ยวย่นรอยตีนกา
So, why don't you smile & get dimples
แล้วทำไมเราไม่ยิ้มหล่ะ เพราะเราจะได้ลักยิ้ม
Saturday, December 7, 2013
อังกฤษที่พูดผิดบ่อย ..
จาก Slang A-hO-lic
โอ้ยย...เจ้าพ่อคุณทูลหัว จะพูดผิดกันไปถึงหน๊ายยยย!
โอ้ย นี่มันเรื่องเก่าเล่าใหม่ชัด ๆ กับภาษาอังกฤษแบบ Thailand Only! ที่คน ไทยพูดผิดตลอด แล้วยังหลง..คิดว่าตัวเองพูดถูกอีกนะ เวร(น่ารุมสะ)กรรมจริง ๆ ตลอดเวลาที่เขียนเพจมา แอดมินก็พยายามพูดแล้ว พูดอีก แต่ถึงยังไงก็ดี ผมก็ยังได้ยินคนไทยพูดประโยคเหล่านี้อยู่ตลอด เอาล่ะ ไม่เป็นไร เรามาทบทวนกันอีกซักรอบ Here we go!
------------------------------------
1. เลิกพูดได้และ Again please!
------------------------------------
โอ้ย รอบที่ 100 แล้วมั้งที่บอกว่า again please! ที่คนไทยพูดกันเนี่ย ฝรั่งไม่ เคยใช้เลยสักแอะ (ใครแม่งคิดฟะ) ลองคิดกันง่าย ๆ นะ again = อีกครั้ง , please คะ/ครับ สรุปแล้ว Again please? (อีกครั้งได้มั้ยคะ) - ตกลงคุณจะ สื่ออะไรล่ะครับ? นั่งอีกครั้ง? กินอีกครั้ง? ชิมอีกครั้ง? หรือจะนอนอีกครั้ง? - อ้ะ ผมรู้นะคุณคิดไรกันอยู่ 55+ จริง ๆ แล้วไอ้ again please ที่คนไทยพูดกัน เพื่อสื่อความหมายว่า "ขอโทษนะคะ พูดอีกทีได้มั้ย ฟังไม่ได้ยิน" ฝรั่งเค้าพูดว่า I'm sorry? (อะไรนะคะ) / Can you say that again? (พูดอีกทีได้มั้ย) / What was that? (เมื่อกี้ พูดว่าไรนะ) ตะหากเล่า วู้ววว
--------------------------------------------------
2. ฝรั่งขอโทษ อย่าไปพูด You're welcome.!
--------------------------------------------------
คนไทยหลายล้าน ชอบจำว่า You're welcome. แปลว่า ไม่เป็นไร พอฝรั่งพูด I'm sorry. (ขอโทษครับ) ดั้นนนไปพูด You're welcome. (ไม่เป็นไรค่ะ ด้วยความยินดี) - อะเห้ย! ผิดมหันต์เลยนะครับ You're welcome. เอาไว้ใช้เฉพาะ เวลามีคนขอบคุณเรา ซาบซึ้งเรา อย่างเช่น Thank you for doing that. (ขอบคุณที่ทำสิ่งนั้นให้นะ) เราถึงมีสิทธิ์พูดว่า You're welcome. (ยินดีจ้ะ) สรุปแล้วหากใครมาพูด I'm sorry. ใส่เราอย่างเช่น เค้าเดินชนเรา ตอบกลับไปว่า That's okay. หรือ It's okay. ก็พอครับ
-------------------------------------------------------------------
3. เลิกพูด pattern I'm fine. Thank you. and you? ได้แล้ว
-------------------------------------------------------------------
pattern นี้ ไม่ได้ผิด แต่มันเป็นอะไรที่คนไทยท่องจำกันมา คือทั้งชีวิตคุณจะพูดกันแค่ประโยคนี้เรอะ? and you? (แล้วคุณล่ะ) ที่คนไทยพูด กันเนี่ย จริง ๆ ใช้ What about you? หรือ How about you? (แล้วคุณล่ะ เป็นไงบ้าง) ก็ได้ หรืออย่าง I'm fine. เนี่ย พูด I'm good. (ก็ดี) / I'm okay. (ก็โอเค) / I'm great. (เยี่ยมเลยล่ะ) ก็ได้ ซึ่งควรจะฝึกใช้หลากหลายครับ อย่าตายตัวพูดอยู่แบบเดียว มันซ้ำซาก จำเจ และบ่งบอกให้รู้ว่า คุณท่อง ๆ จำ ๆ มา แค่นั้น!
--------------------------------
4. พอทีเหอะกับ UP TO YOU
--------------------------------
คือภาษาอังกฤษกับภาษาไทยมันไม่ได้เหมือนกันเป้ะ ๆ นะครับ อย่างภาษาไทยคือ "มันก็แล้วแต่คุณ" สุดท้ายคนไทยก็พูดว่า "ก็แล้วแต่แก" (แม่ง)เลยทึกทักตัดมาแค่ up to you แล้วก็พูดกันทั่วบ้านทั่วเมือง ซึ่งผิด! น้อยคำมากในภาษาอังกฤษที่จะละประธานมาได้ เพราะฉะนั้นให้พูด It's up to you. เสมอนะครับ หลายคนเถียงก็หนูได้ยินฝรั่งพูด up to you มานี่คะ! - เอิ่มมีอยู่หลายกรณีครับ คือ 1.) เค้าอาจอยู่ไทยมานาน ได้ยินคนไทยแม่งพูดกะท่อนกะแท่นแบบเนี๊ย กุเลยพูดล้อเล่นตามซะเลย (เมิงจะได้เข้าใจกุ 55+) และ 2.) คือประมาทการรับฟังคุณอาจจะไม่ดีพอ เพราะฝรั่งมักชักรวบคำ It's-sup-to-you. สุดท้ายเลยได้ยินแค่ UP TO YOU เลยทึกทักตามอีหรอปคนไทย!
พอเข้าใจนะครับ นี่สรุปมาให้สั้น ๆ แล้วนะครับ (สั้นแล้วจริง ๆ 55+)
นายทีม เจ้าเก่า!
จาก Slang A-hO-lic FaceBook
โอ้ยย...เจ้าพ่อคุณทูลหัว จะพูดผิดกันไปถึงหน๊ายยยย!
โอ้ย นี่มันเรื่องเก่าเล่าใหม่ชัด ๆ กับภาษาอังกฤษแบบ Thailand Only! ที่คน ไทยพูดผิดตลอด แล้วยังหลง..คิดว่าตัวเองพูดถูกอีกนะ เวร(น่ารุมสะ)กรรมจริง ๆ ตลอดเวลาที่เขียนเพจมา แอดมินก็พยายามพูดแล้ว พูดอีก แต่ถึงยังไงก็ดี ผมก็ยังได้ยินคนไทยพูดประโยคเหล่านี้อยู่ตลอด เอาล่ะ ไม่เป็นไร เรามาทบทวนกันอีกซักรอบ Here we go!
------------------------------------
1. เลิกพูดได้และ Again please!
------------------------------------
โอ้ย รอบที่ 100 แล้วมั้งที่บอกว่า again please! ที่คนไทยพูดกันเนี่ย ฝรั่งไม่ เคยใช้เลยสักแอะ (ใครแม่งคิดฟะ) ลองคิดกันง่าย ๆ นะ again = อีกครั้ง , please คะ/ครับ สรุปแล้ว Again please? (อีกครั้งได้มั้ยคะ) - ตกลงคุณจะ สื่ออะไรล่ะครับ? นั่งอีกครั้ง? กินอีกครั้ง? ชิมอีกครั้ง? หรือจะนอนอีกครั้ง? - อ้ะ ผมรู้นะคุณคิดไรกันอยู่ 55+ จริง ๆ แล้วไอ้ again please ที่คนไทยพูดกัน เพื่อสื่อความหมายว่า "ขอโทษนะคะ พูดอีกทีได้มั้ย ฟังไม่ได้ยิน" ฝรั่งเค้าพูดว่า I'm sorry? (อะไรนะคะ) / Can you say that again? (พูดอีกทีได้มั้ย) / What was that? (เมื่อกี้ พูดว่าไรนะ) ตะหากเล่า วู้ววว
--------------------------------------------------
2. ฝรั่งขอโทษ อย่าไปพูด You're welcome.!
--------------------------------------------------
คนไทยหลายล้าน ชอบจำว่า You're welcome. แปลว่า ไม่เป็นไร พอฝรั่งพูด I'm sorry. (ขอโทษครับ) ดั้นนนไปพูด You're welcome. (ไม่เป็นไรค่ะ ด้วยความยินดี) - อะเห้ย! ผิดมหันต์เลยนะครับ You're welcome. เอาไว้ใช้เฉพาะ เวลามีคนขอบคุณเรา ซาบซึ้งเรา อย่างเช่น Thank you for doing that. (ขอบคุณที่ทำสิ่งนั้นให้นะ) เราถึงมีสิทธิ์พูดว่า You're welcome. (ยินดีจ้ะ) สรุปแล้วหากใครมาพูด I'm sorry. ใส่เราอย่างเช่น เค้าเดินชนเรา ตอบกลับไปว่า That's okay. หรือ It's okay. ก็พอครับ
-------------------------------------------------------------------
3. เลิกพูด pattern I'm fine. Thank you. and you? ได้แล้ว
-------------------------------------------------------------------
pattern นี้ ไม่ได้ผิด แต่มันเป็นอะไรที่คนไทยท่องจำกันมา คือทั้งชีวิตคุณจะพูดกันแค่ประโยคนี้เรอะ? and you? (แล้วคุณล่ะ) ที่คนไทยพูด กันเนี่ย จริง ๆ ใช้ What about you? หรือ How about you? (แล้วคุณล่ะ เป็นไงบ้าง) ก็ได้ หรืออย่าง I'm fine. เนี่ย พูด I'm good. (ก็ดี) / I'm okay. (ก็โอเค) / I'm great. (เยี่ยมเลยล่ะ) ก็ได้ ซึ่งควรจะฝึกใช้หลากหลายครับ อย่าตายตัวพูดอยู่แบบเดียว มันซ้ำซาก จำเจ และบ่งบอกให้รู้ว่า คุณท่อง ๆ จำ ๆ มา แค่นั้น!
--------------------------------
4. พอทีเหอะกับ UP TO YOU
--------------------------------
คือภาษาอังกฤษกับภาษาไทยมันไม่ได้เหมือนกันเป้ะ ๆ นะครับ อย่างภาษาไทยคือ "มันก็แล้วแต่คุณ" สุดท้ายคนไทยก็พูดว่า "ก็แล้วแต่แก" (แม่ง)เลยทึกทักตัดมาแค่ up to you แล้วก็พูดกันทั่วบ้านทั่วเมือง ซึ่งผิด! น้อยคำมากในภาษาอังกฤษที่จะละประธานมาได้ เพราะฉะนั้นให้พูด It's up to you. เสมอนะครับ หลายคนเถียงก็หนูได้ยินฝรั่งพูด up to you มานี่คะ! - เอิ่มมีอยู่หลายกรณีครับ คือ 1.) เค้าอาจอยู่ไทยมานาน ได้ยินคนไทยแม่งพูดกะท่อนกะแท่นแบบเนี๊ย กุเลยพูดล้อเล่นตามซะเลย (เมิงจะได้เข้าใจกุ 55+) และ 2.) คือประมาทการรับฟังคุณอาจจะไม่ดีพอ เพราะฝรั่งมักชักรวบคำ It's-sup-to-you. สุดท้ายเลยได้ยินแค่ UP TO YOU เลยทึกทักตามอีหรอปคนไทย!
พอเข้าใจนะครับ นี่สรุปมาให้สั้น ๆ แล้วนะครับ (สั้นแล้วจริง ๆ 55+)
นายทีม เจ้าเก่า!
จาก Slang A-hO-lic FaceBook
Wednesday, August 14, 2013
ใจสู้หรือเปล่า ..ปัญหา มีไว้พิชิต อุปสรรค มีไว้ฝ่าฟัน ความทุกข์ มีไว้ให้ใจเข้มแข็ง
ใจสู้หรือเปล่า ..
ปัญหา มีไว้พิชิต
อุปสรรค มีไว้ฝ่าฟัน
ความทุกข์ มีไว้ให้ใจเข้มแข็ง
You must never run away from a problem.
Convince yourself that you will survive and get to the other side."
เมื่อคุณเห็นการมีชีวิตเป็นสิ่งที่หนักหนาสาหัส ลองพยายามอดกลั้นและต่อสู้กับมัน จงอย่าวิ่งหนีต่อปัญหาใดๆที่คุณเผชิญอยู่ และเชื่อใจในตัวเองว่าสองมือของคุณสามารถทำให้คุณฝ่าฟันช่วงวิกฤตและผ่านมันไปได้
- "Margaret Ramsey" - : British literary agent
Hard time เป็นเวลาที่ยุ่งยาก มีอุปสรรค มีปัญหา ที่ทำให้ปวดหัว ..
endure คือ ทนมัน ยื้อมันไว้ ..
run away คือ วิ่งหนี
convince คือ ทำให้เชื่อว่า มันเป็นอย่างนั้นจริง ๆ
Survive มีชีวิตรอด
the other side ก็คือ อีกฝั่งหนึ่ง
กำลังใจเต็มเปี่ยม
จุดหมายแค่เอื้่อม
ถ้าไม่เอื้อมคงไม่ถึง
Dr.SoS
Thursday, July 25, 2013
"จื่อ" (ภาษาอีสาน ภาษาอุบล )
เสนอคำว่า "จื่อ" หมายความว่า จำ/จดจำ/เข็ด ซึ่งในแต่ละสถานการณ์จะให้ความหมายที่ต่างกัน คือ เมื่อกล่าวถึงความทรงจำ หรือเหตุการณ์ในอดีตที่เคยเกิดขึ้นมาแล้วจะใช้คำว่า "จื่อได่" = จำได้ / "จื่อได่บ่" = จำได้ไหม
แต่ถ้าในสถานการณ์ที่ใช้เพื่อสั่งสอน ว่ากล่าว หรือตักเตือน จะใช้คำว่า..
"จื่อบ่" = เข็ดไหม/จะจำไหม/จะเชื่อฟังไหม
"จื่อไว้" = จำไว้/จำให้ขึ้นใจ (ทีหลังอย่าทำอีก)
หรือในสถานการณ์ที่ต้องการประชดประชัน มักจะใช้คำว่า "มึงอย่าจื่อ/อย่าสิจื่อ/มึงสิจื่อบ่" ให้ความหมายประมาณว่า จะเข็ดไหม จะจำไหม อย่าคิดทำอีกเด็ดขาด หรือเป็นการพูดเยาะเย้ยสมน้ำหน้าที่ไม่ยอมเชื่อฟัง
ตัวอย่างเช่น "จื่อใส่หัวสมองมึงไว้ดีๆ อย่าสิเฮ็ดอีกจักเทื่อ"
(แปล : จำใส่กระโหลกเอาไว้ให้ดี อย่าคิดที่จะทำอีกเป็นอันขาด)
//แอดมิน 2
แต่ถ้าในสถานการณ์ที่ใช้เพื่อสั่งสอน ว่ากล่าว หรือตักเตือน จะใช้คำว่า..
"จื่อบ่" = เข็ดไหม/จะจำไหม/จะเชื่อฟังไหม
"จื่อไว้" = จำไว้/จำให้ขึ้นใจ (ทีหลังอย่าทำอีก)
หรือในสถานการณ์ที่ต้องการประชดประชัน มักจะใช้คำว่า "มึงอย่าจื่อ/อย่าสิจื่อ/มึงสิจื่อบ่" ให้ความหมายประมาณว่า จะเข็ดไหม จะจำไหม อย่าคิดทำอีกเด็ดขาด หรือเป็นการพูดเยาะเย้ยสมน้ำหน้าที่ไม่ยอมเชื่อฟัง
ตัวอย่างเช่น "จื่อใส่หัวสมองมึงไว้ดีๆ อย่าสิเฮ็ดอีกจักเทื่อ"
(แปล : จำใส่กระโหลกเอาไว้ให้ดี อย่าคิดที่จะทำอีกเป็นอันขาด)
//แอดมิน 2
ล า ว อุ บ ล
Friday, January 18, 2013
การคืนดี:: reconciliation
การทะเลาะกันเกิดขึ้นได้บ่อยในชีวิตคนเรา เมื่อมีการง้องอนกัน มีการให้อภัยกัน ก็สามารถคืนดีกันได้ คำภาษาอังกฤษ การคืนดี ตรงกับคำว่า reconciliation ซึ่งเป็นการคืนดีหรือการปรองดองกันนั่นเอง นับเป็นการประนีประนอม การไกล่เกลี่ย การทำให้คืนดีกัน การทำให้ลงรอยกัน
เขามองหาโอกาสเสมอ ๆ ที่จะได้คืนดีกับอดีตแฟนสาว
He always seeks reconciliation with his former girlfriend
He always seeks reconciliation with his former girlfriend
การคืนดีของพวกเขาดูน่าสงสัย
Their reconciliation seems skeptical.
การปรองดองคืนดีกันจะต้องทำด้วยใจไม่ใช่เพียงการพูด
The permanent reconciliation must be done by hearts, not just saying.
Dr.SoS
สันนิษฐานว่าตาย :: presumed dead
คนหายสาบสูญ จากเหตุการณ์ต่าง ๆ เช่น เหตุการณ์สึนามิ เมื่อหาไม่เจอเป็นระยะเวลานาน ก็อาจถูกสันนิษฐานว่าตาย ซึ่ง ภาษาอังกฤษเรียกว่า "presumed dead"
หลังเหตุการณ์รุนแรงครั้งนั้น เขาก็หายตัวไป และถูกสันนิษฐานว่าตายเป็นเวลา 12 ปีก่อนที่จะถูกพบตัวที่เกาะทางใต้
After the violent, he was missing and presumed dead for twelve years before being discovered alive on a southern island.
Dr.SoS
After the violent, he was missing and presumed dead for twelve years before being discovered alive on a southern island.
Dr.SoS
Monday, January 14, 2013
ติดหนี้ :: owe
บุญคุณเป็นเรื่องของการติดค้างหนี้(หนี้น้ำใจ หนี้เงิน )
การเป็นหนี้ หรือ การติดหนี้ ใช้้คำภาษาอังกฤษ ว่า owe หรือ indebted
i owe you - ผมเป็นหนี้คุณ
วิธีใช้ owe somebody (something)
นาย Jo ยืมเงินผม 500 ดังนั้น Jo จึงดิดหนี้ผม 500
Jo borrow me 500, so he owe me 500.
อีกรูปแบบที่ใช้ได้ คือ
owe something (to somebody) (for something)
เช่น ลูกชายของเธอยังติดค้าง 500 กับเพื่อนบ้าน
Her son still owe 500 to the neighbor.
คุณติดค้างคำอธิบายพวกเรา
You owe us an explanation.
ผิดที่จะพูด passive voice ว่าAn explanation is owed by you
พวกเขาติดค้างคำขออภัย
They are owed an apology.
ผิดที่จะพูด passive voice ว่าAn apology is owed by them.
คุณติดค้างบุญคุณความช่วยเหลือจากผม
You owe me a favor!
มีบุญคุณ ต้องทดแทน มีแค้นให้เลิกรา
Dr.SoS
การเป็นหนี้ หรือ การติดหนี้ ใช้้คำภาษาอังกฤษ ว่า owe หรือ indebted
i owe you - ผมเป็นหนี้คุณ
วิธีใช้ owe somebody (something)
นาย Jo ยืมเงินผม 500 ดังนั้น Jo จึงดิดหนี้ผม 500
Jo borrow me 500, so he owe me 500.
อีกรูปแบบที่ใช้ได้ คือ
owe something (to somebody) (for something)
เช่น ลูกชายของเธอยังติดค้าง 500 กับเพื่อนบ้าน
Her son still owe 500 to the neighbor.
You owe us an explanation.
ผิดที่จะพูด passive voice ว่า
พวกเขาติดค้างคำขออภัย
They are owed an apology.
ผิดที่จะพูด passive voice ว่า
คุณติดค้างบุญคุณความช่วยเหลือจากผม
You owe me a favor!
มีบุญคุณ ต้องทดแทน มีแค้นให้เลิกรา
Dr.SoS
ดุลยพินิจ :: discretion
ใช่แต่คนไทย ที่ชอบใช้ ดุลยพินิจ ฝรั่งก็เช่นกัน คำ "ดุลยพินิจ" ตรงกับ discretion
คำ discretion มีหลายนิยามความหมาย เช่น
1. เป็นการแสดงความรอบคอบ ความสุขุม ในการตัดสินใจ discernment or good judgment
2. ความสามารถในการตัดสินใจที่ต้องรับผิดชอบต่อผลการตัดสินใจนั้น
3. การตัดสินใจหรือการเลือก(ที่จะกระทำ)ของบุคคล เช่น มาเรียสามารถจัดการกับสถานการณ์ที่่น่าอับอายขวยเขิน ด้วยการใช้ดุลยพินิจที่สุดยอด Maria was able to handle the embarrassed circumstance with great discretion. (circumstance = สถานการณ์ ภาวะการณ์ )
การแนะนำให้ท่านผู้ชมใช้ ดุลยพินิจ = Viewer discretion is advised. อันเป็นการให้เกียรติผู้ชมเป็นคนพิจาณาเอง ใช้ความคิด ใช้สมองของตัวเอง
เมื่อเขาต้องติดต่อกับเจ้าหน้าที่ เขาทำงานด้วยความระมัดระวังและรอบคอบในการในการตัดสินใจ (ใช้ดุลยพินิจ) = When dealing with the agents, he always works with care and discretion.
การใช้ดุลยพินิจของฝ่ายปกครอง เรียกว่า administrative discretion -ซึ่งเป็นการใช้สิทธิของความเชี่ยวชาญอย่างมืออาชีพเพื่อการตัดสินใจ(ดุลยพินิจ)อย่างเป็นทางการตามหน้าที่ โดยเป็นการทำงาน ที่ตรงข้ามกับการยึดมั่นระเบียบหรือกฎเกณฑ์อย่างเคร่งครัดในการตัดสินใจ
ดูตัวอย่างเช่น เขาถูกกลั่นแกล้งจากการใช้ดุลยพินิจทางการปกครอง He was abused from administrative discretion.
ดุลยพินิจของฝ่ายบริหาร เรียกว่า executive discretion ดุลยพินิจทางการบริหาร,
พนักงานพากันประท้วงต่อการใช้ดุลยพินิจทางการบริหารที่ไม่เอาไหน Public employee strikes on bad executive discretion
การใช้ดุลพินิจในทางที่ไม่ถูกต้อง abuse of discretion
ดุลพินิจของศาล the discretion of the court หรือ judicial discretion
อายุรู้เดียงสา reach the age of discretion คือ รู้ว่า อะไรถูกผิด อะไรดีชั่ว
เขาถูกพิจารณาคดีแบบผู้ใหญ่ เพราะเขามีอายุรู้เดียงสาแล้ว He is trial as adult as he reaches the age of discretion
อย่าลืม คุณป้องกันตัวเองได้โดยการใช้ดุลยพินิจที่ชอบธรรม Don't forget, good discretion will protect you.
Dr.SoS
คำ discretion มีหลายนิยามความหมาย เช่น
1. เป็นการแสดงความรอบคอบ ความสุขุม ในการตัดสินใจ discernment or good judgment
2. ความสามารถในการตัดสินใจที่ต้องรับผิดชอบต่อผลการตัดสินใจนั้น
3. การตัดสินใจหรือการเลือก(ที่จะกระทำ)ของบุคคล เช่น มาเรียสามารถจัดการกับสถานการณ์ที่่น่าอับอายขวยเขิน ด้วยการใช้ดุลยพินิจที่สุดยอด Maria was able to handle the embarrassed circumstance with great discretion. (circumstance = สถานการณ์ ภาวะการณ์ )
การแนะนำให้ท่านผู้ชมใช้ ดุลยพินิจ = Viewer discretion is advised. อันเป็นการให้เกียรติผู้ชมเป็นคนพิจาณาเอง ใช้ความคิด ใช้สมองของตัวเอง
เมื่อเขาต้องติดต่อกับเจ้าหน้าที่ เขาทำงานด้วยความระมัดระวังและรอบคอบในการในการตัดสินใจ (ใช้ดุลยพินิจ) = When dealing with the agents, he always works with care and discretion.
การใช้ดุลยพินิจของฝ่ายปกครอง เรียกว่า administrative discretion -ซึ่งเป็นการใช้สิทธิของความเชี่ยวชาญอย่างมืออาชีพเพื่อการตัดสินใจ(ดุลยพินิจ)อย่างเป็นทางการตามหน้าที่ โดยเป็นการทำงาน ที่ตรงข้ามกับการยึดมั่นระเบียบหรือกฎเกณฑ์อย่างเคร่งครัดในการตัดสินใจ
ดูตัวอย่างเช่น เขาถูกกลั่นแกล้งจากการใช้ดุลยพินิจทางการปกครอง He was abused from administrative discretion.
ดุลยพินิจของฝ่ายบริหาร เรียกว่า executive discretion ดุลยพินิจทางการบริหาร,
พนักงานพากันประท้วงต่อการใช้ดุลยพินิจทางการบริหารที่ไม่เอาไหน Public employee strikes on bad executive discretion
การใช้ดุลพินิจในทางที่ไม่ถูกต้อง abuse of discretion
ดุลพินิจของศาล the discretion of the court หรือ judicial discretion
อายุรู้เดียงสา reach the age of discretion คือ รู้ว่า อะไรถูกผิด อะไรดีชั่ว
เขาถูกพิจารณาคดีแบบผู้ใหญ่ เพราะเขามีอายุรู้เดียงสาแล้ว He is trial as adult as he reaches the age of discretion
อย่าลืม คุณป้องกันตัวเองได้โดยการใช้ดุลยพินิจที่ชอบธรรม Don't forget, good discretion will protect you.
Dr.SoS
Tuesday, January 8, 2013
ตะโกนเรียก :; holler
การพูดเรียกคนอื่น สามารถทำได้หลายแบบ เช่น
bawl = ตะโกนอึกทึก น้ำเสียงลักษณะตวาด
shout = การตะคอก,การตะโกน,การตะเบ็งเสียง
yell = ตะโกนเสียงดัง
bellow = แผดเสียงเรียกคล้ายสัตว์คำราม
วันนี้ จะมาพูดการตะโกนเรียก แบบ holler เป็นลักษณะร้องดังเชิงตะโกน หรือ เชิงโอดครวญ เชิงร้องทุกข์
ถ้าคุณต้องการความช่วยเหลืออะไร แค่ตะโกนเรียกสักครั้งก็ได้
If you need any assistance, just give a holler.
คุณตำรวจตะโกนให้เรายอมมอบอาวุธ
The police hollered out to surrender our weapons
เธอเรียกขึ้นกระไดไปยังเพื่อนๆ ของเธอ
She hollers up the stairs at her friends
ฉันแค่ตะโกนเพราะไม่มีใครสนใจฟัง
I just holler because no one is listening.
Dr.SoS
bawl = ตะโกนอึกทึก น้ำเสียงลักษณะตวาด
shout = การตะคอก,การตะโกน,การตะเบ็งเสียง
yell = ตะโกนเสียงดัง
bellow = แผดเสียงเรียกคล้ายสัตว์คำราม
วันนี้ จะมาพูดการตะโกนเรียก แบบ holler เป็นลักษณะร้องดังเชิงตะโกน หรือ เชิงโอดครวญ เชิงร้องทุกข์
ถ้าคุณต้องการความช่วยเหลืออะไร แค่ตะโกนเรียกสักครั้งก็ได้
If you need any assistance, just give a holler.
คุณตำรวจตะโกนให้เรายอมมอบอาวุธ
The police hollered out to surrender our weapons
เธอเรียกขึ้นกระไดไปยังเพื่อนๆ ของเธอ
She hollers up the stairs at her friends
ฉันแค่ตะโกนเพราะไม่มีใครสนใจฟัง
I just holler because no one is listening.
Dr.SoS
Monday, January 7, 2013
โครตซวย :: Shit Out of Luck
จนตรอก หมดหนทาง โครตซวย :: Shit Out of Luck (SOL) ถ้าพูดเร็ว ก็จะเป็น Shitt outta luck! เป็นภาวะไม่มีทางออก โชคร้าย เพราะสิ่งทีมีก็แย่สุดๆ .. เรียกว่า unlucky หรือ screwed
ลองดูตัวอย่าง ..
เขาเพิ่งให่้เงินโจ แต่โจกลับให้ของกลับคืน โจพูดคุณซวยโครต ..
He just gives Jo the money, but Jo does not give thing in return. Jo says to him "S-O-L (Shit Out of Luck)."
ฉันตกงาน บ้านฉันก็ถูกยึด ฉันช่างตกอับ จนตรอก ซวย ซะเหลือเกิน
I lost my job. My house is foreclosure. I am just SOL (Shit Out of Luck).
ถึงแม้ว่าวันนี้ฉันจะซวยโครต แต่ฉันก็จะรอโอกาสของฉัน
Even though today I am SOL, but I will wait for my chance.
โชคดี ..
Dr.SoS
ลองดูตัวอย่าง ..
เขาเพิ่งให่้เงินโจ แต่โจกลับให้ของกลับคืน โจพูดคุณซวยโครต ..
He just gives Jo the money, but Jo does not give thing in return. Jo says to him "S-O-L (Shit Out of Luck)."
ฉันตกงาน บ้านฉันก็ถูกยึด ฉันช่างตกอับ จนตรอก ซวย ซะเหลือเกิน
I lost my job. My house is foreclosure. I am just SOL (Shit Out of Luck).
ถึงแม้ว่าวันนี้ฉันจะซวยโครต แต่ฉันก็จะรอโอกาสของฉัน
Even though today I am SOL, but I will wait for my chance.
โชคดี ..
Dr.SoS
Friday, January 4, 2013
แปรพักตร์ เปลี่ยนขั้ว:: Renege
แปรพักตร์ เปลี่ยนขั้ว ผิดสัญญา ละเมิดสัญญา:: Renege อ่าน รี-เน็ก
renege เป็นการบอกถึงความล้มเหลวในการรักษาสัญญาหรือข้อตกลง fail to fulfill a promise or obligation or commitment เป็นการเอาใจออกหาก ไม่ซื่อตรง และไปเข้าร่วมกับฝ่ายตรงข้าม
คุณรู้ใช่มั๊ย ถ้าคุณแปรพักตร์ ผิดสัญญาตอนนี้ อะไรจะเกิดขึ้น
If you renege now, you know what will happen ..
stampede = การยกพวกแปรพักตร์
defector = ผู้แปรพักตร์, ผู้เอาใจออกหาก
คุณไม่ควรผิดสัญญานี้ You must not renege on this contract
Dr.SoS
renege เป็นการบอกถึงความล้มเหลวในการรักษาสัญญาหรือข้อตกลง fail to fulfill a promise or obligation or commitment เป็นการเอาใจออกหาก ไม่ซื่อตรง และไปเข้าร่วมกับฝ่ายตรงข้าม
คุณรู้ใช่มั๊ย ถ้าคุณแปรพักตร์ ผิดสัญญาตอนนี้ อะไรจะเกิดขึ้น
If you renege now, you know what will happen ..
stampede = การยกพวกแปรพักตร์
defector = ผู้แปรพักตร์, ผู้เอาใจออกหาก
คุณไม่ควรผิดสัญญานี้ You must not renege on this contract
Dr.SoS
(ซาก)ศพ :: corpse
เกิด แก่ เจ็บ ตาย เป็นธรรมดาของสัตว์โลก .. เมื่อตายไปเหลือแต่ร่างกาย ร่างนี้ เรียกว่า ศพ .. วันนี้ เรามาเรียนศัพท์ภาษาอังกฤษที่เกี่ยวกับศพกัน
คำ ศพ หรือ ซากศพ :: corpse เป็นคำศัพท์ที่นิยมใช้ คำอื่น ๆ ได้แก่ corpse, carcass, dead body, remains, stiff, cadaver,
ศพนิรนาม ใช้ unidentified body
การชันสูตรศพ การผ่าศพ ใช้. autopsy
การขุดหลุมศพ ใช้ exhumation
พิธีฝังศพ การฝังศพ สถานที่ฝังศพ ใช้ burial (n.)
โลงศพ = coffin (คอฟ'ฟิน) n.
หีบ หีบศพ โลงศพ = casket (n)
Dr.SoS
คำ ศพ หรือ ซากศพ :: corpse เป็นคำศัพท์ที่นิยมใช้ คำอื่น ๆ ได้แก่ corpse, carcass, dead body, remains, stiff, cadaver,
ศพนิรนาม ใช้ unidentified body
การชันสูตรศพ การผ่าศพ ใช้. autopsy
การขุดหลุมศพ ใช้ exhumation
พิธีฝังศพ การฝังศพ สถานที่ฝังศพ ใช้ burial (n.)
โลงศพ = coffin (คอฟ'ฟิน) n.
หีบ หีบศพ โลงศพ = casket (n)
Dr.SoS
Wednesday, January 2, 2013
กินสินบน/ใต้โต๊ะ :: bribe
กินสินบน เงินใต้โต๊ะ เป็นเรื่องของประเทศด้อยพัฒนา หรือ เรียกให้หรูว่า กำลังพัฒนา
ขนาดเรามีสำนวนแต่โบราณว่า กินสินบาท คาดสินบน แสดงว่า การ"กินสินบน" นี้มีมานานแล้ว และพัฒนาเรียกว่า เงินใต้โต๊ะ รวมถึงบรรดา ส่วย ด้วย
พูดง่าย ๆ เงินใต้โต๊ะ หรือ เงินสินบน ที่เรียกว่า bribe เป็น เงิน (หรือ ประโยชน์ หรือ สิ่งอื่นใด)ที่ให้แก่บุคคลเพื่อจูงใจให้ผู้นั้น(หรือญาติ หรือผู้ใกล้ชิดของผู้นั้น) กระทำการหรือไม่กระทำการอย่างใด (ในตำแหน่ง) ไม่ว่าการนั้นจะชอบ หรือ มิชอบด้วยหน้าที่ เพื่อประโยชน์ของตนเอง หรือผู้อื่น
คำว่า กินสินบน เงินใต้โต๊ะ ตรงกับภาษาอังกฤษ ว่า bribe ซึ่งหมายถึง money or favor(s) given or promised in order to influence the judgment or conduct of a person in a position of trust
bribe เป็นได้ทั้งคำคุณศัพท์ และ คำกริยา
bribe ยังให้ความหมาย "อามิสสินจ้าง"
คุณจ่ายเงินใต้โต๊ะ = you have bribed
ครูไม่อยากให้สินบนแก่เด็ก ๆ เพื่อจูงใจให้ทำการบ้านให้เสร็จ
The teacher does not like to offer the children a bribe for finishing their homework.
ผู้พิพากษาปฏิเสธที่จะรับเงินใต้โต๊ะก้อนโตเพื่อยกฟ้องจำเลยที่เป็นนักการเมือง
The judge has refused a huge bribe to dismiss the charges against political defendants.
การกระทำการให้เงินสินบน หรือ จ่ายเงินใต้โต๊ะ นั้นเรียกว่า bribery
ในการติดสินบน จะต้องมี briber = ผู้ให้สินบน และ bribee = ผู้รับสินบน
เขาโดนจับข้อหาพยายามให้ิสินบนแก่คณะกรรมการ
= He was arrested for attempting to bribe the committee.
bribery ถือเป็น อาชญากรรม Crime / corruption รูปแบบหนึ่ง
การรับสินบนก็เป็นอาชญากรรม Accepting a bribe constitutes a crime / corruption.
บางคนบอกว่า การให้ของขวัญไม่ถือเป็นการรับสินบน ยกเว้นถ้าของขวัญนั้นมีมูลค่าหรือขนาดจะมีผลต่อพฤติกรรมของเจ้าพนักงาน = Someone says a gift is not a bribe unless it is given with some intent to influence the recipient's official behaviour.
ส่วน hush-money ถือเป็นเงินปิดปาก ..
Dr.SoS
ถูกลอยแพ :: castaway
วันนี้เรามารูจักคำว่า castaway กัน คำนี้เป็นได้ทั้ง คำนาม และคำคุณศัพท์
castaway (adj) ล่องลอย ถูกทิ้ง ถูกลอยแพ
castaway (n) คนที่เรืออับปาง เรือแตก (shipwrecked) หรือ castaway เป็น คนนอกกฎหมาย หรือ คนที่ถูกปฏิเสธ(จากสังคม หรือ บ้าน) a person who is rejected (from society or home)
ถ้าเราลองแยกคำ castaway= cast + away
cast = ทิ้ง หรือ โยน thrown
away = ออกไป ออกห่าง off
castaway = thrown off or away; castoff, abandoned ถูกโยน ถูกทิ้ง ถูกลอยแพ
ตั้งแต่ภรรยาเขาจากไป เขาก็รู้สึกเหมือนคนที่ถูกทอดทิ้ง
= Since his wife left, he felt like a castaway man.
การขึ้นค่าแรงค่าจ้าง ทำให้โรงงานต้องปิดตัวลง และคนงานถูกลอยแพ ..
= Increasing wages cause the factory to shut down and all workers to be castaway.
ถึงแม้จะถูกทอดทิ้ง ถูกลอยแพ แต่ความหวังอย่าเหือดหาย อย่าได้หมด .. ชีวิตต้องมีหวัง ..
Even being castaway, do not let hope go. Never let go of hope. Life is hope.
Dr.SoS
castaway (adj) ล่องลอย ถูกทิ้ง ถูกลอยแพ
castaway (n) คนที่เรืออับปาง เรือแตก (shipwrecked) หรือ castaway เป็น คนนอกกฎหมาย หรือ คนที่ถูกปฏิเสธ(จากสังคม หรือ บ้าน) a person who is rejected (from society or home)
ถ้าเราลองแยกคำ castaway= cast + away
cast = ทิ้ง หรือ โยน thrown
away = ออกไป ออกห่าง off
castaway = thrown off or away; castoff, abandoned ถูกโยน ถูกทิ้ง ถูกลอยแพ
ตั้งแต่ภรรยาเขาจากไป เขาก็รู้สึกเหมือนคนที่ถูกทอดทิ้ง
= Since his wife left, he felt like a castaway man.
การขึ้นค่าแรงค่าจ้าง ทำให้โรงงานต้องปิดตัวลง และคนงานถูกลอยแพ ..
= Increasing wages cause the factory to shut down and all workers to be castaway.
ถึงแม้จะถูกทอดทิ้ง ถูกลอยแพ แต่ความหวังอย่าเหือดหาย อย่าได้หมด .. ชีวิตต้องมีหวัง ..
Even being castaway, do not let hope go. Never let go of hope. Life is hope.
Dr.SoS
กิเลส สิ่งยั่วยุ :: temptation
คนเรามันติดในบ่วงแห่ง กิเลส มันเป็น สิ่งยั่วยุ ที่ยากจะหักห้ามใจ :: กิเลส ตรงกับภาษาอังกฤษว่า "temptation" เทมเท้ชั่น (Temp*ta"tion ) ..
เมื่อจิตใจไม่แข็งพอ เขาตกลงไปในบ่วงแห่งกิเลส = When his will power weakened, he felt the temptation.
กิเลสสิ่งยั่วยุความรักความใคร่กามารมณ์ ทำให้เราทำอะไรบางอย่าง (ที่ไม่ดี ไม่ฉลาด) ที่ทำให้เรารู้สึกดีสนุกสนานสำราญใจได้ประเดี๋ยวประด๋าว แต่ก็ต้องมานั่งเสียใจในภายหลังด้วยผลลัพธ์ที่แย่หลายอย่าง .. Temptation makes you to desire, to perform something wrong or unwise, that you enjoy (immediately or not long after) you then likely regret about it later ..
คำที่ให้ความหมายในเชิง temptation ได้แก่ enticement seduction inducement allurement incentive
บางคนว่า วิธีการกำจัดกิเลสคือการยอมต่อกิเลสนั้น The only way to get rid of a temptation is to yield to it.
เขาว่า กิเลสจะทำให้เห็นตัวตนที่แท้จริงของเรา temptation shows us who we are.
แต่ Your life is ruined, if you get rid of a temptation by yielding to it - ชีวิตคุณจะพัง ถ้าคุณกำจัดสิ่งล่อใจ / สิ่งยั่วยุ ด้วยการยอมจำนนต่อมัน ..
บางคนว่า เราจะแข็งแกร่งขึ้น ถ้าเราสามารถต้านตานต่อกิเลสได้ We gain the strength of the temptation we resist.
คุณคิดว่า ตัวคุณเป็นอย่างไร ต้านทานต่อกิเลสตัณหาสิ่งยั่วยุได้ดีแค่ไหนเอ่ย .. คุณรู้จักตัวของคุณเองดีพอหรือยัง ..
Dr.SoS
Tuesday, January 1, 2013
วลีเด็ดจากภาพยนต์เรื่อง Total Recall
วลีเด็ดจากภาพยนต์เรื่อง Total Recall ซึ่งเรื่องนี้ พระเอก (ชื่อ Hauser หรือที่ถูกล้างสมองให้ชื่อ Doug Quaid) งงสับสนกับตัวเอง พระเอกซึ่งถูกล้างสมอง พยายามอยากรู้อดีต อยากรู้ประวัติของตัวเอง ว่าตัวเองเป็นใคร บทสนทนาระหว่าง พระเอก กับ พ่อนางเอก
Matthias: Mr. Hauser, What is it you want?
Doug Quaid: I want to help you.
Matthias: That is not the only reason you are here.
Doug Quaid: I want to remember.
Matthias: Why?
Doug Quaid: So I can be myself, be who I was.
Matthias: It it each man's quest to find out who he truly is but the answer to that lies in the present, not in the past. As it is for all of us.
Doug Quaid: But the past tells us who we've become.
Matthias: The past is a construct of the mind. It blinds us. It fools us into believing it. But the heart wants to live in the present. Look there. You'll find your answer.
พระเอก บอกว่า "อดีตบอกปัจจุบัน" พ่อนางเอกบอกว่า "แต่ความจริงคือ ปัจจุบันต่างหากที่บอกว่า ตัวเราเองเป็นใคร ไม่ใช่อดีต" แต่พระเอกก็เถียงว่า "อดีตบอกพวกเรา ซึ่งทำให้เรากลายเป็นเราในปัจจุบัน" พ่อนางเอกบอกว่า "อดีตเป็นการสร้างของจิตเราเอง มันทำให้เราตาบอด มันหลอกให้เราเชื่อว่ามันเป็นอย่างนั้น แต่หัวใจนี่สิ ที่ต้่องการ อยู้่ในปัจจุบัน ดูที่ใจของเรา แล้วก็จะพบคำตอบ(ว่าตัวเองเป็นใครกันแน่) .."
แล้วคุณหล่ะ คุณคิดว่าตัวเองเป็นใคร เคยถูกใครล้างสมองให้เชื่ออะไรบ้าง ..
Dr.SoS
Sunday, December 30, 2012
ดื่มด่ำ :: savor
งานพิธีฉลองต่าง ๆ มักจะมีจังหวะที่"ดื่มด่ำ" น่าประทับใจ คำว่า "ดื่มด่ำ" ตรงกับภาษาอังกฤษว่า savor (อ่าน เซเว่อร)
สมหญิง ถาม ท่านคุณปู่ เพราะพบว่า กางเกงของสมชายขาดจนเห็นก้น Should I tell him about his pant?
แต่เนื่องจาก สมชายกำลังกล่าวสุนทรพจน์จบ และแขกเหรื่อกำลังลุกขึ้น ปรบมือ-ตบมือ ให้สมชายอยู่
ท่านคุณปู่ จึงตอบว่า No just savor the moment ไม่ต้องบอก เรามาดื่มด่ำกับจังหวะ(แห่งการให้เกียรติ)
savor ยังให้ความหมายในเชิง "มีรสชาติ / ลิ้มรส / ลิ้มลอง(ความอร่อย)" หรือ "เครื่องปรุง" "ความอร่อย" "การทำให้ตื่นเต้น แรงดึงดูด เสน่ห์ ความเจริญอาหาร" ก็ได้
savor สามารถเขียน savour ตามแบบอังกฤษได้
savor ยังให้ความหมายในเชิง"กับแกล้ม" ได้ด้วย savories eaten with drinks.
อีกคำที่ให้ความหมายเชิงดื่มด่ำ ได้แก่ "drink deep" และ drink in โดย drink in จะการดื่มด่ำเชิงชื่นชม ดูตัวอย่าง He drinks deep of love all days เขาดื่มด่ำกับความรักตลอดวัน ..
พวกเรามาดื่มด่ำกับเทศกาลปีใหม่กันเถอะ Let's savor the New Year moment
Dr.SoS
Tuesday, December 25, 2012
jive :: (การพูดที่)หลอกลวง
การพูดโกหกหลอกลวง ถือเป็นเรื่องใหญ่ของฝรั่ง จำนวนคนที่พูดโกหกหลอกลวงมีน้อยมาก ๆ วันนี้่เรามารู้จักภาษาอังกฤษ ศัพท์ง่าย ๆ jive :: (การพูดที่)หลอกลวง คำนี้อ่านว่า "จี๊ฟ" เสียงคล้ายๆ รถจี๊บ แต่เน้นที่ตัววี ออกเสียงลงท้ายเป็น "เว่อะ"
เธอพูดจาเหลวไหลตลอดคืนที่คลับ = She was jiving all night at the club.
Please stop jive talking = โปรดหยุดพูดจาโกหกหลอกลวง
ถ้าคุณพูดจาโกหก พูดจาเหลวไหล ประวัติของคุณจะเสีย = If you're talking some jive, you will have a bad record.
jive จัดเป็น การพูดที่ไร้สาระ การพูดที่หลอกลวง
อีกหนึ่งความหมาย jive music / jive dance เป็นการเต้นในจังหวะเพลงเร็ว เต้นสุดเหวี่ยง ประมาณ swing music + ร็อคแอนด์โรล Rock-n-Roll หรือแจ๊ส Jazz
ย้อนกลับมา ถ้าคุณพูด jive talking = talking bullshit = talking nonsense พูดเลว ๆ พูดต่ำๆ พูดไร้สาระ คุณก็จะเป็น "jive turkey" ประมาณว่า หมาเห่าใบตองแห้ง แค่ลมพัดผ่านไม่มีอะไรเกิดขึ้นก็เห่าไปเรื่อย เจ็บเลยถ้าโดนว่าแบบนี้
เพราะฉะนั้น Please stop jive talking = โปรดหยุดพูดจาโกหกหลอกลวง
Dr.SoS
เธอพูดจาเหลวไหลตลอดคืนที่คลับ = She was jiving all night at the club.
Please stop jive talking = โปรดหยุดพูดจาโกหกหลอกลวง
ถ้าคุณพูดจาโกหก พูดจาเหลวไหล ประวัติของคุณจะเสีย = If you're talking some jive, you will have a bad record.
jive จัดเป็น การพูดที่ไร้สาระ การพูดที่หลอกลวง
อีกหนึ่งความหมาย jive music / jive dance เป็นการเต้นในจังหวะเพลงเร็ว เต้นสุดเหวี่ยง ประมาณ swing music + ร็อคแอนด์โรล Rock-n-Roll หรือแจ๊ส Jazz
ย้อนกลับมา ถ้าคุณพูด jive talking = talking bullshit = talking nonsense พูดเลว ๆ พูดต่ำๆ พูดไร้สาระ คุณก็จะเป็น "jive turkey" ประมาณว่า หมาเห่าใบตองแห้ง แค่ลมพัดผ่านไม่มีอะไรเกิดขึ้นก็เห่าไปเรื่อย เจ็บเลยถ้าโดนว่าแบบนี้
เพราะฉะนั้น Please stop jive talking = โปรดหยุดพูดจาโกหกหลอกลวง
Dr.SoS
Monday, December 17, 2012
ชนแล้วหนี :: hit-and-run
การขับขี่ยานยนต์ย่อมมีโอกาส ที่จะเกิดอุบัติเหตุได้ การขับรถชนแล้วหนี ตรงกับภาษาอังกฤษว่า hit-and-run
อุบัติเหตุขับรถชนคนตายแล้วหนี ถูกบันทึกโดยกล้องวงจรปิดที่ติดตั้งใกล้เคียงจุดเกิดเหตุ = hit-and-run was recorded by a nearby CCTV camera.
คำว่า Fatal หมายถึง ถึงตาย หรือ ถึงชีวิต
ทีวีรายงานข่าวเกี่ยวกับสถิ
The TV reports the News for hit-and-run accident statistics.
คนขับหนี = driver flees
อุบัติเหตุชนแล้วหนีบางครั้งก็ตรวจสอบยาก = Some hit and run accident scenes are difficult to examine.
สตรีคนหนึ่งถูกจับและตั้งข้อหาฆ่าคนตาย(โดยไม่เจตนา)จากการเกิดอุบัติเหตุชนแล้วหนี = A woman has been arrested and charged with second-degree murder following a hit-and-run accident.
น้ำใจช่วยคนอื่นนะมีมั๊ยครับ ถ้าช่วยคนที่ได้รับบาดเจ็บทันเวลา เขาอาจไม่ตายก็ได้
Dr.SoS
อุบัติเหตุขับรถชนคนตายแล้วหนี ถูกบันทึกโดยกล้องวงจรปิดที่ติดตั้งใกล้เคียงจุดเกิดเหตุ = hit-and-run was recorded by a nearby CCTV camera.
คำว่า Fatal หมายถึง ถึงตาย หรือ ถึงชีวิต
ทีวีรายงานข่าวเกี่ยวกับสถิ
The TV reports the News for hit-and-run accident statistics.
คนขับหนี = driver flees
อุบัติเหตุชนแล้วหนีบางครั้งก็ตรวจสอบยาก = Some hit and run accident scenes are difficult to examine.
สตรีคนหนึ่งถูกจับและตั้งข้อหาฆ่าคนตาย(โดยไม่เจตนา)จากการเกิดอุบัติเหตุชนแล้วหนี = A woman has been arrested and charged with second-degree murder following a hit-and-run accident.
น้ำใจช่วยคนอื่นนะมีมั๊ยครับ ถ้าช่วยคนที่ได้รับบาดเจ็บทันเวลา เขาอาจไม่ตายก็ได้
Dr.SoS
Subscribe to:
Posts (Atom)