Showing posts with label มันมากับอาหาร It comes with food so dangerous. Show all posts
Showing posts with label มันมากับอาหาร It comes with food so dangerous. Show all posts

Thursday, April 26, 2012

สารกันบูดในเส้นใหญ่

โดยทั่วไปก๋วยเตี๋ยวที่เราเห็นขายตามท้องตลาดมีทั้งเส้นหมี่ เส้นเล็ก เส้นใหญ่ บะหมี่ และกวยจั๊บ

หาก ทำเสร็จแล้วขายเลย เราเรียกเส้นประเภทนี้ว่าเส้นสด ไม่สามารถเก็บไว้ได้นาน เพราะมีความชื้นสูงทำให้มีอายุการเก็บรักษาสั้นประมาณ 5 วัน

เมื่อ เก็บได้ไม่นานการกระจายสินค้าก็ไปได้ไม่ไกล ทำให้ผู้ประกอบการอาจหันมาพึ่งสารเคมีเพื่อยืดอายุ จากที่เคยเก็บไว้ได้ไม่เกิน 5 วัน ก็สามารถเก็บไว้ได้เกิน 10 วัน ถ้าใส่เยอะๆจะยิ่งยืดอายุให้นานขึ้นอีก

หากทานเส้นก๋วยเตี๋ยวเหล่านี้เข้าไป ผู้บริโภคอย่างเราอาจกลายเป็นถุงใส่สารเคมีเคลื่อนที่ได้ สารเคมีที่ว่าคือ สารกันบูด

ตามความเข้าใจของเรานั้น สารกันบูด เป็นสิ่งที่ใส่ในอาหารได้ แต่ต้องไม่เกินปริมาณที่มาตรฐานกำหนด

เพราะ อาจเป็นอันตรายต่อร่างกายได้ เช่น สารกันบูดที่ชื่อ กรดเบนโซอิก หากใน 1 วันเรารับประทานอาหารอะไรก็แล้วแต่ที่มีสารชนิดนี้ปนอยู่ไม่เกิน 500 มิลลิกรัม ตับและไตก็จะสามารถกำจัดออกได้ทางปัสสาวะ

แต่ถ้าเกิน 500 มิลลิกรัมทุกวัน ตับและไตก็จะทำงานหนัก และถ้ากำจัดออกจากร่างกายไม่หมด กรดเบนโซอิกจะไปสะสมในร่างกายทำให้ประสิทธิภาพในการทำงานของตับไตลดลง ซึ่งเสี่ยงที่จะทำให้เกิดการเจ็บป่วยด้วยตับและไตพิการได้

ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขกำหนดให้ใช้สารกันบูดทุกชนิดรวมกันได้ไม่เกิน 1,000 มิลลิกรัม/กิโลกรัม

วันนี้ สถาบันอาหารจึงสุ่มตัวอย่างก๋วยเตี๋ยวเส้นใหญ่ จากตลาด 5 แห่ง เพื่อตรวจหาสารกันบูดกรดซอร์บิก ผลวิเคราะห์พบว่า มี 1 ตัวอย่าง พบสารกันบูดกรดซอร์บิก

ทางที่ดีหลีกเลี่ยงการซื้อก๋วยเตี๋ยวเส้นสดที่ขายไม่หมดวันต่อวันเพื่อความปลอดภัย!

::สารกันบูดในเส้นใหญ่ ไทยรัฐฉบับพิมพ์ วันศุกร์ที่ 27 เมษายน 2555

Thursday, July 28, 2011

สารหนูในกุ้งแห้ง

คนไทย ถ้าอยากมีสุขภาพดี ต้องรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ พักผ่อนให้เพียงพอ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ และไม่ทานอาหารที่เป็นโทษต่อร่างกาย เท่านี้ก็จะมีสุขภาพที่แข็งแรง และสามารถยืดอายุไปได้อีก 5–10 ปี

สำหรับคนไทยแล้ว อาหาร 5 หมู่นั้น ต้องมีไอโอดีนด้วย

ซึ่งไอโอดีนที่มีประโยชน์มักพบอยู่ในเนื้อสัตว์ทะเลตามธรรมชาติ เช่น กุ้ง หอย ปู ปลา

ทว่า ในอาหารทะเลนอกจากมีประโยชน์แล้ว ควรระวังอันตราย ที่อาจเกิดจากสารปนเปื้อนที่อาจพบได้ในอาหารทะเลด้วย เช่น สารหนู

ซึ่งเป็นสารที่พบได้จากพื้นดิน รวมถึงแหล่งต่างๆ สารหนูในธรรมชาติเหล่านี้มักพบได้จากการระเบิดของภูเขาไฟ การเผาถ่านหิน การใช้สารกำจัดศัตรูพืช เป็นต้น

เมื่อสิ่งเหล่านี้ปะปนลงสู่แม่น้ำ หรือทะเล โอกาสที่สัตว์น้ำต่างๆจะได้รับสารหนูปนเปื้อนจึงเป็นไปได้สูง เมื่อร่างกายสัตว์น้ำกำจัดสารหนูออกไปไม่หมดก็จะสะสมเก็บไว้ เมื่อคนนำสัตว์น้ำมาปรุงเป็นอาหารรับประทาน ก็จะได้สารหนูต่อเป็นทอดๆ

ซึ่งหากร่างกายได้รับสารหนูติดต่อเป็นเวลานาน จะทำให้เกิดเป็นแผลหรือเป็นรูที่ช่องจมูก ผิวหนังหนาขึ้น มีรอยด่างดำที่ผิวหนัง อาจมีเส้นสีขาวบนเล็บ ชาตามปลายมือปลายเท้า อ่อนเพลียที่แขนและขา



กุ้งแห้ง นับเป็นอาหารอีกชนิดหนึ่งที่คอลัมน์มันมากับอาหาร ทำการสุ่มตัวอย่างเพื่อนำมาวิเคราะห์ ก็จะตรวจพบว่ามีสารหนูปนเปื้อนแทบทุกครั้ง

วันนี้ สถาบันอาหารได้สุ่มตัวอย่างกุ้งแห้งอีกครั้ง เพื่อนำมาวิเคราะห์การปนเปื้อนของสารหนู ซึ่งผลก็เหมือนเดิมคือ พบสารหนูปนเปื้อนทั้ง 5 ตัวอย่าง
แต่ไม่ต้องตกใจ เพราะยังไม่เกินมาตรฐานของกระทรวงสาธารณสุขไทย ที่กำหนดให้มีสารหนูปนเปื้อนได้ไม่เกิน 2 มิลลิกรัม/อาหาร 1 กิโลกรัม

วันนี้ กินกุ้งแห้งยังปลอดภัยอยู่ ถ้ากินแต่พอดี

ที่มา: ไทยรัฐ+สถาบันอาหารโครงการอาหารปลอดภัย 22 กรกฎาคม 2554

ไส้กรอกไก่ ใส่ดินประสิว

รู้มั้ยว่า ในอาหารสำเร็จรูปที่เรากินกันอยู่ทุกวันนี้ ส่วนใหญ่มีส่วนผสมที่ไม่ใช่อาหารปะปนอยู่ด้วย เช่น สารกันเสีย สารกันบูด สารกันรา สีผสมอาหาร
สารที่ใช้ในอาหารส่วนใหญ่นี้ ผู้ประกอบการมักจะเลือกใช้ด้วยความเคยชิน ใส่ในปริมาณที่เคยใส่ กะเอา ไม่มีการคำนวณ ชั่งตวงวัด ที่รู้ปริมาณที่แน่นอน หยิบได้เท่าไร ใส่เท่านั้น จนลืมคำนึงถึงความปลอดภัยของผู้บริโภค

ดินประสิว เป็นสารกันเสียที่นิยมใช้ในอาหารจำพวกเนื้อสัตว์แปรรูป เช่น ไส้กรอก เบคอน แฮม กุนเชียง แหนม หมูยอ ส่วนใหญ่จะใช้เพื่อยืดอายุ และทำให้มีสีสันออกแดงหรือชมพู ชวนให้น่ารับประทาน

กฎหมายบ้านเราอนุญาตให้ใช้ดินประสิวผสมในอาหารได้ แต่ต้องไม่เกินปริมาณที่กำหนด


ทว่า ผู้ผลิตบางรายนำดินประสิวมาใช้เพื่อปิดสภาพที่แท้จริง หรือปกปิดสีที่เกิดจากการเน่าเสียของเนื้อสัตว์ให้ดูมีสีแดง ชมพูเหมือนธรรมชาติของเนื้อสัตว์ เพื่อผู้บริโภคอย่างเราๆ คิดว่าเป็นของสดใหม่น่าซื้อ อันตรายของดินประสิวคือ เมื่อเข้าสู่ร่างกายจะทำปฏิกิริยากับเอมีน ซึ่งเป็นโปรตีนชนิดหนึ่งที่พบมากในเนื้อสัตว์แล้วทำให้เกิดสาร ไนโตรซามีน ซึ่งเป็นสารก่อมะเร็ง

แน่นอนว่า ผู้บริโภคอาหารเหล่านี้เป็นประจำ โอกาสเสี่ยงที่จะเป็นโรคมะเร็งจึงมีสูง

ยังไม่นับอาการอื่นๆที่เกิดจากการได้รับดินประสิวมากเกินไป เช่น ปวดศีรษะ คลื่นไส้ อาเจียน

วันนี้ สถาบันอาหารจึงสุ่มตัวอย่างไส้กรอกไก่ ที่จำหน่ายในตลาดจำนวน 5 ตัวอย่าง วิเคราะห์หาการตกค้างของดินประสิว

ปรากฏว่า พบตกค้างทุกตัวอย่าง


แต่ยังไม่เกินปริมาณที่กฎหมายกำหนดจึงยังปลอดภัยอยู่ แต่ถ้าใน 1 วัน กินหลายๆครั้ง หรือกินมากกว่า 1 กิโลกรัม ก็ไม่แน่ว่าจะปลอดภัย

อย่าซื้ออาหารที่มีสีแดงผิดธรรมชาติ ไม่กินอาหารซ้ำชนิดกันบ่อยครั้ง ปลอดภัยแน่นอน

ที่มา: ไทยรัฐ+สถาบันอาหารโครงการอาหารปลอดภัย 29 กรกฎาคม 2554

Tuesday, July 12, 2011

สารเคมีปะปนนมหลายชนิด ใช้ในยาและอาหารเลี้ยงเพื่อให้โตเร็ว

ผู้ที่ดื่มนมอยู่เป็นประจำ อาจจะไม่เคยทราบมาก่อนว่า ได้ดื่มสารเคมีที่มีอยู่ในนมมากถึง 20 อย่างเข้าไปด้วย ตั้งแต่ตัวยาแก้ปวดและยาปฏิชีวนะ เพียงแต่ว่ามันมีอยู่ในปริมาณเล็กน้อย ไม่ถึงกับทำให้เกิดปฏิกิริยาใดๆ ขึ้น

ทีมนักวิทยาศาสตร์สเปนและโมร็อกโก ได้ศึกษาด้วยการใช้เครื่องมือความไวสูง วิเคราะห์ตัวอย่างน้ำนมวัว แพะ และรวมทั้งของมนุษย์ด้วย ทั้งที่เป็นของจากสเปนและโมร็อกโก

หนังสือพิมพ์รายวัน “เดลี่นิวส์” ของอังกฤษ เสนอข่าวว่า การค้นพบนี้ ทำให้รู้ว่าสารเคมีที่มนุษย์สร้างขึ้น ได้ลงไปปนเปื้อนอยู่ทั่วทั้งห่วงโซ่อาหาร นมที่ปนเปื้อนสูงได้แก่นมวัว นักวิจัยเชื่อว่า เหตุที่มันไปปนเปื้อนได้ ก็อาจเป็นเพราะ มีการเอาตัวยาเคมีและสารอย่างอื่นไปใช้ในการเลี้ยงดูเพื่อให้มันโตเร็ว

นักวิทยาศาสตร์ยังได้เสนอความเห็น ให้มีการวิเคราะห์แบบเดียวกันนี้กับอาหารชนิดอื่นด้วยเพื่อความปลอดภัย นอกจากเพื่อการรับรู้ของผู้บริโภคแล้ว ยังเพื่อจะให้แน่ใจได้ว่าอาหารปลอดอันตราย บริสุทธิ์ เป็นของแท้บำรุงสุขภาพและไร้สารพิษต่างๆ

สารเคมีปนเปื้อนเหล่านี้ ทำให้เด็กโตเร็วผิดปกติ เด็กผู้หญิงบางคนอายุไม่กี่ขวบก็มีประจำเดือนแล้ว

Sunday, July 3, 2011

สคบ.-อย.ตื่นคุมเข้มเส้นก๋วยเตี๋ยว

นายจิรชัย มูลทองโร่ย รองเลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) เปิดเผยว่า เมื่อเร็ว ๆ นี้สคบ.ได้หารือร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา หรืออย. เกี่ยวกับการบริโภคก๋วยเตี๋ยวของประชาชน โดยเฉพาะคุณภาพของเส้นก๋วยเตี๋ยวที่พบว่าโรงงานผู้ผลิตส่วนใหญ่ผลิตเส้นไม่ได้มาตรฐานตามที่ อย.กำหนด เช่น เส้นก๋วยเตี๋ยวใหญ่ที่ดัดแปลงโดยนำเอาน้ำมันที่ใช้แล้วทาไว้ที่เส้น และใส่สารกันบูด ซึ่งจะส่งผลเสียต่อสุขภาพของผู้บริโภคได้ และจากการตรวจสอบจำนวนโรงงานผลิตเส้นก๋วยเตี๋ยวทั่วประเทศกว่า 163 แห่ง พบว่ามีโรงงานที่ขึ้นทะเบียนอย่างถูกต้องเพียง 17 แห่ง เท่านั้น

ทั้งนี้ สคบ.จะร่วมมือกับ อย. และมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค จัดทำข้อมูลและเร่งประชาสัมพันธ์ให้กับผู้บริโภคได้รับทราบถึงข้อมูลการ เลือกบริโภคเส้นก๋วยเตี๋ยวอย่างถูกต้อง

ที่มา: สคบ.-อย.ตื่นคุมเข้มเส้นก๋วยเตี๋ยว เดลินิวส์ออนไลน์ วันจันทร์ ที่ 04 กรกฎาคม 2554 เวลา 0:00 น

หน่วยงานปาหี่รายวัน ..มันถึงเพิ่งตื่น สคบ.ตัวเลวชั่วช้า อย.ก็ดีกว่าไม่เท่าไหร่

Saturday, June 11, 2011

จีนประหาร! พ่อค้าผสมสารเพิ่มสีแดงเนื้อหมู

จีนประหารชีวิต เจ้าของเขียงหมูผสมสารเพิ่มสีเนื้อให้แดงน่ากิน ทำให้ผู้บริโภคตาย 1 โดยรัฐบาลจีน เพิ่มความเข้มงวด คุณภาพสินค้ามากขึ้น หลังกระทบการส่งออกหลายปีที่ผ่านมา...

เมื่อวันเสาร์ ที่ 11 มิ.ย. 2554 ทางการจีนตัดสินประหารชีวิตนายเกา หยานจุน เจ้าของเขียงหมูแห่งหนึ่งในพื้นที่กรุงปักกิ่ง หลังถูกพบมีความผิดใส่สารเคมีไนเตรท ซึ่งใช้ทำปุ๋ย แต่นำไปใช้เพิ่มสีเนื้อหมูให้แดงน่ารับประทาน ทำให้ผู้บริโภคล้มป่วยเสียชีวิต 1 รายเมื่อปี 2553

ทั้งนี้ เหยื่อเคราะห์ร้ายเสียชีวิต เพราะกินอาหารเป็นพิษหลังซื้อไส้หมู ราคา 5 หยวน จากแผงค้าของนายเกา หยานจุน ขณะที่รัฐบาลจีนเพิ่มความเข้มงวดควบคุมคุณภาพสินค้าโดยเฉพาะอาหารมากขึ้น เพราะก่อความเสื่อมเสียชื่อเสียงประเทศชาติ และกระทบธุรกิจส่งออกสินค้าของจีนอย่างมากตลอดช่วงหลายปีที่ผ่านมา

ที่มา: ทีมข่าวต่างประเทศ ไทยรัฐออนไลน์ วันเสาร์ที่ 11 มิถุนายน 2554

เจ้าของหมู เจ้าของฟาร์มเมืองไทยดูไว้เป็นตัวอย่าง ท่านผู้พิพากษา ดูไว้เป็นตัวอย่างการตัดสินคดี

Wednesday, April 20, 2011

ตรวจดู ฟอร์มาลินในปลาหมึกสด + สารหนูในปลาหมึกแห้ง

ตรวจดูฟอร์มาลินในปลาหมึกสด

สถานการณ์ในบ้านเมืองเรา ยังต้องจับตามองกันอย่างต่อเนื่องว่า อาทิตย์นี้สินค้าอุปโภค บริโภคตัวไหนจะปรับราคาตามภาวะของราคาน้ำมันที่สูงขึ้น

การหันมาใช้ วิถีชีวิตอย่างพอเพียง น่าจะเป็นทางเลือกหนึ่งที่เราสามารถทำกัน ได้ เช่น เรื่องของอาหารการกิน ลองหันมาปรุงพืชผักสวนครัว ผลไม้ และทำทานกันเองที่บ้านแทนการซื้อข้าวนอกบ้านที่มื้อหนึ่งๆ มีสนนราคาไม่ต่ำกว่า 500-1,000 บาท

การทำอาหารทานเองที่บ้าน อย่างแรกที่ต้องคำนึงถึงคือ วัตถุดิบ ซึ่งต้องสด ใหม่ และได้คุณภาพ

ที่สำคัญไม่มีสารพิษหรือยาฆ่าแมลงตกค้าง หรือจุลินทรีย์ ก่อโรคปนเปื้อน

ฉะนั้น ไม่ใช่ราคาถูกแล้วก็เลือกซื้อได้เลย เพราะวันนี้ อะไรๆก็ไม่อาจไว้ใจกันได้ อย่างเช่น ปลาหมึกสด หรือปลาหมึกแปรรูป ที่ขายอยู่ทุกวันนั้นอาจมีสารฟอร์มาลินปนเปื้อน เป็นที่รู้กันดีว่า ฟอร์มาลิน เป็นสารเคมีที่ใช้ฉีดศพเพื่อไม่ให้ศพเน่า

ซึ่งอาจมีพ่อ ค้าหัวใสบางราย นำ ฟอร์มาลิน มาแช่ปลาหมึก เพื่อให้ปลาหมึกที่ขายดูสด ใหม่ น่ากิน ดึงดูดลูกค้าให้มาซื้อ แต่หารู้ไม่ว่า นอกจากจะไม่ได้ ประโยชน์แล้ว ยังผิดกฎหมายด้วย

กระทรวงสาธารณสุขกำหนดว่า ผู้ใช้สารนี้กับอาหาร หรือทำให้อาหารนั้น เกิดพิษภัยต่อผู้บริโภค จัดเป็นการผลิต จำหน่ายอาหารไม่บริสุทธิ์

หากตรวจพบการกระทำดังกล่าว จะถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย เพราะอันตรายจาก ฟอร์มาลิน มีมาก

นอก จากทำให้ระคายเคืองต่อผิวหนังและระบบทางเดินหายใจ ระบบทางเดินอาหารแล้ว ถ้ารับประทานเข้าไปก็จะทำให้เกิดอาการปวดท้องรุนแรง คลื่นไส้ อาเจียน ปัสสาวะไม่ออก กดประสาทส่วนกลาง ทำให้หมดสติได้

วันนี้ คอลัมน์มันมากับอาหารได้สุ่มตัวอย่างปลาหมึกกรอบ 5 ตัวอย่าง จากตลาดในกรุงเทพฯ เพื่อวิเคราะห์หาสารฟอร์มาลินปนเปื้อน

พบว่า ทุกตัวอย่างไม่พบตกค้างเลย แต่อย่าชะล่าใจ

วันนี้มีวิธีสังเกตอาหารที่ซื้อว่ามีฟอร์มาลินหรือไม่?

ถ้า เป็นอาหารประเภทเนื้อสัตว์ อาหารทะเล ต้องดูความสด ถ้าวางขายตั้งแต่เช้าจนเย็น ยังคงดูสดใสเหมือนเดิม อันนี้ต้องสันนิษฐานไว้ก่อนว่า อาจแช่ฟอร์มาลิน เราก็ควรหลีกเลี่ยง


------
ที่มา ไทยรัฐ+สถาบันอาหารโครงการอาหารปลอดภัย 4 มีนาคม 2554


ตรวจสารหนูในปลาหมึกแห้ง


ความปลอดภัยของผู้บริโภคถือได้ว่าเป็นเรื่องใหญ่สำหรับผู้ผลิตอาหาร จะผลิตได้มากหรือน้อย ต้องคำนึงถึงความปลอดภัยเสมอ

ถ้าเมื่อใดขาดการรักษาความสะอาดหรือความใส่ใจในเรื่องความปลอดภัย ผู้บริโภคอาจตกอยู่ในอันตรายได้ทุกวินาที

อันตรายที่ว่านั้นอาจมาจากทั้งเชื้อก่อโรคปนเปื้อนอยู่ในอาหารหรือสารพิษ สารเคมีต่างๆ หรือสิ่งแปลกปลอมที่ตกค้างในอาหาร

สำหรับ อาหารทะเลโดยทั่วไปนั้นจะพบอันตรายจากโลหะหนักตกค้าง ซึ่งโลหะหนักที่เราได้ยินกันบ่อยๆ เห็นจะเป็นสารหนู ซึ่งพบตกค้างปริมาณมากในปลาหมึกและสาหร่ายทะเล ทั้งสารหนูในรูป อินทรีย์ (Organic Arsenic) และสารหนูที่อยู่ในรูป อนินทรีย์ (Inorganio Arsenic)

สำหรับ พิษภัยของสารหนูตกค้างในอาหาร มาจากสารหนูที่อยู่ในรูปอนินทรีย์ ถ้าร่างกายได้รับเข้าไปมาก จะสะสมที่ตับและทำลายระบบการทำงานของตับ และบางส่วนไปอยู่ที่ผม เล็บ และผิวหนัง ทำให้หนังเป็นรอยจ้ำและเกิดมะเร็งผิวหนัง

นอกจากนั้น ยังทำลายประสาทสัมผัสของร่างกาย โดยปกติร่างกายจะกำจัดสารหนูอยู่แล้ว แต่ถ้าทานอาหารที่มีสารหนูตกค้างเข้าไปมากเกินจะทำให้เกิดการสะสมและเกิด อันตรายได้

สารหนูไม่ได้มีโทษเพียงอย่างเดียว แต่ยังมีสารที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตและการดำรงชีวิตของพืชและสัตว์โดยต้องการในปริมาณที่ต่ำมาก

วันนี้ คอลัมน์มันมากับอาหารได้สุ่มตรวจปลาหมึกแห้งเพื่อวิเคราะห์หาการปนเปื้อนสาร หนู จำนวน 5 ตัวอย่าง จาก 5 ย่านการค้าในเขตกรุงเทพฯ

ผลการวิเคราะห์พบว่า มีสารหนูปนเปื้อนทุกตัวอย่าง

แต่ในปริมาณที่ไม่สูงมาก และไม่เกินประกาศของกระทรวงสาธารณสุข ที่กำหนดให้สารหนูในรูปอนินทรีย์ปนเปื้อนในสัตว์น้ำและอาหารทะเลได้ไม่เกิน 2 มิลลิกรัม/อาหาร 1 กิโลกรัม

วันนี้ ยังทานปลาหมึกแห้งได้ แต่ขอเตือนว่าไม่ควรทานให้บ่อยนัก


ที่มา: ไทยรัฐ+สถาบันอาหารโครงการอาหารปลอดภัย 28 มกราคม 2554

เชื้อก่อโรคในแหนมเนือง

เชื้อก่อโรคในแหนมเนือง

ช่วงนี้เป็นช่วงที่คนไทยและเมืองไทยกำลังอ่อนแอด้วยปัญหาสารพัดที่รุมเร้า

ปัญหา ปากท้องนี่ก็สำคัญ หันไปทางไหนข้าวของแพงแทบทุกอย่าง เนื้อสัตว์และผักทุกชนิดต่างทยอยกันขึ้นราคา ส่วนผลไม้ก็ไม่ต้องห่วง ล้ำหน้าไปนานแล้ว

เมื่อก่อนเคยซื้อส้มกิโลกรัมละ 30-35 บาท เดี๋ยวนี้แตะอยู่ที่ 65-70 บาท

ยุ่ง เหยิงทั้งคนทั้งเศรษฐกิจ แล้วจะต้องมายุ่งเรื่องของเพื่อนบ้านอีก คนไทยต้องเข้มแข็งและช่วยกันประคับประคองตัวเองให้ผ่านพ้นช่วงวิกฤตินี้ให้ ได้อย่างราบรื่น

สิ่งที่ไม่ดีก็ไม่ต้องเก็บมาคิด รับแต่สิ่งดีๆ มาชื่นชมกันดีกว่า เช่น วัฒนธรรมและอาหารของประเทศเพื่อนบ้านเราอย่างเวียดนาม

อาหารเวียดนาม ที่คนไทยชอบเป็นพิเศษ เห็นจะเป็นแหนมเนือง เพราะมีแต่ผัก และหมูแหนมเนือง

ถูก ใจสำหรับคนไทยที่รักสุขภาพ เพราะได้ทั้งโปรตีนและวิตามินจากผักหลากหลายชนิด ทว่าจะกินกันทั้งที ขอให้ระวังภัยที่อาจแฝงมากับแหนมเนืองกันสักนิด ภัยที่ว่านั้นคือ

เชื้อก่อโรค สแตปฟิโลคอคคัส ออเรียส ซึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมาได้ตรวจหาชุดในผักที่กินเคียงกับแหนมเนืองมาครั้งหนึ่ง แล้ว มาสัปดาห์นี้จึงตรวจหาในแหนมเนืองกันอีกครั้ง

เพราะนอกจากผักแล้ว เชื้อชนิดนี้ยังพบปนเปื้อนได้ในเนื้อสัตว์และผลิตภัณฑ์ เช่น แหนม หมูยอ แหนมเนือง และเนื้อสัตว์แปรรูปอื่นๆ

เมื่อ เชื้อชนิดนี้เข้าสู่ร่างกาย จะทำให้เกิดโรคท้องร่วง และหากมีปนเปื้อนอยู่ในอาหารจำนวนมากๆ เชื้อชนิดนี้จะสร้างสารพิษที่ทำให้เกิดโรคอาหารเป็นพิษอีกด้วย

ฉะนั้น วิธีการป้องกันเพื่อให้กินอาหารเวียดนามได้อย่างอร่อยและปลอดภัยนั้นคือการ รักษาความสะอาดส่วนตัว คือ ล้างมือทุกครั้งก่อนเตรียมอาหาร ปรุง และกิน

ส่วน แหนมเนือง หรือส่วนผสมชนิดใดที่สามารถนำมาอุ่นให้ร้อนก่อนกินได้ก็ควรทำหรือไม่อย่าง นั้นต้องเลือกซื้อจากร้านที่มั่นใจว่ามีการรักษาสุขลักษณะที่ดี

วันนี้ สถาบันอาหารเอาใจผู้ชื่นชอบและติดใจรสชาติของแหนมเนืองอีกครั้ง ด้วยการสุ่มตัวอย่างเฉพาะแหนมเนือง (ไม่รวมผัก) ที่มีจำหน่ายตามท้องตลาดในเขตกรุงเทพฯ จำนวน 4 ตัวอย่าง เพื่อนำมาวิเคราะห์เชื้อก่อโรค สแตปฟิโลคอคคัส ออเรียส

ผลปรากฏว่า ไม่พบปนเปื้อนเลยทั้ง 4 ตัวอย่าง

วันนี้ กินแหนมเนืองได้อย่างสบายใจและสบายท้อง
-------
ที่มา ไทยรัีฐ 18 กพ.2554

ยาฆ่าแมลงในถั่วฝักยาว

ยาฆ่าแมลงในถั่วฝักยาว

ตามหลักโภชนาการที่ดี ใน 1 วัน เราควรทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ หรือ ถ้าไม่ครบจริงๆ ก็ควรทานให้ได้ 3 ใน 5 ถือว่ายังได้อยู่

ซึ่งสถานการณ์ปัจจุบัน ประชาชนตาดำๆอย่างเราเห็นจะเลือกไม่ได้ เพราะตอนนี้ที่ขาดกันอยู่เห็นจะเป็นหมู่ที่ 5 คือ ไขมัน

ตอน นี้คนไทยกำลังขาดไขมันกันอย่างหนัก โดยเฉพาะไขมันจากพืชจำพวกน้ำมันพืชชนิดต่างๆ หากมองในแง่ดี นับเป็นผลดีทางอ้อมที่ทำให้คนไทยกินไขมันน้อยลงจะได้ไม่ทำให้เกิดโรคอ้วน ซึ่งต้องเสียงบประมาณในการรักษากันในระยะยาว

เมื่อไขมันหายาก ก็หันมากินเนื้อสัตว์ ผัก และผลไม้แทนให้มากขึ้นก็น่าจะดี เพราะได้ทั้งวิตามินและแร่ธาตุที่จำเป็นต่อร่างกาย ทำให้มีสุขภาพดี และมีผิวพรรณสดใส

สำหรับผักและผลไม้ เวลาซื้อต้องระวังของแถมที่เรามองไม่เห็นคือ ยาฆ่าแมลง สักนิด เพราะเปรียบเสมือนระเบิดเวลาที่เมื่อสะสมจนได้ที่แล้ว จะระเบิดและเป็นอันตรายต่อร่างกายได้

ถั่วฝักยาว เป็นผักอีกชนิดที่มักพบว่ามียาฆ่าแมลงตกค้าง ซึ่งเมื่อสุ่มตรวจเพื่อหาการตกค้างของยาฆ่าแมลงกลุ่ม ไพรีทรอยด์และคาร์บาร์เมต ก็จะพบแทบทุกครั้ง

โดยเฉพาะ ไซเพอร์เมทรินและเมโทมิล ซึ่งน่าอัศจรรย์ที่ทำไมมันไม่หมดเสียที หรืออาจเป็นเพราะเกษตรกรเร่งเก็บเกี่ยวผลผลิตหรือไม่ พอถึงช่วงที่เก็บได้ก็ประโคม ฉีดพ่น ทิ้งไว้ 1-2 วัน ก็เก็บมาขายโดยไม่คำนึงว่าจะมียาฆ่าแมลงตกค้างหรือไม่

คนกินไม่รู้เรื่องก็พลอยรับเคราะห์ไปด้วย

สำหรับคนที่ชอบกินถั่วฝักยาว วันนี้ต้องระวัง เพราะผลการตรวจวิเคราะห์หายาฆ่าแมลงชนิด ไซเพอร์เมทรินและเมโทมิล ตกค้างนั้น พบว่า

มีถั่วฝักยาว 3 ตัวอย่าง พบการตกค้าง และมีอยู่ 1 ตัวอย่างที่พบสารไซเพอร์เมทริน ตกค้างในปริมาณที่เกินกว่ามาตรฐานกำหนด ซึ่งกระทรวงสาธารณสุขไทยได้กำหนดไว้ว่า ตรวจพบสาร ไซเพอร์เมทริน ตกค้างในถั่วฝักยาวสูงสุดได้ไม่เกิน 0.05 มิลลิกรัม ต่อ 1 กิโลกรัม

วิธีการป้องกันง่ายๆ สำหรับผู้บริโภค คือ นำผักมาล้างด้วยน้ำสะอาดหลายๆครั้ง เพื่อให้ปริมาณยาฆ่าแมลงที่ตกค้างนั้นหมดไปหรือเจือจางลงกว่าเดิม เพื่อความปลอดภัย


ที่มา ไทยรัฐ+สถาบันอาหารโครงการอาหารปลอดภัย 25 กุมภาพันธ์ 2554

สารฟอสเฟตในกุ้ง

สัปดาห์นี้ มันมากับอาหาร มีเรื่องราวของ สารฟอสเฟต ในกุ้งสด อาหารที่คุ้นเคยของชาวไทยเรามาฝาก

เรื่อง มีอยู่ว่า เจ้าสารฟอสเฟตนี้เป็นสารที่ผู้ผลิตอาหารแช่แข็งเค้านำมาใช้จุ่มเคลือบผิว ก่อนนำไปแช่แข็ง เพื่อช่วยลดการสูญเสียน้ำหนักและช่วยคงลักษณะเนื้อสัมผัสที่ดีของอาหารทะเล แช่แข็งชนิดต่างๆเอาไว้

การที่ผู้ผลิตใช้สารดังกล่าวนี้เป็นเพราะ ก่อนที่เราจะนำกุ้งสดที่ผ่านการแช่แข็งมาทานนั้น จะต้องนำมาละลายน้ำแข็งและนำมาปรุง ซึ่งทั้งสองขั้นตอนนี้ จะทำให้กุ้งแช่แข็งสูญเสียน้ำหนักไปปริมาณมาก

เพราะขณะที่เป็นน้ำ แข็งนั้นน้ำจะถูกเปลี่ยนโครงสร้างเกิดเป็นผลึกที่มีความคม และทำให้เนื้อเยื่อของกุ้งมีการหดตัว กลไกนี้ทำให้ผนังเซลล์ของกุ้งถูกทำลาย เมื่อนำมาละลายน้ำแข็งของเหลวที่อยู่ในเซลล์กุ้งก็จะไหลออกมาด้วย ทำให้สูญเสียน้ำหนักมากกว่าปกติ

และโครงสร้างของเนื้อเยื่อก็เปลี่ยนไปด้วย ทำให้รสชาติความเหนียวนุ่มของเนื้อกุ้งเปลี่ยนแปลง

จากปัญหานี้จึงทำให้มีการนำสารกลุ่มโพลีฟอสเฟตเข้ามาใช้ในการผลิตอาหารทะเลแช่แข็ง แล้วเจ้าสารฟอสเฟตนี้อันตรายหรือไม่ อย่างไร

ปกติ ฟอสเฟตเป็นสารอาหารที่พบได้ทั่วไปในธรรมชาติ และเป็นอันตรายต่อร่างกายน้อยมาก แต่หากเราทานกุ้งหรืออาหารทะเลที่มีสารฟอสเฟตตกค้างในปริมาณมากๆ อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อร่างกาย คือ ทำให้ระคายเคืองต่อผิวหนังและผู้บริโภคบางรายอาจเกิดอาการแพ้ได้

วันนี้ สถาบันอาหารได้ทำการสุ่มตัวอย่างกุ้งสดแช่แข็งที่มีขายตามท้องตลาดใน เขตกรุงเทพฯ จาก 5 ย่านการค้า เพื่อนำมาวิเคราะห์การตกค้างของสารฟอสเฟต

ผลปรากฏว่า พบสารฟอสเฟตตกค้างในทุกตัวอย่าง และมี 2 ตัวอย่างที่พบปริมาณตกค้างเกินมาตรฐานกระทรวงสาธารณสุขไทย ที่กำหนดให้ ใช้สารประกอบฟอสเฟตได้ในปริมาณไม่เกิน 5,000 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม

เพื่อความสบายใจและปลอดภัย ควรทำความสะอาดโดยล้างด้วยน้ำสะอาดก่อนทานทุกครั้ง


ที่มา: ไทยรัฐ+สถาบันอาหารโครงการอาหารปลอดภัย 18 มีนาคม 2554

ขนม​ปัง​ไส้​สังขยา-ยังไม่พบเชื้อ​ก่อ​โรค

คน​สุขภาพ​ดี ใน 1 มื้อ​จะ​ต้อง​ทาน​อาหาร​ให้​ครบ 5 หมู่ ร่างกาย​จึง​จะ​ได้​รับ​สาร​อาหาร​ครบถ้วน​และ​เต็มที่ เพื่อ​สร้าง​เสริม​ให้​ร่างกาย​แข็ง​แรง​ปราศจาก​โรค​ภัย​ไข้​เจ็บ

แต่ ​ปัจจุบัน​โอกาส​ที่​จะ​เลือก​กิน​ได้​นั้น​มี​น้อย ส่วน​ใหญ่​มี​แบบ​ไหน​ก็​ต้อง​กิน​แบบ​นั้น จะ​ไป​ครบถ้วน​อีก​ครั้ง​ก็​ตอน​มื้อ​เย็น​ที่​กลับ​ไป​ปรุง​อาหาร​กิน​เอง​ ที่​บ้าน

แต่​หาก​เลือก​ได้ ขอ​แนะ​ให้​เลือก​ซื้อ​อาหาร​ที่​ให้​คุณ​ค่า​ทาง​อาหาร​มา​กิน​จะ​ดี​กว่า คิด​ง่ายๆ ถ้า​ตอน​เช้า​เรา​ต้อง​​เร่งรีบ​ไป​ทำ​งาน​จน​ไม่​มี​เวลา​กิน​อาหาร​เช้า ลอง​ซื้อ​ขนม​ปัง​สัก​ชิ้น​มา​ทาน​ก็​พอ​จะ​ทดแทน​อาหาร​เช้า​ได้ ส่วน​จะ​เป็น​ขนม​ปัง​ชนิด​ไหน ไส้​อะไร​นั้น​แล้วแต่​ความชอบ

ขนม​ปัง​ที่​ขาย​อยู่​ตาม​ท้องตลาด​หรือ​ร้าน​สะดวก​ซื้อ มี​ทั้ง​ขนม​ปัง​ไส้​หมูหยอง ไส้​สังขยา ไส้​ลูก​เกด​และ​ผล​ไม้​อื่นๆ

ขนม​ปัง​เหล่า​นี้​ล้วน​แต่​ผ่าน​มือ​ผู้​ผลิต​มา​แล้ว​ทั้งสิ้น สะอาด​บ้าง ​ไม่​สะอาด​บ้าง ไม่​มี​ใคร​เห็น เรา​ไม่​สามารถ​รู้​ได้​ว่า​ผู้​ผลิต​รักษา​สุขลักษณะ​หรือ​ความ​สะอาด​ใน​ ระหว่าง​ผลิต​และ​ใช้​ส่วนผสม​ที่​ได้​คุณภาพ​หรือ​ไม่ จะ​รู้​อีก​ที​ก็​ตอน​ที่​เกิด​อาการ​ท้องเสีย ท้องร่วง​กัน​ไป​แล้ว

ส่วน​ใหญ่​เชื้อ​ก่อ​โรค​ที่​มัก​มา​กับ​ความ​ไม่​สะอาด โดยเฉพาะ​ใน​ขนม​ปัง​ไส้​สังขยา​นั้น หนี​ไม่​พ้น​เชื้อ​ก่อ​โรค บาซิลลัส ซีเรียส (Bacillus cereus)

ซึ่ง​เป็น​เชื้อ​จุลินทรีย์​ที่​พบ​ใน​ ระหว่าง​การ​เตรียม​และ​การ​เก็บ​รักษา​อาหาร​ที่​ไม่​ถูก​สุขลักษณะ โดยเฉพาะ​อาหาร​ที่​มี​แป้ง ครีม และ​นม​เป็น​ส่วนประกอบ และ​อาหาร​ที่​ผลิต​จาก​ธัญพืช ข้าว และ​แป้ง เช่น มะกะโรนี เต้าเจี้ยว ข้าว​ผัด

ดังนั้น ขั้น​ตอน​การ​เตรียม​วัตถุดิบ การ​ปรุง การ​เก็บ​รักษา​และ​การ​ขนส่ง​อาหาร​จะ​ต้อง​สะอาดไม่​เป็น​แหล่ง​สะสม​ เชื้อ​ก่อ​โรค หรือ​เมื่อ​ซื้อ​มา​แล้ว​ก็​ต้อง​กิน​ให้​หมด​ใน​ครั้ง​เดียว

วัน​นี้ สถาบัน​อาหารได้​สุ่มตัวอย่าง​ขนม​ปัง​ไส้​สังขยา เพื่อ​นำ​มา​วิเคราะห์​ตรวจ​หา​การ​ปน​เปื้อน​ของ​เชื้อ บาซิลลัส ซีเรียส
ผล​ปรากฏ​ว่า ทุก​ตัวอย่าง​ปลอดภัย แสดง​ว่า​ผู้​ผลิต​ใส่ใจ ผู้​บริโภค​อย่าง​เราๆ ก็​สบายใจ​หายห่วง

ที่มา ไทยรัฐออนไลน์ สถาบันอาหารโครงการอาหารปลอดภัย 8 เมษายน 2554

ไข​มัน​ใน...กล้วยแขก

กล้วยแขก อาหารว่าง​ยอด​นิยม​ของ​คน​ไทย ที่​เห็น​ทอด​ขาย​ตาม​ฟุต​ปาทหรือ​ริม​ถนน​ตาม​แหล่ง​ชุมชน​ทั่วไป

วิธี​ทำ​ก็​ไม่​ยุ่งยาก นำ​กล้วย​น้ำว้า​ที่​ไม่​ดิบ​หรือ​ไม่​สุก​จน​เกินไป​มา​ตัด​เป็น​แผ่น​หรือ ​ฝาน​ตาม​ยาว​เป็น​ชิ้น​บางๆ แล้ว​นำ​มา​ชุบ​น้ำ​แป้ง​ที่​มี​ส่วนผสม​ของ​แป้ง​ข้าวเจ้า หัวกะทิ มะพร้าว​ขูด งา​คั่ว น้ำตาล เกลือ​ และ​ผงฟู

จาก​นั้น​นำ​ไป​ทอด​ใน​ กระทะ​ที่​มี​น้ำมัน​ร้อนๆ เมื่อ​กล้วย​สุก​จะ​เป็น​สี​เหลือง​ทอง​ดู​น่า​ทาน มี​กลิ่น​หอม ทาน​ร้อนๆ จะ​มี​รสชาติ​หวาน มัน กรอบ​นอก​และ​นุ่ม​ใน

หาก​พิจารณา​คุณ​ค่า​ทาง​อาหาร​ของ​กล้วยแขก ก็​มี​ทั้ง​คาร์โบไฮเดรต ไข​มัน โปรตีน ​และ​ใย​อาหาร

ทว่าอาจ​มี​ปริมาณ​ของ​ไข​มัน​ใน​ระดับ​ที่​สูง​ทั้ง​จาก​น้ำมัน​ที่​ใช้​ทอดและ ​กะทิ ผู้​ที่​ชื่น​ชอบ​กล้วยแขกถึง​ขั้น​ต้อง​ทาน​เป็น​อาหารว่าง​ทุก​วัน หรือ​ทาน​บ่อย​ครั้ง​ใน​ปริมาณ​มากๆ หรือ​ทาน​มาก​เกินไป อาจ​เสี่ยง​ต่อ​การ​เป็น​ โรค​อ้วน ลงพุง และ​มี​ ไข​มัน​ใน​เลือด​สูง​ได้

วัน​นี้​สถาบัน​อาหารได้​สุ่มตัวอย่าง​กล้วยแขก​ที่​มี​ขาย​ตาม​แหล่ง​ชุมชน​ ต่างๆ ใน​เขต​กรุงเทพฯ จำนวน 5 ตัวอย่าง เพื่อ​นำ​มา​วิเคราะห์​หา​ปริมาณ​ของ​ไข​มัน

ผล​วิเคราะห์​ที่​ได้​แสดง​ดัง​ตาราง​ด้าน​ล่าง

อย่าง​ที่​ว่า ทาน​อาหาร​ให้​ครบ 5 หมู่ ให้​หลากหลาย​และ​ถูก​ส่วน เพิ่ม​ผัก ผล​ไม้ และ​ออกกำลัง​กาย​อย่าง​พอเหมาะ ก็​จะ​ไม่​ทำให้​อ้วน​และ​เป็น​โรค​ต่างๆได้

ส่วน​ผู้​ที่​มี​ไข​มัน ​ใน​เลือด​สูง สามารถ​ทาน​กล้วยแขกหรือ​อาหาร​ที่​มี​ไข​มัน​ได้​บ้าง แต่​ต้อง​ทาน​ใน​ปริมาณ​ที่​น้อยๆ หรือ​นานๆครั้ง ไม่​ใช่​งด​โดย​สิ้นเชิง

เพราะ​ไข​มัน​ก็​มี​ประโยชน์​ใน​การ​ช่วย​ดูด​ซึม​วิตามิน​เอ วิตามิน​ดี วิตามิน​อี และ​วิตามิน​เค

ถ้า​ไม่​ทาน​อาหาร​ที่​มี​ไข​มัน​เลย ก็​อาจ​เป็น​โรค​ขาด​วิตามิน​ดัง​กล่าว​ได้ เลือก​ทาน​อาหาร​ให้​เหมาะสม​ตั้งแต่​วัน​นี้ เพื่อ​สุขภาพ​ที่​ดี​ใน​วัน​หน้า


ที่มา: "ไทยรัฐ+สถาบันอาหารโครงการอาหารปลอดภัย" วันศุกร์ 15 เมษายน 2554

Monday, December 13, 2010

สารบอแรกซ์ ในลูกชิ้นและไส้กรอก

สารบอแรกซ์ หลายคนคงจะรู้สึกคุ้นหูกับสารเคมีชนิดนี้ เนื่องจากสังคมไทยมีการกล่าวถึงอยู่บ่อยครั้ง

ด้วยเหตุที่ว่า เป็นสารที่ทำให้เกิดอันตรายกับร่างกายของเราอย่างมาก

สารบอแรกซ์ หรือน้ำประสานทอง เป็นสารเคมีที่ส่วนใหญ่มักใช้ในอุตสาหกรรมการผลิตแก้วและเครื่องเคลือบต่างๆ

โดยใช้เป็นสารต้านจุลินทรีย์ ทำความสะอาดและใช้ทำสเปรย์ ถ้าเรารู้จักใช้อย่างถูกวิธี สารชนิดนี้ก็จะไม่ทำให้เกิดอันตรายแต่อย่างใด

แต่ปัจจุบันอาจไม่เป็นเช่นนั้น เนื่องจากมีพ่อค้า แม่ค้าหัวใสบางราย นำสารบอแรกซ์ไปผสมอาหารโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์

เพียง คิดว่าใส่ไปเพื่อให้อาหารมีความกรอบและหยุ่นมากขึ้น ส่วนใหญ่มักผสมในอาหารคาว เช่น ลูกชิ้น หมูยอ ไส้กรอก หัวไช้โป๊ ผักและผลไม้ดอง ในขนมหวาน เช่น ลอดช่อง วุ้นกรอบ สาคู ทับทิมกรอบ

ความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ กำลังส่งผลกระทบอย่างรุนแรงสำหรับผู้บริโภคอย่างเราๆ

เนื่องจากส่วนผสมสารบอแรกซ์เป็นพิษต่อร่างกายทั้งเฉียบพลันและเรื้อรัง โดยมีอาการเป็นพิษต่อระบบประสาท ตับ ไต และผิวหนัง

วันนี้ สถาบันอาหารขอส่งสัญญาณเตือนให้กับผู้บริโภคและหน่วยงานที่มีหน้าที่ดูแลควบคุมการผลิตและจำหน่ายในประเทศว่า

ถึง เวลาแล้วหรือยังที่เราจะเอาจริงเอาจังกับผู้ผลิตที่ฉวยโอกาสและไม่ปฏิบัติ ตามข้อกำหนดของกระทรวงสาธารณสุขที่ห้ามใช้สารบอแรกซ์ในอาหารเหล่านี้

แต่ คนไทยก็ไม่โชคร้ายเสมอไป เมื่อสถาบันอาหารได้สุ่มตัวอย่างลูกชิ้นปลาและไส้กรอก จำนวน 5 ตัวอย่าง จาก 5 ย่านการค้า เพื่อวิเคราะห์หาสารบอแรกซ์ปนเปื้อน

ผลปรากฏว่า ทุกตัวอย่างไม่พบการปนเปื้อนเลย
-ลูกชิ้นปลา จาก ศาลายา คลองเตย และบางแค
-ไส้กรอกไก่ จาก บางแค
-----------------------
ไม่ใส่บอแรกซ์ แล้วใส่อย่างอื่นที่เป็นอันตรายแทนหรือเปล่า และอยากให้ตรวจสินค้าในห้างดัง ๆ เอามาแฉให้ดูหน่อย ว่าเบื้องหน้า เบื้องหลังเป็นอีหยังก้า

Saturday, July 3, 2010

คอเลสเทอรอล ในกาแฟปรุงสำเร็จ cholesterol in instant coffee

ปัจจุบัน โรคหัวใจขาดเลือด เป็นสาเหตุการตายอันดับต้นของไทย ปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญคือ ภาวะไขมันในเลือดสูง ความดันเลือดสูงและการสูบบุหรี่ ซึ่งปัจจัยเหล่านี้เป็นสิ่งที่เราสามารถควบคุมได้

การป้องกันการเกิดโรคเหล่านี้ ส่วนหนึ่งคือ การเลือกทานอาหารที่มีประโยชน์ และการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ

ส่วนใหญ่เรามักติดปากเรียกไขมันที่อยู่ในร่างกายและเป็นอันตรายว่า คอเลสเทอรอล ซึ่งจะมีทั้ง แอล ดี แอล คอเลสเทอรอล (LDL) ที่เปรียบเสมือน "ตัวผู้ร้าย" ถ้าไปสะสมอยู่ในหลอดเลือดแดงมากเท่าไร เราก็จะเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจ และเป็นอันตรายต่อสุขภาพร่างกาย

ส่วนตัว "พระเอก" จะมีชื่อว่า เอช ดี แอล คอเลสเทอรอล (HDL) ซึ่งเป็นตัวที่จะกำจัด แอล อี แอล ออกจากหลอดเลือดแดง ซึ่งถ้าร่างกายมี เอช ดี แอล อยู่เยอะก็จะทำให้สามารถลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจได้

คอเลสเทอรอลมักพบได้ในอาหารที่เป็นไขมัน และเครื่องในสัตว์ชนิดต่างๆ

ใน ผลิตภัณฑ์พืช ก็มีมากในกะทิ น้ำมันปาล์ม ไขมันทรานส์ (transfatty acid) ในมาร์การีน (เนยเทียม) เนยขาว น้ำมันที่ใช้ทอดมันฝรั่ง ขนมอบหรือเบเกอรี่ที่ทำมาจากมาร์การีน แต่สิ่งที่เราคาดไม่ถึงวันนี้คือ อาจพบคอเลสเทอรอลในกาแฟปรุงสำเร็จอีกด้วย

เพื่อคลายความวิตกกังวล วันนี้สถาบันอาหารได้ทำการสุ่มตัวอย่าง กาแฟปรุงสำเร็จ จำนวน 5 ตัวอย่าง จาก 5 ยี่ห้อ เพื่อนำมาวิเคราะห์หาคอเลสเทอรอล

ผลการทดสอบนับว่าเป็นเรื่องดี เพราะกาแฟปรุงสำเร็จทุกตัวอย่างไม่พบคอเลสเทอรอลเลย

ทาง ที่ดี คนที่ชอบดื่มกาแฟ ควรจะต้องหัดเป็นคนช่างสังเกตกันสักนิดว่า กาแฟปรุงสำเร็จที่เราจะดื่มนั้น มีส่วนผสมอะไรบ้าง เพื่อให้ร่างกายได้รับประโยชน์แบบเต็ม ๆ

ที่มา: ไทยรัฐออนไลน์ โดย ไทยรัฐ+สถาบันอาหารโครงการอาหารปลอดภัย 23 เมษายน 2553 สถาบันอาหารโครงการอาหารปลอดภัย ห้องปฏิบัติการ โทร 02-886-8088
+_+_+_+_+_+
คอเลสเตอรอล ตัวอันตราย คอเลสเตอรอล ตัวร้าย คอเลสเตอรอล ตัวที่มีอยู่ในอาหารเกือบทั้งหมด เฮ้อ คอเลสเตอรอล from the 5-sample tests no cholesterol found in instant coffee

Friday, July 2, 2010

(มี)แคดเมียม...ในสาหร่าย

ช่วงนักเรียนปิดเทอม บรรดาพ่อแม่ที่ต้องอยู่บ้านดูแลลูก คงต้องปวดเศียรเวียนเกล้ากันไปซักระยะหนึ่ง ถือซะว่าเพื่อแบ่งเบาภาระทางโรงเรียน เอาลูกกลับมาดูแลกันเองซักพัก หรืออาจให้เรียนพิเศษเพื่อเพิ่มพูนความรู้

นั่นก็เป็นอีกวิธีหนึ่ง ที่พ่อแม่หลายคนนิยมใช้ จะเรียนจะเล่นอะไรไม่ว่า แต่ต้องดูแลอย่างใกล้ชิด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเดินทาง หรือเรื่องอาหารการกิน เพราะเด็กก็คือเด็ก เห็นอะไรกินอร่อยก็ซื้อกินประจำ พ่อแม่ต้องระวัง ช่วยลูกเลือกด้วยก็ดี

พอเห็นว่าช่วงนี้เด็กปิดเทอมอยู่กับบ้านก็เลยอยากจะนำเสนอเรื่องราวของขนมกินเล่นกันดูบ้าง เผื่อจะเป็นประโยชน์สำหรับพ่อแม่

สาหร่ายทะเล เป็นอาหารอีกชนิดหนึ่งที่เด็กๆมักจะร้องซื้อประจำ ความจริงแล้วสาหร่ายเป็นอาหารที่มีประโยชน์

สถาบัน วิจัยโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล ได้เคยศึกษาคุณค่าทางโภชนาการของสาหร่ายทะเล ทั้งชนิดแผ่นไม่ปรุงรสหรือจีฉ่าย และชนิดปรุงบรรจุซอง พบว่าคุณค่าทางโปรตีนอยู่ระหว่าง 10-40 กรัมต่อสาหร่ายทะเล 100 กรัม หรือ 1 ขีด

นอกจากนี้ ยังเหมาะสำหรับผู้ที่ควบคุมน้ำหนัก เพราะคาร์โบไฮเดรตในสาหร่ายทะเลนั้น ส่วนใหญ่จะเป็นใยอาหาร

เมื่อมีประโยชน์เยอะ ก็มีโทษเหมือนกัน

สำหรับ สาหร่ายทะเลนั้น สารพิษที่มักปนเปื้อนคือ แคดเมียม ซึ่งเป็นโลหะหนัก มักใช้ในอุตสาหกรรมย้อมผ้า กระดาษ เมื่อโรงงานเหล่านี้ปล่อยน้ำทิ้งลงไปในแม่น้ำหรือทะเล สิ่งมีชีวิตหรือพืชผักแถวนั้นก็จะได้รับสารพิษไปด้วย

พ่อแม่ควรระวังเป็นพิเศษ ประโยชน์ก็มีเยอะ โทษก็มีด้วย

ทางที่ดี ถ้าหลีกเลี่ยงไม่ได้ควรจะให้เด็กกินน้อยๆ ร่างกายก็จะสามารถขับพิษออกมาได้

แต่...ถ้ากินเยอะๆและบ่อยๆ ไม่ปลอดภัยแน่นอน!
ที่มา: ไทยรัฐออนไลน์ โดย ไทยรัฐ+สถาบันอาหารโครงการอาหารปลอดภัย 2 เมษายน 2553 สถาบันอาหารโครงการอาหารปลอดภัย ห้องปฏิบัติการ โทร 02-886-8088

(ไม่พบ)ตะกั่วในกระเพาะปลาแห้ง

กระเพาะปลา เป็นอาหารที่คนไทยนิยมรับประทาน แต่... กระเพาะปลาที่เราเห็นกันทุกวันนี้ มีทั้งของแท้และของเทียม

กระเพาะ ปลาของแท้ คือ ส่วนที่เป็นถุงลมของปลา ส่วนใหญ่จะเป็นปลาทะเลที่มีขนาดใหญ่ เมื่อได้ถุงลมมาแล้วต้องลอกเอาส่วนที่เป็นเส้นเลือดปลาและกล้ามเนื้อออกให้ หมด จากนั้นนำไปทอดจนพอง

กระเพาะปลาที่มีราคาแพงที่สุดนั้น เป็นกระเพาะปลาที่ทำจากถุงลมของปลากะพง ที่คนจีนเรียกว่า เหมี่ยนฮื้อ แต่เนื่องจากกระเพาะปลาเป็นอาหารที่ได้มาจากทะเล ทำให้อาจมีการปนเปื้อนสารตะกั่ว

ตะกั่ว เป็นโลหะหนักที่พบได้ในดิน น้ำ หิน อากาศ และในพืช รวมถึงภาคอุตสาหกรรมผลิตสี โซดาไฟ และพลาสติก ซึ่งโรงงานเหล่านี้จะปล่อยน้ำเสียหรือควันออกสู่สิ่งแวดล้อม อาจทำให้สัตว์น้ำที่อาศัยอยู่นั้นปนเปื้อนสารตะกั่ว

สำหรับพิษของตะกั่ว ทำให้เกิดโรคเรื้อรัง การเกิดพิษต้องใช้เวลานานนับเดือน บางครั้งเป็นปีจึงจะแสดงอาการ

ผู้ป่วยส่วนใหญ่มักท้องผูก อุจจาระมีสีดำ โลหิตจาง คอแห้ง กระหายน้ำ อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร ปัสสาวะมากผิดปกติ และไตอาจพิการได้

ตามประกาศของกระทรวงสาธารณสุข ฉบับที่ 98 (พ.ศ.2529) กำหนดให้ในอาหารพบสารตะกั่วได้ไม่เกิน 1 มิลลิกรัม ในอาหาร 1 กิโลกรัม

ฉะนั้นวันนี้เมื่อเราสุ่มตรวจกระเพาะปลาแห้ง จาก 5 ย่านการค้า ในจังหวัดสงขลา เพื่อนำมาวิเคราะห์การปนเปื้อนของสารตะกั่ว

พบว่า ทั้ง 5 ตัวอย่างไม่พบการปนเปื้อนเลย ผู้ที่ชื่นชอบบริโภคกระเพาะปลาคงกินกันได้อย่างสบายใจ

ที่มา: ไทยรัฐออนไลน์ โดย ไทยรัฐ+สถาบันอาหารโครงการอาหารปลอดภัย 05 มีนาคม 2553 สถาบันอาหารโครงการอาหารปลอดภัย ห้องปฏิบัติการ โทร 02-886-8088

เชื้อก่อโรคในเต้าเจี้ยว

เต้าเจี้ยว เป็นผลิตภัณฑ์อาหารหมักที่ได้จากการหมักถั่วเหลืองที่มีโปรตีนสูง

เรา นิยมนำเต้าเจี้ยวมาประกอบอาหาร ที่เห็นบ่อยๆ เห็นจะเป็นเครื่องจิ้มประเภทหลน หรือใช้เป็นเครื่องปรุงรสในการประกอบอาหารชนิดอื่นๆ ให้มีรสชาติดีขึ้น

เต้าเจี้ยว เป็นอาหารที่ทำกินเองได้ภายในครัวเรือน เริ่มต้นจากการนำถั่วเหลืองมาแช่น้ำทิ้งไว้ให้นิ่ม ประมาณ 2-3 ชั่วโมง ต้มให้นิ่มแล้วผสมกับแป้งสาลีหรือแป้งข้าวเจ้า โดยมีเชื้อราและแบคทีเรียช่วยในการหมัก เพื่อให้เกิดกลิ่น สี และ
รสชาติที่เป็นลักษณะเฉพาะ การหมักนี้จะใช้เวลาประมาณ 45-60 วัน ก็จะได้เป็นเต้าเจี้ยว

จะ เห็นได้ว่า วิธีการหมักแบบครัวเรือนนี้โอกาสของการปนเปื้อนเชื้อก่อโรค เช่น เชื้อบาซิลลัส ซีเรียส (Bacillus cereus) มีสูงมาก เพราะเชื้อก่อโรคชนิดนี้มักจะเกิดขึ้นจากการผลิตที่ไม่ถูกสุขลักษณะ ไม่สะอาด หรือเก็บรักษาไม่ถูกวิธี ซึ่งจะทำให้เกิดเชื้อโรคปนเปื้อนได้

แต่ การผลิตในปัจจุบัน หากผู้ผลิตนำระบบคุณภาพ เช่น GMP และ HACCP เข้ามาเป็นตัวช่วยในการผลิต ก็อาจทำให้โอกาสของการปนเปื้อนเชื้อก่อโรคมีน้อยลง

แต่เราก็ไม่ควรประมาท พยายามเลือกหาอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการ และมีโปรตีนสูง อีกทั้งราคาไม่แพงนัก

ถั่ว เหลือง อุดมไปด้วยเกลือแร่ เหล็ก และโพแทสเซียม ซึ่งช่วยในการทำงานของกระดูก และที่สำคัญคือ ธาตุเหล็ก ซึ่งช่วยบำรุงโลหิต และมีวิตามินบี 2 มากกว่าพืชอื่นๆ

เพื่อการันตีว่าปัจจุบันผู้ผลิตมีความใส่ใจเรื่องความปลอดภัยของผู้บริโภคกันมากขึ้น

วันนี้ สถาบันอาหารจึงทำการสุ่มตัวอย่างเต้าเจี้ยว จำนวน 5 ตัวอย่าง จาก 5 ยี่ห้อ เพื่อนำมาวิเคราะห์หาการปนเปื้อนของเชื้อบาซิลลัส ซีเรียส

ปรากฏว่า ทุกตัวอย่างไม่พบการปนเปื้อนของเชื้อ บาซิลลัส ซีเรียส เลย กินพุงกางได้เลย

ที่มา: ไทยรัฐออนไลน์ โดย ไทยรัฐ+สถาบันอาหารโครงการอาหารปลอดภัย 19 มีนาคม 2553 สถาบันอาหารโครงการอาหารปลอดภัย ห้องปฏิบัติการ โทร 02-886-8088

อะฟลาท็อกซิน ในเครื่องเทศไทย

วันนี้ กรุงเทพฯเป็นเมืองที่มีคนอาศัยมากที่สุด เนื่องจากเป็นศูนย์กลางการปกครอง การศึกษา การคมนาคมขนส่ง การสื่อสาร การเงินการธนาคาร

เมื่อวันนี้ผู้คนในกรุงเทพฯมีมากมายมหาศาล ทุกสิ่งทุกอย่างที่มีไว้บริการประชาชนจึงต้องเพิ่มตามไปด้วย

โครงการ ต่างๆเกิดขึ้นมาเพื่อเป็นมาตรการรักษาความปลอดภัยให้คนกรุงเทพฯ โดยเฉพาะเรื่องอาหารการกินที่ต้องปลอดภัย จึงเป็นจุดเริ่มต้นของ โครงการกรุงเทพฯเมืองอาหารปลอดภัย

ครั้งนี้ กรุงเทพฯได้ดำเนินการร่วมกับหน่วยงานทดสอบอาหารคือ สถาบันอาหาร ดำเนินการสุ่มตรวจทั้งอาหารสด อาหารแห้ง เพื่อหาสารปนเปื้อนซึ่งอาจปะปนมาโดยที่คนขายไม่รู้ และคนซื้อก็ไม่รู้ว่ากำลังได้รับอันตรายจากสารปนเปื้อนชนิดต่างๆ

เชื้อรา มีส่วนเกี่ยวข้องกับอาหารทั้งในแง่คุณประโยชน์ และก่อให้เกิดการเสื่อมเสียของอาหารในระหว่างการเก็บรักษา

นอก จากนี้ ยังมีเชื้อราบางชนิดที่ผลิตสารพิษที่เป็นอันตรายต่อผู้บริโภค เช่น ราในกลุ่ม Aspergillus flavus และ Aspergillus parasiticus ซึ่งมีสีเหลืองอมเขียวหรือเหลืองอมน้ำตาล

ราพวกนี้สามารถสร้างสารพิษ ที่เรียกว่า อะฟลาท็อกซิน ซึ่งเป็นสารทนต่อความร้อนได้สูงถึง 268 องศาเซลเซียส ความร้อนที่เราใช้ ประกอบอาหารประจำวันไม่สามารถทำลายพิษได้

เพื่อ เตือนให้ตระหนักในการเลือกซื้อ สถาบันอาหารได้สุ่มตัวอย่างเครื่องเทศแห้งจำนวน 5 ตัวอย่าง ที่มีจำหน่ายในเขตกรุงเทพฯ นำมาวิเคราะห์ หาการปนเปื้อนของสาร อะฟลาท็อกซิน

พบว่า วันนี้คนกรุงเทพฯ ยังปลอดภัยอยู่

ที่มา: ไทยรัฐออนไลน์ โดย ไทยรัฐ+สถาบันอาหารโครงการอาหารปลอดภัย 9 เมษายน 2553 สถาบันอาหารโครงการอาหารปลอดภัย ห้องปฏิบัติการ โทร 02-886-8088

ลูกพรุนอบแห้ง หวาน อันตรายมาก

ปัจจุบันสารให้ความหวาน นับเป็นส่วนผสมสำคัญอีกชนิดในการผลิตอาหาร ประเด็นแรก คือ การใช้สารให้ความหวานจะมีต้นทุนในการผลิตน้อยกว่าน้ำตาลทราย

ประเด็น ที่สอง คือ เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค ที่ไม่ต้องการรับประทานอาหารที่มีส่วนผสมของน้ำตาลทรายมากเกินไป เนื่องจากกลัวอ้วนหรือต้องการควบคุมน้ำหนัก

นอกจากนี้ ยังสามารถนำมาพัฒนาเป็นอาหารสำหรับผู้ป่วยที่เป็นโรคเบาหวานอีกด้วย

สาร ให้ความหวานแทนน้ำตาลนั้นมีหลายชนิด มีทั้งชนิดที่สกัดจากวัตถุดิบธรรมชาติ และสังเคราะห์ด้วยวิธีทางเคมี ส่วนจะเลือกใช้ชนิดไหนนั้นแล้วแต่ผู้ผลิต

โซเดียมไซคลาเมต เป็นสารให้ความหวานหรือรสหวานชนิดหนึ่งที่มีมานาน

สำหรับ ประเทศไทยไม่อนุญาตให้ใช้ในการผลิตอาหารที่ขายในประเทศ แต่จะอนุญาตให้ใช้ได้กับอาหารที่ผลิตส่งออกเท่านั้น ซึ่งหากผู้ผลิตรายใดต้องการเติมโซเดียมไซคลาเมตลงในอาหารจะต้องขออนุญาตจาก อย.ก่อน จึงจะสามารถใช้เติมลงในอาหารได้

โซเดียมไซคลาเมต มีความหวานกว่าน้ำตาลไม่มากเมื่อเทียบกับสารตัวอื่นๆ คือ หวานกว่าน้ำตาล 30-50 เท่า เหมาะกับการใช้ในผลิตภัณฑ์ผลไม้ เพราะจะช่วยเสริมรสชาติของผลไม้และตัดรสเปรี้ยว

จึงไม่แปลกที่วันนี้คอลัมน์มันมากับอาหารจะสุ่มตรวจสารชนิดนี้ในลูกพรุนอบแห้ง

ลูกพรุนอบแห้ง เป็นผลไม้ที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย มีธาตุเหล็ก โปแตสเซียม วิตามินบี และวิตามินซี

อีกทั้งยังมีกากใยธรรมชาติจำนวนมาก ช่วยระบายและรักษาอาการท้องผูก

เมื่อบ้านเรายังไม่สามารถหาลูกพรุนสดกินได้ จึงต้องซื้อแบบอบแห้งมารับประทานแทน หวังว่าร่างกายจะได้รับสารอาหารที่มีอยู่ในลูกพรุน

แต่ตรงกันข้าม เมื่อผลวิเคราะห์ออกมาชัดเจนว่า วันนี้ผู้ผลิตเติมสารโซเดียมไซคลาเมต ลงในลูกพรุนอบแห้งเพื่อเพิ่มความหวาน

สถาบันอาหาร ได้ทำการสุ่มตัวอย่างลูกพรุนอบแห้ง จาก 5 ยี่ห้อในตลาดทั่วกรุงเทพฯ เพื่อนำมาวิเคราะห์หาการตกค้างของสาร โซเดียมไซคลาเมต

ผลปรากฏว่า ทุกตัวอย่างตรวจพบโซเดียมไซคลาเมตตกค้าง(ค่อนข้างมาก และเป็นอันตรายยิ่ง)

ที่มา: ไทยรัฐออนไลน์ โดย ไทยรัฐ+สถาบันอาหารโครงการอาหารปลอดภัย 18 มิถุนายน 2553 สถาบันอาหารโครงการอาหารปลอดภัย ห้องปฏิบัติการ โทร 02-886-8088
+_+_+_+_+_+

แจ้งตำรวจจับเลยครับ

เชื้ออหิวาตกโรคในปลาหมึกปิ้ง

เชื้ออหิวาตกโรคในปลาหมึกปิ้ง??

ความปลอดภัยของผู้บริโภค ถือว่าเป็นเรื่องใหญ่สำหรับผู้ผลิตอาหาร จะผลิตมากหรือน้อยควรคำนึงถึงความปลอดภัยอยู่เสมอ

ถ้าเมื่อใดขาดความใส่ใจ หรือการรักษาความสะอาด ผู้บริโภค

อาจตกอยู่ในอันตรายอันเนื่องมาจากเชื้อก่อโรคที่ปนเปื้อนอยู่ในอาหารทั้งหลายได้

ส่วน ใหญ่แล้วเราได้ยินบ่อยๆ เห็นจะเป็นโรคท้องร่วง ท้องเดิน อันนี้ก็มีสาเหตุมาจากเชื้อก่อโรคที่ชื่อว่า วิบริโอ คลอเรลลา ถ้าเป็นภาษาแบบเข้าใจกันง่ายๆ จะเรียกว่า เชื้ออหิวาตกโรค เชื้อชนิดนี้สามารถพบได้ทั่วไปตามธรรมชาติ สิ่งแวดล้อมทั่วๆไป

แต่ เมื่อเข้าสู่ร่างกายแล้วจะเจริญเติบโตได้ดีในลำไส้ของคน มีอาหารหลายชนิดที่เข้าข่ายความเสี่ยงที่อาจพบการปนเปื้อนของเชื้อ วิบริโอ คลอ-เรลลา รวมถึงอาหารที่ใกล้ตัวเราที่สุด คือ ปลาหมึกปิ้ง ที่เข็นขายตามท้องถนน ตรอก ซอก ซอยต่างๆ เนื่องจากมีหลายคนชอบซื้อหามารับประทาน

โดยหารู้ไม่ว่า กำลังเชื้อเชิญให้เชื้อโรคเหล่านี้เข้าสู่ร่างกาย

หาก เชื้อ วิบริโอ คลอเรลลา เข้าสู่ร่างกายแล้ว จะทำให้มีอาการเกิดพิษเบื้องต้น คือ ถ่ายอุจจาระเป็นน้ำทันที โดยไม่มีการปวดท้อง อุจจาระจะมีสีขุ่นเหมือนน้ำซาวข้าว

บางครั้ง อาเจียน ในผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรงแล้วไม่ได้รับการรักษาอาจเสียชีวิตภายใน 2-3 ชั่วโมง วิธีป้องกันง่ายๆ คือ ก่อนรับประทานอาหารทุกครั้งควรล้างมือให้สะอาด ทานอาหารที่ปรุงสุกใหม่ๆ ไม่มีแมลงวันตอม

และสังเกตการเปลี่ยนสภาพของอาหาร ถ้าเปลี่ยนไปก็ไม่ควรเก็บไว้รับประทาน

สำหรับ วันนี้ สถาบันอาหารได้ทำการสุ่มตัวอย่างปลาหมึกปิ้ง จำนวน 4 ตัวอย่าง ที่มีจำหน่ายในย่านต่างๆทั่วกรุงเทพฯ เพื่อวิเคราะห์หาเชื้อก่อโรค

ผลปรากฏว่า ปลอดภัย และยังสามารถรับประทานได้อยู่

ที่มา: ไทยรัฐออนไลน์ โดย ไทยรัฐ+สถาบันอาหารโครงการอาหารปลอดภัย 14 พฤษภาคม 2553 สถาบันอาหาร ห้องปฏิบัติการ โทร 02-886-8088