Wednesday, February 2, 2011

เปิดบ้านอาชีวะเรียนฟรีมีเงินใช้ได้งานทำ

คมชัดลึก : การเรียนอาชีวศึกษาเป็นการเรียนการสอนวิชาชีพในกลุ่มธุรกิจบริการ ในประเภทวิชาคหกรรม พณิชยกรรมหรือบริหารธุรกิจ และศิลปกรรม ซึ่งขณะนี้มีความต้องการกำลังคน ในระหว่างปี 2553-2557 ถึง 1.7 ล้านคน หรือเฉลี่ย 3.4 แสนคนต่อปี และเป็นกลุ่มอาชีพที่มีความต้องการสูงสุด จากกลุ่มอาชีพอุตสาหกรรม และเกษตรกรรม ในขณะที่ปริมาณผู้เรียนในสายอาชีวศึกษามีแนวโน้มลดลงและยังไม่เพียงพอต่อ ความต้องการของสถานประกอบการทั้งภาคอุตสาหกรรม เกษตรและบริการ

ดร.ศศิธารา พิชัยชาญณรงค์ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กล่าวว่า เป้าหมายของการปฏิรูปการศึกษา ในทศวรรษที่สองไว้ชัดเจนมุ่งเพิ่มสัดส่วนผู้เรียนอาชีวศึกษา : สายสามัญจาก 70 : 30 เป็น 60 : 40 ให้ได้ภายในปี 2561 โดยเน้นกิจกรรมเชิงรุก เปิดบ้านอาชีวะ “เรียนอาชีวะดี เรียนฟรี มีเงินใช้ ได้งานทำ” ในระหว่างวันที่ 26-29 มกราคม 2554 ณ เวทีกลางแจ้ง วิทยาลัยอาชีวศึกษาเชียงราย การจัดกิจกรรมครั้งนี้เน้นการแสดงศักยภาพทางการเรียนการสอนในสาขาวิชาต่างๆ ในรูปแบบ "เปิดบ้านประกอบนิทรรศการมีชีวิต" (Open House and Life Exhibition) เพื่อสร้างแรงจูงใจและสร้างความรู้ความเข้าใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการให้ความรู้และแนะแนวการเรียนการสอนอาชีวศึกษาต่อนัก เรียนระดับ ม.3 ม.6 ที่อยู่ระหว่างการตัดสินใจเพื่อศึกษาต่อ และยังเป็นกิจกรรมเปิดที่ให้พ่อแม่ผู้ปกครองสามารถเข้ามาร่วมชมงาน ซึ่งเป็นแนวทางหนึ่งในการสร้างความเข้าใจต่อผู้ปกครองว่าการเรียนอาชีวศึกษา นั้น นอกจากบุตรหลานจะได้รับความรู้ มีทักษะวิชาชีพตามสาขาที่เลือกเรียนแล้ว จบแล้วมีงานทำแน่นอน

"นอกจาก “เรียนอาชีวะดี” แล้วยัง “เรียนฟรี” ตามนโยบายเรียนฟรี 15 ปีของรัฐบาล ระหว่างเรียนก็ “มีเงินใช้” เพราะผู้เรียนสามารถทำงานไปด้วยเรียนไปด้วย และเมื่อเรียนจบแล้ว “ได้งานทำ” เพราะการเรียนสายวิชาชีพนั้นเป็นความต้องการของตลาดแรงงานจำนวนมาก เป็นกำลังคนที่มีทักษะต่อการพัฒนาประเทศ และผู้เรียนมีโอกาสพัฒนาตนเอง เพื่อความก้าวหน้าในสายงานอย่างต่อเนื่อง โดยไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนสายงาน หรือสายการเรียนภายหลังจบการศึกษา"

เกษริน ปานกล่ำ หรือ น้องเกษ นักศึกษาสาขาคหกรรม วิทยาลัยอาชีวศึกษาสิงห์บุรี เล่าว่า ผู้ปกครองส่วนใหญ่มองว่า การเรียนสายอาชีวศึกษา เมื่อจบออกไปแล้ว อาชีพการงานไม่มีความมั่นคง จึงเลือกให้บุตรหลานจบปริญญามากกว่า แท้จริงแล้วการเรียนอาชีวะก็ มีงานทำที่มั่นคงได้ อีกทั้งยังสามารถประกอบธุรกิจส่วนตัว และในขณะที่เรียนมีรายได้เสริมจากการขายงานฝีมือ อาทิ ชุดวิวาห์ กล่องใส่กระดาษชำระ กระเป๋าอเนกประสงค์ หมอน เป็นต้น ซึ่งสินค้าเหล่านี้ล้วนเป็นที่ต้องการของตลาด ทำให้ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของครอบครัวลงได้

"การเรียนการสอนของสายอาชีวะจะ เป็นการผสมผสานระหว่างทฤษฎีและปฏิบัติเข้าด้วยกัน แต่จะเน้นทางปฏิบัติ เพื่อฝึกให้นักศึกษาได้คิดเป็น ทำเป็น และขายเป็น" น้องเกษ กล่าว

เช่นเดียวกับ ธวัชชัย ฟองเกตุ หรือ น้องวิว นักศึกษาสาขาอาหารและโภชนาการ วิทยาลัยอาชีวศึกษาลำปาง เล่าว่า ถึงแม้อาชีวะจะ ประสบปัญหาของกลุ่มนักเรียนทะเลาะวิวาท การใช้ความรุนแรง ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของสถาบัน อย่างไรก็ตามอาชีวศึกษาก็เป็นอีกสถาบันหนึ่งที่มีความสำคัญอย่างยิ่งในการ ช่วยขับเคลื่อนประเทศให้เดินหน้าพัฒนา ทั้งด้านตลาดแรงงาน ด้านการผลิตสินค้าอุปโภคบริโภคต่างๆ

"ตอนนี้มีความรู้ความเชี่ยวชาญด้านการทำเบเกอรี่เป็นอย่างมาก เพราะที่วิทยาลัยอาชีวศึกษาลำปาง มีการจัดการเรียนการสอนอย่างมีคุณภาพ คณาจารย์ให้การดูแลอย่างใกล้ชิดเป็นกันเอง สอนจนกว่านักศึกษาจะทำได้และเข้าใจในบทเรียน และยังได้ลงมือปฏิบัติจริงทุกขั้นตอน" น้องวิว กล่าว

จุฑามาศ กรีพจนีย์ ศิษย์เก่าวิทยาลัยอาชีวศึกษาอุตรดิตถ์ หนึ่งในผู้ประสบความสำเร็จด้านอาชีพ เล่าว่า ณ วันนี้ยังรู้สึกภาคภูมิใจอยู่ว่า ที่ได้จบการศึกษาจากอาชีวศึกษา ซึ่งเป็นสถาบันที่ทรงคุณค่าแห่งการผลิตบุคคลที่มีคุณภาพให้แก่สังคม จะเห็นได้จากนักศึกษาที่จบจากอาชีวศึกษาประสบผลสำเร็จในชีวิตมากมาย เช่นเดียวกับตนได้ประกอบธุรกิจส่วนตัว เปิดร้านจุฑามาศผ้าไทย ซึ่งได้นำความรู้ที่ได้จากการเรียนที่อาชีวศึกษา จากอาจารย์ถ่ายทอดความรู้ จากความตั้งใจทำสิ่งที่ตนเองรัก ทำให้ก้าวเข้าสู่เส้นชัยมาถึงทุกวันนี้ได้ จึงอยากให้น้องๆ ที่กำลังมองหาสถานที่ศึกษาต่อ ลองมองอาชีวศึกษา รับรองว่าน้องๆจะพบกับความสำเร็จในชีวิตอย่างแน่นอน สนใจร่วมชมกิจกรรม และสมัครเรียนต่ออาชีวศึกษาได้ที่ 0-2281-5555, 0-2510-1823 หรือ www.vec.go.th

0 ขวัญเรียม แก้วสุวรรณ 0 รายงาน

No comments:

Post a Comment