Thursday, July 28, 2011

บ.เหล้ายักษ์ใหญ่จ่ายค่าระงับคดี ติดสินบนเจ้าหน้าที่ 'ไทย-อินเดีย-เกาหลีใต้'

“ดิอาจิโอ พีแอลซี” บริษัทผู้ผลิตเครื่องดื่มยักษ์ใหญ่ของโลก อย่างสก็อตช์วิสกี้ “จอห์นนี่ วอล์คเกอร์” และ “วินเซอร์” ตกลงจ่ายเงิน 492 ล้านบาท เพื่อเป็นค่าข้อตกลงระงับคดี หลังถูกตั้งข้อหาติดสินบนเจ้าหน้าที่รัฐบาลอินเดีย เกาหลีใต้ และไทย มานาน 6 ปี...

สำนักข่าวเอพีและเอเอฟพี รายงานโดยอ้างการเปิดเผยของคณะกรรมการหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์สหรัฐฯ (เอสอีซี) เมื่อวันพุธที่ 27 ก.ค.ว่า “ดิอาจิโอ พีแอลซี” (Diageo PLC) บริษัทผู้ผลิตเครื่องดื่มยักษ์ใหญ่ของโลก รวมทั้งเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ยี่ห้อดัง ๆ อย่างสก็อตช์วิสกี้ “จอห์นนี่ วอล์คเกอร์” และ “วินเซอร์” ซึ่งมีสำนักงานใหญ่ในกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ตกลงจ่ายเงินถึง 16.4 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 492 ล้านบาท) ให้ทางการสหรัฐฯ เพื่อเป็นค่าข้อตกลงระงับคดี หลังถูกตั้งข้อหาติดสินบนเจ้าหน้าที่รัฐบาลอินเดีย เกาหลีใต้ และไทย

นาย สก็อตต์ ฟรายสตัด รองผู้อำนวยการแผนกบังคับคดีของเอสอีซีแถลงที่กรุงวอชิงตันว่า ดิอาจิโอ พีแอลซี และบริษัทลูก จ่ายสินบนกว่า 2.7 ล้านดอลลาร์ (กว่า 81 ล้านบาท) ให้เจ้าหน้าท่ีรัฐบาลต่างชาติ เป็นเวลา 6 ปี ในช่วงปี 2546-2552 โดยในช่วงปี 2549-2552 จ่ายเงินกว่า 1.7 ล้านดอลลาร์ (กว่า 51 ล้านบาท) ให้กลุ่มเจ้าหน้าที่รัฐบาลอินเดียซึ่งรับผิดชอบด้านการจัดซื้อหรืออนุมัติ การจัดจำหน่ายเครื่องดื่มของดิอาจิโอในอินเดีย

กรณีเกาหลีใต้ ดิอาจิโอฯ จ่ายเงิน 100 ล้านวอนหรือ 86,000 ดอลลาร์ (ประมาณ 2,580,000 บาท) ให้เจ้าหน้าที่ด้านภาษีศุลกากรของเกาหลีใต้คนหนึ่ง เพื่อให้ช่วยเรื่องการคืนเงินภาษี อีกทั้งจ่ายค่าเดินทางและค่าเลี้ยงดูปูเสื่อให้เจ้าหน้าที่รัฐบาลคนอื่น ๆ ซึ่งเกี่ยวข้องกับการเจรจาด้านภาษีกับดิอาจิโอ นอกจากนี้ ยังจ่ายเงินค่าของขวัญเป็นประจำหลายร้อยครั้งให้เจ้าหน้าท่ีกองทัพเกาหลีใต้ เพื่อให้ได้รับและคงไว้ซึ่งธุรกิจของตนในเกาหลีใต้

ขณะที่ในประเทศ ไทย ดิอาจิโอฯ จ่ายเงินประมาณ 600,000 ดอลลาร์ ( ประมาณ 18,000,000 บาท) ให้เจ้าหน้าที่รัฐบาลไทยระดับสูงคนหนึ่ง ในช่วงปี 2547-2551 เพื่อให้ช่วยวิ่งเต้นในการสู้คดีด้านภาษีและศุลกากรหลายคดี แต่นายฟรายสตัดไม่เปิดเผยช่ือเจ้าหน้าที่ผู้รับสินบนเหล่านี้

ดิอาจิ โจฯ เปิดเผยเป็นครั้งแรกเมื่อปี 2552 ว่าบริษัทของตนถูกเอสอีซีสอบสวนในข้อหาละเมิดกฎหมายป้องกันการคอรัปชั่นใน ต่างประเทศของสหรัฐฯ (เอฟซีพีเอ) และการตกลงจ่ายเงิน 16.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ครั้งนี้ก็เพื่อเป็นค่าข้อตกลงให้ทางการสหรัฐฯ ระงับคดีติดสินบนดังกล่าว โดยเงินที่ดิอาจิโอยอมจ่าย แบ่งเป็นเงินชดใช้ความผิดและดอกเบี้ย 13.3 ล้านดอลลาร์ และเป็นค่าปรับอีก 3 ล้านดอลลาร์ โดยดิอาจิโอฯ แถลงว่า ตนถือว่าผลการสอบสวนของเอสอีซีเป็นเรื่องร้ายแรงและเสียใจในเรื่องนี้ ถึงแม้ก่อนหน้านี้ ดิอาจิโอฯ ทั้งไม่ยอมรับและไม่ปฏิเสธว่ากระทำความผิดจริง แต่ตกลงที่จะไม่กระทำความผิดเช่นนี้อีกในอนาคต

บทบัญญัติในกฎหมายเอฟซีพีเอ สั่งห้ามบริษัทต่าง ๆ ที่มีฐานอยู่อยู่ในสหรัฐฯ หรือจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์สหรัฐฯ ติดสินบนเจ้าหน้าที่รัฐบาลต่างชาติ ถึงแม้ว่าการติดสินบนจะเกิดขึ้นนอกดินแดนสหรัฐฯ ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เจ้าหน้าท่ีสหรัฐฯ บังคับใช้กฎหมายเอฟซีพีเอเข้มข้นขึ้น โดยบังคับให้บริษัทยักษ์ใหญ่อย่างซีเมนส์ และเดมเลอร์ของเยอรมนี และบีเออี ซิสเทมส์ ซึ่งทำธุรกิจด้านอาวุธยุทโธปกรณ์ มีสำนักงานใหญ่ในกรุงลอนดอน จ่ายค่าระงับคดีเป็นจำนวนเงินมหาศาลนอกจากสก็อตช์วิสกี้ยี่ห้อดังอย่างจอห์น นี่ วอล์คเกอร์ ทั้งแบล็ค และเรดเลเบิล แล้ว ดิอาจิโอฯ ยังเป็นเจ้าของเครื่องดื่มอื่น ๆ อีกหลายยี่ห้อ รวมทั้งเหล้าว็อดก้าสเมอร์นอฟฟ์ , กินเนสส์ สเตาท์ ไปจนถึงเครื่องดื่มไร้แอลกอฮอล์อย่าง ไบเลย์ ด้วย

อนึ่ง สื่อมวลชนไทยรายงานด้วยว่า เมื่อปลายเดือนมิ.ย. 2554 ที่ผ่านมา นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) แถลงว่า หลังจากท่ีดีเอสไอมีหนังสือแจ้งไปยังกรมศุลกากรในช่วงปลายเดือนธ.ค. 2553 กรณีบริษัท ดิอาจิโอ โมเอ็ท เฮนเนสซี่ (ประเทศไทย) หรือช่ือเดิมว่า ริชมอนเด้ (บางกอก) บริษัทลูกของดิอาจิโอ พีแอลซี ในประเทศไทย ผู้ต้องหาในคดีพิเศษที่ 72/2550 ได้มีหนังสือขอทำความตกลงระงับคดีเลี่ยงภาษี ในจำนวนเงินประมาณ 1,500 ล้านบาท นั้น ล่าสุดเมื่อเดือนมิ.ย. 2554 กรมศุลกากรมีหนังสือแจ้งกลับมาว่า คณะกรรมการพิจารณาเปรียบเทียบปรับ กรมศุลกากร มีมติให้บริษัทดิอาจิโอฯ ต้องจ่ายค่าปรับให้กรมศุลกากร 2 เท่าของภาษีที่จ่ายไม่ครบ คาดว่าจะเป็นวงเงินประมาณ 3,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นโทษสูงสุด และขั้นตอนต่อไป ดีเอสไอต้องทำหนังสือไปแจ้งให้ดิอาจิโอฯ เข้ามาเสียค่าปรับ เพื่อขอระงับคดี ถือว่าเป็นสิทธิตามกฎหมาย

คดีดังกล่าวเกิดขึ้นในปี 2546 โดยกองปราบปรามได้เข้าตรวจค้นและอายัดเหล้านอกยี่ห้อแบล็ค เลเบิล และเรด เลเบิล ขนาด 1 ลิตรของบริษัทริชมอนเด้ ประมาณ 45,000 ลัง การสอบสวนขณะนั้นพบว่า อาจมีการทำความผิดในช่วงปี 2545-2548 และเดือนต.ค. 2550 คณะกรรมการคดีพิเศษ (กคพ.) จึงมีมติให้ดีเอสไอรับทำเป็นคดีพิเศษ และตั้งข้อกล่าวหาบริษัทริชมอนเด้ หรือช่ือใหม่ว่า ดิอาจิโอ โมเอ็ท เฮนเนสซี่ (ประเทศไทย) แสดงรายการเท็จเพื่อเลี่ยงภาษีนำเข้าสุราจากต่างประเทศ


Graft = ติดสินบน

Diageo settles U.S. civil bribery charges


NEW YORK, July 27 (Reuters) - Diageo Plc , the world's biggest spirits group, agreed on Wednesday to pay more than $16 million to settle U.S. civil regulatory charges that it made improper payments to foreign officials.

Regulators accused the British company of violating the U.S. Foreign Corrupt Practices Act through its subsidiaries to obtain lucrative sales and tax benefits for its Johnnie Walker and Windsor Scotch whiskeys and other brands.

Diageo did not admit any wrongdoing in agreeing to the settlement with the U.S. Securities and Exchange Commission.

The SEC said that from 2003 to 2009, Diageo paid $2.7 million to foreign officials in India, Thailand, and South Korea through its subsidiaries.

The settlement includes $11.3 million in disgorgement of profits, plus $2.1 million in interest and a $3 million penalty.

"For years, Diageo's subsidiaries made hundreds of illicit payments to foreign government officials," SEC Associate Director of Enforcement Scott Friestad said in a statement. "As a result of Diageo's lax oversight and deficient controls, the subsidiaries routinely used third parties, inflated invoices, and other deceptive devices to disguise the true nature of the payments."

In a statement, the company said it "takes the SEC's findings seriously and regrets this matter." It also said that its systems and controls had been enhanced to prevent "the future occurrence of such issues."

Source: reuters // Reuters 27 Jul 2011
--------------


Aide to Thaksin accused of graft

A senior politician in the Thaksin Shinawatra administration has been implicated in a multi-million-dollar bribery case involving the makers of Johnnie Walker whisky.

Liquor giant Diageo will pay US authorities more than $16 million to settle charges that it bribed officials in India, Thailand and South Korea, US officials and the company said Wednesday.

London-based Diageo and its subsidiaries paid over $2.7 million in bribes for more than six years to obtain tax and sales benefits for Johnnie Walker whiskey and other brands, the US Securities and Exchange Commission said.

"For years, Diageo's subsidiaries made hundreds of illicit payments to foreign government officials," Scott Friestad, associate director of the SEC's enforcement division, said in a statement.

From 2003 to 2009, the company paid more than $1.7 million to hundreds of Indian government officials responsible for either purchasing or authorizing the sale of its beverages in India, the SEC said.

In Thailand, Diageo paid approximately $600,000 to a high-ranking government official from 2004 to 2008 so he would lobby on the company's behalf in various tax and customs disputes, the SEC said.

* In Thailand, from 2004 through mid-2008, Diageo paid approximately $12,000 per month – totaling nearly $600,000 – to retain the consulting services of a Thai government and political party official. This official lobbied extensively on Diageo’s behalf in connection with multi-million dollar pending tax and customs disputes, contributing to Diageo’s receipt of certain favorable dispositions by the Thai government. - From the SEC report

* Click to get: full text of the SEC report (PDF format).

And in South Korea, Diageo paid a customs official 100 million won ($86,000) for helping the company get a tax rebate, while paying travel and entertainment expenses to officials involved in tax negotiations with Diageo.

"Separately, Diageo routinely made hundreds of gift payments to South Korean military officials in order to obtain and retain liquor business," the SEC said in its statement.

Diageo, which first disclosed the SEC's investigation in 2009, agreed to pay more than $16 million to settle charges that it violated the US Foreign Corrupt Practices Act (FCPA), although it did not admit wrongdoing.

"Diageo takes the SEC's findings seriously and regrets this matter," the company said in a statement.

The FCPA bars companies based in the United States or listed on US exchanges from bribing foreign government officials, even if the bribery took place outside the United States.

In recent years US authorities have stepped up their enforcement of the law, forcing companies such as Siemens, Daimler and London-based defense firm BAE Systems to pay costly settlements.

Diageo, which owns a range of alcohol brands including Baileys, Smirnoff and Guinness, reported 1.63 billion pounds ($2.54 billion) in annual profits last year, with its strongest growth in Asia and other emerging markets.

EARLIER AND DETAILED REPORT

Diageo Plc, which also makes Smirnoff vodka and Guinness, is to pay over US$16 million (475.5 million baht) to resolve US Securities and Exchange Commission (SEC) claims it bribed officials in Thailand, South Korea and India to win sales and tax benefits.

Between April 2004 and July 2008, Diageo, through Diageo Moet Hennessy Thailand (DT), retained the services of a government and political party official to lobby other officials to adopt Diageo's position in several multi-million-dollar tax and customs disputes.

"DT compensated the Thai official through 49 direct payments to a political consulting firm for which the Thai official acted as a principal. Most, if not all, of the $599,322 paid to the consulting firm was for the Thai official's services and accrued to his benefit," the SEC said.

The official was not named but the SEC said that at various times he served as deputy secretary to the prime minister, an adviser to the deputy prime minister, and adviser to the Agriculture Ministry.

He also served on a Thai Rak Thai committee, and as a member and/or adviser to several state-owned or state-controlled industrial and utility boards.

"The Thai official was the brother of one of DT's senior officers at that time," the SEC added.

The official coordinated and attended numerous meetings between senior government officials and senior Diageo and DT managers, including two meetings in April and May 2005 with then prime minister Thaksin Shinawatra.

"In May 2005, shortly following the meetings arranged by the Thai official, [Thaksin] made a radio address publicly endorsing Diageo's position in favour of a specific approach [based on quantity] rather than an approach [based on price] to calculating excise taxes," the SEC said.

"Based in part on the official's lobbying efforts, the Thai government accepted important aspects of DT's transfer pricing method and released over $7 million in bank guarantees DT was required to post while the tax dispute was pending."

Units of London-based Diageo paid more than $2.7 million in bribes across Asia from 2003 to 2009, recording them as business expenses for vendors and private customers, or omitting them altogether, the SEC said.

The company made about $11 million in profits as a result of the payments.

"For years, Diageo's subsidiaries made hundreds of illicit payments to foreign government officials," Scott Friestad, associate director in the SEC's enforcement division, said.

"As a result of Diageo's lax oversight and deficient controls, the subsidiaries routinely used third parties, inflated invoices, and other deceptive devices to disguise the true nature of the payments."

Diageo resolved the claims under the US Foreign Corrupt Practices Act without admitting or denying wrongdoing.

Source: top-stories BangkokPost.com 29/07/2011
----------

Settlement of SEC investigation – Diageo StatementDownload file

Press release by Diageo.com

Diageo has today agreed settlement of the previously disclosed US Securities and Exchange Commission (SEC) investigation into potential violations of the US Foreign Corrupt Practices Act.

The investigation related to payments involving Diageo’s subsidiaries in India, South Korea and Thailand. Under the settlement Diageo has agreed to pay $13,373,820 to the SEC in disgorgement of profits and pre-judgment interest, to pay a $3 million penalty to the SEC, and to cease and desist from committing any further violations of the books and records and internal controls provisions of the FCPA.

Diageo takes the SEC’s findings seriously and regrets this matter. Systems and controls have been enhanced in an effort to prevent the future occurrence of such issues and to reinforce, everywhere the Company operates, a culture of compliance and commitment to the principles embodied in Diageo’s Code of Business Conduct.

-ENDS

desist = เลิก

1 comment: