Thursday, December 8, 2011

ออกสำรวจเด็กไทย 'สมาธิสั้น' หวั่นกระทบการเรียน

ออกสำรวจเด็กไทย 'สมาธิสั้น' หวั่นกระทบการเรียน

สถาบันสุขภาพจิตเด็กฯ เตรียมสำรวจ "เด็กไทยสมาธิสั้น" ครั้งใหญ่ทั่วประเทศ ชี้ส่งผลกระทบการเรียน ความสัมพันธ์คนรอบข้าง...

เมื่อวันที่ 9 ธ.ค. นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน ผู้อำนวยการสถาบันสุขภาพจิตเด็ก และวัยรุ่นราชนครินทร์ กรมสุขภาพจิต กล่าวว่า ปัจจุบันพบว่าปัญหาเด็กสมาธิสั้น กลายเป็นโรคที่พบมากที่สุดในคลินิกจิตเวช โดยจากการสำรวจครั้งล่าสุด 4-5 ปีก่อน ในกลุ่มตัวอย่างนักเรียนชั้นประถม 4 ในเขต กทม.จำนวน 1,698 คน จาก 104 โรงเรียน พบว่าอัตราเด็กสมาธิสั้นอยู่ที่ 5% ของเด็กทั้งหมด ซึ่งปัญหาดังกล่าวถือเป็นเรื่องที่พ่อแม่ ผู้ปกครอง ต้องให้ความสำคัญ เพราะจะส่งผลกระทบถึงการเรียน และความสัมพันธ์กับคนรอบข้าง ทั้งครอบครัว เพื่อน ครู ซึ่งปัจจุบันประชาชนยังไม่มีความรู้เกี่ยวกับโรคนี้มากนัก โดยสถาบันสุขภาพจิตเด็กฯ ได้รับมอบหมายจากกรมสุขภาพจิต ในการสำรวจสถานการณ์เด็กครั้งใหญ่ทั่วประเทศ โดยจะใช้ตัวอย่างกลุ่มประชากรมากกว่าเดิม คาดว่าจะได้ผลสรุปในปี 2555 นี้ เพื่อนำข้อมูลมาวิเคราะห์สถานการณ์ และเร่งหาวิธีแก้ปัญหาต่อไป

นพ.ทวีศิลป์ กล่าวต่อว่า โรคสมาธิสั้น หรือ ADHD (Attention Deficit Hyperactivity Disorder) คือ ลักษณะพฤติกรรมของเด็กที่สมาธิเสียไป อยู่ไม่นิ่ง สามารถสังเกตได้ 3 ลักษณะ คือ 1. สมาธิสั้น ไม่สามารถทำกิจกรรมที่ต้องใช้สมาธิได้นาน เช่น อ่านหนังสือ วาดภาพ 2. อยู่ไม่นิ่ง ซุกซน ซึ่งจะสร้างปัญหาในการดูแลให้กับพ่อ แม่ ครู 3. หุนหันพลันแล่น ซึ่งเกิดจากเด็กไม่มีสมาธิ จึงแสดงพฤติกรรมไปโดยไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ อยากทำอะไรก็จะทำเลย และหากโดนขัดใจ ก็จะแสดงพฤติกรรมหงุดหงิด และจะเกิดเป็นปัญหากับคนรอบข้างตามมาเพราะความไม่เข้าใจ ซึ่งการวินิจฉัยจะต้องดูหลายๆ ปัจจัยประกอบกัน ไม่สามารถสรุปได้เลยเพียงแค่ดูอาการ 3 ประการนี้ ควรสังเกตอาการและตัดสินใจในช่วงวัยประถมจะเหมาะสมที่สุด หากเป็นในช่วงวัยอนุบาล ความซุกซนอยู่ไม่นิ่งถือว่าเป็นเรื่องปกติ

"โรคสมาธิสั้นเป็นโรคเรื้อรัง ที่ควรได้รับการรักษาอย่างต่อเนื่อง สามารถปรับได้โดยการใช้ยาอย่างต่อเนื่อง ส่วนระยะเวลาในการรักษา ขึ้นอยู่กับว่ามีเรื่องอื่นแทรกซ้อนหรือไม่ เพราะบางรายพบโรคอื่น โดยเฉพาะโรคบกพร่องทางการเรียนรู้ (LD) ไม่สามารถเขียนได้ หรือเรียนรู้ช้า บางรายจึงต้องแก้ไขปัญหาหลายๆอย่างไปพร้อมกัน นอกจากยาแล้ว อาจต้องใช้การปรับพฤติกรรมร่วมด้วย" นพ.ทวีศิลป์ กล่าว

ที่มา: ออกสำรวจเด็กไทย 'สมาธิสั้น' หวั่นกระทบการเรียน ไทยรัฐออนไลน์ วันศุกร์ที่ 9 ธันวาคม 2554

No comments:

Post a Comment