ฉลาดบริโภค: พลาดซ้ำของสังคมอเมริกันกรณีโรคอ้วน-ดร.วินัย ดะห์ลัน
เรื่องการก้าวพลาดกรณีส่งเสริมการบริโภคกรดไขมันไม่อิ่มตัวสูงยุคทศวรรษ 1970-1980 นำไปสู่ปัญหากรดไขมันโอเมก้าหกล้นและกรดไขมันทรานส์กันบ้าง น่าจะดีกว่า
เรื่องของเรื่องมาจากปัญหาโรคหัวใจและหลอดเลือดของคนอเมริกันหลังยุคสงคราม โลกครั้งที่สองที่พุ่งขึ้นเป็นติดจรวด สหรัฐอเมริกาเป็นสังคมของนักวิชาการต่างฝ่ายต่างก็หาสาเหตุและวิธีการแก้ไข สิ่งที่พบคือภาวะคอเลสเตอรอลสูงในเลือด มีผลทำให้หลอดเลือดตีบ นำไปสู่ปัญหาโรคหัวใจ ในที่สุดก็คร่าชีวิตคนอเมริกันล้มตายกันผล็อยๆ
เมื่อคอเลสเตอรอลสูงในเลือดเป็นสาเหตุ นักวิชาการทั้งแพทย์ ทั้งนักโภชนาการจึงแห่กันออกมาให้คำแนะนำเรื่องการลดการบริโภคคอเลสเตอรอล รวมทั้งการหาวิธีดูแลด้านโภชนาการเพื่อลดคอเลสเตอรอลในเลือดกันยกใหญ่ เป็นที่มาของกรณีการรณรงค์การบริโภคกรดไขมันโอเมก้า 6 ในยุคทศวรรษ 1970-1980 อย่างที่บอกโดยนักวิชาการพบว่า การบริโภคกรดไขมันโอเมก้า 6 ช่วยให้คอเลสเตอรอลในเลือดลดลงได้
กรดไขมันโอเมก้า 6 เป็นกรดไขมันไม่อิ่มตัวสูง กลุ่มโอเมก้า 6 มีกรดไลโนเลอิกซึ่งเป็นกรดไขมันจำเป็นที่ร่างกายสร้างไม่ได้ต้องได้รับจาก อาหารเท่านั้นเป็นหลักนักวิชาการรู้จักกรดไขมันตัวนี้มาตั้งแต่ปี ค.ศ.1937 แล้วรู้ด้วยว่ากรดไขมันตัวนี้พบมากในน้ำมันพืชหลายชนิดแต่ขณะนั้นยังไม่รู้ ว่ามันช่วยลดคอเลสเตอรอลในเลือดได้ถึงรู้ก็ยังไม่ทราบว่าคอเลสเตอรอลในเลือด เป็นสาเหตุให้คนอเมริกันต้องเสียชีวิตมากมายในเวลาต่อมา
ยุคหลังสงครามโลกครั้งที่สอง สาเหตุหลักที่ทำให้คนอเมริกันเสียชีวิตคือโรคหัวใจและหลอดเลือด นักวิชาการรู้ว่าเรื่องนี้เป็นผลมาจากการบริโภคไขมันมากเกินไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนอเมริกันนิยมอาหารประเภทไขมันสัตว์ ทั้งไขมันวัว ไขมันหมู เวลาทอดอาหารใช้ความร้อนสูงมากๆ ก็ต้องนำเอาไขมันสัตว์เป็นก้อนแข็งเหล่านี้มาใส่ในกระทะ ทอดด้วยความร้อนสูงๆใช้เวลานานๆ ทั้งไขมันอิ่มตัวและไขมันสัตว์เหล่านี้เองที่ก่อปัญหาทำให้ไขมันสูงในเลือด ทั้งคอเลสเตอรอลและไตรกลีเซอไรด์ แต่ยุคแรกๆ นักวิชาการอเมริกันห่วงแต่เรื่องคอเลสเตอรอลเท่านั้น
เมื่อเปลี่ยนการบริโภคจากไขมันสัตว์มาเป็นน้ำมันพืชที่มีกรดไขมันไม่อิ่มตัว สูงในปริมาณมากๆ อย่างเช่นน้ำมันเมล็ดทานตะวันที่มีกรดไลโนเลอิก 68% น้ำมันเมล็ดคำฝอยที่มีกรดไลโนเลอิก 78% หรือน้ำมันพืชชนิดอื่นๆ เช่น น้ำมันข้าวโพด (59%)น้ำมันเมล็ดฝ้าย (54%) น้ำมันถั่วเหลือง(51%) น้ำมันงา (45%) เลี่ยงไขมันสัตว์อย่างไขมันวัว ไขมันหมู(10%) สิ่งที่พบคือคอเลสเตอรอลในเลือดลดลงได้ ก็เท่านั้นแหละที่ทำให้สังคมอเมริกันตื่นตัวในเรื่องโภชนาการ ว่าด้วยเรื่องไขมันกันยกใหญ่
คนอเมริกันยุคทศวรรษที่ 1970 ได้รับคำแนะนำให้เพิ่มการบริโภคกรดไลโนเลอิกให้มากขึ้น เลี่ยงหรือลดไขมันอิ่มตัวอย่างเด็ดขาด สังคมอเมริกันเกิดการรณรงค์เรื่องการลดคอเลสเตอรอล ตอนนั้นนักวิชาการยังไม่เข้าใจกลไกของกรดไขมันไม่อิ่มตัวสูงมากนัก รู้แต่ว่าเมื่อเปลี่ยนจากการบริโภคไขมันสัตว์มาบริโภคน้ำมันพืชที่มีกรดไลโน เลอิกมากขึ้น อุบัติการณ์เกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดลดลง โดยขณะนั้นยังไม่รู้ว่าเป็นผลมาจากการลดไขมันสัตว์มากกว่าการเพิ่มการบริโภค น้ำมันพืช
นักวิชาการอเมริกันยุคแรกๆ แนะนำให้บริโภคน้ำมันพืชที่มีกรดไขมันโอเมก้า 6 ให้มากๆ ยิ่งมากก็ยิ่งดี น้ำมันพืชกลุ่มที่มีไลโนเลอิกสูงๆ ทั้งน้ำมันเมล็ดทานตะวันเมล็ดคำฝอย ข้าวโพด ถั่วเหลือง พาเหรดกันออกมายึดครองตลาดอเมริกัน และในที่สุดวิชาการแบบอเมริกันก็แพร่ออกไปทั่วโลก รวมถึงประเทศไทย ถั่วเหลืองและฝ้ายเป็นพืชเศรษฐกิจหลักของสหรัฐอเมริกาโดยถั่วเหลืองมี อิทธิพลมากกว่าเนื่องจากเกษตรกรถั่วเหลืองอเมริกันรวมตัวได้เป็นกลุ่มเป็น ก้อนกว่า ให้ทุนสนับสนุนทางวิชาการได้มากกว่า ไม่นานนักอิทธิพลของถั่วเหลืองก็เพิ่มขึ้น ความรู้เรื่องข้อดีของน้ำมันถั่วเหลืองจึงมาแรงแซงน้ำมันพืชทุกชนิดไปได้หมด
คนอเมริกันได้รับการแนะนำให้บริโภคน้ำมันพืชประเภทที่มีกรดไขมันไลโนเลอิก มากขึ้น ขณะที่ลดกรดไขมันอิ่มตัวไปพร้อมๆกัน ทั้งไขมันสัตว์ ทั้งน้ำมันพืชบางชนิด เช่นน้ำมันมะพร้าวและปาล์มถูกรังเกียจ สังคมอเมริกันเน้นการบริหารจัดการด้วยกฎหมายและกฎระเบียบ บรรดาสมาชิกสภาจึงมีบทบาทสูง สิ่งที่เรียกว่าการวิ่งเต้นหรือล็อบบี้เพื่อสนับสนุนกฎหมายฝ่ายที่ตนเองเห็น ด้วยกลายเป็นเรื่องปกติ คนอเมริกันรังเกียจการคอร์รัปชันในสังคมอื่น แต่กลับมองไม่เห็นว่าการล็อบบี้กับการคอร์รัปชันมันก็เรื่องเดียวกัน
ช่วงปลายทศวรรษที่ 1970 ต่อต้นทศวรรษ 1980 นี่เองที่เกิดสิ่งที่เรียกว่า 'สงครามน้ำมันพืช' ขึ้นระหว่างถั่วเหลืองกับปาล์มต่อเนื่องไปจนถึงยุค 1990 น้ำมันปาล์มที่มีกรดไขมันอิ่มตัวอยู่มากถึง50% มีกรดไลโนเลอิก 10%กลายเป็นผู้ร้ายในสายตาของนักวิชาการอเมริกัน
สิ่งที่หลายฝ่ายมองข้ามคือถั่วเหลืองเป็นพืชเศรษฐกิจของสังคมอเมริกัน ขณะที่น้ำมันปาล์มเป็นอาหารนำเข้าจากต่างประเทศ เรื่องนี้จึงเป็นเรื่องธุรกิจการค้ามากกว่าที่เป็นปัญหาทางวิชาการ
แต่ในที่สุดสังคมวิชาการในมหา-วิทยาลัยก็หนีอิทธิพลทางธุรกิจไปไม่พ้นจากผล ประโยชน์ทางธุรกิจแปรเปลี่ยนเป็นข้อมูลทางวิชาการเผยแพร่ออกไปทั่วโลก
ตัวผมเองเมื่อครั้งเริ่มต้นทำงานยังต้องช่วยทำโปสเตอร์ต่อต้านน้ำมันปาล์ม และมะพร้าว ส่งเสริมการบริโภคน้ำมันถั่วเหลืองถึงขนาดทำแผ่นปลิวอธิบายวิธีการบริโภค น้ำมันถั่วเหลืองกันเป็นเรื่องเป็นราว ต้องใช้กี่ช้อนโต๊ะในอาหารหนึ่งมื้อ ข้อมูลวิชาการที่ระบาดมาจากสังคมอเมริกันถึงประเทศไทยโดยไม่ทันคิดว่าถั่ว เหลืองคือพืชนำเข้าขณะที่ปาล์มกับมะพร้าวเป็นพืชเศรษฐกิจของสังคมไทยแท้ๆ ในที่สุดส่งผลให้อุตสาหกรรมปาล์มและมะพร้าวในบ้านเราแทบถึงการณ์ดับสลาย ประเทศไทยกลายเป็นหนึ่งในประเทศที่นำเข้าผลิตภัณฑ์ถั่วเหลืองมากที่สุดในโลก จนกระทั่งทุกวันนี้
อีกหลายปีต่อมา นักวิชาการอย่าง Laura Sims ที่ทำงานอยู่ในรัฐสภาสหรัฐนำเรื่องการล็อบบี้ในประเด็นน้ำมันถั่วเหลืองกับ น้ำมันปาล์มที่กลายเป็นสงครามน้ำมันพืชในสหรัฐอเมริกามาเปิดเผยในหนังสือของ เธอชื่อ 'การเมืองน้ำมันพืช'(Politics of Fat) กลายเป็นเรื่องฮือฮาที่ทำให้สังคมได้รับรู้ว่าการล็อบบี้ไม่ได้เกิดเฉพาะใน สภาเท่านั้น แต่เป็นล่ำเป็นสันอยู่ในแวดวงวิชาการอย่างมหาวิทยาลัยด้วย นักวิชาการรับทุนทำงานด้านวิชาการเผยแพร่ข้อมูลที่สอดคล้องกับความต้องการ ของฝ่ายธุรกิจและอุตสาหกรรม ที่ในที่สุดผลักดันสังคมให้ลื่นไถลกลายเป็นสังคมกรดไขมันโอเมก้า 6 ล้นไปในที่สุด
กว่าจะรู้ว่าก้าวพลาด เราก็เจอปัญหาโรคหัวใจไม่ลด โรคอ้วนเพิ่มขึ้นเป็นที่เรียบร้อย เรื่องอย่างนี้ก็ไม่รู้ว่าจะไปกล่าวโทษเอาผิดกับใครได้
ที่มา: คอลัมน์ ฉลาดบริโภค: พลาดซ้ำของสังคมอเมริกันกรณีโรคอ้วน โดย ดร.วินัย ดะห์ลัน เนชั่นสุดสัปดาห์ ปีที่ 19 ฉบับที่ 962 วันที่ 5-11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553 หน้า 70-71
สรุป น้ำมันถั่วเหลืองไม่ได้มีดีไปกว่าน้ำมันปาล์มเลย
Showing posts with label อ.ย.ครับ มันมากับอาหารครับ. Show all posts
Showing posts with label อ.ย.ครับ มันมากับอาหารครับ. Show all posts
Friday, December 31, 2010
Saturday, November 20, 2010
แคดเมียมในเห็ดหอมแห้ง Cadmium found in edible dry mushroom .
คนไทยมีวิวัฒนาการของการรับประทานอาหารไม่เหมือนชาติใดในโลก คือสามารถนำอาหารท้องถิ่นของแต่ละแห่งมาผสมรวมกันกลายเป็นอาหารอีกชนิดหนึ่ง ได้อย่างน่าอัศจรรย์
จะว่าเป็นพรสวรรค์หรือฝีมืออันนี้ก็แล้วแต่ใครจะเรียก แต่สิ่งหนึ่งที่ไม่อาจเหมือนใครนั่นคือ รสชาติที่มีความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว
อาหารไทยเป็นอาหารที่มีรสชาติจัดจ้านเป็นเอกลักษณ์ คนจีนกินอาหารที่มีรสชาตินุ่มนวลไม่จัดจ้าน แต่ก็ไม่เชิงไม่มีรสชาติเสียทีเดียว
วัตถุดิบก็เป็นสิ่งที่มีอยู่ในท้องถิ่น แต่เครื่องจะไม่เยอะเหมือนกับอาหารไทย
เมื่อ คนจีนเริ่มเข้ามามีบทบาทในประเทศไทยมากขึ้น ก็ได้นำเอาวัฒนธรรม ด้านอาหารการกินเข้ามาด้วย เครื่องปรุงรสที่ใช้ก็จะมีเต้าเจี้ยว ซอส ซีอิ๊วต่างๆ หรือแม้แต่เห็ดหอม
เห็ดหอม เป็นเห็ดที่คนจีนใช้เป็นยาอายุวัฒนะ โดยมีความเชื่อว่าช่วย รักษาหวัด ทำให้เลือดลมดี
ประโยชน์ของเห็ดหอม คือบำรุงสมอง เพิ่มความสดชื่น คึกคัก ช่วย ในระบบย่อยอาหาร ป้องกันหลอดเลือดแดงแข็งตัว ต้านมะเร็ง รักษาหอบหืด ลดความเครียด ต้านไวรัส บำรุงประสาท ช่วยให้หลับง่าย บำรุงปอด บำรุง หลอดลม ชะลอความชรา
อีกทั้งเห็ดหอมยังมีกรดอะมิโนชื่อ eritadenine ช่วยให้ไตย่อยคอเลสเทอรอลได้ดี โดยตัวเห็ดหอมนั้นล้วนมีแต่ของที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย
แต่สิ่งแวดล้อมภายนอกอาจทำให้เห็ดหอมนั้นมีโทษแฝงอยู่ เช่น ปนเปื้อน สารแคดเมียมในเห็ดหอมแห้ง ซึ่งอาจเกิดจากสภาพแวดล้อมที่ปนเปื้อน เช่น อาจมีการเพาะปลูกเห็ดหอมอยู่ใกล้ๆโรงงานอุตสาหกรรมหนักที่อาจปล่อยควันพิษ หรือของเสียต่างๆ หรือโลหะหนักลงสู่แหล่งน้ำและดิน
และเมื่อแคดเมียม ปนเปื้อนอยู่ในแหล่งน้ำ ดิน และอากาศแล้ว โอกาสที่แคด-เมียมจะปนเปื้อนในพืช ผัก รวมถึงเห็ดที่เพาะปลูกอยู่ใกล้ๆ ก็มีสูงตามไปด้วย
สำหรับวันนี้ สถาบันอาหารได้ทำการสุ่มตัวอย่างเห็ดหอมแห้งเพื่อนำมาวิเคราะห์หาการปนเปื้อนของสารแคดเมียมในเห็ดหอม จำนวน 5 ตัวอย่าง
ผลวิเคราะห์ ปรากฏว่าพบแคดเมียมปนเปื้อนในทุกตัวอย่าง แต่ปริมาณที่ปนเปื้อนนั้นยังนับว่าไม่สูงมาก
ผลการตรวจวิเคราะห์
ที่มา: ไทยรัฐออนไลน์ 19 พฤศจิกายน 2553
จะว่าเป็นพรสวรรค์หรือฝีมืออันนี้ก็แล้วแต่ใครจะเรียก แต่สิ่งหนึ่งที่ไม่อาจเหมือนใครนั่นคือ รสชาติที่มีความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว
อาหารไทยเป็นอาหารที่มีรสชาติจัดจ้านเป็นเอกลักษณ์ คนจีนกินอาหารที่มีรสชาตินุ่มนวลไม่จัดจ้าน แต่ก็ไม่เชิงไม่มีรสชาติเสียทีเดียว
วัตถุดิบก็เป็นสิ่งที่มีอยู่ในท้องถิ่น แต่เครื่องจะไม่เยอะเหมือนกับอาหารไทย
เมื่อ คนจีนเริ่มเข้ามามีบทบาทในประเทศไทยมากขึ้น ก็ได้นำเอาวัฒนธรรม ด้านอาหารการกินเข้ามาด้วย เครื่องปรุงรสที่ใช้ก็จะมีเต้าเจี้ยว ซอส ซีอิ๊วต่างๆ หรือแม้แต่เห็ดหอม
เห็ดหอม เป็นเห็ดที่คนจีนใช้เป็นยาอายุวัฒนะ โดยมีความเชื่อว่าช่วย รักษาหวัด ทำให้เลือดลมดี
ประโยชน์ของเห็ดหอม คือบำรุงสมอง เพิ่มความสดชื่น คึกคัก ช่วย ในระบบย่อยอาหาร ป้องกันหลอดเลือดแดงแข็งตัว ต้านมะเร็ง รักษาหอบหืด ลดความเครียด ต้านไวรัส บำรุงประสาท ช่วยให้หลับง่าย บำรุงปอด บำรุง หลอดลม ชะลอความชรา
อีกทั้งเห็ดหอมยังมีกรดอะมิโนชื่อ eritadenine ช่วยให้ไตย่อยคอเลสเทอรอลได้ดี โดยตัวเห็ดหอมนั้นล้วนมีแต่ของที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย
แต่สิ่งแวดล้อมภายนอกอาจทำให้เห็ดหอมนั้นมีโทษแฝงอยู่ เช่น ปนเปื้อน สารแคดเมียมในเห็ดหอมแห้ง ซึ่งอาจเกิดจากสภาพแวดล้อมที่ปนเปื้อน เช่น อาจมีการเพาะปลูกเห็ดหอมอยู่ใกล้ๆโรงงานอุตสาหกรรมหนักที่อาจปล่อยควันพิษ หรือของเสียต่างๆ หรือโลหะหนักลงสู่แหล่งน้ำและดิน
และเมื่อแคดเมียม ปนเปื้อนอยู่ในแหล่งน้ำ ดิน และอากาศแล้ว โอกาสที่แคด-เมียมจะปนเปื้อนในพืช ผัก รวมถึงเห็ดที่เพาะปลูกอยู่ใกล้ๆ ก็มีสูงตามไปด้วย
สำหรับวันนี้ สถาบันอาหารได้ทำการสุ่มตัวอย่างเห็ดหอมแห้งเพื่อนำมาวิเคราะห์หาการปนเปื้อนของสารแคดเมียมในเห็ดหอม จำนวน 5 ตัวอย่าง
ผลวิเคราะห์ ปรากฏว่าพบแคดเมียมปนเปื้อนในทุกตัวอย่าง แต่ปริมาณที่ปนเปื้อนนั้นยังนับว่าไม่สูงมาก
ผลการตรวจวิเคราะห์
วันนี้ยังทานเห็ดหอมกันได้ แต่ไม่ควรทานให้บ่อยมากนัก
โดยควรล้างน้ำโดยการแช่น้ำทิ้งไว้ นาน ๆ (แนะนำให้ใช้เกลือละลายน้ำ ช่วยล้างสารพิษ)
ยังไงฝากช่วยตรวจสารตะกั่วในเห็ดหอม และสาหร่ายทะเลด้วยครับ
โดยควรล้างน้ำโดยการแช่น้ำทิ้งไว้ นาน ๆ (แนะนำให้ใช้เกลือละลายน้ำ ช่วยล้างสารพิษ)
ยังไงฝากช่วยตรวจสารตะกั่วในเห็ดหอม และสาหร่ายทะเลด้วยครับ
ที่มา: ไทยรัฐออนไลน์ 19 พฤศจิกายน 2553
Tuesday, August 10, 2010
อย.เตือนระวังน้ำปลา-น้ำส้มสายชูปลอมระบาด
"จุรินทร์" นำทีมจับโรงงานน้ำปลา-น้ำส้มสายชูปลอม อย.เตือนสุดอันตราย ทำกระเพาะ ไต พัง
วันนี้ (9 ส.ค.2553) ที่กระทรวงสาธารณสุข นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รมว.สารณสุข นพ.พิพัฒน์ ยิ่งเสรี เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) พล.ต.ต.จตุรงค์ ภุมรินทร์ ผบก.ปคบ. ร่วมกันแถลงข่าวการทลายโรงงานน้ำปลาปลอมที่ จ.สมุทรสงคราม และ จ.นครสวรรค์
นายจุรินทร์ กล่าวว่า เมื่อเดือน ส.ค. อย.และตำรวจ บก.ปคบ.ได้ร่วมกันทลายโรงงานน้ำปลาปลอมที่ จ.สิงห์บุรี ซึ่งผลตรวจทางห้องปฏิบัติการพบว่าผิดมาตรฐาน เนื่องจากพบค่าไนโตรเจน ซึ่งเป็นตัวบ่งชี้ปริมาณโปรตีนเพียง 0.7 กรัมต่อลิตร ทั้งที่ค่ามาตรฐานกำหนดว่าจะต้องมีไม่น้อยกว่า 4 กรัมต่อลิตร นอกจากนี้ยังพบสารกันบูดถึง 3,400-4,000 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม แต่ตามกฎหมายกำหนดว่าไม่ควรเกิน 1,000 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม
เมื่อไม่นานนี้มีพลเมืองดีแจ้งเบาะแสมา จึงได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบโรงงานน้ำปลาแก้วจินดาอุตสาหกรรม ที่ตั้งอยู่ใน จ.นครสวรรค์ พบสถานที่ผลิตไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์จีเอ็มพี นอกจากนี้พบผลิตภัณฑ์น้ำปลาผสมตราทับทิมและน้ำปลาผสมตราปลาไส้ตันชุมพร ผลการตรวจสอบเบื้องต้นพบมีสารอาหารต่ำกว่ามาตรฐาน ทั้งยังพบผลิตภัณฑ์อ้างว่าเป็นน้ำปลาแท้ตราปลาไส้ตันชมจันทร์และพบน้ำเกลือ ปรุงอาหารตราดอกบัวคู่ ซึ่งจะได้นำไปส่งตรวจสอบกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ต่อไปว่าได้มาตรฐานหรือไม่ หากพบว่าผิดมาตรฐานมีโทษปรับไม่เกิน 5 แสนบาท หรือถ้าพบวัตถุกันเสียเกินปริมาณที่กำหนดมีโทษปรับไม่เกิน 2 แสนบาท
นอกจากนี้ยังได้เข้าตรวจสอบโรงงานน้ำปลาวิจิตร (ฮั่วฮะ) ที่อยู่ใน จ. สมุทรสงคราม ซึ่งผลการตรวจสอบโรงงานไม่ผ่านเกณฑ์จีเอ็มพี ทั้งยังพบผลิตภัณฑ์น้ำปลาและน้ำส้มสายชูเทียม มีการแสดงฉลากไม่ตรงตามที่ขออนุญาตด้วย ประกอบด้วย น้ำปลาผสมตรากุ้งวิจิตร บนฉลากแสดงเลขสารบบของน้ำเกลือปรุงอาหารตราเก้าสิบเก้า แสดงวันผลิตไม่ตรงตามข้อเท็จจริง ส่วนน้ำส้มสายชูเทียม ตราฮ่องเต้ มีการแสดงฉลากไม่ตรงตามที่ขออนุญาต เนื่องจากบนฉลากแสดงเลขสารบบของน้ำเกลือปรุงอาหารตราทิพย์ ทั้งยังพบฉลากผลิตภัณฑ์น้ำปลา วัตถุแต่งกลิ่นรสและฉลากน้ำส้มสายชูที่ไม่ถูกต้องหลายรายการ จึงได้อายัดและเก็บตัวอย่างส่งตรวจวิเคราะห์รวมมูลค่าของกลางประมาณ 15 ล้านบาท จึงได้แจ้งข้อหาสถานที่ผลิตอาหารไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์จีเอ็มพี ซึ่งมีโทษปรับไม่เกิน 1 แสนบาท ผลิตอาหารเพื่อมีฉลากเพื่อลวง เข้าข่ายอาหารปลอม มีโทษจำคุกตั้งแต่ 6 เดือน -10 ปี และปรับตั้งแต่ 5,000-1 ล้านบาท หากตรวจวิเคราะห์อาหารไม่ได้มาตรฐาน พบวัตถุกันเสียจะมีการดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
ด้าน นพ.พิพัฒน์ เลขาธิการ อย. กล่าวว่า ที่ต้องออกมาเตือนก่อนที่ผลการตรวจจะออกมา เพื่อความปลอดภัย เพราะอาจมีผู้บริโภคซื้อไปรับประทานหรือมีร้านค้านนำไปจำหนาย ดังนั้นอาจจะทำให้เป็นอันตรายกับไตได้ ส่วนกรณีน้ำส้มสายชูเทียม ตอนนี้ผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการยังไม่ออกแต่ที่เราเป็นห่วงคือ ในอดีตที่เคยจับกุมพบว่า มีการผลิตจากกรดซัลฟูริกที่มีความเข้มข้น อาจทำให้เกิดแผลในกระเพาะอาหารและเลือดออกในกระเพาะอาหารได้ ที่แนะนำให้รับประทานคือน้ำส้มที่ผลิตจากการหมัก มิใช่ผลิตจากสารเคมี กรณีน้ำส้มที่ตรวจพบ ยังไม่ได้รับอนุญาตให้ผลิตหรือผ่านการขึ้นทะเบียน ระหว่างนี้จึงควรงดบริโภคก่อน
ที่มา: อย.เตือนระวังน้ำปลา-น้ำส้มสายชูปลอมระบาด เดลินิวส์ออนไลน์ วันจันทร์ที่ 09 สิงหาคม 2553
วันนี้ (9 ส.ค.2553) ที่กระทรวงสาธารณสุข นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รมว.สารณสุข นพ.พิพัฒน์ ยิ่งเสรี เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) พล.ต.ต.จตุรงค์ ภุมรินทร์ ผบก.ปคบ. ร่วมกันแถลงข่าวการทลายโรงงานน้ำปลาปลอมที่ จ.สมุทรสงคราม และ จ.นครสวรรค์
นายจุรินทร์ กล่าวว่า เมื่อเดือน ส.ค. อย.และตำรวจ บก.ปคบ.ได้ร่วมกันทลายโรงงานน้ำปลาปลอมที่ จ.สิงห์บุรี ซึ่งผลตรวจทางห้องปฏิบัติการพบว่าผิดมาตรฐาน เนื่องจากพบค่าไนโตรเจน ซึ่งเป็นตัวบ่งชี้ปริมาณโปรตีนเพียง 0.7 กรัมต่อลิตร ทั้งที่ค่ามาตรฐานกำหนดว่าจะต้องมีไม่น้อยกว่า 4 กรัมต่อลิตร นอกจากนี้ยังพบสารกันบูดถึง 3,400-4,000 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม แต่ตามกฎหมายกำหนดว่าไม่ควรเกิน 1,000 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม
เมื่อไม่นานนี้มีพลเมืองดีแจ้งเบาะแสมา จึงได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบโรงงานน้ำปลาแก้วจินดาอุตสาหกรรม ที่ตั้งอยู่ใน จ.นครสวรรค์ พบสถานที่ผลิตไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์จีเอ็มพี นอกจากนี้พบผลิตภัณฑ์น้ำปลาผสมตราทับทิมและน้ำปลาผสมตราปลาไส้ตันชุมพร ผลการตรวจสอบเบื้องต้นพบมีสารอาหารต่ำกว่ามาตรฐาน ทั้งยังพบผลิตภัณฑ์อ้างว่าเป็นน้ำปลาแท้ตราปลาไส้ตันชมจันทร์และพบน้ำเกลือ ปรุงอาหารตราดอกบัวคู่ ซึ่งจะได้นำไปส่งตรวจสอบกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ต่อไปว่าได้มาตรฐานหรือไม่ หากพบว่าผิดมาตรฐานมีโทษปรับไม่เกิน 5 แสนบาท หรือถ้าพบวัตถุกันเสียเกินปริมาณที่กำหนดมีโทษปรับไม่เกิน 2 แสนบาท
นอกจากนี้ยังได้เข้าตรวจสอบโรงงานน้ำปลาวิจิตร (ฮั่วฮะ) ที่อยู่ใน จ. สมุทรสงคราม ซึ่งผลการตรวจสอบโรงงานไม่ผ่านเกณฑ์จีเอ็มพี ทั้งยังพบผลิตภัณฑ์น้ำปลาและน้ำส้มสายชูเทียม มีการแสดงฉลากไม่ตรงตามที่ขออนุญาตด้วย ประกอบด้วย น้ำปลาผสมตรากุ้งวิจิตร บนฉลากแสดงเลขสารบบของน้ำเกลือปรุงอาหารตราเก้าสิบเก้า แสดงวันผลิตไม่ตรงตามข้อเท็จจริง ส่วนน้ำส้มสายชูเทียม ตราฮ่องเต้ มีการแสดงฉลากไม่ตรงตามที่ขออนุญาต เนื่องจากบนฉลากแสดงเลขสารบบของน้ำเกลือปรุงอาหารตราทิพย์ ทั้งยังพบฉลากผลิตภัณฑ์น้ำปลา วัตถุแต่งกลิ่นรสและฉลากน้ำส้มสายชูที่ไม่ถูกต้องหลายรายการ จึงได้อายัดและเก็บตัวอย่างส่งตรวจวิเคราะห์รวมมูลค่าของกลางประมาณ 15 ล้านบาท จึงได้แจ้งข้อหาสถานที่ผลิตอาหารไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์จีเอ็มพี ซึ่งมีโทษปรับไม่เกิน 1 แสนบาท ผลิตอาหารเพื่อมีฉลากเพื่อลวง เข้าข่ายอาหารปลอม มีโทษจำคุกตั้งแต่ 6 เดือน -10 ปี และปรับตั้งแต่ 5,000-1 ล้านบาท หากตรวจวิเคราะห์อาหารไม่ได้มาตรฐาน พบวัตถุกันเสียจะมีการดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
ด้าน นพ.พิพัฒน์ เลขาธิการ อย. กล่าวว่า ที่ต้องออกมาเตือนก่อนที่ผลการตรวจจะออกมา เพื่อความปลอดภัย เพราะอาจมีผู้บริโภคซื้อไปรับประทานหรือมีร้านค้านนำไปจำหนาย ดังนั้นอาจจะทำให้เป็นอันตรายกับไตได้ ส่วนกรณีน้ำส้มสายชูเทียม ตอนนี้ผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการยังไม่ออกแต่ที่เราเป็นห่วงคือ ในอดีตที่เคยจับกุมพบว่า มีการผลิตจากกรดซัลฟูริกที่มีความเข้มข้น อาจทำให้เกิดแผลในกระเพาะอาหารและเลือดออกในกระเพาะอาหารได้ ที่แนะนำให้รับประทานคือน้ำส้มที่ผลิตจากการหมัก มิใช่ผลิตจากสารเคมี กรณีน้ำส้มที่ตรวจพบ ยังไม่ได้รับอนุญาตให้ผลิตหรือผ่านการขึ้นทะเบียน ระหว่างนี้จึงควรงดบริโภคก่อน
ที่มา: อย.เตือนระวังน้ำปลา-น้ำส้มสายชูปลอมระบาด เดลินิวส์ออนไลน์ วันจันทร์ที่ 09 สิงหาคม 2553
Monday, July 12, 2010
เอเชียเป็นเบาหวานหนักเพราะความนิยมกินอาหารแบบจานด่วน
ผู้เชี่ยวชาญบอกเตือนว่า ความนิยมอาหารจานด่วนแบบตะวันตกที่กำลังเติบโตขึ้น กำลังโหมกระหน่ำโรคเบาหวานให้ลุกฮือขึ้นทั่วทวีปเอเชีย
นัก วิทยาศาสตร์ทั้งออสเตรเลียและเวียดนาม ได้ศึกษาพบว่าชาวนครโฮจิมินห์ เมืองหลวงของเวียดนาม ที่เป็นชาย มากถึงร้อยละ 11 และหญิง ร้อยละ 12 ต่างพากันเป็นโรคเบาหวานแบบที่ 2 โดยไม่รู้ตัวตามๆกัน
ศาสตราจารย์ เติน เหงียน แห่งสถานวิจัยทางการแพทย์การ์แวน ที่นครซิดนีย์ กล่าวว่า ชาวเวียดนามได้เปลี่ยนแบบนิสัยการกิน ในระยะเวลา 2-3 ปีมานี้ไปอย่างผิดหูผิดตา โดยเฉพาะผู้ที่อยู่ตามเมืองต่างๆ หันมากินตามแบบอย่างตะวันตกกันมากขึ้น มีร้านอาหารจานด่วนอยู่เกือบทุกหัวระแหง และเสริมว่า "เหมือนกับผลการศึกษาแบบเดียวกันที่ทำในเมืองไทย"
เขาสรุปว่า "เรารู้สึกเชื่อมั่นมากว่า เราอาจประมาณการจากข้อเท็จจริงที่ปรากฏอยู่แล้วได้ว่า ผลก็คงเป็นเช่นเดียวกับส่วนอื่นของเอเชียอาคเนย์ ไม่ว่าจะที่มาเลเซีย สิงคโปร์ กัมพูชาและลาว"
ไลฟ์สไตล์ ไทยรัฐ 12 กรกฎาคม 2553
นัก วิทยาศาสตร์ทั้งออสเตรเลียและเวียดนาม ได้ศึกษาพบว่าชาวนครโฮจิมินห์ เมืองหลวงของเวียดนาม ที่เป็นชาย มากถึงร้อยละ 11 และหญิง ร้อยละ 12 ต่างพากันเป็นโรคเบาหวานแบบที่ 2 โดยไม่รู้ตัวตามๆกัน
ศาสตราจารย์ เติน เหงียน แห่งสถานวิจัยทางการแพทย์การ์แวน ที่นครซิดนีย์ กล่าวว่า ชาวเวียดนามได้เปลี่ยนแบบนิสัยการกิน ในระยะเวลา 2-3 ปีมานี้ไปอย่างผิดหูผิดตา โดยเฉพาะผู้ที่อยู่ตามเมืองต่างๆ หันมากินตามแบบอย่างตะวันตกกันมากขึ้น มีร้านอาหารจานด่วนอยู่เกือบทุกหัวระแหง และเสริมว่า "เหมือนกับผลการศึกษาแบบเดียวกันที่ทำในเมืองไทย"
เขาสรุปว่า "เรารู้สึกเชื่อมั่นมากว่า เราอาจประมาณการจากข้อเท็จจริงที่ปรากฏอยู่แล้วได้ว่า ผลก็คงเป็นเช่นเดียวกับส่วนอื่นของเอเชียอาคเนย์ ไม่ว่าจะที่มาเลเซีย สิงคโปร์ กัมพูชาและลาว"
ไลฟ์สไตล์ ไทยรัฐ 12 กรกฎาคม 2553
Wednesday, July 7, 2010
รวบโรงงานยาเถื่อน ยึด10ล้าน แอบผลิตกลางคืน
อย.ร่วมกับตำรวจ ปคบ.บุกจับโรงงานยากลางกรุง ลักลอบผลิตยาแก้ปวด ยาปฏิชีวนะ ส่งขายชายแดน ยึดของกลางมูลค่ากว่า 10 ล้านบาท เผยเป็นโรงงานที่ถูกปิดตั้งแต่ปี 48 แต่ลักลอบผลิตกลางคืน ชาวบ้านหวั่นอันตรายแจ้งอย. ...
อย่างไรก็ตาม จากการสืบสวนก่อนหน้านี้ ทราบว่า ในช่วงกลางคืน มีการลักลอบผลิตยาฉีดประเภทแก้ปวด ลดไข้ ที่ อย. ถอนทะเบียนตำรับยาแล้วโดย อย.ได้ยึดของกลาง ยาฉีด ไดไพโรน (ชื่อการค้า WINAGIN) และ ยาเม็ดอีกหลายรายการ เช่น ยาเดกซาเมทาโซน และ เตตร้าไซคลิน เป็นต้น โดยยาที่ผลิตทั้งหมดได้นำไปส่งขายตามแนวชายแดน ได้แก่ จังหวัดจันทบุรี ตราด หนองคาย อ.แม่สอด จ. ตาก ระนอง และ ชุมพร ในส่วนของกลางที่ยึดได้ทั้งหมด มีมูลค่ากว่า 10 ล้านบาท แยกเป็นยาฉีด 4 รายการ ยาเม็ดกว่า 26 รายการ ซึ่ง
เลขาธิการ อย. กล่าวว่า ได้แจ้งข้อหาฐานผลิตยาแผนปัจจุบัน ที่รัฐมนตรีสั่งเพิกถอนทะเบียนตำรับยา มีโทษจำคุกตั้งแต่ 2 - 5 ปี และ ปรับตั้งแต่ 4 พันบาท ถึง 2 หมื่นบาท , ข้อหาผลิตยาแผนปัจจุบันไม่ปฏิบัติตามกฎกระทรวง มีโทษปรับตั้งแต่ 2 พันบาท ถึง 1 หมื่นบาท , ข้อหาผู้รับอนุญาตผลิตยาแผนปัจจุบันไม่แจ้งเปลี่ยนแปลงที่ตั้งสถานที่ผลิต มีโทษปรับตั้งแต่ 2 พันบาท ถึง 1 หมื่นบาท และ ข้อหาผลิตยาแผนปัจจุบันผิดมาตรฐานที่กำหนดไว้ในทะเบียนตำรับยา มีโทษจำคุกตั้งแต่ 2 ปี ถึง 5 ปี และปรับตั้งแต่ 4 พันบาท ถึง 2 หมื่นบาท ทั้งนี้ขอเตือนผู้ผลิตยาแผนปัจจุบันและยาแผนโบราณทุกราย อย่าได้กระทำการฝ่าฝืนกฎหมายในการผลิตยาใดๆที่มิได้ขออนุญาตอย่างถูกต้อง ที่สำคัญ ควรมีคุณธรรม และมีความรับผิดชอบต่อสังคม หากผู้บริโภคท่านใดพบเห็นการผลิต จำหน่ายผลิตภัณฑ์สุขภาพผิดกฎหมายที่คาดว่าจะเป็นอันตราย โปรดแจ้งร้องเรียนได้ที่ ศูนย์เฝ้าระวังและรับเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์สุขภาพ ชั้น 1 ตึก อย. หรือ สายด่วน อย. 1556 หรือ E-mail: 1556@fda.moph.go.th หรือ ตู้ ปณ. 1556 ปณฝ. กระทรวงสาธารณสุข จ.นนทบุรี หรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดที่พบการกระทำผิดนั้นๆ
นอกจากนี้ สามารถร้องเรียนได้ที่ บก.ปคบ. ตู้ ปณ. 459 ปณศ. สามเสนใน พญาไท กทม. 10400 เพื่อ อย. จะได้ร่วมกับ บก.ปคบ. ตรวจสอบและดำเนินการตามกฎหมาย ปกป้องคุ้มครองผู้บริโภคทั้งชาวไทยและต่างประเทศให้ได้รับความปลอดภัยจากการ ใช้ผลิตภัณฑ์สุขภาพต่อไป
ที่มา: ทีมข่าวการศึกษา ไทยรัฐออนไลน์ 7 กรกฎาคม 2553
===อย.ช่วยรับรายการต่อไปนี้ไปด้วยเด้อ===
แอบทิ่้งสารพิษตอนกลางคืน
แอบผลิตของต้องห้ามตอนกลางคืน
แอบเผาสารพิษ เผาขยะพิษ ตอนกลางคืน
อย่างไรก็ตาม จากการสืบสวนก่อนหน้านี้ ทราบว่า ในช่วงกลางคืน มีการลักลอบผลิตยาฉีดประเภทแก้ปวด ลดไข้ ที่ อย. ถอนทะเบียนตำรับยาแล้วโดย อย.ได้ยึดของกลาง ยาฉีด ไดไพโรน (ชื่อการค้า WINAGIN) และ ยาเม็ดอีกหลายรายการ เช่น ยาเดกซาเมทาโซน และ เตตร้าไซคลิน เป็นต้น โดยยาที่ผลิตทั้งหมดได้นำไปส่งขายตามแนวชายแดน ได้แก่ จังหวัดจันทบุรี ตราด หนองคาย อ.แม่สอด จ. ตาก ระนอง และ ชุมพร ในส่วนของกลางที่ยึดได้ทั้งหมด มีมูลค่ากว่า 10 ล้านบาท แยกเป็นยาฉีด 4 รายการ ยาเม็ดกว่า 26 รายการ ซึ่ง
เลขาธิการ อย. กล่าวว่า ได้แจ้งข้อหาฐานผลิตยาแผนปัจจุบัน ที่รัฐมนตรีสั่งเพิกถอนทะเบียนตำรับยา มีโทษจำคุกตั้งแต่ 2 - 5 ปี และ ปรับตั้งแต่ 4 พันบาท ถึง 2 หมื่นบาท , ข้อหาผลิตยาแผนปัจจุบันไม่ปฏิบัติตามกฎกระทรวง มีโทษปรับตั้งแต่ 2 พันบาท ถึง 1 หมื่นบาท , ข้อหาผู้รับอนุญาตผลิตยาแผนปัจจุบันไม่แจ้งเปลี่ยนแปลงที่ตั้งสถานที่ผลิต มีโทษปรับตั้งแต่ 2 พันบาท ถึง 1 หมื่นบาท และ ข้อหาผลิตยาแผนปัจจุบันผิดมาตรฐานที่กำหนดไว้ในทะเบียนตำรับยา มีโทษจำคุกตั้งแต่ 2 ปี ถึง 5 ปี และปรับตั้งแต่ 4 พันบาท ถึง 2 หมื่นบาท ทั้งนี้ขอเตือนผู้ผลิตยาแผนปัจจุบันและยาแผนโบราณทุกราย อย่าได้กระทำการฝ่าฝืนกฎหมายในการผลิตยาใดๆที่มิได้ขออนุญาตอย่างถูกต้อง ที่สำคัญ ควรมีคุณธรรม และมีความรับผิดชอบต่อสังคม หากผู้บริโภคท่านใดพบเห็นการผลิต จำหน่ายผลิตภัณฑ์สุขภาพผิดกฎหมายที่คาดว่าจะเป็นอันตราย โปรดแจ้งร้องเรียนได้ที่ ศูนย์เฝ้าระวังและรับเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์สุขภาพ ชั้น 1 ตึก อย. หรือ สายด่วน อย. 1556 หรือ E-mail: 1556@fda.moph.go.th หรือ ตู้ ปณ. 1556 ปณฝ. กระทรวงสาธารณสุข จ.นนทบุรี หรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดที่พบการกระทำผิดนั้นๆ
นอกจากนี้ สามารถร้องเรียนได้ที่ บก.ปคบ. ตู้ ปณ. 459 ปณศ. สามเสนใน พญาไท กทม. 10400 เพื่อ อย. จะได้ร่วมกับ บก.ปคบ. ตรวจสอบและดำเนินการตามกฎหมาย ปกป้องคุ้มครองผู้บริโภคทั้งชาวไทยและต่างประเทศให้ได้รับความปลอดภัยจากการ ใช้ผลิตภัณฑ์สุขภาพต่อไป
ที่มา: ทีมข่าวการศึกษา ไทยรัฐออนไลน์ 7 กรกฎาคม 2553
===อย.ช่วยรับรายการต่อไปนี้ไปด้วยเด้อ===
แอบทิ่้งสารพิษตอนกลางคืน
แอบผลิตของต้องห้ามตอนกลางคืน
แอบเผาสารพิษ เผาขยะพิษ ตอนกลางคืน
Monday, December 14, 2009
มะเร็ง - มันมากับอาหาร vs อ.ย.
อาหารของไทยน่ากลัวจริง ๆ ไม่รู้ อ.ย. จะเอาหูไปนาเอาตาไปไร่อีกนานเท่าไร เพื่อนผมร้องเรียน คุณภาพของน้ำดื่ม ที่เอกชนส่งให้คณะต่าง ๆ ใน ม.ธรรมศาสตร์ รังสิต ผ่านทางเวป ก็เงียบ ไม่รู้ท่านทำอะไรของท่าน
===
นิติภูมิ นวรัตน์
ผู้อ่านท่านที่เคารพ ห้วงที่ผ่านมา ผมพบผู้คนที่ป่วยและเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งเยอะจริงๆ ไปเยี่ยมที่โรงพยาบาลแต่ละที มีแต่เสียงร้องไห้โหยหวนของญาติซึ่งร่ำอาลัยผู้วายชนม์ สังเกตอย่างหนึ่งว่า เพื่อนที่ป่วยด้วยโรคมะเร็งมักจะมีนิวาสสถานบ้านช่องอยู่ในจังหวัดที่มีโรง งานมาก นางอรดา มั่นวิมล เพื่อนรักของผมที่เพิ่งฌาปนกิจศพไปเมื่อวาน ก็ย้ายบ้านจากเขตบางกอกน้อย มาอยู่ในเขตโรงงาน ไม่นานก็เป็นมะเร็ง
ผม เคยไปที่อำเภอแห่งหนึ่ง มีคนเอามรณบัตรมาให้ดูเกือบ 30 ใบ ตายในวันเวลาเรียงเคียงกัน สาเหตุของการตาย มะเร็ง มะเร็ง มะเร็ง มะเร็ง ไม่มีโรคอื่นเลย ผมถ่ายภาพยนตร์สารคดีพวกนี้ไว้เยอะ มีมากมายหลายสิบม้วน เด็กเล็กๆนี่แหละ เท้าเปื่อยรักษาเท่าใดก็ไม่หาย ไม่ได้เป็นแค่เด็กคนเดียวนะครับ เป็นกันทั้งหมู่บ้าน
อยู่ในเรือกสวน ไร่นามาตั้งแต่ทวดปู่ย่าตายาย วันดีคืนดีก็มีโรงงานมาตั้งเต็มพรืดทั้งตำบล น้ำก็ทานไม่ได้ คุณยายคนหนึ่งโพงน้ำจากโข่ขึ้นมาให้ผมดู น้ำมีกลิ่นเหม็นมาก จะไปดื่มได้อย่างไร ต้องเดือดร้อนซื้อน้ำขวดมาทาน ต้นทุนการดำรงชีวิตเพิ่มอีกเดือนละหลายร้อยบาท เกิดเป็นคนจนนี่ครับ จะย้ายบ้านเรือนไปอยู่ที่ไหนก็ไม่มีทุน ไปร้องแรกแหกกระเชอที่ไหนก็ไม่มีใครฟัง ลูกหลานป้าเป็นคนมีการศึกษาน้อย ทุกวันนี้ก็นึกซะว่า เราเกิดมามีกรรม โทษอะไรไม่ได้ก็ต้องโทษกรรม ที่บรรพบุรุษดันมาตั้งรกรากอยู่ในตำบลหนแห่งที่หลวงท่านอนุญาตให้โรงงานมา ตั้งเต็มพรืดไปหมด
โถ จะไปร้องแรกแหกกระเชอที่ไหนกันละครับคุณป้า เดี๋ยวนี้พวกบริษัทที่ปล่อยสารพิษเข้าไปในน้ำกับอากาศ เขามี CSR หรือ Corporate Social Responsibility ที่ดัดจริตแปลกันว่า "ความรับผิดชอบต่อสังคมของธุรกิจ" ไอ้ CSR นี่แหละตัวลวงโลก พวกนี้จะพาดารานักร้องไปปลูกป่าชายเลนบ้าง โยนเศษสตางค์พานักเรียนไปทำประโยชน์นั่น ประโยชน์นี่ พวกนี้มีความภูมิใจและเชื่ออย่างจริงจังซะด้วยนะครับ ว่าพวกตนทำประโยชน์ให้สังคม นำและทำประโยชน์ ให้กับชุมชน พวกสื่อสารมวลชนทั้งหลายเฮโลสาระพา อา เอากะเขาด้วย โดยที่ไม่เคยมองมุมของคนในชุมชนนั้นอีกจำนวนไม่น้อย ที่กำลังนอนพะงาบๆ กำลังจะตายอยู่ในโรงพยาบาล เด็กนักเรียนอีกเป็นร้อยนับพันที่คันศีรษะ เกากันจนผมจะหลุดหมดหัวอยู่แล้ว
นิติภูมิมีลูกศิษย์คนหนึ่ง คุณแม่เธอเป็นเจ้าของสะพานปลา ด้วยความรักอาจารย์ หนูไม่อยากให้อาจารย์ทานปลาทู หรือปลาจากทะเลทุกประเภท แทบจะไม่มีปลาประเภทไหนดอกค่ะ ที่เมื่อเอาขึ้นมาจากทะเลแล้ว ไม่นำมาแช่ฟอร์มาลินน้ำยาแช่ศพ อาจารย์อย่าทานปลาเลยดีกว่า ปลาน้ำจืดตามแม่น้ำคลองหลายแห่งเป็นแหล่งสะสมแคดเมียมและปรอท สารพวกนี้ถูกแอบปล่อยจากโรงงานลงในแม่น้ำลำคลอง เมื่อโลหะหนักเหล่านี้ไปสะสมในร่างกายก็จะทำให้ระบบประสาทถูกทำลายได้
ผม เคยได้รับทุนไปทำสารคดีเกี่ยวกับเรื่องความมีอายุยืนยาวของมนุษย์ในหลาย ประเทศ ทั้งมองโกเลีย ญี่ปุ่น นิวซีแลนด์ กรีซ บัลแกเรีย ฯลฯ พบว่า เรื่องอาหาร อากาศ อะไรพวกนี้มีส่วนสำคัญต่อชีวิตที่ดีมีคุณภาพมาก บางประเทศดีโดยธรรมชาติ บางประเทศดีเพราะมีการจัดการที่ดี ผมว่าถึงเวลาแล้วละครับ ที่เรื่องคุณภาพชีวิตของประชาชนคนไทยจะต้องกลายเป็นวาระแห่งชาติกันซะที
ผม เขียนต้นฉบับวันนี้ขณะที่จะไปเชียงใหม่ เทียวเที่ยวไปในอำเภอต่างๆของไทย ผมเห็นด้วยกับสถาบันชุมชนท้องถิ่นพัฒนา (สทพ.) ที่ลำดับสถานที่ในประเทศไทยที่น่าอยู่ หรือเมืองน่าอยู่ ชุมชนน่าอยู่ ที่ท่านจัดไว้ โดยใช้ดัชนีความน่าอยู่ 5 มิติมาพิจารณาคือ มิติความปลอดภัย มิติความมีคุณภาพชีวิตที่ดี มิติการบริหารจัดการที่ดีตามหลักธรรมาภิบาล และมิติความเป็นเมืองที่มีเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรม
จากการลงไปเก็บ ข้อมูลอย่างละเอียด 124 เทศบาลทั่วประเทศ เมืองน่าอยู่ลำดับ 1 ถึง 10 ของประเทศไทยมีดังนี้ (ผมเรียนไปแล้วนะครับว่าผมเห็นด้วยอย่างมาก และเคยเดินทางไปเยือนทุกแห่ง)
1. เมืองพนัสนิคม จ.ชลบุรี 2. เมืองแม่ฮ่องสอน 3. เมืองน่าน 4. เมืองพิจิตร 5. เมืองมุกดาหาร 6. เมืองพะเยา 7. เมืองแสนสุข จ.ชลบุรี 8. เมืองนครพนม 9. เมืองกันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ และ 10. เมืองท่าบ่อ จ.หนองคาย.
นิติภูมิ นวรัตน์
www.nitipoom.com
e-mail: nitipoom@nitipoom.com
ไทยรัฐออนไลน์ 23 ตุลาคม 2552 http://www.thairath.co.th/content/oversea/41393
===
นิติภูมิ นวรัตน์
ผู้อ่านท่านที่เคารพ ห้วงที่ผ่านมา ผมพบผู้คนที่ป่วยและเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งเยอะจริงๆ ไปเยี่ยมที่โรงพยาบาลแต่ละที มีแต่เสียงร้องไห้โหยหวนของญาติซึ่งร่ำอาลัยผู้วายชนม์ สังเกตอย่างหนึ่งว่า เพื่อนที่ป่วยด้วยโรคมะเร็งมักจะมีนิวาสสถานบ้านช่องอยู่ในจังหวัดที่มีโรง งานมาก นางอรดา มั่นวิมล เพื่อนรักของผมที่เพิ่งฌาปนกิจศพไปเมื่อวาน ก็ย้ายบ้านจากเขตบางกอกน้อย มาอยู่ในเขตโรงงาน ไม่นานก็เป็นมะเร็ง
ผม เคยไปที่อำเภอแห่งหนึ่ง มีคนเอามรณบัตรมาให้ดูเกือบ 30 ใบ ตายในวันเวลาเรียงเคียงกัน สาเหตุของการตาย มะเร็ง มะเร็ง มะเร็ง มะเร็ง ไม่มีโรคอื่นเลย ผมถ่ายภาพยนตร์สารคดีพวกนี้ไว้เยอะ มีมากมายหลายสิบม้วน เด็กเล็กๆนี่แหละ เท้าเปื่อยรักษาเท่าใดก็ไม่หาย ไม่ได้เป็นแค่เด็กคนเดียวนะครับ เป็นกันทั้งหมู่บ้าน
อยู่ในเรือกสวน ไร่นามาตั้งแต่ทวดปู่ย่าตายาย วันดีคืนดีก็มีโรงงานมาตั้งเต็มพรืดทั้งตำบล น้ำก็ทานไม่ได้ คุณยายคนหนึ่งโพงน้ำจากโข่ขึ้นมาให้ผมดู น้ำมีกลิ่นเหม็นมาก จะไปดื่มได้อย่างไร ต้องเดือดร้อนซื้อน้ำขวดมาทาน ต้นทุนการดำรงชีวิตเพิ่มอีกเดือนละหลายร้อยบาท เกิดเป็นคนจนนี่ครับ จะย้ายบ้านเรือนไปอยู่ที่ไหนก็ไม่มีทุน ไปร้องแรกแหกกระเชอที่ไหนก็ไม่มีใครฟัง ลูกหลานป้าเป็นคนมีการศึกษาน้อย ทุกวันนี้ก็นึกซะว่า เราเกิดมามีกรรม โทษอะไรไม่ได้ก็ต้องโทษกรรม ที่บรรพบุรุษดันมาตั้งรกรากอยู่ในตำบลหนแห่งที่หลวงท่านอนุญาตให้โรงงานมา ตั้งเต็มพรืดไปหมด
โถ จะไปร้องแรกแหกกระเชอที่ไหนกันละครับคุณป้า เดี๋ยวนี้พวกบริษัทที่ปล่อยสารพิษเข้าไปในน้ำกับอากาศ เขามี CSR หรือ Corporate Social Responsibility ที่ดัดจริตแปลกันว่า "ความรับผิดชอบต่อสังคมของธุรกิจ" ไอ้ CSR นี่แหละตัวลวงโลก พวกนี้จะพาดารานักร้องไปปลูกป่าชายเลนบ้าง โยนเศษสตางค์พานักเรียนไปทำประโยชน์นั่น ประโยชน์นี่ พวกนี้มีความภูมิใจและเชื่ออย่างจริงจังซะด้วยนะครับ ว่าพวกตนทำประโยชน์ให้สังคม นำและทำประโยชน์ ให้กับชุมชน พวกสื่อสารมวลชนทั้งหลายเฮโลสาระพา อา เอากะเขาด้วย โดยที่ไม่เคยมองมุมของคนในชุมชนนั้นอีกจำนวนไม่น้อย ที่กำลังนอนพะงาบๆ กำลังจะตายอยู่ในโรงพยาบาล เด็กนักเรียนอีกเป็นร้อยนับพันที่คันศีรษะ เกากันจนผมจะหลุดหมดหัวอยู่แล้ว
นิติภูมิมีลูกศิษย์คนหนึ่ง คุณแม่เธอเป็นเจ้าของสะพานปลา ด้วยความรักอาจารย์ หนูไม่อยากให้อาจารย์ทานปลาทู หรือปลาจากทะเลทุกประเภท แทบจะไม่มีปลาประเภทไหนดอกค่ะ ที่เมื่อเอาขึ้นมาจากทะเลแล้ว ไม่นำมาแช่ฟอร์มาลินน้ำยาแช่ศพ อาจารย์อย่าทานปลาเลยดีกว่า ปลาน้ำจืดตามแม่น้ำคลองหลายแห่งเป็นแหล่งสะสมแคดเมียมและปรอท สารพวกนี้ถูกแอบปล่อยจากโรงงานลงในแม่น้ำลำคลอง เมื่อโลหะหนักเหล่านี้ไปสะสมในร่างกายก็จะทำให้ระบบประสาทถูกทำลายได้
ผม เคยได้รับทุนไปทำสารคดีเกี่ยวกับเรื่องความมีอายุยืนยาวของมนุษย์ในหลาย ประเทศ ทั้งมองโกเลีย ญี่ปุ่น นิวซีแลนด์ กรีซ บัลแกเรีย ฯลฯ พบว่า เรื่องอาหาร อากาศ อะไรพวกนี้มีส่วนสำคัญต่อชีวิตที่ดีมีคุณภาพมาก บางประเทศดีโดยธรรมชาติ บางประเทศดีเพราะมีการจัดการที่ดี ผมว่าถึงเวลาแล้วละครับ ที่เรื่องคุณภาพชีวิตของประชาชนคนไทยจะต้องกลายเป็นวาระแห่งชาติกันซะที
ผม เขียนต้นฉบับวันนี้ขณะที่จะไปเชียงใหม่ เทียวเที่ยวไปในอำเภอต่างๆของไทย ผมเห็นด้วยกับสถาบันชุมชนท้องถิ่นพัฒนา (สทพ.) ที่ลำดับสถานที่ในประเทศไทยที่น่าอยู่ หรือเมืองน่าอยู่ ชุมชนน่าอยู่ ที่ท่านจัดไว้ โดยใช้ดัชนีความน่าอยู่ 5 มิติมาพิจารณาคือ มิติความปลอดภัย มิติความมีคุณภาพชีวิตที่ดี มิติการบริหารจัดการที่ดีตามหลักธรรมาภิบาล และมิติความเป็นเมืองที่มีเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรม
จากการลงไปเก็บ ข้อมูลอย่างละเอียด 124 เทศบาลทั่วประเทศ เมืองน่าอยู่ลำดับ 1 ถึง 10 ของประเทศไทยมีดังนี้ (ผมเรียนไปแล้วนะครับว่าผมเห็นด้วยอย่างมาก และเคยเดินทางไปเยือนทุกแห่ง)
1. เมืองพนัสนิคม จ.ชลบุรี 2. เมืองแม่ฮ่องสอน 3. เมืองน่าน 4. เมืองพิจิตร 5. เมืองมุกดาหาร 6. เมืองพะเยา 7. เมืองแสนสุข จ.ชลบุรี 8. เมืองนครพนม 9. เมืองกันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ และ 10. เมืองท่าบ่อ จ.หนองคาย.
นิติภูมิ นวรัตน์
www.nitipoom.com
e-mail: nitipoom@nitipoom.com
ไทยรัฐออนไลน์ 23 ตุลาคม 2552 http://www.thairath.co.th/content/oversea/41393
Subscribe to:
Posts (Atom)
