วันนี้ ขอแนะนำ สูตรลดน้ำหนัก ลดความอ้วน แบบไม่ต้องอดอาหาร
ลดเอว 1 นิ้วภายใน 5-10 วัน แบบง่าย ๆ ...
เตรียมมะละกอดิบ (มะละกอส้มตำ) ขนาดกลาง (ยาว 10-12นิ้ว) +น้ำผึ้ง+มะนาว(+พริก)
* สูตรนี้เหมาะสำหรับผู้มีสุขภาพดีแข็งแรง และ มีแรงตั้งใจสูงที่จะสู้เพื่อลดน้ำหนัก
1. ล้างมะละกอดิบให้สะอาด ปอกเปลือกออก (เก็บเปลือกไว้ต้มน้ำกินต่อไป)
สับมะละกอแบบเส้น ๆ แบบส้มตำ ให้มีขนาดเล็กที่สุด ทั้งหมด ทั้งลูก
2. ใส่น้ำผึ้ง ประมาณ 3 ช้อนโต๊ะ แล้วบีบน้ำมะนาวใส่อีก 3 ลูก ถ้าต้องการรสแซบ ให้เติมพริกได้ ผสมคลุกเคล้ากัน
3. กินให้หมด ระหว่างกินหาอะไรดูหรืออะไรทำเพลิน ๆ ก็ได้
4. เปลือกมะละกอ ยางมะละกอไม่ต้องล้างออก เอามาต้มน้ำ น้ำนี้จะขมมาก ควรใส่ใบชา หรือใบเตย เพื่อกลบกลิ่น ถ้ากินไม่หมดให้เอาเข้าตู้เย็น
กินแบบนี้ 4 วัน กินมะละกอดิบวันละลูก จะสามารถลดขนาดเอวได้ 1นิ้ว แนะนำให้เป็นอาหารเย็น
เมื่อได้ทำการลดน้ำหนักตามสูตรง่าย ๆ นี้แล้ว ต้องหยุดพักสักหลายวัน แล้วค่อยลดน้ำหนักต่อ เพื่อให้ร่างการได้ปรับตัว ให้แข็งแรง
สูตรลดน้ำหนัก ลดความอ้วน แบบไม่ต้องอดอาหาร เห็นผลอย่างรวดเร็ว มารู้ตัวอีกทีก็เริ่มผอมแล้ว ไม่แพง ทำได้เองที่บ้าน สะดวก ถูก แถมล้างพิษได้อีกเล็กน้อยด้วย ขอให้กำลังใจทุกคนที่ตั้งใจลดหุ่นลดพุง วิธีนี้มีประสิทธิภาพมากในการลดความอ้วนลดเอว ..อาหารมื้ออื่น ๆสามารถทานได้เหมือนเดิม แนะนำให้ลดอาหารที่ใส่น้ำมันพืชทุกชนิด (ยกเว้นน้ำมันมะพร้าว + น้ำมันหมูโอเค แต่ถ้างดได้ก็ยิ่งดี)
** สูตรลดน้ำหนักด้วยมะละกอดิบนี้ ท่านต้องไม่มีปัญหาในเรื่องเกี่ยวกับเลือด (โรคที่เกี่ยวกับเลือด) หากมีให้ค่อยเป็นค่อยไป โปรดปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อน
ขอบคุณสำหรับสูตรดี ๆ
ได้ผลยังไงมาบอกกันหน่อยเด้อ
+++++++++++++
Showing posts with label อาหารขับพิษ foods to enhance toxic excretion. Show all posts
Showing posts with label อาหารขับพิษ foods to enhance toxic excretion. Show all posts
Friday, January 3, 2014
Sunday, June 2, 2013
เพิ่มพลังเซ็กซ์ด้วยกุ้ยฉ่าย :: ปลอดภัย
กุ้ยฉ้าย / กุ้ยฉ่าย นอกจากจะเป็นอาหารแล้ว ยังมีสรรพคุณบำรุงธาตร่างกายที่ให้ประโยชน์หลายอย่างนานัปการ โดยเฉพาะการบำรุงเลือด เสริมพลังโลหิต ล้างพิษ .. ซึ่งทำให้ระบบโลหิตหมุนเวียนได้ดีขึ้นทั่วร่างกาย ระบบกำหนัดทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ หรือ เพิ่มความกำหนัด เพิ่มพลังเซ็กซ์นั่นเอง
สำหรับปริมาณการรับประทานเพื่อเพิ่มพลังเซ็กซ์นั้น ต้องทานประมาณ 1 กำมือ (ประมาณ3-5 ขีด) นำมาล้างให้สะอาด แล้วหั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ เพื่้อให้ออกฤทธิ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ อาจนำมาทำผักใส่เป็นแกงจือเต้าหู้หมูสับ หรือ นำมาทอดกับไข่ (ลักษณะไข่เจียว) แนะนำให้ใช้น้ำม้ันหมู ดีกว่าน้ำมันพืช
ให้ทานติดต่อกันทุกวัน โดยกุ้ยฉ้าย / กุ้ยฉ่าย จะออกฤทธิ์ใน 2-3 วันหลังจากรับประทาน
ทั้งนี้ กุ้ยฉ้าย / กุ้ยฉ่าย มีฤทธิ์ร้อน ผู้ทานอาจต้องค่อย ๆทดลองปริมาณที่เหมาะสมกับตัวเอง
เพิ่มพลังเซ็กซ์ด้วยกุ้ยฉ่าย :: ปลอดภัย
สำหรับปริมาณการรับประทานเพื่อเพิ่มพลังเซ็กซ์นั้น ต้องทานประมาณ 1 กำมือ (ประมาณ3-5 ขีด) นำมาล้างให้สะอาด แล้วหั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ เพื่้อให้ออกฤทธิ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ อาจนำมาทำผักใส่เป็นแกงจือเต้าหู้หมูสับ หรือ นำมาทอดกับไข่ (ลักษณะไข่เจียว) แนะนำให้ใช้น้ำม้ันหมู ดีกว่าน้ำมันพืช
ให้ทานติดต่อกันทุกวัน โดยกุ้ยฉ้าย / กุ้ยฉ่าย จะออกฤทธิ์ใน 2-3 วันหลังจากรับประทาน
ทั้งนี้ กุ้ยฉ้าย / กุ้ยฉ่าย มีฤทธิ์ร้อน ผู้ทานอาจต้องค่อย ๆทดลองปริมาณที่เหมาะสมกับตัวเอง
เพิ่มพลังเซ็กซ์ด้วยกุ้ยฉ่าย :: ปลอดภัย
Sunday, July 11, 2010
ข้าวผัดพริกเกลือสูตรป้าศรี ร้านก๋วยเตี๋ยวปูสุขุมวิท
แตกต่างอย่างกลมกล่อม ข้าวผัดพริกเกลือสูตรป้าศรี ร้านก๋วยเตี๋ยวปูสุขุมวิท
ข้าวผัดพริกเกลือ
หนึ่งในเพื่อนสาวแสนเก๋ของ 'เจ๊แซบ' เป็นคนจังหวัดตราดโดยกำเนิด มีนิสัยรักการโซ้ยโดยสัญชาตญาณ คุณเพื่อนมีหนึ่งเมนูแนะนำ เป็นร้านประจำท้องถิ่น กินมาตั้งแต่สมัยแตกเนื้อสาวเปรี๊ยะๆ เป็นอาหารจานเก๋ที่มีชื่อสุดเท่ว่า "ข้าวผัดพริกเกลือ" นอกจากชื่อสะดุดหูแล้ว รสชาติยังสะดุดลิ้น กินเพลิ้น... เพลิน!!!
แรก เห็นหน้าตาข้าวผัดพริกเกลืออาจจะดูไม่แตกต่างจากข้าวผัดทั่วไป แต่ พอเข้าปากแค่คำแรก รสชาติที่แหวกความจำเจของข้าวผัดแบบเดิมๆ ทำให้การโซ้ยได้อรรถรสแปลกใหม่ อยากรู้ว่าใส่อะไร ต้องไปฟัง "ป้าศรี" ผู้ควบตำแหน่งเจ้าของร้าน และ เจ้าของสูตร พูดถึงที่มาที่ไปด้วยตัวเอง
"ป้าใส่น้ำจิ้มซีฟู้ดลงไปตอนผัดข้าวด้วยค่ะ...ป้าเป็นคนคิดเอง เมื่อก่อนก็ไม่ได้ทำหรอก เพิ่งจะมาทำเมื่อสัก 10 ปีที่แล้ว เมื่อก่อนมีแค่ ไม่กี่อย่าง ไม่หลากหลาย เมนูแรกของเราคือ ข้าวหน้าปู...ไม่มีอะไรมากก็คือ เอาเนื้อปูวางบนข้าว แล้วก็กินกับน้ำจิ้มซีฟู้ดเท่านั้นแหละ ไม่มีอะไรมากเลย แต่คนก็ชอบทานกัน จากตอนนั้นถึงตอนนี้ป้าก็มีประมาณ 20 กว่าเมนูแล้ว" ป้าศรีเล่าย้อนไปเมื่อ 25 ปีก่อน ตั้งแต่เริ่มเปิดร้าน
สำหรับเมนู "ข้าวผัดพริกเกลือ" ที่หลายคนติดอกติดใจ เกิดมาจากความซุกซนของคนชอบทำกับข้าว หลังจากที่ป้าเปิดร้านขายข้าวผัด และข้าวโน่นข้าวนี่มาสิบกว่าปี ป้าศรีเริ่มเห็นว่าลูกค้าส่วนใหญ่ที่มาโซ้ยจะติดใจน้ำจิ้มซีฟู้ดของทางร้าน มากเป็นพิเศษ ป้าเลยเกิดไอเดียเด็ดใส่น้ำจิ้มซีฟู้ดลงไปผัดกับข้าวให้มันรู้แล้วรู้ รอดไป ไม่ต้องเสียเวลามาตักน้ำจิ้มใส่ข้าวแล้วตักเข้าปากทีละคำ ป้าศรีลองทำอยู่ไม่กี่ครั้งก็ได้สูตรที่ลงตัว เริ่มขายได้ไม่กี่เดือน ลูกค้าต่างกล่าวขานถึงความเก๋ไก๋ไม่เหมือนใคร เกิดการบอกต่อแบบปากต่อปาก จนมีเซียนหม่ำ นักชิมหลายสำนักแวะมาฝากท้องพร้อมทำการประชาสัมพันธ์ให้ไปในตัว นับจากนั้นมาชื่อเสียงร้านป้าศรีเริ่มกระฉ่อนไปทั่วทุกสารทิศ ใครไปใครมาถ้ารู้จักเป็นต้องแวะโซ้ยอย่างไม่ขาดสาย
หัวใจสำคัญของ "ข้าวผัดพริกเกลือ" อยู่ที่น้ำจิ้มซีฟู้ด รสชาติต้องจัดจ้าน เข้มข้น ป้าศรีเป็นคนทำน้ำจิ้มเอง ทุกวันป้าจะตื่นตอนตี 2 เตรียมเครื่อง เตรียมของแล้วลงมือทำน้ำจิ้มทิ้งไว้ เครื่องปรุงมีอะไรบ้างป้าขอเก็บเป็นความลับ บอกได้แค่ว่าตั้งแต่เปิดร้านมาป้าไม่เคยใช้มะนาวสังเคราะห์แม้แต่ครั้งเดียว ต้องใช้มะนาวสดเท่านั้น ไม่ว่าราคาแพงแค่ไหน ป้าไม่ท้อ ขอทุ่มสุดตัว
ข้าวที่ใช้ป้าบอกว่าอะไรก็ได้ แต่ไม่ใช้ ข้าวหอมมะลิ เพราะเวลาผัดจะทำให้แฉะเกินไป แต่ใช้ข้าวอะไรป้าขอปิดไว้เป็นความลับ ใครอยากรู้ไปแอบดูกันเอาเอง (ถ้าไม่ เกรงใจ...หุหุ)
นอกจากน้ำจิ้มซี ฟู้ดรสเด็ด ข้าวเม็ดสวยแล้ว น้ำหนักมือในการผัดและความร้อนของเตาก็มีความสำคัญกับความอร่อย ไฟต้องเร่งให้แรงตลอด ห้ามเบาเด็ดขาด ป้าศรีจะมีกระทะ ประจำกายเอาไว้ทำข้าวผัดแต่ละชนิด จะไม่ใช้ปนกัน โดยเฉพาะข้าวผัดพริกเกลือต้องใช้กระทะใบโปรดเท่านั้น ถึงจะผัดได้มันส์ถึงใจ!!
ขาโซ้ยหน้าใหม่ที่เพิ่งมาครั้งแรก เจ๊เแซบแนะนำให้ เริ่มต้นจาก "ข้าวผัดพริกเกลือกุ้ง" หรือ "ข้าวผัดพริกเกลือกั้ง" ข้าวเม็ดสวยผัดจนแห้งได้ที่ รสชาติกลมกล่อม เค็มนิดๆ เผ็ดหน่อยๆ เปรี้ยวน้อยๆ อืมมม์...ลงตัว!!!
ป้าศรีใจดี๊..ดี
ถ้า ท้องยังพอมีที่ว่าง เจ๊แนะนำให้สั่ง "ข้าวกั้งผัดพริกอ่อน"มาหม่ำเพิ่มเติมเป็นจานที่สอง ของง่ายๆที่ป้าศรีทำได้อร่อยมั่กๆ เจ๊แซบยอมรับในลีลาการผัดและน้ำหนักมือของป้า ขอยกให้เป็นที่หนึ่งในดวงใจ ใครอยากดูด้วยตาต้องรีบไปเกาะขอบเตาเฝ้าติดตามการผัดอย่างใกล้ชิดแล้วจะรู้ ว่ามัน...เพลินดีจริงๆ!!!
ระหว่างหม่ำข้าวผัด ป้าศรีมี "ก๋วยเตี๋ยวปู" "เย็นตาโฟ" "ต้มยำ" "เกี๊ยวปลา" และอีกสารพัดเมนูเส้นเป็นทางเลือก แต่ที่ได้รับความนิยมสูงสุดคือ เย็นตาโฟ โดยเฉพาะกุ้งทอดกรอบสูตรลับฉบับป้าศรีที่โรยมาในชามก๋วยเตี๋ยว ลูกค้าจะชอบมาก ถ้าใครมาสายอาจหมดอดหม่ำ!
เครื่องปรุงส่วนใหญ่ที่ ใช้ในการทำก๋วยเตี๋ยว ไม่ว่าจะเป็น พริก ถั่ว หรือน้ำพริกเผา ป้าศรีเป็นคนเตรียมเองทั้งหมด เพื่อให้ได้มาตรฐานเดียว กันทุกวัน รับประกันว่าโซ้ยมันไม่น้อยหน้าข้าวผัด!!!
"ก๋วยเตี๋ยวปูสุขุมวิท" ชื่อว่าสุขุมวิท แต่ ตัวร้านตั้งอยู่ที่อำเภอเมือง จังหวัดตราด ร้านอยู่หลังตลาดสดในตัวเมืองตราด ถ้าหันหน้าเข้ามาตลาดสด ร้านจะอยู่ในซอยทางขวามีชื่อซอยว่าสุขุมวิท เข้ามาในซอยประมาณ 50 เมตร ร้านจะอยู่ทางซ้ายมือ ร้านเปิดตั้งแต่ 8 โมงถึงบ่าย 3 ทุกวัน ไม่มีวันหยุด ยกเว้นเช็งเม้ง ตรุษจีน และวันที่ป้าป่วย
ข้าวผัดพริกเกลือ
หนึ่งในเพื่อนสาวแสนเก๋ของ 'เจ๊แซบ' เป็นคนจังหวัดตราดโดยกำเนิด มีนิสัยรักการโซ้ยโดยสัญชาตญาณ คุณเพื่อนมีหนึ่งเมนูแนะนำ เป็นร้านประจำท้องถิ่น กินมาตั้งแต่สมัยแตกเนื้อสาวเปรี๊ยะๆ เป็นอาหารจานเก๋ที่มีชื่อสุดเท่ว่า "ข้าวผัดพริกเกลือ" นอกจากชื่อสะดุดหูแล้ว รสชาติยังสะดุดลิ้น กินเพลิ้น... เพลิน!!!
แรก เห็นหน้าตาข้าวผัดพริกเกลืออาจจะดูไม่แตกต่างจากข้าวผัดทั่วไป แต่ พอเข้าปากแค่คำแรก รสชาติที่แหวกความจำเจของข้าวผัดแบบเดิมๆ ทำให้การโซ้ยได้อรรถรสแปลกใหม่ อยากรู้ว่าใส่อะไร ต้องไปฟัง "ป้าศรี" ผู้ควบตำแหน่งเจ้าของร้าน และ เจ้าของสูตร พูดถึงที่มาที่ไปด้วยตัวเอง
"ป้าใส่น้ำจิ้มซีฟู้ดลงไปตอนผัดข้าวด้วยค่ะ...ป้าเป็นคนคิดเอง เมื่อก่อนก็ไม่ได้ทำหรอก เพิ่งจะมาทำเมื่อสัก 10 ปีที่แล้ว เมื่อก่อนมีแค่ ไม่กี่อย่าง ไม่หลากหลาย เมนูแรกของเราคือ ข้าวหน้าปู...ไม่มีอะไรมากก็คือ เอาเนื้อปูวางบนข้าว แล้วก็กินกับน้ำจิ้มซีฟู้ดเท่านั้นแหละ ไม่มีอะไรมากเลย แต่คนก็ชอบทานกัน จากตอนนั้นถึงตอนนี้ป้าก็มีประมาณ 20 กว่าเมนูแล้ว" ป้าศรีเล่าย้อนไปเมื่อ 25 ปีก่อน ตั้งแต่เริ่มเปิดร้าน
สำหรับเมนู "ข้าวผัดพริกเกลือ" ที่หลายคนติดอกติดใจ เกิดมาจากความซุกซนของคนชอบทำกับข้าว หลังจากที่ป้าเปิดร้านขายข้าวผัด และข้าวโน่นข้าวนี่มาสิบกว่าปี ป้าศรีเริ่มเห็นว่าลูกค้าส่วนใหญ่ที่มาโซ้ยจะติดใจน้ำจิ้มซีฟู้ดของทางร้าน มากเป็นพิเศษ ป้าเลยเกิดไอเดียเด็ดใส่น้ำจิ้มซีฟู้ดลงไปผัดกับข้าวให้มันรู้แล้วรู้ รอดไป ไม่ต้องเสียเวลามาตักน้ำจิ้มใส่ข้าวแล้วตักเข้าปากทีละคำ ป้าศรีลองทำอยู่ไม่กี่ครั้งก็ได้สูตรที่ลงตัว เริ่มขายได้ไม่กี่เดือน ลูกค้าต่างกล่าวขานถึงความเก๋ไก๋ไม่เหมือนใคร เกิดการบอกต่อแบบปากต่อปาก จนมีเซียนหม่ำ นักชิมหลายสำนักแวะมาฝากท้องพร้อมทำการประชาสัมพันธ์ให้ไปในตัว นับจากนั้นมาชื่อเสียงร้านป้าศรีเริ่มกระฉ่อนไปทั่วทุกสารทิศ ใครไปใครมาถ้ารู้จักเป็นต้องแวะโซ้ยอย่างไม่ขาดสาย
หัวใจสำคัญของ "ข้าวผัดพริกเกลือ" อยู่ที่น้ำจิ้มซีฟู้ด รสชาติต้องจัดจ้าน เข้มข้น ป้าศรีเป็นคนทำน้ำจิ้มเอง ทุกวันป้าจะตื่นตอนตี 2 เตรียมเครื่อง เตรียมของแล้วลงมือทำน้ำจิ้มทิ้งไว้ เครื่องปรุงมีอะไรบ้างป้าขอเก็บเป็นความลับ บอกได้แค่ว่าตั้งแต่เปิดร้านมาป้าไม่เคยใช้มะนาวสังเคราะห์แม้แต่ครั้งเดียว ต้องใช้มะนาวสดเท่านั้น ไม่ว่าราคาแพงแค่ไหน ป้าไม่ท้อ ขอทุ่มสุดตัว
ข้าวที่ใช้ป้าบอกว่าอะไรก็ได้ แต่ไม่ใช้ ข้าวหอมมะลิ เพราะเวลาผัดจะทำให้แฉะเกินไป แต่ใช้ข้าวอะไรป้าขอปิดไว้เป็นความลับ ใครอยากรู้ไปแอบดูกันเอาเอง (ถ้าไม่ เกรงใจ...หุหุ)
นอกจากน้ำจิ้มซี ฟู้ดรสเด็ด ข้าวเม็ดสวยแล้ว น้ำหนักมือในการผัดและความร้อนของเตาก็มีความสำคัญกับความอร่อย ไฟต้องเร่งให้แรงตลอด ห้ามเบาเด็ดขาด ป้าศรีจะมีกระทะ ประจำกายเอาไว้ทำข้าวผัดแต่ละชนิด จะไม่ใช้ปนกัน โดยเฉพาะข้าวผัดพริกเกลือต้องใช้กระทะใบโปรดเท่านั้น ถึงจะผัดได้มันส์ถึงใจ!!
ขาโซ้ยหน้าใหม่ที่เพิ่งมาครั้งแรก เจ๊เแซบแนะนำให้ เริ่มต้นจาก "ข้าวผัดพริกเกลือกุ้ง" หรือ "ข้าวผัดพริกเกลือกั้ง" ข้าวเม็ดสวยผัดจนแห้งได้ที่ รสชาติกลมกล่อม เค็มนิดๆ เผ็ดหน่อยๆ เปรี้ยวน้อยๆ อืมมม์...ลงตัว!!!
ป้าศรีใจดี๊..ดี
ถ้า ท้องยังพอมีที่ว่าง เจ๊แนะนำให้สั่ง "ข้าวกั้งผัดพริกอ่อน"มาหม่ำเพิ่มเติมเป็นจานที่สอง ของง่ายๆที่ป้าศรีทำได้อร่อยมั่กๆ เจ๊แซบยอมรับในลีลาการผัดและน้ำหนักมือของป้า ขอยกให้เป็นที่หนึ่งในดวงใจ ใครอยากดูด้วยตาต้องรีบไปเกาะขอบเตาเฝ้าติดตามการผัดอย่างใกล้ชิดแล้วจะรู้ ว่ามัน...เพลินดีจริงๆ!!!
ระหว่างหม่ำข้าวผัด ป้าศรีมี "ก๋วยเตี๋ยวปู" "เย็นตาโฟ" "ต้มยำ" "เกี๊ยวปลา" และอีกสารพัดเมนูเส้นเป็นทางเลือก แต่ที่ได้รับความนิยมสูงสุดคือ เย็นตาโฟ โดยเฉพาะกุ้งทอดกรอบสูตรลับฉบับป้าศรีที่โรยมาในชามก๋วยเตี๋ยว ลูกค้าจะชอบมาก ถ้าใครมาสายอาจหมดอดหม่ำ!
เครื่องปรุงส่วนใหญ่ที่ ใช้ในการทำก๋วยเตี๋ยว ไม่ว่าจะเป็น พริก ถั่ว หรือน้ำพริกเผา ป้าศรีเป็นคนเตรียมเองทั้งหมด เพื่อให้ได้มาตรฐานเดียว กันทุกวัน รับประกันว่าโซ้ยมันไม่น้อยหน้าข้าวผัด!!!
"ก๋วยเตี๋ยวปูสุขุมวิท" ชื่อว่าสุขุมวิท แต่ ตัวร้านตั้งอยู่ที่อำเภอเมือง จังหวัดตราด ร้านอยู่หลังตลาดสดในตัวเมืองตราด ถ้าหันหน้าเข้ามาตลาดสด ร้านจะอยู่ในซอยทางขวามีชื่อซอยว่าสุขุมวิท เข้ามาในซอยประมาณ 50 เมตร ร้านจะอยู่ทางซ้ายมือ ร้านเปิดตั้งแต่ 8 โมงถึงบ่าย 3 ทุกวัน ไม่มีวันหยุด ยกเว้นเช็งเม้ง ตรุษจีน และวันที่ป้าป่วย
Friday, July 9, 2010
อาหารชะลอวัย
กระเทียม เป็นเครื่องเทศคู่ครัวคนไทยมานานแสนนาน ขณะเดียวกัน ก็มีสรรพคุณเป็นยาที่มีคุณประโยชน์ อเนกอนันต์ด้วย ในกระเทียมมีสารอัลลิซิน ซึ่งเป็นต้นเหตุทำให้กระเทียมมีกลิ่นฉุน ช่วยฆ่าเชื้อ ป้องกันอาหารเป็นพิษและยังมีสารบางชนิดช่วยกระตุ้นฮอร์โมน สมรรถภาพทางเพศให้ดีขึ้น ทานกระเทียมแล้ว ร่างกายจะอุ่นขึ้น เนื่องจากเส้นเลือดฝอยขยายตัว การไหลเวียน ของเลือดสะดวกขึ้น และยังช่วยขับเหงื่อ ขับปัสสาวะ ปรับสภาพ ลำไส้ บรรเทาหวัด ที่สำคัญช่วยลดคอเลสเทอรอลในเลือดได้ การกินกระเทียมสดวันละ 1-3 กลีบ จะช่วยป้องกันโรคหัวใจ ป้องกันเลือดจับตัวเป็นลิ่ม ตัวการที่ก่อให้เกิดการอุดตันของหลอดเลือด
ปลาทะเล อย่างเช่น ปลาแซลมอน, ปลาซาร์ดีน, ปลาแมคเคอเรลไปป์ และปลา ทูน่า มีกรดไขมัน โอเมก้า-3 ที่ช่วยป้องกันโรคหลอดเลือดหัวใจตีบตัน ช่วยการทำงานของระบบสมอง ลดความดันโลหิต และไขมัน ไตรกลีเซอไรด์ เพิ่มระดับคอเลสเทอรอลดี และรักษาอัตราการเต้นของหัวใจให้ปกติ ปลาทะเลยังมีซีลีเนียม และโคเอนไซม์คิว-10 ที่ช่วยป้องกันไม่ให้เซลล์ทำงานผิดปกติ มีสถิติพบว่า ทานปลาแมคเคอเรลไปป์วันละตัวจะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดอาการเส้นเลือดใน สมองแตก เพราะช่วยให้หลอดเลือดมีความยืดหยุ่นขึ้นไม่แข็งตัว การไหลเวียนของเลือดสะดวกขึ้น ป้องกันการอุดตันของเลือด
เต้าหู้ มีโปรตีนสูงและย่อยง่าย มีการวิจัยพบว่า โปรตีนจากถั่วเหลืองช่วยลดระดับคอเลสเทอรอลร้ายในเลือด และเพิ่มคอเลสเทอรอลดี ช่วยป้องกันโรคหลอดเลือดหัวใจ ในถั่วเหลืองยังอุดมด้วยวิตามินและแร่ธาตุหลายชนิด ทั้งแคลเซียม, เหล็ก, สังกะสี และวิตามินบี ชา โดยเฉพาะชาเขียว ทำให้อายุยืนและช่วยชะลอความแก่ ขณะเดียวกันก็ป้องกันโรคหลอดเลือดหัวใจ ช่วยลดคอเลสเทอรอล ต้านมะเร็ง และรักษาอนามัยในช่องปาก การจิบชาร้อนๆช่วยคืนความสดชื่น และเติมน้ำให้ร่างกาย สำหรับคนวัย 40 อัพ ควรหลีกเลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มเย็นๆ เช่น น้ำอัดลม เพราะจะส่งผลให้กระเพาะลำไส้ดูดซึมไม่ได้ สูญเสียความสมดุลของน้ำในร่างกาย ถ้ากระหายน้ำขอให้เลือกดื่มชาร้อนๆ เพื่อคลายร้อนจะดีที่สุด
ผักและผลไม้ การทานผักผลไม้เป็นประจำ รวมถึงธัญพืชและถั่วชนิดต่างๆ ช่วยให้เซลล์ร่างกายแข็งแรงขึ้น กล้ามเนื้อกระชับ ผิวหนังเต่งตึง และมีไฟเบอร์สูง ช่วยเรื่องการขับถ่าย โดยเฉพาะผักใบเขียวให้สรรพคุณทางยา เพราะอุดมด้วย เกลือแร่และวิตามินสารพัด ช่วยป้องกันโรคได้ คนที่ทานผักน้อยเกินไป ทำให้ฮีโมโกลบินไม่พอ หน้าซีด สมองขาดออกซิเจนและอ่อน เพลียง่าย อย่างไรก็ดี อย่าทานแต่ผักใบเขียว จนลืมทานผักตระกูลหัว เพราะผักตระกูลหัว มีเส้นใยอาหารมาก หากนำมาปรุงถูกวิธีจะช่วยป้องกันท้องผูก ชาวจีนยังเชื่อว่า การทานรากบัวเป็นประจำช่วยป้องกันผมขาว และลดอาการท้องอืด ซึ่งมักเกิดกับคนมีอายุ
ทีมข่าวหน้าสตรี ไทยรัฐออนไลน์ 10 กรกฎาคม 2553
ปลาทะเล อย่างเช่น ปลาแซลมอน, ปลาซาร์ดีน, ปลาแมคเคอเรลไปป์ และปลา ทูน่า มีกรดไขมัน โอเมก้า-3 ที่ช่วยป้องกันโรคหลอดเลือดหัวใจตีบตัน ช่วยการทำงานของระบบสมอง ลดความดันโลหิต และไขมัน ไตรกลีเซอไรด์ เพิ่มระดับคอเลสเทอรอลดี และรักษาอัตราการเต้นของหัวใจให้ปกติ ปลาทะเลยังมีซีลีเนียม และโคเอนไซม์คิว-10 ที่ช่วยป้องกันไม่ให้เซลล์ทำงานผิดปกติ มีสถิติพบว่า ทานปลาแมคเคอเรลไปป์วันละตัวจะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดอาการเส้นเลือดใน สมองแตก เพราะช่วยให้หลอดเลือดมีความยืดหยุ่นขึ้นไม่แข็งตัว การไหลเวียนของเลือดสะดวกขึ้น ป้องกันการอุดตันของเลือด
เต้าหู้ มีโปรตีนสูงและย่อยง่าย มีการวิจัยพบว่า โปรตีนจากถั่วเหลืองช่วยลดระดับคอเลสเทอรอลร้ายในเลือด และเพิ่มคอเลสเทอรอลดี ช่วยป้องกันโรคหลอดเลือดหัวใจ ในถั่วเหลืองยังอุดมด้วยวิตามินและแร่ธาตุหลายชนิด ทั้งแคลเซียม, เหล็ก, สังกะสี และวิตามินบี ชา โดยเฉพาะชาเขียว ทำให้อายุยืนและช่วยชะลอความแก่ ขณะเดียวกันก็ป้องกันโรคหลอดเลือดหัวใจ ช่วยลดคอเลสเทอรอล ต้านมะเร็ง และรักษาอนามัยในช่องปาก การจิบชาร้อนๆช่วยคืนความสดชื่น และเติมน้ำให้ร่างกาย สำหรับคนวัย 40 อัพ ควรหลีกเลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มเย็นๆ เช่น น้ำอัดลม เพราะจะส่งผลให้กระเพาะลำไส้ดูดซึมไม่ได้ สูญเสียความสมดุลของน้ำในร่างกาย ถ้ากระหายน้ำขอให้เลือกดื่มชาร้อนๆ เพื่อคลายร้อนจะดีที่สุด
ผักและผลไม้ การทานผักผลไม้เป็นประจำ รวมถึงธัญพืชและถั่วชนิดต่างๆ ช่วยให้เซลล์ร่างกายแข็งแรงขึ้น กล้ามเนื้อกระชับ ผิวหนังเต่งตึง และมีไฟเบอร์สูง ช่วยเรื่องการขับถ่าย โดยเฉพาะผักใบเขียวให้สรรพคุณทางยา เพราะอุดมด้วย เกลือแร่และวิตามินสารพัด ช่วยป้องกันโรคได้ คนที่ทานผักน้อยเกินไป ทำให้ฮีโมโกลบินไม่พอ หน้าซีด สมองขาดออกซิเจนและอ่อน เพลียง่าย อย่างไรก็ดี อย่าทานแต่ผักใบเขียว จนลืมทานผักตระกูลหัว เพราะผักตระกูลหัว มีเส้นใยอาหารมาก หากนำมาปรุงถูกวิธีจะช่วยป้องกันท้องผูก ชาวจีนยังเชื่อว่า การทานรากบัวเป็นประจำช่วยป้องกันผมขาว และลดอาการท้องอืด ซึ่งมักเกิดกับคนมีอายุ
ทีมข่าวหน้าสตรี ไทยรัฐออนไลน์ 10 กรกฎาคม 2553
Friday, June 19, 2009
สุดยอดอาหารขับพิษ - Foods to boost toxic excretion from our body
คนโบราณและนักโภชนาการมักกล่าวว่า"อาหาร"เป็นยาที่วิเศษที่สุด เพราะเป็นแหล่งรวมของสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายแต่ใช่ว่าต้องเป็น อาหารที่มีราคาแพงอย่างเป๋าฮื้อ หูฉลาม รังนก หรือของหายากอย่างดีหมีเท่านั้น ถึงจะให้คุณประโยชน์ต่อร่างกายได้ เพราะจากการศึกษาแล้วพบว่าอาหารที่เราหาได้ตามท้องตลาดในชีวิตประจำวันก็มี ประโยชน์ในตัวไม่ใช่น้อย
ที่สำคัญอาหารเหล่านี้ยังช่วยล้างพิษให้แก่ อวัยวะต่างๆในร่างกาย เช่น ตับ ลำไส้ ไต ผิวหนัง ช่วยป้องกันการจับตัวของสารพิษ รวมถึงช่วยขับของเสียออกจากร่างกาย ซึ่งสารพิษต่างๆที่สะสมอยู่ในร่างกายอาจมาจากควันพิษในอากาศ สารเจือปนในอาหาร เช่น สีผสมอาหาร สารกันเสีย ยาฆ่าแมลง ปรุงรส เป็นต้น
คราวนี้ลองมาดูกันว่าอาหารชนิดใดสามารถช่วยล้างพิษให้คุณได้บ้าง
เริ่มจาก ลำดับที่ 20 สาหร่าย (sea weed) พืชสีเขียวในทะเลที่หลายคนมองข้ามคุณประโยชน์ สาหร่ายสามารถจับของเสียจากรังสีที่สะสมในร่างกาย
ใน ปัจจุบันเราไม่สามารถหลีกเลี่ยงรังสีต่างๆจากคลื่นวิทยุ คลื่นโทรศัพท์ คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า และคลื่นไมโครเวฟทั้งหลายได้ ซึ่งพลังงานความร้อนเหล่านี้เป็นอันตรายต่อร่างกาย ก่อให้เกิดมะเร็งได้ ซึ่งสาหร่ายจะช่วยดูดซึมคลื่นรังสีเหล่านั้น และสามารถจับกับพวกโลหะหนักได้ด้วย นอกจากนี้ยังเต็มไปด้วยโปรตีนและเกลือแร่ในปริมาณมาก
19. หัวหอม ประกอบ ไปด้วยสารต่อต้านมะเร็งหลายชนิด และมีสารต้านอนุมูลอิสระสูง ช่วยทำความสะอาดเลือด ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอล LD ซึ่งไม่ดีเพราะเป็นตัวการก่อให้เกิดโรคหัวใจ นอกจากนี้ยังช่วยทำให้ระบบทางเดินหายใจทำงานดีขึ้น ช่วยรักษาโรคหอบ โรคทางเดินหายใจ โรคภูมิแพ้ และที่สำคัญคือช่วยรักษาโรคเบาหวานโดยช่วยให้ระดับน้ำตาลคงที่
18. มะนาว (Thai lemon) เป็นสุดยอดอาหารที่ช่วยทำความสะอาดตับ มีวิตามินซีสูง น้ำมะนาวสดเมื่อนำมาผสมกับน้ำอุ่นแล้วดื่มตอนเช้าหลังตื่นนอนจะช่วยล้างพิษ และทำให้เลือดสะอาดขึ้น แต่ถ้านำน้ำมะนาวสดผสมกับโยเกิร์ตและน้ำผึ้ง ก็จะเป็นอาหารที่ช่วยล้างพิษในลำไส้และป้องกันอาการท้องผูกได้อีกด้วย
17. เมล็ดแฟลกซ์ ประกอบไปด้วยกรดไขมันที่จำเป็น อย่างโอเมกา 3 ซึ่งมีประโยชน์ต่อสมอง ช่วยบำรุงความจำ และมีผลดีต่อหัวใจเพราะช่วยลดระดับคอเลสเตอรอล นอกจากนี้ยังมีสารอื่นที่ช่วยทำให้ภูมิคุ้มกันร่างการแข็งแรงขึ้น
16. กระเจี๊ยบ น้ำกระเจี๊ยบมีคุณสมบัติช่วยทำความสะอาดแบคทีเรียและไวรัสออกจากระบบทางเดิน ปัสสาวะ ซึ่งมักก่อให้เกิดการติดเชื้อ ทำให้มีอาการปัสสาวะไม่ออกหรือมีเลือดปน หรือมีอาการปวดท้องอย่างรุนแรง ซึ่งสารในกระเจี๊ยบสามารถฆ่าเชื้อแบคทีเรียและไวรัสเหล่านั้นได้
15. ทับทิม ตำราแพทย์แผนโบราณของชาวเอเชียกล่าวไว้ว่า การดื่มน้ำทับทิมสามารถรักษาอาการอักเสบและลดความปวดได้ เนื่องจากในผลทับทิมมีสารแอสไพรินซึ่งเป็นสารชนิดเดียวกันกับแอสไพรินในยา แก้ปวด ช่วยล้างพิษ ลดการติดเชื้อของเชื้อโรคที่เข้าสู่ร่างกาย และลดอาการอักเสบ โดย เฉพาะผู้ที่มีอาการไขข้ออักเสบ ปวดบวม ช้ำ แนะนำให้กินทับทิม เพราะช่วยลดอาการปวดลงได้ ขณะเดียวกันยังมีไฟเบอร์สูง ซึ่งช่วยให้ขับถ่ายของเสียออกจากร่างกายได้ดีขึ้น
14. พืชตระกูลถั่ว (เช่นถั่วแดง ถั่วเขียว ถั่วเหลือง และถั่วขาว) จากการศึกษาพบว่าผู้ที่กินถั่วเป็นประจำมีระดับคอเลสเตอรอลน้อยกว่าผู้ที่ ไม่ได้กิน และลดอัตราความเสียงต่อการเกิดโรคหัวใจด้วยพืชตระกูลถั่วนี้ประกอบด้วยไฟ เบอร์สูง ซึ่งช่วยลดระดับคอเลสเตอรอล ทำความสะอาดลำไส้ ลดการสะสมของสารพิษในลำไส้ และช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้คงที่ อีกทั้งช่วยป้องกันการเกิดมะเร็งลำไส้และมะเร็งต่อมลูกหมากด้วย
13. ขึ้นฉ่าย (Thai celery) ถือว่าเป็นสุดยอดอาหารในการทำความสะอาดเลือดและช่วยลดความดันโลหิต สำหรับผู้ที่มีความดันโลหิตสูงควรกินขึ้นฉ่ายเป็นประจำ หรือถ้าจะให้ดีควรดื่มน้ำคั้นจากขึ้นฉ่ายสดในตอนเช้า เพื่อช่วยควบคุมระดับแรงดันเลือดให้คงที่ ในขึ้นฉ่ายยังประกอบไปด้วยสารต้านการเกิดมะเร็ง และสารที่ช่วยขับของเสียจากบุหรี่ในคนที่สูบบุหรี่หรือผู้ที่ได้รับควัน บุหรี่ด้วย
12. แครอท เต็มไปด้วยสารอัลฟาและเบตาแคโรทีน ( Alpha and Beta-carotene ) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของวิตามินเอ และถือว่าเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ดีเยี่ยมช่วยปกป้องร่างกายจากสารพิษใน สิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะช่วยระบบทางเดินประสาท สายตา ผิวหนัง ที่ต้องสัมผัสแสงแดเป็นประจำ และจากการวิจัยพบว่าสารในแครอตช่วยลดการเกิดมะเร็ง และช่วยทำให้ระบบทางเดินหายใจและหัวใจแข็งแรงขึ้น
11. มะเขือพวง คนไทยนิยมใส่มะเขือพวงในอาหารประเภท ผัดเผ็ด แกงป่า แกงกะทิ และน้ำพริก สมัยก่อนแกงกะทิเช่นแกงไก่ใส่มะเขือพวงเต็มไปด้วย ใส่ไก่น้อยเน้นการกินมะเขือเป็นหลักแต่ปัจจุบันกลับตรงกันข้าม แกงไก่มักใส่ไก่มากกว่ามะเขือ และคนก็เลือกกินแต่ไก่ จึงเป็นเหตุหนึ่งที่ทำให้คนในปัจจุบันมีรูปร่างอ้วนกว่าคนสมัยก่อน
มะเขือ พวงเป็นผักที่เต็มไปด้วยไฟเบอร์ ซึ่งสามารถช่วยดูดซึมไขมันในอาหาร โดยเฉพาะอย่างยิ่งช่วยจับไขมันอิ่มตัว (ไขมันอันตราย) และขับออกจากร่างกายโดยระบบขับถ่าย ทั้งยังมีวิตามินซีและสารต้านอนุมูลอิสระสูง จึงช่วยกำจัดของเสียออกจากระบบทางเดินอาหารได้เร็วขึ้นและลดการสะสมของเสีย
10. ส้มโอ หรือเกรปฟรุต เพราะเป็นผลไม้รสชาติดีจึงได้รับความนิยมในอาหารมื้อเช้าของชาวตะวันตก สารเพกตินซึ่งเป็นไฟเบอร์ประเภทหนึ่งในเกรปฟรุต สามารถช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลในเส้นเลือด ก่อนที่จะจับตัวเป็นก้อนและขวางทางเดินในหลอดเลือด นอกจากนี้เพกตินยังสามารถช่วยป้องกันไม่ให้โลหะหนักเหล่านี้ทำอันตรายต่อ ร่างกาย ส่วนเกรปฟรุตช่วยต่อต้านการเกิดมะเร็ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งมะเร็งกระเพราะอาหารและมะเร็งตับอ่อน สารต้านอนุมูลอิสระในเกรปฟรุตช่วยปกป้องสารพิษที่เป็นอันตรายต่อร่างกาย
9. กระเทียม จากหลายการศึกษาให้ผลตรงกันถึงคุณสมบัติของกระเทียมในการทำความสะอาดร่างกาย นั่นคือ การกินกระเทียมเพื่อฆ่าเชื้อแบคทีเรีย ขับและฆ่าพยาธิในทางเดินอาหาร และฆ่าเชื้อไวรัส โดยเฉพาะทำความสะอาดเลือดและระบบลำไส้ ทำให้เส้นเลือดมีความยืดหยุ่นและลดแรงดันโลหิต นอกจากนี้ยังต่อต้านการเกิดมะเร็งและทำให้ระบบทางเดินหายใจดีขึ้น แต่ก็ควรระวังเรื่องการกินกระเทียมมากเกินไป ซึ่งก่อให้เกิดลมหายใจที่มีกลิ่นกระเทียมไปด้วย
8. บลูเบอร์รี่ เป็นผลไม้ที่มีค่าแอนติออกซิแดนต์สูงมากชนิดหนึ่งและถือเป็นหนึ่งในสุดยอด อาหารรักษาโรค เนื่องจากในบลูเบอร์รี่มีสารแอสไพรินตามธรรมชาติ ซึ่งช่วยลดการระคายเคือง สารที่มีในบลูเบอร์รี่สามารถเข้าไปขัดขวางแบคทีเรียในทางเดินปัสสาวะ ส่งผลให้ลดการติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะ
7. กะหล่ำ เต็มไปด้วยสารต่อต้านมะเร็งและอนุมูลอิสระ ( Antioxidant ) และช่วยตับขับฮอร์โมนที่มากเกินไป ซึ่งอาจเป็นฮอร์โมนความเครียดที่มีผลเสียต่อร่างกาย ทั้งยังช่วยทำความสะอาดระบบย่อยอาหาร รักษาและปกป้องกระเพราะอาหารจากแบคทีเรียและไวรัสต่างๆ พืชตระกูลกะหล่ำ ได้แก่ กะหล่ำปลี กะหล่ำดอก บรอกโคลี และกะหล่ำปม ผักเหล่านี้ช่วยทำความสะอาดร่างกายและช่วยกำจัดของเสียจากสิ่งแวดล้อม เช่น ของเสียจากควันบุหรี่ ควันจากท่อไอเสีย และช่วยให้ตับผลิตเอนไซม์ออกมาให้เพียงพอในการกำจัดของเสีย
6. บีตรูต ผักสีแดงที่นิยมใส่ในสลัดนี้นับเป็นผักมหัศจรรย์ซึ่งเประกอบไปด้วยไฟโรเคมี คอล ( Phytochemical ) วิตามินและเกลือแร่หลายชนิด ซึ่งทำให้บีตรูตมีคุณสมบัติต่อต้านชื้อโรค ทำความสะอาดเลือด ตับและระบบน้ำเหลือง อีกทั้งมีคุณสมบัติช่วยให้ร่างกายรับออกซิเจนได้มากขึ้น จึงช่วยกำจัดของเสียได้ง่ายและเร็วขึ้น ซึ่งจากกการศึกษาเมื่อไม่นานมานี้พบว่าบีตรูตช่วยปรับระดับกรด-ด่างในเลือด ให้สมดุลด้วย
5. อะโวคาโด อาจยังไม่เป็นที่รู้จักมากนัก แต่ปัจจุบันเราก็สามารถหาซื้ออะโวคาโดได้จากตลาดทั่วไป ในอะโวคาโดมีสารกลูตาไทโอน(Glutathione ) ที่สามารถช่วยลดคอเลสเตอรอลและป้องกันหลอดเลือดอุดตัน ทำให้หลอดเลือดมีความยืดหยุ่น ทั้งช่วยจับสารพิษที่เป็นตัวก่อให้เกิดมะเร็งกว่า 30 ชนิด และขณะเดียวกันก็ช่วยให้ตับกำจัดของเสียจำพวกสารเคมีและโลหะหนัก ซึ่งนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยมิชิแกน ( University of Michigan ) พบว่าผู้สูงอายุซึ่งกินอาหารที่มีสารกลูตาไทโอนสูงจะมีสุขภาพดีกว่าคนที่ไม่ ได้กิน และมีอัตราการเกิดโรคหัวใจน้อยกว่า 30 เปอร์เซ็นต์
4. ตำลึง ผักใบเขียวที่ขึ้นข้างรั้วหาง่าย และราคาไม่แพงนี้ ในสมัยก่อนเรามักนำมาทำแกงจืดตำลึงโดยใสเนื้อสัตว์น้อยๆ แต่ปัจจุบันดูเหมือนว่าแกงจืดตำลึงจะมีตำลึงอยู่ไม่กี่ใบ และมีหมูสับเต็มไปหมด ซึ่งตำลึงมีคุณสมบัติ ช่วยผลิตน้ำดีที่จะทำให้ลำไส้ขับสารพิษออกจากร่างกายได้ดีขึ้น นอกจากนี้สารที่มีอยู่ในตำลึงยังช่วยให้ตับสลายไขมันในร่างกายด้วย
3. แอปเปิ้ล ประกอบไปด้วยเพกตินสูง เพกตินเป็นไฟเบอร์ชนิดหนึ่งที่ช่วยจับคอเลสเตอรอลและโลหะหนักในร่างกายที่ ปะปนมากับอาหาร เช่น ปรอท ตะกั่ว ซึ่งทำลายเซลล์สมอง นี่คือเหตุผลที่เราควรจะกินแอปเบิลเพื่อล้างสารพิษออกจากร่างกาย นอกจากนี้ยังมีคุณประโยชน์ช่วยต่อต้านการเกิดมะเร็ง ฆ่าเชื้อแบคทีเรียและเชื้อไวรัส จากการศึกษาทดลองยังพบว่าแอปเปิลช่วยขับสารเคมีที่ปนเปื้อนในอาหาร ซึ่งก่อให้เกิดอาการแพ้ในเด็ก และทำให้เกิดไมเกรนในผู้ใหญ่ได้
2. อัลมอนด์ เป็นถั่วที่มีใยอาหารสูง มีแคลเซียมและโปรตีนที่ดีต่อร่างกาย แม้จะมีไขมัน แต่ก็เป็นไขมันที่ดีและจำเป็นต่อร่างกายในระหว่างที่เราทำการล้างพิษจึงควร กินอัลมอนด์ นอกจากนี้อัลมอนด์ยังช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ซึ่งถ้าระดับน้ำตาลในเลือดสูงก็จะเกิดอาการไฮเปอร์ไกลซีเมีย ( Hyperglycemia ) ทำให้รู้สึกหิวน้ำมากกว่าปกติ หายใจไม่ออก ไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ และหากน้ำตาลในเลือดต่ำที่เรียกว่า ไฮโปไกลซีเมีย( Hypoglycemia )จะทำให้เกิดอาการหน้ามืด
เป็นลม ใจสั่น ไม่มีแรง คิดอะไรไม่ออก
1. กล้วย (Thai Banana) มีคุณสมบัติในการบำรุงและสร้างความแข็งแรงแก่กระเพาะอาหาร ในขณะเดียวกันก็ให้เกลือแร่ที่จำเป็นแก่ร่างกาย เช่น โพแทสเซียม ฟอสฟอรัส โพแทสเซียมช่วยควบคุมระดับของเหลวในร่างกายโดยช่วยขับของเหลว หรือสารพิษส่วนเกิออกจากร่างกายโดยช่วยขับของเปลว หรือสารพิษส่วนเกินออกจากร่างกายได้ดีขึ้น การกินกล้วยเป็นประจำยังช่วยป้องกันท้องผูก ทำให้ระบบขับถ่ายเป็นปกติอีกด้วย
นี่คือความสุดยอดของบ้านเมืองเรา.....ซึ่งบ้านเมืองอื่น..แอบอิจฉา
ข้อมูลจาก http://www.amulet.in.th
ที่มา: ไทยรัฐออนไลน์ วันศุกร์ที่ 19 มิถุนายน พ.ศ.2552 http://www.thairath.co.th/content/life/13421
Subscribe to:
Posts (Atom)