Showing posts with label เทคโนไทย. Show all posts
Showing posts with label เทคโนไทย. Show all posts

Wednesday, March 9, 2011

ม.บูรพาเจ๋งสร้างหุ่นยนต์’อาร์โอวี’

ม.บูรพาเจ๋งสร้างหุ่นยนต์’อาร์โอวี’ สำรวจใต้น้ำ ทัดเทียมของนอก แถมราคาถูกกว่าแค่ 7 หมื่น

วันนี้( 9 มี.ค.2554) ดร.ภัคพงศ์ จันทเปรมจิตต์ หัวหน้าทีมวิจัยและพัฒนายานใต้น้ำควบคุมระยะไกล อาจารย์ภาควิชาวิศวกรรมเครื่องกล คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา เปิดเผยว่า ตน และสมาชิกในทีมประกอบด้วยนิสิตในภาควิชาอีก 6 คน ได้วิจัยและพัฒนายานใต้น้ำควบคุมระยะไกล (Remotely Operated underwater Vehicle - ROV) หรือ “อาร์โอวี” เป็นหุ่นยนต์ที่ถูกนำมาใช้ในการทำงานใต้น้ำ เพื่อการสำรวจและเก็บข้อมูลของสิ่งมีชิวิตและทรัพยากรใต้ทะเล ช่วยให้มนุษย์จัดการและใช้ทรัพยากรได้อย่างถูกต้องและคุ้มค่ามากที่สุด อาร์โอวียังถูกนำไปใช้ตรวจสอบใต้ท้องเรือและสิ่งก่อสร้างใต้น้ำได้อีกด้วย ซึ่งดั้งเดิมจะใช้มนุษย์ดำน้ำสำรวจซึ่งอาจเป็นอันตราย ดังนั้นการใช้หุ่นยนต์อาร์โอวี จะเป็นทางเลือกที่เหมาะสมและไม่เป็นอันตรายต่อมนุษย์ โดยอาร์โอวีจะถูกควบคุมและการติดต่อสื่อสารกับผู้ใช้งานผ่านทางสายเคเบิล

ม.บูรพาเจ๋งสร้างหุ่นยนต์’อาร์โอวี’ สำรวจใต้น้ำ ทัดเทียมของนอก แถมราคาถูกกว่าแค่ 7 หมื่น

ดร.ภัคพงศ์ กล่าวว่า สำหรับอาร์โอวีถูกใช้งานแพร่หลาย ปัจจุบันมีการจำหน่ายอาร์โอวีจากต่างประเทศ แต่มีราคาสูงหลายแสนบาท ดังนั้นจึงเป็นที่มาของการพัฒนาอาร์โอวีขนาดเล็ก โดยทีมวิจัยที่ต้องการให้อาร์โอวีสามารถทำงานได้ทัดเทียมกับของต่างประเทศ และมีราคาถูกกว่า รวมทั้งซ่อมบำรุงได้ง่ายอีกด้วย โดยอาร์โอวีที่พัฒนาขึ้นจะประกอบด้วยระบบขับเคลื่อน 4 ชุด ผู้ควบคุมจะใช้จอยสติ๊กกำหนดการเคลื่อนที่ได้ 3 รูปแบบ คือ เคลื่อนที่ขึ้น-ลงตามแนวดิ่ง เดินหน้า-ถอยหลัง หันซ้าย-หันขวา โดยมีชุดคอนโทรลเลอร์สำหรับการควบคุมและรับข้อมูลจากเซ็นเซอร์ คือ เซ็นเซอร์วัดความดัน ไอเอ็มยู และ เข็มทิศอิเล็กทรอนิกส์ รวมทั้งมีกล้องวิดีโอที่สามารถรับภาพใต้น้ำมายังผู้ใช้งานเพื่อเก็บข้อมูล ได้ มีระบบแสงสว่างสำหรับงานในที่มืด น้ำหนักประมาณ 15 กก. ราคาต้นแบบประมาณ 70,000 บาท

ที่มา: เดลินิวส์ออนไลน์ วันพุธ ที่ 09 มีนาคม 2554

Sunday, May 9, 2010

ทำฝนเทียมด้วยเลเซอร์ ทดลองทำบนฟ้าเหนือกรุงเบอร์ลินได้สำเร็จ

ฝนเทียม ทำฝนเทียม โดยใช้ลำแสงเลเซอร์ยิงขึ้นไปก่อเมฆย่อย ๆ ขึ้นบนฟ้าเหนือกรุงเบอร์ลิน หลังจากได้ทดลองทำ ขึ้นในห้องปฏิบัติการสำเร็จมาแล้ว...

นักวิทยาศาสตร์บรรยากาศชาวสวิส อ้างว่าพบวิธีทำฝนเทียมแบบใหม่ โดยใช้ลำแสงเลเซอร์ยิงขึ้นไปก่อเมฆย่อยๆขึ้นบนฟ้าเหนือกรุงเบอร์ลิน หลังจากได้ทดลองทำ ขึ้นในห้องปฏิบัติการสำเร็จมาแล้ว

นักวิทยาศาสตร์ หลายชาติได้พยายามสร้างฝนเทียมขึ้นมานานแล้ว โดยการใช้ผลึกซิลเวอร์ ไอโอไดด์ หว่านในเมฆระดับสูงในชั้นบรรยากาศ ผลึกจะก่อให้เกิดหยดน้ำเม็ดโตขึ้นรอบ ๆ ตัวเอง และเมื่อมีขนาดโตขึ้นก็ตกลงมาเป็นฝน

นิตยสาร "เดอะ นิว ไซเอนติสท์" อันมีชื่อเสียง ได้แจ้งว่า บัดนี้นักวิทยาศาสตร์เจโรม คาสปาเรียน มหาวิทยาลัยเจนีวาได้คิดค้นวิธีทำฝนเทียม ด้วยแสงเลเซอร์ และได้ทดลองทำในห้องปฏิบัติการวิทยาศาสตร์ และบนท้องฟ้าเหนือกรุงเบอร์ลินสำเร็จมาแล้ว

ในการทดลองในห้องปฏิบัติการ คณะนักวิจัยได้ยิงลำแสงเลเซอร์อินฟราเรดอันเข้มข้นเป็นจังหวะสั้นๆเข้าไปใน ห้องที่เต็มไปด้วยอากาศที่อิ่มน้ำ ภายใต้อุณหภูมิ -24 องศาเซลเซียส สามารถก่อเมฆสายขึ้นมาได้ มองเห็นเหมือนกับลำไอเสียของเครื่องบิน เมื่อวิเคราะห์ ปริมาตรของหยดน้ำที่กลั่นตัวขึ้นภายหลังพบว่าได้เพิ่มขึ้นอีกครึ่งเท่าตัว ซึ่งหากเป็นภายในก้อนเมฆตามธรรมชาติบนฟ้าปริมาณของหยดน้ำที่กลั่นตัว จะเพิ่มทวีขึ้นเป็น 100 เท่า

ที่มา: ไทยรัฐฉบับพิมพ์ วันจันทร์ 10 พฤษภาคม 2553

Monday, March 1, 2010

เสื้อเกราะกันกระสุน

เมื่อหลายปีก่อน มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี ได้เปิดตัวเสื้อเกราะกันกระสุน จากเส้นใยไหมแท้ 100% เป็นตัวแรกของโลกมาแล้ว เสื้อเกราะดังกล่าวผลิตขึ้นด้วยกระบวนการทอลายตะกร้า น้ำหนัก 1.6 กิโลกรัม สามารถป้องกันกระสุนปืนขนาด .22, .38 และ 11 มม. ด้วยราคาต้นทุนในงานวิจัยตัวละประมาณ 8-9 พันบาท

จากความสำเร็จดังกล่าว ทีมนักวิจัย ประกอบด้วย รศ.สุจิระ ขอจิตต์เมตต์, ผศ.ดร.สมประสงค์ ภาษาประเทศ และผศ.ดร.อภิชาติ สนธิสมบัติ ได้ต่อยอดไปสู่การพัฒนาเสื้อเกราะกันกระสุนที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น

ความแตกต่างจากเสื้อเกราะรุ่นเก่าคือ กระบวนการผลิตที่มีวิวัฒนาการสูงขึ้น และสมรรถนะการป้องกันอาวุธร้ายแรง เสื้อเกราะรุ่นใหม่ ผลิตขึ้นด้วยกระบวนการทางวิศวกรรมสิ่งทอ ด้วยการนำเส้นใยสังเคราะห์มาเคลือบด้วยแผ่นฟิล์ม โดยกำหนดถึงแรงดัน การทนความร้อน แรงยืดหยุ่นตัว จากนั้นจึงนำมาเข้าสู่กระบวนการอัดขึ้นรูปเป็นแผ่นแล้วมาจัดเรียงเป็นชั้น ๆ ซึ่งไม่ใช่เพียงการทอเส้นใยอีกต่อไป

เมื่อมีการพัฒนาและกระบวนการที่ซับซ้อน ประสิทธิภาพก็ ย่อมเพิ่มขึ้น ซึ่งเจ้าของผลงานบอกว่า สมรรถนะ ของเสื้อเกราะรุ่นใหม่สามารถป้องกันกระสุนจากปืนพกสั้นทั้งหมด รวมทั้งป้องกันปืน เอ็ม 16 ซึ่งเป็นอาวุธสงครามอีกด้วย

สำนักงานทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีได้ให้ทุน นำเทคโนโลยีดังกล่าว เพื่อผลิตชุดเก็บกู้กับระเบิดสังหารบุคคล ส่งไปใช้จริงที่ภาคใต้ 15 ชุดจนถึงปัจจุบัน ได้รับการตอบรับที่ดีจากทหารที่ใช้ อยู่ กระทรวงกลาโหมได้มอบหมายให้ทำเพิ่มอีก 77 ชุด เพื่อส่งมอบให้กับทางทหารในจัง หวัดชายแดนภาคใต้ ล่าสุดผู้วิจัยได้พัฒนา เพิ่มเติมในส่วนที่ล่อแหลมและเสี่ยง โดยเพิ่มการ์ดป้องกัน ปลายคาง ต้นคอ แขน และลำตัว เพื่อให้มีประสิทธิภาพการป้องกันมากที่สุด

รศ.สุจิระ บอกว่า นอกจากประสิทธิภาพที่มากขึ้น มีการผลิตเพื่อการป้องกันที่มากขึ้นแล้ว ผลประโยชน์ที่เกิดกับประเทศไม่ได้มีเท่านั้น เพราะหากเรานำเข้าจากต่างประเทศ ราคาชุดละ 1.8 ล้านบาท แต่ของผลิตในประเทศแค่ชุดละ 12,000 บาท ทำให้เหลืองบประมาณไปใช้ประโยชน์ด้านอื่นได้มหาศาล

ที่มา: เดลินิวส์ออนไลน์ วันจันทร์ ที่ 01 มีนาคม 2553 http://www.dailynews.co.th/newstartpage/index.cfm?page=content&categoryId=316&contentID=51316