Showing posts with label ประโยชน์ของไข่. Show all posts
Showing posts with label ประโยชน์ของไข่. Show all posts

Wednesday, August 14, 2013

ช่วยกันกิน ไข่ ช่วยเกษตรกร แถมยังได้ประโยชน์และวิตามินเต็มพิกัด

ไข่ ประโยชน์เยอะ วิตามินแยะ อุดมด้วยสารอาหาร

พฤษภาหน้าร้อนที่เพิ่งพ้นผ่าน มีเสียงกล่าวขาน... “ไข่ปู” แพงกว่า “ไข่มาร์ค”

นักการเมืองกุลีกุจอขานรับ ตั้งท่าขู่คุมราคาไข่ราวสินค้าต้องห้าม ทั้งที่ช่วงที่แพงสุดราคาไข่คละหน้าฟาร์ม ณ ปลายเดือนพฤษภาคมอยู่ที่ฟองละ 3.30 บาท แต่กระแสข่าวที่ออกมาโพทะนา แพงไปถึงฟองละ 5-7 บาท โดยมิยอมบอกกล่าวว่าไข่เบอร์อะไร

แต่แรงโหมประโคมข่าว ทำให้ไข่เป็นสินค้าการเมือง เพราะเป็นดัชนีชี้วัดความสามารถในการบริหารบ้านเมืองของนักการเมืองโดยที่ไม่ยอมมองว่า ไข่ที่ว่าแพงนั้น ต้นทุนการผลิตอยู่ที่ฟองละ 2.86 บาท เกษตรกรผู้เลี้ยงไก่ไข่ได้กำไรไม่ถึง 50 สต.

ได้กำไรแค่ 15% แถมกำไรเพียงนี้ ใน 1 ปี มีแค่ 2–3 สัปดาห์เท่านั้นเอง

ทั้งที่ปรากฏการณ์นี้เกิดขึ้นทุกปี หน้าร้อนไก่ให้ไข่น้อย เพราะไก่มิต่างไปจากคน อากาศร้อนคนจะเครียดกินอะไรไม่ลง ไก่ก็เหมือนกัน ร้อนเครียดกินไม่ลงไข่น้อยลง

ต่างจากหน้าหนาว ช่วงอากาศเย็น ทั้งประเทศจะมีไข่ป้อนตลาดวันละ 30 ล้านฟอง พอเจอร้อนไก่ไข่หดเหลือแค่วันละ 26-27 ล้านฟอง ยิ่งพฤษภาคมเป็นเดือนเปิดเทอม อาหารโปรตีนราคาถูกสุด ที่โรงเรียนจะซื้อหามาทำอาหารกลางวันให้นักเรียน หนีไม่พ้นไข่
ไข่มีน้อย คนกินเพิ่มขึ้น เป็นธรรมชาติไข่ย่อมต้องแพง มิใช่เรื่องแปลก ให้ต้องร้องแรกแหกกระเชอแต่อย่างใด

แถมใน 1 ปี จะมีช่วงที่ไก่ไข่น้อยก็แค่ 2-3 เดือนเท่านั้น...ส่วนเวลาที่เหลือไข่จะถูก เพราะไก่ออกไข่จนล้นตลาด อย่างตอนนี้เข้าหน้าฝนเต็มฤดู อากาศเย็นลง ไก่ไข่มากขึ้นราคาร่วงมาเรื่อย จากราคาไข่คละหน้าฟาร์มที่เกษตรกรขายได้ราคาฟองละ 3.30 บาท วันนี้ลดเหลือแค่ 2.90-3.00 บาท

ราคาไข่เลยร่วงรูดลงทุกวัน ใกล้ถึงจุดเท่าทุน และจะขาดทุนในไม่ช้า

และเมื่อวันที่ไข่ราคาถูกจนเกษตรกรมีแต่เจ๊ากับเจ๊ง...จะมีนักการเมือง ผู้บริโภคสักคนไหม ที่จะออกมากู่ร้องให้ก้องฟ้า “ไข่ปูถูกจุงเบย เมื่อไรจะแพงสักที คนเลี้ยงไก่ไข่จะไม่ต้องเจ๊ง” บ้างไหมหนอ

เกษตรกรคงได้แต่รอ แบบเดียวกับที่คนไทยทั้งประเทศฝันว่า...นักการเมือง ข้าราชการจะไม่โกงกิน

ในฝันยังยากจะเป็นจริง...แล้วจะไปหวังอะไรในชีวิตจริง.

ชมชื่น ชูช่อ

ไทยรัฐออนไลน์ วันจันทร์ที่ 5 สิงหาคม 2556



Thursday, August 13, 2009

โรคอัลไซเมอร์ โรคตาเสื่อม = ป้องกันได้ The basic prevention of Alzheimer's Disease and Aging Eyes Disease

่ได้อ่านข่าวจากไทยรัฐ แล้วตกใจ ที่รู้ว่า คนไทยป่วยเป็นโรคความจำเสื่อม หรือ โรคอัลไซเมอร์ นั่นเอง ทั้งที่โรคนี้ ป้องกันได้ ด้วยการกิน"ไข่" เพราะไข่เต็มไปด้วยสารอาหารที่สามารถไปบำรุงสมองได้ ถ้าคุณกลัว คลอเรสเตอรอล แล้วละก็ สามารถกินยาขับได้ คือ รักษาได้ง่าย แต่ "ความจำเสื่อมรักษาไม่ได้ เพราะเซลมันเสียสภาพไปแล้ว" ทีนี้ถึงบางอ้อแล้วยังอ่ะครับ

CHOLINE จา่กไข่ทำให้สมองดี
สารอาหารที่สำคัญที่เรียกว่า Choline มีบทบาทสำคัญต่อระบบประสาทของคนเรา ไม่ว่าจะเป็นขั้นตอนช่วงพัฒนาการของสมอง และ ความจำ (memory functions) จากการศึกษาพบว่า การขาดสารอาหาร Choline มีผลต่อส่วนพัฒ่่นาการของสมองที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการการเรียนรู้ และความจำ

ไข่ไก่ 1 ฟองสามารถให้ Choline ได้ถึง 22% ของที่ผู้ใหญ่ต้องการในแต่ละวัน

lutein และ zeaxanthin จากไข่ช่วยให้ดวงตาดี

สาร lutein และ zeaxanthin มีผลอย่างมากในการช่วยลดความเสี่ยงของโรคสายตา โดยเฉพาะโรคสายตาของผู้สูงวัย ที่เรียก Age-related Macular Degeneration(AMD) จากการศึกษาพบว่า ไข่ (ไข่ไก่ ไข่เป็ด) เป็นแหล่งอาหารที่มีทั้ง lutein และ zeaxanthin ทั้งมีบทบาทสำคัญในการลดความเสี่ยงของโรคที่เกิดจากสายตาได้อีกด้วย


สมาคมโรคหัวใจสหรัฐ (American Heart Association) ได้แก้ไขคู่มือแนะนำเกี่ยวกับไข่ (amended its guidelines on eggs) ซึ่งกล่าวว่า "ไม่มีข้อกำหนดเฉพาะอีกต่อไปเกี่ยวกับจำนวนของไข่แดงที่สามารถทานได้ในแต่สัปดาห์" (“no longer a specific recommendation on the number of egg yolks a person may consume in a week”)





ไทยรัฐ วันอังคารที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ.2552 ลงไว้ดังนี้ครับ
นพ.ธงชัย ทวิชาชาติ กรรมการมูลนิธิโรคอัลไซเมอร์แห่งประเทศไทย กล่าววันนี้ (26 พ.ค.) ว่า จากผลศึกษาของสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุขพบปัจจุบันประเทศไทยมีผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไปกว่า 7 ล้านคน และคาดว่า จะมีผู้สูง อายุเป็นโรคสมองเสื่อมประมาณ 2.1 ล้านคน ในจำนวนนี้ เป็นผู้ที่เป็นโรคอัลไซเมอร์ถึง 1 ล้านกว่าคน ที่สำคัญยังพบว่าแนวโน้มของผู้เป็นโรคอัลไซเมอร์ในประเทศไทยจะเพิ่มมากขึ้น ในอนาคต โดยเฉพาะผู้สูงอายุ ดังนั้น จึงต้องมีการดำเนินการป้องกันอย่างใกล้ชิด

กรรมการมูลนิธิโรค อัลไซเมอร์แห่งประเทศไทย กล่าวต่อว่า อาการเตือนของโรคอัลไซเมอร์มีหลายระดับเริ่ม แรกอาจจะเป็น เพียงหลงลืมเล็กน้อย จนถึงระดับที่เป็นมาก โดยเริ่มจาก 1. ความผิดปกติด้านความทรงจำ จำอะไรไม่ได้โดยเฉพาะอย่างยิ่งความจำใหม่ และเริ่มมากขึ้นจนลืมความทรงจำในอดีต 2. ความผิดปกติเกี่ยวกับการใช้ภาษา ผู้ป่วยจะหาคำพูดที่เหมาะสมกับคำที่จะพูดไม่ได้ เรียกชื่อสิ่งของผิดและไม่มีสมาธิทำให้ไม่สามารถสนทนาหรือสร้างประโยคได้จึง ทำให้พูดประโยคสั้นลงจนในที่สุดอาจจะพูดซ้ำๆ หรือไม่พูดเลย 3. ความผิด ปกติเกี่ยวกับความรู้ทิศทางและเวลา ผู้ป่วยอาจหลงทาง ไม่รู้วัน เวลา สถานที่ บุคคล และกลางคืนไม่ยอมนอน หรือนอนไม่เป็นเวลา

นพ.ธงชัย กล่าวถึงอาการเตือนโรคอัลไซเมอร์ต่อว่า 4.ความผิดปกติของความเฉลียวฉลาด ความสามารถของผู้ป่วยที่เคยมีขาดหายไป 5.บุคลิกภาพเปลี่ยนแปลงและพบอาการทางจิตเวช โดยอาการที่พบบ่อยมากที่สุดคือ มีพฤติกรรมซ้ำๆ ซึมเศร้า ไม่สนใจสิ่งแวดล้อม หงุดหงิด หวาดระแวง และพฤติกรรมที่ผิดปกติ เช่น การแสดงออกทางสังคมไม่เหมาะสม เห็นภาพหลอน หูแว่ว เป็นต้น และ 6. ความผิดปกติทางระบบการเคลื่อนไหวและระบบประสาทส่วนอื่นๆ

ด้านคุณ หญิงอุไรวรรณ ศิรินุพงศ์ รองประธานมูลนิธิโรคอัลไซเมอร์แห่งประเทศไทย กล่าวว่า เพื่อป้องกันกลุ่มเสี่ยงต่อโรคอัลไซเมอร์ 1-5 มิ.ย.2552 มูลนิธิโรคอัลไซเมอร์ฯ จะร่วมกับ กรุงเทพมหานครและศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์ของประเทศไทย ได้จัดทำ โครงการ “คัดกรองความจำ” ขึ้น ณ ศูนย์บริการสาธารณสุขทั้ง 68 แห่งในเขตกรุงเทพฯ เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้สูงอาย และผู้ดูแลได้เข้าร่วมกิจกรรมได้ทราบถึงสัญญาณเตือนถึงการเป็นโรคอัลไซเมอร์ เพื่อการเตรียมความพร้อมป้องกันตั้งแต่เริ่มแรก โดยกลุ่มคนที่ควรจะไปคัดกรองความจำในครั้งนี้คือผู้ที่มีอายุ 60 ปี ขึ้นไป ผู้ที่มีปัญหาเรื่องความจำ มีปัจจัยเสี่ยงเนื่องจากมีญาติมีประวัติเคยรักษาโรคอัลไซเมอร์