Friday, May 7, 2010

โมโหร้าย

เคยอาละวาดฟาดหัวฟาดหางไว้ทั่ว จนถูกฟ้องร้องดำเนินคดีนับไม่ถ้วน สำหรับซุปเปอร์โมเดลผิวสีชาวอังกฤษ ที่โด่งดังและร่ำรวยที่สุดในโลก

นา โอมิ แคมป์เบลล์ วัย 39 ปี ล่าสุด นางแบบสาวขี้เม้งปล่อยโฮกลางอากาศ ระหว่างเปิดใจให้สัมภาษณ์ในรายการทอล์กโชว์โอปราห์ วินฟรีย์ว่า อยากกลับเนื้อกลับตัวเป็นคนใหม่ ถ้าสังคมยอมให้อภัย

ซุปเปอร์โมเดล เจ้าอารมณ์ยอมรับสารภาพต่อหน้าผู้ชมหลายล้านคนทั้งน้ำตานองหน้าว่า ฉันเป็นคนโมโหร้าย ชนิดที่ว่าถ้าถูกขัดใจเมื่อไหร่เป็นต้องปรี๊ดและกรี๊ดจนบ้านแตก มันเป็นด้านมืดของอารมณ์ที่อยู่ในก้นบึ้งจิตใจ เป็นความผิดปกติแบบหนึ่งของสภาพจิตใจ ฉันรู้สึกเสียใจ ละอายใจ ทุกครั้งที่ระเบิดอารมณ์ออกมา ทุกครั้งที่ไม่สามารถควบคุมปีศาจในตัวได้ ฉันกำลังพยายามอย่างหนักที่จะปรับปรุงตัวให้ดีขึ้น

กระนั้น เธอพยายามแก้ต่างให้ตัวเองว่า อารมณ์กราดเกรี้ยวและโมโหร้ายอย่างขาดสติไม่ได้เกิดจากความเอาแต่ใจตัวเอง เพราะถูกสปอยล์ด้วยเงินทองและชื่อเสียง แต่ลึกๆแล้วมาจากปมในวัยเด็กที่ถูกพ่อทอดทิ้งตั้งแต่อายุแค่ 2 เดือน และยังถูกแม่ทิ้งให้อยู่กับพี่เลี้ยงตามลำพัง เพราะคุณแม่ของเธอต้องตระเวนแสดงบัลเลต์ไปทั่วยุโรป ทำให้เธอกลายเป็นคนขาดรัก และเมื่อไหร่ที่ถูกทำลายความไว้เนื้อเชื่อใจ ปีศาจร้ายในตัวก็พร้อมออกมาอาละวาดทันที

ประวัติเรื่องความโมโหร้าย ควบคุมอารมณ์ไม่อยู่ของซุปเปอร์โมเดลผิวสีเป็นที่เลื่องลืออย่างต่อเนื่อง โดยพฤติกรรมสุดถ่อยของนางแบบคนดังถูกเปิดโปงเป็นครั้งแรกราวปี 1999 เมื่ออดีตผู้ช่วยส่วนตัว "จิออร์จินา กาลานิส" ออกโรงแฉว่าโดนนายหญิงจอมโหดทำร้ายร่างกาย ด้วยการกระชากคอเสื้อ และขว้างโทรศัพท์มือถือใส่หน้า แถมยังถูกขู่ว่าจะโยนออกนอกรถ การฟ้องร้องคดีนี้ดำเนินไปเป็นปี จนในที่สุด "แคมป์เบลล์" ต้องจ่ายเงินปิดปากก้อนใหญ่เพื่อให้เรื่องยุติ และรับปากศาลว่าจะเข้าคอร์สบำบัดอาการโกรธ

วีรกรรมถ่อยๆของซุป เปอร์โมเดลผิวสีกลายเป็นพาดหัวข่าวแท็บลอยด์ อีกหลายครั้ง รวมถึงข้อกล่าวหาจากอดีตผู้ช่วยอีกคน "อาแมนดา แบร็ค" ที่ออกมาแฉแหลก เมื่อปี 2005 ว่า หลังทำงานรับใช้นายหญิงขี้วีนได้เดือนเศษ ก็โดนตบหน้าสั่งสอน และขว้างแบล็กเบอร์รี่ใส่หน้า เพราะไม่สบอารมณ์ งานนี้ "แคมป์เบลล์" ต้องเซ็นเช็คจ่ายเป็นค่าเสียหาย ขณะที่เรื่องเก่ายังไม่ทันเงียบ ซุปเปอร์โมเดลอารมณ์ร้ายก็ก่อเรื่องใหม่อีกจนได้ เมื่อสะกดอารมณ์ไม่อยู่ ลุกขึ้นชี้หน้าด่ากราดนางเอกสาวชาวอิตาเลียนกลางโรงแรมหรู ฐานบังอาจมาใส่ชุดซ้ำ โดยฝ่ายเจ้าทุกข์ยืนยันว่าถูกนางแบบผิวสีชกเปรี้ยงเข้าที่ใบหน้า และหมัดหนักอย่างกับ "ไมค์ ไทสัน" นักมวยจอมซาดิสต์ ที่เคยเป็นคู่ควงของซุปเปอร์โมเดลคนดังพักใหญ่

พอเข้าปี 2006 ได้ไม่กี่เดือน ซุปเปอร์โมเดลเลือดร้อนก็ถูกจับในข้อหาทำร้ายร่างกายคนรับใช้ที่บ้าน โดยใช้อาวุธถนัดคือโทรศัพท์มือถือ ฟาดเข้าเต็มศีรษะ แม่บ้านผู้โชคร้ายเลือดอาบไปทั้งหัว ต้องเย็บหลายสิบเข็ม คราวนี้ตำรวจตั้งข้อหาหนัก มีโทษจำคุกอย่างน้อย 1 ปี และสูงสุดไม่เกิน 7 ปี กระบวนการแฉพฤติกรรมโฉดของนายหญิงซุปเปอร์โมเดลยังคงดำเนินไปอีกหลายระลอก โดยมีการระบุว่า "แคมป์เบลล์" เป็นตัวอันตรายสำหรับทุกคนที่เข้าใกล้

พฤติกรรม พ่อแม่ไม่สั่งสอนของนางแบบดังไม่มีท่าทีจะยุติลงง่ายๆ เธอถูกจับกุมตัวอีกครั้ง เมื่อต้นปี 2008 กลางสนามบินฮีทโธรว์ โทษฐานทำร้ายร่างกายตำรวจ เพราะไม่พอใจที่กระเป๋าเดินทางหายไปหนึ่งใบ แถมยังขู่กรรโชกพนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน จนสายการบินบริติช แอร์เวย์ส ทนไม่ไหว ประกาศสั่งแบนซุปเปอร์โมเดลผิวสีห้ามขึ้นเครื่องบินสายการบินแห่งชาติตลอด ชีพ

ชื่อเสียงของนางแบบผิวสีต้องพังป่นปี้อีกครั้ง เมื่อคนขับรถส่วนตัว เข้าแจ้งความกับสถานีตำรวจนิวยอร์ก ช่วงต้นปี 2010 ว่าถูกนายหญิงตบหน้าและต่อยดั้งยุบ ตามมาติดๆด้วยข้อกล่าวหาระดับชาติ ที่หลุดปากโดยนักแสดงสาวรุ่นใหญ่ "มีอา ฟาร์โรว์" ซึ่งให้การว่า ซุปเปอร์โมเดลคนดังเคยโม้ให้ฟังว่า หล่อนได้ "บลัดไดมอนด์" ก้อนโตที่เป็นเพชรผิดกฎหมายมาครอบครอง โดยเป็นของกำนัลจากแฟนเก่าจอมเผด็จการ คือ ประธานาธิบดีไลบีเรีย ระหว่างงานเลี้ยงการกุศล จัดโดย "เนลสัน แมนเดลา" ที่แอฟริกาใต้ เมื่อปี 1997 เรื่องนี้ถือเป็นอะไรที่ซีเรียสคอขาดบาดตายมาก เมื่อถูกผู้สื่อข่าวเอบีซี นิวส์ ตามจิกสัมภาษณ์ เธอจึงระเบิดโทสะออกมาชุดเบ้อเริ่ม...กว่าจะรู้ตัวอีกทีว่าทำตัวต่ำไม่สมกับ เป็นซุปเปอร์โมเดล ก็สายเกินแก้ซะแล้ว!!

มิสแซฟไฟร์

ที่มา: คอลัมน์ต่างประเทศ ไทยรัฐออนไลน์ วันเสาร์ที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ.2553

No comments:

Post a Comment